mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 25 : ไม่เลือก [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 : ไม่เลือก [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 80.7k

ความคิดเห็น : 484

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2559 07:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 : ไม่เลือก [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 25

ไม่เลือก

 

 

          “เฮ้อ”

          “

          “เฮ้อ”

          “

          “เฮ้อ”

          “เป็นอะไรคะคุณธามทำไมถอนหายใจบ่อยจังเลย” น้ำเสียงนุ่มจากแม่นมที่กำลังยืนอยู่ทางด้านหลังทำให้ผมต้องยู่ปากแล้วหันไปฟ้องทันที

          “สิงห์ไม่ให้ผมออกไปไหนมาไหนคนเดียว”

          “คุณสิงห์ทำเพราะเป็นห่วงหรือเปล่าคะ”

          “เกินไป” ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปไหนไม่ใช่ว่าออกไปได้แต่ไปไหนคนเดียวไม่ได้เท่านั้นต้องมีสิงห์ไปด้วย ซึ่งบางทีผมก็อยากจะไปทำอะไรคนเดียวบ้างแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมีคนตามติดตลอด ผมส่ายหน้าแล้วตักอาหารเข้าปากไปอีกคำสองคำจากนั้นจึงวางช้อนลงกับจาน

          “อิ่มแล้วหรือคะ ทำไมวันนี้ทานน้อยจังเลย”

          “ไม่ค่อยอิ่มหรอกครับทานไม่ค่อยลงเสียมากกว่า”

          แม่นมเม้มปากเล็กน้อย นัยน์ตากลมมองผมแวบหนึ่งแต่พอผมมองกลับก็รีบหลบสายตาออกไปอย่างมีพิรุจ

          “แม่นมไม่มีวิธีที่ทำให้ผมสามารถออกไปได้เลยหรือครับ”

          “ไม่มีหรอกค่ะ”

          “ผมไม่เชื่อ”

          “ไม่มีจริงๆค่ะ”

          “ถ้ามีก็บอกธามหน่อยเถอะธามเบื่อไม่อยากอยู่แบบนี้อีกแล้ว”

          “

          “

          “เฮ้อ” จนในที่สุดผู้ใหญ่ปากแข็งก็ถอนหายใจแล้วยอมรับแต่โดยดี “ก็ได้ค่ะบอกก็ได้” แม่นมเดินมาทางผมมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าบอร์ดี้การ์ดที่มักจะเดินป้วนเปี้ยนในคฤหาสน์หลังนี้ไม่ออกมาปรากฏตัวก็รีบก้มลงกระซิบบอกที่ข้างหูของผมทันที “ตอนเช้านมจะไปจ่ายตลาดทุกวันถ้าอยากออกไปก็คงมีแต่วิธีนี้แหละค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ที่ประหลังเวลาหกโมงเช้านะคะ”

          ว่าจบก็ละออกไปอย่างรวดเร็ว ผมไม่ได้แสดงอะไรตอบเพราะเห็นใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร

          สิงห์เดินเข้ามานั่งลงข้างๆด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความหงุดหงิด

          “วันนี้กลับมาเร็วจังนะคะ”

          “อาจารย์ไม่เข้าสอนน่ะครับ”

          “จะรับอะไรดีไหมคะ”

          นัยน์ตาคมมองมายังจานที่ผมกำลังกินอยู่แล้วพูดเสียงเรียบ “ผมขอแบบธาม”

          “สักครู่ค่ะ” ว่าจบแม่นมก็เดินออกจากห้องไปและสิงห์ก็ยังไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบชีทที่ถือมาด้วยขึ้นอ่านเงียบๆจนกระทั่งอาหารจานเดียวอย่างข้าวกับผัดกะเพราไข่ดาวถูกเสิร์ฟมือหนาจึงวางชีทในมือลง เดินไปล้างมือจากนั้นจึงมานั่งกินไปด้วยอ่านชีทไปด้วย ดูจากท่าทางแล้วคงจะไม่หงุดหงิดธรรมดามีอารมณ์เสียปนๆมาด้วย

          “คุณธามคะน้ำค่ะ”

          “ขอบคุณครับ”

ครืด~ ครืด~

          เสียงโทรศัพท์สั่นทำให้ผมหยุดชะงัก พอหันไปมองอีกคนก็พบว่าเขาหยิบขึ้นมารับคุยนิดหน่อยใบหน้าที่บ่งบอกว่าหงุดหงิดก็ดูเหมือนจะหงุดหงิดมากกว่าเดิม ผมฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไรกันเพราะภาษาที่พูดน่ะมันไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ผมนั่งกินน้ำเงียบๆจนกระทั่งอีกฝ่ายลุกขึ้นยืนตะคอกใส่ปลายสายแล้วเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร

          ผมขมวดคิ้วสงสัยว่ามีอะไรที่ทำให้คนใจเย็นอย่างสิงห์อารมณ์เสียขนาดนั้น แต่ไม่ได้ถามเพราะเขาไม่ได้กลับเข้ามาในห้องอีก

 

          “สบายตัวจังเลย” ผมบอกขณะกำลังเอาผ้าขนหนูเช็ดผมพลางฮัมเพลงอย่างมีความสุข ตอนนี้เย็นแล้วครับวันนี้กะว่าจะรีบนอนเลยรีบอาบน้ำเร็วกว่าปกติ

          ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

          “ธามผมขอเข้าไปหน่อยสิ”

          “เข้ามาเลยไม่ได้ล็อค”

          ประตูเปิดออกทันทีที่ผมตะโกนบอก ร่างสูงเดินเข้ามาเขาเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นผมอาบน้ำเร็วทว่าไม่ได้ถามอะไร สิงห์นั่งลงที่โซฟาหน้าทีวีแล้วดึงมือผมให้มานั่งข้างๆ

          “

          “

          “มองไร” ผมได้แต่ยิ้มแหยะเมื่อไม่เห็นเขาพูด “มีอะไรหรือเปล่า”

          นัยน์ตาสีฟ้าเข้มสงบนิ่งมองผม จากนั้นมือหนาจึงจับมือผมไปแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากทางด้านหลังก่อนจะสวมเข้าที่นิ้วนางข้างขวาจากนั้นจึงกำมือผมเอาไว้แน่นไม่ให้ผมเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน

          “อะไรน่ะ”

          “” ผมถามแต่เขาไม่ตอบ จากนั้นมือที่กำอยู่ก็ค่อยๆคลายออกเผยแหวนเพชรสีขาวที่กำลังส่องประกายวิบวับยามถูกกับแสงไฟ “ผมให้”

          “คือมันผมทำหน้าเครียดขณะมองแหวนเพชร มันจะไม่เครียดถ้าแหวนมันไม่ได้ถูกสวมที่นิ้วนางข้างขวาเพราะความหมายโดยนัยของมันนั้นหมายถึงการหมั่นหมายและผมยังไม่พร้อม

          “ไม่เป็นไร ถ้าไม่อยากใส่ก็ถอดออกก็ได้” มือหนาเอื้อมมาม้วนเส้นผมของผมเล่นไปมา “ผมบอกแล้วไงว่าผมให้”

          “แค่ให้นี่ให้ของแพงเกินไปหรือเปล่า” ผมพูดติดตลกนั่นทำให้สิงห์ยิ้มเล็กน้อยแต่ประโยคถัดมาของเขากลับทำให้ผมยิ้มตามไม่ออก

          “ถ้าชอบคราวนี้ต่อไปจะซื้อให้แพงกว่านี้”

          “

          “สวยกว่านี้”

          “

          “ดีกว่านี้”

          “

          พรึบ

          ผมสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายยืนขึ้นแล้วเดินออกไปทางประตู มือหนาเปิดประตูออกแต่มิวายหันหลังกลับมาบอก

          “ฝันดีนะครับธาม”

        แล้วเดินออกไป

 

แม้จะยังกังวลกับเรื่องเมื่อวานอยู่แค่พอถึงเวลาตีสี่ของวันใหม่ผมก็รีบจัดการตัวเองให้เงียบที่สุดแม้กระทั่งไฟก็ยังไม่เปิด (กลัวคนจะเห็นว่าตื่นแล้ว) สุดธุระประมาณตีห้าจากนั้นจึงไปเอาหมอนข้างวางไว้ใต้ผ้าห่ม ช่วงนี้ผมมักตื่นสายอาจจะพอทำให้เพิ่มเวลาที่พวกเขาจะจับพิรุธไม่ได้ไปบ้าง

          พอเห็นว่าจะหกโมงแล้วผมจะหยิบกระเป๋าสตางค์พร้อมโทรศัพท์บล็อกเบอร์สิงห์เอาไว้ไม่ให้โทรเข้า แล้วค่อยๆเปิดประตูเดินลงบันไดให้เงียบที่สุดพอมาถึงห้องโถงด้านล่างก็รีบวิ่งไปยังประตูด้านหลังที่มีรถคันหนึ่งจอดรออยู่

          “มาเร็วค่ะคุณธาม”

          ผมวิ่งขึ้นรถทันทีก่อนจะย่อตัวนั่งหลบอยู่ด้านหลังเบาะพยายามทำตัวให้กลมกลืนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ชนิดที่ว่าถ้าเป็นกิ้งก่าได้คงจะทำไปแล้ว ตัวรถค่อยๆเคลื่อนออกคนขับเป็นคุณลุงท่าทางใจดีคนหนึ่งที่ผมคุ้นหน้าเสียวไส้สุดคือตอนที่รถขับออกจากคฤหาสตร์เพราะหน้าประตูมีบอร์ดี้การ์ดเข้าเวรเฝ้ากันอยู่

          กระทั่งผมเห็นว่าออกมาได้ประมาณหนึ่งกิโลแล้วจึงลุกขึ้นมานั่งเบาะดีๆ ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้วด้วยการจราจรในกรุงเทพมหานครจึงเริ่มติดขัดขึ้นอีกครั้ง แต่เราไม่ได้ไปตลาดในเมืองครับเราไปตลาดนอกเมืองแทน

          “คุณธามจะให้ไปส่งที่ไหนครับ” คุณลุงคนขับรถถาม ผมเม้มปากที่จริงๆก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกันว่าจะไปที่ไหนดี

          “อืมห้างก็คงยังไม่เปิดเดี๋ยวผมไปตลาดด้วยก่อนดีกว่า เดี๋ยวขากลับผมจะบอกเองว่าลงตรงไหน”

          “หนีออกมาแบบนี้ไม่กลัวโดนคุณสิงห์โกรธหรือค่ะ”

          “เขาโกรธผมไม่ลงหรอก” ผมคิดเข้าข้างตัวเองแม้จะยังไม่รู้ว่าความคิดตัวเองจะถูกต้องหรือเปล่า

          เรานั่งจากคฤหาสน์มาจนถึงตลาดใช้เวลาประมาณสามสิบนาที ผมลงจากรถมองตลาดตอนเช้าที่พลุกพล่านแล้วรีบไปอาสาถือตะกร้าให้แม่นมขณะเดินตามหลัง

          “จะซื้ออะไรหรือครับ”

          “พวกผักเนื้อที่จริงซื้อเอาไว้แล้ว วันนี้เลยจะซื้อพวกเครื่องปรุงหรือสิ่งที่ขาดแทนน่ะค่ะ จริงสิยังไม่ได้ทานอาหารเช้าใช่ไหม ข้างตลาดมีร้านโจ๊กนะคะไปทานก่อนดีไหม”

          ผมพยักหน้าเออออทันที เพราะท้องตอนนี้มันเริ่มจะเรียกร้องหาอาหารแล้ว

          “งั้นไปเถอะค่ะเดี๋ยวนมไปจ่ายตลาดเองดีกว่า คุณธามทานเสร็จนมก็น่าจะซื้อของเสร็จเหมือนกัน” มือบางยื่นมาหยิบตะกร้าในมือของผมไปถือเองก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย ผมบอกขอบคุณแล้วเดินเลี่ยงออกมายังด้านข้างของตลาดตามที่นมบอกพอมองซ้ายขวาก็เห็นร้านโจ๊กที่ตั้งอยู่จริงๆแล้ว เป็นร้านเล็กๆมีคุณลุงเชื้อสายจีนคนหนึ่งเป็นเจ้าร้านกำลังยืนเท้าสะเอวเรียกลูกค้าด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่

          “ขอโจ๊กหมูที่หนึ่งครับ” ผมสั่งแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งเล่นรอ ท่าทางโจ๊กร้านนี้จะอร่อย เพราะพอผมมานั่งเจิมเป็นรายแรกของร้านไม่นานนักผู้คนก็เริ่มมาทยอยนั่งตามจนเต็มหมดเกือบทุกโต๊ะแล้ว

        “ตี๋มาเอาโจ๊กไปเสิร์ฟหน่อย” เสียงตะโกนเรียกทำให้ผมเงยหน้าขึ้น พอเงยปุ๊บก็เจอกับเด็กน้อยคนหนึ่งตัวจ้ำม่ำผิวขาวตาตี่ๆหน่อยยืนโจ๊กมาให้ ผมยิ้มเล็กน้อยรับมาแล้วจ่ายเงินไปเลยแถมทริปไปเป็นค่าขนมให้ด้วย อาตี๋น้อยจึงเผยรอยยิ้มร่าเนื่องจากทริปที่ผมให้ไปน่ะแม้มันจะไม่มากแต่ก็ถือว่าสามารถนำมาซื้อโจ๊กได้อีกเกือบสามสี่ถุงเลยทีเดียว

          ผมมองความน่ารักของเด็กที่กำลังช่วยคนเป็นพ่อขายของแล้วนึกหวั่นใจใส่ตัวเองเพราะไม่เคยทำแบบนี้เลย ขณะหยิบช้อนตักโจ๊กเข้าปากแล้วก็

          “อื้ม!!” รสชาติอร่อยกระจายไปทั่วลิ้นผมเบิกตากว้างก้มลงมองโจ๊กหน้าตาธรรมดาแต่รสชาติระดับห้าดาวเลยทีเดียว ยิ่งตักกินยิ่งอร่อยจนในที่สุดอาหารเช้าของวันนี้ก็อิ่มท้องด้วยโจ๊กที่ผมจัดการฟาดไปสองถ้วยเต็มๆ

          “อร่อยไหมคะคุณธาม” แม่นมที่เดินมาจากไหนไม่รู้ถามแล้วสั่งโจ๊กกลับบ้านอีกประมาณสี่ถุงก่อนจะหันมาบอกกับผม “สาวใช้ที่คฤหาสน์ติดใจโจ๊กร้านนี้กันเกือบหมดเลยค่ะ”

          “อร่อยจริงๆนั่นแหละครับ”

          ผมได้คุยกับเถ้าแก่เจ้าของร้าน ลุงแกบอกว่าอาหารจะทำให้มันอร่อยมันต้องทำด้วยใจ ได้ข้อคิดมาเยอะแล้วยังได้รู้จักชื่อจริงๆของอาตี๋ด้วยจริงๆแล้วน้องเขาไม่ได้ชื่อตี๋ ที่เรียกตี๋เพราะผิวขาวกับตาตี่แต่ชื่อจริงๆคือเฮง ตั้งเพราะอยากให้ชีวิตมีแต่ความเฮงๆๆ

          ผมอยู่นานไม่ได้เพราะแม่นมต้องรีบกลับคฤหาสน์ไปเตรียมอาหารเช้า ผมขอลงตรงปั๊มที่คิดว่าน่าจะมีแท็กซี่ขับผ่านจะได้ไปไหนถูก จากนั้นจึงนั่งเล่นอยู่ที่นั่นประมาณสองชั่วโมงได้ (ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาก) พอแปดโมงผมจึงนั่งแท็กซี่บอกคนขับว่าเหมาสามพันขับไปทั่วเมืองเพราะยังไงห้างมันก็ยังไม่เปิด โชคดีที่รถติดผมจึงได้หมกอยู่ในรถประมาณสองชั่วโมงได้

          ในที่สุดพอสิบโมงผมก็ได้มายืนอยู่ที่ห้างที่ต้องการจะมา

          Central world

          พอมาถึงอันดับแรกขึ้นไปยังชั้นด้านบนเลยครับ หาของกินเพราะท้องเริ่มร้องอีกแล้ว แต่ยังขึ้นบันไดไปไม่ถึงด้วยซ้ำโทรศัพท์ก็สั่น ผมหยิบขึ้นมาดูพอเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกหน้า สงสัยว่าสิงห์คงจะรู้แล้วเพราะตอนนี้ก็สิบโมงแล้วด้วยจึงกดตัดสายแล้วปิดโทรศัพท์ เดินแวะที่พวกร้านเสื้อผ้าก่อนเพราะอีกหน่อยพวกเขาก็คงจะหาผมเจอ เดี๋ยวหมดเวลาชอปไปกับการกินก่อนพอดี

          กึก!

          “หือ” ความรู้สึกเหมือนมีคนจ้องจากทางด้านหลังทำให้ต้องหันไปมองแต่ไม่เห็นว่ามีใครมองอยู่ ผมเลยเดินต่อไปแทน เดินลงชั้นหนึ่ง ขึ้นชั้นสามลงชั้นสองไปชั้นห้าสลับวนเวียนไปมา พอของเต็มมือจึงมาหยุดที่ Starbucks

          “วานิลลาครีมแก้วใหญ่ครับ”ผมสั่งพนักงานแล้วรีบวิ่งหอบของไปวางที่โต๊ะก่อนจากนั้นจึงวิ่งมาจ่ายเงินอีกที ผมสั่งขนมอีกนิดหน่อยพอได้ของกินแล้วจึงมานั่งอ่านหนังสือที่ซื้อมาที่โต๊ะก่อนจะตัดสินใจเปิดโทรศัพท์

        ไม่ได้รับ 77 สาย

        ผมส่ายหน้ามองนาฬิกาพบว่าเที่ยงแล้ว ของที่อยากได้ก็ครบแล้ว คงถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว

          ผมยืนขึ้นเดินไปบอกพนักงานว่าช่วยดูของให้หน่อยจะไปเข้าห้องน้ำ เมื่อได้รับการพยักหน้าตอบกลับผมจึงเดินออกมาแล้วตรงดิ่งไปยังห้องน้ำทันที ระหว่างทางผมก้มลงมองโทรศัพท์ในมือที่กำลังสั่นอีกรอบก่อนจะตัดสินใจกดรับทันใดนั้นน้ำเสียงร้อนรนก็ดังออกมาจากโทรศัพท์ทันที

          (ธาม!!!)

          “หือ”

          (อยู่ไหน!!!)

          “Central world

          (จะออกไปทำไมไม่บอก!! ผมเป็นห่วงนะ)หลังๆเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

          “ก็อยากออกมาคนเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า”

          (รออยู่ที่นั่นนะครับ เดี๋ยวไปรับ อย่าเพิ่งไปไหนนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหมครับ!!)

          “โอเค” ผมบอกตกลงเพราะยังไงซะก็ต้องกลับอยู่แล้ว พอปลายสายกดตัดสายผมจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง

          กึก!

          “หือ”

          อีกแล้ว

        ความรู้สึกเหมือนโดนคนมองมันมาอีกแล้ว แต่พอหันกลับไปก็ไม่เห็นใคร ผมขมวดคิ้วแน่นแล้วเขย่งปลายเท้ามองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครจริงๆจึงส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเองแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำที่มาถึงพอดี

          ห้องน้ำคนไม่เยอะ ผมเลือกห้องด้านในสุด กดล็อคประตู จริงๆไม่ได้อยากมาทำธุระส่วนตัวแต่เพราะมีเรื่องที่ต้องคิด

          ผมนั่งลงตรงโถส้วมแล้วถอนหายใจ

          ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วมันถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้ว อีกทั้งยัง

          นัยน์ตากลมหลุบลงมองแหวนเพชรสีขาวในมือที่สวมมาด้วย จากนั้นก็ยกมือขึ้นแล้วดึงสร้อยที่ยังสวมติดคออยู่ตลอดเวลาออกมาถือเอาไว้ในมืออีกข้างแหวนเพชรสีน้ำเงินที่ติดอยู่กับสร้อยส่องประกายกระทบกับแหวนสีอันจนเกิดแสงแวววาว

          ผมหลับตาลงแน่น

          สิงห์เขาจะรู้หรือเปล่าว่าตอนที่เขาให้แหวนของผม แหวนที่ได้จากใครบางคนผมก็ยังเก็บมันเอาไว้อยู่เหมือนกัน

          ตอนนี้ผมต้องเลือกแล้ว

 

        ว่าจะตัดสินใจ ทิ้ง แหวนวงไหนกันแน่

 

 “หนีออกมาแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ” ประโยคทักทายแรกของวันนี้หลังจากที่เจอหน้ากัน ผมยิ้มแหยะในขณะที่มือหนาเข้ามารวบของพะรุงพะรังที่ผมถืออยู่ส่งไปให้พวกบอร์ดี้การ์ดทางด้านหลังแทน จนกระทั่งถึงถุงสุดท้ายสิงห์ที่กำลังจะหยิบออกไปก็ชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสีหน้าแทน “ผมดีใจที่เห็นนายใส่แหวนนะครับ”

          ผมยิ้มกลับก่อนจะโดนโอบเอวไปขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่โดยมีสิงห์เข้ามานั่งข้างๆ เพราะเดินอยู่เกือบสองชั่วโมงพอมาเจอแอร์เย็นๆกับบรรยากาศเงียบๆในรถมันทำให้ตาของผมเริ่มบรือ มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองถูกดึงให้เอนลงนอนตักของอีกฝ่าย

          “ง่วงก็นอน เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวเที่ยงถึงร้านแล้วจะบอกนะครับ”

          “อืม” ผมพึมพำกลับแล้วหลับตาลงจนได้เห็นเพียงความมืดและได้ยินเพียงเสียงเพลงคลาสสิกที่เปิดในรถ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงสามสิบนาทีผมก็ถูกปลุกขึ้นตื่นเพราะถึงร้านแล้ว เป็นร้านขนาดกลางตกแต่งน่ารักและดูน่ามานั่งรับประทาน ตั้งอยู่นอกเมืองที่มีถนนใหญ่แต่กลับไม่ค่อยมีรถเหมือนเขาจะพาผมมาไกลลิบอยู่เหมือนกัน

          อาหารถูกเสิร์ฟทันทีที่ผมนั่งลงบนโต๊ะ เหมือนมันจะถูกสั่งเอาไว้ก่อนแล้ว อาหารนับสิบอย่างถูกวางจนต้องขอโต๊ะมาต่อเพิ่มทว่าทันทีที่ข้าวถูกตักเสิร์ฟเสียงโทรศัพท์ชองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมก็ดังขึ้นมาทันที ภาษาที่ผมฟังไม่ออกดังขึ้นอีกครั้งตอนแรกสิงห์คุยประมาณสองนาที หลังจากสองนาทีเขาก็ลุกขึ้นบอกให้ผมทานไปก่อนเพราะคงจะคุยกันอีกยาว ผมเม้มปากมองอาหารตรงหน้าแล้วถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะทานยังไงให้มันหมดดี

          พอทานๆไปก็ต้องเบิกตากว้างเพราะอร่อยกว่าที่คิด แต่แล้วก็ต้องมานึกแปลกใจว่าร้านที่ทำอาหารอร่อยขนาดนี้พักเที่ยงแล้วทำไมในร้านถึงไม่มีลูกค้าเลยนอกจากพวกผม แต่พอถามพี่ใส่ชุดสูทแว่นดำที่มายืนเฝ้าอยู่ข้างๆก็ได้รับคำตอบมาว่า

          “คุณสิงห์เหมาร้านนี้ทั้งวันน่ะครับ”

          พวกรวยเกินไปนี่จะทำอะไรก็ได้จริงๆ

 

          “จะรับข้าวเพิ่มอีกไหมคะ”

          “สามจานแล้วถ้าทานมากกว่านี้ผมคงท้องแตกแน่ๆเลยครับ” ผมว่าติดตลกขณะส่ายหน้าปฏิเสธข้าวจานที่สี่แต่ถึงทานไปแล้วสามจานคนที่พามาทานก็ยังไม่กลับมาจากการคุยโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ "ขอโทษนะครับห้องน้ำไปทางไหน"

          “อยู่หลังร้านน่ะค่ะ เดี๋ยวยังไงให้คนพาไปไหมคะ”

          “อ๋อไม่เป็นไรครับผมไปเองก็ได้” ผมว่าแล้วยืนขึ้นก่อนจะเดินออกไปทางด้านหลังตูอย่างที่ถูกบอก จนมาถึงห้องน้ำขนาดใหญ่ในห้องน้ำที่ห้องที่แยกออกเป็นห้องๆอีกประมาณสิบกว่าห้อง ผมเลือกเดินเข้าไปห้องด้านในสุดไม่ได้กดล็อคประตูแต่หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

          แกร๊ก

          “หือ” เสียงบางอย่างที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องขมวดคิ้วก่อนจะเลือกสนใจ แล้ววกกลับมาสนใจสิ่งของในมือแทน

แหวนเพชรสีน้ำเงิน

และตอนนี้สร้อยที่คล้องอยู่กับแหวนถูกวางเอาไว้เหนือชักโครก ถ้าเกิดผมปล่อยมือทั้งสร้อยทั้งแหวนมันก็จะตกลงไปในชักโครกทันที

ผมน่ะเลือกแล้วแหวนนี้ที่เคยเป็นเจ้าของนิ้วนางข้างขวาตอนนี้มันมีแหวนวงใหม่มาแทนที่แล้วและอีกอย่างคือ

“รอไม่ไหวอีกแล้วพี่เสือ”

มือบางยกสร้อยขึ้นแล้วเอียงแขนลงให้สร้อยไถลลงไปตามแขนจนไล่ต่ำมาถึงนิ้ว ปลายนิ้ว

“ลาก่อนครับ”

สิ้นเสียงผมก็สะบัดจนสร้อยที่ติดอยู่ปลายนิ้วหลุดออกก่อนจะค่อยๆหล่นลงสู่เบื้องล่าง

พรึบ!!

“อ๊ะ!” แรงกอดจากทางด้านหลังทำให้ผมเผลอร้องออกมาเสียงดัง แต่นั่นไม่น่าตกใจเท่ากับการที่มีมือหนามารับสร้อยที่ผมพึ่งปล่อยเพื่อหวังว่าจะให้มันตกลงไปในชักโครกเสียก่อน อีกทั้งยัง“ไม่จริง”

“จะทิ้งแหวนหรือเมีย”แขนที่กอดผมอยู่แน่นขึ้น เสียงทุ้มดังก้องอยู่ข้างหู

“ฮึก!

“จะทิ้งแหวนของกูหรือ”

“ฮึกฮือ”

“ตี้”

“โฮกกก”

อ้อมกอดของคนแปลกหน้ายังไม่น่าตกใจเท่ากับว่าฝ่ามือที่มารองรับ

ตรงนิ้วนางข้างขวาก็สวมแหวนสีน้ำเงินลักษณะคล้ายแหวนที่ผมพึ่งจะตัดสินใจทิ้งไปเมื่อสักครู่อยู่เหมือนกัน

ขาเรียวแทบจะล้มลงไปกับพื้นถ้าไม่ติดว่ามีอีกคนพยุงเอาไว้อยู่ ตัวของผมถูกหมุนกลับขณะถูกดึงให้ออกจากมาห้องน้ำแล้วผลักให้แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพงที่อยู่ใกล้ๆแทน ผมดิ้นในขณะที่แขนซ้ายถูกตรึงเอาไว้ด้านบนส่วนแขนขวาโดนมือหนาจับเอาไว้นัยน์ตาคมสีน้ำครามเข้มที่คุ้นตาจ้องไปยังแหวนสีขาวที่อยู่ตรงนิ้วนางข้างขวาของผมแทน ใบหน้าหล่อเหลาทะมึนขึ้น แววตาเดือดพล่านขณะพยายามดึงแหวนที่นิ้วของผมออกแล้วปล่อยมันลงกับพื้น เสียงทุ้มพยายามบอกให้ผมหยุดดิ้น

          “ตี้ฟังก่อนได้โปรด”

          “ปล่อย!!!

          “เมีย!!

          “บอกให้ปล่อย!!” แรงสะบัดตัวทำให้ผมนอนล้มลงไปกับพื้น อีกฝ่ายตามมาทาบอย่างรวดเร็ว มือหนาบีบคางผมออกทันใดนั้นลิ้นร้อนก็แทรกเข้ามาฉวยเอาแรงที่จะใช้ต่อต้านไปจนหมด สัมผัสที่คุ้นเคยชวนวาบหวามบริเวณท้องน้อยทำให้มือที่ตั้งใจจะผลักเข้าออกนั้นค่อยๆลดลงในที่สุดก็ถูกทิ้งอยู่ข้างลำตัว ผมร้องไห้จนสุดท้ายเขาก็ผละออกจากจูบ

          ใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏเข้ามาในสายตา นัยน์ตาสีครามเข้ม ใบหน้าที่ดูจะซูบผอมกว่าแต่เก่าแต่ก็ยังคงเค้าความหล่อเหลาเอาไว้ไม่เปลี่ยนไป ทันใดนั้นความรู้สึกครั้งเก่าถาโถมเข้ามาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาราวเขื่อนแตก

          “กลับมาทำไม”

          “คือ

          “พี่จะกลับมาทำไมตอนนี้!!!

          “ตี้” เขากอดผมที่ยังคงร้องไห้และดิ้นพล่านเอาไว้แน่น มือหนาดึงตัวผมขึ้นจากพื้นแล้วพรมจูบที่ขมับ หน้าผากราวกำลังปลอบประโลม ผมกำหมัดแน่นแล้วทุบอีกฝ่ายที่นิ่งให้ทุบขณะเดียวกันก็พยายามจะกอดผมให้แน่นมากกว่าเดิม “ฟังหน่อยตี้ฟังก่อน”

          ปัง! ปัง! ปัง!

        “ธามอยู่ไหนนั้นหรือเปล่า!!

        “ธาม!! ธาม!!

        เสียงถีบประตูทางเข้าห้องน้ำดังสนั่นเหมือนมันจะถูกล็อคเอาไว้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีมันก็ถูกพังเข้ามาโดยคนสี่คน สิงห์แหวกคนเหล่านั้นเข้ามามือหนาพยายามกระชากตัวผมออกในขณะที่อีกฝ่ายก็กอดผมเอาไว้แน่นขึ้น

          “เจ็บ เจ็บธามเจ็บ”

          มือหนาที่ดึงผมอยู่เหมือนชะงัก ก่อนจะปล่อยมือที่จับตัวผมออกแล้วหันไปซัดหมัดเข้าใส่คนที่กอดผมอยู่แทน

          ผลัวะ!!

          “แม่งเอ้ย! มึงไม่เห็นหรือว่าเมียกูเจ็บนะสัส!

          แขนที่เคยกอดผมอยู่ถูกปล่อยออกทันที คราวนี้เสือผลักผมไปด้านหลังแต่แรงผลักมันแรงจนทำให้ตัวผมไปกระแทกกับกำแพงที่อยู่ไม่ไกลนัก ผมชาไปทั้งร่างขณะพยายามยืนขึ้นแต่ก็ล้มลงกับพื้นเพราะรู้สึกจุกที่เอวจนเกิดเสียง

          ตุบ!

          นั่นทำให้สิงห์ตวาดใส่อีกคนทันที

        “จะผลักธามทำเหี้ยอะไร!!

        “แล้วมึงจะให้เมียกูโดนต่อยหรือสัส!

        ผมเอามือกุมท้องมองผู้ชายสองคนที่กำลังแลกหมัดกันโดยไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามหรือเข้ามายุ่ง

          “เมียเหี้ยไร! คู่หมั่นกู!!

        “ได้กับกูหลายรอบแล้วนี่ไม่เรียกว่าเมียหรือวะ!!

        “เชี่ย! มึงก็เห็นแค่ธามเป็นสิ่งของ เอาไว้แก้แค้นที่กูเอากับลินินนั่นแหละ!!

        ประโยคนี้ทำให้ผมสะอื้น น้ำตาที่เคยหยุดไหลเพราะความตกใจกลับมาไหลอีกครั้ง

          “แก้แค้นเหี้ยอะไร!

        “ไม่แก้แค้นแล้วจะมาหาธามทั้งๆที่รู้ว่าเป็นธามคู่หมั้นกูตั้งแต่ตอนเด็กทำไม!!

          “แล้วมึงคิดว่าตอนเด็กมีมึงคนเดียวที่ชอบตี้หรือสัส!!

          ผลัวะ! ผลัวะ!

          ร่างของทั้งสองแยกออกจากกันชั่วขณะ ผมค่อยๆยืนขึ้นมองคนสองคนที่กำลังประจันหน้าเข้าหากันทั้งน้ำตา ความเงียบปกคลุมอยู่นานทั้งห้องได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของผู้ชายสองคน

        “กูรู้ว่ากูเลว ใช่กูเลว กูเล่นสกปรกแต่มึงก็เล่นสกปรกเหมือนกันนั่นแหละ!!

        “กูเล่นสกปรกตอนไหน”

        “แล้วเหี้ยตัวไงมันบอกให้พ่อมาจับกูเอาไว้ไม่ให้เจอตี้วะ!!

          ผลัวะ!

          ปลายหมัดของทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ในขณะที่ผมยังยืนนิ่ง ผมไม่ได้ติดใจกับพูดของเสือเพราะว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นคนไหนๆก็เห็นผมเป็นของเล่นเหมือนกันหมดทั้งนั้นแหละ

        หนึ่งคนที่แย่งคู่หมั้นน้องชาย ส่วนอีกหนึ่งคนที่พยายามจะแย่งคู่หมั้นตัวเองที่รักพี่ชายไปแล้ว

        ผมมันก็แค่ของเล่นให้ทั้งสองแย่งกันไปแย่งกันมาเท่านั้น

        “ธามอย่า!!/ตี้อย่า!!

          ผมวิ่งหนี

วิ่งฝ่าพวกบอร์ดี้การ์ดที่กำลังยืนมุงออกมา แล้ววิ่งไปเรื่อยๆไม่รู้เหมือนกันว่าจะวิ่งไปไหนแค่อยากวิ่ง วิ่งหนีจากคนพวกนี้แม้จะรู้ว่าพวกเขาก็กำลังวิ่งตามมาเหมือนกัน ผมมองกลับหลังเห็นสิงห์ที่เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมเลยตัดสินใจวิ่งเพื่อไปยังอีกฝั่งของถนนแต่พอถึงกลางถนนขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเสือที่กำลังยืนรออยู่อีกฝั่งและพอหันกลับไปผมก็เห็นสิงห์ยืนรออยู่เหมือนกัน

          ผมยืนนิ่ง

          “ตี้มาหากู/ธามมาหาผม”

          ผมหลับตาลงกำมือแน่น ถ้าไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เจ็บทั้งนั้น

          “ตี้มาเดี๋ยวนี้!!/ธามมาเร็วครับ!!

สู้ไม่เลือกมันเลยจะดีกว่า

 

“ตี้!!!!/ธาม!!!!

ปัง!!

 

 

 

 

 

 

100%

 

ซายานาระนะธาม 555555555555

ยังไม่จบนะยังไม่จบ  น้ำเน่าไหม ? ไม่อยากสปอยว่าในน้ำเน่าของเรามันไม่ธรรมดา อ่านตอนต่อไปอาจจะอ้าปากค้างเลยก็ได้ 5555555

 

จะต่ออีก  2 วันเนาะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น