ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ 1 คอมเม้นท์ 1วิว = 1 กำลังใจ ขอบคุณมากๆ จ้า

บทที่ 3 หนีกันไม่พ้น (1)

ชื่อตอน : บทที่ 3 หนีกันไม่พ้น (1)

คำค้น : ลิขิตรักกับดักซาตาน เป้ นิกกี้ ซาตาน พระเอกใจร้าย ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2559 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หนีกันไม่พ้น (1)
แบบอักษร

 

บทที่ 3 หนีกันไม่พ้น (1)

  

ช้าวันนี้ปกรณ์ตื่นสายจนเพื่อนรักอย่างอรรถสิทธิ์ต้องเข้ามาปลุก กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบสองชั่วโมง ก็เขาเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ทุกอย่างจะต้องอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า เพอร์เฟ็กต์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องดูดี ไม่อย่างนั้นแล้ว ร่างสูงไม่เยื้องย่างออกไปไหนให้ไกลจากที่พำนักเป็นแน่

อรรถสิทธิ์ที่นั่งอยู่ในรถมาครู่ใหญ่แล้วติดเครื่องยนต์รถคันหรูทันทีที่เพื่อนรักปรากฏกายเดินใกล้เข้ามาแล้ว รถคันหรูเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ต่างจากอากาศภายนอกที่ตอนนี้เริ่มจะร้อนขึ้นมาบ้างแล้ว เขาสังเกตเห็นชายหนุ่มสุดหล่อตลอดทุกย่างก้าวตั้งแต่โผล่พ้นออกมาจากประตูลิฟต์

พนักงานสาวที่เคยได้รับรอยยิ้มของปกรณ์กลับไปนอนฝันหวานที่บ้าน ต่างต้องเศร้าสลดเมื่อสุดหล่อที่ได้ชื่นชมมาสองวันพลันต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เสียแล้ว เพื่อนเขาก็ช่างกระไรเลย แทนที่จะรับสัมพันธ์ที่สาวเจ้าหยิบยื่นมาให้ เขากลับเห็นว่ามันไม่น่าพิสมัย จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครได้เชยชมเพื่อนของเขาจริงๆ เสียที

ทำเป็นหวงตัวไปได้อรรถสิทธิ์เอ่ยเหมือนพูดกับฟ้ากับฝนเสียมากกว่า หน้าตี๋ของคนขับรถจำเป็นมองตรงไปเบื้องหน้าเตรียมออกรถทันทีที่ปกรณ์เข้ามานั่งเรียบร้อยแล้ว

อะไรวะ ก้นยังไม่ทันแตะเบาะก็กัดฉันซะแล้วหนุ่มรูปงามหันมายิ้มกับเพื่อนรัก หน้าตาทะเล้นเพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเอ่ยถึงสาวๆ หน้าเคาน์เตอร์ที่คอยส่งยิ้มหวานมาให้ พร้อมกับสายตาชะม้อยชม้ายเชิญชวนจนเขาขนหัวลุก

ฉันรู้ว่าแกรู้ แกก็เป็นเสียอย่างนี้ สาวๆ ถึงได้ร้องไห้ชีช้ำกะหล่ำปลีกันไปเป็นแถวคนหล่อแต่หล่อน้อยกว่าเพื่อนรักกัดให้เพราะหมั่นไส้เสียอย่างนั้น คนที่มีดีกรีความหล่อระดับซูเปอร์สตาร์จึงได้แต่ปั้นหน้ายอมรับผิดทั้งหมดทั้งมวล ถือเป็นการไถ่โทษที่เขาตื่นสายแถมยังชักช้าจนเพื่อนคนดีแยกเขี้ยวใส่เข้าให้

อรรถสิทธิ์ขับรถไปเรื่อย วางแผนเอากับเพื่อนรักเป็นอย่างดีว่าวันนี้ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เขาจะต้องไปเหยียบร้านอาหารร้านหนึ่งให้ได้ เป็นร้านอาหารที่ได้รับคำชื่นชมและร่ำลือกันจนชายหนุ่มทั้งสองหมายมั่นปั้นมือกันเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่เสียอีก

รถคันหรูจอดสนิทหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งของเมืองพัทยาเหนือ ที่นี่จะเน้นให้บริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและบริการที่ยอดเยี่ยม เพราะพนักงานทุกคนที่นี่จะท่องจำจนขึ้นใจ

‘ลูกค้าคือพระเจ้า เขาอยากได้อะไรเป็นต้องได้หมด’

ซึ่งค่าบริการค่าอาหารก็สมน้ำสมเนื้อกับการบริการที่หรูเริ่ด และอาหารที่อร่อยเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เพียงแค่แตะปลายลิ้น

ปกรณ์เดินนำเพื่อนรักเข้าไปในร้านอาหาร ด้านหน้ามีพนักงานต้อนรับสาวสวยที่คอยยกมือไหว้พร้อมส่งยิ้มหวานๆ มาให้แขกทุกท่านได้ชุ่มชื่นหัวใจก่อนรับประทานอาหาร

อรรถสิทธิ์และปกรณ์เลือกนั่งโต๊ะตรงลานน้ำพุ บรรยากาศเย็นสบายๆ ทำให้คนใจร้อนอย่างปกรณ์ บูรมานนท์รู้สึกชอบใจยิ่งนัก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้สั่งอาหารก็ต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำเสียก่อน เป็นเพราะเมื่อเช้าตื่นสายแท้ๆ คนหล่อจึงรู้สึกท้องผูกตั้งแต่ก่อนจะออกจากโรงแรม

ช่วงที่รอเพื่อนรักอยู่ที่โต๊ะอาหาร อรรถสิทธิ์ถือโอกาสสำรวจบรรยากาศรอบๆ ไปด้วยเช่นกัน คิดเอาไว้ว่าถ้าหากตกงานหรือโดนไอ้เป้เพื่อนรักไล่ออกจากบริษัทละก็ เขาจะเปิดร้านอาหารบรรยากาศคล้ายๆ เช่นนี้ให้ได้ ยังไม่ทันที่ความคิดจะไปได้ไกลถึงไหนต่อไหน เสียงหวานๆ ก็มาเรียกให้เขาหันไปสนใจเสียก่อน

สวัสดีค่ะ รับน้ำอะไรดีคะพนักงานสาวสวยทักทายด้วยรอยยิ้มแสนหวาน

มือบางวางกระดาษหนาๆ ที่เย็บเป็นเล่มเอาไว้ให้พร้อมเคลือบสีแสนสวย ภายในมีภาพและข้อมูลบริการภายในร้านให้เขาได้เลือกสรรอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้แต่บริการเสริมที่ต้องการมากมาย

ขอบคุณครับ

อรรถสิทธิ์เลื่อนมือไปรับรายการอาหารมาดูก่อนจะเหลือบไปส่งยิ้มให้พนักงานสาวสวยอีกครั้ง หากแต่เมื่อเพ่งได้เต็มตาแล้วนั่นล่ะ คิ้วเข้มถึงกับขมวดปมเข้าหากันยุ่งพร้อมกับเพ่งมองพนักงานสาวสวยที่ยืนรอรับรายการอยู่ข้างๆ เหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

คนที่ถูกเพ่งมองในระยะประชิดขนาดนี้คงยากที่จะไม่รู้สึกตัว มุนินทร์มองแขกคนสำคัญเบื้องหน้านิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปมองอย่างเต็มตาเหมือนคุ้นหน้ากันเสียอย่างนั้น

เอ่อ…คุณรู้สึกเหมือนผมไหมครับเสียงทุ้มเอ่ยถามลอยๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แต่มันก็ยังไม่กระจ่าง

เราเคยเจอกันหรือเปล่าคะมุนินทร์เลือกที่จะเอ่ยถามเสียเอง ไม่อยากให้ความคลางแคลงอะไรเช่นนี้คาใจอยู่นาน แม้ว่าเธอจะเอ่ยถามออกไปเช่นนั้น แต่คนที่นึกไม่ออกก็ยังทำหน้างงหนักเช่นเดิม

ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่า…เราเคยเจอกันมาก่อนอรรถสิทธิ์ยิ้มหวานโชว์ฟันขาวๆ อันทรงเสน่ห์ของเขา หนุ่มหล่อเหมือนโดนศรรักปักอกเข้าให้เสียอย่างนั้น นึกว่าเจอเนื้อคู่ที่หากันมานานแต่เพิ่งได้มาเจอกัน หัวใจแกร่งเต้นกระหน่ำเพราะเกิดถูกใจรอยยิ้มสวยๆ ของคนตรงหน้าเข้าให้แล้ว

ดิฉันก็คิดว่าเราอาจจะเคยเจอกันมาก่อนค่ะ…เอ่อ…ไม่ทราบว่าคุณจะรับอะไรดีคะเมื่อนึกไม่ออกบอกไม่ถูก มุนินทร์จึงเลือกที่จะไม่สนใจและตัดความสงสัยเหล่านั้นทิ้งไป เธอไม่ควรวอกแวกในเวลางานเช่นนี้ ยิ่งตอนนี้เธอรู้สึกว่าเจ้านายสุดหล่อของเธอกำลังเพ่งมองพฤติกรรมการทำงานของเธอเป็นพิเศษเสียด้วย

เอ่อ…คือ ผม…อรรถสิทธิ์ครับ ไม่ทราบว่าคุณ…เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถาม

คนอยากรู้ก็ทนเก็บความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว ในเมื่อหัวใจมันร้องสั่งอยู่อย่างนั้น คนปากเบาอย่างเขาจึงเลือกที่จะรักษาโอกาสดีๆ เช่นนี้เอาไว้ อย่างน้อยๆ หากว่าเธอเป็นเนื้อคู่กับเขาจริงๆ เขาจะได้สานต่อสายสัมพันธ์ที่แสนจะโชคดีเช่นนี้เอาไว้

ขอโทษด้วยนะคะ คือดิฉันไม่สามารถพูดคุยเรื่องส่วนตัวกับแขกในร้านได้นะคะ นอกจากห้องวีไอพีเท่านั้นเสียงหวานๆ เอ่ยบอกพร้อมกับเสนอบริการเพิ่มเข้าไปให้ในตัว พลางคิดว่าถ้าหากคนตรงหน้าสนใจเธอขึ้นมาจริงๆ เธอคงจะได้ทั้งทิปและค่าเปอร์เซ็นต์จากทางร้านเพิ่มขึ้นเป็นแน่

อ้าว…แย่จังนะครับ ตอนนี้ผมกำลังรอเพื่อนซะด้วยสิครับ อืม…คนอยากเปลี่ยนสถานที่คิดอย่างหนักเพราะอย่างน้อยๆ เขาก็ต้องรอถามเพื่อนของเขาก่อนว่าสนใจห้องพิเศษหรือไม่

เอาอย่างนี้ไหมล่ะคะ ถ้าหากว่าคุณจะเปิดห้องวีไอพีจริงๆ ดิฉันจะไปจัดการให้ก่อนเลย ส่วนเพื่อนคุณเดี๋ยวทางเราจะให้เจ้าหน้าที่บอกให้ตามไปอีกทีก็ได้ค่ะมุนินทร์เสนอทางเลือก คนสวยยังคงยิ้มอย่างเป็นมิตรเช่นเดิม หากแต่ภายในใจเต้นกระหน่ำเมื่อคิดว่าจะได้ลูกค้ารายใหญ่ตั้งแต่เช้า

อ้าว…อย่างนั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมเปิดห้องวีไอพีก็แล้วกัน เราจะได้พูดคุยกันสะดวกมากขึ้นคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวรีบโพล่งบอกออกไปทันที ก็คนตรงหน้าคุ้นตายิ่งนักแถมหญิงสาวยังสวยมีเสน่ห์ในแบบของเธอจนระดับนางงามยังต้องเรียกพี่ มีหรือคนที่รู้สึกเหมือนได้มาพบพานเนื้อคู่อย่างเขาจะไม่พยายามสานสัมพันธ์ต่อไปให้ได้…คงไม่ใช่เป็นแน่

มุนินทร์เดินนำไปทางห้องพิเศษที่ว่านั่น ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะรีบก้าวตามร่างบางไปทันที จนเมื่อไปถึงห้องเรียบร้อย มุนินทร์จึงขอตัวไปบอกพนักงานด้านนอกอีกคนให้ไปคอยเพื่อนรักของแขกในห้องพิเศษอย่างที่ตกลงกันเอาไว้

อรรถสิทธิ์นั่งรอคนสวยอย่างใจจดจ่อ ไม่นานนักประตูบานเลื่อนก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามา คนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับถอนหายใจเมื่อผู้มาใหม่ไม่ใช่คนที่ใจเขาคิดหวังเอาไว้

นึกยังไงถึงเข้ามานั่งในนี้…อย่าบอกนะว่าแกอยากร้องคาราโอเกะแต่เช้าคนเดาสุ่มก็เดาไปได้เรื่อย ปกรณ์เอ่ยแซวเพื่อนรักพลางก้าวเข้ามานั่งบนเบาะนุ่มๆ ไม่ห่างจากเพื่อนรักนัก

เปล่า พอดีฉัน…อยากฟังแกร้องเพลงน่ะคนแก้ตัวก็แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ เหมือนกัน สุดหล่อมองเพื่อนรักที่นั่งหน้าเจื่อนแก้ตัวแบบไปไม่รอด หวังจะเค้นความจริง แต่คนรู้ทันจึงขอตัวไปห้องน้ำเสียก่อน ปกรณ์จึงได้แต่นั่งดูเมนูอาหารไปเรื่อย เมื่อเพื่อนรักบอกว่ายังไม่ได้สั่งอาหารอะไรมาเพราะรอเขาอยู่

มือหนาเปิดเมนูอาหารไปอย่างช้าๆ สายตาคมมองหารายชื่ออาหารที่อยากทานในเวลานี้ ปกรณ์เลือกอาหารอย่างไม่รีบร้อนนัก ยังไม่ทันที่เขาจะได้เมนูสมใจหวัง ประตูบานเลื่อนก็เปิดอีกครั้งพร้อมพนักงานของร้านที่กำลังก้มหน้าก้มตาหยิบกระดาษปากกาเพื่อเตรียมมาจดรายการอาหาร แม้ว่าร่างบางของพนักงานสาวสวยจะดูคุ้นตา แต่คนกำลังหิวไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่หนุ่มสุดหล่อจึงก้มหน้าก้มตามองหารายการอาหารจานโปรดต่อไป

ที่นี่อะไรอร่อย จัดอาหารขึ้นชื่อมาให้สองสามอย่างเลยนะ เอาอะไรก็ได้เมื่อตัดสินใจไม่ได้เสียที ชายหนุ่มจึงตัดใจให้ทางร้านจัดมาบริการตามสะดวก พร้อมกับที่มือแกร่งปิดรายการอาหารตรงหน้าเพื่อวางลงบนโต๊ะอย่างเดิม

พนักงานสาวรับคำก่อนจะแนะนำเมนูอาหารจานเด็ดของที่ร้าน แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้กล่าวแนะนำอะไร ใบหน้าของลูกค้าคนพิเศษที่กำลังมองมาทางเธอ ทำให้เธอแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ

นี่…นายเสียงหวานแหวใส่ พร้อมกับชี้หน้าสุดหล่อนิ่ง คนโดนชี้หน้าก็ตะลึงไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าจะมาเจอยัยตัวแสบที่นี่

เธอ…เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเหมือนลอยไปกับลมกับฟ้า ตาคมยังเพ่งมองใบหน้างามไม่ลดละก่อนจะลุกขึ้นพรวดสาวเท้าเข้ามาหาคนงามอย่างรวดเร็ว

ว่าไงยัยตัวแสบปกรณ์ยกยิ้มสูง ดีใจยิ่งนักที่ได้เจอคู่ปรับเก่าอีกครั้ง หญิงสาวตัวแสบที่ทำให้เขาต้องจดจำเธอไปอีกนานและไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้

ดวงตาใสเพ่งมองมนุษย์หน้าหล่อตรงหน้า ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าไอ้บ้าโรคจิตที่เธอเพิ่งจะประทุษร้ายร่างกายเขาไปเมื่อคืนจะมายืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ คนมีชนักติดหลังถึงกับหน้าตื่นถอยร่นหนีไปจนสุดปลายทางเดิน แม้ว่าเท้าเรียวจะถอยห่างหากแต่แววตาสู้ไม่ถอยนั่นทำเอาคนตัวใหญ่ถึงกับพอใจยิ่งนัก

นายมาทำอะไรในห้องนี้เสียงหวานแหวใส่ ใช้เสียงข่มเขาไว้ก่อนทั้งๆ ที่รู้ว่าคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อเรื่องคืนนั้นมันเป็นเหตุจำยอมจริงๆ จำเป็นที่จะต้องเอาตัวรอดให้ได้ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะต้องเสียใจยิ่งกว่าเวลานี้หลายเท่านัก

ฉันน่าจะถามเธอมากกว่า…มาทำอะไรที่นี่หรือว่าตามมาขอโทษและยอมทำตามข้อตกลงปกรณ์เพ่งมองตาสวยนั่นไม่ลดละ อยากเอาชนะยัยตัวเล็กที่แผลงฤทธิ์มากยิ่งกว่ามดคันไฟให้ได้ เท้าหนายังคงก้าวเข้าหาคนตรงหน้าช้าๆ ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่เต็มความสูง สองมือแกร่งยกมายันกำแพงเอาไว้ปิดทางหนีของยัยตัวเล็กตรงหน้าทั้งซ้ายขวา ปากหยักยกยิ้มสูงเหมือนผู้มีชัยก็ไม่ปาน

อ๋อ…ฉันนึกออกแล้ว คนเมื่อครู่ก็เพื่อนนายล่ะสิ…คนดีๆ อย่างนั้นไม่น่าจะมากับนายได้เลยนะคนที่กลัวจนใจหวั่นยังยิ้มสู้ไม่ถอย แบะปากพร้อมกับเอ่ยเสียงเหยียดหยันอยู่ในที

ตาสวยมองชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ จนคนที่ถูกมองนึกเคืองขึ้นมาจนได้ หน้าหวานเชิดใส่ไม่กลัวเขาแม้แต่น้อย เรียวตาสวยยังคงมองคนตัวใหญ่อย่างไม่เชื่อถือ คนที่ตกเป็นเป้าสายตาถึงกับร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ทำไม! ฉันเป็นยังไง พูดให้ดีๆ นะยัยตัวแสบเสียงทุ้มเข้มจัด ตาคมเป็นประกายหมายมาดจะจัดการคนตรงหน้าให้จงได้

เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ฉันอาจจะ…คนข่มขู่ยังไม่ลดละ เสียงทุ้มทอดยาวก่อนจะเว้นไว้เพื่อส่งสายตากรุ้มกริ่มสื่อความหมายไปให้คนตรงหน้า

ร่างสูงไม่ว่าเปล่า ปกรณ์ละมือจากกำแพงมาข้างหนึ่งเกลี่ยผมคนตรงหน้าเล่น ยั่วเย้ากวนอารมณ์โมโหของหญิงสาวคนสวยอย่างจงใจ น้ำเสียงทีเล่นทีจริงกับดวงตาคมฉายแววท้าทายส่งไปให้คนตรงหน้าทำเอาร่างบางหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย จมูกโด่งที่กดต่ำลงมาแทบจะแนบชิด หากแต่วงหน้าสวยกลับเบือนหนีก่อนอย่างรู้ทัน มือบางยกขึ้นมาผลักอกแกร่งเอาไว้

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ทำอะไร ประตูบานเดิมที่ตอนนี้เปรียบเสมือนประตูของเทพเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ของมุนินทร์ก็ถูกเปิดออก มือเรียวออกแรงผลักไสชายหนุ่มจนออกห่างไปได้สำเร็จ คนถูกขัดจังหวะถึงกับพ่นลมพ่นพิษ ตาขุ่นขวางมองผู้มาใหม่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาที่มุนินทร์ก็อ่านไม่ออก กลบเกลื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สั่งอาหารหรือยังวะไอ้เป้…มีอะไรกันหรือเปล่าเสียงทุ้มของผู้มาใหม่เอ่ยถามตั้งแต่ยังก้าวไม่ทันจะพ้นประตูเข้ามา

แต่เมื่อสัมผัสบรรยากาศภายในห้อง คนหน้าหล่อคมอย่างหนุ่มไทยก็ต้องชะงัก อรรถสิทธิ์ทำหน้าเลิ่กลั่กเอ่ยถามในท้ายประโยค นึกสงสัยในลางสังหรณ์บางอย่างของตนเอง

รอยยิ้มกระจ่างบนใบหน้าหล่อบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นนี้ไม่ได้ใส่ใจจะรอคำตอบแต่อย่างใด อรรถสิทธิ์ยังคงมองสลับกันไปมาทั้งเพื่อนรักและสาวสวยที่เขาหวัง แม้จะไม่จริงจังนักแต่ก็ทำเอาคนงามที่ยังยืนนิ่งอยู่อึดอัดขึ้นมาเช่นเดียวกับหนุ่มหล่อที่ปั้นหน้าปั้นตามองไปอีกทางที่กำลังอึดอัดไม่แพ้กัน

ร่างสูงของอรรถสิทธิ์ก้าวเข้ามาก่อนจะสบตากับสองหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูนัก ปกรณ์หันไปสบตาเพื่อนรักก่อนจะยักไหล่มองหญิงสาวเหมือนไม่ใส่ใจนัก ร่างสูงหันหลังกลับไปนั่งแหมะยังเบาะนุ่มๆ ตัวเดิม

พอดี…ทักทายกันนิดหน่อยน่ะปกรณ์เอ่ยตอบออกมาเสียก่อนเพื่อนรักจะอกแตกตายเพราะไม่มีใครยอมเปิดปาก มือหนาเอื้อมมาหยิบรายการอาหารดูไปผ่านๆ อย่างนั้น เพราะหางตาคมยังคงเหลือบมองใบหน้าสวยไม่วางตา

มุนินทร์ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เรียวปากสวยยิ้มละมุนส่งไปให้อรรถสิทธิ์อย่างเป็นกันเอง คนที่เฝ้ามองถึงกับเขม้นมอง นึกเคืองทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจตนเองนัก

อ๋อ…ผมนึกออกแล้วจู่ๆ คนมาใหม่ที่กำลังเดินไปใกล้คนสวยก็โพล่งออกมา คนที่กำลังปั้นหน้าเปลี่ยนอารมณ์ทั้งสองจึงหันมามองอย่างสงสัย

คะ?” เสียงหวานเอ่ยด้วยความสงสัยเต็มทน เพ่งมองคนที่ก้าวมายืนอยู่ตรงหน้าตนเองเรียบร้อยแล้วในตอนนี้

นึกออกแล้ว ว่าเราเคยเจอกันที่ทะเลครั้งหนึ่งไงครับ คิดอยู่แล้วเชียวว่าหน้าตาสวยๆ คุ้นตาแบบนี้ต้องเคยเจอที่ไหนสักแห่ง…จำผมได้หรือเปล่าครับอรรถสิทธิ์ยิ้มร่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่พยายามใคร่ครวญได้เสียที

หากแต่คนที่อยากจะดีใจด้วยกลับยิ้มแหย ปั้นหน้ายากฝืนยิ้มหวานส่งไปให้อย่างฝืดๆ

ค่ะ ดิฉันก็นึกออกแล้ว…เหมือนกันมุนินทร์อึกอัก เออออไปกับเพื่อนรักของนายตัวร้ายด้วย

ก็ใช่น่ะสิ นึกออกแล้ว และมันก็ไม่น่าดีใจเลยสักนิดที่จะต้องมาเจอไอ้บ้าโรคจิตอีกครั้ง

มุนินทร์ได้แต่บอกกับตัวเอง

บังเอิญจังเลยนะครับที่เรามาเจอกันที่นี่อรรถสิทธิ์พยายามสานสัมพันธ์ต่อเมื่อเห็นว่าทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางแล้ว

ใช่ค่ะ บังเอิญมาก…บังเอิญจริงๆ…บังเอิญอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้เสียงหวานเอ่ยไปหัวเราะแหะๆ กลั้วไปด้วย กลัวคนฟังจะจับได้ว่าเธอไม่ได้ยินดีอย่างที่หน้าตากำลังแสดงออกมาในตอนนี้เอาเสียเลย

นั่นสิครับ เพราะพรหมลิขิตแน่ๆ เลยครับเราถึงได้มาพบกันที่นี่อีกครั้งอรรถสิทธิ์ยิ้มแป้นส่งความจริงใจไปให้หญิงสาวเบื้องหน้าเต็มที่ หากแต่คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลกลับมองคนทั้งสองอย่างนึกเคืองหนัก

แกหิวไม่ใช่เหรอ สั่งอาหารแล้วรีบกินรีบไปเถอะ อยากกลับบ้านเต็มทีแล้วปกรณ์หันมาบอกเพื่อนรัก รีบร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ชายหนุ่มนึกเคืองตนเองอยู่ไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องไม่พอใจเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานๆ นั่นโปรยให้เพื่อนรักของเขา คนที่คิดถึงบ้านจึงหาเรื่องรีบปลีกตัวออกจากสถานการณ์เช่นนี้ให้เร็วที่สุด

อรรถสิทธิ์จึงจัดการสั่งอาหาร ส่วนคนทำหน้าที่บริการอย่างมุนินทร์ก็คอยจดรายการและคอยหลบตาเขียวขุ่นของใครบางคนที่คอยลอบมองเธอตลอดเวลา ใช่ว่าเธอกลัวเกรงอะไรเขาหรอกนะ แต่หัวใจมันหวิวๆ ยังไงชอบกล พานจะทำงานไม่ได้เสียอย่างนั้น ชั่วแวบหนึ่งมุนินทร์นึกว่าตัวเองที่เผลอมองเขาและชื่นชมว่าชายหนุ่มตรงหน้านั่นหล่อเหลือเกินแต่เมื่อคนงามได้สติความคิดนั้นก็เลือนหายไป เหลือเพียงแต่เรื่องงานและเรื่องเงินเท่านั้น

 

ไม่นานนักอาหารจานเด็ดก็มาเสิร์ฟอยู่เบื้องหน้าสองหนุ่มหล่อสองสไตล์ สองเพื่อนรักไม่รอช้ารีบทานอาหาร พร้อมสนทนากันไปตามประสาเพื่อนซี้ บริกรสาวสวยอย่างมุนินทร์จึงเลือกที่จะออกมายืนรอเรียกอยู่ด้านนอกเสียดีกว่า เพราะคิดว่าสองคนนั่นอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัวก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

อัพเพิ่มอีกนิดค่ะ 

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้พี่เป้และนิกกี้ด้วยนะคะ

ขอบคุณจ้า

 

อ่านให้จุใจในฉบับเต็มได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า

 

 
 

 

 

ความคิดเห็น