email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Final episode ] : ความอ่อนแอ #END

ชื่อตอน : [ Final episode ] : ความอ่อนแอ #END

คำค้น : the mission sniper final episode

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2563 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Final episode ] : ความอ่อนแอ #END
แบบอักษร

บทที่ 31 

ความอ่อนแอ 

 

มีสามสิ่งในชีวิตที่มนุษย์ทุกคนไม่อาจเลี่ยงได้ นั่นคือ ความตาย การสูญเสีย และภาษี เหตุผลง่ายๆก็มีอยู่สามข้อด้วยเช่นกัน 

ข้อแรก ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถโกงความตายได้ 

ข้อสอง ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่รู้จักการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็น คนรัก ครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยง 

และข้อสุดท้าย ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเลี่ยงภาษีได้ 

เรื่องพรรค์นี้น่ะ...ลีโอรู้ดี และรู้มาโดยตลอด 

ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว ความตายจึงไม่ใช่เรื่องตลก ความสูญเสียไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ก็น่าแปลก เขากลับต้องพบเจอกับความตาย และความสูญเสียมานับไม่ถ้วน ทว่าไม่มีครั้งไหนที่เขารู้สึกเจ็บปวดเท่านี้มาก่อนเลย 

อีธานคุณจะรู้ไหมว่าการที่ทำได้แต่ยืนมองคุณผ่านบานกระจกมันเจ็บปวดมากขนาดไหน 

“เมื่อไหร่คุณจะฟื้นกัน...” 

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดจะจบไปแล้วก็เถอะ แต่สภาพร่างกายของอีธานตอนนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ที่ให้การรักษาบอกกับเขาว่าโอกาสรอดและเสียชีวิตมีค่าเท่ากัน ระหว่างที่กำลังผ่าตัด อีธานหัวใจหยุดเต้นไปสองรอบ แต่ยังโชคดีที่ทีมแพทย์สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ 

ลีโอเหม่อมองลอดผ่านบานกระจกแผ่นบางๆที่กั้นระหว่างห้องผู้ป่วยและตัวเขา ร่างของอีธานนอนอยู่บนเตียงโดยมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด นัยน์ตาสีอำพันที่ปกติมักจะจ้องมองมาที่เขา ตอนนี้กลับปิดสนิท อีธานยังคงไม่ได้สติ 

“เรนเดล” โนเอลเรียกเขา 

เจ้าของชื่อเพียงหันมามองเท่านั้น 

“นายอยู่ตรงนี้มาสองวันแล้วนะ ไปหาอะไรกินหน่อยเถอะ” ลีโอไม่เอ่ยอะไร และยังคงหันกลับไปมองร่างของอีธาน 

“ถ้านายเป็นอะไรไปอีกคน บอสต้องเล่นงานฉันแน่ๆ” 

“นี่โนเอล..” 

“หืม” 

“ขอถามอะไรหน่อยสิ มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่...” 

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม 

“ฉันเป็น.....จุดอ่อนของอีธานงั้นหรอ” ลีโอถามทั้งๆที่ไม่ได้ละสายตาออก ทำเอาคนฟังอึ้งไปชั่วขณะ 

โนเอลถอนหายใจ “คิดว่ายังไงล่ะ?” 

คราวนี้เป็นฝ่ายลีโอที่ใช้ความเงียบแทนคำตอบ คิดยังไงงั้นเหรอ เขาควรจะรู้สึกยังไงกับคำถามนี้ดี 

เมื่อเห็นว่าลีโอนิ่งไป โนเอลจึงตบบ่าข้างซ้ายของเขาเบาๆ “ช่างเถอะ” 

“.....” 

“อย่าลืมไปหาอะไรกินด้วยล่ะ บอสเป็นห่วงนายมากนะ” ไม่นานนัก มือซ้ายของอีธานก็เดินเลี่ยงออกมาจากจุดที่เขายืนอยู่ กลายเป็นว่าเขากลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง 

“คิดยังไงงั้นหรอ...” 

มือปืนหนุ่มกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความสับสน ความหวั่นกลัวมันประดังเข้ามาในหัว แน่นอนว่าเขา...ไม่รู้อะไรเลย... 

3 วันก่อนหน้า 

นัยน์ตาสีน้ำทะเลหรุบลงต่ำเตรียมรับความเจ็บปวดอีกไม่กี่เสี้ยววินาทีข้างหน้า ทว่ากลับมีบางสิ่งเข้ามาขวางระหว่างตัวเขาและวิถีกระสุน เสียงปืนดังต่อเนื่องทั้งหมดห้านัด 

เมื่อภาพตรงหน้าประจักษ์แก่สายตา รูม่านตาของเขาขยายกว้าง ดวงตาเบิกโพลง ริมฝีปากสั่นเครือยากที่จะพูด ลีโอรีบรุดกายเข้าไปรับตัวอีธานที่ยืนโงนเงนใกล้จะล้มเต็มที กายใหญ่ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ ลีโอพยุงให้อีธานนอนโดยใช้ร่างของตนเป็นที่รองรับ 

เขาถอดเสื้อตัวนอกของอีธานออกแล้วใช้มันกดบาดแผลฉกรรจ์ของอีกคนไว้แน่น ริมฝีปากหยักได้รูปส่งเสียงครางต่ำเพราะความเจ็บ โลหิตหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย มันย้อมกลบทุกสิ่งอย่างให้กลายเป็นสีแดงฉานภายในพริบตา ดวงหน้าหล่อซีดเผือดลงทุกขณะ 

“ลี...โอ เรนเดล” อีธานกัดฟันข่มความรู้สึกพลางแค่นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก 

เจ้าของชื่อเปลี่ยนไปประคองใบหน้าหล่อของอีธานด้วยมือทั้งสองข้างอย่างนุ่มนวล นิ้วเรียวที่เปื้อนเลือดนั้นลูบไล้แก้มขาวซีดราวกับกำลังปลอบประโลมไปพลาง นัยน์ตาสีอำพันที่เคยเรียบเฉย บัดนี้สั่นไหวเล็กน้อย 

“ฟังผมนะอีธาน คุณจะต้องไม่เป็นอะไร” ลีโอพยายามหยิบยกคำพูดสารพัดมาปลอบคนตรงหน้า แต่มีหรือที่อีธานจะไม่รู้ ลีโอกำลังปลอบตัวเองอยู่ต่างหาก… 

ขอบตาแดงก่ำร้อนผะผ่าวกักเก็บทุกหยาดน้ำตาเอาไว้ราวกับเขื่อนที่ใกล้จะแตก อีธานยกมือเปื้อนเลือดของตนขึ้นลูบขอบตาลีโออย่างช้าๆ “อย่าร้อง” เสียงทุ้มแหบเอ่ยบอกนั่นทำให้คนที่พยายามอดทนกลั้นความรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาร่ำไห้ออกมา หยาดน้ำสีใสร่วงลงสู่แก้มของอีธานหยดแล้วหยดเล่า 

ลีโอปลดปล่อยออกมาแทบทุกหยดหยาดแห่งความเสียใจ เขากลัว กลัวเหลือเกินว่าจะสูญเสียคนตรงหน้าไป 

เขากุมมือของอีธานไว้อย่างหวงแหน “อดทนหน่อยนะอีธาน ผมจะพาคุณออกไป” พูดจบก็พยุงร่างที่โชกเลือดให้ลุกขึ้นอีกรอบทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลง ร่างสูงกัดฟันพยายามหยัดกายขึ้นอีกคราแต่ไม่สำเร็จ สายโลหิตไหลลู่ลงตามแรงโน้มถ่วงเป็นทางยาว ยิ่งขยับตัวแผลยิ่งฉีกขาด 

อีธานเสียเลือดมากเกินไป 

เรนเดลตัดสินใจให้อีกฝ่ายเอนกายพิงตน เขาได้แต่รอเวลาและสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้คนในอ้อมแขนอดทนอีกสักนิดก็ยังดี... 

อีธานหลับตาลงก่อนที่ภาพความทรงจำตั้งแต่ในวัยเด็กจะไหลย้อนเข้ามาในหัว ภาพที่เขาจับปืนครั้งแรก ภาพที่เขาฆ่าคนครั้งแรก หรือแม้กระทั่ง ภาพคนที่เขารักถูกพรากชีวิตไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครเป็นคนบอกกันล่ะว่า...เขามันไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึก แล้วใครเป็นคนตัดสินกันล่ะว่า...เขาเป็นมัจจุราชที่ยังมีชีวิต 

ใบหน้าหล่อยามนี้ระบายยิ้มออกมาบางๆเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ริมฝีปากหยักซีดเซียวขยับเอ่ยคำด้วยเสียงแหบ 

“ความรัก...ไม่ใช่สิ่งหลอกลวง” 

“อีธาน...” 

“แต่มัน คือ ความอ่อนแอ” 

'นายรู้อะไรไหมลีโอ ถึงฉันจะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นแบบนั้น แต่ฉันก็เลือกที่จะเก็บนายไว้ข้างกาย เพราะฉะนั้น นายไม่ผิดหรอกนะ…' 

‘มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้น่ะ ล้วนมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่ากังวลไปเลยนะ นายไม่ผิดสักนิดเดียว...’ 

อีธานได้แต่ทวนประโยคนั้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมเขาถึงพูดมันออกไปไม่ได้กัน 

ได้โปรด.. 

ขอร้อง.. 

อย่าพึ่งเข้าใจตัวเขาผิด 

คนฟังได้แต่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ จนกระทั่งวิลเลี่ยมที่นั่งดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ยิ้มเย้ยหยันให้กับภาพตรงหน้าอย่างยากเย็น ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงต่ำก่อนจะดังขึ้นจนลีโอต้องเงยหน้าขึ้นสบ 

"ใช่แล้วอีธาน ลีโอน่ะ คือ จุดอ่อนของแก!" 

"หุบปากซะ" ลีโอสวนกลับ 

“ทำไมกัน ฉันพูดอะไรผิดงั้นหรอลีโอ” 

“หุบปาก!!” 

“เธอน่ะ คือ จุดอ่อนของอีธาน!!!! อึก..” วิลเลี่ยมตะโกนขึ้นพร้อมกับสำลักเลือดออกมา ประโยคนั่นราวกับจะตอกย้ำในสิ่งที่อีธานพูดก่อนหน้า 

"......." 

“ดูแกสิอีธาน...อีกไม่นานแกก็จะลงนรกไปพร้อมกับฉันแล้ว” ลีโอกัดฟันกรอด ความโกรธค่อยๆครอบงำจิตใจเขาทีละน้อย 

“ผมบอกให้คุณ...หุบปากเน่าๆนั่นซะ” 

“ทำไมล่ะลีโอ อึก...เธอคงรู้สึกผิดจนอยากจะตายตามอีธานไปเลยใช่ไหมล่ะ” 

“........” 

“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ...เพราะฉันจะลากเธอลงนรกด้วยเหมือนกัน” 

ไม่นานนักเสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากฝั่งท้ายเรือ กว่าจะรู้ตัวอีกทีลีโอก็คว้าปืนที่ตกอยู่ข้างกาย ยกขึ้นกระหน่ำยิงหลายนัดติดต่อกันจนหมดแม็ก ร่างของวิลเลี่ยมกระตุกทุกครั้งที่กระสุนแล่นผ่าน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจนสิ้นลม 

ลีโอโยนปืนกระบอกนั้นทิ้ง และหันมาพูดกับอีธาน "คุณยังขยับตัวไหวใช่ไหม" คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบ ถึงแม้ว่าร่างกายจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของลีโอ ใจกลับสวนทางเสียอย่างนั้น 

เขายังอยากมีชีวิตรอด... 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนย่อตัวลงให้อีธานเป็นฝ่ายขี่หลังเขา มาเฟียหนุ่มกัดฟัน และยึดบ่าของลีโอไว้หลวมๆ 

“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะพาคุณออกไป..” 

เมื่อออกมาถึงด้านนอก สถานการณ์กำลังตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนบนเรือต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ลีโอเห็นกลุ่มควันโขมงมาจากท้ายเรือ 

เพียงเท่านี้ก็พออนุมานได้กลายๆว่าห้องเครื่องคงเสียหายทั้งหมดแล้ว น้ำกำลังล้นทะลักเข้ามาภายใน เรือกำลังจะจมลงในอีกไม่ช้า 

ลีโอก้าวไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล 

ความช่วยเหลืออยู่เพียงด้านหน้าเท่านี้เอง ไม่ว่าจะถูกเบียดหรือถูกชนไปกี่ครั้ง เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะล้มลงเลยแม้แต่น้อย 

"อดทนอีกหน่อยนะอีธาน" 

เมื่อกะลาสีที่ให้ความช่วยเรือผู้โดยสารบนลำเห็นพวกเขาก็รีบเข้ามาช่วยเขาหามร่างของอีธานอีกแรง กระทั่งตอนนี้พวกเขาได้เข้ามานั่งในเรือสำรองเรียบร้อยแล้ว 

ภายในใจของชายหนุ่มเหมือนมีไฟแห่งความหวังรางๆ ทว่าไฟนั้นกลับไหวลงเมื่อหันมามองคนข้างกายที่เงียบจนผิดปกติ "อีธาน…" ลีโอสะกิดเรียกพร้อมกับประคองใบหน้าหล่อที่ซีดเซียวปานร่างไร้วิญญาณ 

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ 

"อีธาน คุณ…" ลีโอฝืนยิ้มพร้อมกับเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงที่สั่นเครือ และผลลัพธ์กลับเป็นเช่นเดิม ไร้เสียงตอบรับ 

เขาค่อยๆโน้มหน้าซบกับบ่าแกร่งอย่างอ่อนล้า น้ำที่รื้นอยู่ที่ขอบตาไหลลงมาท่ามกลางความเงียบงัน กระทั่งรู้สึกถึงสัมผัสเบาบางที่ศีรษะ ลีโอเงยหน้าขึ้นสบนัยน์ตาสีอำพันทั้งน้ำตา "ฉันบอกแล้ว...ใช่ไหม" 

"......" 

"ว่าอย่าร้อง" 

เมื่อสิ้นเสียงของอีธาน ลีโอก็ปล่อยโฮออกมาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างทันที “ผม ฮึก...คิดว่าคุณ...ตายแล้ว” เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสาย ราวกับว่าลีโอกลับไปเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง 

อีธานคลี่ยิ้มอ่อนโยนด้วยแววตาที่เหนื่อยอ่อนพร้อมกับสางเรือนผมนุ่มไปพลาง เขาได้แต่คิด คนที่เจ็บปางตายและควรร้องไห้ ควรจะเป็นเขาไม่ใช่รึไงกัน 

เจ้าลูกสิงโตขี้แย 

"ลีโอ" 

"......" 

"กลับบ้านเรากัน…" 

 

 

♜ THE MISSION SNIPER ♜ 

 

 

อีธานได้สติคืนมาในช่วงอาทิตย์แรก หลังจากฤทธิ์ของยาหมดลง ความเจ็บก็เข้าเล่นงานมาเฟียหนุ่มจนอดเบ้หน้าไม่ได้ ยิ่งในช่วงวันแรกจะทรมานเอามากๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าลูกสิงโตของเขากัน ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกว่าลีโอไม่ปกติ ถามคำตอบคำ เวลาพูดด้วยก็จะไม่สบตาเหมือนแต่ก่อน เหมือนกับว่าอีกฝ่ายกำลังหลบหน้าเขาอยู่เสียอย่างงั้น 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? 

เขารู้สึก...หงุดหงิดชะมัด 

เจ้าของเรือนผมสีดำเสตามองไปทางลีโอที่กำลังนั่งปลอกผลไม้อยู่ตรงโซฟา ก่อนจะเปิดปากเรียก “ลีโอ” คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย และหันมามองทางเขา 

“ครับ?” 

“เปล่า ไม่มีอะไร” 

อีธานพรูลมหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ “ช่วยปรับเตียงให้หน่อยสิ มันต่ำไป” ลีโอพยักหน้าพร้อมกับวางผลไม้ลงในถาด อีกฝ่ายเดินเข้ามากดปุ่มปรับเตียงให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย 

“แบบนี้โอเคไหมครับ” 

“อืม” 

หลังจากลีโอปอกผลไม้เสร็จ ก็ยกจานมาวางไว้ด้านหน้าเขา 

อีธานมองแอปเปิลที่หั่นเรียงไว้ในจาน จากนั้นจึงเงยหน้าสบสายตากับคนด้านหน้า เป็นไปตามที่คิด ลีโอเป็นฝ่ายหลบตาอีกแล้ว 

เขากระตุกยิ้มมุมปาก 

จะทำแบบนี้ใช่ไหมลีโอ ได้.... 

“ลีโอ” 

“...ครับ?” 

“ป้อนหน่อยสิ เจ็บแผล” 

“........” 

ชายหนุ่มเงียบแทนคำตอบ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมส่งแอปเปิลเข้าปากอีธาน ทีละชิ้นๆจนหมด 

“หวานมาก” เอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากล่าง 

มือปืนหนุ่มเห็นดังนั้นจึงอ้าปากพะงาบๆเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด แถมยังเดินหนีเขาไปนั่งดูทีวีอีกต่างหาก 

เด็กดื้อ... 

และเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน อีธานเป็นฝ่ายเรียกลีโออีกรอบ 

“ลีโอ” 

“ครับ?” 

“หิวน้ำ” 

อีกรอบ.... 

“ลีโอ” 

“ครับ?” 

“เปลี่ยนช่องหน่อยสิ ฉันไม่อยากดูข่าว” 

และอีกรอบ..... 

“ลีโอ” 

“......” 

“ลีโอ เรนเดล” 

“ครับ...” เสียงเจ้าลูกสิงโตดูหน่ายลงอย่างเห็นได้ชัด 

“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ” 

เรนเดลกระตุกยิ้มบางๆ “เดี๋ยวผมจะเรียกพยาบาลให้” อีธานได้ยินดังนั้นก็ปฏิเสธทันควัน โดยอ้างว่าอยากให้ชายหนุ่มเป็นคนพาไปแทน อีกอย่างห้องน้ำก็อยู่แค่ด้านข้างนี้เอง 

“ช่วยพยุงหน่อย” คนฟังพรูลมหายใจ และเข้าไปช่วยประคองร่างสูงใหญ่ของอีธานที่กำลังลุกขึ้นจากเตียง ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับฉุดเขาให้นอนลงด้านข้าง จากนั้นจึงพลิกตัวเป็นฝ่ายคร่อม กลับกลายเป็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงแทน คือ ลีโอ 

ลีโออ้าปากเหวอ 

“นี่...นี่คุณทำอะไรเนี่ย!” 

อีธานมีสีหน้าไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงต่ำ เข้าใกล้คนใต้ร่างทีละนิด ก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน เขาก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน 

“ยอมมองหน้ากันตรงๆแล้วเหรอ” 

“....” 

“ต้องให้ใช้วิธีนี้ใช่ไหม นายถึงจะยอมมองมาที่ฉัน” ขณะนั้นใบหน้าได้รูปของลีโอถูกยึดไว้ด้วยมือหนา เขาไม่อาจละสายตาออกจากคนตรงหน้าได้เลย 

“รู้อะไรไหมลีโอ นายมันดื้อ” 

ใช่สิอีธาน เขามันไม่เหมือนชาร์ล็อตที่ว่าง่าย ไม่เหมือนโนเอลที่คอยทำตามคำสั่งทุกอย่างหนิ ลีโอตัดพ้อในใจ 

“แถมยัง...ชอบทำให้ฉันเป็นห่วง” 

“......” 

“วันนั้น บนเรือ...ฉันไม่ได้หมายความอย่างที่วิลเลี่ยมพูด” นิ้วโป้งของอีธานเกลี่ยริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา การกระทำของคนด้านบนทำเอาเขานอนนิ่งไม่ปริปากพูดอะไร 

“มันจริงอยู่ที่ความรักไม่ใช่สิ่งหลอกลวง แต่มันคือ ความอ่อนแอ” 

ทำไมถึงได้พูดคำนั้นออกมากันอีธาน… 

“มาเฟียไม่ควรจะยึดติดกับความรัก มือปืนเองก็เช่นกัน เราไม่ควรมีความรัก นั่นจะทำให้ทั้งตัวนาย และฉันไม่ปลอดภัย” ลีโอขยำผ้าปูเตียงแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด พอได้แล้ว...เขาไม่อยากฟัง 

“เราไม่ควรมาเจอกัน” ขอบตาของเขารู้สึกร้อนผ่าว ลีโอทนมองคนตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอียงหน้าหนี แต่นั่นทำให้อีธานต้องจับหน้าเขาให้หันกลับมา 

“คุณ...พูดแบบนั้นทำไม” 

“เราไม่ควรพบกัน ไม่ควรรักกัน ฉันกับนาย...เราไม่ควรอยู่บนเส้นทางเดียวกัน” 

พอสักที ได้โปรดเถอะอีธาน... 

“แต่จะว่าไปนะลีโอ พอมาคิดถึงตรงนี้แล้ว...ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แค่นึกถึงตอนตื่นขึ้นมา แล้วไม่มีนายอยู่ข้างๆ มันก็เจ็บปวด...” เจ้าของเรือนผมสีอ่อนนิ่งงัน หยดน้ำตาค่อยไหลอาบพวงแก้มทั้งสอง ก่อนจะที่อีธานจะใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้เขา 

อีกฝ่ายก้มลงจุมพิตที่เปลือกตาชื้นแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเขาจะแตกสลายกลายเป็นธุลี 

“และเรื่องวันนั้น การที่ฉันรับกระสุนแทนนาย ไม่ใช่เพราะนายคือจุดอ่อนของฉัน แต่มันเป็นเพราะ...” 

“.......” 

“เพราะนาย คือ สิ่งสำคัญที่ฉันอยากปกป้อง” 

“อีธาน...” 

“นายมีความหมายกับฉันมาก ลีโอ” 

“อื้ม คุณเองก็มีความหมายกับผมมากเช่นกัน” 

 

 

 

-The end- 

 

จบแล้วจ้าาาาา ปรบมืออออ แปะๆๆๆๆ 

ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษนักอ่านทุกท่านนะคะที่จู่ๆหมาหายไปครึ่งปี แล้วก็ไม่ได้แจ้งอะไรไว้ TT แต่อย่างที่บอกไปว่านิยายเรื่องนี้หมาจะมาสานต่อให้จบแน่นอน และสุดท้ายก็จบจนได้ เยยยย่! 

และสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านมากนะคะที่ติดตามตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนสุดท้าย เป็นเรื่องแรกเลยที่หมาแต่งจบ แล้วก็ถ้านิยายเรื่องนี้มีตรงไหนที่ทำให้ไม่ถูกใจก็ขอกราบขออภัยด้วยเน้อ _/\_ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว