Fuurin
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#3 [Yuu] The last missing piece ชิ้นส่วนสุดท้ายที่หายไป

ชื่อตอน : #3 [Yuu] The last missing piece ชิ้นส่วนสุดท้ายที่หายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2563 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 [Yuu] The last missing piece ชิ้นส่วนสุดท้ายที่หายไป
แบบอักษร

จนถึงตอนนี้ ก็ยังแต่งเพลงนั้นไม่จบ…

บทเพลงอันแสนอบอุ่นแว่วมาในความฝัน ท่ามกลางทิวทัศน์ของทุ่งดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ

ทว่าพอลืมตาตื่นขึ้น เสียงนั้นกลับเงียบหายไป

แม้จะจำเมโลดี้ได้รางๆ แต่ก็ไม่อาจร้องออกมาเป็นเพลง

ถึงอย่างนั้น เพลงนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในทุกๆค่ำคืนเมื่อหลับตาลง ราวกับภาพมายาแห่งความสุขที่อยู่แค่เพียงใกล้ๆ

ในแต่ละวันที่ยังมีลมหายใจ รู้เพียงว่าใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตามหาชิ้นส่วนที่ขาดหายและนำมาเติมเต็มบทเพลงนี้ให้สมบูรณ์

โดยหวังว่าวันหนึ่ง หากเพลงนี้สามารถแต่งจบได้จริงๆละก็ คงจะเป็นวันที่มีความสุขได้จากส่วนลึกของหัวใจ...

♩♫♩♫♩

‘อา ไม่น่าเลือกเวลาแบบนี้เลย’

ชายหนุ่มร่างบางกำลังพยายามแทรกตัวไปข้างหน้าฝ่าฝูงชนที่แออัด ปกติแล้วเขาแทบไม่ได้ออกจากบ้านถ้าไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ แต่วันนี้เรียกได้ว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน เพราะอยู่ๆก็อยากกินซอฟต์ครีมขึ้นมาจนอดใจไม่ไหว

‘ถ้าไม่ได้กินละก็ คงไม่มีสมาธิทำงานต่อแน่ๆ’

งานที่ว่านั่นถึงส่วนใหญ่จะทำอยู่กับบ้าน แต่ก็ไม่ได้ง่ายๆ เพราะขึ้นอยู่กับอารมณ์และความรู้สึกเป็นหลัก

เห็นอย่างนี้ก่อนจะผันตัวกลายมาเป็นนักแต่งเพลงอิสระ ชายหนุ่มก็เคยเป็นหนึ่งในนักร้องคู่ชื่อดัง YUMA x AKI มาก่อน

“ฮาซามะ ยู” หรือชื่อในวงการ “ยูมะ” หลังจากเดบิวต์พร้อมกับเพื่อนสนิท “อากิฮิโระ” หรือ “อากิ” ตอนที่ทั้งคู่อายุ 17 ปี ก็กลายเป็นนักร้องคู่ที่มีชื่อเสียงในทันที ยูมะมีคาแรกเตอร์เป็นเจ้าชายเย็นชา ส่วนอากิเป็นเด็กหนุ่มผู้ร่าเริงสดใส เพลงของทั้งคู่แต่งขึ้นมาโดยใส่ตัวตนที่แตกต่างลงไปอย่างลงตัว ไม่ว่าใครก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพลงที่สมบูรณ์ที่สุด ถ้าขาด “ยูมะ” หรือ “อากิ” ไปคนใดคนหนึ่งก็คงจะไม่ได้

ทั้งๆที่ทุกอย่างควรจะดำเนินต่อไปแบบนั้นแท้ๆ…

 

“ซอฟต์ครีมรสมิกซ์สตรอเบอรี่-วานิลลาได้แล้วค่ะ”

“ขอบคุณนะ”

ยูรับซอฟต์ครีมสีผสมมาและชิมในทันที สีชมพูสตรอเบอรี่ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ส่วนสีครีมวานิลลาให้รสชาติหวานละมุน พอทานพร้อมกันแล้วกลับเข้าได้อย่างลงตัว

จะว่าไปช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็แทบไม่มีใครทักว่าเป็นนักร้องดังที่ชื่อ “ยูมะ” อีกเลย เพราะงั้นยูจึงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติโดยไม่ต้องปิดบังหน้าตา

จริงๆก็ไม่แปลกหรอก เพราะผ่านมาตั้ง 7 ปีแล้ว ถึงรูปร่างหน้าตาจะไม่ต่างจากเดิมมาก แต่ทั้งทรงผมและสีผมก็เปลี่ยนไป เมื่อก่อนไว้ผมยาวและย้อมสีเงินตามอิมเมจเจ้าชายในโลกแฟนตาซี ส่วนตอนนี้กลับมาตัดผมสั้นและปล่อยให้เป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ

และไม่ใช่แค่ลุคภาคนอกเท่านั้น บุคลิกที่แสดงออกก็ราวกับเป็นคนละคน คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าชายเย็นชาคนนั้นมาก่อน...

“สวัสดีครับ ฮาซามะ ครับ”

ยูใช้มืออีกข้างหนึ่งรับสายโทรศัพท์ ส่วนอีกมือถือซอฟต์ครีมและค่อยๆกินไปพลางๆ

“ดีใจที่ชอบนะครับ จริงๆเพลงนั้นตั้งใจให้ออกเศร้าๆดาร์กๆ ถ้าใช้นักร้องหญิงเสียงทุ้มหน่อยก็น่าจะเข้าได้เหมือนกัน...”

ชายหนุ่มคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางสบายๆ เพราะอีกฝ่ายเป็นคนคุ้นเคยที่รู้จักมาตั้งแต่เข้าวงการ คุณทาคาดะ เป็นโปรดิวเซอร์เพลงของค่ายเพลงดังและเป็นคนเรียบเรียงเพลงให้กับ YUMA x AKI มาโดยตลอด

แม้ตอนนี้ยูจะไม่ใช่นักร้องแล้ว แต่ก็ยังแต่งเพลงให้กับค่ายเพลงมาเรื่อยๆ ซึ่งก็มีหลายเพลงที่ติดอันดับเพลงยอดนิยมแม้ในชาร์ตเพลงล่าสุด

ถึงอย่างนั้น ถ้าเทียบกับนักร้องแล้ว คนแต่งเพลงกลับไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่…

“ว่าแต่ไม่คิดว่าจะกลับเข้าวงการเหรอ นายยังไปได้ไกลอีกในฐานะนักร้องนะ”

ปลายสายเปลี่ยนหัวข้ออย่างกระทันหัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วกกลับมาพูดเรื่องนี้

“ถึงคราวนี้จะเป็นนักร้องเดี่ยวก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก อีกอย่างมีฐานแฟนคลับรออยู่แล้วด้วย...”

สิ่งที่คุณทาคาดะพูดอาจจะถูก เพราะสำหรับยูแล้ว ทั้งการร้องเพลงและการแต่งเพลงล้วนเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมา จนถึงตอนนี้เองก็ยังมีหลายคนที่รอคอยการกลับมาของนักร้องในตำนานคนนั้นอยู่

“ขอบคุณที่ให้โอกาสนะครับ แต่แค่ได้แต่งเพลงต่อไปเท่านั้นก็พอแล้ว...”

“อย่างนั้นสินะ ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาได้ทุกเมื่อ อ้อ แล้วจะรอฟังเพลงใหม่ของนายล่ะ”

สายตัดไปเพียงเท่านั้น

 

‘แบบนี้คงดีแล้วล่ะ’

ชายหนุ่มคิดในใจ ซอฟต์ครีมในมือที่ลืมไปสนิทเริ่มละลายและไหลเยิ้มลงมา

อะไรน่ะ...

น้ำตาหยดหนึ่งไหลหยดลงมาอาบข้างแก้มในเวลาใกล้เคียงกัน

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายสนิทงั้นเหรอ?

บาดแผลในใจจากเหตุการณ์ครั้งนั้น...

เพราะรู้ดีว่าคงไม่มี “ยูมะ” และ “อากิ” อีกต่อไปแล้ว และการที่ต้องยืนบนเวทีเพียงลำพังยังน่ากลัวเกินไป…

 

ยูยังคงจำทุกเรื่องราวได้ดี ในคืนนั้นหลังคอนเสิร์ตครบรอบ 2 ปีจบลง อากิก็ฆ่าตัวตายในห้องนอนที่ทั้งคู่พักอยู่ด้วยกัน แม้คาดว่าสาเหตุจะมาจากความเครียดสะสมและความหวาดกลัวจากสโตกเกอร์ที่ตามรังควานจนถึงขั้นขู่ฆ่า แต่ถึงอย่างนั้น ยูก็อดโทษตัวเองไม่ได้ที่ปล่อยให้เพื่อนสนิทต้องจบชีวิตตัวเองลง ทั้งๆที่อยู่ใกล้ที่สุดแท้ๆ แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้เลย...

ความรู้สึกเหล่านั้นยังตกค้างอยู่ในใจของ “ยูมะ” เจ้าชายเย็นชาผู้ไม่เคยแสดงความรู้สึกของตนเองออกมา

จนถึงตอนนี้แม้ว่าหลายสิ่งจะเปลี่ยนไป แต่ส่วนหนึ่งของเขายังคงติดอยู่ในวันนั้นและไม่สามารถหลุดออกมาได้

 

ยูมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บอบบางทว่ากว้างใหญ่ จากนั้นจึงค่อยๆหลับตาลงช้าๆเหมือนกับทุกครั้ง

“ความเจ็บปวดของนายน่ะ ฉันไม่เคยรับรู้ถึงมันได้เลย”

ภายใต้รอยยิ้มที่สดใสและคำพูดที่ว่า “ไม่เป็นไร” ของอากิ ไม่มีอะไรที่บอกใบ้ว่าเขาจะเลือกจบชีวิตตัวเองอย่างกะทันหัน ไม่สิ บางที อาจจะเป็นยูมะต่างหากที่ไม่ได้ใส่ใจ

ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นประมาณ 2 เดือน ก็เห็นอากิเริ่มกินยาบางอย่างก่อนนอนทุกคืน และปกติทุกเสาร์อาทิตย์จะออกไปข้างนอกแท้ๆ แต่กลับบอกว่าเหนื่อยและไม่อยากไปไหน แม้แต่ช่วงพักระหว่างคอนเสิร์ต อากิก็ชอบหายไปเข้าห้องน้ำนานๆ พอกลับมาตาก็ดูแดงๆเหมือนเพิ่งร้องไห้มา

ใช่แล้ว… ทุกอย่างกำลังบอกเป็นนัยๆอยู่ตลอด เพียงแต่ยูมะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงไม่ได้ถามอะไรออกไป กว่าจะรับรู้ถึงความหนักอึ้งของสิ่งที่อากิแบกอยู่นั้น ก็เป็นวันที่เขาจากไปแล้ว…

♩♫♩♫♩

“วันนี้รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอกลับบ้านก่อนนะ ฝากที่เหลือด้วย”

หลังจากคอนเสิร์ตครบรอบ 2 ปีจบลง อากิก็ขอตัวกลับในทันที

“อย่างน้อยนายก็ควรรับผิดชอบงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อน”

ในตอนนั้นยูมะรู้สึกหงุดหงิดที่อากิกลับอย่างกะทันหันทำให้เขาต้องออกไปพบแฟนคลับและให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงลำพัง

“ขอโทษด้วยจริงๆ และก็ยูมะ...โชคดีนะ”

พอพูดจบอากิก็รีบออกไปจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที บางที พอย้อนคิดอีกที อากิอาจไม่อยากให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นสิ่งที่เขาหลงเหลือไว้ครั้งสุดท้ายจึงเป็นคำขอโทษและคำอวยพรจากใจจริง

สำหรับยูมะแล้ว การที่ต้องสูญเสียเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวโดยไม่ทันได้บอกลาช่างเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ถ้ามองในมุมของอากิ การตัดสินใจที่จะจากไปแบบนั้นคงเจ็บปวดมากกว่าหลายเท่า...

“ฆ่าตัวตายโดยกินยานอนหลับเกินขนาด”

หลังจากข้อสรุปจากการชันสูตรออกมา แฟ้มคดีความของสโตกเกอร์ที่รังควาญอากิเมื่อครึ่งปีก่อนก็ถูกนำมาใช้สันนิษฐานถึงเหตุผลจูงใจ รวมทั้งประวัติการรักษาโรคซึมเศร้าของเขาก็ถูกขุดค้นขึ้นด้วยพร้อมกัน เหมือนว่าอากิป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาแล้วมากกว่า 5 เดือน แต่ช่วงหลังๆไม่ได้ไปพบแพทย์อีก คาดว่าน่าจะกินยานอนหลับเองมาตลอด จนสุดท้ายก็เลือกที่จะใช้มันเพื่อทำให้หลับตลอดไป...

♩♫♩♫♩

“ตอนนี้คงกำลังหลับสบายอยู่สินะ?”

ยูมองท้องฟ้ายามเย็นที่ค่อยๆมืดลง บรรยากาศของสวนสาธารณะเล็กๆข้างทางทำให้จิตใจรู้สึกสงบขึ้นมา

“ขอให้เป็นการหลับชั่วนิรันดร์ที่เต็มไปด้วยความสุขนะ...อากิฮิโระ”

สายลมพัดใบไม้แห้งที่ร่วงอยู่กับพื้นกับให้เสียดสีกันเป็นจังหวะ ราวกับว่าเป็นลมหายใจอันแผ่วเบาของใครซักคนที่ยังมีชีวิตอยู่…

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ได้ยินเสียงเมโลดี้ท่อนหนึ่งแว่วมาเบาๆ

“ไม่คิดว่าวันนี้จะหาเจอ”

ยูจดโน้ตดนตรีลงในบันทึก ดูเหมือนว่าเพลงที่แต่งค้างมานานจะใกล้เสร็จขึ้นมาทุกที…

บทเพลงที่ได้ยินในฝันมาตลอดตั้งแต่วันนั้น ถ้าสามารถ

บรรเลงออกมาในโลกแห่งความจริงได้จะดีไหนกันนะ?

ชิ้นส่วนสำคัญที่เก็บรวบรวมมาได้กำลังเรียงร้อยต่อกันเป็นเรื่องราว...

ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ละก็ บทเพลงนี้จะต้องสมบูรณ์ในวันหนึ่งแน่นอน

อย่างน้อยก็เชื่อแบบนั้น…

♩♫♩♫♩

‘ยิ่งแน่นกว่าเมื่อตอนบ่ายอีก’

ทั้งที่เริ่มมืดแล้วแท้ๆ แต่คนยังเบียดกันอยู่เต็มถนน ส่วนมากเป็นพนักงานบริษัทที่ดูเหมือนเพิ่งจะเลิกงาน ว่าแต่ 1 ทุ่มกว่าๆนี่นะ? ทำงานหนักเอาเรื่องเลย

บางที ถ้าไม่ได้เดินสายนี้มาตั้งแต่ต้น ก็คงหนีไม่พ้นการเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกัน

พอนึกย้อนกลับไป การเดบิวต์เป็นนักร้องคู่ในชื่อ YUMA x AKI ก็ไม่ต่างกับความฝันที่เต็มไปด้วยสีสันในค่ำคืนหนึ่ง เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดที่ว่างเปล่า

รู้ตัวอีกทีก็เลือกที่จะจบทุกอย่างและกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาธรรมดาๆในมหาลัยดนตรีที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง สุดท้ายตอนนี้ก็กลายมาเป็นนักแต่งเพลงอิสระคนหนึ่ง...

“อ๊ะ ขอโทษด้วยนะครับ”

เผลอไปเหยียบเท้าใครคนหนึ่งตอนชุลมุนซะได้ ตอนนี้อยากจะรีบกลับถึงบ้านเร็วๆแท้ๆ

ไฟเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดงกะทันหัน กระแสของผู้คนที่กำลังไหลตามกันไปหยุดลงอย่างขาดตอน โชคร้ายที่ใครคนหนึ่งเป็นตรงจุดตัดนั้นพอดี เลยต้องยืนรอไฟแดงอยู่หน้าสุดอย่างช่วยไม่ได้...

พอกวาดสายตามองผู้คนที่ยืนอยู่อีกฝากของถนน ก็รู้ได้ว่าไม่ใช่เพียงคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น บางคนดูหงุดหงิด บางคนก็เหมือนกำลังเบื่อ แต่ละคนแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจน ทว่ามีเพียงคนเดียวในนั้นที่ก้มหน้าอยู่ตลอดเหมือนพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง ภายใต้แว่นตากรอบเหลี่ยมที่กลายเป็นฝ้าหม่นๆเพราะความหนาว

‘หรือว่ากำลังร้องไห้อยู่?’

ชายคนนั้นใช้มือข้างหนึ่งบังผ้าปิดปากเอาไว้เหมือนกับว่ากำลังกลั้นเสียงสะอื้น ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ฝืนขยี้ตาจากข้างใต้เลนส์แว่นโดยไม่แม้แต่ถอดมันออก

‘ถ้าร้องไห้ดังๆออกมาได้ คงสบายกว่าแท้ๆ’

คงอยากจะข้ามถนนและรีบกลับบ้านเต็มที่แล้ว แต่สัญญาณไฟแดงกลับรั้งเอาไว้ให้ติดอยู่ในที่แบบนี้

‘ทั้งๆที่อยากรีบออกไปในที่ที่ไม่มีคนเห็น แต่ถูกรั้งไว้งั้นเหรอ’

ภาพของอากิในวันนั้นแวบเข้ามาในหัว แสงสปอตไลท์บนเวทีส่องจนแสบตา ความร้อนของมันราวกับไฟแผดเผา ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์ของผู้ชมที่ดังกึกก้องระหว่างคอนเสิร์ต อากิขอบคุณแฟนคลับด้วยรอยยิ้มและมอบบทเพลงที่เต็มไปด้วยความสุขเหมือนทุกครั้ง ทว่าหากสังเกตดีๆดวงตาคู่นั้นกลับกำลังฝืนอยู่เพื่อไม่ให้หยดน้ำตาไหลออกมา ภาพเพียงเสี้ยววินาทีนั้นยังคงติดตามาจนถึงตอนนี้

ที่จริงแล้ว อากิน่ะ อดทนมาตลอดเพื่อให้งานที่รับผิดชอบจบลงอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคนจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ยืนบนเวที

‘คงเจ็บปวดมากสินะ แต่ก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้’

ทำไมถึงเพิ่งรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ในตอนนี้กันนะ…

อย่างน้อยถ้าพูดอะไรออกไปบ้าง อาจจะพอยื้อเวลาที่ความสิ้นหวังจะกลืนกินหัวใจได้แท้ๆ และก็คงมีโอกาสที่จะได้แบ่งเบาความเจ็บปวดนั้น แม้แค่เพียงเล็กน้อยก็ตาม...

 

สัญญาณไฟเปลี่ยนสีเขียว ผู้คนมากมายเดินสวนกันอย่างเร่งรีบ ชายคนนั้นทำได้เพียงปล่อยตัวเองให้ไหลไปกับฝูงชนที่ไม่มีใครรับรู้ถึงตัวตนของเขาเลย

ถ้าหากว่าสิ่งที่เขาต้องการคือแสงสว่างเพียงริบหรี่สำหรับมีชีวิตอยู่ต่อไปละก็ ฉันในตอนนี้อาจจะพอแทนสิ่งนั้นได้…

‘แค่เสี้ยววินาทีก็พอ ให้ความรู้สึกนี้ไปถึงด้วยเถอะ’

เป็นครั้งแรกที่อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยใครซักคนด้วยตนเอง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะต้องการหรือไม่ แต่การพบเจอโดยบังเอิญนี้กำลังบอกใบ้บางอย่างที่ต้องทำ เพื่อจะหลุดพ้นจากบาดแผลในอดีตและมีความสุขได้จากส่วนลึกของหัวใจ ชิ้นส่วนสุดท้ายของเพลงที่กำลังตามหาอยู่ก็คือ…

♩♫♩♫♩

จริงๆแล้ว บทเพลงก็เหมือนกับการพบเจอกันโดยบังเอิญของตัวโน้ตนั่นแหละ ทุกๆเสียงก็คือทุกๆเรื่องราว

ภายใต้กระแสกาลเวลาและผู้คนที่กำลังไหลไป โชคชะตากำหนดให้เราได้เดินผ่านกัน ณ ที่แห่งนี้ และในเวลานี้

แต่การพบเจอที่แท้จริง คือหลังจากนั้นต่างหาก...

เสียงที่ได้รับมาจากเขา เติมเต็มท่วงทำนองที่ขาดหายในบทเพลงใหม่ที่แสนอ่อนโยน

พอรู้ตัวอีกที บทเพลงจากความฝันก็กำลังบรรเลงอยู่ในโลกแห่งความจริงแล้ว

♩♫♩♫♩

“ขอบคุณสำหรับความอ่อนโยนงั้นเหรอ...”

ยูอ่านข้อความบนกระดาษโน้ตที่เจออยู่ในตู้จดหมาย หลายวันผ่านมาแล้วตั้งแต่ได้พบกับเรียวอิจิโดยบังเอิญ

“เป็นคนที่ตรงไปตรงมากับความรู้สึกของตัวเองและก็ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆจริงๆ”

เรื่องราวในค่ำคืนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด แม้จะได้เจอกับเขาตอนกำลังอ่อนแอ แต่จริงๆแล้ว เรียวอิจิเป็นคนเข้มแข็งมากคนหนึ่ง ที่ต้องอยู่ในสภาพพังทลายอย่างที่เห็น ก็เพราะฝืนตัวเองเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง

“สำหรับนาย สิ่งจำเป็นที่สุดตอนนี้คือการพักผ่อน”

ถึงจะบอกว่าย้ายไปพักฟื้นต่างจังหวัดชั่วคราว อย่างน้อยให้ที่อยู่ ไม่ก็เบอร์โทรมาหน่อยก็คงดี พอรู้ว่าจะไม่ได้คุยกันอีก ในใจก็รู้สึกอ้างว้างแปลกๆ

แต่ว่าแบบนั้นแหละดีแล้ว…

ทุกการพบเจอและการแยกจากล้วนมีความหมายอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถ้าหากโชคชะตายังคงเชื่อมโยงเราเอาไว้ ในวันข้างหน้าคงจะได้พบกัน

“เรียวอิจิ ก็พยายามเข้านะ กับการเริ่มต้นในครั้งใหม่”

 

 

 

ความคิดเห็น