facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

8.หิ่งห้อยกับแสงดาว

ชื่อตอน : 8.หิ่งห้อยกับแสงดาว

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.9k

ความคิดเห็น : 111

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2563 12:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
8.หิ่งห้อยกับแสงดาว
แบบอักษร

8.หิ่งห้อยกับแสงดาว 

  

               ปัง!!!   

ทันทีที่เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแรง ผู้หมวดทั้งสองก็ถึงกับพากันผงะไปในทันที เนื่องจากบ้านพักของผู้กองพนาก็ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่โตอะไร เพียงแค่มองเข้าไปปราดเดียวก็สามารถมองเห็นภายในได้อย่างถ้วนทั่วแล้ว แล้วสิ่งที่ทำให้ทั้งสองผงะกันก็คือหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่ที่โต๊ะทำงานของผู้กองพนา แล้วก็ไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาด้วย แต่เป็นหญิงสาวที่สวยมากๆ ที่เห็นเพียงแค่แว๊บเดียวก็ทำเอาตะลึงใจเต้นระรัวไปกับเธอ 

เช่นเดียวกันกับแก้วเจ้าที่เธอเองก็ตกใจไม่ได้น้อยไปกว่ากัน จากที่กำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่ดีๆ จู่ๆ ประตูบ้านที่เธอมั่นใจว่าลงกลอนเอาไว้แล้วก็ถูกเปิดออกพร้อมกับที่มีตำรวจสองนายกำลังจับจ้องมาที่เธอ ต่างฝ่ายต่างก็ตะลึง ตกใจที่ได้เห็นกันและกัน 

ซ่า! 

 ผู้หมวดศิวะเทน้ำมนต์ในขันราดตัวเองเพื่อให้ตื่นจากความตะลึงงัน แล้วยังมีใจจะเผื่อแผ่น้ำมนต์ในขันไปให้กับผู้หมวดเผ่าเทพด้วย แต่อีกฝ่ายก็มีสติมากพอจึงได้ปัดน้ำมนต์ในขันหนีแล้วเก็บปืนในมือลง 

“ไอ้เทพ กะ...แกดูดีๆ ซิ นี่คนหรือว่าผีพราย หรือว่านางไม้กันแน่ สะ...สวยขนาดนี้” ผู้หมวดศิวะถึงกับเสียงสั่นอย่างหมดเค้าตำรวจกล้าและมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในขณะที่ผู้หมวดเผ่าเทพกลับมองแก้วเจ้าจอมนิ่ง เหมือนเขาจะเคยเห็นเธอมาก่อน...จริงสิ! 

               “นี่มันคนที่พวกผู้พันแม่เล้ามาตามหากันตอนนั้นนี่” ใช่ เขาจำเธอได้ ในภาพว่าสวยแล้ว แต่ตัวจริงนี่สิ สวยจนเขาตะลึงแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กับผู้กองได้ล่ะ แล้วเธอเกี่ยวข้องอะไรกับคดีค้ามนุษย์ที่ป่าชายแดนรึเปล่า เขาไม่คิดเปล่าแต่ยังเดินเข้าไปในบ้านพักของผู้กองพนาด้วย หมายจะเข้าไปสอบถามแก้วเจ้าจอมถึงสิ่งที่เขาสงสัย แต่แก้วเจ้าจอมกลับรีบถอยหนีจากเขาด้วยความตื่นกลัว 

               “ออกไปนะ! ออกไป!” เธอปาดอกไม้ทั้งหมดที่มีบนโต๊ะใส่เขา แค่ดอกไม้ยังไม่พอ แต่ยังมีแก้วใสที่เธอใช้ต่างแจกันด้วยที่ถูกปาออกไป เฉียดหน้าผู้หมวดศิวะไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ดีว่าเขาสามารถเอียงตัวหลบแล้วรับแก้วใบนั้นได้ทัน 

               “ออกไปนะ! อย่าเข้ามา” เมื่อไม่มีดอกไม้กับแก้วแล้ว แก้วเจ้าจอมก็ปาทุกอย่างที่คว้าได้ใกล้มือใส่พวกเขา นับตั้งแต่พื้นจากอาการบาดเจ็บและความจำเสื่อมมา หากไม่นับครอบครัวของคุณตากับคุณยายและโก้ คนๆ เดียวที่เธอรู้จักและเชื่อใจที่สุดก็มีเพียงแค่ผู้กองพนาเท่านั้น ถึงผู้กองพนาจะบอกว่าทั้งฐานปฏิบัติการนี้มีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนเป็นคนดีและไว้ใจได้ แต่แก้วเจ้าจอมก็ยังอดระแวงไม่ได้อยู่ดี สำหรับเธออย่างไรเสียพวกเขาก็ยังคงเป็นคนแปลกหน้า แล้วยิ่งเป็นคนแปลกหน้าเพศชายเธอยิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้น 

               “เหวอ!!! ไอ้เทพ ระวัง!!!” หินทับกระดาษถูกปาเข้าใส่ผู้หมวดเผ่าเทพอย่างแม่นยำ และไม่เพียงแค่แม่นยำเท่านั้น แต่ยังหนักมือเสียด้วย งานนี้ทำเอาผู้หมวดทั้งสองพากันวิ่งหลบกันเป็นพลันวัน 

               “โหทั้งแม่น ทั้งมือหนัก ตกลงเป็นผีหรือแชมป์ปาเป้ากันแน่ล่ะเนี่ย แม่นอย่างกับจับวาง” ผู้หมวดศิวะสงสัย และเพียงแค่เขาเผลอ แก้วกระเบื้องใบหนึ่งก็ลอยละลิ่วมาปะทะที่กลางหน้าผากของเขาเต็มๆ เล่นเอามึนจนเซกันเลยทีเดียว ส่วนผู้หมวดเผ่าเทพเองก็ยกไม้ยกมือขึ้นป้องตัวเองเหมือนกัน สกิลการปาของของเธอมันไม่ใช่การปามั่วๆ แต่ทุกจุดที่เธอปามานั้นมันทั้งแม่นยำและหนักหน่วง ขนาดว่าเขาเป็นตำรวจหน่วยรบพิเศษ ฝึกมาเยอะแล้วยังแทบจะพลาดท่าถูกจานกระเบื้องฟาดหน้าเลย 

               “คุณ!!! หยุดก่อน หยุด!!!” เขารีบยกมือห้าม แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าสิ่งของต่อมาที่อยู่ในมือของแก้วเจ้าจอมคือ...มีดทำครัว 

               “กูตายแน่ๆ กูตายแน่ๆ” เสียงผู้หมวดศิวะว่า มือข้างหนึ่งของเขายังกุมหน้าผากที่บวมปูดเอาไว้อยู่หากแต่สายตาก็มองมีดในมือเธออย่างไม่ไว้ใจ แม่นขนาดนี้ ถ้าเขาพลาดนี่งานนี้มีเสียเลือดสังเวยให้ผีพรายนางไม้แสนสวยแน่ๆ 

               เฟี้ยว!!! ฉึก!!!  

               โป๊ก!!! 

               “โอ๊ย!!!” ผู้หมวดทั้งสองร้องออกมาลั่นเมื่อพากันก้มหลบมีดที่ถูกปาออกมาจนศีรษะกระแทกกันอย่างจังและหงายไม่เป็นท่า ครั้นพอเงยหน้าขึ้นมองไปที่ผนังบ้านด้านหลังก็เห็นว่ามีดเจ้ากรรมปักอยู่ที่ผนังบ้านและทะลุผนังไปกว่าครึ่งในตำแหน่งที่พวกเขายืนกันอยู่เมื่อกี้นี้ 

               “แม่เจ้า! ฝีมือขั้นเทพ” ปกติหากมีดถูกปาออกมาแบบมั่วสุ่ม มีดเล่มนั้นจะกระทบเข้ากับผนังแล้วตกลงมา แต่นี่...มีดกลับปักเข้าไปที่ผนังบ้านและฝังลึกราวกับคนที่ปามีดเป็นถึงนักปามีดมืออาชีพ 

               “แกเอาปืนมาใช่มั้ยเทพ จัดการเลย” 

               “จะบ้าหรอ!” ผู้หมวดเผ่าเทพหันไปว่าผู้หมวดศิวะก่อนจะมองไปทางแก้วเจ้าจอมอีกครั้ง ร้ายขนาดนี้ถ้าเขาจะใช้กำลังเข้าจับก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร ผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวแบบนี้จับไม่ยากหรอก แต่ที่เขาไม่กล้าวู่วามก็เพราะ...เธอเป็นผู้หญิงของผู้กองพนา ถ้าสังเกตดูรอบๆ บ้านพักของผู้กองแล้วจะเห็นได้ว่านอกจากข้าวของส่วนตัวของผู้กองแล้วก็ยังมีของใช้สำหรับผู้หญิงปะปนอยู่ด้วย หรือว่าเธอจะเป็นเมียของผู้กองจริงๆ แล้วถ้าเป็นเมียทำไมถึงมีคนมาตามหาเธอตั้งมากมาย ทำไมผู้กองต้องเอาเธอมาซ่อนไว้ที่นี่ 

               “คุณ คุณครับใจเย็นๆ ก่อน พวกผมไม่ได้จะมาทำร้ายคุณ พวกผมเป็นลูกน้องคนสนิทของผู้กองพนา” ผู้หมวดเผ่าเทพพยายามเจรจาแล้วลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นเพื่อให้เธอได้รู้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอแน่ๆ แต่แก้วเจ้าจอมก็ยังมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ เธอเคยถูกตามล่า มีคนต้องการจะฆ่าเธอ นอกจากผู้กองพนาเธอจะไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น 

               “อย่าเข้ามานะ!!!” เธอร้องบอกแล้วพยายามมองหาข้าวของที่จะเอามาปาใส่ แต่ก็ไม่มีอะไรเหลือให้เธอปาแล้ว พวกเขามาที่นี่ทำไม จะมาจับหรือว่ามาทำร้ายเธอรึเปล่า พี่พนา...พี่พนาอยู่ที่ไหน แก้วกลัว พี่พนารีบกลับมาช่วยแก้วด้วยนะ เธอได้แต่ภาวนาขอร้องในใจแล้วถอยหนีเมื่อผู้หมวดเผ่าเทพเดินเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ 

               “ผมรับปากว่าจะไม่ทำอะไรคุณ ผมแค่อยากรู้ว่าคุณเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ดวงตาคู่สวยหวานฉ่ำมีหยาดน้ำตาคลออย่างน่าสงสาร เพียงแค่มองตาเธอผู้หมวดหนุ่มก็ถึงกับใจเต้นระรัว ประหม่าและร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เขาไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้มาก่อน ทั้งสวย ทั้งน่าทะนุถนอม 

               “คุณไม่ต้องกลัวผมนะ ผมเป็นลูกน้องของผู้กองพนา ผมจะไม่ทำร้ายคุณแน่ๆ คุณบอกผมได้มั้ยว่าคุณมาอยู่กับผู้กองของผมได้ยังไง” เขาพยายามใจเย็น เหมือนโดนมนต์สะกดจนไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ 

               “...พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมพูดเสียงแผ่ว “พี่พนา...เป็นสามีของฉัน” 

               “ฮะ!!!” ผู้หมวดศิวะร้องออกมาในทันที เขาได้ยินไม่ผิดใช่มั้ยเมื่อกี้นี้ ผู้หญิงคนนี้เธอบอกว่าผู้กองเป็นสามีของเธอ 

               “ผู้กองไปมีเมียตั้งแต่ตอนไหน พามาที่ฐานได้ยังไงแล้วไปหามาจากไหนสวยหยาดฟ้าซะขนาดนี้” เขารีบเดินเข้ามาถามผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดเผ่าเทพจึงมองมาทางแก้วเจ้าจอมอีกครั้ง นอกจากจะเคยเห็นเธอจากภาพถ่ายเขาก็เหมือนจะเคยเห็นเธอมาก่อนหน้านี้อีก แต่ก็นึกไม่ออกว่าที่ไหน 

               “คงต้องรอผู้กองกลับมาก่อน ฉันว่าผู้กองคงตอบคำถามทุกอย่างได้ อย่าลืมสิว่าผู้กองเป็นคนมีเหตุผลเสมอ การที่ผู้กองพาเมียมาอยู่ที่นี่ฉันเชื่อว่าคงมีเหตุให้ผู้กองต้องทำอย่างนี้” 

               “แล้วจะเอายังไงกับ...เออ...แกคิดว่าเมียผู้กองเป็นคนจริงๆ มั้ย ไม่ใช่นางไม้อย่างที่ผู้กองเคยบอกใช่รึเปล่า” เพราะยังอดสงสัยไม่ได้ผู้หมวดศิวะเลยกระซิบถามผู้เป็นเพื่อนอีกครั้ง แต่พอเห็นว่าเท้าของแก้วเจ้าจอมไม่ได้ลอยและเธอก็มีเงาอยู่ที่พื้นเขาก็ค่อยโล่งใจหน่อยที่เธอคงจะเป็นมนุษย์จริงๆ เหมือนกันกับเขา 

               “คุณชื่ออะไรหรอครับ ผมชื่อศิวะนะครับ ร้อยตำรวจโทศิวะ เป็นลูกน้องคนสนิทของผู้กองพนา” ถ้าจะให้ชัวร์ว่าเป็นคนแน่ๆ มันก็ต้องลองจับดู ตอนนี้ตัวของเขาเปียกไปด้วยน้ำมนต์ ถ้าเป็นนางไม้จริงคงได้กรี๊ดลั่นป่าแน่ๆ ผู้หมวดหนุ่มคิดแล้วยื่นมือไปหาแก้วเจ้าจอมเพื่อจะจับมือกับเธอ แต่แก้วเจ้าจอมกลับได้แต่มองมือของเขาอย่างไม่ไว้ใจ ไม่ยอมยื่นมือไปจับกับเขาง่ายๆ ผู้หมวดศิวะก็เลยเดินเข้าไปหาเธอให้ใกล้กว่าเดิม แต่ทันทีที่เขาเดินเข้าไปใกล้เธอเท่านั้น... 

               ผลัวะ!!! แก้วเจ้าจอมที่ตกใจสุดขีดที่เขาพรวดพราดเข้ามาหาเลยเอื้อมไปหยิบกระทะที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาแล้วฟาดไปที่หน้าของผู้หมวดศิวะเต็มๆ 

               ผลัวะ!!! 

               ตุบ! ผู้หมวดหนุ่มล้มทั้งยืนลงไปแผ่หราอยู่ที่พื้นบ้าน ที่จมูกมีเลือดไหลออกมาแต่ก็ยังคงมีสติอยู่ อาการวิ้งๆ ดาวเต็มท้องฟ้าเป็นอย่างไรก็เพิ่งจะเคยสัมผัส ผู้หญิงบ้าอะไร ตัวเล็กเท่ามดแต่แรงกลับมหาศาลอย่างกับช้างแมมมอธ 

               “เฮ้ยไอ้ศิ! แกโอเคมั้ย” ผู้หมวดเผ่าเทพรีบเข้าไปลากคนที่นอนมองดาวกลางวันแสกๆ ถอยออกห่างจากแก้วเจ้าจอม พอจะโล่งใจขึ้นมาเมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนชูมือขึ้นบอกว่าตนยังโอเคอยู่ แค่ตอนนี้ยังลุกไม่ขึ้นก็เท่านั้น 

               แก้วเจ้าจอมตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว เธอทำอะไรลงไปเธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด แค่เธอกลัว เธอตกใจก็เหมือนกับมีใครอีกคนในตัวของเธอจัดการทุกอย่างแทนหมดแล้ว เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาจนน็อค เธอแค่ตกใจแล้วมือมันก็ไปเองราวกับเป็นสัญชาตญาณเดิมของเธอ แล้วยิ่งผู้หมวดเผ่าเทพหันมามองทางเธออีกเธอก็ยิ่งกลัวจนเผลอทำกระทะหล่นจากมือ 

               “ฉัน...ฉัน...” หยดน้ำตาใสๆ ค่อยๆ ไหลอาบแก้มเมื่อเห็นผู้หมวดศิวะเดินเข้ามาหา อาการปวดศีรษะตามมาจนต้องทรุดลงไปนั่งกุมศีรษะอยู่กับพื้น ทำไมจู่ๆ เธอถึงปวดศีรษะขึ้นมา พอรู้สึกเหมือนจะจำอะไรได้เธอก็ปวดศีรษะขึ้นมาตลอด 

               “อย่าเข้ามานะ อย่าทำอะไรฉัน...พี่พนา พี่พนาอยู่ไหน...พี่พนาช่วยแก้วด้วย” จากสาวมือหนักตอนนี้แก้วเจ้าจอมเอาแต่ร้องไห้หาผู้กองพนา เวลาไม่มีเขาอยู่ด้วยแล้วเธอกลัวเหลือเกิน ทุกๆ วันเขายังแวะเวียนเข้ามาดูว่าเธออยู่ที่บ้านเป็นยังไงบ้าง แต่เพราะวันนี้เขามีราชการที่ตัวจังหวัดเขาก็เลยมาหาเธอบ่อยๆ ไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมเธอถึงไปทำร้ายตำรวจนายนั้นได้ 

               ผู้หมวดศิวะที่ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งได้แต่มองหน้ากันกับผู้หมวดเผ่าเทพอย่างสงสัยว่าเธอเป็นอะไร ทำไมหลังจากทำร้ายเขาแล้วเธอถึงเอาแต่ร้องไห้หาผู้กองพนาแล้วยังกุมศีรษะเอาไว้แน่นอีก พอเห็นเธอเป็นแบบนี้พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้เธออีก ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้เธอ เธอก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่นอย่างน่าสงสาร 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมได้แต่นั่งนิ่งอยู่ภายในบ้านพักทั้งวันไม่ยอมพูดจาอะไรกับใคร ไม่ยอมแม้แต่จะกินข้าวที่ผู้หมวดทั้งสองเอามาให้ เธอนั่งกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่สีขาวเอาไว้แน่นอยู่ที่ปลายเตียง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงเพราะผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะคอยเฝ้าเธออยู่ตลอดเวลา แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้เข้ามาภายในบ้านพักและเฝ้าอยู่ห่างๆ ที่หน้าบ้านแต่แก้วเจ้าจอมก็ยังไม่ไว้ใจพวกเขาอยู่ดี เพราะเจอเรื่องร้ายๆ มาเยอะเธอเลยยิ่งต้องระวังตัว แต่อีกใจก็อดกลัวไม่ได้ ตอนนี้มีคนรู้แล้วว่าเธอแอบอยู่ที่นี่ แล้วจะยังไงต่อ พวกเขาจะไล่เธอไปจากที่นี่มั้ย แล้วถ้าเธอถูกไล่เธอจะไปอยู่ที่ไหน เธอจำอะไรไม่ได้ เธอมีเพียงแค่ผู้กองพนาเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง เขาเป็นสามีของเธอ เขาใจดีกับเธอและเธอก็รักเขา เธออยากอยู่ที่นี่กับเขา ถ้าเธอถูกไล่ออกไปจากที่นี่เธอต้องถูกพวกคนร้ายฆ่าตายแน่ๆ 

               “เออ...คุณครับ” ผู้หมวดศิวะเอ่ยเรียกเธออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน เธอระแวงเขา เขาเองก็ระแวงเธอเหมือนกัน หลังจากที่กลับไปทายาและทำแผลเขาก็เดินหน้าผากปูดกลับมาหาเธอพร้อมกับอาหารเย็น ที่คอสวมสร้อยพระพวงใหญ่ ต่อให้หญิงสาวตัวเล็กๆ คนนี้จะสวยมากแค่ไหน แต่มือหนักขนาดนี้เขาเองก็ไว้ใจเธอเหมือนกัน เขายังจำความรู้สึกตอนที่ถูกเธอปาแก้วใส่ศีรษะกับฟาดกระทะเข้าที่หน้าได้เป็นอย่างดี เล่นงานเขาจนน็อคได้ขนาดนี้เกิดเธอพลั้งมือฆ่าเขา เขาได้อายตายเลย โจรผู้ร้ายตั้งมากมายก็ปราบมาหมดแล้ว ถ้าจะมาตายเพราะถูกผู้หญิงหน้าหวานๆ ตัวเล็กนิดเดียวฆ่า เขาคงอายจนไม่กล้าขึ้นสวรรค์หรือลงนรกแน่ๆ 

               “ผมเอาข้าวเย็นมาให้” เขาบอกแล้วมองไปที่ถาดอาหารมื้อกลางวันที่ยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่ได้มีร่องรอยการแตะต้องใดๆ เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเธอก็เอาแต่นั่งนิ่งกอดตุ๊กตา ไม่พูดไม่จาแล้วก็ดูจะตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา สิ่งเดียวที่เธอพูดก็คือเอาแต่เรียกหาผู้กองพนา เขากับผู้หมวดเผ่าเทพจำเป็นต้องเฝ้าเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าเธอจะตกใจแล้วหนีเตลิดไป ถ้าผู้กองกลับมาไม่เจอเธอพวกเขาได้ซวยแน่ๆ พวกเขายังไม่ปักใจเชื่อว่าเธอเป็นภรรยาของผู้กองพนาจริงๆ พวกเขาติดตามผู้กองพนามาหลายปี ถึงจะเป็นรุ่นน้องผู้กองสามปีแต่ก็เคยร่วมงาน ร่วมรบ ฝ่าความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่างราวกับเป็นพี่น้องคลานตามกันออกมา ถ้าผู้กองพนาจะมีภรรยาพวกเขาจะต้องรู้เป็นคนแรก แต่นี่...อยู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ปรากฎตัวขึ้นมาแล้วมาบอกว่าเป็นภรรยาของผู้กอง ใครมันจะไปเชื่อกัน นี่เขาก็รอให้ผู้กองมาชี้แจงแถลงไขอยู่ว่าตกลงหญิงสาวคนนี้เธอเป็นใครกันแน่ 

               “ทำไมคุณไม่ยอมกินอะไรเลยล่ะ” เขาถามอีก แต่แล้วพอคิดอะไรขึ้นมาได้ผู้หมวดศิวะก็รีบก้าวถอยหลังออกห่างจากประตูบ้านไปอีกสามก้าว มองเธออย่างไม่ไว้ใจสลับกับบรรยากาศโดยรอบที่เริ่มมืดเข้าไปทุกที “หรือว่า...คุณจะไม่กินข้าว คะ...คุณจะกินอะไร อะ...เอาน้ำแดงมั้ย” 

               “น้ำแดงบ้าอะไร” ผู้หมวดเผ่าเทพที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่าเข้าให้ นี่จะเพ้อเจ้ออะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย 

               “อ้าว แกไม่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูแปลกๆ หรอ” เขาเอียงตัวมากระซิบพูดกับผู้เป็นเพื่อน “แกดูสิไอ้เทพ สวยเกินคนแบบนี้แกเคยเห็นที่ไหนมาก่อนมั้ย สวยอย่างกับไม่ใช่คน กลิ่นตัวนี่ก็หอมฟุ้งไปทั่ว กลิ่นแบบนี้มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่ที่ตัวของผู้กองทุกวันเลยนะ กลิ่นหอมๆ เย็นๆ ยิ่งมาอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ถ้าแต่งชุดไทยด้วยฉันว่าใช่แน่ๆ” 

               “ใช่อะไรของแก” 

               “ไม่ผีพรายก็นางไม้ชัดๆ ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน สงสัยอยากจะกินน้ำแดง ถ้าอยากกินน้ำแดงนี่ไม่มีปัญหานะ ไปหาซื้อมาให้ได้ แต่ถ้าอยากกินเลือดขึ้นมา...ตัวใครก็ตัวมัน” 

               “แกนี่มันเลอะเทอะใหญ่แล้วนะไอ้ศิ เขาดูจะกลัวแล้วก็ระแวงพวกเราขนาดนี้แล้วจะไปกินข้าวกินปลาลงได้ยังไง ถ้าเขาไม่ยอมกินก็เอาข้าวไปวางไว้ให้เขา รอให้ผู้กองกลับมาเดี๋ยวคงได้รู้กันว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่” ผู้หมวดศิวะเอาถาดอาหารมื้อเย็นไปวางไว้ที่โต๊ะให้แก้วเจ้าจอมแล้วก็รีบถอยห่างออกจากเธออีก เกิดเธออาละวาดขึ้นมาอีกคราวนี้เขาอาจจะไม่ได้แค่หน้าผากปูดกับจมูกแทบหักแบบเมื่อตอนกลางวัน 

               แสงไฟและเสียงของเครื่องยนต์รถคันหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามาในฐานทำให้ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะที่ยืนเฝ้าแก้วเจ้าจอมอยู่ที่หน้าบ้านพักรู้สึกดีใจกันไม่น้อยเมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงรถของผู้กองพนา ผู้กองกลับมาแล้ว ทีนี้เขาจะได้รู้เสียทีว่าหญิงสาวคนนี้เธอเป็นใคร ผู้หมวดเผ่าเทพคิด ในขณะที่ผู้หมวดศิวะกลับคิดอีกแบบว่า...ผู้กองกลับมาเสียที ทีนี้ล่ะเขาจะได้รู้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้เธอเป็นคนหรือผีพรายนางไม้กันแน่ ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์รถดับลง เพียงไม่นานก็มีเสียงใครคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นเขามาที่บ้านพักอย่างรีบเร่ง ด้วยความเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมทำให้ผู้กองพนารีบตรงมาหาเธอที่บ้านก่อนเป็นอันดับแรก ยิ่งมองเห็นบ้านพักของตัวเองเขาก็ยิ่งดีใจที่ได้กลับมาหาเธอ ทั้งรู้สึกดีใจและคิดถึงเธอ เขาไม่อยู่ที่ฐานทั้งวัน ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง 

               ผู้กองพนารีบขึ้นมายังบ้านพัก กำลังดีใจที่จะได้เจอแก้วเจ้าจอมแต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็ต้องจางหายไปเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผู้หมวดทั้งสองกำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าบ้านพัก แล้วประตูบ้านพักของเขาก็เปิดเอาไว้...นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะถึงมาอยู่ที่นี่ได้ 

               “ผู้กอง” ผู้หมวดทั้งสองรีบยกมือวันทยาหัตถ์ทำความเคารพเขา สีหน้าและแววตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยคำถามมากมายจนผู้กองพนารู้สึกใจคอไม่ดี 

               “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน” ผู้กองพนาถามแล้วรีบเดินเข้าไปที่บ้านพักด้วยความเป็นห่วงแก้วเจ้าจอม เช่นเดียวกับที่แก้วเจ้าจอมกำลังมองออกมาที่หน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูของเขา แล้วทันทีที่เห็นผู้กองพนายืนอยู่ที่หน้าบ้านเธอก็น้ำตาร่วงออกมาทันทีแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาเขา 

               “พี่พนา!” แก้วเจ้าจอมโผเข้ามากอดผู้กองพนาแน่นต่อหน้าต่อตาผู้หมวดทั้งสอง แขนเล็กๆ ของเธอกอดเขาแน่นไม่ยอมคลายแล้วก็ร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นจนผู้กองพนาต้องรีบกอดรับขวัญเธอเอาไว้ นี่ความลับของเขามันแตกแล้วสินะ เรื่องที่เขาซ่อนแก้วเจ้าจอมเอาไว้ตอนนี้ผู้หมวดทั้งสองรู้เรื่องนี้เข้าเสียแล้ว 

               “แก้วกลัว แก้วไม่อยากอยู่คนเดียว แก้วรอพี่พนามาทั้งวันเลยนะ” 

               “พี่กลับมาแล้ว แก้วไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ” เขาลูบหลังปลอบเธออย่างอ่อนโยนแล้วจึงหันมาทางผู้หมวดทั้งสองที่ได้แต่ยืนมองกันทำตาปริบๆ ผู้กองพนาก็เลยพยักหน้าบอกให้ทั้งสองคนออกไปก่อนแล้วเขาจะเข้าไปเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้ฟัง ผู้หมวดทั้งสองก็เลยพากันถอยออกห่างจากบ้าน 

               “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกผู้หมวดเขาถึงรู้ว่าแก้วอยู่ที่นี่” พอได้อยู่กันตามลำพังผู้กองพนาก็ก้มลงมาถามแก้วเจ้าจอมทันทีพลางสำรวจดูตามเนื้อตัวของเธอด้วยว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ภายในบ้านพักของเขามีเศษจาน เศษแก้วแตกตกอยู่ มีดทำครัวยังปักอยู่ที่ผนังบ้านแล้วกระทะก็วางอยู่ที่พื้นในสถาพด้ามจับงอคล้ายกับไปกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างมา 

               “พวกเขา...พวกเขาเข้ามาในบ้าน” แก้วเจ้าจอมชี้ไปทางนอกบ้านตรงที่ผู้หมวดทั้งสองเคยเฝ้าเธออยู่ “แก้วตกใจกลัวก็เลยปาข้าวของใส่พวกเขา แล้วพวกเขาก็เอาแต่เฝ้าแก้วอยู่ที่นี่ทั้งวัน” 

               “แล้วพวกเขาทำร้ายแก้วรึเปล่า” แก้วเจ้าจอมส่ายหน้า พวกเขาไม่ได้แตะเธอแม้แต่น้อย มีแต่เธอเท่านั้นที่เล่นงานพวกเขา 

               “เปล่าค่ะ พวกเขาไม่ได้เข้ามาในบ้าน พวกเขาเฝ้าอยู่ที่ด้านนอก” เธอบอกแล้วก็กอดผู้กองพนาเอาไว้ อุ่นใจแล้วที่เขากลับมาหา ถ้ามีเขาอยู่ด้วยไม่ว่าจะอะไรเธอก็ไม่กลัวแล้วทั้งนั้น 

               “แก้วปลอดภัยก็ดีแล้วนะ พี่ล่ะเป็นห่วงแก้วแทบแย่” เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เธอปักลายให้เขามาซับน้ำตาให้แล้วจูบรับขวัญเบาๆ ที่หน้าผาก “แก้วรอพี่อยู่ที่บ้านก่อนนะ ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยเดี๋ยวพี่จะออกไปคุยกับผู้หมวดทั้งสองคนก่อน พี่คิดว่าพวกเขาคงมีคำถามที่จะถามพี่เยอะแยะเลย” 

               “พี่พนาจะไปนานมั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมดึงมือของเขาเอาไว้แล้วเอียงแก้มลงไปคลอเคลียกับมือของเขาอย่างแสนอ้อน 

               “ไม่นาน เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมาหานะ” เขาลูบศีรษะของเธอเบาๆ แล้วจึงเดินออกไปจากบ้านเพื่อเคลียร์เรื่องทุกอย่าง ซึ่งพอเขาออกไปแล้วแก้วเจ้าจอมก็รีบทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยตามที่เขาบอก 

               ผู้กองพนาเดินออกห่างจากตัวบ้านมาไม่ไกลนักเพื่อให้ยังมองเห็นบ้านพักอยู่ แต่ก็ไกลพอที่แก้วเจ้าจอมจะไม่ได้ยินเรื่องที่เขากับผู้หมวดทั้งสองจะพูดกัน ทันทีที่เขาเดินออกมาหาผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะก็พากันยืนตรงแล้วทำท่าจะเอ่ยถามถึงเรื่องของแก้วเจ้าจอม 

               “ไม่ต้องถาม เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังเอง” ผู้กองพนาบอกแล้วมองไปยังบ้านพักของตนด้วยความกังวลใจ ก่อนจะหันมาทางลูกน้อง ซึ่งเขาเพิ่งจะสังเกตว่าผู้หมวดศิวะมีร่องรอยเหมือนกับถูกทำร้ายมาด้วย 

               “หน้าไปโดนอะไรมาหมวด” พอถูกถาม ผู้หมวดศิวะก็ยกมือขึ้นแตะหน้าผากและจมูกของตนอย่างเบามือก่อนจะพยักหน้าไปทางบ้านพักของผู้กอง 

               “โดนเมียนางไม้ของผู้กองเล่นงานมาครับ” บ้าน่า! ผู้กองพนาคิด แก้วเจ้าจอมเนี่ยนะจะเล่นงานเขาได้ จริงอยู่ที่ตอนก่อนจะความจำเสื่อมเธอดูห้าวๆ ไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะทำให้ผู้หมวดศิวะช้ำไปทั้งหน้าแบบนี้ได้ ตัวเล็กนิดเดียว แค่ผู้หมวดศิวะจามใส่เธอก็ปลิวแล้ว นี่เป็นมุกอำเขารึเปล่าเนี่ย 

               “แก้วไม่ใช่เมียของผม” ผู้กองพนาพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โขดหินใกล้ๆ ผู้หมวดทั้งสองก็เลยตามไปนั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดที่โขดหินใกล้ๆ กัน 

               “วันที่พวกเราออกลาดตระเวนแล้วไปเจอคดีค้ามนุษย์ที่ป่าฟากนู่น...ผมบังเอิญไปเจอแก้วนอนหมดสติอยู่ในธารน้ำกลางป่า...” แล้วผู้กองพนาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดตามความจริงให้ผู้หมวดทั้งสองฟัง ตั้งแต่ตอนที่เขาไปเจอแก้วเจ้าจอมในป่า ตอนที่เธอพาเธอไปรักษาตัวอยู่ที่บ้านของสองตายาย เรื่องที่เขาพาเธอหลบหนีการไล่ล่า เรื่องที่โก้ถูกลอบสังหารอยู่ที่ถนนใกล้ๆ กับฐานปฏิบัติการของพวกเขาตลอดจนตอนที่เขาแอบพาแก้วเจ้าจอมมาหลบภัยอยู่ที่นี่ 

               “ผมเองก็ไม่รู้ว่าแก้วเป็นใคร ผมเห็นแก้วสวมสร้อยจี้ดอกแก้วเจ้าจอมก็เลยเรียกเขาว่า แก้วเจ้าจอม แก้วความจำเสื่อมเพราะตกจากหน้าผา จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แก้วหวาดกลัวแล้วก็ไร้ที่พึ่ง ผมมีความจำเป็นที่ต้องโกหกแก้วไปว่าผมเป็นสามีของเขาเพื่อให้เขาคลายความกังวล เหมือนการรับรู้ทั้งหมดของแก้วถูกลบเลือนไปจนหมด แล้วตอนนี้แก้วก็ถูกตามไล่ล่าอยู่ผมเลยต้องซ่อนแก้วเอาไว้ที่นี่ พวกหมวดก็รู้นี่ว่าตอนนี้ไอ้พวกสารเลวนั่นยังตามหาตัวแก้วอยู่ พวกมันคงต้องการปิดปากแก้วเพราะแก้วไปรู้ความลับของพวกมันเข้า แก้วถือว่าเป็นพยานคนสำคัญในคดีเลยนี้นะ” 

               “แล้วเราจะตามหาญาติของคุณแก้วยังไงครับผู้กอง เล่นความจำเสื่อมแบบนี้” ผู้หมวดเผ่าเทพถาม 

               “ผมเคยพยายามตามหาญาติของแก้วแล้ว ผมจะพาแก้วไปที่โรงพยาบาลแล้วนัดให้ญาติมารับแต่พวกคนร้ายมันก็ตามไปสกัดเอาไว้ก่อน จะพาไปแจ้งความหรือประกาศหาญาติอีกผมก็ไม่กล้า เพราะพวกคนร้ายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารปะปนอยู่ด้วย เราดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นพวกของมันบ้าง ผมพูดตรงๆ เลยนะว่านอกจากหมวดทั้งสองกับพวกเราในฐานนี้ ผมก็ไม่ไว้ใจใครอีกทั้งนั้น ทุกคนที่เรารู้จัก เรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ผมอยากจะให้หมวดทั้งสองคนช่วยผมปกป้องแก้วจากคนร้ายพวกนั้นด้วย ไว้ความจำของแก้วกลับมาเมื่อไหร่ เราจะคุ้มกันแก้วไปส่งบ้านแล้วตามไปเด็ดหัวไอ้พวกแมงดาหน้าตัวเมีย” 

               “ไอ้เรื่องคุ้มกันคนนี่มันงานถนัดของผมอยู่แล้วครับผู้กอง แต่ว่า...ผู้กองมั่นใจนะครับว่าคุณแก้วเธอเป็นคนจริงๆ ไม่ใช่ผีพรายนางไม้ที่วางแผนแอบตามผู้กองมาจากในป่า” 

               “โดนนางไม้เอากระทะฟาดหน้ามาจนเพี้ยนไปแล้วหรอ” ผู้กองพนาถามกลับเสียงนิ่งๆ หลังจากที่เพิ่งรู้ว่าสาเหตุที่ด้ามจับกระทะงอเป็นเพราะแก้วเจ้าจอมใช้มันฟาดหน้าผู้หมวดหนุ่มจนน็อค 

               “เรื่องที่คุณแก้วเธอถูกตามล่าจนความจำเสื่อมและเป็นพยานปากเอกในคดีค้ามนุษย์นั้นผมเข้าใจครับผู้กอง แล้วก็เข้าใจด้วยเรื่องที่ผู้กองจำเป็นต้องซ่อนคุณแก้วเธอเอาไว้ที่นี่ เพราะฟังๆ ดูแล้วดูเหมือนที่นี่จะเป็นที่ที่ปลอดภัยมากที่สุด แต่ที่ผมไม่เข้าใจก็คือ...ทำไมต้องโกหกคุณแก้วว่าเป็นสามีเธอด้วยครับ ผู้กองคิดอะไรกับเธออยู่รึเปล่า” ผู้หมวดเผ่าเทพแกล้งถามหน้านิ่งแล้วแอบหันไปยิ้มอย่างรู้กันกับผู้หมวดศิวะ ถึงว่าสิพักนี้ดูอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน จากผู้กองผีดิบตอนนี้ผีดิบกลับฟื้นคืนชีพกลายเป็นผู้เป็นคนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

               “เปล่านี่ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขา” ผู้กองพนาหลบสายตา ดีใจที่ความมืดกลบอาการหน้าแดงของเขาเอาไว้ได้ “ถ้าจะโกหกว่าเป็นพี่ชาย มันก็ดูไม่เนียน จะบอกว่าเป็นเพื่อน มันก็ห่างเหินจนเขาอาจจะไม่อุ่นใจพอผมก็เลยต้องบอกว่าเป็นสามีของเขา” น้ำเสียงอ้อมแอ้มแบบนี้ผู้กองพนาไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ความมืดจะทำให้มองไม่เห็นสีหน้าแดงๆ ของเขา แต่ผู้หมวดทั้งสองก็ดูออกแหละว่าเขากำลังเขิน ซึ่งอาการแบบนี้ผู้กองพนาไม่เคยเป็นมาก่อนเลย 

               “อีกอย่าง...ผมก็ลูกผู้ชายพอ ผมอยู่ในบทบาทอดีตสามีที่เคยเลิกกับเขาเพื่อป้องกันไม่ให้เขากับผมใกล้ชิดกันจนเกินไป ผมไม่เคยแตะต้องเขาอย่างที่พวกหมวดคิด” 

               “อดีตสามีที่เคยเลิกกัน...แต่ดูท่าคุณแก้วเธอจะไม่ได้อยากเลิกกับผู้กองเลยนะ” 

               “ก็เขาความจำเสื่อมอยู่ เขาไม่มีใครนอกจากผมก็เลยเป็นแบบนี้”  

               “อ้อหรอครับ” ผู้หมวดทั้งสองลากเสียงยาวอย่างแอบจับผิด นี่ดีนะที่ผู้กองของพวกเขาเป็นตำรวจ เพราะถ้าเป็นผู้ร้ายสงสัยจะปกปิดความผิดได้ไม่มิด ดูมีพิรุธเสียเหลือเกิน 

               “หมวดทั้งสองคนรู้เรื่องนี้แล้วก็ดีเหมือนกัน ช่วยกำชับกับทุกคนด้วยนะว่าต่อไปนี้ให้ช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้แก้วด้วย ผมไม่อยากขังเขาเอาไว้ในบ้านอีกแล้ว ผมอยากให้เขาได้ออกมาข้างนอกบ้าง บอกทุกคนว่าแก้วเป็นเมียผมแล้วก็ไม่สบายมากจนผมจำเป็นต้องพามาดูแลอยู่ที่นี่ด้วย” 

               “แบบนี้น้องหมวยอรก็อกหักสิครับผู้กอง ไหนจะหมวดริษาด้วย” ผู้หมวดศิวะหมายถึง อรจิรา สาวหมวยที่ชอบฝากขนมนมเนยมาให้ผู้กองพนาบ่อยๆ และผู้หมวดมาริษา ครู ตชด. ที่สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใกล้ๆ กันนี้ 

               “อกหักบ้าอะไร ผมไม่ได้คิดอะไรกับพวกเขาทั้งสองคนนะ” 

               “แต่คิดกับเมียนางไม้ใช่มั้ยครับ วันก่อนเห็นพูดเต็มปากเต็มคำเลยว่ามีเมียแล้ว ที่แท้ก็...” 

               “ถ้าไม่หยุดพูดเรื่องนี้ล่ะก็ผมจะสั่งซ่อมแล้วนะ” พอผู้กองพนาขู่ ผู้หมวดศิวะก็ต้องรีบสงบปากสงบคำลง ส่วนผู้หมวดเผ่าเทพก็รีบก้าวเท้าถอย ถ้าจะโดนซ่อมหรือโดนผู้กองกระทืบ ผู้หมวดศิวะต้องโดนก่อนเขา 

                 

 

 

               หลังจากที่พูดคุยกันจนเข้าใจแล้วผู้กองพนาก็เดินนำผู้หมวดทั้งสองกลับมาที่บ้านพักเพื่อแนะนำพวกเขาให้แก้วเจ้าจอมได้รู้จัก ซึ่งตอนนี้เธอกำลังเก็บกวาดเศษแก้วที่แตกอยู่ตามพื้นอยู่ ซ้ำมีดที่เธอปาเมื่อตอนกลางวันก็ยังคงปักอยู่ที่เดิมจนผู้หมวดทั้งสองอดรู้สึกเสียววาบๆ ไม่ได้ 

               “ผู้กองครับ ถ้าผู้กองเป็นอดีตสามีที่เลิกกับคุณแก้วแล้ว งั้นก็แปลว่าตอนนี้คุณแก้วยังโสดอยู่น่ะสิครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพถามขณะอยู่ที่หน้าบ้าน ยังไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับแก้วเจ้าจอมเพราะเธอกำลังง่วนอยู่กับการห่อเศษแก้ว เศษจานใส่กระดาษเพื่อเอาไปทิ้ง 

               “ยังโสด” ผู้กองพนาตอบอย่างหน่ายๆ เมื่อเห็นผู้หมวดทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัยก่อนจะหันมาพูดกับเขาอีก 

               “ไหนๆ ผู้กองกับคุณแก้วก็เลิกกันแล้ว คุณแก้วเธอยังโสดอยู่งั้นพวกผมหรือคนอื่นก็จีบคุณแก้วได้สิครับ” ตั้งใจจะถามเพื่อแกล้งคนปากแข็งให้หึงเล่นๆ แล้วก็ได้เห็นสีหน้าบึ้งๆ ของผู้กองพนาเข้าจริงๆ ใจผู้กองพนาล่ะอยากจะบอกออกไปว่าห้ามจีบ ห้ามใครแตะต้องเธอ แต่เขาก็เล่นออกตัวไปแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ถ้าเขาบอกห้ามไม่ให้คนอื่นจีบเธอเขาก็ทำตัวไม่ได้ต่างจากหมาหวงก้าง แล้วเขาก็ไม่ใช่สามีของเธอจริงๆ ถ้าเธอจะรักใคร ชอบใครมันก็เรื่องของเธอ 

               “ถ้าอยากจีบก็จีบ ผมไม่ได้หวงอะไรนี่ เขาไม่ใช่เมียของผมซักหน่อย” ผู้กองพนาว่าออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่พอเขาหันหลังจะเดินกลับเข้าบ้านไปก็ต้องหยุดชะงัก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมยืนอยู่ที่ด้านหลังของเขาอย่างพอดิบพอดี ถึงว่าสิผู้หมวดทั้งสองคนทำหน้าเจื่อนๆ เมื่อกี้นี้ 

               “...แก้ว...” เขาเรียกเธอเสียงในลำคอเพราะที่เขาพูดไปเมื่อกี้นี้เธอก็คงจะได้ยินทั้งหมดแล้ว เขาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดจริงๆ ถึงเขาจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอเขาก็ไม่อยากให้ใครอื่นมาแตะต้องเธอเหมือนกัน 

               แก้วเจ้าจอมถึงกับน้ำตาตกในเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูด น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังจนเธอคิดว่าเขาคงไม่ได้ล้อเล่น นี่เขาพูดแบบนี้มาได้ยังไงกัน เขาบอกว่าเขาจะปกป้องดูแลเธอ แต่เขา...เขากลับบอกให้คนอื่นมาจีบเธอได้ เขาพูดแบบนี้มาได้ยังไงกัน เธอเป็นเมียของเขานะ 

               เพี๊ยะ!!! 

               ผู้กองพนาถึงกับหน้าหัน ไม่คิดว่ามือบอบบางเล็กๆ นี่จะหนักได้ถึงขนาดนี้ ถึงว่าสิสภาพหน้าตาของผู้หมวดศิวะถึงได้ยับยู่ยี่ แรงตบจากฝ่ามือของเธอแรงมากพอที่จะทำให้เขาปากแตกเลือดไหลออกมา แก้วเจ้าจอมเห็นแล้วก็ตกใจเหมือนกัน เธอไม่คิดว่ามือของตัวเองจะหนักได้แบบนี้แล้วตอนที่เธอตบเขาเธอก็ไม่เจ็บที่ฝ่ามือเลยแม้แต่น้อย 

               “พี่เจ็บหรอ” เธอถามเขาทั้งน้ำตา เมื่อเห็นเขาปาดเลือดออกจากมุมปาก “พี่เจ็บ แต่แก้วเจ็บกว่า...พูดออกมาได้ยังไง พี่พูดได้ยังไงว่าให้คนอื่นมาจีบแก้วได้ พูดออกมาได้ยังไงว่าไม่หวง แก้วเป็นเมียของพี่นะ คนเป็นผัวเขาพูดแบบนี้กันเมียตัวเองได้หรอ พี่ไม่สงสารแก้วรึยังไง แก้วเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง พี่บอกให้แก้วอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกไปไหน ห้ามให้ใครเห็นแก้วก็ทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง ยอมถูกขังอยู่แต่ในนี้แล้วก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่น้อย เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ตัวหนึ่งของพี่เพราะว่าแก้วรักพี่ แก้วอยากเป็นเมียที่ดีของพี่ อยากทำให้พี่กลับมารักแก้วเหมือนเดิม แก้วอยากได้หัวใจของพี่แก้วถึงยอมพี่ทุกอย่าง แต่พี่...พูดมาได้ยังว่าไม่หวง พี่จะยกแก้วให้คนอื่นหรอ พี่ยกเมียตัวเองให้คนอื่นได้ลงคอ...ถ้าพี่ไม่รักแก้ว แก้วก็ไม่ว่า แก้วจะพยายามทำให้พี่รักแก้วให้ได้ ไม่ใช่มาทำร้ายแก้วด้วยการยกแก้วให้คนอื่นแบบนี้ พี่ทำแบบนี้กับคนที่เขารักพี่ได้ยังไง ถ้าพี่เห็นว่าแก้วเป็นภาระ พี่ก็แค่ส่งแก้วไปให้พวกคนที่เขาตามล่าแก้วอยู่ฆ่าแก้วทิ้ง ไม่ใช่มาทำกับแก้วเหมือนแก้วไม่มีหัวใจแบบนี้!!!” 

               “แก้ว...มันไม่ใช่แบบนั้น พี่ก็แค่...” 

               “คนใจร้าย! ทิ้งเมียไม่พอยังจะยกเมียให้คนอื่นอีก...ไหนว่าจะปกป้องดูแลแก้ว แก้วควรจะรักพี่ต่อไปอีกมั้ย...” 

               ปัง!!! ปนะตูบ้านถูกปิดใส่หน้าผู้กองพนาเต็มๆ โดยที่เขายังยืนอึ้งอยู่กับที่ แยกไม่ออกว่าเขาควรจะอึ้งเรื่องไหนก่อนระหว่างเรื่องที่มือเธอหนักอย่างกับมือผู้ชายกับเรื่องที่เธอต้องร้องไห้เสียใจเพราะเขา เลือดที่มุมปากของเขายังไหลออกมาไม่หยุดและเจ็บจนระบมราวกับเขาไม่ได้ถูกเธอตบด้วยฝ่ามือ แต่เขาถูกตบด้วยดัมเบลขนาดยี่สิบกิโลกรัม 

               “ไงครับผู้กอง ฝ่ามือนางไม้ รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำไมเมื่อตอนกลางวันผมถึงโดนน๊อค” ผู้หมวดศิวะยิ้มเจื่อนๆ แซว หวังจะเห็นผู้กองหันมาทำหน้าดุใส่เขาเหมือนทุกที แต่เปล่าเลย สีหน้าของผู้กองพนาตอนนี้ดูหงอยลงไปถนัดตาราวกับคนถูกเมียโกรธจริงๆ แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นไง ผู้หญิงที่ไหนมาได้ยินก็ต้องโกรธกันทั้งนั้น 

               “ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเรากับเมียผู้กองจะเริ่มต้นไม่ดีซะแล้วสิ” เขาว่า ผู้หมวดเผ่าเทพก็เลยชะเง้อไปมองทางหน้าต่างบ้านที่ยังคงเปิดอยู่ 

               “ผู้กองครับ” เขาเรียกแล้วพยักหน้าบอกให้ผู้กองพนามองไปที่หน้าต่างบ้านพักแทน “เรื่องแบบนี้ปล่อยทิ้งเอาไว้นานไม่ดีนะครับ ท่าทางคุณแก้วเธอจะเชื่อสนิทใจเลยว่าผู้กองเป็นสามีของเธอจริงๆ ตอนนี้คุณแก้วเธอไม่มีใครนอกจากผู้กอง ถ้าต้องมาเข้าใจผิดคิดว่าผู้กองจะทิ้งเธอแบบนี้ มันจะยิ่งแย่นะครับ ไปขอโทษเธอเถอะครับ” 

               “เดี๋ยวพวกผมจะไปสแตนบายรอที่ห้องพยาบาล เมียผู้กองมือหนักขนาดนี้จะใส่เกราะกับหมวกฟาสกันกระแทกก่อนเข้าไปหาก็ดีนะครับ” ผู้หมวดศิวะแนะนำ เห็นเลือดผู้กองแล้วใจไม่ดี กลัวว่าจะถูกเมียสมมติฆ่าตายคาบ้านเอาซะก่อน ซึ่งผู้กองพนาก็ไม่ต้องรอให้พวกเขาบอกซ้ำ พอเห็นว่าหน้าต่างบ้านยังคงเปิดเอาไว้อยู่ผู้กองหนุ่มก็รีบเดินอ้อมไปแล้วกระโดดเข้าไปในบ้านหาแก้วเจ้าจอมทันที 

               “เฮอะ! แล้วบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา สวยขนาดนั้นผู้กองจะห้ามใจไหวหรอ แกคิดแบบฉันมั้ยไอ้เทพ” ผู้หมวดศิวะชะเง้อมองตามจนเห็นผู้กองพนาปีนเข้าบ้านได้แล้วจึงหันมาทางผู้เป็นเพื่อน แล้วก็ต้องเห็นสีหน้าหงอยๆ ของอีกฝ่ายเช่นกัน 

               “เฮ้ย! แกเป็นอะไรวะ” ถามแล้วก็ต้องหลิ่วตามองเพื่อนตนสลับกับมองไปทางบ้านพักของผู้กองพนา ไอ้สายตาเศร้าๆ แบบนี้นี่ หรือว่า... 

               “อย่าบอกนะว่าแกแอบปิ๊งเมียผู้กองเข้าให้” พอถูกถามจี้ใจดำแบบนี้ผู้หมวดเผ่าเทพก็เดินหนีกลับไปที่ฐานทันที แต่ผู้หมวดศิวะก็ยังไม่วายรีบตามไป 

               “จะชอบก็ไม่แปลกหรอก สวยซะขนาดนั้น หน้าหวานละลายใจฉันได้เลยแต่เสียอยู่อย่างเดียว มือหนักไปหน่อย แต่ก็สมกันดีกับผู้กองนะ อีกคนก็มือหนัก อีกคนก็หนังเหนียวแล้วก็ถึกมากๆ แต่ตบผู้กองจนเลือดสาดได้นี่ฉันขอซูฮกเลย” 

               “ไอ้ศิ อย่าพูดมาก” ผู้หมวดเผ่าเทพหงุดหงิด พยายามจะไม่แสดงอาการแล้วแต่ความรู้สึกของเขาก็ไม่เคยรอดหูรอดตาคนเป็นเพื่อนไปได้เลย 

               “โทษทีเพื่อนจี้ใจดำไปหน่อย แต่ตัดใจซะเถอะนะ ก็ได้ยินเต็มหูนี่ คุณแก้วเขารักผู้กองซะขนาดนั้น ถึงตอนนี้ผู้กองจะทำใจแข็งได้แต่จะใจแข็งไปได้ซักกี่น้ำกัน ผู้กองเองก็ชอบคุณแก้วเขาเหมือนกันนะ ดีไม่ดีคืนนี้...” 

               “ไอ้ศิ! ฉันบอกให้แกเงียบไง เงียบแล้วก็เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว” ผู้หมวดเผ่าเทพว่าอย่างหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม ทำไมเขาจะไม่ได้ยินกันที่แก้วเจ้าจอมบอกว่ารักผู้กองพนา แล้วทำไมเขาถึงจะดูไม่ออกว่าผู้กองก็รักเธอเหมือนกัน อยู่ด้วยกันมาจะเป็นเดือนแล้วไม่คิดอะไรกันเลยเขาไม่เชื่อหรอก สิ่งที่เขารู้สึก มันก็เป็นแค่ความรู้สึกบางๆ ในหัวใจ ยังไม่ได้ถลำลึกซึ้งอะไร ก็แค่รู้สึกผิดหวังไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับเจ็บปวดหรือเสียใจอะไร เขารักและเคารพผู้กองพนามาก แล้วเขาจะไปคิดอะไรแบบนั้นกับคนรักของผู้กองได้ยังไงกัน 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมตกใจไม่น้อยที่เห็นผู้กองพนาปีนหน้าต่างเข้าบ้านมา เธอก็ลืมไปว่าหน้าต่างยังเปิดทิ้งเอาไว้อยู่ พอเข้ามาในบ้านแล้วเขาก็มองเธอนิ่งด้วยสีหน้าหงอยๆ แต่พอเธอเบือนหน้าหนีเขาก็รีบเข้ามากอดเธอในทันทีและกอดแน่นจนแก้วเจ้าจอมขยับตัวไปไหนไม่ได้ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งนั้น เขาเพียงแค่กอดเธอและกอดเอาไว้แน่นๆ  

               “ปล่อย!!! ปล่อยแก้ว” เพราะดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ในอ้อมกอดแน่นๆ นี้แก้วเจ้าจอมเลยได้แต่ร้องไห้ออกมา “คนใจร้าย...ทิ้งเมีย ยกเมียให้คนอื่น พี่ใจร้ายกับแก้วจังเลย” 

               “พี่ขอโทษ” เขาจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น เขาผิดเขายอมรับ เรื่องแบบนี้เขาไม่ควรเอามาพูดเรื่อยเปื่อย 

               “แก้วเป็นเมียของพี่นะ แก้วเป็นเมียพี่ พี่ไม่รักไม่หวงแก้วบ้างเลยหรอ ถึงแก้วจะความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้ แต่หัวใจของแก้วก็ยังมีความรู้สึกอยู่ พี่มองแก้วสิ” แก้วเจ้าจอมผละเขาออกแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา 

               “มองแก้ว มองดูผู้หญิงคนนี้ที่มันรักพี่ เฝ้ารอคอยความรักจากพี่ ยอมเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ให้พี่ขังอยู่แต่ในนี้ ผู้หญิงคนที่พี่ทิ้งมา ขนาดพี่ทิ้งแก้วแต่แก้วก็ยังมาตามหาพี่จนถูกทำร้ายความจำเสื่อม พี่ไม่สงสารแก้วบ้างหรอพี่พนา...ทำไมถึงใจร้ายกับเมียแบบนี้...พี่พนาเคยรักแก้วบ้างมั้ย” พอเห็นน้ำตาของเธอผู้กองพนาก็ต้องน้ำตาคลอตามด้วยความสงสาร ทั้งสงสารที่เขาเผลอทำให้เธอเสียใจทั้งๆ ที่เธอรักเขามาก และสงสารที่เธอถูกเขาหลอกว่าเป็นสามีแล้วต้องมาเจ็บปวดให้กับเรื่องที่มันไม่ใช่ความจริงอะไรเลย และเขาก็เจ็บที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขามันใช่ความรู้สึกจริงๆ มั้ย ถ้าเธอจำทุกอย่างได้แล้วเธอยังจะรักเขาแบบนี้อยู่อีกรึเปล่า 

               “พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” 

               “พี่พนาคิดอย่างที่พูดจริงๆ หรอ พี่จะยกแก้วให้คนอื่นจริงๆ หรอคะ” 

               “ไม่ ใครจะไปยกเมียตัวเองให้คนอื่นกัน พี่ไม่ได้หมายความอย่างที่พูด พี่แค่ประชดผู้หมวดเขาไป ถ้าพี่จะยกแก้วให้คนอื่นแล้วพี่จะพาแก้วมาที่นี่ทำไม แค่เอาแก้วไปทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลก็พอแล้วนี่ แก้วอย่าเอาคำพูดนั้นของพี่มาใส่ใจเลยนะ แก้วเป็นเมียของพี่ก็ต้องเป็นเมียพี่แค่คนเดียวสิ ใครจะไปยอมให้คนอื่นมาแตะต้องเมียของตัวเอง” เขาบอกแล้วดึงมือของเธอมาตบที่หน้าของเขา 

               “แก้วตบพี่อีกสิ ลงโทษคนปากเสียให้สำนึก ต่อไปมันจะได้จำว่าไม่ควรเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นอีก ต่อไปพี่จะไม่พูดอะไรแบบนี้อีกแล้ว พี่จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเมียของพี่ทั้งนั้น” 

               “แก้วไม่เชื่อ” 

               “พี่ต้องทำยังไงแก้วถึงจะเชื่อ” 

               “แต่งงานกับแก้วอีกครั้งสิ ปฏิญาณเป็นสามีภรรยากัน” แก้วเจ้าจอมเช็ดน้ำตาออกแล้วมองหน้าเขานิ่ง ชั่ววูบผู้กองพนารู้สึกเหมือนกับเธอไม่ใช่แก้วเจ้าจอมของเขา แต่แววตามุ่งมั่นเอาจริงแบบนี้กลับเหมือนแววตาของใครอีกคนที่เขาเคยรู้จักเมื่อหนึ่งปีก่อน ยัยห้าวตัวแสบคนนั้น... 

               “พี่พนาจะยอมรับแก้วเป็นเมียอีกครั้งได้มั้ย ต่อไปจะได้พูดไม่ได้อีกว่าแก้วไม่ใช่เมียของพี่” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ากำลังถูกผู้หญิงขอแต่งงานอยู่ แม้จะอึ้งไปบ้างหากแต่หัวใจของเขามันกลับอยากจะทำตามที่เธอขอ แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันก็ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน ถ้าเป็นสาวโสดไม่ได้มีเจ้าของเขาจะไม่รอช้ารีบตอบตกลงแล้วพาไปจดทะเบียนสมรสมันเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่นี่...ผู้หญิงของใครก็ไม่รู้ทำหายเอาไว้แล้วเขาก็มาเก็บได้ 

               “พี่พนาแต่งงานกับแก้วนะคะ” 

               “ครับ” ในหัวมันคิดไปสารพัดถึงความผิดชอบชั่วดี สมองสั่งให้ปฏิเสธแต่ไอ้ปากเจ้ากรรมมันดันพูดไปตามที่ใจคิด ไอ้พนาเอ้ย! แค่เห็นหน้าหวานๆ ตาแป๋วๆ กับน้ำตาใสๆ ที่ไหลอาบแก้มนวลแกมันก็แพ้ราบคาบไม่สมกับเป็นนักรบตำรวจเลยแม้แต่น้อย หัวใจที่เคยแข็งแกร่งราวหินผากลับต้องมาอ่อนระทวยเพราะน้ำตาผู้หญิง ปากก็ดันไปตอบตกลงแล้ว จะปฏิเสธอีกก็คงจะไม่ได้แล้ว ลูกผู้ชาย พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น แค่แต่งงานในนามยังไม่ต้องเข้าหอ สวรรค์กับนรกก็คงจะไม่สาปแช่งเขาหรอกมั้งที่เขาไปแย่งคนรักของคนอื่นมา 

  

 

 

               นี่เป็นครั้งแรกที่แก้วเจ้าจอมได้เดินออกมาจากบ้านพักไกลมากกว่าที่เคย เมื่อก่อนตอนที่แอบออกมาเก็บดอกไม้เธอก็มักจะอยู่ใกล้ๆ กับบ้านพัก ยังไม่กล้าไปไหนไกล แต่ตอนนี้เธอได้เดินออกมาไกลมากจนรู้สึกเหมือนกับได้ออกมายืนเส้นยืดสาย เสียงหรีดหริ่งเรไรดังระงมไปทั่วผืนป่ายามเดือนมืด ทั่วทั้งท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยแสงจากดวงดาวนับร้อยพันหมื่นดวง สายลมเย็นพัดพาต้นไม้ใหญ่ในผืนป่าให้เอนไหว ใบหญ้าน้อยๆ ก็เลยพลอยลู่ลมไปด้วย แก้วเจ้าจอมสวมชุดกระโปรงยาวจรดข้อเท้าสีขาวสะอาดและเสื้อผ้าลินินคอจีนแขนกุดสีเดียวกัน ผมที่ยาวสลวยถักเป็นเปียหลวมๆ แล้วผูกผ้าสีขาวเช่นเดียวกับชุด แต่งแต้มใบหน้าให้สวยงามเป็นพิเศษในวันสำคัญ ขณะเดินควงแขนอยู่ข้างกายผู้กองพนาที่ตอนนี้เขาเองก็แต่งชุดเครื่องแบบปกติขาวพร้อมกับสวมหมวกทรงหม้อตาลสีขาวด้วย เนื่องจากการมาปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนโอกาสที่จะได้แต่งชุดสโมสรของตำรวจนั้นแทบจะหาไม่ได้ ผู้กองพนาจึงไม่มีชุดสโมสรสำหรับออกงานเก็บเอาไว้ที่บ้านพัก ดังนั้นเขาจึงเลือกแต่งชุดที่ดูเป็นทางการที่สุดสำหรับการ แต่งงาน ในครั้งนี้ 

               จะแต่งงานทั้งทีมันก็ต้องแต่งในสถานที่สวยๆ เพื่อให้เป็นความทรงจำที่ดีเก็บเอาไว้ และเขาก็ได้แต่หวังว่าแก้วเจ้าจอมจะไม่ลืมค่ำคืนนี้เสีย ที่ๆ ผู้กองพนาพาแก้วเจ้าจอมมาเป็นป่าอีกด้านกับฐานปฏิบัติการซึ่งมีธารน้ำใสไหลเอื้อยๆ มาจากเขาลูกข้างๆ กันก่อนที่ธารน้ำนี้จะไหลลงสู่เขื่อนบางลางที่อยู่ไม่ไกลออกไป รอบๆ ธารน้ำนี้หากมาในเวลากลางวันจะเห็นว่ามีดอกไม้ป่าชูช่ออวดดอกสวย แม้ค่ำคืนนี้จะมองไม่เห็นถึงความงดงามของดอกไม้ป่าในชายแดนใต้ แต่ผืนป่าแห่งนี้ก็ยังมีความงดงามอีกอย่างที่แอบซ่อนอยู่จนยากที่จะมีผู้ใดล่วงรู้ 

               “ค่อยๆ เดินนะ” ผู้กองพนาประคองแก้วเจ้าจอมเดินไต่โขดหินข้ามธารน้ำมาที่อีกฝั่ง โขดหินแต่ละก้อนทั้งสูงและลดหลั่นสลับกันไปมาจึงเป็นเรื่องยากที่จะทรงตัวให้ข้ามมาได้ แต่แก้วเจ้าจอมก็สามารถเดินไต่โขดหินเหล่านี้มาได้อย่างสบายๆ จนผู้กองพนาอดทึ่งไม่ได้ ถ้าหากว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ตำรวจก็ทหารที่เคยฝึกยุทธวิธีทางการรบมาก่อนหรือเป็นนักกีฬาผาดโผน เขาจะไม่แปลกใจเลยที่เธอสามารถเดินไต่โขดหินพวกนี้มาได้ แต่ท่าทางลูกคุณหนูแบบนี้ พอเธอทำได้เขาก็เลยทึ่ง ป่าก็ออกจะรกแต่เธอก็เดินได้อย่างสบายๆ เหมือนคนที่คุ้นชินกับผืนป่า คงเพราะแบบนี้ด้วยใช่มั้ยพ่อของเธอถึงเรียกเธอว่านางไม้น้อย 

               “พี่พนาจะพาแก้วไปไหนหรอคะ” 

               “ไปแต่งงานท่ามกลางไฟแสงสีสวยๆ ไง” 

               “ในป่าเนี่ยนะคะ” 

               “ใช่ มาสิ” ผู้กองพนาจูงมือเธอมาหยุดยืนอยู่กลางผืนป่าใกล้ๆ กับธารน้ำ รอบๆ ตัวเป็นพุ่มไม้และกอหญ้าสูงประมาณเข่าได้แล้วมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงรายท่ามกลางพุ่มไม้และกอหญ้าเหล่านี้ แล้วเมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็เห็นดวงดาวมากมายซึ่งแก้วเจ้าจอมชอบการดูดาวมาก แต่... 

               “ดาวบนฟ้าหรอคะคือไฟแสงสีสวยๆ ที่พี่พนาบอก” 

               “ชู่ว! พูดเบาๆ” เขารีบเอานิ้วแตะปากบอกให้เธอเงียบๆ เอาไว้ แก้วเจ้าจอมก็เลยได้แต่มองไปรอบๆ กายอีกครั้งว่ามีอะไรผิดแปลกไปรึเปล่า แต่ไม่ว่าจะมองไปทางทิศไหนๆ ก็มีเพียงแค่ความมืดและผืนป่าเท่านั้น เสียงที่ได้ยินก็มีเพียงแค่เสียงแมลงและนกกลางคืน แต่แล้วพอเธอหันกลับมาทางผู้กองพนาอีกครั้ง เธอก็เห็นของบางอย่างอยู่ในมือของเขา 

               “จะแต่งงานเขาต้องให้ผู้ชายเป็นคนขอนะ” ผู้กองพนายิ้มบอกแล้วจึงยื่นแหวนดาวของนายร้อยตำรวจมาให้เธอ แหวนดาวที่ทำด้วยทองฝังเพชร ผู้กองพนาสั่งทำขึ้นพร้อมกันกับน้องชายเพื่อแข่งกันว่าใครจะหาเจ้าสาวได้เร็วกว่ากัน แต่ตอนนี้เขาไม่มีคู่แข่งให้ต้องแข่งแล้วนี่เลยไม่ถือว่าเป็นการชนะเดิมพันในครั้งนั้น แต่นี่...กลับเป็นการแต่งงานของเขากับผู้หญิงที่เขารักจริงๆ 

               “แต่งงานกับพี่นะครับ” เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ “เป็นเมียตำรวจดีนะ ดูสิ แม้แต่ดาวบนฟ้าพี่ก็คว้ามาให้แก้วได้” เพชรจากแหวนดาวของนายร้อยตำรวจทอประกายแสงราวกับดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าในคืนนี้ แหวนของทหารบกคือแหวนหัวพลอย แหวนของทหารเรือคือแหวนสามสมอ แหวนของทหารอากาศคือแหวนช่อชัยพฤกษ์และแหวนของตำรวจก็คือแหวนดาว เพียงแค่เห็นแหวนของเขาแก้วเจ้าจอมก็ลืมเรื่องที่เคยเสียใจไปเมื่อก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนความจำเสื่อมอย่างเธอทำไมถึงได้รู้ความหมายของแหวนดาววงนี้ แหวนที่เขายื่นให้เธอเรียกว่า แหวนญาติ เป็นแหวนที่ถูกทำขึ้นมาคู่กับแหวนรุ่นของตำรวจหรือทหาร พวกเขาต้องอดทนต่อการฝึกที่หนักหน่วงยากที่ใครจะเข้าใจกว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้และได้แหวนเหล่านี้มาครอง ถึงแม้ว่าตำรวจ ทหารบางคนจะมอบแหวนญาติของตนให้กับแม่ พี่สาวหรือน้องสาว แต่ก็ยังมีตำรวจ ทหารอีกมากที่มอบแหวนญาตินี้ให้กับคนรักของพวกเขา บางคนก็ใช้เป็นแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานเพื่อเป็นการให้เกียรติและเป็นการแสดงให้รู้ว่าเขาเลือกหญิงสาวคนนั้นให้มาเป็นคู่ชีวิตที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขาและยอมรับในภาระหน้าที่ของเขาได้ แก้วเจ้าจอมไม่ได้สนใจว่าแหวนวงนี้จะทำมาจากทองหรือฝังเพชรราคาแพงแค่ไหน แต่สิ่งที่เธอให้ความสนใจก็คือความหมายของแหวนวงนี้ต่างหาก 

               “แก้วจะแต่งงานกับพี่พนาค่ะ” เธอรีบตอบรับเขาก่อนที่ผู้กองพนาจะลุกขึ้นยื่น แต่พอเธอยื่นมือไปให้เขาสวมแหวนให้ ผู้กองพนากลับเพียงแค่กุมมือเธอเอาไว้ ยังไม่สวมแหวนให้ในทันที 

               “ฟังพี่” เขาบอกเธอ “ถึงแม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไร้ซึ่งแขกที่มาร่วมงาน แต่พี่ขอให้ผืนป่าแห่งนี้ช่วยเป็นพยานว่าพี่ ร้อยตำรวจเอกพนาธร วรธีดล หัวหน้าชุดปฏิบัติการรบพิเศษและผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ ประจำฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่มแห่งนี้ได้แต่งงานกับนางไม้น้อย แก้วเจ้าจอม ต่อไปนี้พี่จะทำหน้าที่ของสามี จะเลี้ยงดูแลและปกป้องเมียของพี่ด้วยชีวิต จะไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือแตะต้องเมียของพี่ได้ พี่จะให้เกียรติแก้ว จะมีเพียงแค่แก้วคนเดียวแล้วก็จะไม่ทำให้แก้วเสียใจเพราะพี่ด้วย” 

               “แก้วก็จะเป็นเมียที่ดีของพี่พนา จะรัก เคารพและให้เกียรติพี่พนา จะซื่อสัตย์ต่อพี่พนาเพียงคนเดียวตลอดชีวิต อ้อ! จะไม่ทำร้ายพี่พนาแล้วด้วยค่ะ” เธอยื่นมือมาแตะแผลที่มุมปากของเขา งานนี้ทำเอาผู้กองพนาเจ็บจนสะดุ้งจนเธอหัวเราะออกมาเบาๆ 

               “ต่อไปนี้เราคือสามีภรรยากันแล้วนะ” 

               “ค่ะ” ทันทีที่แก้วเจ้าจอมยิ้มตอบเขา เหล่าต้นไม้ใหญ่ก็เอนลู่ไหวเมื่อสายลมเย็นพัดผ่านผืนป่าราวกับรับรู้ในคำมั่นสัญญาของคนทั้งสอง ไม่เพียงแค่ต้นไม้เท่านั้นที่เอนไหวไปมา แม้แต่กอหญ้าด้านล่างก็ยังเอนไหวราวกับกำลังชื่นชมยินดีกับการแต่งงานในครั้งนี้ แล้วสิ่งที่แก้วเจ้าจอมไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ปรากฎขึ้นต่อสายตาของเธอ เมื่อกอหญ้าที่สูงถึงระดับเข่าเอนลู่ไหวไปมาตามแรงลม จู่ๆ ก็มีแสงไฟกระพริบค่อยๆ สว่างขึ้นตามยอดกอหญ้า แล้วยิ่งลมพัดมาแรงจากไฟกระพริบแค่ไม่กี่ดวงก็ปรากฎเป็นไฟกระพริบนับร้อยนับพันดวง แล้วในชั่วพริบตาผืนป่าแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยไฟกระพริบสีเหลืองเมื่อเหล่าหิ่งห้อยที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามกอหญ้าโผบินขึ้นมาทำให้ทั่วทั้งบริเวณสว่างไสวไปด้วยไฟแสงสีสวยๆ ตามที่ผู้กองพนาบอก 

               “โอ้โห สวยจังเลยค่ะ” แก้วเจ้าจอมดูตื่นตาตื่นใจกับความงดงามทางธรรมชาติ ในขณะที่ผู้กองพนาได้แต่ยิ้มหวานรับ ดีใจที่เธอชอบ แม้จะผิดแผนไปนิดก็ตาม ความจริงเขาตั้งใจจะพาเธอวิ่งไปให้ทั่วกอหญ้าเหล่านี้เพื่อปลุกหิ่งห้อยให้โผบิน แต่นี่...เทวดาเจ้าป่ากลับมาเป็นผู้ปลุกหิ่งห้อยเหล่านี้ขึ้นมาก่อนเขาเสียนี่ แต่ก็เอาเถอะ ขอแค่แก้วเจ้าจอมชอบเขาก็พอใจแล้ว เขาคิด แล้วพอแก้วเจ้าจอมหันมาทางเขาอีกครั้ง เขาก็บรรจงสวมแหวนดาวนายร้อยตำรวจเข้าให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอท่ามกลางหิ่งห้อยนับร้อยนับพันตัว คืนนี้แก้วเจ้าจอมจึงได้ดูดาวพร้อมๆ กันจากทั้งสามที่ ทั้งดาวบนฟ้า ดาวหิ่งห้อยและดาวบนแหวนแต่งงาน อ้อ! ดาวบนบ่าทั้งสามดวงของเขาด้วย แม้การแต่งงานในครั้งนี้จะไร้ซึ่งแขกแต่ก็ได้ธรรมชาติที่สวยงามช่วยเป็นพยานรักให้ แก้วเจ้าจอมปลื้มจนน้ำตาคลอก่อนที่เจ้าบ่าวของเธอจะดึงเอาเธอเข้ามากอดแล้วก้มลงมาจุมพิตท่ามกลางฝูงหิ่งห้อย จูบแสนหวานละมุนที่ตราตรึงประทับอยู่ในหัวใจของเธอ เธอมีความสุขมากเหลือเกิน มีความสุขจนอยากจะจดจำค่ำคืนอันแสนหวานนี้เอาไว้ไปตลอด ในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่าเธอจะสามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้หรือไม่ก็ตาม แต่ขอให้ความทรงจำในคืนแต่งงานนี้จงฝังลึกอยู่ในหัวใจของเธอไปชั่วชีวิตและอย่าได้ลืมเลือนมันไปเป็นอันขาด 

**************************************************** 

ยัยสไนเปอร์ หล่อนช่างกล้าขอผู้ชายแต่งงานก่อน ฉันจะฟ้องพ่อเธอ 

พ่อรัน!!! ยัยไนเปอร์ขอผู้ชายแต่งงานค่าาาาาาาาา >O< 

พ่อรัน : ว่ายังไงน้าาาาาาา 

************************************** 

เรื่องน้องไนเปอร์กับเรื่องน้องป่านจะสลับกันลงคนละอาทิตย์นะคะ  

อาจมาช้า แต่เนื้อหาในแต่ละตอนจะยาวมากๆ ค่ะ 

*************************************** 

แหวนดาวตำรวจ 

บรรยากาศป่าหิ่งห้อย 

(จากค่ายพรหมโยธี : ตำบล บ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี) 

ภาพจาก : Toomtam Bubpa 

ความคิดเห็น