Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 27 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 27 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 27 100%
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 27 

  

 

เขมินท์ก้มมองพุงโตๆของตนเองที่มีก้อนน้อยๆดิ้นดุ๊กดิ๊กทักทายอยู่ในจนรู้สึกเจ็บท้องไปหมดด้วยความรู้สึกหิวๆ เหมือนเจ้าตัวน้อยที่ดิ้นประท้วงเพราะว่าก็หิวเช่นเดียวกัน ทำให้คุณแม่ท้องโตต้องเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาของกินใส่ท้องเร็วๆก่อนที่เจ้าตัวเล็กในท้องจะประท้วงไม่หยุดแบบนี้ เพราะในปัจจุบันนี้เขมินท์ก็ท้องเข้าเดือนที่เจ็ดแล้วท้องเลยค่อนข้างใหญ่กว่าตอนท้องโมเดลมากๆ สองพ่อลูกเลยเข้าคู่กันคอยห้ามเขมินท์ไม่ให้ทำนู้นทำนี่บางครั้งก็วิ่งเข้าไปทำแทนเอง แม้จะใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างตามความถนัดก็ตาม  

 

และในหลายเดือนผ่านมานี้ก็มีเรื่องที่น่าแปลกใจเกิดขึ้น คือช่วงนี้โมเดลมีเพื่อนเล่นที่สนิทกันโรงเรียนแล้ว เห็นพี่เตบอกว่าแสบสันพอๆกับลูกชายสุดที่รักแถมยังคบกันอยู่สองคนในห้องเรียน แม้ตอนช่วงแรกๆคุณครูก็เป็นกังวนจนต้องเรียกตัวผู้ปกครองไปพูดคุย แต่พอพี่เตที่ไปพบคุณครูแทนเขมินท์กลับบอกคุณครูว่า  

 

 

‘ลูกชายตนเองก็เป็นเด็กนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว แค่ไม่สร้างปัญหาให้ใครก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง แถมยังมีเพื่อนเหมือนเด็กคนอื่นๆแม้จะคบกันเป็นเพื่อนแค่สองคนก็ตามแต่เวลาทำกิจกรรมใช่ว่าจะไม่ยอมร่วมกับเด็กคนอื่นสักหน่อย ไม่ทราบว่าคุณครูมีปัญหาอะไรกับลูกของผมกัน’ 

 

 

ซึ่งหลังจากที่คุณครูได้ยินประโยคนั้นของพี่เตก็พูดอะไรไม่ออกไม่พักใหญ่ เพราะพี่เตก็เป็นถึงผู้บริหารที่มีอำนาจมากมายในมือแถมยังให้มอบเงินทุนบำรุงโรงเรียนในปีละหลายล้านอีกต่างหาก และที่พี่เตพูดออกไปก็ถูกอีก เด็กแต่ละคนนิสัยย่อมไม่เหมือนกันจะไปบังคับให้เหมือนเด็กคนอื่นก็ไม่ได้ แต่คุณครูเธอก็ยอมรับว่าโมเดลนั้นฉลาดเกินเด็กวัยเดียวกัน คุณครูเลยพูดอะไรไม่ได้อีกนอกจากยิ้มรับบางๆอย่างละอายใจที่เรียกผู้ปกครองของเด็กสองคนนี้มา ส่วนผู้ปกครองของเพื่อนสนิทลูกชายที่เขมินท์ยังไม่เคยพบสักครั้ง ก็ตอบประโยคคล้ายๆกับพี่เตเหมือนกัน และที่โลกกลมไปยิ่งกว่านั้นก็คือเพื่อนสนิทของลูก คือ ลูกชายของนักธุรกิจที่ย้ายบริษัทแม่มาจากต่างประเทศแถมยังเป็นคนร่วมลงทุนรายใหญ่กับบริษัทของพี่เตอีกต่างหาก เรียกได้ว่าโลกกลมสุดๆ แถมเด็กคนนั้นก็ยังมีน่าตาน่ารักพอๆกับโมเดลพี่เตเลยไม่ค่อยหวงเท่าไร ไม่เหมือนกับเด็กๆบ้านหัสบดินทร์ที่พักหลังๆเอาขนมมาล่อลวงโมเดลตลอด จนพี่เตเริ่มจะไว้หนวดยาวขึ้นทุกวันเพราะจะเอาไว้ขู่เด็กๆบ้านหัสบดินทร์ ซึ่งถ้าไม่ถูกเขมินท์ไล่ไปโกนคงไม่ยอมโกนแน่นอน  

 

พี่เตเนี่ย ไร้สาระขึ้นทุกวัน เฮ้อออออออออ 

 

“เขมครับ พี่บอกแล้วไงครับว่าอยากกินอะไรให้เรียกพี่หรือคนงานในบ้าน ห้ามเดินมาหยิบเองแบบนี้” เตชิตบอกด้วยน้ำเสียงดุๆใส่ภรรยาที่ตอนนี้เดินมาค้นตู้เย็นเพื่อหาอะไรกิน ทั้งๆที่คนงานก็เต็มบ้าน ไหนจะเตชิตที่ยังอยู่บ้านวันนี้อีก แค่เผลอไปหยิบเอกสารบนห้องเพียงครู่เดียวเท่านั้นกลับมาร่างของภรรยาก็หายไปจากห้องนั่งเล่นเสียแล้ว พอเดินตามหาก็มาเจอว่ากำลังค้นตู้เย็นอยู่คนเดียวโดยมีถ้วยไอศกรีมเต็มไม้เต็มมือ  

 

“ก็ทุกคนทำงานอยู่นี่ครับ เขมเลยมาหยิบเอง” 

 

“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะครับ แต่ถ้าไม่ระวังขึ้นมาอาจจะล้มเอาได้” ตั้งแต่ท้องเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไม่เคยได้ดูแลคนท้องอย่างเตชิตก็ไปหาหนังสือมาอ่านพร้อมกับเข้าไปสอบถามคุณหมอด้วยตัวเองถึงโรงพยาบาลในการดูแลคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และพยายามดูแลเขมินท์เพื่อชดเชยแทนตอนท้องโมเดลที่ตนเองไม่ได้ดูแล และเวลาที่พูดถึงเรื่องนี้คุณสามีก็มักจะทำตัวเจ้าน้ำตาขึ้นมาได้ทุกครั้ง ไม่รู้ว่าจิตใจอ่อนไหวมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร 

 

“ครับๆ คุณพ่อขี้กังวลจังเลย” 

 

“ก็พี่กลัวพลาดอีกนี่ครับ มาครับพี่จะถือไอศกรีมให้ ส่วนเขมแค่เดินช้าๆก็พอ” ตอนนี้เตชิตกลายเป็นคนวิตกกังวลไปหมดทุกอย่างและส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเขมินท์ทั้งสิ้น ทั้งๆที่คนที่ท้องโตคือตัวเขมินท์เองแท้ๆ กลายเป็นคนไม่ท้องระแวงไปหมดทุกอย่างเสียอย่างนั้น 

 

“ครับๆ งั้นตั้งใจถือนะครับคุณพ่อคนเก่งของลูกๆ” เขมินท์หยอกเหย้าคุณสามีก่อนจะเดินนำหน้าคนรักเพื่อกลับไปที่ห้องนั่งเล่นตามเดิม โดยมีสายตาจับจ้องของเตชิตมองตามทุกฝีก้าว 

 

“พี่เตครับ เขมเอาไอศกรีมออกจากตู้เย็นมาห้าถ้วยนี่ครับ ทำไมเหลือแค่สองถ้วย” 

 

“สองถ้วยก็มากเกินไปแล้วครับคุณหมอบอกให้ระวังเรื่องน้ำตาลให้มากๆ เดี๋ยวเป็นเบาหวาน” 

 

“เขมก็ระวังอยู่นะครับ แต่กินแค่สองถ้วยก็ได้” เขมินท์ไม่คิดจะเถียงกับคุณพ่อมือใหม่ต่อไปอีก คุณสามีที่เห็นแบบนั้นก็เลยจัดการเปิดถ้วยไอศกรีมแล้วยื่นให้เขมินท์พร้อมช้อนที่จะตักกินพร้อมกับดูหนังที่ฉายบนจอโทรทัศน์ไปด้วย  

 

ตอนนี้งานที่ตนเองเคยรับมาทำที่บ้านก็หยุดรับไปแล้วเพราะท้องโตขึ้นทุกวันและเขมินท์เองก็นอนเก่งขึ้นทุกวันด้วย และพอตอนเย็นๆตนเองก็จะออกไปเดินในสวนโดยมีโมเดลและพี่เตไปด้วยเพื่อออกกำลังกายเบาๆตามที่แพทย์แนะนำ แต่ตอนกลางวันนั้นก็นอนอยู่ในบ้านแทบไม่ได้ทำอะไรเพราะพี่เตสั่งคนทั้งบ้านไว้ว่าให้จับตาดูตนเองทุกฝีก้าวถ้าหากพี่เตไม่อยู่บ้านและเพราะแบบนั้นทุกคนในบ้านเลยไม่ให้เขมินท์ได้หยิบหรือแทบเดินไปไหนเลย 

 

หลังจากกินไอศกรีมเสร็จเขมินท์ก็เอนตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่สั่งนำเข้ามาใหม่เมื่อหลายเดือนก่อนเพื่อให้คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องอย่างตนเองได้นอนเหยียดขาให้สบายมากยิ่งขึ้น แถมวันนี้ก็ยังมีคุณสามีที่คอยนวดๆบีบๆที่เท้าให้คลายปวดเพราะน้ำหนักของร่างกายที่เพิ่มขึ้น ที่เตชิตทำแบบนี้ให้ก็เพราะบางครั้งนอนๆอยู่เขมินท์ก็เป็นเหน็บชาที่ขาหรือปวดที่เท้าและพอรู้สึกเจ็บมากๆก็นั่งร้องไห้ออกมาจนคุณสามีทำอะไรไม่ถูกเลยโดนเขมินท์เหวี่ยงไป หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่เกิดขึ้นคุณสามีก็ต้องคอยมาบีบๆนวดๆที่เท้าและที่ขาให้เพื่อป้องกันเขมินท์เหวี่ยงขึ้นมาอีก 

 

 

 

และพอผ่านพ้นช่วงบ่ายไปแล้ว ตกเย็นเขมินท์ก็ออกมารับลูกชายที่โรงเรียนกับเตชิตเพราะวันนี้ก่อนที่จะกลับบ้านเขมินท์ตั้งใจจะแวะไปดูเสื้อผ้าเจ้าตัวน้อยในท้องที่อีกเพียงแค่สองเดือนจะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว เสื้อผ้าที่ใช้ได้สำหรับทารกยังมีไม่เยอะเท่าไร  พี่เตเองก็ตื่นเต้นสุดๆเวลาที่จะได้ไปซื้อของใช้ให้เจ้าตัวเล็กในท้องจนช่วงแรกๆแทบจะเหมามาหมดห้างถ้าตนเองไม่ปรามไว้ว่าถ้าจะซื้อให้ไปซื้อพร้อมกัน ไม่งั้นของต้องเต็มบ้านแน่ๆ 

 

“คุณแม่ โมเดลมาแล้วครับ” หลังจากจอดรถและนั่งรอคุณสามีอย่างเตชิตลงไปรับลูกชาย ผ่านไปไม่กี่นาทีร่างเล็กๆของเด็กอวบๆก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมใบหน้าสดใสพร้อมใบหน้าบูดบึ้งของเตชิตที่เดินตามหลังมา เขมินท์ก็พอจะเดาได้ว่าต้องเกิดอะไรตอนพี่เตไปรับลูกแน่ๆ และนั่นคงไม่พ้นคู่กัดต่างวัยแต่ใจนักเลงอย่างหนุ่มน้อยกันยา หัสบดินทร์ 

 

“หน้ายิ้มมาเชียวตัวแสบของคุณแม่ แล้วนี่ใครให้ขนมมาครับ” 

 

“กันยาครับ กันยาซื้อให้โมเดลทุกวันเลย” 

 

“แล้วลูกก็โดนเจ้าเด็กนั่นหอมแก้มทุกครั้งเลยครับเขม พี่ไปทันตอนลูกโดนหอมแก้มทุกที โมเดลครับพ่อบอกแล้วไงครับว่าอย่าให้เจ้าเด็กกันยาหอมแก้ม” 

 

“แค่หอมแก้มเองครับ ขนมสำคัญกว่าแก้มนะครับคุณพ่อ” 

 

“โธ่ คุณลูกครับ เดี๋ยวพ่อซื้อให้กินเองก็ได้” เตชิตครางออกมาอย่างอ่อนใจ นี่ลูกชายตนเองเห็นแก่กินขนาดไม่หวงเนื้อหวงตัวเลยเหรอ เตชิตยังซื้อของกินให้ลูกไม่พอสินะ เฮ้อ!! 

 

“พอเลยครับ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย รีบๆขึ้นรถกันได้แล้วจะได้ไปซื้อของที่ห้าง ชักช้าเดี๋ยวก็รถติดกว่านี้ก็ได้กลับบ้านค่ำพอดี” เขมินท์บ่นออกมาทำให้สองพ่อลูกรีบขึ้นรถทันที เพราะถ้าชักช้ากว่านี้อาจจะโดนเพลิงพิโรธฉบับคุณแม่ลูกสองได้ เตชิตเคยพิสูจน์มาแล้วกับตัวเอง มันน่ากลัวมากจริงๆ อย่าได้คิดท้าทายเป็นอันขาด……. 

 

ส่วนความคิดของโมเดลนั้น ตั้งแต่คุณแม่ท้องโตขึ้นมาก็ดุมากขึ้นเรื่อยๆ แถมบางครั้งก็ดุจนคุณพ่อน้ำตาซึมเลยก็มี และพอโมเดลเห็นคุณพ่อเป็นแบบนั้นทีไรก็สงสารทุกครั้ง  

 

คุณแม่นี่แข็งแกร่งที่สุด ดุจนคุณพ่อร้องไห้จนไม่เท่ห์เลย โมเดลเห็นแล้วเพลียใจเป็นที่สุด เฮ้อออออออออ 

 

 

 

................................................50%............................................... 

 

 

 

สามคนพ่อแม่ลูกเมื่อรวมเจ้าตัวน้อยในท้องด้วยเป็นคนที่สี่กำลังช่วยกันเลือกเสื้อผ้าของเจ้าตัวน้อยในท้อง และเวลาผ่านไปเพียงไม่นานโมเดลกับเตชิตก็เริ่มทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างเรื่องสีของชุดเจ้าตัวน้อยในท้องที่โมเดลจะเอาสีชมพูให้น้องแต่พี่เตจะเอาสีฟ้าให้ลูก เขมินท์เลยต้องหยิบเอามาทั้งสองสีเพื่อไม่ให้ทั้งคู่เถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้ต่อไปอีก ซึ่งพอโมเดลเห็นคุณแม่ตัดสินใจแบบนั้นก็แอบตัดเพ้อเบาๆให้ทั้งเตชิตและเขมินท์ได้ยิน 

 

“คุณแม่อ่ะ น้องต้องเป็นผู้หญิงแน่เลยๆ ซื้อสีชมพูสีเดียวก็พอแล้วครับ คุณพ่อชอบคิดไปเองว่าน้องจะเป็นผู้ชาย” 

 

“ต้องเป็นผู้ชายสิครับโมเดล พ่ออยากได้น้องชายให้ลูกนี่นา”  

 

“แต่โมเดลอยากได้น้องสาวนี่ครับ” 

 

“พอเลยครับ จะชายหรือหญิงก็ใช้ได้ทั้งสองสีนั่นแหละ เลิกเถียงกันได้แล้วทั้งสองคนเลย ไม่อายคนอื่นรึไงกัน จริงๆเลยนะ เฮ้อ…” เขมินท์เอ่ยบอกทั้งคู่ก่อนจะเดินหนีไปดูขวดนมและของใช้อย่างอื่นสำหรับเด็กอ่อนที่มีให้เลือกอยู่ใกล้ๆแทน  

 

ที่ทั้งสองคนพ่อลูกเถียงกันแบบนี้ก็เพราะเขมินท์ไม่ยอมตรวจเพศของลูกในท้องเพราะอยากเซอร์ไพรส์ทั้งพี่เตและโมเดลว่าจะได้สมาชิกครอบครัวใหม่เป็นน้องชายหรือน้องสาวกันแน่ ใครจะคิดว่าจะทำให้ทั้งคู่ชอบเถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระมากขึ้นแบบนี้กัน 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลเคยดูดนมจากขวดแบบนี้ด้วยเหรอ” โมเดลชี้ไปที่ขวดนมเด็กที่คุณแม่กำลังเลือกอยู่ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย 

 

“ใช่ครับ ตอนนั้นโมเดลของคุณแม่ติดขวดนมมากเลย เวลาดูดนมจนหมดขวดก็จะเอามือกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย คุณแม่ต้องรอโมเดลหลับถึงจะหยิบขวดนมไปเก็บได้” 

 

“โมเดลไม่เห็นจำได้เลยว่าทำตัวเด็กแบบนั้น” 

 

“ลูกยังเด็กอยู่ครับ ตอนเด็กๆชอบนอนน้ำลายยืดด้วย” 

 

“ฮื่ออออ คุณแม่ใส่ร้ายโมเดล คุณพ่อช่วยโมเดลด้วยสิครับ” 

 

“พ่อขอโทษครับโมเดล” เตชิตพูดออกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆพร้อมกับน้ำตาคลอเล็กน้อย คงเป็นเพราะคำพูดของเขมินท์และโมเดลไปสะกิดใจคุณพ่อผู้อยู่ในช่วงบอบบางอย่างเตชิตเข้า ถึงได้มีน้ำเสียงกลั้นสะอื้นและจะร้องไห้ออกมาแบบนี้ 

 

โธ่…. คุณพ่อลูกสองของเขมินท์นี่แกล้งสนุกขึ้นทุกวัน ต้องขอบคุณเจ้าตัวน้อยในท้องจริงๆที่ส่งผลให้คุณพ่อผู้หัวแข็งเปลี่ยนนิสัยเป็นคุณพ่อขี้แยแบบนี้ 

 

“คุณพ่อร้องไห้อีกแล้วครับคุณแม่ คุณพ่อไม่เท่ห์เลย” 

 

“โมเดลครับไม่ล้อคุณพ่อนะครับ กอดปลอบคุณพ่อหน่อยเร็วครับคนเก่ง คุณพ่อคงอยากให้โมเดลปลอบ” เมื่อเขมินท์พูดจบประโยคเจ้าตัวอวบของตนเองก็เข้าไปกอดขาอ้อนผู้เป็นพ่อพร้อมเอ่ยปลอบให้พ่อหยุดร้องไห้ ใครที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็แอบยิ้มกันเพราะมันเป็นภาพที่ทั้งดูตลกและน่ารักมากสำหรับสายตาคนที่ผ่านไปผ่านมา 

 

“โอ๋ๆ คุณพ่อไม่ร้องนะครับ โมเดลรักคุณพ่อที่สุด โมเดลยกโทษให้คุณพ่อหมดเลย โมเดลไม่โกรธแล้ว” 

 

“พ่อไม่ได้ร้องสักหน่อย พ่อแค่น้ำตาซึมเฉยๆ” เตชิตพูดแก้ตัวออกมาเผื่อจะดูเท่ห์ขึ้นในสายตาลูกบ้าง แต่พอทำแบบนั้นกลับทำให้คุณภรรยาหัวเราะออกมาก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ 

 

ไม่รู้ว่าหลังๆเตชิตเป็นอะไร มักจะอ่อนไหวเป็นพิเศษโดยเฉพาะเรื่องเมียกับลูก แม้จะพยายามจะห้ามตัวเองให้เก็กหน้าเข้มแต่ก็ทำไมได้ พอโทรไปถามหมอหมอก็บอกอาจจะแพ้ท้องแทนเมียอยู่ พอได้ยินแบบนั้นคุณภรรยาที่น่ารักก็เข้ามากอดปลอบพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น บอกว่าลูกในท้องลงโทษที่เตชิตทำตัวเกเรมาก่อน ซึ่งพอเขมินท์บอกแบบนั้นเตชิตก็ร้องไห้ตัดเพ้อคุณภรรยาอย่างเขมินท์ทันที 

 

‘พี่ผิดไปแล้วครับ เขมจะหอบลูกหนีพี่เหรอ อย่าหนีพี่เลยนะ พี่เป็นคนเลวเอง พี่จะออกไปนอนนอกห้องชดใช้ความผิดเองครับ’ 

 

หลังจากประโยคนั้นจบลงเท่านั้นแหละ คุณภรรยาเล่นขำเสียลั่นบ้านจนคุณแม่ต้องเดินเข้ามาถามถึงในห้องนอนและพอคุณแม่รู้ก็ช่วยเขมินท์ขำเพิ่มขึ้นไปอีกคน เล่นเอาคุณพ่อลูกสองอย่างเตชิตหนีขึ้นไปนอนคลุมโปงบนเตียงอย่างน้อยอกน้อยใจ ซึ่งพอเตชิตคิดย้อนกลับไปก็รู้สึกอายขึ้นมาทุกครั้ง  

 

อะไรที่ทำให้เตชิตมาถึงจุดนี้ได้กันนะ เฮ้ออออออออ 

 

 

 

 

หลังจากที่เลือกซื้อของเสร็จแล้วเตชิตก็เปลี่ยนใจพาภรรยากับลูกหาอะไรกินเป็นอาหารเย็นแล้วค่อยกลับบ้านแทน เพราะคุณแม่โทรมาบอกว่าจะออกไปกินข้าวกับเพื่อนสนิท ทำให้วันนี้ที่ต้องกินข้าวเย็นนอกบ้านกะทันหันก็ต้องมาคิดหนักว่าจะกินอะไรกันดี 

 

“โมเดลอยากกินสเต็กครับ” 

 

“แต่คุณพ่ออยากกินโอมากาเสะ เราไปกินโอมากาเสะกันดีกว่านะครับโมเดล” 

 

“แต่เขมอยากกินชาบูครับ เราไปกินชาบูกันนะครับ” 

 

“โมเดลกินชาบูเหมือนคุณแม่ก็ได้ครับ”  

 

“พี่ก็กินชาบูก็ได้ครับ”  

 

โมเดลพูดขึ้นเพื่อตามใจคุณแม่อีกอย่างชาบูก็ได้ เพราะมีไอศกรีมด้วย! ส่วนเตชิตเองก็ตามใจคุณภรรยาอยู่แล้ว  

 

และพอตกลงกันได้แล้วเขมินท์ก็เดินนำไปร้านชาบูใกล้ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ เตชิตที่ไม่ค่อยได้มากินอะไรแบบนี้ไม่คุ้นชินเท่าไรเลยมีท่าทางเก้ๆกัง แต่ลูกชายนั้นช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องให้ใครช่วย แถมยังจูงมือเตชิตพาเดินไปกดน้ำด้วยกันอีกต่างหาก  

 

โมเดลตัวเล็กถือได้แค่แก้วเดียว เพราะแบบนั้นคุณพ่อต้องไปกดน้ำให้คุณแม่ที่ลุกเดินไม่สะดวก! 

 

“คุณแม่ใส่ผักเยอะอีกแล้ว โมเดลไม่ชอบเลย” พอกลับมาที่โต๊ะ ผักในหม้อก็มีมากกว่าเนื้อหมูเสียแล้ว โมเดลเลยโอดครวญขึ้นมาเล็กน้อยและนั่นก็ทำให้เขมินท์ยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะเอาเนื้อหมูใส่ลงไปในหม้อเพิ่มให้ 

 

“เขมครับ กินแต่เนื้อติดมัน มันไม่ดีนะครับ” 

 

“พี่เตครับ มากินชาบูก็ต้องกินแบบนี้แหละครับ อร่อยนะลองดู เดี๋ยวเขมป้อน” เขมินท์หยิบชิ้นเนื้อหมูติดมันที่สุกแล้วขึ้นมาเบาๆก่อนจะจิ้มน้ำจิ้มแล้วป้อนให้แก่คุณสามีที่ยอมอ้าปากกินเข้าไป และพอเตชิตลองกินตามที่เขมินท์แนะนำก็พบว่ารสชาติมันก็ไม่ได้แย่ นานๆกินทีก็คงไม่เป็นอะไรแต่ถ้ากินทุกวันคลอเรสตอรอลในเลือดคงสูงและเตชิตคงมีภาวะอ้วนลงพุงเป็นแน่ 

 

“คุณพ่อไม่ยอมโต ให้คุณแม่ป้อนอีกแล้ว” โมเดลพูดขึ้นมาก่อนจะหยิบหมูที่คุณแม่ตักใส่ถ้วยไว้ให้ขึ้นมาเป่าและจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยตัวเอง 

 

คนโตแล้วเค้าทำแบบโมเดลนี่แหละ! คุณพ่อนี่เด็กจริงๆเลย! 

 

“อิจฉาก็บอกคุณพ่อสิครับโมเดล” 

 

“โมเดลไม่อิจฉานะครับ โมเดลโตแล้วกินเองได้” 

 

“พอๆครับ กินไปเงียบๆทั้งคู่เลย เกรงใจคนอื่นบ้าง นี่ครับพี่เตกินผักด้วย โมเดลด้วยนะครับผักกาดไม่ขมกินเข้าไปเลยคุณแม่ตักให้” เขมินท์บอกก่อนจะตักให้ทั้งสองพ่อลูกและตักกินเองสลับไปเรื่อยๆ  

 

ไม่รู้ว่าตนเองมีลูกสามคนรึไงกันถ้า อีกหน่อยถ้าเจ้าตัวน้อยในท้องออกมาคงได้วุ่นวายกว่านี้แน่ๆ  

 

หลังจากจัดการของคาวจนเต็มท้อง ก็ถึงเวลาของหวานที่โมเดลลากตัวคุณพ่อสุดที่รักไปตักไอศกรีมให้ ซึ่งก็ได้มาสามก้อนใหญ่ในถ้วยของตนเอง ส่วนคุณแม่ก็ได้มาสองก้อนเพราะคุณพ่อบอกว่าคุณแม่กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวน้องในท้องจะอ้วนแล้วคุณแม่จะเดินไม่สะดวก 

 

โธ่… เจ้าเด็กน้อยช่างมีปัญหาตั้งแต่ยังไม่ออกมาจริงๆ โมเดลเซ็งแทนคุณแม่เลย เฮ้อออออ 

 

“กินเปื้อนหมดแล้วครับโมเดล ค่อยๆกินนะครับ ระวังจะสำลัก” เขมินท์มักจะสอนลูกชายเป็นประจำถ้าพบว่ามีกิริยาที่เริ่มไม่เหมาะสม เรื่องการกินยิ่งสำคัญ มารยาทบนโต๊ะอาหารควรสอนตั้งแต่เด็กๆ ถึงจะค่อยๆเริ่มเรียนรู้ไปเรื่อยๆก็ยังดีกว่าไม่สอนเลย 

 

“ครับคุณแม่”  

 

“เก่งมากครับคนเก่ง”  

 

เมื่อลูกค่อยๆเรียนรู้ในสิ่งที่สอนเขมินท์ก็มักจะเอ่ยชมเชยลูกอยู่เสมอ และก็ไม่ลืมชมเชยถ้าลูกชายทำตัวดี แม้บ้างครั้งจะดื้อไปบ้างแต่เด็กก็คือเด็กแสบซนตามวัยเราแค่คอยมองดูไม่ให้เกเรเกินไปและสร้างความเดือนร้อนให้แก่คนรอบข้างมากไปก็เป็นพอ ซึ่งเขมินท์ไม่ได้หวังให้ลูกเติบโตแบบแสนดีแต่อยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสามารถดูแลตัวเองได้ เพราะแบบนั้นเลยมักจะพยายามห้ามปรามผู้เป็นพ่อเสมอถ้าจะซื้อของเล่นหรือพาไปกินอะไรราคาแพงทุกวัน เราควรให้ลูกได้ลองเรียนรู้อะไรที่หลากหลาย โมเดลเองก็จะได้มีประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลายด้านและนั่นก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อตัวต่อโมเดล 

 

 

 

หลังจากที่ออกไปตะลอนทัวร์ในช่วงเย็นมาจนเหน็ดเหนื่อยและส่งโมเดลเข้านอนเรียบร้อย ทั้งคู่ก็กลับเข้าห้องนอนมาอาบน้ำ ซึ่งพอเสร็จเรียบร้อยและเตรียมตัวจะเข้านอน คุณสามีก็ถึงเวลาทำหน้าที่นำน้ำอุ่นมาประคบเท้าและคอยนวดให้หายเมื่อย และพอเตชิตเห็นว่าเล็บเท้าของคุณภรรยาเริ่มยาวก็ไปเอากรรไกรตัดเล็บมาตัดให้โดยมีสายตาของเขมินท์มองอย่างระแวงว่าเตชิตจะเผลอตัดเข้าไปถึงเนื้อ ไม่ว่าอีกคนจะตัดให้กี่ครั้งเขมินท์ก็กลัวทุกครั้งเลย…. 

 

“พี่เตครับ อย่ามือสั่นสิครับ เขมกลัวนะ” 

 

“พี่แค่ตื่นเต้นครับเขม” 

 

“แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ เขมว่าเขมไปเข้าร้านน่าจะดีกว่า เขมกลัวว่าถ้าพี่เตมือสั่นเขมจะเจ็บ” 

 

“ไม่ครับ พี่จะตัดให้ดีๆ เขมไม่ต้องกลัวนะพี่จะพยายาม” เตชิตบอกก่อนจะบังคับมือของตนเองให้หยุดสั่นและตั้งใจตัดเล็บเท้าให้คุณภรรยาต่อ เขมินท์เองก็มองอย่างลุ้นๆอย่างเอาใจช่วยและระแวงว่าอีกฝ่ายจะเผลอจนตัดเข้าเนื้อของตนเองเข้า 

 

ไม่ว่ากี่ครั้งเขมินท์ก็ไม่ชินกับความเอาใจใส่มากเกินไปของคุณสามีจริงๆ  

 

 

 

.................................................100%................................................ 

คนกากๆแต่รักเมียมาก อดีตคือคนกากๆที่ปากเก่ง 5555555555 

ปล. ชื่อของเขมินท์ อ่านว่า เข - มิน ค่ะ  

 

  

  

  

ความคิดเห็น