มรินาล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่28 กลับสู่กาลก่อน2

ชื่อตอน : ตอนที่28 กลับสู่กาลก่อน2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2563 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่28 กลับสู่กาลก่อน2
แบบอักษร

ร่างบางนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงหนานุ่มไม่ขยับเขยื่อนมาร่วมหลายชั่วโมงทำให้คนนั่งเฝ้าสับปะงกไปแล้วหลายรอบแล้วก็ผล็อยหลับไปในเวลาต่อมา 

สิรินตรายังไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการสลบไสลในชั่วขณะนั้นปรากฎดวงแก้วสีเขียวสุกใสแสงรัศมีสว่างเจิดจ้าสาดส่องลอยอยู่เหนือร่างบางไม่ไหวติงและในเวลาไม่ช้าดวงแก้วลอยหายเข้าไปยังบริเวณเหนือระหว่างคิ้วทั้งสองของหญิงสาวเปลือกตาที่ปิดสนิทขยับเขยื่อนเล็กน้อยแต่แทนที่หญิงสาวจะลืมตาตื่นฟื้นขึ้นมากลับหลับใหลดำดิ่งสภาวะจิตใหลลึกสู่ห้วงเวลาแต่หนหลังเมื่อกาลก่อน 

 

"ข้ามีบางสิ่งจักขอท่าน..ได้หรือไม่"เสียงกังวานใสเอ่ยออกมาในขณะที่มือเรียวบางไล่เล่นอยู่แผงอกหนาพร้อมซุกใบหน้างดงามแนบชิดเคียงกอดอยู่ข้างกายร่างบุรุษสง่างาม 

"เจ้ามีอันใดจักขอข้ารึชายาอันเป็นที่รักของข้า..ยังมีอันใดเล่าที่ข้าจักให้เจ้ามิได้"เสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจตอบอย่างอ่อนโยนพร้อมก้มจุมพิตเหนือนลาฎงามล้ำ 

"ท่านจักให้คำมั่นต่อข้าก่อนได้หรือไม่..ว่าท่านจักให้ในสิ่งที่ข้าปรารถนา"เสียงหวานกล่าวอย่างออดอ้อน 

"กาลที่ผ่านมา มีอันใดที่ข้าบันดาลดลให้เจ้ามิได้รึ ข้าให้เจ้าได้ทุกประการ อัญญาริน"องค์โสทนะนาคราชราชาแห่งเมืองใต้ลำน้ำเอ่ยถามด้วยฉงนยิ่งนัก 

"สิ่งที่ข้าปราถนาหาใช่สิ่งของไม่.."นางกล่าวเป็นนัย 

"แล้วคืออันใด..เจ้าจงแจ้งให้ข้ารู้เสียก่อนมิได้รึ"นาคราชซักไซ้ไล่ความ 

"ท่านสัญญาต่อข้า...เสียก่อน"เสียงใสกล่าวตอบอย่างอ่อนหวานพร้อมสบนัยย์ตาอย่างมีเลศนัย 

"..ข้า..สัญญา..เจ้าจงขอมาเถิด"สุดท้ายนาคราชหนุ่มผู้ที่มีความรักใคร่สนิทเสน่หาชายาอย่าเหลือคณาก็จำยอมให้คำมั่นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้ใจความของเรื่องราวก่อนแต่อย่างใด 

"โอ้..ท่านช่างเป็นพระสวามีแสนประเสริฐเสียจริงหนา...เมตตาข้าเสมอมา ...ข้า..มีความปรารถนาจักออกท่องเที่ยวไปยังดินแดนเมืองมนุษย์"พระนางเอ่ยชื่นชมจนผู้ได้ฟังถึงกับขยิ่มยิ้มย่องแต่ต้องหุบยิ้มในทันทีเมื่อได้ฟังประโยคที่ตามมา 

"เจ้า!...."นาคราชกล่าวอย่างตระหนกไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้ยินสิ่งนี้จากนางพญานาคินี 

"ท่านให้คำมั่นสัญญาต่อข้าแล้ว..ท่านคงมิคิดกลับคำใช่หรือไม่."นาคินีกล่าวอย่างไม่พอใจนักต่อท่าทีของผู้เป็นพระสวามี 

"เจ้าก็รู้มิใช่รึว่าพญานาคอย่างพวกเรามิควรไปข้องเกี่ยวกับพวกมนุษย์" 

"ข้าแจ้งใจดี แต่ตลอดช่วงเพลาที่ข้าครองคู่เคียงท่านมิเคยได้เที่ยวท่องไปแห่งหนใดเลย ครั้งนี้ข้าขอท่านจักได้หรือไม่ ข้ามิได้ไปข้องเกี่ยวกับพวกมนุษย์แต่อย่างใด ข้าเพียงปราถนาจักไปทรรศนาดูความสวยงามของบ้านเมืองเพียงเท่านั้น"นางนาคินีกล่าวอธิบายโน้มน้าวอย่างอ่อนใจ 

"ถึงกระนั้นข้ามิชอบใจ เจ้าจักไปหนใด แดนสวรรค์ หรือหิมพานต์ข้าจักพาเจ้าไปแต่มิใช่เมืองมนุษย์..ชั้นต่ำพวกนั้น"นาคราชเริ่มเกรี้ยวกราด 

"ท่านรู้หรือไม่ ท่านกำลังทำให้ข้ากริ้ว ท่านให้คำมั่นต่อข้า แต่ท่านมิทำตาม สิ้นแล้วข้ามิอาจวางใจอันใดท่านได้อีก"กล่าวจบนางสะบัดกายออกห่างจากนาคราชอย่างเคืองโกรธ 

"เจ้าอย่ากริ้วข้าเลย ข้าห้ามเจ้าด้วยห่วงกังวลว่าเจ้าจักได้รับภยันตราย เมืองมนุษย์หาวางใจอันใดได้ไม่"นาคราชหนุ่มกล่าวพรางโอบกอดตามง้อไม่ปล่อยวาง 

"ถ้ากระนั้น ข้อนั้นท่านหาได้กังวลไม่ เหตุว่าข้าจักพานางทั้งสองไปด้วย โสมา สุดาวดี จักติดตามข้าไป ท่านให้ข้าไปเถิดหนา"นาคินีเอ่ยเสียงหวานอ้อนขอผู้เป็นพระสวามีแม้นาคราชหนุ่มจะลำบากใจสักเพียงใดแต่ไม่อาจทานทนต่อใบหน้าอันงดงามตรงหน้าที่จ้องมองมาอย่างเว้าว้อนนั้นได้สุดท้ายก็ต้องแพ้พ่ายให้กับชายาของตน 

"ข้าจักให้เจ้าไป แต่เจ้าจงสัญญาต่อข้า ว่าเจ้าจักกลับลงมาตามเพลาที่ข้ากำหนดจักเนินนานเกินเพลามิได้ อีกประการ เจ้าห้ามข้องเกี่ยวกับพวกมนุษย์เป็นอันขาด"นาคราชสั่งกำชับจริงจัง 

"ข้าให้คำมั่นแก่ท่าน วางใจข้าเถิด"พระนางกล่าวอย่างดีใจที่ได้ในสิ่งปราถนาของตนโอบกอดพระสวามีด้วยรักภักดีจิตใจไฝ่ฝันถึงวันที่จะไปเยือนยังเมืองมนุษย์ 

 

*** 

เกลียวคลื่นผันผวนซาดซัดอย่างรุนแรงผิดปกติกว่าทุกครั้งคราจากที่ผ่านมาไม่ช้าไม่นานก็ปรากฏกายน่าพิศวงลำตัวยาวใหญ่ดั่งต้นตาลแหวกว่ายกลางลำน้ำกายหนึ่งนั้นใหญ่โตสุดตลอดกายสีเงินหยวนเหลือบแสงหลากสีงดงาม อีกสองกายยาวสีดำนิลกาฬทั้งสามเคลื่อนมุ่งสู่ฝังแผ่นดินเบื้องหน้าเมื่อกายสัมผัสยังพื้นธรณีร่างทั้งสามต่างกลับกลายเป็นดรุณีแรกรุ่นงดงามตามบุญฤทธิ์สวมใสอาภรณ์ด้วยชุดชาวบ้านธรรมดาทั่วไป 

"พระนาง ท่านปิดคลุมพระพักตร์ของท่านเสียเถิดหนาเจ้าค่ะ แม้นอยู่ในร่างมนุษย์ท่านก็ยังงดงามเหนือสตรีทั่วไป จักเป็นที่สงสัยเสียได้"หนึ่งในสตรีแรกรุ่นกล่าวเตือนคนเป็นนายอย่างห่วงใย 

"โสมาเจ้านั้นรู้ดีเสียจริงหนา รึเจ้าจักมาเมืองมนุษย์หลายคราแล้ว"คนเป็นนายกล่าวหยอกย้อนจนทำให้คนฟังสะดุ้ง 

"หา..หามิได้ ข้าแค่"โสมนาก้มหน้าตอบอย่างประหม่า 

"ข้ามิได้ว่าอันใดเจ้าดอก ..ถ้าเจ้าจักมาเที่ยวท่องนอกเขตเมืองเสียบ้าง..ข้าหาใช่องค์โสทนะนาคราชไม่" 

"โสมา เห็นรึไม่พระนาง เมตตาเจ้าเพียงใด แม้นเจ้าจักหนีท่องเที่ยวไปทั่วก็ตาม"สุดาวดีกล่าวอย่างยิ้มๆ แต่โดนโสมาค้อนกลับมา 

"เจ้าคิดว่า พวกเราจักไป ณ แห่งหนใดต่อรึ"นางพญานาคินีแปลงเริ่มถามความเห็นบริวาร 

"ตรงโน้นมีเส้นทางเจ้าค่ะ เส้นทางนั้นน่าจักนำเราไปที่ไหนสักแห่ง"โสมาเอ่ยพรางชี้ไปยังเส้นทางแคบๆตัดลัดลอดไปตามชายป่าหนาทึบและแล้วพญานาคแปลงทั้งสามก็เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางนั้นไม่ช้านักก็ไปพบเจอกับหมู่บ้านเล็กๆบ้านเรือนปลูกสร้างเรียงรายอย่างห่างๆกันมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาจนทั่วเป็นที่น่าแปลกตาแก่ผู้มาเยือนเป็นครั้งแรก 

"นี้รึเมืองมนุษย์ ช่างต่างจากเมืองของเราเสียจริงหนา"เมื่อสอดส่ายสายตาสำรวจไปทั่วนางพญานาคินีก็บ่นรำพึงออกมา 

"ความสวยงามนั้นเทียบมิได้กับเมืองของเราดอก พระนาง"สุดาวดีกล่าวออกมาด้วยเช่นกัน 

"สุดาวดี เจ้าจักเรียกขานเรากระนั้นหามิได้"พระนางหันขวับไปตักเตือนบริวารทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกขานชื่อของตน 

"ข้าขออภัยเจ้าค่ะ จักให้ขัากล่าวนามท่านเช่นไร"สุดาวดีรีบกล่าวขอโทษในทันที 

"เจ้าเรียกเรา อัญญารินก็เพียงพอแล้ว.. จำไว้ เจ้าทั้งสองต่อจากนี้ เรียกเราว่า..อัญญาริน.."นางพญานาคินีกล่าวสั่งนาคบริวารอย่างจริงจัง 

"เจ้าค่ะ"นาคทั้งสองตอบพร้อมกัน 

"นั้นพวกเขาจักไปที่ใดกัน ทำไมถึงเดินตามกันไปเสียอย่างนั้น"พระนางกล่าวขึ้นเมื่อพลันสายตาหันไปเจอพวกชาวบ้านต่างเกาะกลุ่มเดินตามกันไปในเส้นทางหนึ่ง 

"ข้าจักไปไถ่ถามเอง"โสมาอาสาไปถาม 

"พี่สาว พี่ชาย จักไปแห่งหนใหนกันรึ ถึงได้พากันไปมากอย่างนั้น"โสมาเดินเข้าไปไถ่ถามชาวบ้านคนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนซักแห่ง 

"นางหนูไปอยู่ไหนกันมารึ ถึงไม่รู้ว่า วันนี้ใครๆเขาก็ไปที่นั่นกันทั้งนั้น เอ๋?...ข้าไม่คุ้นหน้าพวกเอ็งมาก่อน พวกเอ็งไม่ใช่คนในหมู่บ้านรึ"ชายสูงวัยแสดงท่าทางสงสัยจนคนทั้งสามทำให้ต้องเดินหลบออกมาก่อน 

 

"ข้าจักตามพวกเขาไป"พระนางกล่าวออกมาอย่างสนใจใคร่รู้ 

"จักดีรึเจ้าค่ะ ที่ใดก็มิอาจรู้ "สุดาวดีทัดทานในทันทีเช่นกัน 

"รึพวกเจ้าจักมิตามมา หาไม่แล้วก็กลับไปเสียเถิดข้าจักไปแต่ผู้เดียว"พระนางกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด 

"โอ้..เราทั้งสองมิอาจละทิ้งท่านได้ดอก พวกเราจักติดตามท่านไปทุกที่ มิว่าจักแห่งหนใดก็ตาม"โสมารีบตอบโดยทันทีด้วยอาการประหวั่นตกใจกลัวผู้เป็นนายจะเคืองโกรธก่อนจะติดตามนางไปอย่างไม่ห่าง 

 

 

พญานาคจำแลงทั้งสามเฝ้าติดตามกลุ่มชาวบ้านชายหญิงไปห่างๆกลุ่มผู้คนเหล่านั้นเดินลัดเลาะผ่านแนวป่ารกทึบบ้างโปร่งบ้างข้ามห้วยหนองคลองบึงไปไม่น้อยไม่ช้าก็มาถึงยังเชิงผาแห่งหนึ่งมีกระท่อมเล็กๆปลูกสร้างอยู่ข้างๆนั้นก็มีกลดปักอยู่ไม่ไกล ชาวบ้านทั้งหมดต่างเรียงรายลงนั่งกับพื้นดินอย่างเรียบร้อยไม่ช้านานก็ปรากฎกายของมนุษย์ผู้หนึ่งด้านหน้ากระท่อมเก่าหลังนั้นผู้คนต่างพากันน้อบน้อมกราบกรานสร้างความประหลาดใจให้กับนางพญานาคินีผู้มากด้วยอำนาจบารมีอย่างมากมาย 

 

"โสมา ดูพวกเขาเถิด นอบน้อมต่อผู้ใดกันช่างน่าประหลาดยิ่งนัก"พระนางเอ่ยอย่างฉงนยิ่ง 

"สมณะโล้นนุ่งห่มด้วยอาภรณ์สีไม้มะค่านั้นรึ มีอันใดน่าอัศจรรย์เช่นกระนั้นรึ"โสมากล่าวออกมาอย่างแปลกใจไม่ต่างกัน 

"ไปดูเสียใกล้ๆเถิด ข้าใคร่รู้เสียนัก"นางพญานาคกล่าวอย่างตื่นเต้น 

"รอก่อนเถิด ท่าน เรามิรู้ว่าจักมีภยันตรายอันใดรึไม่"สุดาวดีทัดทานผู้เป็นนายด้วยอดห่วงกังวลเสียไม่ได้ 

"พวกเจ้าช่างขลาดกลัวเสียจริง เราเพียงไปยื่นเสียใกล้ๆแฝงตัวหลังต้นไม้นั่นเพื่อได้สดับฟังบทสนทนาของพวกเขาเพียงเท่านั้น หาได้เข้าไปใกล้กว่านี้ไม่"กล่าวจบนางก็รีบรุดไปอย่างไวจนบริวารทั้งสองตามแทบไม่ทัน 

 

พญานาคแปลงทั้งสามก้าวอย่างเงียบเฉียบมาหยุดยื่นแฝงตัวหลบมุมหลังต้นไม้ใหญ่ใกล้กับบรรดาผู้คนที่ต่างจดจ้องไปยังคนเพียงผู้เดียวซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนนอกชานกระท่อมเก่าอย่างสงบเงียบก่อนจะได้ยินเสียงอันราบเรียบเปล่งออกมาจากปากที่ปิดสนิทก่อนหน้านี้ของคนผู้นั้น 

 

************** 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น