เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 3 ตัวตน (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 3 ตัวตน (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2563 23:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ตัวตน (50%)
แบบอักษร

 

บทที่ 3 ตัวตน 

 

ร่างเกือบเปลือยของชายหญิงที่กำลังกอดจูบกันนัวเนียบนโซฟาสีเบสภายในห้องรับแขกของบ้านส่งผลให้จังหวะการเดินของคนมาใหม่ชะงักค้าง ใบหน้าสวยจัดจ้านเบิกตากลมโตคู่เฉี่ยวที่แต่งแต้มมาอย่างดีจนแทบถลน ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดเม้มแน่น มือที่กำเข้าหากันจิกเล็บจนเจ็บฝ่ามือ ก่อนตะเบ็งเสียงร้องเรียก ‘คนของตน’ ดังลั่น 

“มาวิน!” 

ร่างของชายเจ้าของชื่อชะงัก ผละริมฝีปากที่กำลังจุมพิตซุกไซ้ซอกคอสาวลูกครึ่งบนตัก แล้วเหลือบหางตามองมานิ่งๆ 

เห็นดังนั้นร่างสะโอดสะองที่เพิ่งก้าวขาพ้นประตูบ้านก็พุ่งตัวเข้าไป กระชากผมสีบลอนด์ทองตามเชื้อสายฝั่งมารดาของผู้หญิงคุ้นหน้าออกมาจากร่างของแฟนหนุ่ม ออกแรงเท่าที่สาวเอเชียซึ่งตัวเล็กกว่าจะทำได้ผลักจนร่างระหงสูงกว่าตนมากนักห่างออกไป 

“อีซี่!” ชื่อที่คุ้นปาก นามที่คุ้นเคยถูกเรียกออกมาทั้งน้ำตาที่รินไหล 

“นี่ผัวกูนะ มึงเป็นเพื่อนกู เอาผัวกูได้ยังไง!” 

ซูซี่เม้มปาก ขยับกายเล็กน้อยจัดชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินเข้มของตนให้เข้าที่ ก่อนเดินเข้ามาหา ‘เพื่อนสนิท’ คลี่ยิ้มหวั่น ๆ พร้อมเอ่ยเสียงเบาอย่างประณีประนอม 

“เอ่อ หนูดีใจเย็นๆ นะ” 

เจ้าของชื่อเล่นน่าเอ็นดูผิดกับรูปลักษณ์ปราดเปรียวตรงหน้า แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนหันขวับกลับมาหาชายหนุ่มที่กำลังขยับกายนั่งกึ่งนอนอย่างสบายใจบนโซฟาตัวเดิม 

“วินทำไมคุณทำกับหนูดีแบบนี้คะ” 

คนถูกถามไม่ได้ตอบทันที ขมวดคิ้วมองหน้าสะสวยนิ่งนาน ก่อนถอนหายใจทิ้ง แล้วขยับตัวลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเดินเชื่องช้าเข้ามาหาด้วยใบหน้าเย็นชา แววตารำคาญใจอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็น 

ร่างสูงในชุดกางเกงนอนขายาวสีเทา ท่อนบนเปลือยเปล่า แต่เต็มไปด้วยรอยลิปสติกสีแดงอ่อนหยุดยืนตรงหน้าคนตัวเล็กแล้วเขม็งมอง รอยยิ้มบนมุมปากข้างขวายกสูงพร้อมใบหน้าหล่อเหลาละมุนตาขยับเข้าหาแล้วเอ่ยถาม 

“ทำอะไร” อีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงคล้ายนึกสนุก ก่อนหันไปมองผู้หญิงอีกคนแล้วหัวเราะลงคอ 

“ถ้าหมายถึงเรื่องที่ฉันนอนกับเพื่อนเธอ ฉันว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร อีกอย่าง…” ดวงตาคู่คมที่เคยเรืองรองไปด้วยความอ่อนโยยทอประกายมาดร้ายยามเอ่ยต่อ “เธอเองก็นอนกับลูกน้องฉันไม่ใช่เหรอ” 

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับณธิดาค่อนไปทางชั่วคราวมากกว่าจะถาวร ตั้งแต่เข้าย้ายเรียนในมหาลัยแห่งหนึ่งของรัฐฟลอริดาก็เกือบสี่เดือน ช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาเขานอนกับผู้หญิงมากกว่าจำนวนวันที่อยู่ที่นี่เสียอีก ทว่าหลังพบกับณธิดาซึ่งเป็นนักเรียนไทยด้วยกันโดยบังเอิญก็ไม่ได้มีใครอื่นอีกเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ตอนที่คบหากันเขาไม่ทราบที่มาที่ไปของอีกฝ่าย เพราะปัจจัยสำคัญในความสัมพันธ์ล้วนเป็นเรื่องของเซ็กส์เสียมากกว่า กระทั่งคริส เมอร์สัน ลูกน้องที่เขาเก็บได้ตอนไปเที่ยวผับ ยามอีกฝ่ายถูกกระทืบแล้วบังเอิญยื่นมือเข้าไปสอดจนช่วยเหลืออีกฝ่ายมาได้จะมาสารภาพว่าณธิดาหลับนอนด้วยเมื่อคืนวันก่อนตอนมีปาร์ตี้แล้วมันเมาหัวราน้ำจำอะไรไม่ได้ 

ตอนแรกเขาไม่เชื่อ ซักถามจนรู้ความในหลายๆ เรื่องจึงกระจ่างชัด 

คริสเป็นชาวอเมริกาโดยกำเนิด เกิด และเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนจะถีบตัวเองขึ้นมาทำงานในผับดังกล่าวเพื่อส่งตัวเองเรียน มันนิสัยห่ามๆ พูดจาชวนแจกกำปั้น แต่นับว่าเป็นคนนิสัยใจคอพอคบหาได้ อีกทั้งอายุยังน้อยกว่าเขาปีหนึ่ง มาวินจึงยื่นข้อเสนอเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน รวมทั้งเงินเดือนที่เห็นแล้วไม่อาจปฏิเสธได้แลกกับการทำหน้าที่เป็น ‘คนสนิท’ ของเขา อีกฝ่ายไม่คิดให้เสียเวลาตอบรับทันทีทั้งที่เขายังพูดไม่จบด้วยซ้ำ 

คนที่ค่อนข้างห่ามๆ พูดจาตรงไปตรงมา และเกิดในอเมริกาหรือจะเข้าใจวิธีการ ‘อ่อย’ ของผู้หญิงคนนี้ เขาถามหลายอย่างกระทั่งแน่ใจว่าณธิดาหมายตาคนสนิทของเขามานานแค่ไหนจึงคิดแผนตลบหลัง เอาคืนให้อีกฝ่ายแสบคันจนเต้นเร่าอย่างที่เห็น 

“เธอคิดว่าไอ้คริสมันจะเห็นเซ็กส์ของเธอดีกว่าเงินของฉันหรือไง ฮึ เสียใจที่ต้องบอกว่าลูกน้องฉันมันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกนะ!” 

ตอนที่คริสสารภาพเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเอ่ยปากถามถึงความชื่นชอบในตัวของณธิดากับคนสนิท หากทั้งสองฝ่ายมีใจให้กัน เขาจะโกรธก็ไม่ใช่เรื่อง แต่คริสกับทำสีหน้าตื่นตกใจ โบกมือแก้ไขความเข้าใจผิดของเขาทันที 

“คืนนั้นผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านอนกับใคร จนกระทั่งเจอบัตรนักศึกษาของเธอ” 

เขาขำจนแทบตกโซฟาตอนได้ยินหนุ่มฝรั่งขนานแท้ทำสีหน้าอิหลักอิเหลื่อ 

คริสมันห่ามก็จริง เก่งในเรื่องชกต่อยก็ใช่ แต่กับเรื่องผู้หญิงมันโง่ยิ่งกว่าอะไร ตามใครเขาไม่ค่อยทันหรอก ยิ่งกับเศรษฐีตกอับที่อยากชุบตัวแล้วละก็… ยิ่งไม่มีวันตามทันแน่นอน 

“เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอหนูดีว่าเหตุผลที่เธอเข้าหาฉันมันเพราะอะไร แต่ขอโทษด้วยนะที่ต้องบอกให้รู้เอาไว้ บ้านฉันก็ไม่ต่างจากเธอ แอลเอ็นกรุ๊ปกำลังจะล้มแล่มิล้มแล่อีกปีสองปีข้างหน้า เลิศวรานนท์คงช่วยศิวะวิบูลย์ไม่ได้หรอกนะ” 

ท้ายประโยคเสียงหัวเราะของเขาเบาลง รอยยิ้มมุมปากกลับมาเป็นรอยยิ้มอบอุ่นแสนอ่อนโยนดังเดิม 

“ที่สำคัญเงินของฉันไม่มีไว้ให้ผู้หญิงส่ำส่อนอย่างเธอ!” 

คนที่ยืนนิ่งงัน ฟังทุกอย่างด้วยความตื่นตกใจระคนหวาดกลัวสะดุ้งโหยง เงยหน้าพร้อมน้ำตาอาบแก้มมองมาอย่างตัดพ้อ แม้แผนการเข้าหามาวินจะเริ่มจากเงิน แต่พอได้คบหากันจริงๆ ณธิดาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ดีแสนดีแค่ไหน 

ทว่าพอได้ยินวาจาผรุสวาทจากปากเขาเป็นครั้งแรก นัยน์ตาอ่อนโยนคู่เดิมพาดผ่านความเย็นชาก็สำนึกได้ทันทีว่า… 

“ที่แท้ตัวตนของคุณมาวินก็เป็นแบบนี้นี่เอง” น้ำเสียงสั่นพร่าขาดๆ หายๆ ยามเอ่ยตอบออกไปทั้งใจปวดร้าว 

หากมาวินกลับขยับยิ้มกว้างขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบราวเจ้าชายสูงศักดิ์เอียงเล็กน้อย 

“เพิ่งรู้เหรอ” 

ใบหน้าตอนที่ถามกลับมาว่า ‘เพิ่งรู้เหรอ’ ค่อนไปทางเย้ยหยัน แววตาวาบผ่านความสนุกมากกว่าจะเป็นความอ่อนโยนเช่นที่ผ่านมา

ณธิดากัดริมฝีปาก ข้อมือเล็กที่ถูกซูซี่แตะเบาๆ ถูกสะบัดออก ชี้นิ้วใส่ใบหน้าหล่อเหลาแล้วเค้นเสียงขู่

“ฉันจะแฉแก!”

“แฉ?” มาวินเงยหน้าขึ้นหัวเราะจนตัวโยน ยิ่งมองคนตัวที่โกรธจนร่างสั่นเทายิ่งนึกสนุก

“แฉเลย ถ้าเธอไม่กลัวคลิปตอนเอากับไอ้คริสที่หน้าประตูห้องจะว่อนพอนฮับน่ะนะ” เขาหัวเราะเบาลง ก้มหน้าเข้ามาหา ดวงตาอ่อนโยนคู่เดิมจ้องมองมาอย่างท้าทาย

หากณธิดาไม่อาจหาสิ่งใดมางัดข้อ ข่มขู่คนที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมยิ่งไม่มีผล

“แกมันเลว” จิกปลายเล็กลงไปบนฝ่ามือแรงขึ้น เมื่อร่างที่ถูกด่าว่า ‘เลว’ กลับสะท้านเบาๆ แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น

มาวินไม่ได้โกรธกับคำบริภาษเมื่อครู่สักนิด เพราะที่ผ่านมาสี่เดือนเขาฟังจนชาชินเสียแล้ว

ตอนอยู่เมืองไทยเขาอาจเป็นเทพบุตรในสายตาของทุกคน ทว่าเมื่ออยู่ที่นี่เขาจะเป็นเช่นไรใครเดือดร้อน

ที่ผ่านมาเขาทำดี แต่ไม่เคยบอกสักครั้งว่าตัวเองเป็นคนดี…

“ฉันเคยบอกเหรอว่าตัวเองเป็นคนดี ความจริงฉันชั่วมาตั้งนานแล้ว แค่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง”

บางครั้งเวลาที่เขาต้องสวมหน้ากากก็ยาวนานจนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือตัวตนของคนนั้น ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วภายใต้หน้ากากหนาหนักนั้นอาจเป็นปีศาจจำแลงกาย… เช่นเขาก็เป็นได้

 

ในขณะที่มาวินจมดิ่งลงไปในความทุกข์ตรม และใช้ชีวิตอย่างที่ใจปรารถนาโดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ดีหรือเลวแค่ไหน ทว่าเขายังคงเป็นผู้ชายแสนดีในสายตาของคนที่นี่ ไม่มีใครเคยได้เห็นด้านมืดของเขาสักครั้ง ทุกอย่างยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้มารดาของชายหนุ่มจะรู้ทุกอย่างเต็มอก หากก็ยังก้มหน้าทำงาน แบกรับความกดดันทั้งหมดเอาไว้พร้อมประคับประคองบริษัทของตระกูลด้วยสองแขนเรียวอย่างเต็มกำลัง

วาคินมองมารดาตรากตรำทำงานอย่างนักด้วยความรู้สึกรวดร้าว ในขณะที่พี่ชายต่างบิดาใช้ชีวิตที่อเมริกาอย่างฟุ้งเฟ้อ หยิบจ่ายเงินทองมือเติบ บ้านเลิศวรานนท์ในเวลานี้กลับอัตคัดอย่างเห็นได้ชัดขึ้น

แม้วาคินจะไม่ได้หยิบใช้เงินทองจากกองกลาง เพราะมีสินเดิมของบิดา และครอบครัวของบิดายังคงส่งเสียอยู่ก่อน รวมทั้งเงินทองจากการแบ่งสันปันส่วนของผู้เป็นตาที่มอบเอาไว้ให้ก่อนล่วงลับ เนื่องจากผู้สูงวัยมองออกว่าบุตรสาวซึ่งได้ชื่อว่าแม่ของวาคินคงไม่เหลียวแหลเด็กหนุ่มเท่าที่ควร ค่าใช้จ่ายส่วนของเขา และคนสนิทจึงไม่ได้มากมายนัก

ทว่ากับคุณหญิงวารีไม่ใช่ นอกจากต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งส่งให้บุตรชายคนโตแล้ว เงินอีกส่วนก็ยังต้องแบ่งไว้ใช้จ่ายในบ้าน ถ้ามองจากภายนอกจำนวนเงินย่อมมากโข แต่เมื่อเทียบกับฐานะที่เคยมีก่อนหน้ามันน้อยลงมากทีเดียว

หลังจากมาวินไปเรียนต่อทีอเมริกาได้เพียง 6 เดือน บ้านเลิศวรานนท์ที่เคยมีคนเข้าออกหนาตาก็เริ่มเงียบเหงา คนงานหลายคนถูกคัดออก และหลายคนเลือกลาออกเอง เนื่องจากบ้านหลังใหญ่โตหรูหราที่เคยเฟื่องฟูไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้อีกแล้ว

วรันย์ทนมองคุณหนูของตนโหมงานหนักจนใบหน้าซูบตอบไม่ไหวอีกต่อไป แต่ไม่ว่าจะพยายามช่วยเหลือเช่นไร ก็เหมือนจะไร้ผล เพราะเขาก็แค่บอดีการ์ด ไหนเลยจะออกแรงมากมายได้เท่าผู้เป็นนายได้เล่า

กระทั่งครบขวบปี บ้านเลิศวรานนท์ก็ไร้ผู้คนเข้าออกโดยสิ้นเชิง

สมาชิกในบ้านยังคงเหลือเพียงคุณหญิงวารี วรันย์ อัยริน วาคิน ทัศนัย นมแม้น และคนรับใช้อีกเพียงสองคน ทุกอย่างเข้าขั้นวิกฤติหุ้นที่ราคาตก ร่วงกราวราวเม็ดฝนในวันที่ข่าวซุบซิบเรื่องความประพฤติของมาวินกำลังกระฉ่อนเน็ต คุณหญิงวารีหอบกายทรุดโทรมกลับมาบ้าน ปิดห้องขังนัวเองพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่สองวันเต็ม ข้าวปลาไม่ยอมแตะ ใครเรียกก็ไม่ขานรับ กระทั่งอัยรินซึ่งเป็นคนโปรดก็ยังไม่ได้เข้านอนกับท่านอีก

วาคินร้อนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยวัยที่ยังน้อยนิดของตนจึงทำสิ่งใดไม่ได้มาก ทว่า… คนคนเดียวที่เด็กหนุ่มคิดถึงก็คือ… คุณเตชิน อดีตสามีของมารดา ผู้ขึ้นชื่อว่าบิดาของมาวิน

วันรุ่งขึ้นร่างของเด็กหนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีเทาเข้มก็ยื่นตะหง่านอยู่เบื้องหน้าของชายสูงวัยทันที

“สวัสดีครับ” น้ำเสียงนอบน้อม หากแววตามุ่งมั่นจนคนมากวัยต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ไปไงมาไงเนี่ยวา”

วาคินไม่ใช่คนอ้อมค้อม เด็กหนุ่มทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าชายสูงวัย ก้มหน้า กำมือที่วางบนตักแน่นยามกัดฟันวอนขอความช่วยเหลืออย่างเลี่ยงไม่ได้

“ช่วยคุณหญิงด้วยครับ”

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น