email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21.ข้อเสนอจากพระมเหสี

ชื่อตอน : ตอนที่ 21.ข้อเสนอจากพระมเหสี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 212

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2564 03:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21.ข้อเสนอจากพระมเหสี
แบบอักษร

“ดีขึ้นไหมเจ้าคะ?”

“อือ ช่วยได้เยอะเลย”

ร่างเล็กของอียูอยู่ในท่านอนหงายโดยมีจีซูคอยนวดทั้งแขนขาให้ หลังจากผ่านการฝึกที่หนักหน่วงไปเมื่อวาน

ปึง!!

“คุณหนูอียูเจ้าคะ!!”

“เกิดอะไรขึ้นจีมิน!!”

อยู่ๆ จีมินก็เปิดประตูพุ่งเข้ามาด้วยท่าทีแตกตื่น ทำเอาอียูเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างตกอกตกใจไปกับการปรากฏตัวของนาง

“มี...!! มีประกาศจากฝ่ายพิธีการเจ้าค่ะ!!”

“!เรื่องอะไร?”

จีมินพูดไปพรางหอบหายใจเหนื่อย อียูทำหน้านิ่วคิ้วขมวดรอคำตอบจากคนตรงหน้า

“นับจากนี้อีกสามวัน องค์ชายจะคัดเลือกพระชายาอย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ!”

“.....!”

อียูนิ่งอึ้งกับคำตอบ สีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะความกังวลเล็กๆ เริ่มผุดออกมาเรื่อยๆ การคัดเลือกที่ข้าไม่เคยสนใจใยดีแม้แต่น้อยในหลายครั้งที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้ ข้ากลับกังวลและไม่มั่นใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

อาจเป็นเพราะ เขาคือซอลมิน คนที่ข้าแอมมีใจให้เขาเรื่อยมาเพียงแค่ไม่ได้บอกออกไปตรงๆ ข้าจะทำอย่างไร หากเขาไม่เลือกข้าทั้งทีไม่เคยคิดอยากจะเป็นชายาอะไรนี่เลย แต่คราวนี้มันไม่ใช่แบบนั้น

“กังวลหรือเจ้าคะ?!”

“หืม? เปล่าเสียหน่อย!”

“สีหน้าคุณหนู บอกทุกอย่างหมดแล้วเจ้าค่ะ”

“.......!!”

จีซูขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะกุมมือทั้งสองของอียูไว้อย่างหลวมๆ

“กำลังกลัวสิ่งใดหรือเจ้าคะ? ถึงข้าจะไม่ได้ฉลาดพอที่จะให้คำปรึกษาได้ในทุกเรื่อง แต่ก็ยังอยากให้คุณหนูได้ระบายออกมาบ้าง”

“ขะ ข้าไม่ได้กลัวนะ ข้าไม่ได้สนใจอะไรแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก!”

จีมินและจีซูเมื่อได้ยินคำพูดงอนๆ ของคุณหนูต่างก็ยิ้มอ่อนโยนราวกับเข้าใจความทิฐิในใจของอียู ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมา พิสูจน์แล้วว่าตั้งแต่ที่คุณหนูอียูรู้เรื่องที่องครักษ์กับองค์ชายคือคนๆ เดียวกัน ทำให้อะไรหลายๆอย่างในตัวคุณหนูเปลี่ยนไป อะไรที่ไม่เคยสนใจหรือให้ความสำคัญ กลับสนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“การแสดงในสิ่งที่หัวใจต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หรือเป็นเรื่องที่ผิด”

“พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรกันแน่?!!”

“หากคุณหนูรู้สึกอย่างไร ก็เพียงแสดงออกไป ข้าเชื่อว่าองค์ชายจะทรงเลือกหญิงที่สง่างาม และเพรียบพร้อมเป็นพระชายา”

ยิ่งฟังแบบนั้นแล้ว ยิ่งรู้สึกถึงความห่างไกล ทำไมถึงได้รู้สึกผิดหวังทั้งที่ยังไม่ทันได้คาดหวังอะไรเลย

“อย่างนั้นคงไม่ใช่ข้าหรอก อาจจะเป็นสองคนนั้นเสียมากกว่า”

อียูก้มหน้าลงด้วยสีหน้าของความน้อยใจอยู่เล็กๆ จีมินและจีซูมองหน้ากันพร้อมกับอมยิ้ม

“ไม่เคยคิดเลยหรือเจ้าคะ ว่าทำไมองค์ชายจึงเลือกให้คุณหนูผ่านเข้ามาถึงการคัดเลือกครั้งสุดท้าย ทั้งที่คุณหนูแตกต่างจากสองคนนั้นอย่างสิ้นเชิง”

“ข้าไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก”

“ผู้หญิงสูงศักดิ์ที่สวยและสง่างาม หาได้ทั่วไปในแผ่นดิน แต่.....ข้าจะไม่พูดเข้่าข้างคุณหนูจนเกินไป”

“.....”

“ข้ายังไม่เคยเห็นองค์รัชทายาท ทรงใส่พระทัยหญิงสาวคนไหนนอกจาก องค์หญิงและพระมเหสีมาก่อน”

“......”

“ข้ากับจีซู ตกใจมาก~~~~ เจ้าค่ะ ครั้งที่องค์หญิงรับสั่งให้คุมขังคุณหนู ก็เป็นเพราะองค์ชายช่วยไว้ ทั้งที่ก็ไม่น่าจะทรงสนพระทัยด้วยซ้ำ”

“แถมยังสั่งให้หมอหลวงรักษาอาการป่วยของคุณหนูด้วยพระองค์เองอีกต่างหาก”

“ยังแอบคิดเลยว่า คุณหนูเองที่น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่าที่สุดแล้วใครกันแน่ที่จะได้เป็นพระชายา”

“ถึงเป็นอย่างนั้นจริงๆ จะมีประโยชน์อะไร ข้าไม่ได้อยากจะเป็นพระชายาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

“คุณหนูเอาแต่ปกปิดความรู้สึกของตนเอง อยู่หลังกำแพง ถ้าไม่พาตัวเองออกมา จะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองต้องการสิ่งใดกันแน่”

“!!!....”

อียูหน้าชาไปทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น จีมินกับจีซูพูดไม่ผิดแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าจะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่นอกพระราชวัง ข้าอดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกหวาดระแวงกับเหตุการณ์นั้นอยู่

“ข้าจะทำอย่างไรดี!?”

“อะไรหรือเจ้าคะ?!”

อียูมองเหม่อออกไปยังหน้าต่างก่อนจะพรึมพรัมออกมา ทำเอาทั้งจีซูและจีมินงงไปตามๆกัน ข้าจะทำอย่างไรดี ในเมื่อพูออกไปขนาดนั้นว่า ‘ไม่อยากเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท’ ให้กลับตัวตอนนี้มันคงแปลกๆ

“มีสารจาก พระมเหสี ถึงคุณหนู คัง อียู”

เสียงจากด้านหลังประตูดังขึ้น จีซูจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู ขันทีคนนึงเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับก้มหัวเคารพอียู

“มีรับสั่งให้คุณหนูคัง อียู เข้าเฝ้าพระมเหสีในบ่ายวันนี้ ณ ศาลาชมจันทร์”

“.....!”

เมื่อสิ้นสุดการรายงานขันทีจึงเดินออกจากตำหนักไป เหลือไว้เพียงความนิ่งอึ้งอย่างไม่คิดไม่ฝันของอียูและนางในทั้งสองคน อียูหวั่นใจยิ่งนักเพราะตลอดเวลาของการฝึก พระมเหสีทรงตำหนินางอยู่หลายครั้ง แต่กลับออกพระโอษฐ์ชื่นชมว่าที่พระชายาสองคนนั้น แค่คิดก็กลัวจนขนลุกไปหมด

“เตรียมตัวเถอะเจ้าค่ะ กังวลไปก็ไม่ได้อะไร คุณหนูของเราดีที่สุด”

“สีหน้าข้าบอกขนาดนั้นเลยหรอ?”

“ชัดเจนเจ้าค่ะ”

“.....!”

ศาลาชมจันทร์

เป็นศาลาในสวนละแวกพระตำหนักใน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเดินจากตำหนักรองของอียู

“ท่านเสนาบดีคัง เป็นอย่างไรในช่วงนี้?”

พระมเหสีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีเพียงโต๊ะน้ำชาตัวเล็กๆ กั้นเอาไว้ระหว่างกลาง ฝ่าบาทมองมาที่อียูด้วยใบหน้าเป็นมิตรฉีกยิ้มเล็กๆ ในท่าทีเชื่องช้าอย่างสง่างาม

“ช่วงนี้หม่อมฉันไม่ได้พบกับท่านพ่อเลยเพคะ เลยไม่รู้ว่าท่านเป็นเช่นไร”

อียูตอบพระมเหสีอย่างยิ้มๆ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด แต่ภายในใจนั้นตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะตนไม่เคยใกล้ชิดกับพระมเหสีขนาดนี้มาก่อน ทั้งยังมีมู่ลี่ลูกปัดกั้นไว้ตลอด แต่ในครั้งนี้ไม่มีของพวกนั้นแล้ว

“เจ้าคงจะคิดถึงบ้านมากใช่หรือไม่ ต้องจากบ้านมาอยู่ในวังเช่นนี้”

“แรกๆ หม่อมฉันกังวล แต่ตอนนี้ไม่แล้วเพคะ”

“อย่างนั้นหรือ?”

อียูและพระมเหสีต่างก็ยิ้มให้กัน ราวกับคุยกันถูกคอ พระมเหสีเอื้อมมือไปยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยแล้วหันมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกศาลา

“เจ้าคงจะลำบากไม่น้อย เมื่อต้องถูกบังคับให้เข้าสอบคัดเลือกเป็นพระชายา”

“....!!”

อียูเงยหน้ามองพระมเหสีด้วยความแปลกใจ พระนางทรงพูดสิ่งนั้นออกมาด้วยใบหน้ายิ้มอย่างไม่รู้สึกอะไร พระนางรู้ถึงเรื่องนั้นได้อย่างไร?!

“ข้าเป็นแม่คน และก็เป็นผู้หญิงคนนึงเช่นเจ้า ข้าเข้าใจดีว่าการที่ถูกบังคับให้แต่งกับชายที่ตนไม่ได้รัก มันอึดอัดใจเพียงใด”

“หม่อมฉันมิได้.....!”

“ข้าสามารถส่งเจ้ากลับบ้าน และสามารถให้เจ้าดำเนินชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการ ลบล้างมลทินที่ติดตัวเจ้าออก และเจ้าจะสามารถมีครอบครัวกับคนที่เจ้ารัก”

“........!!”

พระมเหสียังคงยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อียูได้แค่นิ่งอึ้งอย่างไม่รู้จะต้องตอบออกไปเช่นไร อีกใจรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ตนต้องการมาโดยตลอด แต่อีกใจกลับรู้สึกร้อนรนและไม่ได้ต้องการแบบนั้น

“ไม่จำเป็นต้องให้คำตอบข้าภายในวันนี้ ข้ารู้มันตัดสินใจยาก”

“เพคะ!”

มือเล็กกำกระโปรงแน่นอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกไปเพราะคนตรงหน้าคือพระมเหสี แม้จะไม่ได้รู้สึกดีอย่างที่ควรจะเป็น ก็ไม่ควรแสดงมันออกมา

“เจ้าคงรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าองค์รัชทายาทจะคัดเลือกพระชายาวันไหน?”

“หม่อมฉันทราบดีเพคะ”

“ข้าอยากได้คำตอบที่ดี ก่อนวันตัดสินจะมาถึง เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

“เพคะพระมเหสี”

ตอนนี้ในหัวของอียูตื้อตึงไปหมด ทำได้เพียงฝืนยิ้มอย่างไม่เข้าใจออกไป ตนเพิ่งจะรู้ว่าคำพูดและการแสดงสีหน้าท่าทางของพระมเหสีนั้นแฝงไปด้วยความเย็นชาที่สามารถฆ่าคนได้แม้จะกำลังยิ้มอยู่ก็ตาม

“พระมเหสี ได้เวลาแล้วเพคะ”

“อืม”

หัวหน้านางในของพระมเหสีเข้ามาใกล้พรางกระซิบบอก เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับมาสนใจร่างเล็กอีกครั้ง

“ข้าต้องขอตัวก่อน เจ้าสามารถพักผ่อนหย่อนใจชมวิวทิวทัศน์ที่นี่ได้ ข้าอนุญาต”

“ขอบพระทัยเพคะ พระมเหสี”

อียูก้มหัวให้แก้พระมเหสีด้วยความอ่อนน้อม เมื่อเห็นว่าพระนางพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเสด็จออกไปจากศาลา

“พระมเหสีเพคะ!”

“หืม?”

อียูเงยหน้าเรียกพระมเหสีเสียงดังจนขบวนเสด็จต้องมีอันหลุดลง พระมเหสีหันกลับมามองอียูอีครั้งด้วยความสงสัย จีมินและจีซูต่างก็ตกใจในการกระทำของเจ้านายตน

แม้ว่าการที่ได้กลับบ้านอย่างไร้มลทินติดตัวคือสิ่งที่อียูปรารถนา แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ใจต้องการอีกต่อไปข้าเพิ่งได้รู้ว่าทุดท้ายแล้วข้าก็ยังรักซอลมิน และยังอยากที่จะอยู่กับเขา

“หม่อมฉันจะไม่ล้มเลิกการเป็นพระชายาเพคะ”

“!!....”

พระมเหสีเองเมื่อได้ยินเช่นนั้นจากอียูจึงเกิดความไม่ชอบใจนัก ในเมื่อตนยื่นข้อเสนอให้ถึงเพียงนี้ นางก็ควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวพอใจในสิ่งที่ตนมอบให้ แต่นี่อะไรกัน ดื้อด้านนัก

“ข้าไม่รีบเอาคำตอบ เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดไปอย่างนั้นหรือ?”

“......!!”

“สิ่งที่เจ้าพูดมา ข้าไม่ถือว่าเป็นคำตอบ เพราะมันยังอวดดีเกินไป”

“.......!”

สายตาเรียบนิ่งของพระมเหสีทำเอาอียูต้องหลบสายตาลงต่ำทันที เมื่อรู้ว่าตนกำลังทำให้พระมเหสีไม่พอพระทัย เมื่อพระมเหสีพูดจบก็หันหลังเสด็จไปในทันที

“เฮ้ออออ คุณหนูเจ้าคะ!!! เป็นอย่างไรบ้าง??!!”

“ข้าเกือบจะกลั้นใจตายแล้วนะเจ้าคะ?”

“......!”

นางในทั้งสองรีบเข้ามานั่งลงข้างๆ ร่างเล็กพรางถอนหายใจกันยกใหญ่ อียูเงยหน้าขึ้นอย่างคนหมดหวัง

“พระมเหสีไม่ชอบข้าจริงๆ นั้นแหละ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องสนใจไปเจ้าค่ะ”

“ยังไงซะ หากองค์รัชทายาททรงเลือกคุณหนูเป็นพระชายา พระมเหสีเองไม่สามารถขัดพระทัยได้แน่นอนเพคะ”

“ข้าท้อใจเหลือเกิน”

“โถ่คุณหนู!!”

น้ำใสๆ ไหลลงสองข้างแก้ม จีมินและจีซูต่างก็กอดร่างเล็กที่สั่นเทาเป็นลูกนกอย่างอ่อนโยน พรางลูบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยน ทางเลือกมีเพียงสองทาง หนึ่งคือออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการโดยที่จะไม่ได้เจอซอลมินอีก สองคือต้องเป็นพระชายาเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่รัก แน่นอนว่าต้องเลือกทางที่สอง แต่หลทางช่างลำบากยิ่งนักเมื่อมีตัวแปรที่สำคัญอย่างพระมเหสีเข้ามา.....

ความคิดเห็น