junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER17:ปลิว (์NC20+) New up

ชื่อตอน : CHAPTER17:ปลิว (์NC20+) New up

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.5k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2561 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER17:ปลิว (์NC20+) New up
แบบอักษร

ตอนที่17

“ชอบทะเลเหรอ”เป็นครั้งแรกที่คนตัวเล็กเอ่ยถามถึงสิ่งที่เขาชอบ ปวันฉีกยิ้มกว้างพยักหน้าหงึกๆเหมือนเด็กน้อยภาพปวันพี่ชายแสนดีในอดีตลอยขึ้นมาซ้อนทับใบหน้าปวัน นั่นทำให้คริสาปวดแปลบตรงหัวใจก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทันที

“ชอบทะเล ตอนที่มีคริสอยู่ด้วย”เอียงตัวไปกระซิบแล้วกระชับกุมมือนั้นไว้ราวกลับกลัวว่าจะหนีหายไป

“ตกลงชอบอะไรกันแน่”

“ชอบคริสสิ ชอบที่สุดในโลก”

ระบายรอยยิ้มสดใส เขาจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองสว่างเจิดจ้าและอบอุ่นราวกับดวงตะวัน หัวใจคริสาสั่นไหววาบหวามไปหมด แสงสว่างค่อยๆคลืบคลานมายังมุมมืดมนในหัวใจความอบอุ่นกำซาบมายังก้อนเนื้อข้างซ้าย รู้สึกดีเหลือเกิน

“สองคนที่ยืนสวีทอยู่ตรงนั้นอะ ทะเลหวานหมดแล้ว”จริยาตะโกนร้องบอกอย่างหมั่นไส้ ทันที่มาถึงกระบี่เพื่อนรักและสามีก็จับจูงกันมาโชว์ความหวานจนคนอื่นอิจฉาตาร้อน  เพื่อนสาวตัวร้ายไหนว่าจะถอนรากถอนโคนกาฝาก แล้วไอ้สายตาที่มองคนตรงหน้าราวกับตกอยู่ในห้วงความรักมันหมายความว่าอย่างไรกัน

“อ้าว ยัยจ๋อม ไหนว่าไปดูโลเกชั่นถ่ายแบบ”คริสาถามเพื่อนรัก

“กำลังจะไป ไปด้วยกันมั้ย ทีมงานล่วงหน้าไปแล้ว หาดตรงนู้นสวยมากเลยแกกับพี่ปันต้องชอบแน่ๆ”จริยาเสนอ คริสากับปวันมองตากัน ก่อนจะจับจูงแล้วเดินตามจริยาไปยังสถานที่การถ่ายทำโฆษณาที่มีทีมงานรออยู่ก่อนแล้ว

ชายหาดอีกฝั่งงดงามไม่แพ้กัน ทีมงานเริ่มวางโลกเกชั่นเซตสถานที่สำหรับถ่ายทำโฆษณาครีมกันแดดแบรนด์ที่กำลังตีตลาดในประเทศไทยโดยมีบริษัทโฆษณาของจริยาเป็นผู้รับผิดชอบโปรเจคดังกล่าว

“ทีมงานเยอะเหมือนกันนะจ๋อม”ปวันเอ่ยขึ้น เขาไม่เคยสัมผัสกับกองถ่ายมาก่อน ช่างแตกต่างกับบรรยากาศในโรงพยาบาลอย่างสิ้นเชิง

“นางแบบนายแบบก็เยอะพี่ ตั้งเกือบสิบคน ไหนจะเอ้กตร้าอีก”

“โห เยอะขนาดนั้นเชียว ถ้างั้นก็ต้องมีสาวๆเซ็กซี่ใส่บิกินีเดินเต็มหาดไปหมดนะสิ”ปวันทำหน้าตาตื่นเต้น คริสาหันค้อนขวับเข้าให้ แทนที่จะสำนึกกลับยิ้มร่า มีความสุขอะไรนักหนา

“พี่ปันอดเหล่สาว เพราะว่ามีเมียมาคุม ทนดูนมแฟ่บๆของยัยคริสไปก่อนละกัน ฮ่าๆๆ”

“ไม่แฟ่บนะ”

ป้าบบบบบบบบ

“โอ้ยยย! คริสตีพี่ทำไม”ปวันร้องเสียงดัง เมื่อถูกภรรยาฟาดฝ่ามือเข้าตรงแขนอย่างแรง

“ทะลึ่ง!”

กระแทกน้ำเสียงแล้วเดินปึงปังผละออกไป จริยากับปวันยิ้มให้กันอย่างขำขัน

“พี่ปันกับยัยคริสเดินเล่นไปก่อนนะคะ จ๋อมขอตัวไปบรีฟงานก่อน เดี๋ยวค่อยทานข้าวเที่ยงกัน”

“ตามสบายเลยจ๋อม เดี๋ยวพี่กับคริสอยู่แถวนี้แหละ”ปวันบอกจริยา หญิงสาวเดินไปหากลุ่มทีมงานก่อนจะเริ่มทำงานอย่างที่ว่า ปวันสอดส่ายสายตา เผลอแป้บเดียวยัยตัวเล็กเดินหายไปไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลย กลัวจะไปก่อเรื่องอะไรเข้าอีก ปวันย้อนกลับมายังโรงแรมเพราะคิดว่าคริสาจะกลับมาห้องพัก แต่คิดดูอีกทีเลี้ยวไปหาแถวสระว่ายน้ำที่อยู่ติดริมหาดดีกว่า เพราะเห็นบ่นว่าอยากว่ายน้ำตั้งแต่มาถึง ร่างสูงพาตัวเองมาถึงสระน้ำริมทะเลสุดหรู กวาดตามองโดยรอบมีเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติสองสามคนที่นอนอาบแดดรับลมร้อน กับอีกหนึ่งที่กำลังว่ายวนไปมาในสระซึ่งก็คงไม่ใช่คริสา

“ไปไหนกันน้า”ปวันเอ่ยเบาๆกับตัวเอง

ร่างอรชรในชุดบิกินี่สีขาวสุดเซ็กซี่เยื้องย่างขึ้นมาจากสระ เนื้อผ้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำแนบสนิทกับผิวกายเผยสัดส่วนทรวดทรงหุ่นนางแบบอย่างในโฆษณา โครงหน้าโฉบเฉี่ยวปรือตาไล่ละอองน้ำที่เกาพราวอยู่ตามแพขนตายาว ลูบไล้ใบหน้าเบาๆ ด้วยท่วงท่าสุดเซ็กซี่ ปวันหยุดความคิดทุกอย่างในหัว เพราะผู้หญิงตรงหน้าเหมือนหลุดออกจากนิตยสารแฟชั่นชุดว่ายน้ำสักเล่ม และก็ต้องตกใจเมื่อสาวสุดเซ็กซี่ย้ายร่างอรชรเดินตรงมายังเขา หรือเป็นเพราะเขาเสียมารยาทเผลอจ้องมองเธอ นั่นอาจทำให้เธอไม่พอใจและมาตำหนิเขาได้

“เซอร์ไพร จังเลยคะ เจอคุณหมอที่นี่”เสียงหวานเอ่ยทัก คนตรงหน้าเผยอยิ้มน้อยๆ เมื่อรู้สึกว่านายแพทย์หนุ่มจะจำเธอไม่ได้ อะไรกันผู้ชายคนนี้  สมองมีไว้จดจำภรรยาร้ายกาจคนเดียวเลยรึไงถึงได้ลืมผู้หญิงสวยๆอย่างเธอได้ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่นาน

“เอ่อ…”ปวันกำลังค้นหาความทรงจำในสมอง เขาคุ้นหน้าหญิงสาว แต่นึกไม่ออก

“แหม่…น้อยใจนะเนี่ย อุตส่าเคยช่วยไว้แท้ๆ”

“คุณ นั่นเอง คุณละอองฟอง!”ในที่สุดปวันก็จำได้เสียที  ผู้หญิงปริศนาเจ้าแผนการที่ช่วยเขาสร้างคุณค่าให้ตัวเอง คืนนั้นเธอจากไปโดยไม่บอกกล่าว เขาไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีกครั้งในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป

“จำได้ซะทีนะคะคุณหมอ ฉันนี่จำคุณได้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว”

“ขอโทษจริงๆครับ ผมไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่”

“โลกกลมหรือพรหมลิขิตคะเนี่ย”

“อาจจะทั้งสองอย่างครับ บังเอิญจริงๆ”

“เรื่องบังเอิญ ไม่มีในโลกหรอกคะคุณหมอ”ละอองฟองช้อนตามองนานแพทย์หนุ่ม เขาจะรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังเป็นเหยื่อให้กับยัยผู้หญิงตัวร้ายที่เรียกตัวเองว่าภรรยา

“จะยังไงก็แล้วแต่ ผมดีใจที่ได้เจอคุณอีก ยังไม่ได้ขอบคุณเลย”

“เรื่องเล็กน้อยคะ ว่าแต่ คุณหมอมาพักผ่อนกับใครคะ ทำไมมาคนเดียวละ”ละอองฟองแสร้งถาม นายแพทย์หนุ่มหันซ้ายหันขวาสอดส่ายสายตาหาใครบางคนอีกครั้ง

“ผมมาฮันนีมูนกับภรรยาครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้เธอหายไปไหนแล้วนะสิ”

“มาฮันนีมูนกันอย่างงี้ แสดงว่าทุกอย่างโอเคดีใช่มั้ยคะ”

ปวันยิ้มอย่างเขินอาย เขาพยักหน้าแทนการตอบคำถาม ผู้ชายคนนี้แสดงออกว่าหลงรักภรรยาตัวเองมากมายจนปิดไว้ไม่อยู่ ทั้งที่เป็นผู้ชายคนอื่นถ้าได้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก็คงจะใช้สายตาโลมเลียแสดงออกว่าอยากได้เธอกันทั้งนั้น

“ดีใจด้วยนะคะคุณหมอที่คุณกับภรรยาไปได้สวย แล้วก็ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งคะ”ละอองฟองยื่นมือออกไปตรงหน้า ปวันเองทำแบบเดียวกันสองคนเขย่ามือกันเพื่อแสดงถึงมิตรภาพ

“ลูกๆ ไม่เอาไม่วิ่งเดี๋ยวหกล้ม”

“ว้ายยยยยย ระวังค้า”

เด็กชายหญิงสองคนที่วิ่งไล่จับมาแต่ไกลโดยมีพ่อแม่ไล่กวดตาม วิ่งพุ่งตรงมายังปวันและละอองฟองที่กำลังเขย่ามือกันอยู่ หญิงสาวตกใจถอยหลบเด็กๆจนร่างซวนเวถลาถอยไปด้านหลังแล้วก็เกี่ยวลากเอาปวันพุ่งหล่นล้มไปในสระด้วย

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

“ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

ร่างทั้งสองดิ่งลงไปยังก้นสระ ละอองฟองคว้ากอดร่างปวันไว้แน่น ร่างกายที่มวลน้ำวนผ่านอยู่สนิทแนบแน่น ปวันพยายามดึงร่างละอองฟองให้โผล่ขึ้นพ้นน้ำ แต่ก็เหมือนว่าเธอจะกอดรั้งร่างเขาไว้ ก่อนที่มือกอดรัดร่างปวันจะเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าเขา ทีแรกนึกว่าหญิงสาวตกใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ แม้จะจมอยู่ใต้น้ำก็รู้สึกถึงแววตาเว้าวอนนั้นได้ ปวันถอยตัวออกห่างแล้วพาร่างตัวเองโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยมีละอองฟองว่ายตามขึ้นมาติดๆ

เฮื้อกกกกกกกกกกก แฮ้กๆๆๆๆ

ปอดตักตวงออกซิเจนในอากาศทันทีที่โผล่พ้นน้ำ ปวันว่ายมาตรงขอบสระ ละอองฟองทำแบบเดียวกัน นักท่องเที่ยวรวมถึงพ่อแม่เด็กต่างโล่งใจที่ไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

“ไม่เป็นไรคะ ขอโทษด้วยที่ดึงคุณจนล้มไปด้วย”ละอองฟองพูดเสียงอ่อน

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นอุบัติเหตุ”ปวันบอกก่อนจะพาตัวเองขึ้นมายืนบนขอบสระ แล้วยื่นมือไปดึงร่างละอองฟองขึ้นมา เมื่อขึ้นมาจากสระร่างอรชรเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดปวัน

“อะโอ้ย ขอโทษคะ”

“เป็นไรครับ”

“เหมือนตอนตกลงไปเท้าจะพลิกนิดนึงอะคะ รู้สึกแปล้บๆตรงข้อเท้า”ปวันพยักหน้ารับรู้ก่อน ก่อนจะประคองร่างบางไปนั่งยังเก้าอี้เพื่อสำรวจดูว่าข้อเท้าได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า

“ตรงนี้เป็นไงบ้างครับ” คนที่ย่อตัวจับข้อเท้าหมุนเบาๆ ละอองฟองทำสีหน้าเหยเกนิดหน่อย

“รู้สึกเสียวแปล้บๆคะ”

“ปวดมั้ยครับ”

“นิดหน่อยคะ”

“สงสัยข้อเท้าจะแพลง เดี๋ยวผมว่าไปหาผ้ายืดพันที่ข้อเท้าไว้ดีกว่า ผมพันให้ที่โรงแรมน่าจะมี คุณละอองฟองเดินไหวมั้ยครับ”หญิงสาวทำจมูกย่นเหมือนไม่มั่นใจ

“งั้น ผมขออนุญาตอุ้มแล้วกัน”

ละอองฟองพยักหน้าตกลงทันที ปวันช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม หญิงสาวเอาแขนคล้องคลอทันที นายแพทย์หนุ่มอุ้มร่างเข้าไปยังด้านใน ระหว่างทางเจอเข้ากับคริสาและจริยาที่ก้าวผ่านประตูอีกด้านเข้ามา สองสาวมองหน้ากันทันที

“อ้าว คริส จ๋อม” ปวันหยุดชะงัก

“อ้าว น้องละอองฟอง เป็นไรคะทำไมถึงโดนอุ้มมาอย่างนั้นละ”จริยาหรี่ตามองคนแสร้งทำสีหน้าหม่น

“นี่รู้จักกันเหรอครับ”ปวันถามอย่างสงสัย มองคนนู้นคนนี้สลับกันไปมา

“น้องละอองฟองเป็นนางแบบถ่ายโฆษณาเซ็ตนี้ด้วยคะ แต่ไหนบอกว่าจะมาถึงบ่ายๆ”จริยาเอียงคอถาม จ้องมองอย่างมีเลศนัย

“พอดีเปลี่ยนไฟต์คะ อยากมาถึงเร็วๆ ทุกอย่างจะได้เสร็จเร็วๆ”ตอบออกไปแบบที่รู้ดีกันทั้งสามคน ยกเว้นปวัน คริสาหายใจฟึดฟัด รู้สึกหงุดหงิดกับภาพตรงหน้า หงุดหงิดกับทุกอย่าง โดยเฉพาะไอ้คนซื่อบื้อที่ไม่แม้แต่จะรู้อะไรเลย

“บังเอิญจัง พอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อย คุณละอองฟองข้อเท้าแพลง ผมเลยจะพาเธอไปปฐมพยาบาล”

“เท้าแพลงหรือหักกันแน่ ถึงเดินไม่ไหว”คริสากอดอกถาม แสดงสีหน้าเฉยชาในแบบฉบับที่ชอบทำเมื่อไม่พอใจอะไรสักอย่าง

“ก็เดี๋ยวต้องให้คุณหมอปวันช่วยตรวจดูให้ละเอียดก่อนคะว่ามีแตกหักตรงไหนหรือเปล่า ขอยืมตัวสามีคุณคริสาแป้บเดียวนะคะ ตรวจเสร็จแล้วจะส่งคืน”ทำเสียงอ่อนแต่ละคำที่พูดออกมาเหมือนการปั่นอารมณ์ให้คริสาเดือด

“ผมว่าพาคุณละอองฟองไปปฐมพยาบาลก่อนดีกว่า”ปวันตัดบท นั่นเพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงสองคนกำลังจะทำสงครามย่อยๆ ร่างหนาอุ้มพานางแบบจากไป ละอองฟองไม่ลืมจะส่งยิ้มร้ายกาจมาให้คริสา

“แกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดูมัน”จริยาดิ้นเร่า รู้สึกอยากฟาดฝ่ามือใส่เบ้าหน้าสุดเพอร์เฟคยัยเด็กละอองฟองสักป้าบสองป้าบ

“เฉยๆเถอะน่า”

“นี่เราจ้างยัยนั่นมานะ แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเด็กนั่นมันกำลังปั่นหัวแกเลยวะ”จริยาเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย

“ก็ถูกแล้วนี่ แผนเราก็คือให้ยัยเด็กนี่หาทางเข้าใกล้ปวัน ยั่วยวนเขาแล้วก็จับเขาให้อยู่หมัด ลากไปนอนกันได้ยิ่งดี”คริสาเอ่ยออกมาเหมือนไม่รู้สึกรู้สมกับอะไร ทั้งที่ภายในใจแทบระเบิด

“ทำงานคุ้มเหลือเกินนะยัยเด็กนี่ มาถึงก็แผนสูงเลย”

“ก้ดีแล้ว ดีไม่ดีคืนนี้อาจหิ้วกันไปไหนต่อก็ได้ งานจบเร็วยิ่งดี จะได้คุ้มค่าจ้างหน่อย”

“นี่แกพูดออกมาจากใจจริงใช่มั้ย ถ้าเป็นอย่างที่พูด ก็ช่วยทำหน้าตาให้ชั่วร้ายเหมือนนางอิจฉาในละครน้ำเน่าตอนที่แผนมันจะสำเร็จหน่อย ไม่ใช่ตีหน้าเศร้า มองผัวตาละห้อยเหมือนนางเอกในละครตอนโดนตัวอิจฉาฉกผัวไปกก”จริยาดักคอ ด้วยเพราะรู้ดีว่าคริสารู้สึกยังไง เป็นคนอยากเลิกกับปวัน อยากตัดความสัมพันธ์ ทรมานนักหนาที่มีเขาเป็นสามี แต่พอเห็นเขาอยู่ใกล้คนอื่น ก็ทำหน้าตาท่าทางราวกับจะขาดใจตาย ยัยคริสา ยัยเพื่อนตัวแสบ !

“แกไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่เปลี่ยนใจแน่”คริสาบอกอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งจริยาไว้กับความสับสนงุนงง

คริสาเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักอย่างกระฟัดกระเฟียด รู้ดีว่าตัวเองหงุดหงิดอารมณ์เสียเรื่องอะไร แต่ก็ได้แต่เจ็บใจตัวเอง ทั้งที่ควรจะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจที่ยัยเด็กละอองฟองทำงานได้รวดเร็วดีเกินคาด กลับกลายเป็นว่าตัวเองต้องมานั่งจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกไม่เข้าท่านี้

“โอ้ยยยยยยยยย สติ คริสา สติ”ตีหัวตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติ

ต้องไม่ลืมว่าเกลียดเขาขนาดไหน

ต้องไม่ลืมว่าเขาเป็นหลานของใคร

ต้องไม่ลืม คริสา ต้องไม่ลืม

สะกดจิตตัวเองซ้ำๆ จะมาใจอ่อน เคลิบเคลิ้มไปกับความรู้สึกฉาบฉวยที่เข้ามาเล่นงานไม่ได้  ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของคนอย่างคริสาได้ ในเมื่อเธออยากสลัดเขาออกจากชีวิต ก็ต้องใจแข็งไว้ คริสาบอกตัวเองอย่างนั้น ก่อนจะเรียกสติกลับมา

แกร้ก!

“คริส อยู่นี่เอง”

ปวันพาร่างเปียกชื้นเข้ามาในห้อง ร่างหนาถอดเสื้อยืดออกตชจากตัว แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาจากตู้ พันไว้รอบกาย

“คริส หิวยังครับ”เอาผ้าขนหนูขยี้ผม แล้วพาร่างบึกบึนมายืนอยู่ตรงหน้าภรรยา คริสาลุกจากเตียงทันที

“ไม่หิว ไม่อยากกิน”

“แต่นี่มันเที่ยงแล้วนะ”

“ก็ไม่หิวอ่ะ”

ตอบโดยที่ไม่มองหน้าสามี ทำทีเป็นชื่มชมวิวด้านนอก ห้องสวีทที่เพื่อนรักจองไว้ให้ วิวสวยสมดั่งราคาแพงหูฉี่ ด้านนอกมีสระน้ำวนส่วนตัว ติดทะเล พื้นที่กว้างขวางเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง

“แต่พี่หิวนี่ครับ”เดินเข้ามาสวมกอดภรรยาตัวน้อยจากทางด้านหลัง คริสาสะดุ้งพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่คนตัวสูงกระชับกอดแน่น

“หิวก็ไปกินสิ”

“ไปกินที่ไหน ก็ของกินอยู่ตรงนี้”ว่าแล้วก็ก้มหน้าลงซุกไซร้ตรงซอกคอของภรรยา ของกินที่ว่าก็คงเป็นยัยตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดนี่แหละ

“ไม่เอา ปล่อยเลย”ทำเสียงดุขู่ฟ่อ ใช้ศอกดันร่างหนาออกไปไกลๆตัว

“ทำไมละ ก็เรามาฮันนีมูนนะ”ปวันทำเสียงอ่อนเหมือนเด็กอยากชิมขนมแล้วโดนสั่งห้าม

“ก็นี่มันกลางวันแสกๆ”ทำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเล็กเห่อแดง หลบเลี่ยงสายตา ปวันอมยิ้มน้อยๆก่อนจะจับร่างภรรยาหันมาสบตากับเขา

“งั้นแสดงว่ากลางคืนมืดๆก็โอเค”

คริสาไม่ตอบอะไร ใบหน้าร้อนผ่าวไปด้วยความเขินอาย ปวันก้มลงห้อมแก้มฟอดใหญ่ คริสาทำตาโต

ฟื้ดดดดดดดดดด

“มัดจำไว้ก่อน คืนนี้จะทบต้นทบดอก”บอกอย่างอารมณ์ดี คริสารัวกำปั้นใส่อกแกร่งแก้เขิน

“ถ้าไม่ทำไร งั้นออกไปเล่นน้ำทะเลกันดีกว่า”ปวันเชิญชวน

“ไม่เอา ร้อน”

“มาทะเลกลัวร้อนกลัวแดดได้ไงกัน”

“ขี้เกียจ”ทำหน้ายู่อยู่ในอ้อมกอดร่างสูง

“ถ้าไม่ออกไปเล่นน้ำ งั้นก็หาไรทำแก้เซ็งในห้อง”คนตัวโตทำตาเป็นประกาย ทำอะไรแก้เซ็งที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแบบนั้น

“โอเคๆๆ ไปเล่นน้ำก็ได้ เปลี่ยนชุดก่อน”เพราะกลัวว่าจะโดนรังแก เลยว่านอนสอนง่ายเป็นพิเศษ ปวันคลายอ้อมกอดแล้วปล่อยให้คริสาไปเปลี่ยนชุด กระหยิ่มยิ้มย่องในใจที่สามารถขู่ยัยตัวดีได้สำเร็จ

ปวันถูกไล่ให้ออกมารอตรงชายหาดด้านนอก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงจนคิดว่าโดนยัยตัวแสบหลอกให้รอเก้อ จนกระทั่งเห็นร่างสะโอดสะองค์เดินตรงมายังเขา คริสาในชุดทูพีชสีขาว สวมทับเพียงเสื้อยืดตัวบางจนชัดทุกสัดส่วน หุ่นเพอร์เฟคสุดเซ็กซี่ที่มีเพียงแต่ปวันเท่านั้นที่เคยสัมผัสทุกซอกมุมกำลังโชว์อวดสายตาใครต่อใคร ปวันปรี่เข้าไปคว้าแขนร่างบางทันที

“ไม่เล่นแล้ว กลับกัน”นายแพทย์หนุ่มฉวยข้อมือภรรยาสาวแล้วทำท่าจะลากกลับขึ้นห้อง คริสาฉุดรั้งมือปวันไว้แล้วนิ่วหน้าอย่างสงสัย

“อะไรอ่ะ ก็บอกเองว่าอยากเล่นน้ำ”

“ถ้า อยากเล่นน้ำก็ไปเปลี่ยนชุดก่อน”สั่งเสียงดุ คริสาก้มลงสำรวจตัวเอง ชุดบิกินี่แสนแพงของเธอมันไม่ดีตรงไหน

“ก็นี่ไงชุดว่ายน้ำ”

“ไม่เอา ไม่ให้ใส่ชุดนี้”

“ทำไม!มีอะไร ชุดนี้มันไม่ดีตรงไหน”

“หวง”ปวันตอบพร้อมกับทำหน้าเข้ม

“ไม่อยากให้ใครมอง”นายแพทย์หนุ่มทำหน้ายู่ คริสาหัวเราะพรืดออกมา ไอ้คุณหมอจอมเย็นชา มีมุมแบบนี้กับเขาด้วย

“มองเยอะๆสิดี ชอบบบบบบ”คริสาทำหน้าตาทะเล้น ก่อนจะสะบัดมือสามีขี้หวงจนหลุด แล้ววิ่งหน้าตั้งลงทะเลไป ปวันรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะยัยตัวแสบ”ร้องบอกภรรยาที่เอาตัวไปแช่ในทะเล คริสาแลบลิ้นใส่อย่างทะเล้น พลางกวักน้ำใส่คนที่ยืนปั้นหน้าดุ

“นี่แน่ะ!!!”

“เล่นงี้ ใช่มั้ย ด้ายยยยยยยยยย”

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด”

ปวันวิ่งลงทะเล แล้วยกร่างบางขึ้นอุ้มเหวี่ยงไปมา  ทั้งสองคนหยอกล้อแกล้งกันไปมาอย่างสนุกสนาน ภาพความสุขของคนทั้งสองอยู่ในสายตาของจริยาและละอองฟองที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล

“ฉันไม่เข้าใจเพื่อนของคุณเลย”ละอองฟองเอ่ยขึ้น

“ฉันก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน”จริยาเอ่ยขึ้นบ้าง

“นี่คุณคริสเกลียดสามีเธอจริงๆเหรอ”

“แล้วเธอว่าไงละ”

“ก็ไม่ว่าไงหรอกคะ รับงานมาแล้วยังไงก็ต้องทำ ถึงจะมาแคนเซิ่ลทีหลัง เงินก็ไม่คืนนะคะ”ละอองฟองยักไหล่ จริยาเหล่ตามองอย่างเซ็งในอารมณ์ แค่เป็นผู้ร่วมมือเออออห่อหมกกับแผนเพื่อนรักก็ว่าเลวแล้ว นี่ยังมาสับสนกับสัมพันธภาพของสองคนนั่นอีก

“ยัยคริส หวังว่าแกจะรู้ตัวนะว่ากำลังทำอะไรอยู่”

บ่ายคล้อยจนดวงตะวันเคลื่อนสู่เส้นขอบฟ้า  ทั้งปวันและคริสาเหนื่อยหอบหมดเรี่ยวแรงจากการทำกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะพายเรือคายัค เล่นเจ๊สสกี หรือแม้แต่ก่อประสาททราย

“อาบน้ำก่อนเลย ขอแช่ตัวสักแป้บ”คริสาบอกปวัน เมื่อมาถึงห้องพัก หญิงสาวเลื่อนประตูบานกระจกออกแล้วเดินไปยังสระน้ำวนส่วนตัว ก่อนจะลงไปแช่ตัว

“ไม่อาบพร้อมกันเหรอ”ทำเสียงอ้อนวอน แววตาเป็นประกาย คริสาส่ายหน้าปฏิเสธ ขืนเข้าไปอาบน้ำกับปวัน มีหวังมืดค่ำก็ยังไม่ได้ออกมาจากห้องน้ำแน่

“รีบไปอาบเหอะน่า หิวข้าวแล้ว เดี๋ยวไปหาไรกินกัน”

“โอเค ครับผม”ปวันทำท่าตะเบ๊ะน่ารักแล้วก็หายเข้าไปในห้องน้ำ ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมงก็อยู่ในชุดพร้อมดินเนอร์ จากนั้นคริสาจึงเปลี่ยนเข้าไปอาบน้ำบ้าง ล้างเนื้อล้างตัวจนสบาย คริสาเลือกชุด  เดรสสีหวานบางเบาที่ดูเรียบร้อยกว่าชุดไหนๆ เพราะไม่อยากได้ยินคนบ่นจนหูชาเรื่องชุดที่สวมใส่ แต่งตัวแต่งหน้าบางๆกว่าที่เคย เหลือบมองนาฬิกาข้อมือเวลาหกโมงเย็น

“ปวัน ปวันนนนน”คริสาร้องเรียกหาปวัน แต่ภายในห้องว่างเปล่า ด้านนอกก็ไม่มีคริสากวาดสายตาจนทั่ว พบเข้ากับกระดาษโน้ตที่วางบนเตียง

พี่รอที่ริมหาด ตรงโลเกชั่นถ่ายโฆษณานะครับ

คริสานิ่วหน้าสงสัย แต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดี

ดวงตะวันสีแสดเพิ่งลับขอบฟ้าไปไม่กี่นาทีก่อนหน้า ความมืดโรยตัวโอบล้อมท้องทะเล ผืนทราย อุณหภูมิที่เย็นลมทำให้สายลมเย็นสบาย เสียงคลื่นกระทบฝั่งเคล้าคลอเป็นจังหวะชวนฟัง คริสามาถึงสถานที่นัดหมาย สถานที่ถ่ายโฆษณาถูกเนรมิตประดับประดาไปด้วยคบไฟ ส่องสว่างเป็นทางเดิน ตรงไปยังริมชายหาด ที่ตรงนั้นมีซุ้มสำหรับดินเนอร์รับประทานอาหาร ที่ถูกจัดแต่งไว้สวยงาม แสงเทียนที่ถูกจุดแล้ววางไว้ทั่วพื้นทรายสว่างไสวเป็นประกาย ภาพตรงหน้างดงามโรแมนติคราวกับอยู่ในฉากละครที่ถูกเซตเป็นอย่างดี คริสาก้าวช้าๆไปยังซุ้มดินเนอร์  ที่ตรงนั้นร่างสูงยืนรอคอยการมาถึงของหญิงสาว ทันทีที่เห็นเธอปรากฏด้วย เขาระบายรอยยิ้มอบอุ่นให้เธอทันที

“อะไรกันเนี่ย”คริสามองไปรอบๆ ร่างบางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างสูง ปวันเก็บซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยู่คริสาก็เช่นกัน

“ชอบมั้ย”

“ไปจำมาจากละครรึไง”ปวันพยักหน้าช้าๆด้วยท่าทางเขินอาย เขาไม่เก่งเรื่องสร้างความโรแมนติก แล้วไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้กับผู้หญิงคนไหน แต่ก็เคยเห็นผ่านตามาจากหนังจากละคร พระเอกมักสร้างความประทับใจให้แก่ผู้หญิงที่รักในแบบนี้

“โรแมนติคก็เป็นด้วย”

ร่างสูงก้าวช้าๆเข้าไปหาร่างบาง ก่อนจะเอามงกุฎดอกไม้ที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา สวมประดับบนผมให้กับเธอ

“สวยจัง เจ้าหญิงของพี่”ปวันมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาแสนรัก สายลมบางเบาพัดพาเรือนผมพลิ้วไสว หน้าอกข้างซ้ายอันเป็นที่ซุกตัวของก้อนเนื้อกำลังพองโตจนคับอกและสั่นสะรัวเสียจนแทบหยุดเต้น

“หะ หิวแล้ว”ตัดบทแสร้งทำเป็นหิว เพราะไม่อยากถูกกลืนกินด้วยสายตาของคนตรงหน้า ปวันเอื้อมมือไปจูงคริสา พาเธอมายังโต๊ะดินเนอร์ที่เตรียมไว้สำหรับสองที่

“ใครช่วยจัดการเรื่องพวกนี้เนี่ย”คริสาถามอย่างสงสัย

“จะใครซะอีกละ ถ้าไม่ใช่จ๋อมกับทีมงาน”ปวันตอบภรรยา เขาขอร้องให้จริยาเนรมิตสถานที่แบบปัจจุบันทันด่วน ใช้เวลาชั่วโมงเดียวจริยาก็บรรดาลให้สมปรารถนา

“ยัยจ๋อมจอมจุ้นจ้านนี่เอง”คริสาพึมพำเบาๆ เพื่อนรักที่ร่วมมือแผนการชั่วร้ายกับเธอ ดันมาช่วยสร้างบรรยากาศสานสัมพันธ์ซะนี่

“ทานข้าวดีกว่า มีแต่ของที่คริสชอบทั้งนั้น”ปวันตักเนื้อกุ้งเผาของโปรดให้ภรรยา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่น คนตัวเล็กกวาดทุกอย่าลงกระเพาะจนเกลี้ยง เพราะอาหารอร่อยถูกปากเหลือเกิน

“อ้วนเป็นหมูแน่”ปวันเย้าเล่น คริสาทำปากจู๋ พึมพำว่าอึดอัดเพราะทานเยอะ

“ปะ ลุกขึ้น”ปวันลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปตรงหน้าคริสา

“ไปไหน”

“ยืดเส้นยืดสายให้อาหารย่อยหน่อย”

“ยังไง”

“มาเต้นรำกัน”

ปวันดึงมือคริสาให้ลุกจากเก้าอี้ก่อนจะพาหญิงสาวมายังริมหาดที่ประดับประดาไปด้วยดวงไฟนับร้อย

“เอามือไว้ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้”จัดท่าทางให้ภรรยาเกาะไหล่เกาะเอว เตรียมพร้อมเต้นรำ

“เต้นยังไงไม่มีเพลงสักหน่อย ไม่เอาอ่ะ”คริสาปล่อยมือหมุนตัวจะผละออก ปวันคว้าร่างเล็กไว้แล้วดึงมาแนบในอ้อมอก กระชับร่างบางไว้ในอ้อมกอดแน่น ก่อนจะโยกตัวไปมาพร้อมฮัมเพลงเบาๆ

“หมื่นแสนล้านนาทีต่อไปนี้ ขอใช้มันไปกับเธอ

อยากมีวันเวลาที่สวยงาม ดั่งความฝันที่เคยละเมอ

แสนล้านนาทีต่อไปนี้ ไม่มีใครเทียมเท่าเธอ

จะบอกให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า

หนึ่งชีวิตฉันยกให้เธอทั้งหัวใจ*”*

ลมหายใจบางเบาที่ละไล้อยู่ตรงพวงแก้ม เสียงฮัมเพลงที่กระซิบอยู่ตรงข้างหู ดังเพียงได้ยินกันสองคน ร่างกายที่แนบแน่นอยู่ใน้อมกอดอันอบอุ่น หัวใจที่เต้นในจังหวะเดียวกัน อยากหยุดวันเวลาทุกอย่างไว้ตรงนี้ ตรงวินาทีนี้ ที่ๆมีแต่เธอและเขา คริสาเลื่อนมือขึ้นไปกอดกระชับปวันแน่น เอียงซบใบหน้าไปกับแผ่นอกกว้าง ไออุ่นแผ่ซ่านไปทุกอณูของลมหายใจ

“จะบอกให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า…”ปวันดึงร่างสาวน้อยในอ้อมกอดให้หันมาสบตากับเขา เขาอยากเห็นดวงตาสีดำประกายแวววาวเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรี อยากมองหน้าคริสาให้เต็มๆตา ก่อนที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่อยากบอกที่สุดในชีวิต

มีถ้อยคำเป็นหมื่นล้านคำ ที่อยู่ภายในใจผม

อยากบอกมาตลอด

อยากให้ผู้หญิงตรงหน้าได้ยินทุกถ้อยคำ ทุกความรู้สึกที่ผมไม่เคยแม้แต่จะมีสิทธิ์บอก

แต่ผมจะบอกเธอในวันนี้*…*

“พี่รักคริสนะครับ”

สายลม ได้โปรดช่วยพัดพาความรู้สึกของเขาให้ปลิวออกไปจากใจฉันที ผู้ชายที่ฉันแสนเกลียดกำลังเอ่ยถ้อยคำที่ฉันไม่ได้อยากได้ยินที่สุด แต่ทว่า*…ทำไมหัวใจฉันถึงได้สั่นระรัวและอบอุ่นขนาดนี้*

ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้าไปประทับจูบบนริมฝีปากบาง ดวงดาวบนท้องฟ้านับหมื่น นับล้านดวงกำลังเป็นพยานให้กับทุกๆความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ.ขณะนี้ วินาทีนี้

แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่าน สาดทอความอบอุ่นเมื่อจับต้องกับผิวหน้า ร่างหนาที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มพลิกตัวไปมา กางแขนออกไปหมายจะคว้าร่างเล็กที่กกกอดอยู่ทั้งคืนเข้ามาซุกแนบอกอีกครั้ง แต่ทว่ากลับมีเพียงความว่างเปล่า ปวันปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ภาพในลานสายตาไม่ปรากฏร่างบางของภรรยา นายแพทย์หนุ่มดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอน ลุกขึ้นไปสอดส่ายสายตาหาทุกซอกทุกมุมในห้องแต่ก็ไม่เห็นแม้เงา จะพบก็เพียงเศษกระดาษที่เขียนข้อความสั้นๆด้วยลายมือของคริสา

ออกไปข้างนอก กลับเย็นๆ

ปวันกำเศษกระดาษในมือแน่น พยายามย้อนคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืน เขาทำพลาดตรงไหน มีอะไรทำให้คริสาไม่พอใจโกรธเคืองหรือเปล่า หรือเพราะเขากอบโกยความสุขจากร่างกายเธอ  แต่ ไม่น่าจะใช่ ก็คริสาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หรือว่าความสุขสุดวิเศษที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน ที่พอตื่นเช้ามาทุกอย่างพลันสลายหายไปหมด

“ฉันจะลุยวันนี้เลย หวังว่าเสน่ห์ของฉันคงมากพอ โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีสกปรก”ละอองฟองเอ่ยขึ้นกับคริสา ทั้งสองคนนัดพบกันร้านอาหารใกล้โรงแรม

“แต่ก่อนอื่นวันนี้คุณต้องแยกตัวไปจากสามีก่อนนะคะคุณคริสา เพราะถ้าขืนตัวติดกันเป็นแฝดอย่างงี้ ฉันก็ไม่มีปัญญาไปแทรกกลางสร้างโอกาสได้หรอกคะ”ละอองฟองได้ทีเหน็บแนม คริสาพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย อยากให้ทุกอย่างจบลงเสียที

“ไม่ต้องห่วง เธอทำหน้าที่ของเธอให้สมกับค่าจ้างละกัน”

“แน่นอนคะ ละอองฟองไม่ทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว”

“งั้นก็ดี”คริสาหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสมใส่ ก่อนจะลุกจากโต๊ะ หันตัวเดินออกไป ละอองฟองร้องเรียกผู้ว่าจ้างอีกครั้ง

“คุณคริสาคะ ถ้าเกิดว่าคุณหมอปวันติดใจฉันขึ้นมา ฉันสานต่อได้ใช่มั้ย”จ้องลึกไปในดวงตานายจ้างสาวแบบท้าทาย คริสาเชิดหน้านิ่ง

“ของที่ฉันทิ้ง ใครจะเก็บไปใช้ต่อก็เชิญ”

ทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบแล้วก็เดินจากไป ละอองฟองยกยิ้มมุมปากพร้อมพึมพำเบาๆ

“หึ! ให้มันจริงเถอะ”

ปวันเดินลงมายังริมหาดอันเป็นสถานที่ถ่ายทำโฆษณา  ทั้งทีมงานนายแบบนางแบบและเอ้กตร้าเดินกันให้ขวักไขว่ นายแพทย์หนุ่มสอดส่ายสายตาหาจริยา เพื่อจะได้สอบถามว่าเพื่อนรักของเธอหายไปไหนตั้งแต่เช้าตรู่

“จ๋อม จ๋อม”ปวันร้องเรียกจริยาที่ยืนสั่งงานอยู่บริเวณมอนิเตอร์ จริยาโบกมือทักทาย ปวันวิ่งเหยาะๆเข้าไปหา

“พี่ปันมีไรรึเปล่าคะ”

“จ๋อม รู้มั้ยว่าคริสไปไหน”

“ยัยคริสเหรอคะ มันออกไปกับเพื่อนนะคะ พอดีแกงค์เพื่อนมีรีสอร์ทอยู่แถวนี้ ก็เลยโดนลากไป”จริยาซึ่งล่วงรู้แผนการดีตระเตรียมคำตอบไว้แล้ว ปวันพยักหน้าน้อยๆ แต่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ ด้วยกลัวว่าคริสาจะรู้สึกอึดอัดกับคำสารภาพรักของเขาหรือเปล่า

“เนี่ย เดี๋ยวเสร็จงานจ๋อมก็ตามไปคะ”

“ขอบคุณครับ”ปวันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะขอตัวออกไป จริยาร้องเรียกนายแพทย์หนุ่ม พร้อมกับวิ่งไปรั้งแขนไว้

“พี่ปันมีโปรแกรมไรปะ”

“ไม่มีครับ คริสไม่อยู่ก็ไม่มีอะไรทำ”ปวันตอบเสียงเบา

“งั้นอยู่ดูเค้าถ่ายโฆษณากันก่อน สนุกน้า”

“จะดีเหรอ พี่ไม่เกะกะเหรอครับ”

“ไม่เกะกะคะ ที่กองมีคุณหมอคอยดูอยู่ เผื่อใครมีอุบัติเหตุอะไรจะได้ช่วยทันไง นี่นางแบบก็ข้อเท้าแพลงอยู่คนนึง พี่ปันจะได้ช่วยดู”จริยาหมายถึงละอองฟอง เธอเองก็มีหน้าที่ทำให้ละอองฟองเข้าใกล้ปวันมากที่สุด

“ก็ได้ครับ”

“เย้!พี่ปันน่ารักที่สุด”

จริยาลากปวันมานั่งข้างหลังมอนิเตอร์ เหล่าบรรดานายแบบนางแบบทยอยออกมาเข้าฉาก ฉากในโฆษณาทุกเซตเป็นการแข่งวอลเลย์บอลชายหาด คอนเซ็ปสตรองท้าแดด

“เดี๋ยวบล็อกกิ้งกันก่อน แล้วน้องนางแบบอีกคนไปไหน”ผู้กำกับกำลังถามหาละอองฟอง นางแบบสาวในชุดบิกินี่สปอร์ตเดินเข้ามาในฉากเป็นคนสุดท้าย หญิงสาวโบกมือทักทายปวันทันทีเมื่อเห็น ปวันส่งยิ้มบางๆตอบกลับไป

“จ๋อม นายแบบนี่มีแต่ลูกครึ่งเหรอ”ผู้กำกับโฆษณาหันไปถามจริยา

“ใช่พี่ ทำไมอะ”

“อยากได้เอเชียมาปน ผ่านๆฉากบ้าง”ผู้กำกับเสนอความคิด

“จะไปหามาจากไหนละพี่ ถ้าถ่ายที่กรุงเทพ จ๋อมจัดให้แล้ว”

“เออๆไม่เป็นไร แค่รู้สึกอยากได้เฉยๆ ไม่มีก็ โนนี้ด”ผู้กำกับยักไหล่ จริยาทำท่าทางครุ่นคิด แล้วดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

“พี่หน่อง เอาผู้ชายเอเชีย แต่ไม่ได้เป็นนายแบบได้ม่ะ”จริยาเขย่าไหล่ผู้กำกับถามความเห็น

“หล่อปะละ”

“โคตร”

“หุ่นดีมั้ย”

“แน่นมาก”

“ส่วนสูงอะ”

“เกือบร้อยเก้าสิบ”

“โอเค งั้นจัดมา”

ผู้กำกับกับจริยาแท็กมือกัน หญิงสาวตัวเล็กเหล่มองนายแพทย์หนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล ปวันยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเพ่งเล็ง จนกระทั่งจริยาคุกเข่าเกาะแขนเกาะขาอ้อนวอนลงตรงหน้านั่นแหละถึงรู้ว่างานเข้า

“เถอะน้า พี่ปันนนนนนนนนนช่วยจ๋อมหน่อย”จริยากอดขาแน่น ทำตาอ้อนวอนน่าสงสาร

“ไม่เอาอะ พี่ทำไรแบบนี้ไม่เป็น เดี๋ยวทำงานจ๋อมเสีย”ปวันรีบปฎิเสธทันที เขาไม่ถนัดอะไรแบบนี้

“พี่ปันไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ยืนยิ้มหล่อๆให้กล้องถ่ายแค่นั้น ไปยืนปนๆนายแบบนางแบบอะ”

“ไม่เอา”

“พี่ปันช่วยจ๋อมหน่อยน้า น้าค้า น้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”ใช้ลูกอ้อนแบบเต็มขั้น ปวันกลืนน้ำลายลงคอ เขามันขี้ใจอ่อนด้วย แลวจริยาก็บอกว่าแค่ยืนปนๆกับนายแบบนางแบบ คงไม่ได้ทำอะไรมากนัก

“ก็ได้ แต่ถ้าไปถ่ายแล้วไม่โอเค ห้ามบ่นพี่นะ”

“เย้! พี่ปันใจดีที่สุด เดี๋ยวจ๋อมจ่ายค่าตัวให้ด้วย”จริยากระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ พลางร้องเรียกทีมงานให้พานายแบบจำเป็นไปแต้มหน้าเซ็ตผม เปลี่ยนชุด ปวันยังคงงงๆ แต่ก็ยอมทำตามที่ทีมงานบอก เมื่อแปลงโฉมเสร็จ ปวันในชุดกางเกงว่ายน้ำท่อนบนเปลือยเปล่า อวดกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แน่นเป็นลอนและผิวขาวออร่า ทำให้สาวๆเก้งกว้างน้ำลายหกเป็นแถว

“กรี้ดดดดดน้องจ๋อม ห่อหมกแน่นมาก”ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองประจำกองกรีดร้องจนเนื้อเต้น จริยาเบ้ปากให้กับลูกน้องจอมหื่นทันที

“ไม่ได้พี่ นั่นมันผัวเพื่อนหนู”

“แล้วน้องคริสไปไหนคะเนี่ย ไม่มาเฝ้าสามีละ หล่อๆแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนลากลงไปกินในน้ำหรอก ดูนู่นสิ ยัยละอองฟองจะงาบลงท้องอยู่ละ”จริงอย่างที่ช่างแต่งหน้าบอก ละอองฟองเข้าไปตีสนิทกับปวันอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนเหมือนจะคุยกันถูกคอ ดูได้จากที่ปวันระบายยิ้มสดใส ไม่มีท่าทีว่าจะรำคาญนางแบบสาวเลยสักนิด

“ก็สวยขนาดนั้น เป็นใครก็หวั่นไหวละว้า”จริยาพึมพำเบาๆ

“โอเค คร้าบ เดี๋ยวเริ่มถ่ายเซ็ตแรกได้เลย”ผู้กำกับนัดแนะคิว แล้วเริ่มต้นการถ่ายทำ ปวันอยู่ในคิวที่สอง ต้องแสดงคู่กับละอองฟอง ฉากที่ถ่ายทำเป็นการแข่งวอลเลย์บอลชายหาดคู่ผสม ซึ่งไม่เป็นปัญหากับปวันเพราะเขาเล่นกีฬาเป็นเกือบทุกประเภท

“เดี๋ยวทุกคนเล่นแข่งจริงๆกันไปเลยนะ จะถ่ายแบบลองชอต”ผู้กำกับทำตามความเข้าใจอีกครั้ง นักแสดงพยักหน้ารับรู้ ละอองฟองกับปวันแท็กมือกันเป็นสัญญาณของการเป็นทีมเวิร์ค การถ่ายทำดำเนินไปอย่างลื่นไหล จนเปลี่ยนเป็นเซตใหม่

“เดี๋ยวขอเป็นชอตดีใจของแต่ละคู่  ครีเอทกันเองว่าจะเอาท่าไหน เดี๋ยวผมชอบจะบอก”ผู้กำกับออกคำสั่งอีกครั้ง

“เอาแบบไหนดีครับ”ปวันถามละอองฟอง เขาไม่ถนัดในการครีเอทอะไรแบบนี้

“ตีมือกันดีมั้ย”ปวันเสนอความเห็น

“ไม่เอาคะ มันธรรมดาไป”ละอองฟองบอก

“แล้วแบบไม่ธรรมดานี่มันยังไงครับ”

ละอองฟองยิ้มพราว ความคิดแล่นอยู่ในหัว

“กระโดดกอดแล้วคุณหมอก็ยกตัวฟองให้ลอยขึ้น”

“เอ่อจะดีเหรอครับ”ปวันไม่สู้จะมั่นใจนัก กับการครีเอทท่าดีใจที่ออกจะถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้

“แบบนี้ละคะ โอเคเลย”ไม่รอให้อีกคนตอบตกลงก็วิ่งเข้าฉากเตรียมพร้อม ปวันยังงงๆแต่ทำได้เพียงเออออตามไป

“เอาละคับ พร้อม สาม สี่ !”ผู้กำกับส่งสัญญาณถ่ายทำ ละอองฟองวิ่งเข้าหาปวันกระโดดกอด ชายหนุ่มยกร่างบางข้นจนตัวลอย

“คัท ค้าบบบบ”

“โอเค มั้ยคะ”

“ขออีก จะถ่ายจากมุมบน คราวนี้ค้างไว้แล้วมองตากันด้วย”ผู้กำกับทำความเข้าใจ ละอองฟองกับปวันพยักหน้ารับทราบ

“กล้องเดิน สาม สี่ แอคชั่น!”

คราวนี้ละอองฟองโผเข้าไปกอดร่างปวัน ชายหนุ่มยกตัวหญิงสาวขึ้น เธอเอาแขนคล้องรอบคอ สบตากันค้างไว้ และโดยไม่ทันตั้งตัว ละอองฟองก้มลงไปประกบปากปวัน นี่มันนอกเหนือจากที่ซักซ้อมไว้ ซึ่งผู้กำกับเองก็มัวแต่เซอร์ไพรจนลืมสั่งคัท ต้องเป็นปวันที่วางร่างบางลงพร้อมกับผละออกมาเอง

“โอเค คัททค้าบบบบบบบเบสซ็อต!”

“ขอบคุณคะคุณหมอ ที่ให้ความร่วมมือ”ละอองฟองยิ้มพราย กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ปวันไม่รู้ว่าเขาควรจะปั้นหน้าในแบบไหน คาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะทำแบบนี้

“โอเคถ่ายเซตต่อไป คู่อื่นเข้ามาครับ”

ในส่วนของปวันและละอองฟองถ่ายเสร็จสิ้นแล้วเหลือก็แต่ถ่ายรวมแล้วย้ายโลเกชั่น  นางแบบสาวเดินไปหาจริยา ส่งสายตาที่เป็นเชิงรู้กันให้รับรู้พร้อมโน้มตัวไปกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“ทีงี้คุณก็มีรูปฉันจะกับคุณหมอสวีทจูปปากกันแล้ว”ละอองฟองยักคิ้ว พลางรวมเสื้อคลุมทับแล้วเดินจากไป จริยาคิดว่ายัยเด็กนี่ช่างร้ายกาจ ดูท่าคืนนี้จะปิดจ๊อบได้อย่างที่มั่นหน้าโม้ไว้

ถ่ายกันจนถึงเที่ยง ก่อนจะพักกลางวันแล้วรับประทานอาหารที่ทางโรงแรมตระเตรียมไว้ ปวันแยกตัวออกมา เขาอยากรู้ว่าคริสาอยู่ที่ไหน โทรหาภรรยาหลายสายแต่เธอปิดเครื่องสนิท ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆทั้งสิ้น

“พี่ปัน ไปทานข้าวกันเถอะ”จริยาวิ่งมาดึงมือปวันให้ไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยง

“จ๋อม เดี๋ยวก่อน พี่อยากรู้ว่าคริสอยู่ไหน”

“ยัยคริสออกไปตระเวนกับเพื่อนๆนะพี่ เพื่อนมันเยอะ”จริยาตอบส่งๆไป

“พี่อยากไปหาคริส จ๋อมรู้รึเปล่าว่าคริสอยู่ไหน เพื่อนๆเธอเชคอินบ้างมั้ย”ปวันถามต่อ

“จ๋อมว่าพี่อย่าตามมันไปจะดีกว่า พี่ก็รู้ว่ายัยคริสเป็นยังไง ถ้ามันอยากให้พี่ตามไป มันก็ลากพี่ไปด้วยแล้วสิ”คำพูดของจริยาทำให้คนฟังปวดแปลบในใจ แต่นั่นก็คือความจริง ปวันหน้าสลดทันที

“ขอโทษคะ ที่จ๋อมพูดแบบนั้น จ๋อมแค่อยากจะบอกว่าเดี๋ยวยัยคริสก็กลับมาเอง พี่ปันรออยู่นี่ดีกว่านะคะ”จริยาบอกเสียงอ่อน รู้สึกสงสารปวันจับใจ

“อืม ครับ”

“พี่ปัน อยู่เป็นนายแบบให้จ๋อมดีกว่า เมื่อกี้ส่งภาพไปให้ลูกค้าดู ลูกค้าโอเคมากเลยนะคะ ผู้กำกับก็ชอบพี่ เดี๋ยวตอนย้ายโลเกชั่นไปถ่ายบนเรือยอร์ช พี่ปันก็ต้องไปด้วย”

“อะไรนะ! พี่ยังต้องไปถ่ายอีกเหรอ”ปวันถามอย่างตกใจ เขาคิดว่าหมดจากตรงนี้ จะหนีไปอยู่เงียบๆคนเดียวสักหน่อย

“ถูกต้องค้า เพราะฉะนั้นห้ามพี่ปันหนีไปไหน มานี่เลย มากะจ๋อม”จริยาลากร่างหนาให้ตามไป ปวันอิดออดแต่ก้ขัดไม่ได้ เพราะหลวมตัวไปช่วยเหลือจริยาเสียแล้ว  ปวันร่วมโต๊ะทานอาหารเที่ยงกับทีมงาน ละอองฟองได้โอกาสเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนม ซึ่งปวันก็ดูออกว่านางแบบสาวพึงพอใจในตัวเขา แม้จะพยายามรักษาระยะห่างและพูดคุยตามมารยาทแต่ก็ไม่วายถูกสาวเจ้าเกาะแกะตลอดเวลา

คริสาซัดทอดสายตาออกออกไปยังท้องทะเลสีคราม คลื่นลมสงบเหาะแก่การเอนตัวลงบนพื้นทรายแล้วตาหลับผ่อน หากแต่ภายใจจิตใจไม่ต่างไปจากคลื่นลมแปรปรวนที่ห่มซัดราวกับพายุ คนเจ้าแผนการว้าวุ่นในหัวใจไปหมด  ความคิดมากมายแล่นเข้าสมองแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอันมีผลให้หัวใจบีบตัวอย่างทรมาน ความคิดสองฝั่งเอาแต่ตะโกนสู้รบกัน ประเดี๋ยวหนึ่งก็หนักแน่นว่าจะดำเนินตามแผนการให้สำเร็จ อีกประเดี๋ยวก็ใจอ่อนยวบไม่อยากทำลายรอยยิ้มและความรู้สึกดีที่ผู้ชายคนนั้นมอบให้ พยายามค้นใจตัวเองว่าลึกๆแล้วต้องการอะไร หากละอองฟองสามารถยั่วยวนชักจูงให้ปวันนอกใจเธอได้สำเร็จ เธอก็จะมีหลักฐานข้ออ้างไปบอกกับผู้เป็นพ่อเพื่อขอหย่ากับปวันได้ แล้วเมื่อหย่าจากเขา เธอจะกลับมามีอิสระอีกครั้ง อีกทั้งยังกำจัดปวันออกจากปรีชาไวยกิจได้อีกด้วย ใครจะไปสนับสนุนลูกเขยที่ทรยศนอกใจลูกสาวตัวเองกันละ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

“ให้มันจบลงแบบนี้แหละคริสา ดีแล้ว เธอทำถูกแล้ว”คริสาบอกตัวเองอย่างหนักแน่น

กองถ่ายโฆษณาย้ายโลเกชั่นไปถ่ายบนเรือยอร์ชสุดหรู ปวันเองซึ่งตกกระไดพลอยโจนกลายเป็นนายแบบจำเป็นถูกจับแปลงโฉมอีกครั้ง เดิมทีจะเป็นแค่ตัวประกอบ แต่กลับกลายเป็นว่าลูกค้าเจ้าของแบรนด์พอใจมากจนต้องเพิ่มเป็นตัวหลัก นายแพทย์หนุ่มในชุดกางเกงผ้าสีขาว เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสีฟ้าครามเผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง ขยับกรอบแว่นกันแดดของตัวเองพลางฟังการบลีฟงานอย่างตั้งใจ เหล่านายแบบนางแบบคนอื่นก็ทยอยเข้ามารวมกลุ่ม ละอองฟองในชุดบิกินี่สีขาวอวดสัดส่วนสุดเซ็กซี่เข้ามายืนแทรกใกล้ๆปวัน พร้อมส่งยิ้มหวานบาดใจให้

“พร้อมถ่ายเซตต่อไปยังคะคุณหมอ”

“ครับ”ปวันตอบสั้นๆ

“ลาออกจากการเป็นหมอ มาเป็นดารานายแบบดีมั้ยคะ ฟองว่าต้องดังแน่ๆ”ละอองฟองเสนอะแนะ

“ผมว่าคงไม่มีสาวๆกรี้ดผู้ชายที่มีภรรยาแล้วหรอกครับ”ปวันเน้นย้ำหนักๆ ตรงคำว่ามีภรรยาแล้ว ละอองฟอง ไหวไหล่น้อยๆ

“แหม่ ผู้ชายบางคนถึงมีภรรยาแล้ว เสน่ห์ก็ไม่ได้ลดลงเลย แถมท้าทายด้วยซ้ำ”บอกอย่างมีนัยยะแฝงแววตาเป็นประกายและมือบางที่ลูบต้นแขนปวันเบาๆ หากแต่ปวันทำเป็นไม่ใส่ใจท่าทางเชิญชวนนั้น ใช้เวลาทำความเข้าใจบทบาทครู่หนึ่ง จึงเริ่มการถ่ายทำได้ เป็นฉากการปาร์ตี้บนเรือยอร์ชท้าแดดแบบสนุกสุดเหวี่ยง ใช้เวลาการถ่ายทำมากเป็นพิเศษ และต้องถ่ายซ้ำๆหลายครังในต่างมุมกัน จนกระทั่งบ่ายคล้อยแสงใกล้จะหมดถึงจะถ่ายครบทุกซีน

“โอเค เลิกกองด้ายยยยยยย”

“เย้!!”

ทีมงานนายแบบนางแบบปรบมืออย่างดีใจที่งานผ่านลุล่วงไปด้วยดี จริยาประกาศกับทุกคนว่า จะมีปาร์ตี้จัดขึ้นที่ริมชายหาดของโรงแรม และหากใครจะใช้บริการสังสรรค์บนเรือยอร์ชก็สามารถทำได้เพราะเช่าเหมาลำไว้ทั้งวันทั้งคืน สิ้นเสียงประกาศทุกคนโห่ร้องอย่างดีใจ มีเพียงปวันที่ไม่ได้มีอารมณ์กับบรรยากาศชื่นมื่นนี้ ตั้งแต่เช้าจนย่ำเย็น เขาไม่เห็นแม้แต่เงาคริสา ป่านนี้เธอจะกลับมาโรงแรมหรือยังก็ไม่รู้

“พี่ปัน เดี๋ยวเชิญที่งานปาร์ตี้ด้วยนะคะ”จริยาร้องบอก

“พี่จะกลับโรงแรมไปหาคริสก่อน แล้วค่อยพาคริสมาด้วย”

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

โทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ปวันเห็นเบอร์ที่โทรมาฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เพราะเป็นคริสานั่นเอง

“ฮัลโหล คริส อยู่ไหนครับ”

*“โทรมาบอกว่า จะอยู่กับเพื่อนกลับดึกหน่อย ไม่ต้องรอ”*คนปลายสายเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ ความดีใจที่ปรากฏบนใบหน้าสลายหายไปในทันที

“คริส มีอะไรหรือเปล่า พี่ทำอะไรผิดไปมั้ย”ไม่มีเสียงตอบจากคนปลายสาย

“คริส”

“อย่าถามมากเถอะน่า แค่นี้แหละ”

ตรู้ดดดดดดดดดด

กระแทกน้ำเสียงแล้วกดวางสายไปทั้งอย่างนั้น ปวันจุกในอก ความรู้สึกผิดหวังถ่าโถมเข้ามาอย่างยากการควบคุม เขาคาดหวังว่าหลังจากเมื่อคืนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนะเหรอ คำตอบก็คือ ไม่ คริสาก็ยังคงเป็นคริสาที่ไม่เคยมอบหัวใจให้เขาสักครั้ง

“คุณหมอ ไปคะ กลับไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปปาร์ตี้กันเถอะ”ละอองฟองเข้ามาคล้องแขนร่างหนาอย่างถึงเนื้อถึงตัว ปวันไม่ยินดียินร้ายกับผู้คนรอบข้าง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกนางแบบสาวจับจูงลากไปไหน ภายในใจเมาเบาโหวงไปหมด

ปาร์ตี้ริมหาดถูกเนรมิตขึ้นอย่างหรูหรา ทีมงานนายแบบนางแบบทุกๆคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ปวันเองก็ด้วย ก็ในเมื่อตอนนี้เขาไม่มีที่ไป ไม่เป็นที่ต้องการของคริสา เขาควรจะปล่อยให้บรรยากาศและผู้คนที่แวดล้อช่วยกลบความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจ หรือแม้แต่ทำให้ลืมได้เพียงเสี้ยววินาทีก็ยังดี ละอองฟองโผหานายแพทย์หนุ่มทันทีเขาเดินเข้ามาในงาน นางแบบสาวอยู่ในชุดเดรสหวานสวย ที่เห็นแล้วพาลให้นึกถึงคริสา ดูสิ แม้แต่ในเวลานี้ เขาก็ยังคิดถึงเธอ

“นึกว่าจะชิ่งซะอีก”

“ไม่ชิ่งหรอกครับ”ปวันตอบ ละอองฟองยิ้มกว้างพร้อมกับลากจูงปวันเข้าไปยังงานปาร์ตี้ทันที

“ดื่มไรดีคะ”

“วอดก้าครับ”

“โหหหห คุณหมอนี่มันหัวค่ำอยู่เลย รีบไปไหนคะเนี่ย ทานไรรองท้องก่อนดีมั้ย”ละอองฟองออกความเห็น

“ผมไม่หิว อยากดื่มมากกว่า”ปวันตอบอย่างเย็นชา นางแบบสาวสังเกตท่าทางหม่นหมองของนายแพทย์หนุ่มก็พอจะเดาออกว่ากลัดกลุ้มเรื่องอะไร จะเพียงก็เพียงแต่ผู้หญิงจอมร้ายกาจคนนั้นคนเดียวเท่านั้นละที่ทำให้ผู้ชายดีๆอย่างปวันทำทำสีหน้าเศร้าสลดอย่างนี้

“โอเคคะ วอดก้า ก็วอดก้า”

ของเหลวเผ็ดร้อนแก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งลงคอ ราวกับมันเป็นน้ำทิพย์ชะโลมจิตใจให้หายเศร้าหมอง ละอองฟองคอยยื่นแก้วบริการพร้อมเสิร์ฟนั่งดื่มเป็นเพื่อนไม่ห่าง นานๆครั้งจะมีบทสนทนาที่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนชวนคุย อันที่จริงปวันอยากดื่มคนเดียวมากกว่า

“ดื่มหนักขนาดนี้ เป็นเพราะคุณคริสารึเปล่า”ละอองฟองแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสาเหตุเป็นเพราะใคร

“คุณเคยรักใครมั้ย”ปวันไม่ตอบคำถามแต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามแทน

“รัก ทั้งๆที่เราเป็นได้แค่สิ่งไร้ตัวตัวสำหรับเขา เป็นแค่เงาของเขาก็แค่นั้น”ปวันดื่มวอดก้ารวดเดียวจนหมดแก้วอีกครั้ง ละอองฟองมองผู้ชายตรงหน้าได้แต่นึกสงสาร บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเลวเกินไปที่คิดร่วมมือทำร้ายผู้ชายคนนี้ แต่ถ้าเทียบกัน คริสาคงเลวมากกว่านัก เพราะเธอเป็นผู้ว่าจ้างและฆ่าผู้ชายคนนี้ให้ตายอย่างช้าๆอย่างเลือดเย็น ผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นไม่รู้หรืออย่างไร แค่เธอไม่รักเขานั่นก็เท่ากับทำร้ายเขามากพอแล้ว นี่ยังจะมาวางแผนการเลวร้ายนี่อีก

“ไม่รู้สิคะ ฉันไม่เคยรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง”ละอองฟองตอบคำถามนั้น จิบพั้นซ์ในแก้วพลางมองปวันนิ่ง

ย่างเข้าสี่ทุ่มบรรยากาศในปาร์ตี้สนุกครึ้กครื้น เสียงเพลงสนุกสนานทำให้ผู้คนใช้หาดทรายเป็นฟลอเต้นรำ

“คุณหมอ อย่าเอาแต่นั่งดื่ม ไปคะไปเต้นกัน”ละอองฟองลุกขึ้นเชื้อเชิญปวันที่เอาแต่ดื่ม

“ไม่ดีกว่า ผมไม่ชอบเต้น”

“เถอะน่า นะคะ ดื่มอย่างเดียวมันไม่หายเศร้าหรอก ออกไปเต้นๆให้มันลืมๆสักหน่อยๆจะดีกว่า ไปคะ มาเถอะ อย่างอแงนะคุณหมอ”ละอองฟองดึงมือปวันให้เขาลุก แล้วใช้แรงลากคนตัวโตออกไปยังกลางฟลอร์

“เต้นกันคะ”จัดการเอามือคล้องรอบคอร่างสูง โยกย้ายไปตามจังหวะเพลง สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ปวันนึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา เขากับคริสาเต้นรำกันอยู่ตรงนี้ กระซิบบอกรักเธอ จูบเธอ ทำไมผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ถึงไม่ใช่คริสากันนะ ทำไมกัน

จริยาที่คอยสังเกตอยู่ไม่ห่างรายงานความเคลื่อนไหวให้คริสารับรู้เป็นระยะ คนตัวเล็กกดถ่ายรูป ปวันกับละอองฟองที่อยู่กลางฟลอร์เต้นรำส่งให้คริสา บอกว่าแผนการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ฟากคริสาเมื่อเห็นรูป เหมือนหัวใจทั้งดวงถูกบีบเค้นด้วยคีมเหล็ก เจ็บจุกทรมานจนแทบหายใจไม่ออก  ไม่อาจยอมรับได้ว่าหัวใจตัวเองไม่เป็นเหมือนอย่างเก่า ไม่ทนเห็นผู้หญิงคนอื่นอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่เธอแสนเกลียด

“โอ้ยยยยย เต้นแค่เพลงสองเพลงก็เหนื่อยแล้วคะ”ละอองฟองและปวันพากันมานั่งที่โต๊ะตามเดิม เพราะดูเหมือนคุณหมอปวันจะไม่ได้คอแข็งสักเท่าไหร่  ยืนโงนเงนไปมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่

“ดื่มต่อดีกว่า”ปวันสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม ทั้งที่ร่างกายตัวเองแทบจะฟุบหลับคาโต๊ะ ละอองฟองมองผู้ชายตรงหน้านิ่ง นี่คงเป็นเวลาที่เธอจะปิดจ๊อบเสียที

“คุณหมอดื่มไปก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันมา”ละอองฟองบอกพร้อมกับลุกออกไปจากโต๊ะ ปวันยังคงดื่มต่อไป โดยที่ไม่เอใจในชะตากรรมของตัวเอง

“ฮัลโหล”ละอองฟองกดโทรศัพท์หาคริสา

“ว่าไง”คนปลายสายตอบกลับมา

“คุณเตรียมตัวเป็นอิสระได้เลยคะ”

ตรู้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

โทรศัพท์ที่อยู่ในมือค่อยๆร่วงทิ้งตัวลงบนเบาะรถยนต์ คริสาพิงร่างอ่อนระโหยโรยแรงไปกับเบาะรถ ราวกับมีดนับพันๆเล่มกำลังกรีดแทงทะลวงหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือบางยื่นไปสัมผัสมงกุฎดอกไม้ที่ปวันเป็นคนทำให้เธอ คนใจร้ายตัวสั่นเทาไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย แล้วทุกภาพทุกความทรงจำที่ระหว่างเธอและเขาก็ผุดพรายขึ้นมาฉายชัดอยู่ตรงหน้า

14 ปีก่อน

“”ไอ้ขยะ!ห้ามตามมานะ””เด็กหญิงวัยสิบขวบออกคำสั่งเสียงดังเดิ่นลิ่วๆนำหน้าเด็กชายวัยสิบสี่ปีด้วยท่าทางรีบร้อนหางเปียยาวสองข้างแกว่งไกวไปตามจังหวะการก้าวย่างปวันทิ้งระยะห่างจากคริสาหลายช่วงตัวแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นทุกการกระทำเคลื่อนไหวเมื่อถึงทางแยกตรงหัวมุมถนน คริสาในวัยสิบขวบมองซ้ายมองขวา ก่อนจะตัดสินใจวิ่งข้ามฟากไปยังอีกฝั่งของถนน ปวันไม่รอช้ารีบวิ่งตามไปทันที

“”คุณหนูจะไปไหน นี่ไม่ใช่ทางไปโรงเรียนสอนพิเศษนะครับ””ตะโกนถามไล่หลังเด็กผู้หญิงหันขวับมามองจนเปียสองข้างแทบจะฟาดกับหน้าของเด็กผู้ชาย

“”บอกแล้วไงว่าห้ามตามมา กลับไปซะ ชิ่วๆ””โบกมือไล่ทำตาดุแต่แก้มป่องแดงระเรื่อก็น่ารักน่าชังเป็นที่สุด

“”ถ้าคุณท่านรู้ว่าคุณหนูโดดเรียนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ จะถูกเอ็ดเอานะครับ””

“”ก็อย่าบอกสิ””พูดอย่างไม่แยแสคริสาหยุดเดินเมื่อถึงหน้าร้านขายการ์ตูนเด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างดวงตาแวววาวเป็นประกาย ก่อนจะกระชากเปิดประตูแล้วเข้าไปในร้านด้วยท่าทางร่าเริง

“พี่ปูเป้หนุ่มฮอตสาวเฮี้ยวเล่มสองมารึยัง””เด็กหญิงเขย่งเกาะขอบเคาเตอร์ถามด้วยแววตาเป็นประกายเจ้าของร้านขายการ์ตูนยักคิ้วให้หนึ่งทีก่อนจะหยิบหนังสือนิยายวัยรุ่นเกาหลีเล่นหนาขึ้นมาวางบนเคาเตอร์

“”เล่มสอง เพิ่งมาถึง ยังไม่ห่อปกเลย””

“”กรี้ดดดดดดดดดดดดด จีอึนซองของเค้ามาแล้ว””คริสาร้องวีดว้ายเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ปวันที่ยืนอยู่ตรงประตูร้าน ย่นคิ้วทำหน้าเครียด

“”การ์ตูนเล่มอื่นที่สั่งไว้ก็มาแล้วนะ จะเอากลับวันนี้เลยรึเปล่า””คริสาพยักหน้าหงึกๆยิ้มร่า เด็กหญิงเปิดกระเป๋าเป้สีชมพูหวานแหววออก แล้วจัดการโกยหนังสือนิยายและการ์ตูนลงกระเป๋าทันที

“”พี่ปูเป้วันนี้สองชั่วโมงเหมือนเดิมนะ มุมประจำคริสยังไม่มีใครจองใช่มั้ย””

“”ไม่มีจ้า พี่กันไว้ให้หนูคนเดียว””

“”เย้ น่ารักที่สุด””กระโดดอย่างร่าเริงแล้วแบกเป้ วิ่งตึงตังขึ้นไปยังชั้นสองของร้าน ปวันมองตามอย่างเป็นกังวลแต่ห้ามอะไรไม่ได้ เป็นอยู่อย่างนี้เกือบเดือน ปวันทำเช่นนี้ทุกวัน ยืนรอคริสาหน้าร้านการ์ตูน พอครบสองชั่วโมงพากันเดินกลับไปรอหน้าโรงเรียนสอนพิเศษทำทีว่าเพิ่งเลิกเรียนเมื่อรถที่บ้านมารับ

“”บอกมาว่าทั้งเดือนแกหายไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมไปเรียนพิเศษ””อานนท์ตะโกนถามเสียงดัง เขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากที่เรียนพิเศษ แจ้งว่าคริสาหายหน้าไม่เรียนเป็นเดือน เด็กหญิงกลอกตาไปมา ยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน คนเป็นพ่อเกลียดกริยาอย่างนั้นที่สุด เขาดึงไม้เรียวออกมาจากหลังตู้ไม้ คริสาทำตาลุกวาว ตอนไม้เรียวอันยาววางอยู่หลังตู้ให้หยากไย่เกาะ ไม่เห็นจะน่ากลัวเท่ากับอยู่ในมือของอานนท์

“”เรียนติดศูนย์ทุกเทอม แล้วยังจะหนีเรียนอีก หัวแกคิดอะไรได้บ้างมั้ย””ตวัดปลายไม้เรียวไปมาตรงหน้า คริสาไม่มีสมาธิหาคำแก้ตัวเอาซะเลย

“”ไม่ตอบใช่มั้ย””ง้างไม้เรียวเตรียมฟาดก้นคริสาตาโตกระโดดถอยไปไกลปวันที่ยืนหลบมุมแอบฟังอยู่กระโดดเข้ามาขวางหน้าเอาตัวบังทันที

“”คุณท่านครับ อย่าตีคุณคริสเลย””ปวันอ้อนวอนคริสาเบะปากแต่ยังคงใช้ปวันเป็นที่หลบกำบังไม้เรียว

“”ไม่ต้องมาขวางปัน ยัยคริสหนีเรียนต้องถุกลงโทษ””

“”คุณคริสไม่ผิดครับ ผมผิดเอง ผมรับปากว่าติวให้คุณคริส ผมบอกเองว่าไม่ต้องไปเรียนติว แต่พอถึงเวลาผมไม่ค่อยว่างเพราะว่าทำกิจกรรม””เป็นคำโกหกที่ปวันรู้สึกผิดอย่างที่สุดแต่เขาเองก็มีส่วนร่วมเห็นดีเห็นงามให้คริสาโดดเรียนถ้าเขาบอกอานนท์ตั้งแต่ทีแรกก็จบเรื่อง

“”ไม่ต้องสร้างเรื่องโกหกเพื่อปกป้องยัยคริสเลย ยังไงวันนี้เด็กขี้เกียจต้องถูกตี””อานนท์บอกอย่างรู้ทัน คริสาทำตัวลีบทันที

“”ถ้าตีตีผมเลยครับ ตีผมคนเดียว เพราะคุณท่านให้ผมดูแลคุณคริส เมื่อผมดูแลไม่ได้ ก็ทำโทษผมคนเดียว””

“”ปวัน!””อานนท์เรียกเสียงเข้ม เขารู้จักเด็กผู้ชายคนนี้ดีกว่าใครทั้งหมด ไม่ว่าคริสาจะแสดงท่าทีรังเกียจหรือกลั่นแกล้งเด็กชายยังไงแต่เขาจะคอยปกป้องคริสาเสมอ

“”พูดเองนะ ลูกผู้ชายคืนคำไม่ได้ อย่ามาโอดครวญทีหลังแล้วกัน””

ฟึ่บ ฟึบ ฟึ่บ !!!เสียงไม้เรียวฟาดลงบนก้นดังติดต่อกันหลายครั้ง ปวันกอดอกนิ่งกลั้นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไว้ ในขณะที่คริสาเหยียดยิ้มอย่างพอใจ สีหน้าแววตาไร้ความรู้สึกผิด



10 ปีก่อน


”เฮ้ย! เร็วๆยี่หวาห้องห้าตบเด็กม.ต้นหลังโรงเรียน”นักเรียนหญิงชั้นม.ปลายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องแล้วร้องประกาศบอกทุกคน นักเรียนพากันฮือฮาวิ่งออกจากห้องเพื่อไปมุงดู ยกเว้นปวันที่กำลังแปลบทความภาษาอังกฤษอย่างตั้งใจ

”ปัน! ไม่ไปดูเหรอ”เด็กหญิงคนเดิมเอ่ยถาม

”ไม่อ่ะ”ปวันเงยหน้าขึ้นมาตอบสั้นๆแล้วก้มหน้าลงไปตามเดิม

”แต่เด็กที่ถูกยี่หวาตบคือคริสานะ”แค่ได้ยินชื่อปวันลุกพวรดจากโต๊ะทันทีหนังสือภาษาอังกฤษหล่นกระจัดกระจาย

”เธอบอกว่าตบกันที่ไหนนะ”

หลังโรงเรียน

”เอ้าเล้ย ตบเลย ตบเลย อย่างนั้นแหละ”เสียงเชียร์จากรุ่นพี่หญิงม.ปลายดังขึ้นรอบวงกลางวงร่างของคริสาถูกกดจมไปกับพื้นโดยมีรุ่นพี่นักเรียนหญิงที่อายุมากกว่าและรูปร่างใหญ่โตกว่าคร่อมร่างไว้ทุกคนที่รวมตัวอยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นโจทย์เก่าหรือไม่ก็หมั่นไส้คริสาทั้งนั้น

”อยู่แค่ม.สอง แต่กล้าแย่งแฟนรุ่นพี่ ร่านแต่เด็กเลยนะ”รุ่นพี่เอ่ยอย่างโกรธแค้นกระชากผมยาวคริสาเป็นกระจุกแล้วฟาดฝ่ามือลงไปบนแก้มใสจนแก้มบวมช้ำไปหมด

”อย่าทำคริสนะ” ปล่อยคริสจริยาในวัยสิบสี่ปีร้องห้ามเสียงหลงเด็กหญิงถูกรุ่นพี่คนอื่นจับตัวไว้ไม่ยอมให้เข้าไปช่วย แต่ถึงจะปล่อยให้เป็นอิสระก็คงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะมีกันแค่สองคน

”หน้าตาขี้เหร่ แล้วยังหยาบคายอย่างที่พี่ท็อปบอกจริงๆ”ด้วยแม้จะเลือดกลบปากแต่ก็ยังมีแรงพูดจาถากถางกวนน้ำให้ขุ่นดวงตาคริสากร้าวไม่กลัวสิ่งที่กำลังเผชิญสักนิด

”ปากดีนะอีเด็กนี่ สวยมากใช่มั้ย ชอบอ่อยนักเหรอ”รุ่นพี่จอมโหดกระชากผมบังคับให้แหงนหน้าเพื่อนสาวคนหนึ่งยื่นกระป๋องสีขาวที่บรรจุของเหลบางอย่างไว้แค่คริสาได้กลิ่นก็รู้ทันทีว่าเป็นอะไร

แผละ แผละ แผละ!!!

”นี่แนะ ! ผมยาวสวยนัก ลองใช้ครีมนวดยี่ห้อนี้ดีมั้ย”

”กรี้ดดดดดดดด”คริสาร้องลั่นดิ้นสุดแรงเกิดผมยาวสวยถูกรุ่นพี่เทกาวทั้งกระป๋องราดลงบนหัวแล้วขยี้ไปมาอย่างเมามันส์

”ปล่อยคริส ปล่อยคริส ฮือออออ คริส””จริยาร้องไห้โฮเมื่อเห็นเพื่อนรักถูกรังแกอย่างหนัก

”หยุดนะ หยุด!เสียงห้าวตะโกนมาจากนอกกลุ่ม” ปวันวิ่งแหวกผ่านกลุ่มนักเรียนหญิง เข้าไปกลางวงกระชากเพื่อนรุ่นเดียวกันจนกระเด็นไปไกล

”โอ้ย! ปัน ผลักเราทำไม”

”ทำบ้าอะไรของเธอ!”

”ก็ยัยเด็กแรดนี่มันอ่อยแฟนฉัน ไปนั่งกินไอติมหน้าโรงเรียนกับแฟนฉันทุกวัน กลางคืนยังโทรคุยกันอีก””ยี่หวาบอกด้วยน้ำเสียงสุดจะโกรธแค้นปวันฉุดคริสาให้ลุกขึ้นมองสภาพของคุณหนูที่เขาไม่อาจปกป้องด้วยดวงตาแสนเจ็บปวด

”แล้วต้องทำถึงขนาดนี้เหรอ ใช้กำลังรังแกเด็กที่อายุน้อยกว่า มันน่าภูมิใจตรงไหน””

”นายก็เข้าข้างยัยเด็กนี่ตลอด ไม่รู้รึไงว่าผู้หญิงเกลียดมันทั้งโรงเรียน””ยี่หวาชี้หน้าคริสาเด็กหญิงร้องไห้โฮไม่อาจอดกลั้นไม่เจ็บสักนิดที่ถูกตบแต่เพราะผมสวยที่เธอแสนรักถูกละเลงไปด้วยกาวจนผมเหนียวเป็นก้อนขยุกขยิก

”ฮือออออออออ แม่!”คริสาสะบัดแขนออกจากปวันผลักเขาจนเซเพราะคับแค้นใจเสียจนต้องหาที่ลงเด็กหญิงวิ่งหายไปจากตรงนั้นโดยมีจริยาเพื่อนรักวิ่งตามไปติดๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นคริสาปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความฮือฮาของเด็กทั้งโรงเรียน เด็กหญิงที่เคยมีผมยาวสลวย กล้อนผมตัวเองจนโล้นล้าน ผมที่ถูกกาวทั้งกระป๋องเทราดไม่สามารถกอบกู้คืนสภาพเดิมได้ ทุกๆที่ที่คริสาเดินผ่านจะถูกนักเรียนชายหญิงจ้องมองราวกับเป็นตัวประหลาด บ้างหัวร่อต่อกระซิก บ้างสมน้ำหน้า เด็กหญิงทนต่อสภาพนั้นได้เพียงแค่ครึ่งวัน พอถึงเวลาพักเที่ยงเอาแต่ขังตัวเองร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ

”คริส“ออกมาเถอะจริยารัวทุบประตูอย่างร้อนรนคริสาหายเข้าไปร่วมสองชั่วโมงเอาแต่ร้องไห้จนนักเรียนหญิงพากันมามุงดูหน้าห้องน้ำ

“เดี๋ยวผมก็ยาวนะคริส”จริยาตะโกนปลอบใจแต่เสียงร้องไห้ฟูมฟายยังดังไม่หยุด

”ว้ายยยยยย!”เสียงเด็กผู้หญิงที่มุงอยู่หน้าห้องน้ำกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อนักเรียนชายรุ่นพี่สุดหล่อดีกรีประธานนักเรียน เดินแหวกกลุ่มเข้ามาภายในห้องน้ำหญิง

”พี่ปันช่วยหน่อยดิ คริสไม่ยอมออกมา”จริยาวิ่งไปเกาะแขนปวันแล้วเขย่าแรงๆอ้อนวอนขอให้ช่วยปวันเดินหยุดยืนอยู่หน้าประตูใช้เท้ายันถีบบานประตูเก่าครึสองสามทีก็เปิดออก คริสานั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้องน้ำ ดวงตาบวมช้ำเพราะร้องไห้อย่างหนัก เด็กหนุ่มรู้สึกปวดแปลบกับภาพนั้น เข้าก้าวเข้าไปในห้องน้ำแล้วฉุดดึงแขนเล็กให้ลุกตามทันที

”มากับผม”ปวันลากคริสาออกมาจากห้องน้ำอย่างทุลักทุเลเด็กนักเรียนชายหญิงที่ยืนอออยู่หน้าห้องน้ำถอยร่นเปิดทางให้กับคนทั้งสอง ปวันจูงมือคริสาก้าวไปยังโถงทางเดินที่ขวักไขว่ไปด้วยนักเรียนหลายชั้นปี จู่ๆเด็กหนุ่มก็หยุดยืนนิ่ง คริสาเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย ปวันล้วงอะไรบางอย่างที่เขาแอบเอามาจากห้องปกครอง ถือของสิ่งนั้นไว้ในมือแล้วหันไปมองคริสา

ตื้ดดดดดดดดดดดดดดด

ปวันยกกรรไกรปัตตาเลี่ยนขึ้นไถกล้อนผมตัวเอง เด็กนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์พากันร้องลั่นด้วยความตื่นตะลึง คริสาทำตาโต เมื่อเห็นเศษผมร่วงหล่นลงบนพื้น เด็กหนุ่มกล้อนผมตรงกลางหัวตัวเองจนเกลี้ยง เหลือผมไว้สองข้าง ทำให้ได้ทรงเดียวกับขุนช้าง สภาพอย่างนั้นมันต้องอัปลักษณ์สิ แต่น่าแปลกนัก แค่เพียงเขาคลี่ยิ้ม ทุกสิ่งที่ดูด้อยและอัปลักษณ์กลับสว่างไสวและสดใสขึ้นทันที

“ทำบ้าอะไร!”ปวันไม่ตอบแต่หันไปประกาศกับทุกคน

“ทีนี้คนประหลาดก็เพิ่มขึ้นอีกคนนึง ใครอยากจ้องอยากมองก็ตามสบาย”

8ปีที่แล้ว

”นี่อย่าเล่นตัวเลยน่า ออกมาด้วยกันอย่างนี้ แปลว่ายอมอยู่แล้ว”เสียงหนุ่มรุ่นพี่ดังมาจากรถยนต์คันหรูคริสาในชุดนักเรียนมัธยมปลายตัวลีบติดกระจกรถเพราะถูกหนุ่มอายุมากกว่าต้อนหวังแทะโลม

”เอามือออกไปเลยนะ อย่ามาแตะ”คริสาปัดมือที่กำลังไต่ชายกระโปรงเธออย่างแรง ทำให้หนุ่มรุ่นพี่อารมณ์เสีย

”เล่นตัวมากไปจะไม่สนุกนะน้อง”

”ปล่อยฉันลงไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันอยากกลับบ้าน”คริสาออกคำสั่งสุ้มเสียงสั่นพร่าเธอรู้สึกกลัวผู้ชายคนนี้เหลือเกิน

”กลับได้ไง ไหนบอกว่าบ้านเป็นนรก มาขึ้นสวรรค์กับพี่ดีกว่า”พูดจบก็ดึงร่างเล็กเข้าหา พยายามระดมจูบซุกไซร้ แต่เสียงเคาะรัวกระจกทางด้านนอก ดึงทุกความสนใจของเขาไปจนหมด

ปังๆๆๆๆๆ

”ใครว่ะ”ชายหนุ่มปล่อยร่างคริสา ตะโกนถามเสียงกร้าว ร่างสูงนอกรถทำท่าให้ไขกระจกรถลง และเมื่อทำอย่างนั้น มือหนาเอื้อมมากระชากคอเสื้อชายหนุ่มในรถแล้วกระหน่ำหมัดอัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาแบบไม่ยั้ง

”โอ้ยๆๆๆๆ”

”เปิดประตูรถ”ออกคำสั่งเสียงดุดันชายหนุ่มทำตามอย่างเร่งรีบเพราะกลัวจะถูกอัดหน้าอีกคริสารีบเปิดประตูกระโดดลงจากรถแล้วเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ต้องตกตะลึงคนที่ช่วยเธอคือปวันเขาไปเรียนต่อแพทย์ที่อเมริกาหนึ่งปีเต็มกลับมาช่วงซัมเมอร์เหยียบแผ่นดินไทยไม่ทันถึงสามชั่วโมง ก็ตามมาปกป้องคุณหนูคริสาอีกแล้ว

”คุณคริสรีบไปซ”เขาสั่งเสียงดุคริสานิ่วหน้าอย่างแปลกใจสายตาที่ปวันมองมาทำให้เธอต้องหันไปมองข้างหลังนักศึกษาชายสามสี่คนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ชายหนุ่มในรถแสยะยิ้มพรรคพวกเขามาแล้วห้าต่อหนึ่ง ปวันเละแน่

”วิ่งไปให้เร็วที่สุด แล้วไม่ต้องหันกลับมามอง”

เอ่อคริสาอึกอัก

”ไปสิ!”ปวันสั่งเสียงดังคริสาก้าวเท้าแล้วออกวิ่งสุดชีวิตแล้วเมื่อไกลพอเธอหันกลับมาภาพสุดท้ายที่เห็นปวันล้มลงบนพื้นและกำลังถูกรุมกระทืบ



พี่รักคริสนะครับ


ฮือออออออออออออออออ



คริสาน้ำตาไหลพรากเมื่อนึกถึงทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่ผ่านมาในอดีตจนกระทั่งตอนนี้ ปวันคอยดูแลปกป้องเธอเสมอ เขาช่างแสนดี เป็นเพียงคนเดียวในโลกนอกจากพ่อที่คอยอยู่เคียงข้างเธอ แต่เธอช่างร้ายกาจกับเขา เธอมันเลวคริสา เธอมันเลว

ปวันที่ดื่มเข้าไปหนักรู้ตัวว่าตัวเองเมาจนแทบคุมสติไม่อยู่ เมื่อเขาทำท่าจะลุกแล้วกลับไปพักผ่อน มีคนเดินเข้ามาแล้วมอบเศษกระดาษซึ่งมีข้อความบางอย่างส่งถึงเขา ปวันฉีกยิ้มกว้างแล้วลุกจากโต๊ะไปทันที

จริยาที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ได้แต่ถอนหายใจ แผนการบ้าๆที่ทำลงไปสักวันกรรมมันคงตามสนองเธอ แต่หากนั่นเป็นความต้องการของคริสาเพื่อนรัก เธอไม่มีวันปฎิเสธอยู่แล้ว คนตัวเล็กแกว่งแก้วเหล้าไปมา ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ กำลัวจะยกแกวเหล้าขึ้นดื่มก็ถูกมือใครบางคนกระชากแก้วออกจากมือ

“บอกแล้วไงว่าห้ามดื่มอีก”

คนที่ดึงแก้วเหล้าออกปจากมือคือกฤษ บอดี้การ์ดคนสนิท จริยาทำหน้าตาตื่นตกใจ เป็นไงมาไงกฤษณ์ถึงมายืนอยู่ตรงนี้

“พี่กฤษณ์มาได้ไง”

“คุณพ่อคุณมีประชุมที่กระบี่ด้วย ไม่รู้เหรอ ผมตามมาดูแลท่าน”กฤษณ์ตอบเสียงเรียบ

“แล้วคุณพ่ออยู่ไหน”

“พักอยู่ที่รีสอร์ทใกล้ๆ ท่านรู้ว่าคุณยกกองมาถ่ายโฆษณาที่นี่เลยบอกให้ผมมาดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยรึปล่าว”

“อะ เอ่อ ก็เรียบร้อยดีไม่มีอะไร กลับไปดูแลคุณพ่อเถอะ”จริยาบอกเสียงตะกุกตะกัก บอดี้การ์ดหนุ่มจ้องมองด้วยสายตาอย่างสงสัย

“แล้วนี่คุณคริสกับคุณปวันละ มาฮันนีมูนด้วยกันนี่”กฤษณ์สอดส่ายสายตาหาคนที่เพิ่งเอ่ยถามถึง

“ไม่รู้ ขึ้นไปนอนแล้วมั้ง มาฮันนีมูนก็ต้องเข้าห้องเร็วสิ  พี่กฤษณ์ก็ด้วย ดูแลคุณพ่อคงเหนื่อย รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวจ๋อมไปส่ง”จริยาดันหลังร่างสูงให้เดินไปข้างหน้า จวนจะถึงรถอยู่แล้ว จู่ๆเพื่อนรักก็วิ่งจากรถหน้าตาตื่นลงมา

“ยัยจ๋อม จ๋อม”

คริสาพุ่งเข้าหาจริยาคว้าตัวเพื่อนสาวไว้แล้วเขย่าสุดแรง สร้างความงุนงงให้กฤษณ์เป็นอย่างมาก

“อะไรยัยคริสแกเป็นอะไร”

“ไม่เอาแล้วจ๋อม ฉันล้มเลิกแผนทุกอย่างไม่เอาแล้ว”คริสาบอกเสียงสั่น ในที่สุดเธอก็ไม่อาจทำร้ายผู้ชายคนเดียวที่คอยปกป้องดูแลเธอได้

“แก เดี๋ยวก่อนใจเย็นๆ ฉันงงไปหมดแล้ว”

“ไปบอกละอองฟองว่า ฉันยกเลิกแผนทุกอย่าง จะไม่เอาเงินกลับแม้แต่บาทเดียว แต่ฉันโทรหายัยเด็กนั่นไม่รับสายเลย”คริสาบอกอย่างร้อนรน

“คริส ฉันว่ามันสายไปวะ”จริยาบอกเสียงเบา

“แกหมายความว่ายังไง”

“พี่ปันกับยัยละอองฟองเพิ่งหายไปด้วยกัน ฉันคิดว่าตอนนี้ พวกเค้า ….”

“ไม่ ฉันจะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้น ฉันจะต้องหาสองคนนั่นให้เจอ”

คริสาบอกแค่นั้นก่อนจะวิ่งออกไป จริยาทำท่าจะวิ่งตามแต่ถูกกฤษณ์คว้าตัวไว้

“จ๋อม นี่มันเรื่องอะไรกัน”

จริยาสะดุ้งสุดตัวเพิ่งนึกได้ว่ากฤษณ์อยู่ตรงนี้

“ค่อยอธิบายทีหลังได้มั้ยคะ ตอนนี้ขอตามหาตัวพี่ปันก่อน ไปเร็วช่วยกันหา”กลายเป็นว่าจริยาลากคนตัวโตให้ตามไปด้วย กฤษณ์อยู่ในความงุนงงแต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดี

ท่าเรือยอร์ช

“เจอกันที่เรือยอร์ช”

หลังจากปวันได้รับข้อความนี้เขามั่นใจว่าคริสานัดพบเขาที่นี่ จริยาคงเป็นคนจัดการทุกอย่าง หรือว่าที่หายไปทั้งวันเพราะคิดจะทำเซอร์ไพรซ์กลับ แค่คิดก็ฉีกยิ้มกว้าง แม้ตอนนี้ศูนย์ควบคุมทางร่างกายจะถูกแอลกอฮอล์สร้างคามเสียหายไปเกินครึ่ง แต่ก็ยังประคองตัวมายังเรือยอร์ชที่จอดเทียบท่าอยู่ได้

“อ่า อยู่นั่นเอง”ปวันพึมพำเบาๆเมื่อเห็นเรือยอร์ชที่ใช้ถ่ายทำโฆษณาเมื่อตอนกลางวัน ร่างสูงข้ามสะพานที่เชื่อมต่อไปยังเรือยอร์ช ภายในเรือไฟสีส้มส่องสว่างพอมองเห็นทาง เดินไปยังทางเดินมุ่งตรงไปยังห้องโดยสารที่มีแสงไฟเปิดอยู่

“คริส”

ปวันเรียกร่างระหงส์ที่เห็นแต่เพียงด้านหลัง

“ปวัน ปวันนนนนนนนน”คริสาร้องเรียกหาสามี เธอไม่เห็นเขาแม้เพียงเงา ทั้งในงานปาร์ตี้ บนห้องนอน หรือโดยรอบทั่วบริเวณชายหาด จริยาวิ่งกระหืดกระหอบมาสมทบ

“คริส บนห้องยัยละอองฟองก็ไม่มี”

“ถามคนอื่นรึยัง”

“ถามแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าสองคนนั่นหายไปไหน”

“คุณคริส คุณจ๋อม”บอร์ดี้การ์ดร้องเรียกหญิงสาวทั้งสอง วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“ผมทำพนักงานที่เสิร์ฟเหล้าในปาร์ตี้ เขาบอกว่ามีคนฝากข้อความให้คุณปวัน จากนั้นคุณปวันก็เดินหายไปทางท่าเรือ”

คริสากับจริยา มองหน้ากันทันที

“เรือยอร์ช!”

ว่าแล้วคริสาก็พุ่งตัวออกไปทันที จิตใจร้อนรนด้วยความรีบเร่งทำให้สะดุดล้มลง จนมือโดนเปลือกหอยแหลมคมบาดเป็นแผลเลือดไหลซิบ คริสาไม่สนใจบาดแผลที่มือ ตอนนี้หัวใจเธอจวนเจียนจะระเบิดแตกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ ถ้าเกิดว่าตอนนี้ปวันกับยัยเด็กนั่นกำลัง…แค่คิดก็รวดร้าวทรมาน

“ปวัน ปวัน พี่ปัน!”คริสาร้องเรียกสามีทันทีที่มาถึงท่าเรือ ร่างบางวิ่งข้ามสะพานขึ้นไปยังเรือ       ยอร์ชอย่างรวดเร็ว บานประตูห้องโดยสารอยู่ตรงหน้า ขอให้หลังบานประตูนั้นไม่เป็นอย่างที่คิด

พลั่กกกกกกกกกก

คริสาผลักบานประตูออกไปอย่างรุนแรง สิ่งที่ปรากฏต่อหน้า คือ ร่างบางระหงส์ของละอองฟองที่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาคนอีกคน แต่ไม่เห็นแม้แต่เพียงเงา

“แหม่ ว่าแล้วว่าต้องมา แต่ไม่คิดว่าจะมาช้าขนาดนี้”ละอองฟองเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ แกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ คิดไว้แล้วว่าคริสาต้องปรากฏตัว

“ปวันอยู่ไหน”

“มาแล้ว แล้วก็ไปแล้ว”

“หมายความว่าไง”ใจคริสาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หรือว่าสองคนจะ…

“ตอนแรกคิดว่าเป็นงานง่ายๆเงินดี ฉันเข้าใจว่าผู้ชายทุกคนบนโลกใบนี้มันก็เหมือนกันหมด ใครจะไปคิดว่ามองผิดไป”ละอองฟองวางแก้วไวน์ลง แล้วเยื้องกรายมาหาคริสาที่ยืนอยู่

“ฉันทำงานไม่สำเร็จ ขอคืนเงินให้คุณแล้วกัน”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็ฉันอุตส่าหลอกล่อคุณหมอปวันมาถึงที่นี่ พอเขามาถึง รู้ว่าเป็นฉันไม่ใช่คุณ ก็จะกลับท่าเดียว โน้มน้าวเสนอตัวให้ฟรีๆเค้ายังไม่เอาเลย แถมสั่งสอนฉันอีกว่าไม่ควรทำตัวแบบนี้ น่าขายหน้าชะมัด รู้งี้มอมให้หลับแล้วจับปล้ำก็จบเรื่องแล้ว”ละอองฟองบอกอย่างหัวเสีย รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากที่ถูกผู้ชายปฎิเสธ ขนาดเธอเสนอตัวให้ฟรีๆอย่างที่ว่าปวันยังไม่แลเลย

“หมายความว่าเธอกับปวันยังไม่ได้…”

“ใช่คะ เรายังไม่ได้มีอะไรกัน คุณคงต้องหาวิธีอื่นกำจัดสามีคุณแล้ว ใช้ผู้หญิงมาล่อให้นอกใจแบบนี้มันคงไม่เวิร์ค เพราะดูเหมือนว่าคุณหมอปวันจะอยู่ในลัทธิ บูชาเมีย”ละอองฟองบอกย่างเซ็งๆก่อนจะกลับไปนั่งจิบไวน์ตามเดิม คริสาดีใจเป็นที่สุด เธออยากกระโดดให้ตัวลอย ขนาดมีผู้หญิงเสนอตัวให้เขา เขายังปฎิเสธ

“ละอองฟอง เงินนั่นฉันยกให้เธอ ขอบใจมากที่ทำงานไม่สำเร็จ”คริสาบอกอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งออกไปด้วยหัวใจที่ลิงโลด ทิ้งละอองฟองไว้กับความงุนงง

ปวันสะบัดหัวไปมาไล่ความมึนงง เขาเกือบถูกละอองฟองล่อลวงเข้าเสียแล้ว นายแพทย์หนุ่มรีบออกมาจากเรือยอร์ช ประคองร่างโงนเงนเพื่อจะได้กลับที่พัก แต่ก็รู้สึกมึนงงจนแทบทรุด จึงแวะระหว่างทางเอาหลังพิงไปกับต้นสนเพื่อเรียกสติคืนมาก่อน

“คุณจ๋อม หยุดก่อนหยุดเดี๋ยวนี้”

ปวันได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อจริยา จึงหันไปตามเสียง พบว่ากฤษณ์กำลังดึงรั้งฉุดจริยาไว้ไม่ยอมให้หญิงสาวเดินไปต่อ ทีแรกปวันจะร้องเรียกให้ทั้งสองคนช่วยพาเขากลับที่พัก แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทั้งสองจึงหลบมุมอยู่หลังต้นสน ไม่เข้าไปขัดจังหวะ

“คุณจ๋อมจะบอกได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น”กฤษณ์กำลังคาดคั้นอะไรบางอย่างกับจริยา ปวันรู้สึกเป็นเรื่องเสียมารยาทที่จะแอบฟังคนทั้งสอง เขาตัดสินใจจะหลบออกไป จนกระทั่งได้ยินกฤษณ์เอ่ยถึงคริสา

“คุณจ๋อมกับคุณคริสวางแผนสร้างเรื่องอะไรอีก”

“มันเป็นแค่เรื่องผิดพลาด แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว”จริยาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ

“บอกมาว่าคุณสองคนวางแผนทำไรคุณหมอปัน”บีบแขนเล็กแน่น

“กะ ก็”

“บอกมา!”

“พี่กฤษณ์”จริยาเอ่ยเสียงอ่อน ไม่อยากบอกความจริงกับกฤษณ์

“ถ้าคุณจ๋อมไม่บอก ผมจะไปสืบเรื่องนี้เอง แล้วถ้าผมรู้เรื่องทั้งหมด ผมจะเอาไปบอกคุณหมอปวันแล้วก็คุณพ่อคุณด้วย”จริยารู้ว่านี่ไม่ใช่คำขู่ กฤษณ์พูดจริงทำจริงเสมอ คนตัวเล็กทำหน้าเหมืออนจะร้องไห้ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง

“กะ ก็ยัยคริสอยากจะหย่ากับพี่ปัน มันก็เลยคิดแผนขึ้นมา ให้จ๋อมไปจ้างนางแบบมาทำทีตีสนิทกับพี่ปัน ให้ไปยั่วยวน แล้วก็ทำยังไงก็ได้ให้พี่ปันนอกใจ จากนั้นก็ถ่ายคลิปถ่ายรูปไว้ เป็นหลักฐาน จะได้เอาไปให้อาหมอ ยัยคริสจะได้หย่าขาดจากพี่ปันแล้วพี่ปันก็จะได้กระเด็นออกจากปรีชาไวยกิจ”

ร่างสูงค่อยๆทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง ปวันรู้สึกเหมือนทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ร่างอ่อนแรงพิงหลังไปกับต้นสนใหญ่ หัวใจไร้ค่าบีบตัวจนทรมาน หลังจากนั้นก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ หยดน้ำตาอุ่นๆรื้นอยู่ตรงขอบตาที่ร้อนผ่าว ทุกความรู้สึกเจ็บปวดพุ่งตรงมายังหัวใจที่ตายสนิท มวลความรู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้หัวใจเขาแหลกละเอียด  คริสา ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ ฆ่าเขาอย่างเลือดเย็น ความเกลียดชังของเธอทำร้ายเขามาตลอด แต่ไม่มีครั้งในที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดทรมานได้เท่าครั้งนี้

“ทำไมถึงทำเรื่องชั่วร้ายได้ขนาดนี้กัน”กฤษณ์เขย่าร่างเล็ก จริยาร้องไห้ตัวสั่น

“จ๋อม ขอโทษ”

“คุณสองคนกำลังทำร้ายคนดีๆ ผมผิดหวังในตัวพวกคุณจริงๆ”

ปวันพาร่างกายที่ไร้หัวใจโซซัดโซเซกลับที่พัก เขาไร้หัวใจเพราะมันแตกละเอียดกายเป็นผุยผงและสลายหายไปท่ามกลางสายลม

เจ็บปวดเกินไป

ทรมานเหลือเกิน

ราวกับถูกพรากลมหายใจเฮือกสุดท้ายจากไป

ร่างกายไร้เรี่ยวแรงทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง จ้องมองเพดานด้วยสายตาพร่ามัว มันพร่ามัวเพราะเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ผู้ชายควรเสียน้ำตาตอนไหนกัน ใช่ตอนที่เจ็บเหมือนจวนเจียนจะตายแบบนี้หรือเปล่า

คริสารีบวิ่งกลับมายังโรงแรม เพราะคิดว่าปวันอาจย้อนกลับมาที่ห้อง คนตัวเล็กร้อนรนเปิดประตูเข้าไป วิ่งตรงไปยังห้องนอนแล้วก็ต้องพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก เมื่อคนที่เธอต้องการเจอมากที่สุดในเวลานี้  นั่งอยู่บนเตียงนอนเหมือนกำลังรอการกลับมาของเธอ

“ปวัน ยังไม่นอนอีกเหรอ”คริสาเอ่ยเสียงเบา

“ไปไหนมา คริสตามหาแทบแย่”

“คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าผมไปไหน”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างแข็งกระด้าง

“นึกว่าอยู่ในงานปาร์ตี้ซะอีก”

“ทำไม ผิดหวังเหรอคริสาที่ยังเห็นผมอยู่ตรงนี้”ปวันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคริสา ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าที่มักระบายไปด้วยรอยยิ้มมืดมนเสียจนคริสาใจเสีย

“เป็นอะไรรึเปล่า ดื่มมาเยอะเหรอ”คริสาถามเสียงสั่น รู้สึกได้ถึงท่าทีและน้ำเสียงที่เปลี่ยนแปลงไป

“ทุกข์ทรมานมาเลยเหรอคริสา”ปวันถามขึ้นด้วยเสียงเย็นชา คริสาไม่เข้าใจในสิ่งที่ถาม

“การที่ต้องใช้ชีวิตกับผู้ชายที่เป็นได้แค่กาฝาก เป็นคนชั้นต่ำ มันทำให้เธอทุกข์ทรมานมากใช่มั้ย”คริสางุนงงกับสิ่งที่ปวันเอ่ยถาม จู่ๆเขาก็มีท่าทีแข็งกร้าว อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ทำไมถึงถามแบบนั้นละ”

“ตอบสิ ตอบมา”

“ปวันเมาแล้ว เราค่อยคุยกันดีกว่า”คริสาไม่อยากเผชิญหน้ากับปวันในตอนนี้ หญิงสาวหมุนร่างเตรียมออกจากห้องแต่ร่างสูงลุกพรวดขึ้นแล้วกระชากแขนเล็กอย่างแรง

“โอ้ย! คริสเจ็บนะ”รู้สึกปวดแสบตรงแขนเพราะเป็นแผลถลอกปอกเปือกตอนล้มลงที่ชายหา ปวันไม่สนใจบาดแผลนั้น มือหนาบีบแขนแรงขึ้นจนคนตัสเล็กปวดร้าวไปหมด

“เจ็บเป็นด้วยเหรอ นึกว่าเก่งแต่ทำให้คนอื่นเขาเจ็บปวดอย่างเดียว”

“ปล่อยนะ ถ้าเมาก็ไปนอน เราจะไม่คุยอะไรกันตอนนี้”คริสายื้อแขนตัวเองพยายามสลัดให้หลุด แต่แรงมดหรือจะสู้แรงของผู้ชายตัวโตๆ

“ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง เธอมีหัวใจหรือเปล่าคริสา!”เป็นครั้งแรกที่ปวันตะเบ็งเสียงใส่เธอ ดวงตามืดดำสนิทไม่สะท้อนประกายแววตาไม่เหลือเค้าความอบอุ่นอย่างที่เคยสัมผัส คริสาใจคอสั่นรอ นึกกลัวอยู่ในที

“ปวันหมายถึงอะไร ทำไมถึงถามอย่างนั้น”

“ผิดหวังมากมั้ยที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนการชั่วๆของเธอ”คนถามเค้นเสียงออกมาอย่างยากเย็น คริสาปากคอสั่น หรือว่าปวันจะรู้ความจริง

“พะ พูดถึงเรื่องอะไร”

“เธอไม่รู้จริงๆหรือคริสา บอกสิว่าเธอไม่ได้วางแผนจ้างยัยเด็กนั่นมาทำเรื่องชั่วๆเพื่อที่จะได้กำจัดไอ้เศษสวะไอ้กาฝากออกไปจากชีวิต ออกไปจากปรีชาไวยกิจ”ปวันระเบิดอารมณ์ใส่คนตัวเล็ก มือหนาเขย่าร่างบางจนหัวสั่นหัวคลอน คริสาน้ำตาเอ่อล้น

“ปะ ปวัน”

“เธอทำแบบนี้ ทำไมเธอไม่จ้างมือปืนสั่วๆสักคนมายิงกันให้ตายไปเลยละ รู้อะไรมั้ยคริสา แบบนั้นมันง่ายดาย แทบจะไม่เจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ แค่มันยิงตรงนี้ๆๆๆๆๆ”ปวันจับมือคริสาขึ้นมาแล้วชี้ซ้ำๆไปที่ขมับด้านซ้าย

“หรือไม่ก็ยิงตรงนี้ๆๆๆๆ”แล้วเลื่อนมือลงมาจิ้มแรงๆตรงหน้าอกด้านซ้าย คนตัวโตแผดเสียงอย่างเจ็บปวดทรมาน

“แต่สิ่งที่เธอทำกับฉัน มันทารุณมากกว่านั้น”ความเจ็บปวดฉายชัดอยู่ในแววตา ในน้ำเสียงสั่นเคลือ ปวันควบคุมไม่ให้ตัวเองต้องทรุดกองลงตรงแทบเท้าผู้หญิงตรงหน้า สำหรับเธอเขามันตกต่ำเหมือนเศษดินใต้ฝ่าเท้า

“เธอใจร้ายมากเลยรู้มั้ย”

“ปวัน คริสมันไม่ใช่…”

“บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมถึงได้รักผู้หญิงที่เลวร้ายขนาดนี้ได้ลงคอ ทำไมถึงคอยปกป้องผู้หญิงที่ดีแต่จะเหยียบย่ำหัวใจคนอื่น มองคนอื่นเป็นแค่สิ่งของไร้ค่า”แววตาของปวันเปลี่ยนแปลงไปไม่เหลือเค้าเดิม ความรู้สึกของเขาก็ด้วย ตอนนี้มันด้านชาเสียจนเขาไม่รู้สึกรู้สมกับอะไร แม้แต่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของคนตรงหน้าก็ไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้

“เธอมันสูงส่งมากนักใช่มั้ย ความเป็นปรีชาไวยกิจทำให้เธอมองคนอื่นต่ำตมไปหมด ทั้งที่ความจริงจิตใจเธอนั่นแหละที่ต่ำกว่าอะไรเสียทั้งหมด”

เพี้ยะ!

คริสาฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าปวัน แรงตบทำให้สั่นเทิ้ม เธอเขาไม่รู้สึกอะไรสักนิด ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้กับหัวใจของเขา

“ใช่! ฉันมันเลว ฉันเลวเพราะต้องทนอยู่กับผู้ชายที่เกลียด  ได้ยินมั้ยฉันเกลียดแก เกลียด เกลียดดดดดดด”คริสาร้องแผดร้องจนสุดเสียง  ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิด ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ แต่ทว่าความดื้อรั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง และเธอก็ทำร้ายผู้ชายตรงหน้าด้วยถ้อยคำที่ตรงข้ามกับหัวใจ ปวันกัดฟันกรอด เหมือนเส้นใยบางเบาระหว่างเขากับคริสาที่พยายามสานทักทออย่างทะนุถนอมมาตลอดสิบปี ขาดผึงลงตรงหน้า ราวกับทุกอย่างล่มสลายกลายเป็นฝุ่นผงที่ถูกสายลมพัดพาปลิวหายไป จบสิ้นแล้ว ความรักความผูกพันที่เขามีต่อเธอ

“นั้นเธอจะได้รู้ ว่าการเกลียดใครสักคนแล้วเขาเกลียดเธอตอบมันเป็นยังไง”

เหวี่ยงรางบางลงบนเตียงอย่างรุนแรง คริสาดีดตัวลุกขึ้นแต่ก็ถูกผลักล้มลงไปบนเตียงอีกครั้ง ร่างหนาขึ้นคร่อมร่างเล็ก ตรึงแขนทั้งสองข้างไว้กับเตียงนอน คนใต้ร่างดิ้นขลุกขลักไปมาอย่างสู้แรง แต่ดูเหมือนความพยายามจะไม่เป็นผล

“ปล่อยนะ ปล่อยฉัน”

“ดิ้นไปเลยคริสา ดิ้นรนให้พ้นจากผู้ชายที่เธอเกลียด เอาสิ เก่งนักไม่ใช่เหรอดิ้นสิ!”ปวันขู่คำรามใส่คนตัวเล็ก พี่ชายที่แสนอ่อนโยนเปลี่ยนไปเพียงชั่วพริบตา คริสาดิ้นทุรนทุราย แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการกักขัง ใบหน้าเล็กเห่อแดงเพราะออกแรง เส้นผมสลวยสยายไปทั่วบนที่นอน

“ทำแบบนี้ไปจะได้อะไร”

“ต้องการอะไรละ อยากให้เกลียดกันไม่ใช่เหรอ ต่อจากนี้ไปก็อยู่กันด้วยความรู้สึกแบบนี้แหละ”

ก้มลงไปบดจูบริมฝีปากเล็กที่เขาเพิ่งฝากจุมพิตบางเบาอ่อนโยนไปเมื่อค่ำคืนก่อน แต่ตอนนี้เป็นจูบที่แตกต่างออกไปจากสิ้นเชิงริมฝีปากร้อนบดกระแทกลงซ้ำๆอย่างหนักหน่วง ตะบี้ตะบันจูบคนตัวเล็กไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องห้าม

“อะ อื้อออออออออ” ส่ายหน้าหลบพัลวัน มือแกร่งปล่อยสองมือที่ตรึงไว้กับเตียง เลื่อนมาล้อมกรอบใบหน้าเล็ก จับล็อกไว้แน่นหนาก่อนจะป้อนจูบ กดริมฝีปากหนักๆบดขยี้ เปลือกปากบางร้อนผ่าวราวกับถูกถูกไฟลวก ลิ้นร้ายเอาแต่ชอนไชแทรกตัวเข้าไปในโพรงปากแล้วกวาดต้อนยึดครองเอาทั้งหมดไปเป็นของตัวเอง คริสายกมือเล็กๆสองข้างที่เป็นอิสระรัวทุบไปที่อก กระชากเสื้อเชิ้ตจนกระดุมร่วงกราวติดมือ ก่อนจะใช้เล็บตะปบข่วนแผงอกครูดเป็นรอยยาว แสบสันดีแท้

“ซี้ดดดด อ่า”ปวันร้องซี้ดเจ็บจี้ดตรงที่โดนข่วน ถอนจูบออกมาจ้องตาเขม็งกับคนฤทธิ์เยอะ คนถูกขโมยลมหายใจได้ทีตักตวงอากาศเข้าปอด หายใจอย่างหอบโยน แต่ดวงตาแข็งกระด้างไม่ยอมแพ้

“ชอบให้ปฏิบัติแบบเถื่อนๆแบบที่ผู้ชายเลวๆชอบทำกับผู้หญิงใช่มั้ย”

“เลว!”

“เออ!ก็จะได้เหมาะสมกับเธอไงคริสา อย่าทำกันบนเตียงเลย มันสบายเกินไป ทำกันบนพื้นดีกว่า”ปวันผละร่างหนาออกจากร่างบาง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก คริสาดีดผึงออกจากเตียงพยายามวิ่งหนี แต่ถูกคนตัวโตคว้าร่างไว้  ดิ้นขลุกขลักสุดแรงด้วยเป็นคนไม่ยอมให้ถูกรังแกง่ายๆ สองมือเล็กทุบตีคนตัวโตสะเปะสะปะ ปวันต้องคอยเบี่ยงหลบเล็บยาวๆไม่ให้ครูดเข้ากับใบหน้าของเขา ยัยตัวร้ายแรงดีเป็นที่สุด ดีดดิ้นไปมาจนพาร่างหนาล้มคะมำไปกองลงกับพื้น

“อร้ายยยย ปล่อยนะ ปล่อยไอ้คนบ้า”ทุรนทุรายถดกายหนีไปบนพื้น ปวันคว้าข้อเท้าแล้วลากให้มาประชิดตัว ก่อนจะขึ้นคร่อม แล้วกระชากเดรสตัวสวยจนฉีกขาด เขามันบ้าคลั่งเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย คริสาหวาดกลัวเป็นที่สุด

“ฤทธิ์เยอะนักใช่มัย”ก้มลงไปบดจูบหมายจะเอาให้ขาดใจตาย แต่คริสาร้ายกว่า เผยอริมฝีปากแล้วงับปากหยักเข้าเต็มคำ ปวันเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง

“อะโอ้ย”ร้องเบาๆ ยัยตัวดีทำหน้าตาสะใจ แต่อย่าหวังว่าเขาจะยอมแพ้ มือหนาบังคับบีบปากเล็กแล้วก้มลงไปกระแทกจูบ คราวนี้ไม่เว้นช่องว่างให้คนตัวเล็กเล่นงานได้อีก ลิ้นร้ายชอนไชเข้าไปในโพรงปากจนแทบทะลุคอหอย คริสาเหมือนจะสำลักลมหายใจของตัวเอง อึดอัดทรมาน ปวันตั้งใจจะสูบวิญญาณเธอหรืออย่างไร

“อื้ออออออ”ร้องประท้วงในลำคอ ทรมานเหลือเกิน เมื่อเขาจะถอนริมฝีปากร้ายกาจน่นออกไปสักที

เฮื้อกกกกกกกกกก

ปวันถอนจูบอีกครั้ง แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะก้มลงไปแกกัดริมฝีปากเล็ก ขบกัดเปลือกปากล่างจนแสบร้อน เลื่อนไปขบกัดริมฝีปากบนงับแรงจนห้อช้ำ คริสาส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

“อ๊ะ อ้า”

เป็นจูบที่มีเพียงแต่ความเฝื่อนขมและเจ็บปวดปนทรมาน ความวาบหวามอ่อนโยนอ่อนหวานที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น ปวันปฎิบัติกับเธอราวกับเป็นผู้หญิงข้างถนน เขาเหมือนถุกซาตานร้ายเข้าสิงสู่และพร้อมจะทำร้ายเธอให้ย่อยยับ คนตัวเล็กดิ้นจนแทบหมดเรี่ยวแรง คนตัวโตกระชากดึงเศษผ้าที่ขาดวิ่นออก ร่างอวบอัดในชุดชั้นในสีพีชทำให้ปวันหายใจติดขัด จังหวะหายใจอ่อนระทดระทวยทำให้หน้าอกอวบอูมที่ถูกห่อหุ้มไว้อย่างดีกระเพิ่มขึ้นลงอย่างชวนมอง ปวันฝังใบหน้าลงไประหว่างเนินอก ซุกไซร้จนคนใต้ร่างบิดกายเร่า ก่อนจะกางฝ่ามือสอดเข้าไปใต้บรา กอบกุมยอดอกตูมเต่งบีบขยำจนคนตัวเล็กร้องโอดโอยด้วยความเจ็บแปลบ

“โอ้ยยยย เจ็บนะ”

แต่ปวันไม่สนเสียงร้องเล็กๆนั่น ใบหน้าคมคายฝังลงตรงซอกกลางระหว่างอก ใช้มือเปิดร่นบราสีพีช ยอดอกสล้างดีดผึงขึ้นตรงหน้า  ริมฝีปากหยักอ้าปากงับยอดถันสีชมพูสดไว้ในโพรงปากทันที ก่อนจะดูดดึงอย่างรุนแรงราวกับเป็นอมยิ้มแสนหวานรสโปรด

“อร๊างงงงงงงงงงงง”ความเสียวกระสันที่ผสมปนเปไปกับความเจ็บปวดเมื่อถูกฟันคมขบกัดทำให้ส่งเสียงร้องครางระงม คนช่ำชองดูดดึงยอดถันไปมาสลับซ้ายขวา บ้างขบกัดปลายฐานดอกบัวจนเป็นรอยฟันเห็นได้อย่างเด่นชัด คริสาเจ็บแปลบจนน้ำตาร่วง ปวันไม่ทะนุถนอมร่างกายเธอสักนิด มิหนำซ้ำยังเล่นกับความรู้สึก พอคริสาปวดแปลบเพราะยอดทรวงถูกขบกัด ลิ้นร้ายของเขาก็จะละเลงงป้ายวนไปมาบนยอดถัน สร้างความซ่านสยิวเสียจนสติเตลิด

“อ๊า อ๊า”ได้ยินเสียงครางเบาๆเหมือนพึงพอใจ ผู้หญิงใจร้ายไม่ควรจะรู้สึกดีกับสัมผัสที่มอบให้ จึงเพิ่มแรงบีบขยำเต้าทรวง เค้นหนักให้สมกับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ปะทุอยู่ เสียงครางเล็กๆแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นเบาๆ ถ้าเป็นแต่ก่อนเพียงคริสาทำเสียงงอแงเหมือนจะร้องไห้เขาก็ร้อนใจอยู่ไม่สุข แต่ตอนนี้ยิ่งผู้หญิงใต้ร่างรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน ทรมานมากเท่าไหร่กลับยิ่งรู้สึกสะใจอย่างแปลกประหลาด

“ปวัน คริสเจ็บ”เอ่ยเสียงเบาปนสะอื้น หัวใจเบาหวิวเมื่อแม่น้องน้อยทำเสียงอ่อน แต่ก็เพียงแค่ความคิดชั่ววูบ

“เจ็บเหรอ แค่นี้น้อยไปด้วยซ้ำ”ว่าแล้วก็ฝังเขี้ยวแหลมคมลงบนเนินอก แล้วไล่บี้สร้างร่องรอยไปทั่วร่างกายผิวสีน้ำนม จมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอ ลิ้นเรียวยาวแลบเลียตรงติ่งหู คริสาไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกไหนก่อนดี เจ็บ หรือ เสียวแปลบปราบ

“อื้อออออออออ”

หน้าท้องแบบราบเกร็งขืน เมื่อใบหน้าคร้ามคมเลื่อนไถลลงไปจูบซับตรงสะดือบุ๋ม มือเล็กสองข้างเลื่อนลงมาดึงทึ้งผม แต่ก็ไม่มีผลอะไรมากนัก คนตัวโตไม่รู้สึกสะทกสะท้านสักนิด มิหนำซ้ำยังตอบโต้ได้อย่างร้ายกาจ

“ว้ายยยยยยยยยยยยย”

คริสาหวีดเสียงตกใจ เมื่อสามีฝังหน้าลงระหว่างขาแล้วงับเนินเนื้อใจกลางผ่านทางชั้นในตัวบาง

“อื้ออออออออออ ทำบ้าอะไร ออกไปนะ อ๊า”ดึงทึ้งผมเป็นพัลวัน สองมือรัวทุบบ้างกางเล็บตะปบ ผลักดันใบหนี่ฝังอยู่ตรงหว่างขาให้เงยขึ้น แต่ยิ่งต่อต้าน ปวันก็ยิ่งกลั่นแกล้ง ลิ้นยาวแลบเลียร่องสวาทที่มีเนื้อผ้าบางกั้น ร่างกายบอบบางตอบสนองด้วยการผลิตน้ำหวานข้นเยิ้มออกมาจนชื้นเปียก กายสาวบิดเร่า ทรมานเสียจนแทบขาดห้วงหายใจ

“ซี้ดดดดดดดดดดด อ่า”

ขาเรียวที่เอาแต่จะหนีบ จิกเกร็งจนเป็นเหน็บ สองมือที่ขยุ้มกลุ่มผมของคนตัวโตเริ่มสิ้นแรง ปวันแทรกลิ้นเข้าไปในกางเกงตัวน้อย ส่งลิ้นร้ายชอนไชแทรกซึมความหาความหวานจากรวงผึ้ง คนตัวเล็กกรีดร้องครางระงม ควบคุมสติไม่อยู่เพราะซ่านเสียวจนแทบขาดใจตาย

จ๊วบ จ๊วบ

เสียงดูดเลียร่องสวาทดังเป็นจังหวะ ร่างบางผ่อนปรนลมหายใจ พลางยกก้นจนตัวลอยเพราะเสียวจนตัวแทบไม่ติดพื้น เมื่อเห็นว่ายัยตัวร้ายสิ้นแรงสิ้นท่า ก็ได้เวลาจัดการเขมือบเสียที ร่างหนาผละออกมา เหยียดตัวในท่าคุกเข่า งัดลูกรักตัวเขื่องที่เตรียมพร้อมสู้ศึกออกมาสาวรูดเบาๆ ก่อนจะแทรกตัวไประหว่างขา ดึงชั้นในตัวเปียกออกจากร่างเล็ก คริสาสะอื้นเบาๆน้ำตาซึม แต่ร่างกายอ่อนเปรี้ยก็สิ้นท่า ปวันจับเรียวขาขึ้นยกพาดบ่า ก่อนจะสอดแทรกตัวตนแข็งร้อนเข้าไปยึดครองภายในของคริสา หญิงสาวกรีดร้องน้ำตาร่วงผล็อย ตัวตนของเขาที่แทงพรวดเข้ามาทีเดียวทำให้ร่างกายเกร็งกระตุกเจ็บจุกเสียจนอธิบายไม่ถูก ท้องน้อยเจ็บหน่วงและรู้สึกคับแน่นไปหมด

“อ่าสสสสสสสสสส์ ยัยตัวเล็ก”ปวันสูดปากครวญคราง จะยึดครองร่างกายหญิงสาวกี่ครั้งก็ให้ผลพึงใจอย่างที่สุด ช่องทางสวาทของภรรยาตัวร้ายคับแน่น รัดตอดจนลูกรักเขาบวมเป่ง

“อูยยยยยยยยย จะเจ็บ ฮือออออ”ร้องเสียงอ่อนน่าสงสาร เพราะพอร่างหนาขยับตัวตนเข้าออกเพียงครั้งสองครั้งก็ปวดแน่นไปหมด

สวบ สวบ สวบ

แกนกลางขยับเข้าออกช้าๆ  คนถูกรังแกเกร็งร่างกายจนปวดหนึบ ปวันต้องกวดให้เธอแข็งขันขึ้นสักหน่อย

“ขยับสิ เร็ว”

กบฏเล็กๆ ยัยตัวเล็กไม่ยอมเชื่อฟัง ปวันจึงดันร่างเล็กให้เด้งขึ้น แล้วจัดการสวนแทงท่อนลำเข้าไปจนสุด ร่างบางสะดุ้งเฮือก

“อ๊า!”

“ซี้ดดดดดดดดดดดด แน่นเกินไปแล้ว”สูดปากครวญครางระบายความซ่านเสียว เขาเองก็ใช่ว่าจะควบคุมอะไรได้เสียเมื่อไหร่ การสัมผัสร่างกายของคริสาก็ไม่ต่างอะไรจากการได้ลองลิ้มชิมของหวานจานโปรดรสวิเศษ ทุกอณูในร่างกายเธอเย้ายวนชักจูงให้เขาอยากรอบครอง อยากละเลียดดูดกลืนอย่างทะนุถนอม ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงอ่อนโยนและทำให้เธอสุขสม แต่ตอนนี้ก้แค่เพียงอยากสั่งสอนให้พึงรู้เอาไว้ว่าเขามีอำนาจและสามารถทำอะไรกับร่างกายกับความรู้สึกของเธอได้บ้าง

“อื้อออ อ๊า อ๊า อ๊า”

ร่างเล็กสั่นเทิ้มเพราะถูกกระแทกกระทั้น หน้าอกกระเพิ่มขึ้นลง จนอดไม่ได้จะเอามือหยาบไปฟอนเฟ้นบีบขยำให้สมใจ ขาที่พากอยู่บนบ่า เกร็งจิกสั่นกระพือ

“อร๊างงงงงงงงง อร๊างงงงงงงงง”

“อือออออออออ อืมมมมม”

เอวหนาซอยถี่ๆ  แรงดีไม่มีตก ทำให้ร่างเล็กยกสะโพกร่อนจนตัวลอย แม้ไม่อยากให้ความร่วมมือ แต่ตอนนี้ร่างกายไม่ได้เป็นของเธอ สัญชาติญาณดิบบงการให้ตอบสนองอย่างนั้น ถ้าเป็นแบบคืนก่อนก็คงอ้อนวอนร้องขอให้เขากระแทกตัวตนเข้ามาอย่างรัวเร็วและรุนแรง แต่ในตอนนี้ทำไปเพียงห่อปากครวญครางและปล่อยให้เขาทำตามแต่ใจต้องการ

“อะ โอ้ววววววววววววว”

“อ๊ะ อร้างงงงงงงงงงงงงงง”

คนตัวเล็กบิดกายเร่า กระตุกร่าง ลมหายใจขาดห้วง นายแพทย์หนุ่มเร่งจังหวะควบโจนทะยาน  อัดแกนกายกระแทกเพียงไม่กี่ที ก็ถึงจุดระเบิด ช่องทางรักฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำรักขาวขุ่น ล้นทะลักไหลไปตามหน้าขา ปวัดสูดปากครวญคราง ร่างกายกระตุกสุดกำลัง

แฮ่กกกกกกกก แฮ่กกกกกกกกก แฮ่กกกกกกกกกกกกก

เสียงหอบโยนดังสลับสะท้อนไปทั่วห้อง ร่างบางตัวอ่อนปวกเปียกฟุบไปกับพื้นห้อง ปวันถอดถอนตัวตนออกมา จ้องมองร่างเล็กที่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงอย่างเย็นชา

“หมดแรงแล้วเหรอ ฤทธิ์เยอะไม่ใช่รึไง”

คนช่างต่อปากต่อคำเงียบสนิท หายใจขาดห้วง ร่างเล็กสั่นกระเพิ่มอย่างน่าสงสาร

“ลุก!”

ปวันดึงร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมา คริสาอยากสะบัดมือออกแต่ร่างกายกลับเรี่ยวแรง เพราะฉะนั้นจึงยอมให้คนใจร้ายลากดึงได้ตามใจ

“มันไม่จบแค่นี้หรอกคริสา”ปวันกระซิบข้างหู ดึงร่างหญิงสาวให้ยืนขึ้น แล้วดันไปชนขอบเตียง ก่อนจะหันหลังแล้วประกบตามเป็นเงาทันที

“บนพื้น แล้วลองขอบเตียงบ้างเป็นไง”จับมือสองข้างให้ยันขอบเตียงไว้ ใช้ขาแยกถ่างระหว่างเรียวขาของร่างเล็ก ซุกไซร้ซอกคอ สองมือขยำเต้าทรวงอย่างเมามัน

“อื้อออออออออ”

“อย่าทำเป็นอ่อนแอ ไม่มีแรงสิ เธอมันฤทธิ์เยอะนี่”

“อ๊า!”

มือหน้าข้างหนึ่งเลื่อนลงมาลูบไล้สะโพกกลมกลึง ก่อนจะขยำบีบแก้มก้นเต่งอย่างมันมือ ปวันก้มลงไปกดจูบเรือนผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะส่งแกนกลางของร่างกายเข้าครอบครองเธอจากทางด้านหลัง

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”

“อ้าสสสสสสสส”

คับแน่นจวนเจียนประทุ ปวันไม่รอช้าขยับสะโพกแกร่งถี่รวน  กระแทกสุดแรงจนร่างเล็กแทบทรุดลงไปกอง ต้องใช้มือดันขอบเตียงไว้เพื่อเป็นหลัก

“อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า”

“อื้อ อื้มมมมมม”

พั่บบบ!!!!!!! พั่บ!!!!! พั่บ!!!!!

เซ็กส์ร้อนแรงหากแต่ปราศจากความเต็มใจดำเนินไปอย่างนั้น เสียงครางกระเส่าปนเสียงสะอื้นเบาๆไม่อาจเรียกความสงสารจากปวันได้อีกต่อไป นั่นก็เพราะว่าหัวใจที่เคยอ่อนโยนของเขาถูกเงามืดยึดครอง แสงสว่างแสนอบอุ่นไม่อาจส่องเข้าไปถึงมุมมืดมิดของหัวใจอีกแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น