Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 28 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 28 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 28 100%
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 28 

 

 

 

และแล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลาของเดือนที่เก้าที่อีกไม่นานเจ้าตัวน้อยในท้องจะออกมาลืมตาดูโลก ทำให้ตอนนี้แทบทั้งบ้านเต็มไปด้วยของเด็กทารกและรวมทั้งของเล่นของโมเดลเต็มบ้านไปหมดทุกซอกทุกมุม และด้วยท้องที่ใหญ่และขยับร่างกายลำบากทำให้ตอนนี้ต้องทำห้องนอนด้านล่างอีกห้องให้คนท้องอย่างตนเองไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได ซึ่งเตชิตเองก็ย้ายของลงมานอนด้วยเพราะยังมีอาการติดเมียติดลูกไม่หายแม้เรื่องบ่อน้ำตาตื้นจะไม่เป็นหนักเท่าหลายเดือนที่ผ่านมาก็ตาม 

 

ตุบ ตุบ 

 

“เจ้าตัวน้อยในท้องของคุณแม่ครับ แม่รู้ว่าอยากออกมาแล้วแต่ดิ้นเบาๆหน่อยครับ คุณแม่เจ็บหมดแล้ว” ยิ่งใกล้คลอดเท่าไร เจ้าตัวน้อยในท้องยิ่งดิ้นแรงขึ้นทุกวัน บางครั้งก็ดิ้นจนเขมินท์ร้องไห้ออกมาเพราะความรู้สึกเจ็บเลยก็มี  

 

สมกับเป็นลูกของเตชิต วินิชราชกุลจริงๆ หัวรั้นเสียเหลือเกิน 

 

“เด็กไม่ดี หยุดดิ้นเลยนะ คุณแม่เจ็บ” โมเดลที่วันนี้ไม่ได้ไปเรียนเพราะเป็นวันหยุด ก็ยืนเท้าเอวถือกิ่งไม้เล็กๆไว้ก่อนจะพูดกับน้องในท้องราวกับตนเองเป็นคุณครูกำลังสอนนักเรียนให้ทำตัวเรียบร้อยอยู่ 

 

“ไปเอาท่าทางแบบนี้มาจากไหนครับโมเดล” 

 

“ที่โรงเรียนครับ คุณครูของพี่โตๆชอบถือไว้แล้วยืนแบบนี้ครับ พี่ๆที่โตกว่าเห็นทีไรก็วิ่งหนีกันหมดเลย” 

 

“โธ่…. เด็กดื้อของคุณแม่ ท่าทางแบบนี้อย่าไปทำนอกบ้านนะครับ ไม่ค่อยน่ารักเท่าไร” เขมินท์ลูบหัวโมเดลเบาๆก่อนที่จะลูบท้องโตๆของตัวเองต่อเพราะหลังจากที่โมเดลยืนจังก้าดุน้องในท้องเจ้าตัวน้อยก็หยุดดิ้นไปเลย  

 

สงสัยเจ้าตัวน้อยในท้องจะกลัวพี่ชายนะเนี่ย 

 

“แล้วคุณพ่อเมื่อไรจะกลับครับ โมเดลอยากชวนคุณพ่อเล่นเกมส์ด้วยกัน” โมเดลพูดออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะทุกครั้งที่เป็นวันหยุดคุณพ่อจะเป็นเพื่อนเล่นของโมเดลทั้งวัน พอคุณพ่อไม่อยู่แบบนี้โมเดลก็เลยไม่มีเพื่อนเล่นเลย 

 

“เดี๋ยวก็กลับครับ คุณพ่อมีนัดกับลูกค้า บ่ายๆก็กลับแล้ว” 

 

“งั้นโมเดลขอถามครับ คุณแม่จะมีน้องให้โมเดลกี่คนครับ ห้าคนหรือสิบคน โมเดลอยากมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง” 

 

“สิบคนไม่เยอะไปหน่อยเหรอครับ คุณแม่เลี้ยงไม่ไหวหรอก” 

 

“มีเยอะสิครับดี โมเดลอยากเป็นหัวหน้าแก๊งค์” 

 

“ไม่ได้ครับ แค่ตอนนี้สองคนคุณแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว” 

 

“งั้นโมเดลมีเองก็ได้ครับ โมเดลจะมีสักสิบคนเลย คิกๆ” 

 

“งั้นโมเดลของคุณแม่ไว้โตแล้วก็แต่งงานก่อนนะครับค่อยคิดจะมี บางทีเมื่อถึงเวลานั้นแค่คนเดียวโมเดลของคุณแม่ก็อาจจะไม่อยากมีต่อก็ได้” เขมินท์บอกก่อนจะบีบแก้มลูกชายเบาๆอย่างเอ็นดูที่เดี๋ยวนี้พูดเก่ง พูดไม่หยุด แถมยังทำตัวเหมือนว่าตนเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พี่เตเองก็บอกว่าเพราะว่าลูกได้เพื่อนสนิทนิสัยแบบเดียวกันเลยชอบคิดอะไรที่เกินวัยแบบนี้ ซึ่งพอได้ยินแบบนั้นเขมินท์เองก็ชักอยากจะเจอเพื่อนสนิทลูกเร็วๆ เพราะโมเดลเองก็เป็นเด็กนิสัยค่อนข้างแปลกอยู่แล้วยังจะมีเพื่อนนิสัยแปลกๆแถมคบกันอยู่สองคนอีก ไม่รู้ว่าจะเป็นเด็กยังไง น่าสนใจจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขมินท์เองก็ได้แค่หวังว่าโมเดลและเพื่อนจะไม่พากันไปทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายก็พอ โดยเฉพาะไปยืนมองดูงูเหมือนตอนนั้น ไม่อย่างนั้นเขมินท์คงหัวใจวายเข้าสักวันเป็นแน่ 

 

หลังจากผ่านพ้นไปครึ่งวันแล้ว ช่วงบ่ายหลังจากคุณแม่กินข้าวและไปนอนหลับพักผ่อนแล้ว โมเดลก็มานั่งรอคุณพ่ออยู่หน้าบ้าน นั่งไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นนอนกลิ้งบ้าง แต่รอแล้วรอเล่าคุณพ่อก็ยังไม่มา โมเดลคิดว่าถ้ารอนานกว่านี้อีกนิดโมเดลจะโป้งคุณพ่อแล้ว! 

 

เมื่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆสักพัก โมเดลก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอดก่อนที่เตชิตจะลงมาจากรถและเดินเข้าบ้านแต่ก็มองเห็นก้อนกลมๆนอนกลิ้งอยู่บนพื้นเข้าเสียก่อน 

 

“ลูกหมูที่ไหนมานอนคลุกฝุ่นกันนะ” 

 

“คุณพ่ออออออ ทำไมเพิ่งกลับครับ” 

 

“พ่อไปทำงานมาครับ ทำไมมากลิ้งอยู่ที่พื้นแบบนี้ ฝุ่นเยอะนะครับ เดี๋ยวก็ไม่สบาย” 

 

“ก็โมเดลเหงานี่ครับ คุณพ่อไม่อยู่เล่นเกมส์ด้วย” 

 

“เอาแบบนี้ดีกว่า พ่อว่าเราไปเล่นน้ำแทนดีกว่ามั้ยครับ ช่วงนี้พุงลูกใหญ่ขึ้นอีกแล้ว นอนเล่นเกมส์มากๆเดี๋ยวก็ได้กลิ้งแทนเดินหรอกครับ” 

 

“แต่ว่ายน้ำมันเหนื่อยนี่ครับ” 

 

“จะได้แข็งแรงไงครับ ว่าแต่คุณแม่ล่ะครับอยู่ไหน” 

 

“คุณแม่คร่อกฟี้ๆอยู่ครับ น้องกวนคุณแม่เลยเหนื่อย ดื้อจริงๆเลย ออกมาต้องตีก้นให้เข็ด” 

 

“ไว้น้องเดินได้ค่อยสอนน้องนะครับว่าอย่าทำคุณแม่เหนื่อย ตอนนี้คุณพ่อจะพาโมเดลไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อนดีกว่า เราจะได้มาว่ายน้ำกัน” 

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ แต่ขอขี่คอนะครับ โมเดลอยากขี่คอคุณพ่อ” 

 

“ครับๆคุณลูก” หลังจากตกลงกันเสร็จเตชิตก็จัดการพาลูกชายขึ้นขี่คอตนเองก่อนจะพาเดินขึ้นไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำบนห้องของโมเดล ส่วนตนเองก็เปลี่ยนด้วยเช่นกัน พักหลังๆพุงลูกชายมักจะยื่นออกขึ้นทุกวันจนชุดเริ่มจะคับ เตชิตและคุณภรรยาเลยต้องหาวิธีให้ลูกได้ใช้แรงออกกำลังกายเช่นการว่ายน้ำ ปั่นจักรยานหรือเดินเล่นที่สวนสาธารณะ เพราะไม่อย่างนั้นลูกก็จะนอนอยู่บ้านเอาแต่วาดรูปหรือเล่นเกมส์ แทบไม่ได้ขยับตัวเท่าไร เพราะแบบนั้นคุณภรรยาของเตชิตเลยกลัวว่าลูกจะเป็นโรคอ้วนในเด็กเข้าเสียก่อน 

 

 

 

 เสียงหัวเราะเสียงดังลั่นไปทั่วสระน้ำ เมื่อเตชิตพาโมเดลว่ายน้ำ ช่วงแรกๆก็ให้ใช้ห่วงยางเล่นก่อน แต่สักพักเตชิตก็หัดให้ลูกได้ว่ายน้ำโดยมีตนเองคอยจับมือให้โมเดลหัดตีขาไปด้วย 

 

“คุณพ่ออย่าปล่อยมือโมเดลนะครับ” เพราะคุณพ่อพามาในที่น้ำลึกโมเดลก็เริ่มรู้สึกกลัวจนต้องจับมือคุณพ่อแน่น 

 

“ไม่ปล่อยครับ” พอคุณพ่อบอกแบบนั้นโมเดลก็เริ่มตีขาโดยมีคุณพ่อพาวนไปรอบๆสระน้ำ ทั้งคู่พากันเล่นน้ำไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขมินท์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งและได้เดินตามเสียงของทั้งคู่มา ก่อนจะตัดสินในนั่งริมสระน้ำเพื่อที่จะมองดูพ่อลูกเล่นน้ำกัน 

 

“คุณแม่ ตื่นแล้วเหรอครับ” 

 

“ครับโมเดล คุณแม่ตื่นแล้วว่าแต่พี่เตกลับมาตอนไหนครับ” 

 

“ช่วงบ่ายครับ วันนี้เจ็บท้องไหมครับ มีอาการอะไรแปลกๆรึเปล่า” เตชิตพาโมเดลมาตรงขอบสระที่ภรรยานั่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามถึงอาการวันนี้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าซึ่งคำถามนี้มักจะเป็นคำถามประจำทุกวันของเตชิตไปแล้ว 

 

“ก็เจ็บนิดหน่อยครับ เจ้าตัวน้อยในท้องดิ้นเก่งเหมือนทุกวัน” 

 

“อีกสองวันก็ต้องไปนอนที่โรงพยาบาลแล้ว พี่หวังว่าเจ้าตัวเล็กในท้องคงไม่ดื้อจะออกมาดูโลกก่อนกำหนดนะครับ” 

 

“คงไม่หรอกมั้งครับ อ๊ะ… จะ เจ็บท้อง….” เขมินท์พูดไม่ทันจบคำดี ก็รู้สึกปวดท้องเหมือนจะคลอด เตชิตที่เห็นแบบนั้นก็รีบส่งตัวโมเดลขึ้นไปบนฝั่งก่อนตัวเองจะรีบขึ้นตามแล้วรีบเข้าไปอุ้มภรรยาไปที่รถ โดยมีร่างอวบอ้วนของลูกชายวิ่งตามมาโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองอยู่ในชุดที่มีกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว 

 

กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลเขมินท์ก็เสียน้ำตาไปจนตาบวมแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรนอกจากร้องไห้เท่านั้นเพราะไม่อยากให้โมเดลเห็นภาพที่แย่และจำติดตาไปจนโต และพอถึงโรงพยาบาลร่างของเขมินท์ก็ถูกพาไปที่ห้องคลอดทันที ส่วนพยาบาลก็รีบหาเสื้อคลุมมาให้สองพ่อลูกที่มีเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวติดตัวให้สวมใส่เพราะทั้งคู่ดูโป๊เกินไป ซึ่งพอเตชิตมีสติก็รู้สึกอายไม่น้อยก่อนจะสวมเสื้อคลุมให้ตนเองและลูกชายแล้วนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดด้วยกัน  

 

ตอนออกมาก็มีแต่ตัวแต่จะให้กลับบ้านตอนนี้เลยก็คงไม่ดีเพราะกลัวภรรยาจะเหงา โทรบอกใครก็ไม่ได้เพราะไม่ได้หยิบโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย คงต้องรอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปเตชิตถึงจะกลับบ้านไปเอาของด้วยตัวเอง 

 

“เจ้าเด็กดื้อคนนี้ ทำคุณแม่ปวดท้องเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว” โมเดลที่อยู่ในชุดคลุมและนั่งอยู่ข้างๆคุณพ่อกอดอกพร้อมบ่นออกมา เมื่อน้องในท้องดื้อจนคุณแม่ปวดท้องร้องไห้จนตาบวม 

 

“น้องกำลังจะออกมาไงครับ คุณแม่เลยเจ็บ อีกไม่นานก็หายเจ็บแล้ว” 

 

“ถ้าออกมาแล้วนะ โมเดลจะดุให้ดื้อไม่ออกเลย” 

 

“โธ่… คุณลูกครับน้องยังไม่ออกมาเลยจะดุน้องแล้ว เดี๋ยวตอนน้องโตน้องก็เอาคืนหรอกครับ” 

 

“โมเดลไม่กลัวหรอกครับ โมเดลเป็นพี่แล้วนี่นา น้องต้องเชื่อฟังพี่สิครับ ถ้าไม่เชื่อจะตีให้ก้นลายเลย” โมเดลบอกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจที่ได้เป็นพี่ชายเต็มตัวสักที เจ้าเด็กน้อยต้องรักพี่ชายคนนี้ให้มากๆนะ เพราะพี่โมเดลหนะเก่งที่สุดในโลกเลยยังไงล่ะ ถ้าไม่เชื่อฟังนะ จะตีให้ก้นลายอย่างที่พูดจริงๆด้วย คิกๆ 

 

โมเดลที่คิดเองเออเองไปเรื่อยเปื่อยก็คงไม่รู้ว่าในอนาคตตนเองนั่นแหละจะถูกน้องเอาไม้ตีจนก้นลายเสียเอง…. 

 

 

 

.......................................................50%............................................... 

 

 

โมเดลมองก้อนแดงๆย่นๆตรงหน้าที่กำลังนอนหลับอยู่ด้วยความสับสนและงุนงงไม่น้อย คุณพ่อบอกว่านี่คือน้องชายของโมเดล แต่ทำไมน้องชายของโมเดลหน้าเหมือนเอเลี่ยนในหนังมนุษย์ต่างดาวแบบนี้กันนะ คุณพ่อโกหกโมเดลหรือเปล่าว่านี่คือน้องชายของโมเดลจริงๆ 

 

“โมเดลครับ ทำไมมองหน้าน้องแบบนั้น” เขมินท์ที่หลับไปหนึ่งวันเต็มๆพอตื่นมาก็พบทั้งคุณสามีและลูกกำลังจ้องมองลูกชายคนเล็กที่พยาบาลนำเข้ามาส่งให้ตอนเขมินท์ตื่นขึ้นมา และพอเห็นน้องเจ้าลูกชายตัวดื้อเดินวนรถเข็นเด็กและทำหน้าตาราวกับสงสัยอะไรสักอย่างไม่หยุดตนเองจึงอดถามขึ้นไม่ได้ 

 

“นี่ใช่น้องของโมเดลจริงๆเหรอครับ หน้าไม่เห็นเหมือนโมเดลเลย ตัวก็ย่นๆเหมือนเอเลี่ยน” 

 

“ฮะๆ เด็กดีของคุณแม่ น้องเพิ่งคลอดครับเลยตัวย่นๆแดงๆ เดี๋ยวสักพักน้องก็มีเนื้อตัวอวบๆเหมือนโมเดลแล้วครับ” 

 

“โมเดลไม่อวบสักหน่อยครับ นะโมบอกว่าโมเดลหุ่นดี”  

 

“ลูกอีกนิดจะอ้วนแล้วครับโมเดล” เตชิตพูดขัดก่อนจะเอานิ้วมือเขี่ยๆนิ้วเล็กๆของลูกชายตัวน้อยเบาๆด้วยความรู้สึกที่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้นอกจากความตื้นตันที่ล้นอยู่จนเต็มอก ยิ่งตอนที่เจ้าตัวน้อยออกจากห้องคลอดมาเตชิตถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ และพอรู้ว่าได้ลูกชายยิ่งรู้สึกดีใจ แถมใบหน้าของลูกก็ถอดเคล้าโครงตนเองมาจนหมดจนเหมือนเป็นคนๆเดียวกันแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่มันลูกของคุณพ่อเตชิตชัดๆ 

 

“คุณพ่ออ่ะ ไม่น่ารักเลย”  

 

“พี่เตครับ ลองอุ้มลูกดูรึยัง” หลังจากที่มองดูสองพ่อลูกทะเลาะกันเสร็จแล้ว เขมินท์ก็เอ่ยถามสามีด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็จะเห็นว่าสามีคอยมองแต่ลูกอยู่เงียบๆไม่เคยเห็นพูดว่าจะอุ้มลูกสักครั้ง เอาแต่มองเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ ไม่รู้ว่ากลัวอะไรถึงไม่กล้าอุ้มลูกแบบนี้ ทั้งๆที่ก็มาเรียนครอสคุณพ่อมือใหม่แล้ว 

 

“พี่ไม่กล้าครับ” เตชิตไม่กล้าอุ้มลูกจริงๆ เพราะกลัวตนเองจะเผลอทำลูกตกลงที่พื้น 

 

“ลองดูนะครับ เดี๋ยวพอลูกตื่นเขมต้องให้นมลูก พี่เตอุ้มลูกมาหาเขมนะครับ” เขมินท์พยายามที่จะทำให้สามีอุ้มลูกชายสักครั้งให้ได้จึงพยายามพูดกล่อมซึ่งเตชิตก็ยอมฟังคำพูดของภรรยาเลยตกปากรับคำ 

 

“ก็ได้ครับ”  

 

หลังจากที่เตชิตรับคำภรรยาแล้วจึงกลับมานั่งข้างเตียงเขมินท์แทนการยืนมองลูก และพอมานั่งสักพักก็เปิดเสื้อของภรรยาดูรอยแผลที่ถูกเย็บจากการผ่าคลอด ก่อนจะใช้มือลูบเบาๆบนรอยแผล ร่างกายของภรรยาของตนเองต้องเจ็บปวดมาถึงสองครั้งเพราะลูกชายทั้งสอง เตชิตที่เคยปล่อยให้เขมินท์ต้องเผชิญความเจ็บปวดในการคลอดครั้งแรกคนเดียวช่างเป็นพ่อที่แย่จริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งเมียและลูกก็ยังให้อภัยและโอกาสแก้ตัว ทำให้เตชิตมีโอกาสกลับมามีความสุขแบบในทุกวันนี้อีกครั้ง ดีมากจริงๆ 

 

“เจ็บมากมั้ยครับ” 

 

“ไม่เจ็บมากครับ พี่เตจะร้องไห้ทำไมกัน เขมเป็นคนโดนผ่าคลอดนะครับไม่ใช่พี่เตสักหน่อย” เขมินท์หัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าสามีตนเองลูบแผลที่หน้าท้องอยู่ดีๆก็น้ำตาไหลออกมา จนตนเองต้องเอามือเช็ดให้ 

 

พี่เตคนปากแข็ง นิสัยเสียคนนั้นหายไปไหนแล้วกันนะ ทำไมเหลือแต่เตชิตคนขี้แยคนนี้กัน 

 

“พี่แค่รู้สึกดีครับที่มีเขมอยู่กับพี่ตอนนี้” 

 

“โอ๋ๆนะครับ คุณพ่อคนเก่ง” เขมินท์ลูบแก้มคนรักอย่างเอ็นดู โมเดลเองที่เห็นคุณพ่อร้องไห้อีกแล้วก็เดินไปหยิบทิชชู่ก่อนจะเดินเอาเข้ามายื่นให้คุณพ่อแล้วปากน้อยๆของตนเองก็ส่งเสียงงุบงิบเหมือนทุกครั้งที่เห็นคุณพ่อร้องไห้ 

 

“คุณพ่อไม่เท่ห์อีกแล้วครับคุณแม่” 

 

“คุณพ่อไม่ได้ไม่เท่ห์ครับ คุณพ่อแค่อ่อนไหว” เตชิตเถียงลูกชายกลับก่อนโมเดลจะถอนหายใจเหมือนคนแก่ออกมา เมื่อเตชิตเห็นแบบนั้นก็อดจะจับเจ้าเด็กอ้วนเข้ามาฟัดแรงๆไม่ได้  

แก่แดดขึ้นทุกวันเลยเจ้าอ้วนน้อยของเตชิตเนี่ย มาบอกคุณพ่อไม่เท่ห์แบบนี้จะต้องจับกินพุงให้เข็ด! 

 

 

 

 

หลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดเจ้าตัวน้อยของบ้านก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องไห้ที่แผดดังไปลั่นห้องก่อนที่คุณพยาบาลจะเข้ามาในห้องเพื่อช่วยเหลือในการอุ้มเจ้าตัวน้อยโดยสอนคุณพ่อมือใหม่อย่างเตชิตอุ้มเจ้าตัวน้อยมาหาเขมินท์ที่รอให้นมลูกอยู่ด้วยความระมัดระวัง และเมื่อเจ้าตัวน้อยได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อก็ยิ่งส่งเสียงร้องดังขึ้นจนเตชิตเริ่มใจเสียเพราะคิดไปเองว่าลูกไม่รักตนเองสินะถึงร้องออกมาเสียงดังยิ่งกว่านี้ 

 

“ลูกไม่ชอบพี่เหรอครับ” 

 

“ไม่ใช่หรอกครับลูกแค่หิวนม พี่เตค่อยๆส่งลูกให้เขมนะครับ” 

 

“ครับ เขมรับลูกนะครับ” เตชิตค่อยๆส่งลูกให้ภรรยาอย่างระมัดระวังและระแวงตนเองทุกวินาทีเพราะกลัวทำลูกตกจนลูกน้อยถึงอ้อมกอดของภรรยาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ส่วนเจ้าตัวน้อยที่พอได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ก็เงียบเสียงลงพร้อมยังทำปากมุบมับๆเหมือนจะบ่งบอกว่าหิวแล้ว ดังนั้นเขมินท์เลยปลดเชือกจากชุดของโรงพยาบาลออกก่อนจะจับเจ้าตัวน้อยให้ได้ดูดนมของตนเอง  

 

ครั้งแรกของทารกน้อยไม่มีน้ำนมออกมาให้ดูดเจ้าตัวน้อยเลยขัดอกขัดใจดูดแรงขึ้นจนเขมินท์รู้สึกเจ็บแต่สักพักก็เริ่มชิน ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ตอนโมเดลเกิดเขมินท์ตอนนั้นตื่นเต้นมากจนน้ำตาไหลที่เห็นลูกดูดนมจากอกตนเองครั้งแรก แต่ในครั้งนี้ไม่กล้าจะพูดออกมาเพราะกลัวไปสะเทือนใจสามีเข้าที่ไม่เห็นตอนโมเดลในช่วงแรกเกิด เพราะฉะนั้นเขมินท์ควรจะปล่อยให้คุณสามีได้ซึมซับความรู้สึกนี้ไว้เงียบๆก็พอ 

 

ส่วนทางด้านโมเดลเองหลังจากเห็นคุณแม่อุ้มน้องก็เดินมาเกาะเตียงดูด้วยเช่นเดียวกัน และคอยมองเจ้าเอเลี่ยนน้อยกำลังดูดนมคุณแม่จนไม่สนใจอะไรอยู่เงียบๆแบบนั้นและคิดในใจไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับน้องชายตรงหน้า  

 

เจ้าเด็กน้อยนี้ ช่างเป็นเอเลี่ยนที่เหนือความคาดหมายจริงๆ 

 

“คุณแม่ครับ เอเลี่ยนกินนมได้ด้วยเหรอครับ โมเดลยังกินแบบเอเลี่ยนได้มั้ยครับ” 

 

“เอเลี่ยนเหรอครับ น้องไม่ใช่เอเลี่ยนนะครับโมเดลแล้วอีกอย่างลูกก็โตแล้วครับ กินแบบน้องไม่ได้แล้ว” 

 

“งื้ออออ เสียดายจัง โมเดลอยากกินบ้าง” โมเดลคร่ำครวญออกมาและก็จ้องมองเอเลี่ยนน้อยต่ออย่างอิจฉาต่อไป…. 

 

“ขออนุญาตค่ะคุณเตชิต ทางทะเบียนให้นำเอกสารมาให้กรอกประวัติค่ะ” พยาบาลที่เพิ่งกลับออกไปไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมเอกสาร เตชิตเองก็รับมาก่อนจะจัดการเขียนประวัติของลูกชาย โดยในใบมีเพียงแค่ชื่อ นามสกุลของทารกแรกคลอดที่ให้เขียนลงไปเพราะข้อมูลส่วนอื่นครบแล้วยกเว้นชื่อเท่านั้น ซึ่งเตชิตก็เขียนชื่อที่เคยคิดกับภรรยาเอาไว้ว่าถ้าได้ลูกชายจะตั้งชื่อให้คล้องจองกับตนเองผู้เป็นพ่อและชื่อนั้นก็คือ ‘ติณณภพ วินิชราชกุล’   

 

หลังจากกรอกเอกสารจนครบแล้ว เตชิตก็ยื่นกลับให้พยาบาลก่อนจะหันกลับมาสนใจครอบครัวตนเองต่อและตอนนี้เจ้าตัวน้อยยังกินนมไม่อิ่มเลย ช่างกินจุเหมือนพี่ชายจริงๆเลย 

 

“ตัวแค่นี้ทำไมกินจุจังเลย” เขมินท์ที่มองลูกชายดูดนมจากอกของตนเองก็อดจะพึมพำออกมาไม่ได้ เพราะเจ้าตัวน้อยของตนเองกินจุมากกว่าพี่ชายอย่างโมเดลในช่วงแรกเกิดเสียอีก 

 

“นั่นสิครับ โมเดลยืนมองจนเมื่อยหมดแล้ว”  

 

“เมื่อยก็มานั่งก่อนครับ ไม่ต้องจ้องน้องไม่วางตาขนาดนั้นก็ได้” เตชิตบอกก่อนจะจับเจ้าอ้วนน้อยของตนเองให้นั่งลงบนเก้าอี้ดีๆ ส่วนตนเองก็ยืนมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดภรรยาที่ตอนนี้คงดูดนมจนอิ่มแล้ว  

 

น่าอิจฉาจริงๆเลยนะเจ้าตัวน้อยเนี่ย! 

 

หลังจากที่เจ้าตัวน้อยของเขมินท์กินนมอิ่มแล้ว เขมินท์ก็บอกให้สามีมาอุ้มลูกชายไปตบหลังเบาๆให้เรอออกมาโดยมีพยาบาลที่จ้างเป็นพิเศษให้มาคอยดูแลต่างหากมายืนให้คำแนะนำข้างๆ และพอเจ้าตัวน้อยเรอออกมาแล้วเตชิตก็พากลับไปนอนบนที่รถเข็นของโรงพยาบาลตามเดิม เจ้าตัวน้อยพอกินอิ่มก็อารมณ์ดีและเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้อออกมาไม่หยุด 

 

โมเดลเองก็ย้ายร่างกายไปยืนมองเอเลี่ยนน้อยของตนเองพร้อมเอานิ้มมือไปให้น้องชายจับแล้วก็ส่งเสียงอ้อแอ้ตามน้อง ทำให้เตชิตและเขมินท์ที่มองอยู่หัวเราะออกมากับลูกชายคนโตที่ตอนนี้เหมือนจะพูดกับทารกน้อยรู้เรื่องไปแล้วเสียอย่างนั้น 

 

 “น้องติณเหมือนพี่เตมากเลยนะครับ คุณแม่เคยเอารูปตอนพี่เตเกิดให้เขมดูเหมือนจนเป็นคนๆเดียวกันเลย” 

 

“ก็ลูกพ่อนี่ครับ เกิดมาเพื่อไว้หนวดเป็นเพื่อนพ่อกันเจ้าเด็กกันยาให้ออกห่างจากลูกเรา” 

 

“ยังไม่เลิกคิดมากเรื่องนี้อีกเหรอครับ ลูกของเราทุกคนเราเลี้ยงได้แต่ตัวนะครับ แต่ให้เค้ามีความคิดและตัดสินใจเองดีกว่าถ้าผิดพลาดขึ้นมาเราก็คอยอยู่ข้างๆลูกก็พอ” 

 

“ไม่ได้ครับ พี่คิดไว้หมดแล้วว่าจะจัดการเจ้าเด็กหัสบดินทร์ยังไง มาหอมแก้มลูกเราทุกวันที่ไปเรียน บอกตรงๆพี่ปวดใจมาก หวังว่าเจ้าตัวน้อยของพี่จะรีบโตมาช่วยพี่จัดการ” 

 

“ครับๆ ถึงเวลานั้นไม่รู้ว่าติณน้อยของเราจะช่วยพี่เตหรือช่วยพี่ชายกันแน่” เขมินท์ก็ขอเอาใจช่วยทั้งสามีและว่าที่ลูกเขยแล้วกัน เพราะดูท่าทางเด็กบ้านหัสบดินทร์แล้วคงวอแวโมเดลจนโตแน่ๆ อีกอย่างเขมินท์เลี้ยงลูกมากับมือเลยค่อนข้างเชื่อมั่นว่าโมเดลที่เริ่มโตมักจะได้นิสัยของผู้เป็นพ่อมาเยอะ พอคิดแบบนี้ก็สงสารเจ้าหนูกันยาไม่ได้จริงๆ  

 

 

 

............................................................100%..................................................... 

ความเจ้าอ้วนโมเดล เรียกน้องเอเลี่ยนน้อย โธ่ลูกกกกก 5555 

ปล. หนังสือของมายด์เปิดรีสต็อกอยู่นะคะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทางเพจ Mamymind 

 

 

 

ความคิดเห็น