เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 4 ลูกรัก (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ลูกรัก (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2563 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ลูกรัก (100%)
แบบอักษร

(ต่อ) 

 

“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมขอตัว” 

เขาพยุงร่างของคริสเดินแยกออกไปทันที ตรงไปยังห้องนอนของอีกฝ่ายที่ชั้นล่างโดยไม่หันกลับไปมองคนที่ยืนมองส่งเบื้องหลังอีกเลย 

กำแพงความรู้สึกระหว่างสองพ่อลูกขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว จากความเหินห่างเพียงเล็กน้อยได้กลายเป็นเส้นขนานกว้างไกลในที่สุด ไม่รู้ว่ามาวินสร้างขึ้นมาหรือว่าเป็นท่านเองที่ก่อมันกับมือ… 

คุณเตชินมองส่งกระทั่งบานประตูห้องห้องหนึ่งปิดสนิทนานแล้ว จึงก้มหน้าเดินจากมาเช่นกัน 

 

ฮึก 

ทันทีที่วางร่างของคนสนิทลงบนเตียง ร่างสูงก็ทรุดฮวบลงบนพื้น คุกเข่า กำมือวางบนตักแล้วปล่อยโฮออกมาในที่สุด เจ็บแค้น ปวดใจจนไม่อาจสรรหาคำบรรยายในความรู้สึกออกมาได้หมด  

เขาอึดอัดจนจุกแน่นในอก หัวใจที่เต้นอยู่ปวดแสบจนแผลเก่าที่แห้งกังเหวอะหวะจนอักเสบรุนแรงอีกครั้ง 

“พ่อ!” เขาเค้นเสียงเอ่ยเรียกผู้ให้กำเนิดแผ่วเบา หากดังพอให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนใบหน้าแตกยับบนเตียงได้ยิน 

คริสขบกรามแน่น กระเสือกกระสนพาร่างสะบักสะบอมของตนลงมาทิ้งกายเคียงข้างผู้เป็นนายเงียบๆ ไม่ได้ปลอบโยน เพราะไม่รู้จะพูดอะไร ตั้งแต่ได้ยินสิ่งที่ออกจากปากของคนเป็นพ่อ ชายหนุ่มก็นึกดีใจที่ตนเองเป็นเด็กกำพร้า เขาใช้นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองผู้เป็นนายนิ่งนานทั้งสงสาร เวทนา และเคียดแค้นแทนจนต้องกำมือที่กุมท้องตนเองแน่น แม้ไม่รู้จะปลอบด้วยคำพูดใด แต่กายสูงใหญ่ก็ไม่ได้ผละจากไปไหนทั้งนั้น 

เนิ่นนานกว่าเสียงสะอื้นจะเงียบลง ร่างกายที่ลู่ไหวค่อยๆ ขยับเขยื้อนเล็กน้อย 

“วิน” เสียงเรียกชื่อเล่นของเขาเป็นภาษาแปร่งๆ ส่งผลให้มาวินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นวงหน้าสะบักสะบอมของคนสนิทแล้วถอนหายใจหนักๆ เช็ดน้ำตาที่อาบแก้มตนเองแล้วผละลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปประคองร่างที่สูงใหญ่กว่าตนกลับขึ้นไปนั่งบนเตียง 

“รอนี่จะไปหายามาทาให้” 

คนพูดเอ่ยห้วนๆ ตามปกติแล้วจากไป เสียงบานประตูห้องนอนของคริสปิดลง เจ้าของห้องจึงถอนหายใจบ้าง 

มือที่วางข้างลำตัวกำแน่น นัยน์ตาสีฟ้าวาวโรจน์ ขบกรามจนเป็นสันนูนยามคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าเมื่อหลายชั่วโมงก่อน 

“นี่คนนี่หรือ” 

“ครับ” 

เขาได้ยินเพียงเท่านี้ก็ไม่มีสติพอจะปะติดประต่อเรื่องราวได้ ฝ่ามือฝ่าเท้าของคนมากกว่าสิบรุมล้อมเข้ามา แม้จะมีวิชาต่อสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเจอคนมากกว่ารุมยำก็เหมือนหมาจนตรอกที่ถูกตัดแขนตัดขา 

สุดท้ายก็นอนนิ่งให้ร่างกายถูกรุมสะกรัมจนแตกยับ แทบมองไม่ออกว่าตัวเองเป็นใคร 

ดวงตาสีฟ้านอนนิ่งมองสายน้ำกระเซ็นจากแอ่งน้ำเล็กๆ เบื้องหน้ายามฝีเท้าของคนมากมายเหยียบย่ำลง ก่อนหน้านี้ฝนหน้าหนาวโปรยปรายลงมาทำให้อากาศยิ่งเย็นลง ทว่าไม่เทียบเท่าหัวใจของร่างที่นอนสะบักสะบอมบนพื้น 

เขาไม่ได้คิดถึงตนเอง หากคิดถึง… นายของตน 

มาวินชุบชีวิตกากเดนเช่นเขาขึ้นมาจากโคลนตม มอบอนาคตให้ แม้จะเรียกไว้ใช้งานข้างกายไม่ห่างไปไหนราวขี้ข้า แต่คริสกลับเทิดทูนผู้ชายที่อายุมากกว่าตนหนึ่งปีมากกว่าสิ่งใด เพราะถ้าไม่มีมาวิน คืนนั้นเขาก็คงตายไปแล้ว 

ทว่าความคิดของชายหนุ่มหยุดลง เมื่อชื่อของเจ้านายดังขึ้นมาจากคนที่ยืนมองมาไม่ไกลกันนัก 

“เจ้าวินมันหาคนได้ดี” 

ใบหน้าที่แตกยับค่อยๆ ขยับขึ้นมอง เห็นดวงหน้าภูมิฐาน แววตาใจดี ละหม้ายคล้ายมาวินก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย  

“พาตัวมันกลับไป ฉันจะทำให้เจ้าวินมันรู้ว่าเวลาพ่อเอาจริง มันเป็นยังไง!” 

ที่แท้กระทืบเขาก็เพื่อข่มขู่มาวินนี่เอง หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าขบกรามแน่น เจ็บแค้นใจจนแทบขบกรามแตกละเอียด ในใจภาวนาให้ตนเองไม่มีผลต่อความรู้สึกของนายนัก ให้มาวินมองเขาเป็นเพียงขี้ข้าน่าจะดีกว่า 

เขารับรู้มาตลอดว่ามาวินทุกข์ใจเรื่องที่บ้าน มีอะไรในความรู้สึกลึกซึ้ง หากไม่ยอมบอกใคร แม้จะทำตัวเกเร มั่วผู้หญิงบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่ข่าวประโคมออกไป เพราะส่วนใหญ่มาวินจะใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปมากขึ้นอีกหลายเท่า เขาไม่รู้เหตุผลนัก แต่พอได้พบบิดาของอีกฝ่ายในวันนี้ก็เข้าใจ 

ที่ผ่านมาเพื่อนคนเดียวของเขาพบเจอสิ่งใดที่เมืองไทยมาบ้าง เขานึกไม่ออกเลย 

คนที่เหมือนจะสมบูรณ์ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ กลับมีหลายอย่างให้ต้องแบกรับ เขาอยากถาม อยากช่วยนายแบ่งเบา เพราะมองออกว่าตนเองคงมีน้ำหนักในใจนายไม่มากก็น้อย หากมาวินหมางเมินเขาจริงๆ คงไม่แบกหิ้วคนไร้ประโยชน์กลับมาส่งที่ห้องนอนแบบนี้แน่  

คริสไม่อาจคิดแทนนายของตนได้อีก ทำได้เพียงถอนหายใจหนักๆ มองตามเส้นทางของคนที่เพิ่งเดินออกไป แล้วสาบานกับตนเอง 

“ไม่เป็นไรวิน ฉันอยู่กับนายเอง” 

เห็นได้ชัดว่ามาวินไม่มีใครเคียงข้างเลย นอกจากเขา แต่ไม่เป็นไร แม้ในสายตาของอีกฝ่ายเขาจะเป็นเพียงลูกไล่หรือขี้ข้าก็ตาม หากในความรู้สึกของเขา มาวินคือเจ้าของชีวิต คือพระเจ้าดีๆ นี่เอง 

เพราะหากไม่มีอีกฝ่ายช่วยยื้อชีวิต คืนที่เขาถูกทำร้ายสาหัสคืนนั้น เขาคงตายไปแล้วจริงๆ 

ในขณะที่คริสเทิดทูนมาวิน และหาทางช่วยเหลือเพื่อนคนเดียวตน คนที่อีกฝ่ายกำลังช่วยคิดกลับเอาแต่นั่งมองมือตนเอง ยามกำมือเข้ากันทั้งสองข้างมันกลับสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

เขาขบกรามแน่น กำมือเข้ากันแล้วเชิดหน้าขึ้นสูง ข่มความรู้สึกในใจทั้งหมดให้สงบลง ลุกขึ้นเดินไปหยิบขวดยาจากลิ้นชักในห้องครัวออกมา เทยาสองเม็ดลงบนฝ่ามือแล้วยัดใส่ปากกรอกน้ำตาลงไปอึกใหญ่จึงผ่อนลมหายใจออกทางปาก

ตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ เขาก็มีอาการประหลาด เขาไม่ได้บอกใคร แต่เรียกมันว่าความหวาดกลัว ทั้งที่จริงแล้วมันคือ Phobia หรือโรคกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินกว่าเหตุ

มาวินไม่เคยเอ่ยถึงมัน ยามเขามีอาการกำเริบก็มักหยิบยาที่ได้จากจิตแพทย์ที่เข้ารับการรักษามากิน ไม่ได้โวยวายเรียกร้องให้ใครต้องสนใจนัก ทว่าอาการของเขาไม่ได้กำเริบมานานมากแล้ว นับตั้งแต่… มาวินนึกย้อนไปถึงครั้งสุดท้ายที่เขามีอาการกำเริบคือคืนวันฝนตกคืนหนึ่งในช่วงสองปีก่อน ทว่าหลังจากมาที่อเมริกา เขาพบเจอผู้คน สถานที่ใหม่ๆ ก็ไม่ได้มีอาการของโรคอีก หากแต่… วันนี้สิ่งกระตุ้นเดินเข้ามาหาพร้อมวาจาเฉือดเฉือนจึงยากนักที่อาการซึ่งหายไปนานจะไม่กำเริบขึ้นมา

เขาเป็น ‘ลูกรัก’ ในสายตาใครต่อใคร แม้กระทั่งวาคิน

ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเพราะ ‘ความรัก’ ของมารดาที่มากเกินไปส่งผลชีวิตเขาเช่นไรบ้าง

ในขณะที่วาคินอิจฉาที่มารดารักใคร่ ห่วงใยเขามากที่สุด ตัวเขาเองกลับอิจฉาน้องชายต่างบิดาที่ได้รับความรัก และอ้อมกอดจากบิดามาโดยตลอด ใช้ชีวิตโดยมีความทรงจำงดงามบ้าง ไม่ต้องอยู่คนเดียวเพียงลำพัง

หันซ้ายก็พบทัศนัย หันขวาก็มีครอบครัวจากฝั่งบิดาคอยหนุนหลัง

ทว่าเขากลับไม่มีใครเลย รอบข้างมีเพียงความว่างเปล่า คนเดียวที่เขาพอจะรู้สึกว่ายืนเคียงข้างเขามาโดยตลอดก็คือกลอยใจ หากแต่ท้ายที่สุดหญิงสาวก็ยังคงยืนห่างออกจากในระยะที่ไกลเกินเอื้อมโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายคนที่เขาคิดถึงเวลาทุกข์หนักจริงๆ ก็ยังคงเป็นวาคิน… น้องชายคนเดียวของเขา ทว่าอีกฝ่ายก็สร้างเส้นกั้นบางๆ ขึ้นมาขัดขวางความสัมพันธ์ที่เขาพยายามก่ออยู่เสมอ

ท้ายที่สุดมาวินก็เหลือเพียงอ้อมกอดของตนเอง

บางครั้งเขาเกลียดตัวเอง เกลียดที่อ่อนแอ ยอมมารดาเสมอ ทว่าบางครั้งเขาก็เกลียดบิดามารดาพร้อมๆ กัน เกลียดที่อดีตของท่านส่งผลต่อเขาเสมอมา เกลียดที่การจากลาของบิดามารดาคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

เขาพร่ำโทษทุกคน เกลียดชีวิตที่ถูกขีดเส้นเอาไว้ และนามสกุล ‘เลิศวรานนท์’ จนกระทั่งหักใจใช้นามสกุลนั้นได้

นามสกุลสูงส่งที่ฉากหน้าเคลือบไว้อย่างแน่นหนา แต่ข้างในกลวงโบ๋ ไม่มีสิ่งใด แม้กระทั่งคำว่าความสุข

เขาอยากบอกน้องชายเหลือเกิน เล่าเรื่องความทุกข์ของตนให้น้องฟัง แต่เส้นกั้นบางๆ ที่วาคินสร้างนับวันยิ่งขยายใหญ่ จากแววตาราบเรียบที่ทอดมองมาค่อยๆ กลายเป็นเย็นชาขึ้นทุกที

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด หยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วเก็บกระปุกยาซ่อนไว้ในส่วนลึกของลิ้นชักภายในห้องครัวตามเดิม แล้วกลับออกมาที่ห้องรับแขกตรงไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลในตู้ข้างหลังโซฟา แล้วกลับเข้าไปทำแผลให้คริสอย่างเงียบเชียบ ไม่เอ่ยถึงเรื่องใดใดในวันนี้อีกเลย

หากทุกคนอยากให้เขาเดินตามเส้นทางที่ขีดเขียวไว้นัก เขาก็จะทำ…

7 ปีต่อมา

“ตามไปไม่ได้จริงๆ เหรอ” เสียงถามเป็นภาษาไทยชัดเจนส่งผลให้มาวินต้องหันกลับไปมอง เผยรอยยิ้มน้อยๆ ตามปกติเวลามองคนสนิทแล้วเอ่ย

“ยังก่อน”

พอได้คำตอบที่ชัดเจนอีกครั้ง คอของคนสูงใหญ่ก็ตกลง แววตาหม่นแสงยามมองส่งเจ้านายซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวอย่างท้อถอย

มาวินลากกระเป๋าของตนเดินจากไป ทว่าเพียงก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา

คริสเลิกคิ้ว ยิ้มกว้างก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้ “ให้ไปด้วยแล้วเหรอ”

หากชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ ปรับสีหน้าให้ราบเรียบแล้วเอ่ย “ต่อไปนี้ย้ายไปอยู่ในที่อพาทเมนท์ที่ซื้อให้ อย่ากลับไปที่บ้านอีก เข้าใจไหม”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของมาวิน แต่ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบหนุ่มอเมริกันขนานแท้ก็พยักรับ

“เข้าใจแล้ว”

มาวินเห็นอีกฝ่ายสีหน้าไม่ดีจึงขยับเข้าไปหา จบไหล่กว้างที่ห่อลงแรงๆ สองที

“ฉันไม่ได้ทิ้งนาย แต่ตอนนี้ยังกลับไปไม่ได้ รอให้ฉันเคลียร์ที่ทางแล้วจะส่งข่าวมา”

คริสไม่ใช่คนดื้อดึง หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายปีก็เข้าใจได้ว่านายมีอะไรให้ต้องแบกรับเยอะ

ทว่าสิ่งที่มาวินไม่ได้บอกยังมีอีกมาก และหนึ่งในนั้นก็คือคำสั่งของมารดา ท่านไม่ต้องการให้เขาพาคนสนิทชาวอเมริกาที่มีพื้นเพเป็นเพียงเด็กกำพร้าซึ่งเขาเก็บมาจากข้างผับกลับไปบ้านเลิศวรานนท์ด้วย

หากเป็นมาวินคนก่อนอาจเชื่อฟังในทุกอย่างที่มารดาออกคำสั่ง ทว่ามาวินในวันนี้เติบโตขึ้นมากแล้ว เขาไม่ได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเชื่อ และทำตามอย่างเดียว หากขบคิดหาหนทางอยู่ตลอดเวลา

เขาไม่มีคนทิ้งเพื่อนคนเดียวที่มี หลายปีที่ผ่านมาสอนเขาหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือ… สุดท้ายยามไม่เหลือใคร เขามีเพียงมันคอยนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ เสมอมา

“รอฉัน ไม่นานเราจะได้พบกัน”

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น