facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : LOOPTIE CHAPTER 5 :: [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 96.6k

ความคิดเห็น : 395

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2559 06:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LOOPTIE CHAPTER 5 :: [100%]
แบบอักษร
CHAPTER 5

JAGUAR : อยู่ไหน

NiNA : มหาลัย

JAGUAR : ทำไมเลิกช้าจังวะ

NiNA :…

JAGUAR : … 

ไม่ตอบกลับฉันด้วย ดูมันกวนตีน

NiNA : ทำไม

JAGUAR : หิว

NiNA : เอากับข้าวเมื่อเช้าไปอุ่นเอา

JAGUAR : ไม่!

NiNA : งั้นก็หิวตายไปเถอะ

JAGUAR : เอาป่ะละ เวลาหิวชอบซาดิสอยู่ด้วย

NiNA : พูดอะไร

JAGUAR : sex

NiNA : ไอ้เหี้ย

JAGUAR : เออ เดี๋ยวไปรับหิว!!!

 

ให้มันหิวตายไปเถอะ ฉันเก็บมือถือลงกระเป๋าถือใบโปรด ส่ายหน้าเอือมระอากับนิสัยไอ้บ้าจากัวร์ หิวก็ไม่มีปัญญากิน ไม่สิมันมีปัญญากินอาหารง่ายๆแต่มันชอบกวนตีนไง

 

“วันนี้พอแค่นี้ค่ะ นักศึกษาอย่าลืมงานที่สั่งไว้ด้วยละ” อาจารย์ปล่อยพอดี

 

“จะไปไหนต่อมั้ยนีน่า” เอส เพื่อนในคณะถามขึ้นหลังจากที่ฉันเก็บกระเป๋าตัวเองเสร็จ หมอนี่เป็นคนหล่อคนหนึ่ง เราเคยถ่ายแบบชุดว่ายน้ำด้วยกันมาแล้ว เหมือนจะจีบๆฉันอยู่ด้วย

 

“มีอะไรรึป่าว?” ฉันไม่ได้ตอบคำถามเลือกที่จะลุกออกจากเก้าอี้เดินนำเอสออกจากห้องเรียนมุ่งหน้าไปยังหน้ามหาวิทยาลัย เอสเดินตามมาติดๆ เพื่อนในคลาสเดียวกันมองหมอนี่ตาเป็นมัน

 

“ว่าจะชวนไปหาไรกินหน่อย ร้านนั่งชิวแถวหน้ามอ” เอสตอบ และยิ้มเขินๆให้ฉัน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ไม่มีผัวแล้วอย่างฉันคงจะละลายไปแล้วสำหรับฉันหมอนี่เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาบ้านๆ

 

ฉันน่ะชอบแบบ เถื่อนๆแบดๆ บอดี้สูงยาวเข่าดี ดีกรีลูกเศรษฐี (อันนี้ก็เพิ่งรู้ว่าบ้านมันรวยกว่า)

 

“ไปกันกี่คนละ” พอดีเบื่อผัวด้วย อยากกินอะไรเย็นๆเหมือนกัน

 

“มีฉันมีเธอแล้วก็เพื่อนฉัน

 

ปี้นนนนนนนนนนนนน

 

เอี๊ยดดดดดดด

ฉันยังฟังเอสพูดไม่จบด้วยซ้ำ เสียงรถและเครื่องยนต์ราคาแพงพร้อมกับเสียงแตรดังสนั่น ไม่ได้เวอร์นะเสียงแตรรถคันนี้มันดังดีจริงๆ เอสและฉันหันไปมองแวบหนึ่งก่อนที่หมอนี่จะจับไหล่ฉันทั้งสองข้างให้หันไปหาเขา เพราะฉันเอาแต่มองรถยนต์คันนั้นไม่ละสายตา

 

“ตกลงไปใช่มั้ย”

 

” ฉันไม่ได้ฟังเอสพูดด้วยซ้ำ แต่พยายามแกะแขนหมอนี่ออกจากไหล่มน ร่างกายฉันร้อนวูบวาบทันทีโดยอัตโนมัติ ร่างกายฉันคล้ายจะส่งสัญญาณเตือนว่าที่นี่นับจากวินาทีนี้ เละ!

 

“ปล่อย อย่ามาแตะตัวฉันๆ” พูดไปฉันก็มองรถยนต์คันนั้นไป เสียงเครื่องยนต์ดับสนิทลงแล้ว พร้อมกับประตูบรถที่ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยแรงระดับหนึ่งทุกสายตากำลังเพ่งไปที่รถยนต์คันนั้น เจ้าของรถก้าวเท้าออกมาจากตัวรถพร้อมกับเดินไปอีกทางที่ฉันอยู่ ฉันใช้จังหวะนี้รีบตะปบมือเอสออก

 

ทำไงดีๆๆๆๆๆ ฉันตายแน่ ไม่สิเราตายแน่

 

“เอ่อ ขอโทษนะ” เสียงเอสบอก แต่ฉันไม่มีอารมณ์มายืนฟังคำขอโทษไง

 

“อื้อๆ  นายไปได้ละ”

 

“ทำไม แล้วตกลง?”

 

“ไม่อ่ะ  โทษนะ  นายไปเถอะ ก่อน”ฉันยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ เสียงลากโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งใกล้ๆเข้ามาเรื่อยๆ ผู้คนรอบๆดูแตกตื่นและชื่นชมในคราเดียวกัน ฉันไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีเลยตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาเสียงนั้น

 

ให้ตายเถอะ เสียงโลหะที่ว่ามันคือท่อนเหล็กขนาดพอดีมือเจ้าของร่างที่ถือมา ฉันวิ่งมาถึงตัวเขาในไม่กี่วินาทีก่อนจะหยุดสบตากับเจ้าของนับตาสีดำสนิท

 

เจ้าของนัยน์ตานั้น ตวัดสายตามองมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ฉันเห็นมือเขากำท่อนเหล็กแน่นจนเห็นเส้นเลือดใหญ่ ใบหน้าเขาบูดบึ้งสุดๆ เขาเดินผ่านฉันและสาวเท้าเข้าไปหาเอสที่ยืนงงอยู่ เชื่อเถอะหมอนั่นคงตกใจที่เห็นจากัวร์อยู่ตรงหน้าในระยะ 5เมตรแบบนี้

 

ไม่ใช่ใครหรอก จากัวร์ยังไงละ

 

“หมอนั่นไม่ได้ตั้งใจ”ฉันรีบเดินตามจากัวร์และคว้าแขนเขาไว้ก่อนจะบอกออกไป เจ้าตัวแค่เค้นรอยยิ้มโรคจิตมาให้แล้วสะบัดแขนฉันออกด้วยความโมโห

 

ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะทำยังไงให้สองคนนี้ไม่ตีกัน จากัวร์มันเหมือนคนอื่นเขาที่ไหนละ ถ้าถือท่อนเหล็กขนาดนี้เชื่อเถอะโมโหขั้นสูงสุดแล้ว

 

เอสเดินถอยหลังหนีอัตโนมัติ ส่วนแฟนฉันก็สาวเท้าเข้าไปหาอย่างใจเย็น ฉันไม่รู้จะห้ามยังไงฉันตั้งตัวไม่ทันไม่เคยเห็นหมอนี่เป็นแบบนี้กับฉันมาก่อนด้วย

 

จากัวร์เดินเข้าไปหาเอส หมอนั่นเดินถอยหลังจนหลังไปติดกับผนังอาคารเรียน ฉันเห็นใบหน้าเอสถอดสี เขาปากซีดและดูน่าสงสาร

 

ฉันอยากจะร้องไห้แทน

 

“มึงใช่มั้ยที่ถ่ายแบบกับยัยนี่”จากัวร์พูดขึ้น เขามองหน้าเอสที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยอารมณ์รุนแรงอย่างกับจะฆ่าคนได้ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงก่อน ตอนนี้ทำได้แค่คว้าแขนคนข้างๆไว้ จากัวร์ใช้มือที่ว่างแกะมือฉันออก แต่เสียใจฉันมันหน้ามึนได้หมอนี่มาเต็มๆ“กูถาม!

 

จากัวร์เริ่มส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ เมื่อเอสยังไม่ยอมตอบคำถาม หมอนั่นยืนเอ๋ออยู่ฉันเลยกระตุกแขนจากัวร์ให้หันมาสนใจฉันแทน จากัวร์ลดสายตามองฉันด้วยสายตาดุดันฉันอ้าปากพูดแทบไม่ออก

 

“จากัวร์วางอาวุธ” ฉันไม่ได้จะสั่งเขานะ แต่ฉันกลัวคนที่ไม่รู้อะไรจะเป็นอะไรไป

 

“เธอแม่งหุบปาก!

 

เคร้งงงงง

 

เสียงโลหะตกลงบนพื้นปูนดังขึ้น จากัวร์โยนเหล็กในมือทิ้งอย่างฉุนฉียว เขาตวัดสายตามองฉันอย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปเล่นงานเอสที่ยืนมองเราสองคนอึ้งๆอยู่

 

หมอนี่น่ะ คงไม่รู้เรื่องฉันกับจากัวร์แน่ๆ

 

“ส่วนมึง ถ่ายแบบเป็นงานมึงกูเข้าใจ” จากัวร์ว่า และตบไหล่เอสแรงๆสามที “แต่มึงจับไหล่ยัยนี่กูรับไม่ได้!

 

ผลั้ววววว

 

“โอ้ยยย”

 

“จากัวร์!” ตกใจอยู่แล้วยิ่งตกใจเข้าไปอีก จากัวร์ต่อยเอสจนหมอนั่นเลือดกบปาก ฉันได้แต่ขอโทษเขาในใจคนไม่รู้อะไรไง หมอนี่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำคู่กับฉันวันนั้น วันที่ฉันหนีไปนอนกับลีน่าและตอนนี้ที่จากัวร์โมโหขนาดนี้ต้องเห็นหนังสือแฟชั่นเล่มนั้นแล้วแน่ๆ คงไม่รู้ว่าฉันมีแฟนแล้วแน่ๆ

 

อึก

 

 

ฉันกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ  สองมือจับมือข้างที่จากัวร์ต่อยเอสไว้แล้วบอกหมอนั่นให้หนีไปทางสายตา

 

“ดูหน้าด้วยไม่มีอารมณ์” คนเจ้าอารมณ์หันมาบอก เขาปรายตามองมือฉัน และมองมาเหมือนตัวอะไรซักอย่างที่ไม่อยากเข้าใกล้ จากัวร์เดินเข้าหาเอสอีกรอบ

“ห้ามอ่อย ห้ามทัก ห้ามรักคนของกู!” 

จากัวร์เป็นคนขึ้หวงไง

 

“ครับ ผมขอโทษครับ” พูดจบเอสยังฉลาดวิ่งหนีไปเลย

 

“อายเค้า” ฉันพูดกับเขาได้แค่เสียงที่นิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เผื่อมันจะทำให้จากัวร์ใจเย็นลงบ้าง แต่ปล่าวเลยไม่เย็นลงซักนิด ตรงกันข้ามเขาสะบัดมือฉันออกอย่างรังเกียจ และเดินหนีไปที่รถ “อย่ามาเดินหนี” นิสัยฉันไง ทีมันยังไม่ชอบให้หันหลังให้ ฉันก็ไม่ชอบถูกเมินเหมือนกัน

 

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้ง

 

“จากัวร์!”ฉันวิ่งตามหลังเขาไปที่รถ อายสายตาคนหน้ามหาลัยด้วย ตอนนี้ฉันเหมือนคนที่กำลังตามตื้อผู้ชายที่เขาไม่สนใจอยู่ น่าสมเพชตัวเองชะมัด

 

จากัวร์เข้าไปในรถฝั่งคนขับฉันก็ก้าวขึ้นรถด้วยความไวเช่นกัน

 

“ลงไป” จากัวร์ไม่มองหน้าฉันซักแอะ ไม่แม้แต่จะละสายตาจากถนนตรงหน้า ฉันทำตัวไม่ถูกไม่เคยโดนไล่แบบนี้เลยได้แต่อ้าปากค้างมองเขา “ลงไปซะ ก่อนที่เธอจะขัดใจฉันไม่ได้” จากัวร์บอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาสุดๆ จากใบหน้ากวนตีนที่ฉันเห็นอยู่บ่อยๆตอนนี้มันไม่มีแววล้อเล่นอยู่ในสายตาคู่นี้เลย

 

ฉันผิด เออยอมรับก็ได้!

 

“หนึ่ง”

 

 

“สอง”

 

 

“สาม”

 

บื้นนนนนนนนนนนนนนน

 

เขานับถึงสามพอฉันไม่ตอบเขาก็ออกรถทันที จากัวร์ขับรถออกจากหน้ามหาลัยด้วยความเร็วสูง ใบหน้าดูบูดบึ้งสุดๆเท่าที่ฉันเคยเห็นมา เขาไม่พูดไม่จาไม่แตะตัวฉันเลยซักนิดเดียว ดูไปดูมาเหมือนจะขยับตัวเข้าไปชิดขอบประตูทางตัวเองมากกว่าปกติ

 

จากัวร์ไม่อยากเข้าใกล้ฉัน!

 

“จากัวร์” ฉันลองเรียกดู แต่ไม่มีปฎิกิริยาตอบรับ มีเพียงลมหายใจฮึดฮัดเท่านั้น แล้วฉันน่ะไม่ชอบอะไรแบบนี้ด้วย

 

เขาเอาแต่เหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่างกับตัวเองกำลังแข่งรถอยู่ในสนามแข่งอย่างนั้น ฉันอยากจะด่าให้หูชา แต่โดนเมินขนาดนี้ไปไม่เป็นเหมือนกัน ที่แน่ๆคือฉันไม่โอเค

 

“จากัวร์” ฉันเรียกเขาอีกรอบ คนข้างๆไม่ตอบเหมือนเดิมฉันก็ไม่ได้มีความอดทนขนาดนั้นไง พอไม่ตอบฉันก็กัดเข้าที่แขนจากัวร์จนจมเขี้ยว

 

 

เงียบ ไม่ร้องออกมาซักแอะ หน้ายังนิ่งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสายตาที่มองมาเหมือนฉันมันน่ารำคานเต็มที บอกตามตรงฉันไม่ใช่คนทนอะไรได้ ฉันถึงได้ยอมผละออกจากแขนจากัวร์

 

เวลามันโกธรแล้วก็ชอบเงียบ!

 

“นายกำลังทำฉันหงุดหงิดนะ!

 

” เงียบ เงียบจนฉันเริ่มตกใจ ฉันหันไปมองจากัวร์ที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถทั้งตัว คิดอยู่ว่าจะทำยังไงให้ยอมพูดด้วย อย่างน้อยโวยวายก็ได้ ไม่ใช่เงียบแล้วน่ากลัวแบบนี้

 

“นายโกธรอะไรนักหนา”ฉันถามพลางจ้องเขาไปด้วย ยิ่งเขาเงียบฉันยิ่งขยับตัวเข้าไปหาทั้งๆที่หมอนี่ขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่ ไม่สนหรอกว่ามันจะเกิดอุบัติเหตุมั้ย ถ้าไม่พูดกันให้เข้าใจตอนนี้ฉันเป็นประสาทตายแน่ๆ

 

“อย่าเงียบแบบนี้” แม้ฉันจะขยับเข้าไปใกล้จนต้องระหว่างเกียร์ที่เขาใช้มือจับเอาไว้อยู่ เอาสิขับเร็วได้ก็ขับรถไป ไม่พูดก็ไม่พูดไป ให้รถมันคว่ำตายทั้งสองนี่แหละ

 

ฮึบ!

 

เอี๊ยดดดดดดด

 

ฉันแทรกตัวเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างขาของจากัวร์ มันเป็นที่ว่างเล็กๆของเบาะเขา ใครบอกให้หมอนี่นั่งกางขาเองละ ฉันนั่งได้แต่เหมือนว่าหลังฉันจะติดหับหน้าอกคนขับรถอยู่ ผมฉันกำลังสยายเต็มหน้าของจากัวร์ จนเขาต้องผ่อนรถลงและจอดในที่สุด

 

ไม่มีเสียงด่าว่า ดุด่าใส่ฉันซักคำ

 

เขาปัดผมฉันออกจากใบหน้า และเมินหน้าหนี

 

หน้าทั้งหน้าฉันมันร้อนและชาไปหมด ฉันตัดสินใจ ย้ายตัวเองไปนั่งคร่อมจากัวร์ไว้แทน เข่าทั้งสองข้างของตัวเองวางอยู่บนที่ว่างของเบาะหนังราคาแพงที่จากัวร์ใช้รองนั่งอยู่ ดีนะที่ใส่กระโปรงพลีทมา ทุกอย่างมันเลยง่ายในการที่ฉันนั่งคร่อมอยู่บนตักเขา

 

แต่พอนั่งท่านี้แล้ว บริเวณระหว่างขาของฉันกับหว่างขาของจากัวร์ก็ยิ่งไม่มีอะไรกั้นมากเข้าไปอีก มีเพียงซับในและกางเกงยีนของผู้ชายขี้งอน ขี้เงียบคนนี้

 

โอ้ย!

 

“จากัวร์ อย่าเงียบ”ยิ่งเขาไม่ตอบ ฉันยิ่งแปลกใจ ปกติฉันไม่มานั่งง้อนั่งถามให้ใครตอบแบบนี้ ปกติจากัวร์ไม่เป็นแบบนี้ ฉันประคองหน้าเขาให้หันมาหา จูบคางจากัวร์ซ้ำๆจนทั่วคางเขาได้

 

คนโดนจูบไม่พูด เขาเอาแต่มองลงมาหาฉันแล้วก็เมินหน้าไปอีกทาง

 

“นี่ ก็จูบแล้วไง”ฉันก็ไม่ยอมไง เขาหันหน้าหนีฉันก็จับหน้าเขาหันมาอีก ยิ่งจากัวร์ไม่ผลักไสนั่นแปลว่าฉันจะทำอะไรก็ได้

 

“จากัวร์!นายเป็นใบ้หรือไง”

 

”เขาก็ไม่ตอบอยู่ดี

 

“เออ ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” ฉันพูดจบก็ลุกขึ้นจากตักไอ้บ้าจากัวร์แล้วก็นั่งหันหลังให้มัน มองแต่กระจกข้างไม่สนใจมันอีก จูบก็แล้ว คร่อมก็แล้ว นั่งตักก็แล้ว หมดปัญญา

 

 

เชื่อมั้ย!ตอนนี้ฉันกำลังอยากจะตบตัวเองละ ระหว่างทางฉันไม่ได้พูดกับจากัวร์อีกเราไม่คุยกันจนถึงคอนโด ถึงคอนโดก็แยกกันไปจากัวร์ไปยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนฉันเดินไปอาบน้ำออกมาก็เจอไอ้บ้าจากัวร์แก้ผ้าโทงๆอยู่ในห้องฉันก็เลี่ยงตัวออกมาไม่มองหน้ามันด้วย ไม่รู้ละง้อแล้วมันไม่หายเองนี่

 

และตอนนี้ฉันกำลังยืนทำกับข้าวอยู่ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันแต่ไม่รู้จะไปไหนแล้วเข้าห้องนอนก็เจอไอ้บ้าจากัวร์ ไปดูหนังในห้องนั่งเล่นเดี๋ยวมันก็ออกมาเล่นเกมส์อีก เลยเดินเข้ามาในครัวหาอะไรทำแค่นั้นแหละ

 

ไม่ได้มาทำกับข้าวให้ใครมันกิน

 

งอนมากก็ให้มันหิวตายไปเถอะ! ทำเสร็จฉันจะเททิ้ง!

 

ไม่กี่นาทีฉันก็ทำอาหารสองสามอย่างเสร็จ เป็นอาหารง่ายๆ ไข่เจียว ผัดผัก แล้วก็แกงจืดที่ไอ้บ้านั่นชอบกิน ไม่รู้ตัวเองเผลอจัดโต๊ะทำไม ฉันทำแล้วจะเททิ้ง!

 

ฉันเดินออกจากห้องครัว ก่อนจะถึงห้องนอนจะเป็นห้องนั่งเล่น  ฉันจะเดินไปหยิบถุงมาใส่กับข้าวไปทิ้ง พอดีถุงมันอยู่ใต้ตู้ในห้องนั่งเล่นไง อยู่หน้าจอเกมส์มันด้วย

 

ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจอเกมจากัวร์ ลืมไปแล้วว่าจะมาหยิบอะไร เห็นหน้าตาผัวแล้วอดเอ่ยปากไม่ได้จริง ดูคิ้วมันสิขมวดจะเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว

 

“ไปกินข้าว!

 

” เงียบไง งอนไรนักหนา

 

เบื่อผัว!

 

“จะกินไม่กิน ไม่กินจะเท” 

 
 
________________
TALK
ทีแรกจะมายาวกว่านี้ แต่เอา 100% ไปก่อนเนอะ  ตอนหน้าอะไรก็ไม่รู้รับรองหงายเงิบทั้งจากัวร์ทั้งหลีด55  
ละเจอกันค่ะ
ที่หายไปสองวันนี่คือ ไปหาเอ็กโซมาค่ะ คือเห็นหน้านางทั้ง5แล้วชื่นใจมาก เพิ่งจะว่างอัพอย่าเพิ่งหายไปไหนน้า  อยู่กับจากัวร์ไปนานๆนะเออ
ปล. ผิดตรงไหนบอกน้า  ยังไม่มีเวลาแก้เบย
มาช้ามาเร็วอยู่ที่ลีดล้วนๆ
 
 
 
ความคิดเห็น