เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 4 ลูกรัก (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ลูกรัก (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2563 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ลูกรัก (50%)
แบบอักษร

บทที่ 4 ลูกรัก 

 

กริ๊ง  

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังถี่รัวจนคนที่นอนหลับสนิทต้องกระเด้งตัวลุกจากโซฟา กวาดสายตามองหาคนสนิทอย่างหัวเสีย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนคริสไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน 

มาวินพ่นลมหายใจออกทางปาก ย่ำเท้าเดินไปเปิดประตูด้วยสภาพเพิ่งตื่นนอน สวมเพียงกางเกงนอนตัวยาวสีเทาเข้มเท่านั้น ครุ่นคิดอย่างแปลกใจกับการมาของแขกที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร 

แอ๊ด 

บานประตูสีขาวบานกว้างเปิดแง้มออกได้เพียงครึ่ง ก็ถูกแรงมหาศาลผลักจนร่างของคนเพิ่งตื่นนอนทานแรงไม่ไหว เซกลับไปด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว 

ปัง! 

บานประตูที่เพิ่งแง้มเปิดถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรง พร้อมร่างกองหนึ่งถลาลงมาฟุบตัวอยู่ข้างหน้า จากสภาพคลุกฝุ่นยังพอมองออกว่าเป็นใคร 

“ไอ้คริส!” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ยังตั้งสติได้ไม่เต็มที่ถลาเข้าไปหาคนสนิทของตน ทว่าขาที่กำลังก้าวออกไปข้างหน้าชะงักกุก เมื่อดวงตาคู่คมเหลือบไปเห็นใบหน้าของคนมาใหม่ที่แสนคุ้นตา 

ดวงตาอ่อนแสงไหวระริก ก่อนหลุบต่ำเมื่อเจ้าของร่างนั้นก้าวเข้ามาหา 

“จะไม่ทักทายพ่อหน่อยหรือมาวิน การอยู่เมืองนอกนานทำให้เจ้าหลงลืมมารยาทอันดีของไทยแล้วหรือ” 

ร่างสูงอวบ ภูมิฐานขยับเดินเข้ามาใกล้ ข้ามร่างที่นอนสลบไสลของคริสไปอย่างไม่แยแส ดวงตาเอื้ออาทรเป็นนิจเรืองรองยามมองบุตรชายคนเดียวของตน 

“มาวิน” ท่านส่งเสียงเรียกเข้มขรึม ใบหน้าจริงจังยามทอดสายตามองไปรอบบ้านอย่างพิจารณา 

“อยู่ที่นี่สุขสบายมากสินะ” นี่ไม่นับเป็นคำถาม เพราะดวงตายามเอ่ยคำว่า ‘สุขสบาย’ ทอประกายวาวโรจน์อย่างชัดเจน ก่อนมุมปากขางซ้ายจะขยับยกขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็น  

มาวินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียวสันหลังจนกระทั่งควานหาเสียงตนเองไม่เจอ ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตากับผู้ให้กำเนิด ความหวาดกลัวในทีท่า ‘ราชสีห์’ ของบิดาโถมทับจนความบ้าระห่ำที่มีมาเกือบสองปีกระจัดกระจายไปรอบด้าน  

“คะ คุณพ่อ” 

“อ้อ” เสียงตอบรับฟังดูขี้เล่น หากประกายตาของคนพูดกลับวาววับราวราชสีห์จะขย้ำเหยื่อ หัวเราะลงคออย่างขบขันพลางเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า 

“ดีใจที่ลูกชายจำตัวเองได้” ท้ายประโยคมาวินได้ยินเสียงแค่นหัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะเลือนหาย  

“คุณตุลาขอเวลาให้ผมกับลูกหน่อย” ตุลาค้อมศีรษะลง หันไปสั่งงานลูกน้องสองสามอย่างก่อนแยกย้ายกันไป 

เหลือทิ้งไว้เพียงสองพ่อลูกที่ประจันหน้ากันกับร่างหนึ่งร่างที่นอนฟุบหมดสติอยู่บนพื้นไม่ไกลกันนัก 

มาวินสั่นสะท้านร่างกำยำอย่างห้ามไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่บิดา ‘ออกคำสั่ง’ โดยไม่ถามความสมัครใจของเขา อีกทั้งแววตาที่ทอดมองมายังผิดหวังจนเขาปวดร้าวไปทั้งใจ แม้จะรู้ดีว่าเหตุที่บิดาเป็นเช่นนี้เกิดจากอะไรก็ตาม 

“พะ พ่อ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา เรียกบิดาด้วยหลากหลายความรู้สึกที่ประเดประดังสาดซัดเข้ามา อย่างถลาเข้าไปกอด อยากเล่าเรื่องความทุกข์ใจของตนให้ท่านฟัง อย่างร้องไห้เหมือนสมัยเด็กในอ้อมอกอุ่นของท่าน 

ทว่า… 

“สนุกมากไหมกับการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างที่เจ้าทำ” 

ท่านไม่ทวงถามว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนไปกลายเป็นคนเลวร้ายได้เช่นนั้น หากทวงถามอย่างประชดประชันถึงความสนุกสนานในการใช้ชีวิตที่นี่ 

มาวินแค่นยิ้ม หัวเราะลงคออย่างขมขื่น  

ไม่ว่าใครก็ไม่เคยถามเลยว่าหัวใจของเขารู้สึกเช่นไร เขาเหงา โดดเดี่ยว และทุกข์ตรมแค่ไหนกับการใช้ชีวิตที่ทุกคนขีดเส้นจัดวางไว้ให้ กระทั่งยื่นแขนออกไปนอกกรอบได้เพียงชั่วครู่ก็ถูกดึงกลับมา 

ทุกอย่างที่ทำลงไป ทั้งเรื่องฉาวโฉ่ต่างๆ ที่สร้างมาล้วนเพราะต้องการ ‘เรียกร้องความสนใจ’ ทั้งนั้น 

มันอาจฟังเหมือนเป็นเด็ก และใช่ เขาเป็นเด็กไม่รู้จักโตที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว 

แม้จะใช้ชีวิตที่นี่มาเกือบสองปี มารดาบินมาหาเพียงสองครั้ง นอกจากนั้นก็ไม่เคยแม้กระทั่งโทรมา ส่วนบิดาได้ยินว่ายอมมาช่วยเหลือเลิศวรานนท์เพราะคำขอร้องของวาคิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเขาเคยไปเว้าวอนตรงหน้ามาแล้ว แต่ท่านปฏิเสธ ความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ก่อตัวทีละขั้นจนทับถมเป็นเนินสูง แล้วถล่มลงมา 

“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมเหงาไหม” 

“ฮึ” เสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังเบาๆ พร้อมดวงตากร้าวกระด้างตวัดมอง “เจ้าน่ะหรือเหงา ได้ยินว่าคั่วผู้หญิงไม่เลือก เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำ แถมยังกล้าจัดการคนของตุลาจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลอีก” 

น้ำเสียงช่วงท้ายติดตวาดออกไปเสียงดังขึ้นกว่าเดิม เมื่ออารมณ์ที่โหมไหม้กำลังพัดกระพรือรุนแรง 

“เป็นเด็กไม่รู้จักโตหรือมาวิน อายุก็มากกว่าน้องตั้งหกเจ็ดปี แต่ความคิดความอ่านเทียบวาคินไม่ติดเลย ทั้งๆ ที่เจ้าเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าน้องมาก ทั้งความรัก ทั้งศักดิ์ฐานะทางสังคม!”

สมบูรณ์พร้อมอย่างนั้นหรือ… ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเจ็บร้าว

ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาไม่มีวันสมบูรณ์พร้อมไปกว่าวาคินได้เลยสักนิดเดียว อีกฝ่ายเติบโตมาพร้อมความรักของบิดา แม้ขาดมารดา แต่สุดท้ายก็ยังได้รับความเมตตาจากหม่อนตา ในขณะที่เขาไม่ได้รับความรักหรือความเมตตาจากใครทั้งนั้น ยืนเพียงลำพังกับเส้นทางที่ทุกคนขีดให้ ไม่เคยมีแม้กระทั่งเพื่อนสนิท เพียงเพราะทุกคนกังวลว่าเพื่อนของเขาจะเข้าหาเพราะผลประโยชน์ ด้านการเรียกวาคินก็ยังเหนือชั้นกว่า อีกฝ่ายฉลาดเฉลียว เป็นอัจฉริยะ เมื่อเทียบกับคนเก่งธรรมดาเช่นเขา นิสัยใจคอแม้นิ่งเงียบ หากก็ยังมีคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เสมอ ตรงกันข้ามกับเขา…

เขาไม่มีใครเลย ไม่มีเลยจริงๆ สักคนเดียว

“ผมสมบูรณ์กว่าวาคินตรงไหนครับ”

คุณเตชินหันขวับไปมองใบหน้าของบุตรชาย จ้องเขม็งอย่างกรุ่นโกรธจนเห็นได้ชัด

“ก็เพราะเจ้าไม่เคยมองเห็นมันไง ถึงได้ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้!”

เสียงตวาดดังฟาดลงมาในหัวใจที่หนาวเหน็บให้ปวดร้าวยิ่งขึ้น

มาวินขบกรามแน่น กำมือที่แนบข้างลำตัวพร้อมก้มหน้าลง อย่างไรสุดท้ายเขาก็ต้องทำตามคำสั่งของทุกคนเหมือนเดิม ต่อให้พยายามหลีกหนีคิดต่อต้านอย่างไรก็คงไร้ผล นั่นเพราะเขาคือทายาทคนเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายของเลิศวรานนท์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่บุตรนอกสมรสของคุณหญิงวารีหรือลูกพี่ลูกน้องสายเลือดห่างไกล

“แอลเอ็นกรุ๊ปรอเจ้าอยู่นะวิน”

เพราะแอลเอ็นกรุ๊ปคือความรับผิดชอบของเขา… ทั้งๆ ที่เขาไม่ปรารถนามันสักนิดเดียว

มาวินข่มความรู้สึกข้างในที่ใกล้ทะลักไหลออกมา กลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในอกทิ้งไป แล้วเงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มอบอุ่นที่มักทำเสมอให้บิดา

“พ่อเคยถามผมไหมว่าผมชอบอะไร ไม่ชอบอะไร”

เขาไม่ได้ถามหาคำตอบ แต่เขาถามให้ท่านขบคิด

“พ่อเคยคิดบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไงกับการเป็นตัวแทนของใครต่อใคร แบกรับหน้าที่ที่ไม่อยากได้ตั้งแต่แรก ถ้าผมรู้ว่าต้องเกิดเจอกับเรื่องมากมายแบบนี้ ผมคงไม่เกิดมาตั้งแต่แรกหรอก!”

“มาวิน!” คุณเตชินตวาดกร้าวออกไป พร้อมสะบัดฝ่ามือหนาเหี่ยวย่นแต่ยังหนักแน่นใส่ใบหน้าข้างซ้ายของบุตรชายเต็มแรง

เพียะ!

ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงปะทะ ข้างแก้มซ้ายร้าวระบม และเจ็บแสบ กลิ่นเลือดคาวคลุ้งพร้อมรสเค็มปร่าของเลือดเทียบไม่ได้กับอกข้างซ้ายที่กำลังร้าวลึกจนอยากจะรักษา

“ฮึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเสียงขื่น หันใบหน้าที่ถูกตบจนแดงก่ำกลับมาเผชิญหน้ากับบิดา ส่งยิ้มเช่นที่มักทำเสมอยามต้องสวมหน้ากากให้ใครต่อใคร ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยิ้มเช่นนี้ให้บิดา เพราะท่านคือคนสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่

ทว่า… วันนี้คงไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

คุณเตชินขบกรามจนเป็นสันนูน กำมือที่เพิ่งสะบัดลงไปบนใบหน้าของบุตรชายแน่น ก่อนดึงกลับลงมาแนบข้างลำตัว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยามขยับริมฝีปากเอ่ย

“ตั้งใจเรียนให้จบ กลับไปจะได้แต่งงานกับหนูวินนี่เสียที”

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หากแววตาเย็นชาทอดมองมายังผู้ให้กำเนิด

คุณเตชินถอนหายใจออกมา ขยับก้าวเข้าไปหาบุตรชาย เอื้อมมือออกไปตั้งใจจะแตะเบาๆ ตรงร่องรอยที่ท่านไม่ได้ตั้งใจทำต่อบุตรชาย ทว่าร่างสูงที่ยืนเบื้องหน้ากลับถอยหลังห่างออกไปทันที

เป็นปฏิกิริยาต่อต้านที่บาดลึกลงไปในหัวใจของคนเป็นพ่ออย่างหนัก ความกรุ่นโกรธก่อนหน้าจางหายไปแล้ว หลงเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นมาในหัวใจมากมายนัก

“วะ วิน พะ พ่อ”

พ่อขอโทษ…

ท่านยังไม่มีโอกาสเอ่ยขอโทษออกไปจนจบประโยคด้วยซ้ำ ริมฝีปากหนาก็ขยับยิ้มกว้างขึ้น ก่อนเอ่ยบางสิ่งออกมาทั้งดวงตาอ่อนแสง

“ผมเข้าใจแล้วครับ นั่นคงเป็นหน้าที่สำคัญของผมสินะ”

เสียงหัวเราะขมขื่นของบุตรชายบาดลึกลงไปในหัวใจของพ่อมากขึ้นไปอีก ทว่าคุณเตชินไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาปลอบโยน เพราะมันคือเรื่องจริง

“วะ วิน”

มาวินไม่ได้มองสบตาของบิดาอีก เขาเบือนหน้าหนี ยิ้มกว้างขึ้น แล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนหันกลับมาเอ่ยต่อ

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะตั้งใจเรียน และกลับไปแต่งงานตามหน้าที่แน่นอน พ่อไม่ต้องกังวล”

กล่าวจบ ร่างสูงก็เดินตรงไปหาคนสนิทที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็พยุงร่างที่สูงใหญ่กว่าตนพอสมควรขึ้นยืน

“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมขอตัว”

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น