ไดอารี่'s

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EPISODE 27 THE END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 349

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 18:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EPISODE 27 THE END
แบบอักษร

 

 

[มาริสา]

 

"มิเกลจ๊ะท่านประธานเรียกพบ" ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงเก้าอี้เลย พี่เลี้ยงของฉันก็ดันเรียกเสียก่อน แต่แปลกที่วันนี้สายตาที่เคยอ่อนโยนกลับฉันมันเปลี่ยนเป็นแข็งก้าว

 

"ค่ะ"

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"เชิญ" ทำไมเสียงดุขนาดนี้ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ฉันยังไม่เคยเจอท่านประธานตัวจริงเลยสักครั้ง ตายแน่ๆยัยเกลเอ้ย

 

"ท่านเรียกหนูมามีอะไรรึเปล่าคะ" ฉันก้มหน้าก้มตาถาม ไม่กล้ามองหน้าอ่ะกลัวร้อง

 

"เธอทำงานชิ้นนี้ใช่ไหม"

 

"ค่ะ" ฉันมองรูปภาพที่ตัวเองเป็นคนทำเมื่อสัปดาห์ก่อน งานแรกที่ทำด้วย

 

"เธอรู้ไหมว่าลูกค้าตำหนิว่ายังไง" มือสั่นแล้ว ฉันรู้ว่าการเรียกพบส่วนตัวแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ฉันเป็นเด็กฝึกงานนะ ต้องให้หัวหน้าสิ แสดงว่ามันต้องร้ายแรงมากแน่ๆ

 

"หนู...หนู.."

 

"ขอบใจหนูมากนะ ลูกค้าชอบงานมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือเด็กฝึกงาน ฉันไม่ได้อยากดูถูกแต่มันเกินคาดจริงๆ" ท่านประธานกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่อยากให้ตัดภาพมาที่ฉันตอนนี้เหวอมาก

 

"หมายความว่ายังไงคะ ท่านไม่ได้เรียกหนูว่าต่อว่าหรอกเหรอ"

 

"ฮ่าๆ ใครบอกเธอแบบนั้น" ยัง ยังจะมาหัวเราะฉันอีก

 

"ก็....เมื่อกี้ท่าน.."

 

"ฉันใจดีมากนะ ไม่เชื่อไปถามมนัสดูสิ"

 

"ท่านรู้จักกับมอสด้วยเหรอคะ"

 

"รู้" ท่านประธานตอบมาเพียงเท่านั้นแล้วก็ยิ้ม

 

"ถ้างงก็ไปถามมอสเอาเอง กลับไปทำงานได้แล้วไป"

 

"ค่ะ" ถึงจะงงแต่ก็ต้องกลับมาทำงาน

 

"เป็นไงบ้าง" พี่ฟองเบียร์เดินเข้ามาถามในตอนที่ฉันเปิดประตูออกจากห้องท่านประธาน

 

"ก็ดีค่ะ" ฉันตอบพี่เขาแค่นั้นแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง มันทำไมไม่รู้พอรู้ว่าพี่ฟองเบียร์ชอบแฟนฉัน ฉันก็รู้สึกไม่ชอบหน้าพี่เขา มันไม่สนิทใจเหมือนแต่ก่อนแล้วอ่ะ

 

"พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" แล้วนางก็เดินตามฉันมาที่โต๊ะ

 

"ไม่สะดวกค่ะ ต้องทำงาน" ตอบแบบไม่มองหน้า

 

"พี่ชอบคีย์จริงๆ แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าเรื่องพี่กับคีย์คงเป็นไปไม่ได้ ขอโทษที่ทำให้เกลกับคีย์รู้สึกไม่ดีนะ และฟะ...."

 

"รู้สึกแบบที่พูดหรือแค่แสร้งคะ พี่ทำแบบนี้เพื่ออะไร" ฉันพูดเสียงไม่ดังมากหรอก แต่คิดว่าคนในนี้ได้ยินหมด ตีหน้าเศร้า พูดเสียงสั่นมันไม่เหมือนเมื่อวานเลยเน๊อะ

 

"เฟรนชิบเล่มนั้นพี่ไม่ได้เป็นคนเขียน" ?

 

"ช่วยไปบอกคีย์ให้หน่อยได้ไหม ตอนนี้คีย์บล็อกพี่ทุกทาง พี่ไม่ได้เป็นคนเขียนและไม่ได้บอกให้เฟิร์นเลิกกับคีย์"

 

"ทุกอย่างมันเป็นเฟิร์น เฟิร์นเป็นคนจัดฉากขึ้นมา นะเกลช่วยพี่ด้วยนะ"

 

"ฉันไม่เข้าใจ พี่พูดเรื่องบ้าอะไร" ฉันปวดหัวกับเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี้ย มันไม่ใช่เรื่องของฉัน มันเป็นเรื่องของหมอคีย์กับเพื่อนรักของเขา แล้วทำไมฉันต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้

 

"ไปโต๊ะพี่เดี๋ยวพี่จะบอกความจริงทุกอย่างเกลเอง" ทั้งที่สมองสั่งการว่าอย่าไปตามเกมเขาแต่ขาทั้งสองมันกับก้าวตามรุ่นพี่คนเคยสนิทไป พี่ฟองเบียร์เลื่อนเก้าอี้มาให้ฉันนั่งและทำให้เรานั่งตรงข้ามกัน สบตากัน เอาว่ะ ให้มันจบๆไปเลยวันนี้ มิเกลคนนี้ที่ไม่เคยกลัวอะไรนอกจากการเรียนไม่จบ!

 

"เริ่มจากพี่กับเฟิร์นเป็นเพื่อนกัน และเราย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกันกับคีย์ เฟิร์นชอบคีย์ตัเงแต่ครั้งแรกที่เจอ ด้วยความที่เฟิร์นลุคภายนอกอาจจะดูน่ารักและแบ๊วๆ ทำให้ใครๆก็ต่างเอ็นดูและคิดว่าเธอนั้นใสซื่อ ต่างกับพี่ที่ดูเป็นคนห้าวๆเล่นกับผู้ชายแรงๆ หยาบคายพอสมควร มันเลยแตกต่างกับเฟิร์นจนเห็นได้ชัด"

 

"และเหมือนกับว่าพอเริ่มสนิทกับเพื่อนในห้องระดับหนึ่งเพื่อนก็จะมาแซวๆเรื่องจิ้นเฟิร์นกับคีย์ เพราะทั้งคู่ชอบติวหนังสือด้วยกัน เขาทั้งสองมีความฝันเหมือนกันคือเป็นหมอ"

 

"แต่ด้วยความที่บ้านเฟิร์นค่อนข้างจน โอกาสในการเรียนหมอก็ริบหรี่ ทางเดียวที่เฟิร์นจะได้เป็นคือสอบชิงทุน และคีย์ก็เริ่มทราบแล้วว่าเฟิร์นแอบชอบเขาทั้งคู่เลยลองเดทกันและต่อมาก็คบกัน ความรักของพวกเขาสวยงามมากๆ จนคนอย่างพี่อิจฉา"

 

ฉันจ้องพี่ฟองเบียร์ตลอดในการเล่าเรื่อง ถ้าจะชมว่าเขาแสดงเก่งมันก็น่าจะเวอร์ไป ในใจฉันมันกำลังสับสนว่าพี่เขาพูดเรื่องจริงใช่ไหม คือด้วยบรรยากาศที่มีแค่เราสองคน แววตาที่สื่อออกมาของพ่เขามันใช่ มันออกมาจากความรู้สึกแต่ถ้าเขาสร้างเรื่องฉันว่าเขาควรลาออกแล้วไปแสดงละคร รุ่งแน่ๆ รางวัลน่าจะเต็มตู้โชว์ใหญ่

 

"แต่ก็มีคนๆหนึ่งที่เข้ามาเตือนสติ เขาเป็นคนที่เข้าใจและปลอบพี่ทุกครั้งที่เสียใจ พี่เคยรอความรักจากคีย์แต่เขาไม่เคยมองลงมาหาพี่เลย ในตอนนั้นในห้องเรียนเหมือนมีแค่เฟิร์นกับคีย์ 🙂"

 

"พวกเขาคบกันจนถึงวันปัจฉิม เฟิร์นก็ได้บอกเลิกคีย์วันนั้นคีย์เสียใจมากจนเสียสติ ปิดผับเลี้ยงทุกคนที่จบพร้อมกันคนเป็นพันคิดเอาเถอะ"

 

"ต่อมาคีย์ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศและเฟิร์นก็หายไปเลย จนทุกวันนี้พี่พึ่งรู้ว่าเฟิร์นทำงานอยู่เดนมาร์ก"

 

"เดนมาร์กเหรอคะ" อยู่ๆเรื่องของคีย์ก็เด้งเข้ามาในหัว เขากำลังจะเป็นทำงานที่นั่น

 

"ใช่ เฟิร์นเป็นหมอตาที่นั่น และไม่นานคีย์ก็น่าจะไปที่นั่นและเรื่องที่พี่จะบอกเกลก็คือ...."

 

"ทุกอย่างที่เกลอ่านในเฟรนชิบนั้นไม่ใช่พี่เขียน นั่นเป็นเฟิร์นเขียน อันนาน้องหมออคิณก็เคยเป็นเหยื่อของเฟิร์น เมื่อวานที่พี่บอกชอบคีย์และสารภาพรักออกไปก็คือเฟิร์นอยู่ในร้าน"

 

"ตอนนี้เฟิร์นจับตัวพ่อพี่ไป พี่กำลังสืบอยู่ แต่พี่ก็อยากขอโทษเกลด้วยนะ พี่ชอบคีย์จริงๆในตอนนั้นตอนเด็ก แต่ตอนนี้พี่สนิทใจมากว่าตัวเองไม่ได้ชอบคีย์แล้ว"

 

"พี่กับพี่นักรบกำลังจะแต่งงานกัน ☺"

 

"😱😱😱" อะไรกันว่ะเนี้ย แล้วที่ผ่านมาล่ะที่พวกเขาด่ากัน และวันก่อนพี่นักรบยังมาเต๊าะฉันอยู่เลย พวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่เนี้ย

 

"พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเกลจะเชื่อพี่หรือเปล่า แต่อย่าปล่อยมือคีย์นะ ไม่ว่าเขาจะเผชิญกัลอะไร ช่วยจับมือมันแล้วก้าวผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เกลเหมาะสมกับมันมากนะ 🙂" มันเชื่อได้จริงๆใช่ไหม ทำไมลึกๆในใจมันเชื่อเขาไปสนิทเลยว่ะ

 

 

ครืดดด ครืดดดด

"ว่าไงซัน เจอพ่อไหม" ขาที่กำลังจะก้าวจากโต๊ะทำงานพี่ฟองเบียร์ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงพี่เขา

 

(....)

 

 

"โรงบาลอคิณใช่ไหม ขอบใจมากนะ ขอบคุณจริงๆ" สาวสวยสุดแกร่งที่ฉันยกให้เป็นไอดอลตอนนี้เธอกำลังร้องไห้ ไหล่ทั้งสองสั่นระริก พอฉันเห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปสวมกอดรุ่นพี่ เธอไม่ได้แสดงละครสินะ แต่เรื่องที่เธอพูดมันเป็นเรื่องจริง ถึงฉันจะไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับเพื่อนกับแฟนของฉันจะเคยเป็นยังไงมาก่อน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งรึเปล่าก็ไม่ทราบ

 

 

แต่ตอนนี้รุ่นพี่ที่ดูแลฉันตอนนี้เขากำลังอ่อนแอ ฉันไม่อยากถามอะไรเพิ่ม ได้แต่กอดปลอบๆเธอเอาไว้

 

 

"พี่ฝากด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา"

 

"ค่ะๆ ไปหาพ่อเถอะเดี๋ยวเกลจัดการที่นี่ให้ อย่าคิดมากนะคะ"

 

"ขอบคุณนะมิเกล"

 

"ไปเถอะเบียร์" พี่นักรบเข้ามาจับมือพี่ฟองเบียร์ จะว่าไปเขาก็เหมือนแฟนกันจริงๆนั่นแหละ

 

 

 

 

[อคิราห์]

"ไม่น่าเชื่อ"

 

"เออ ถ้าเบียร์ไม่ให้กูติดตามเรื่องนี้กูคงไม่รู้เรื่องเลวร้ายแบบนี้"

 

"ใครจะไปคิดผู้หญิงใสๆ น่าเอ็นดูในงันนั้นจะทำร้ายผู้คนมากมายเพราะโรคซึมเศร้า" ผมพูดไม่ออกหลังจากไอ็ซันบอกความจริง จากที่คิดว่าตัวเองมีเรื่องพีคๆเยอะมากๆแล้วพอมาเจอเรื่องแฟนเก้าตัวเองกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากผมเองและครอบครัว

 

จะสรุปง่ายๆก็คือเฟิร์นเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง น่าจะมาจากครอบครัวที่กดดันและไม่ยอมรับฟังความคิดของเธอและพอเฟิร์นมาเจอผมเธอก็คงรู้สึกดีมากๆ และผมก็เคยให้สัญญาว่าเรียนจบเราจะเรียนที่xxxด้วยกันจะไม่มีวันทิ้งกัน แต่ผมก็ดันไปขอพ่อตอนม.4ว่าจบมัธยมแล้วขอไปเรียนต่างประเทศได้ไหม ท่านก็ตกลง และก็เป็นอย่างที่รู้ว่าเฟิร์นบอกเลิกผมและหายไป

 

มารู้อีกที่ก็เมื่อกี้ว่าเฟิร์นเป็นโรคซึมเศร้าเคยฆ่าคนไข้มาหลายคนแล้วเพราะจิตของเธอเอง แต่เฟิร์นก็ไม่เคยมีประวัติเพราะมีแบ็คดี

 

 

"แต่ก็ถือว่าดีนะที่มึงไหวตัวทันเรื่องเดนมาร์ก" ไอ้คินหันมาพูดกับผม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่พีค เมลล์ที่ผอ.แอนดริวส่งมาให้ผมมันไม่ใช่เมลล์ของทางโรงบาล มันเป็นเมลล์ปลอม ผมอ่านหลายรอบมาก ผมเกือบเชื่อแล้วถ้าไม่เจอประโยคสุดท้าย

 

"ทางเราขอให้หมออคิราห์ตอบกลับมาเองเท่านั้นและทางเมลล์นี้เเท่านั้น!"

 

ปกติแล้วมันต้องเป็นผอ.โรงบาลที่ผมทำงานสิส่งเมลล์กลับไป และมันควรมีการเจรจาหรือไปพบกันก่อน แต่นี่ในเมลล์บอกเดินทางไปวันที่ตอบตกลงได้เลย มีทุกอย่างเตรียมพร้อมให้แล้ว

 

 

"แล้วฟองเบียร์บอกมึงตามเรื่องเฟิร์นนานรึยัง" ผมหันไปถามไอ้เจ้าของผับ ที่เสนอหน้าไปรับงานสืบประวัติคนอื่น

 

"สองเดือนก่อน"

 

"ทำไมมึงไม่บอกเพื่อน"

 

"มึงกับไอ้คีย์มีพิรุธและอีกอย่างเฟิร์นติดตามมึงตลอด"ไอ้.ันหันมาหาผม

 

"ตลอด?"

 

"เออ เรื่องเมื่อวานก็เป็นฉากที่กูกับเบียร์จัดขึ้นมา เพราะเฟิร์นอยู่ในร้าน"

 

"เชี้ย!"

 

"เข้าใจแล้วใช่ไหม มึงควรปลดบล็อคฟองเบียร์ มันรู้สึกผิดมากรู้ไหมที่ทำให้มึงกับแฟนรู้สึกแย่"

 

"แล้วเรื่องเฟรนชิบล่ะ"

 

"เฟิร์นไง"

 

จบแล้วรักเดียวของผม ผมรู้สึกผิดมาตลอดเรื่องไปเรียนต่อและโดนผู้หญิงที่คิดจะจริงจังไปตลอดชีวิตทำร้ายมาตลอดเหรอเนี้ย กวางน้อยที่ผมถนุถนอม ไม่เคยรังแกหรือล่วงเกินตลอดสามปี จะว่าไปตอนนั้นผมก็โง่ดีเหมือนกันนะ เฟิร์นที่แสนดี เฟิร์นที่น่ารัก ไม่มีอยู่จริงสินะ เฟิร์นที่มาทำให้ผมไม่อยากจริงจังกับใครจนมาเจอคนที่อยากจริงจังจริงๆแล้วตอนนี้

 

 

"กูกลับก่อนนะ"

 

"รีบไปไหนกูยังพูดไม่หมดเลยนะ"

 

 

"เมียเลิกงานแล้ว"

 

 

@สถานีตํารวจxxx

"มาทำไมคะ" มิเกลหันมาถามผม

 

"มาเคลียร์เรื่องแย่ๆให้มันจบลงครับ จะได้เริ่มต้นใหม่สักที"

 

"ขอเยี่ยมพิชชาพลอยครับ"

 

"เชิญครับ"

 

"คีย์!!!" หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวปากกระจับ ตอนนี้เธอซูบผอมผมยุ่งเยิ่ง แววตาดูหวาดกลัวมือสั่นๆ และพยายามจะหนีหน้าผม

 

"เฟิร์น คุยกันหน่อยนะ" ผมกระชับมือที่ประสานกับมือเล็กๆของมิเกล และมิเกลก็กระชับพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มื้อไล้ๆให้กำลังใจผม

 

"คีย์ขอโทษ...ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา..."ผมบอกเฟิร์นเสียงแผ่ว ผมเองก็มีส่วมผิด ถ้าผมใส่ใจเฟิร์ฯดีกว่านี้เธอคงไม่เป็นหนักขนาดนี้

 

"ขอโทษทำไม ฮึก..ขอโทษคนเลวๆแบบเฟิร์นทำไมฮือๆๆๆ"

 

"เฟิร์นสิต้องขอโทษ ฮือๆๆๆ ขอโทษษษษ"

 

"ขอโทษฮ่าๆๆๆๆๆ พวกแกสิบ้า ไม่ไม่อย่าเข้ามาไม่ๆๆๆๆๆ"

 

 

"ออกไปนะอีพวกผี มึงอย่ามาจับกู กูไม่ได้ทำ กู....ฮ่าาๆๆ"

 

"เชิญพวกคุณออกไปก่อนนะครับ" ตำรวจกันผมกับมิเกลออกจากห้องเยี่ยม หลังจากเฟิร์นมีอาการคุ้มคลั่ง เห็นได้ชัดว่าอาการเธอแย่มากๆ ความจิตที่มันไม่ได้รับการรักษา การปล่อยตัวของเฟิร์นทำให้อาการมันทรุดลง

 

 

"อย่าคิดมากสิ มันไม่ใช่ความผิดคีย์นะ" ตลอดทางผมเอาแต่เงียบจนมาถึงห้อง

 

 

"ทำไมจะไม่ใช่ละ คีย์ไม่ใส่ใจเฟิร์น มันเลยทำให้อาการเธอแย่"

 

 

"พ่อแม่เขายังไม่สนใจเลย คีย์จะโทษตัวเองทำไม คนเราไม่จำเป็นต้องช่วยทุกคนได้ คนไข้บางคนเราก็ไม่สามารถรักษาเขาได้ตรงโรคของเขา"

 

 

"เหมือนกับอาทิตย์ก่อนที่คีย์เป็นไข้หวัดธรรมดาแต่ไปหาหมอ หมอบอกเป็นไข้หวัดใหญ่ ทั้งๆที่คีย์บอกอาการครบตามที่บอก ขนาดหมอเฉพาะทางแบบนั้นยังวินิจฉัยไม่ตรงเลย เลิกโทษตัวเอง ทุกอย่างเราไม่สามารถลิขิตเองได้ เดินหน้าต่อไป อดีตก็คืออดีต"

 

ผมรักเธอหลงเธอจนไม่รู้ว่าถ้าชีวิตไม่มีหญิงสาวสุดแกร่งคนนี้จะอยู่ได้ไหม ไอ้อยู่น่ะอยู่ได้แต่จะมีความสุขไหม? ขอบคุณที่เธออดทนกับผม ไม่ยอมแพ้ รอทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทาง ผมทำเธอเจ็บมาเยอะ ทุกวันนี้ก็ยังละอายกับการกระทำตัวเอง

 

 

"มิเกลครับ แต่งงานกับพี่นะ" ผมคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่ผมรักมากเท่ากับแม่ของผม ภาพความทรงจำดีๆไหลเข้ามาในหัว รอยยิ้มหวานๆของยัยเด็กคนนี้มันทำให้ผมมีแรงในการทำงาน ตื่นนอนทุกเช้าเจอหน้าเธอ ก่อนนอนเราจุ๊บกันจนพอใจ ดูซีรี่ส์เวลาว่าง ทำอาหารทานทุกวันหยุด มันมีความสุขมากสำหรับผม สำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา

 

"คีย์!!! พูดอะไรรู้ตัวปะเนี้ย"

 

"รู้สิ เรียนจบเราแต่งงานกันนะ มีลูกสัก2-3คน แก่มาก็ปลูกผักผลไม้ทานกันเองที่บ้าน นอนดูหลานๆวิ่งเล่นกัน 😊" ผมไม่เคยวาดฝันเรื่องแบบนี้ แต่พอไอ้ซันไอ้คินหมั่นหมายผมก็เริ่มคิดเรื่องครอบครัว ตอนนี้ก็สามสิบแล้วมันควรมีครอบครัวได้แล้ว

 

 

"ลูกหลานงั้นเหรอ ฮึก...ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกน่ะเหรอ" ผมยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็ก ผมรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง

 

"ครับ ครอบครังที่มีพ่อแม่ลูก ครอบครัวของเรา พี่รักหนูนะมิเกลรักมากเท่าชีวิตของพี่ ไม่สิรักมากกว่าชีวิตพี่ด้วยซ้ำ"

 

 

"ฮือๆๆ ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้นะฮึก...วันที่มีผู้ชายมาคุกเข่าขอหนูแบบนี้"

 

 

"หนูรักคีย์ค่ะ...และแต่งค่ะ" ผมโผล่เข้าสวมกอดคนตัวเล็ก เราผ่านอะไรมาด้วยกันก็เยอะ ทั้งเรื่องดีและไม่ดี ถือว่ามันเป็นบททดสอบก็แล้วกัน

 

ความรักของผมมันอาจจะไม่ได้สวยงามเหมือนคู่อื่นๆ แต่ผมก็พอใจในบทสรุปของชีวิตตัวเอง ถ้าไม่ได้ผู้หญิงตัวเล็กแต่หัวใจเธอแกร่งเหมือนมิเกลก็คงต้องกินไปเรื่อย ครอบคงครอบครัวคงไม่ได้คิด ขอบคุณมิเกลที่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายหรือไม่เคยมีในตัวผม ขอบคุณที่รักผมที่ผมเป็นผม เป็นคนไม่ค่อยจะมีอะไรดี สุดท้ายพี่รักมิเกลนะครับ และจะรักไปตลอดจนไม่มีแรงหายใจ 👫

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

THE END

ขอบคุณที่ติดตามไรท์มาตลอดถึงเรื่องนี้จะจบแบบงงๆหรือเนื้อหามันไม่ค่อยโอเคสำหรับใครหลายๆคน ไรท์ก็พร้อมจะน้อมรับคำติชม สุดท้ายนี้ลาไปก่อนนะค้าาาาา

 

 

ความคิดเห็น