เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 2 เลิศวรานนท์ (50%) ฉบับปรับปรุง

ชื่อตอน : บทที่ 2 เลิศวรานนท์ (50%) ฉบับปรับปรุง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 01:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 เลิศวรานนท์ (50%) ฉบับปรับปรุง
แบบอักษร

บทที่ 2 เลิศวรานนท์ 

 

“นี่อัยรินหรือเรียกหนูอัยย์ก็ได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนูอัยย์จะอยู่บ้านเลิศวรานนท์ในฐานะเด็กในการปกครองของฉัน ขอให้ทุกคนปฏิบัติต่อหนูอัยย์ไม่แตกต่างจากคุณมาวิน และคุณวาคินเข้าใจไหม”

ทุกคนในบ้านต่างค้อมศีรษะขานตอบกันอย่างเชื่อฟัง

ร่างเล็กจ้อยที่ยืนเคียงข้างคุณหญิงวารีจึงถูกดันออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เด็กหญิงที่รู้ความดีจึงพนมมือไหว้แนะนำตัวอย่างชดช้อย สร้างความประทับใจในครั้งแรกที่พบกันเป็นอย่างดี ทุกคนรู้ที่มาที่ไปของเด็กหญิง แต่เลือกจะเงียบ และทำงานของตนตามหน้าที่ เพราะบ้านหลังนี้มีความลับมากมาย รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่แสนอึดอัดลำบากใจของคนในครอบครัวมากพอแล้ว พอมีอัยรินเพิ่มเข้ามาจึงเหมือนเป็นเรื่องใหม่ที่อีกไม่กี่วันก็เก่า

คุณหญิงวารีมีสีหน้าพอใจในตัวคนตัวเล็กมากทีเดียว แม้จะไม่แสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าหรือแววตา หากเด็กหญิงก็ยังรู้ความมากนัก

ระหว่างที่อัยรินกำลังแนะนำตัว วรันย์ก็เดินเข้ามา

“คุณมาวินกับคุณวาคินกลับมาแล้วครับ”

สองร่างสูงเกินวัยของเด็กหนุ่มเดินเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน คนที่ดูตัวสูงกว่าเล็กน้อยมีดวงตาสีเทาเข้ม ใบหน้าเรียบนิ่ง ดูแข็งกระด้างชำเรืองมองมาทางห้องรับแขกที่ทุกคนกำลังยืนอยู่พร้อมกวาดมองลวกๆ เพียงแว๊บเดียวก็เดินเลี่ยงไป หากอีกคนที่ตัวสูงน้อยกว่า แต่มีรอยยิ้มประดับดวงหน้าตลอดเวลากลับสาวเท้าเดินเข้ามาในวงสนทนาแทน

“ทำอะไรกันครับ” ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มอ่อนโยน หากอัยรินที่แหงนหน้ามองจนคอตั้งบ่ากลับไม่ได้รับรู้ถึงความ ‘ยินดี’ ในดวงตาคู่นั้นเลย เด็กหญิงแหงนมองครู่เดียวก็ก้มหน้าลงมองพื้นต่อ ไม่ได้สนใจคนมาใหม่อีก

ทว่าคุณหญิงวารีกลับยิ้มรับ น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้น

“กลับมาแล้วเหรอลูก มานี่สิ แม่จะแนะนำน้องให้รู้จัก”

ร่างเล็กถูกดึงให้ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ใบหน้าที่ก้มต่ำจึงต้องเงยขึ้น

คุณหญิงวารียอบกายลงนั่งเคียงข้าง มือเรียวลูบเส้นผมสีดำสนิทของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน ดวงตารีเรียวที่ทอดมองอบอุ่นอ่อนโยนจนคนที่ยืนมองอยู่ตรงข้ามต้องเผยกระตุกยิ้มมุมปาก

อัยรินหรี่ตาลง เด็กหญิงตัวน้อยแม้ยังเด็ก แต่ความที่เผชิญอะไรมามากมายจึงมองออกทันที

พี่ชายคนนี้… ไม่ใช่คนที่ควรเข้าใกล้!

“นี่หนูอัยย์ หนูอัยย์นี่พี่วินนะคะ”

ต่อให้ข้างในจะรู้สึกเช่นไร แต่เด็กหญิงก็เลือกจะทำในสิ่งที่ ‘คุณหญิงแม่’ ปรารถนาทุกประการ มือน้อยยกขึ้นพนมไหว้พร้อมย่อกายลงอย่างงดงาม

“สวัสดีค่ะพี่วิน”

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มหันมายังร่างน้อย ยิ้มกว้างขึ้นก่อนเอื้อมมือออกไปหมายจะลูบไล้ศีรษะเล็กตรงหน้ารับไหว้อย่างผู้ใหญ่ หากร่างเล็กกลับถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว

คุณหญิงวารีเลิกคิ้ว เบิกตามองกิริยาของเด็กในปกครองตนอย่างตื่นตกใจ แต่ไหนแต่ไรมาอัยรินไม่เคยแสดงทีท่าเช่นนี้กับใครเลย แม้กระทั่งกับวรันย์ ชายวัยกลางคนท่าทางดุดันที่คนในบ้านเกรงกลัว เจ้าตัวน้อยยังทำเพียงเหลือบมอง แต่ไม่ผละหนีเช่นนี้เลย

“อะ เอ่อ น้องคงยังแปลกที่น่ะลูก วินอย่าถือเลยนะ”

มาวินชะงักมือที่ยื่นออกไป ก่อนหดกลับมาแล้วเผยรอยยิ้มกว้างขึ้น แม้ภายนอกจะยังไม่ถือสา หากภายในนั้นกำลังคุกรุ่น!

เด็กนี่…  มันน่านัก!

ต่อให้ไม่พอใจหรือแค้นเคืองจนแทบสบถ ฉากหน้ายังคงส่งยิ้มอ่อนโยนต่อไป

“หนูอัยย์พี่วินใจดีนะ หึ” ท้ายประโยคเผลอแค่นเสียงในลำคอเบาๆ หากไม่มีใครได้ยิน นอกจาก… คนที่เงยหน้าคอตั้งบ่าตรงหน้าตอนนี้

เด็กหญิงตัวน้อยได้ยินชัดเจน ดวงตากลมโศกเรียบนิ่งคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ก้าวถอยออกไปอีกสองก้าวเพื่อหลบหลังคุณหญิงวารีอย่างมีหวาดหวั่น กระทั่งคุณหญิงยังเห็นท่าไม่ดีจึงต้องตัดบท

“เอาละ” คุณหญิงวารียืนขึ้น สีหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย เพราะปฏิกิริยาของอัยรินที่มีต่อบุตรชายคนโตจึงหันไปมองวรันย์ คนสนิทรู้งานจึงเดินเข้ามาจูงมือเด็กหญิงออกไป

มาวินเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เด็กคนนี้มันยังไงกันแน่ กับเขาที่ยิ้มแย้มอบอุ่นผละหนี แต่กับคนสนิทของมารดากลับปล่อยให้ถูกจับจูงมือไปโดยง่าย ทั้งที่ปกติแค่บอดีการ์ดวัยกลางคนประจำกายมารดาเหลือบหางตาคมๆ มองใครสักคน คนที่นี่ก็แทบจะวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันแล้ว

นี่ไม่เรียกว่า ‘จงใจ’ สร้างศัตรูกับเขาหรอกหรือ… ชายหนุ่มขบกรามแน่น เผลอหงุดหงิดจนต้องกำหมัดแน่น

คุณหญิงวารีรู้จักบุตรชายของตนดีจึงถอนหายใจ ก้าวไปหาพร้อมเอ่ยปลอบ

“น้องยังเล็ก ปรับตัวยังไม่ได้ วินอย่าคิดมากนะลูก”

ต่อให้โกรธจนแทบพ่นไฟออกมาทางปาก มาวินก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มตอบ

“ผมเข้าใจครับ แม่อย่าห่วงเลย ผมจะช่วยดูแลน้องเอง”

ดูแลอย่างดี… ชายหนุ่มเค้นเคี้ยวเขี้ยวฟันในใจอย่างแค้นเคือง

มาวันแรกก็แสดงออกชัดขนาดนี้ มารดาของเขาไม่มีทางวางยัยเด็กคนนี้ไว้ใกล้ตัวเขาแน่!

มาวินรู้สึกโกรธ แต่ก็สนุกขึ้นมาเช่นกัน เด็กคนนี้น่าสนใจ เพราะเพียงสบตากันครั้งแรกก็รับรู้ถึง ‘ตัวตน’ ของเขาอย่างแท้จริง ในขณะที่คนทั้งบ้าน กระทั่งวาคินยังมองไม่ออกว่าข้างในของเขาเป็นเช่นไร

ฮึ น่าสนใจดี

ทว่า… ความสนใจของคนวัยหนุ่มมักมาเร็วไปเร็ว ยิ่งคนที่ตนสนใจเป็นแค่เด็กหญิงตัวกระจิดริด ไม่นานความสนใจที่มีอยู่ก็เริ่มจางหาย ยิ่งถ้าไม่มีโอกาสได้พบเจอ เพราะคนตัวน้อยที่รับรู้ ‘ตัวตน’ ของพี่ชายคนโตหลบลี้หนีหน้ามาโดยตลอดก็ยิ่งกลายเป็นเส้นขนานที่ไม่อาจบรรจบกันได้

“น่ากลัว” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นเบาๆ หากมือที่จับจูงไว้บีบกระชับบอกความหวาดกลัวจนที่ทำหน้าที่จับจูงมือไว้ต้องหยุดฝีเท้า ก้มหน้าลงเอ่ยถาม

“ใครน่ากลัว”

แม้จะได้ยินชัด แต่ก็ยังแฝงความไม่เข้าใจในคำพูดเมื่อครู่ กระทั่งถามออกไป ก็นึกกลัวคำตอบของเด็กไร้เดียงสาขึ้น

“เขา” หางตาเหลือบมองกลับไปยังด้านหลังซึ่งเป็นห้องรับแขก สถานที่ที่ ‘พี่ชาย’ ผู้ฉาบใบหน้าแสนดีเอาไว้ยังยืนพูดคุยกับคุณหญิงวารีต่อ แม้ปากจะสนทนากับมารดา หากหางตาของอีกฝ่ายก็มองมาที่เธอเช่นกัน

อัยรินดึงสายตากลับมา แหงนหน้าจนคอตั้งบ่าพร้อมส่งสายตาสื่อความหมาย

ใบหน้าดุดันของวรันย์เผือดสีเป็นครั้งแรกในชีวิต ยอบกายลง มือหยาบกร้านรวบจับไหล่เล็กเอาไว้แน่น เหลือบสายตามองกลับไปตามเส้นทางที่สายตาคู่นี้เพิ่งดึงกลับมา ก่อนเอ่ย

“จำเอาไว้นะหนูอัยย์” แม้จะพบกันได้ไม่นาน แต่อัยรินก็ได้รับความเอ็นดูจากชายเย็นชาคนนี้ทั้งหัวใจ

“ไม่ว่าจะเห็นหรือรับรู้อะไรก็อย่าเข้าไปยุ่ง หลีกเลี่ยง อยู่ให้ห่างจากทั้งสองคน”

เพราะคนที่ดูเหมือนไม่อันตรายกลับอันตราย ทว่าคนที่เหมือนอันตรายก็ยิ่งอันตราย บอดีการ์ดวัยกลางคนที่เพิ่งมีหลานสาวเป็นคนแรกในชีวิต ไม่ต้องการให้เด็กหญิงเผชิญเรื่องราวใดใดที่ส่งผลต่อความรู้สึกเด็ดขาด

 “สองคน” เด็กหญิงขมวดคิ้วน้อยๆ เป็นความไม่เข้าใจอย่างที่สุด เพราะถ้ามองเพียงแค่สายตาจะพบว่าคนที่ยิ้มหัวน่าเข้าหา ทว่ากับเด็กที่พบเจอคนมามากกว่าเด็กวัยเดียวกันนั้นมองออกถึงตัวตนข้างในได้ไม่ยาก

“แต่อีกคนใจดี”

วรันย์ถอนหายใจหนักๆ การรับรู้ตัวตนของคนอันตรายไม่ใช่เรื่องดี ยิ่งเด็กหญิงวัยเพียงเท่านี้ ไม่ควรต้องมาพบเจอเรื่องมากมายให้คิดมากอีก

“คนบางคนมองเพียงภายนอกไม่ได้หรอก เข้าใจไหม” ดวงตาดุดันมองจ้องดวงตากลมโตราบเรียบอย่างสื่อความหมาย จริงจัง และสั่งสอนอยู่ในที

อัยรินเข้าใจความหมายที่คุณลุงคนใหม่ต้องการจะสื่อ จึงพยักหน้ารับ

“เข้าใจแล้วค่ะ”

จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ความห่วงใยจากชายสูงวัยตรงหน้า และคุณหญิงวารีก็คือความปรารถนาดีทั้งนั้น อัยรินไม่ต้องการให้ท่านกังวลกับเรื่องราวของเธอแม้แต่นิดเดียว การมีชีวิตใหม่ที่กำลังเริ่มต้นไม่ควรต้องพบเจออุปสรรคอีก

เมื่อคืนตอนที่นอนเคียงข้างร่างระหงของผู้เป็นใหญ่ในบ้าน คุณหญิงวารีเอ่ยสอนสั่งในหลายเรื่อง และหนึ่งเรื่องนั้นก็คือ…

“ตั้งแต่วันนี้ไปให้นับหนึ่งกับแม่ อยู่กับแม่ และรักแม่ เข้าใจไหมคะ” 

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเข้มดุของบอดีการ์ดวัยกลางคนตรงหน้าอีกครั้ง จ้องมองอย่างพิจารณา ก่อนให้สัญญา 

“หนูจะไม่ทำให้ลุงกับคุณหญิงต้องมีปัญหาค่ะ” 

กับเด็กวัยเพียงเท่านี้ สัญญาเช่นนี้ ใบหน้าเข้มดุของวรันย์จึงปรากฏรอยยิ้มทันที 

“เก่งมาก หลานลุง” 

ชายสูงวัยจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จับจูงมือเด็กหญิงออกไปยังสวนหลังบ้าน สถานที่ที่ก่อนหน้าเจ้าตัวกำลังนั่งวาดรูปเล่นอยู่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจาก ‘คนอันตราย’ ทั้งสองคน 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น