email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19.คำสั่ง หรือ บทลงโทษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 19.คำสั่ง หรือ บทลงโทษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 197

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2563 08:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19.คำสั่ง หรือ บทลงโทษ
แบบอักษร

“เช้านี้ องค์ชายดูสดใสขึ้นกว่าทุกวันนะพะยะค่ะ”

“.....!”

ขันทีชองกำลังทำหน้าที่สวมฉลองพระองค์ให้แก่องค์ชายด้วยความปราณีต จึงสังเกตุได้ว่าร่างสูงกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

“เรื่องนางในทั้งสองคนนั้น....?”

“อ่อ กระหม่อมจัดการเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ ตอนนี้ทั้งสองคนกลับไปที่ตำหนักของคุณหนูคังอียูแล้วพะยะค่ะ”

“อืม”

“อะ องค์ชาย จะทรงเสด็จไปไหนหรือพะยะค่ะ?!!”

ขันทีชองถามขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างสูงเดินตรงไปยังประตูโดยไม่ได้บอกกล่าว

“ข้าเบื่อที่จะอยู่แต่ในตำหนัก วันนี้ข้าจะไปหอสมุด”

“พะยะค่ะ!”

ขันทีเอียงคอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หากพระองค์ทรงเบื่อ พระองค์ก็จะต้องแอบหนีออกไปนอกวังเหมือนอย่างที่เคยทำมา แต่ทรงขังตัวเองอยู่ในตำหนักทำไมกัน กระหม่อมงงเหลือเกินพะยะค่ะ

หอสมุด ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนพันธุ์ไม้ เป็นสถานที่ส่วนพระองค์ ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้

ตำหนักคังอียู

“......”

“........!”

“........!”

นางในทั้งสองนั่งก้มหน้างุดๆ อย่างไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอะไรออกไป อียูถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเลื่อนโต๊ะสำรับข้างหน้าไปทางจีมินกับจีซู

“พวกเจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว”

“!!!!!!”

“!!!!”

จีมินและจีซูเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายของตนด้วยความแปลกใจ เพราะตนนึกว่าจะต้องถูกว่าเป็นการใหญ่ แต่คุณหนูกลับมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

“คุณหนู ไม่โกรธหม่อมฉันสองคนหรือเจ้าคะ?!”

“ข้าจะโกรธพวกเจ้าลงได้ยังไง รีบกินก่อนที่อาหารจะเย็น”

“จะ เจ้าค่ะ!!”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ!!”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองกินอาหารในสำรับตามที่นตนบอกด้วยสีหน้าสำนึกผิด อียูก็ฉีกยิ้มกว้างให้กับทั้งสองอย่างใจดี ทั้งสองคนคงจะต้องลำบากไม่น้อยหลังจากที่ถูกจับไปทั้งคืนแบบนั้น น่าสงสารเสียจริง

“สารจากองค์รัชทายาท!”

“...!!!”

เมื่อได้ยินคนพูดอยู่หน้าประตู จีมินจึงรีบวางตะเกียบลงแล้วรีบลุกออกไปดูทันที

“จดหมายจากองค์ชายเจ้าค่ะ”

“.......!”

จีมินยื่นซองจดหมายให้คุณหนูด้วยสีหน้าเลิกลักพอสมควร จนจีซูต้องรีบดึงแขนให้เพื่อนของตนนั่งลงทันที

อียูเปิดซองจดหมายขึ้นอ่านในทันที อย่างไม่รีรอ

‘มาพบข้า ที่หอสมุด’

“......!”

เมื่อเห็นว่ามีเพียงประโยคสั้นๆ แค่นั้น ร่างเล็กจึงพลิกกระดาษไปมาอย่างฉงน ใช้หมึกได้ทรงประหยัดเสียจริง ทำไมไม่ให้ขันที่ที่เอาเจ้านี่มาให้ บอกกับข้าโดยตรงเลยซะก็สิ้นเรื่อง

สองเท้าเล็กยืนจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าประตูหองสมุดตามที่องค์ชายทรงให้พบ ภายนอกหอสมุดไร้ผู้คน ทหารที่ควรจะยืนอยู่ตามจุด ทุกๆ ทางเข้าออก รวมไปถึงขบวนตามเสด็จก็ไม่มี อียูจึงไม่มั่นใจนักว่าองค์ชายทรงมาถึงที่นี่หรือยัง

แอดดด!!!

มือเล็กค่อยๆ ผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออก อียูใช้เพียงส่วนหัวยื่นเข้าไปส่องดูข้างในพรางใช้สายตาสอดส่อง ภายในช่างกว้างใหญ่แต่เต็มไปด้วยชั้นสมุดบันทึกซ้อนกันเป็นชั้นมากมายจนนับไม่ท่วน เมื่อเห็นว่าไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ข้าจึงก้าวข้ามขอบประตูเข้ามาด้วยความสบายใจ

ร่างเล็กค่อยๆ เดินสำรวจชั้นสมุดบันทึกด้วยความตื่นตาเพราะตนเพิ่งจะเคยเห็นบันทึกที่เยอะและบางเล่มมีเพียงเล่มเดียวในโซซอล นิ้วเรียวแตะไล่เรียงไปบนสันปกพรางอ่านชื่อบันทึกไปตามทางเดิน

“......!”

เมื่อเดินมาถึงบริเวณชั้นสมุดบันทึกชั้นสุดท้ายที่ด้านหลังเป็นเพียงพนังทึบ อียูหยุดนิ่งพรางยกมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจ เพราะสิ่งที่เห็นคือร่างขององค์ชายซอลมินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นศรีษะเอียงพิงชั้นวางสมุดบันทึก ในมือข้างหนึ่งยังคงถือสมุดเล่มบางไว้อย่างหลวมๆ ช่างเหมือนกับเด็กที่แอบหลับในเวลาเรียนเสียจริง

เห็นอย่างนั้นนางจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ แล้วนั่งลงเอามือกุมหัวเข่า พรางใช้สายตามองสำรวจใบหน้าที่ไร้สติอย่างพินิจพิเคราะห์

ข้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้ารู้จักเขาในแบบที่ไม่ใช่องค์รัชทายาทมาตลอด ข้าหลงรักเขาอย่างไม่ต้องสงสัยและ ข้าอยู่ใกล้กับเขามาตลอดโดยที่ไม่ไม่เคยนึกฝัน เอาแต่เฝ้าคิดถึง ในเวลาเดียวกันก็เกลียดเขาด้วย ใบหน้าขาวใสผุดรอยยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

“หลงไหลข้าขนาดนั้นเลยหรือ?”

อียูถึงกับตกใจเบิกตากว้าง เมื่ออยู่ๆ ร่างสูงก็พูดออกมาทั้งที่กำลังหลับตาอยู่

“เอ๋!!? ปะ เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่.ว๊ายย!!!”

“.....”

เมื่อเห็นว่าอียูกำลังจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน ซอลมินไม่รอช้ารีบคว้าแขนเล็กของนางก่อนจะออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย ร่างเล็กก็หมุนเป็นลูกข่างอย่างไร้การควบคุมล้มลงในอ้อมแขนแข็งแรงขององค์ชายอย่างไม่ตั้งใจ

“ปะ !! ปลอยนะเพ!!...!”

“ชู่~~~!”

“...!!”

อียูดิ้นกุกกักราวกับเด็กเล็ก ซอลมินใช้นิ้วชี้แตะที่ริมผีปากก่อนพร้อมกับออกเสียง ชู่~~ ให้หญิงสาวอยู่นิ่งๆ แล้วเงียบเสียงลง

“เหตุใดองค์ชายจึงทำเช่นนี้??!!!”

“เหตผลมีเพียงข้อเดียว แต่ข้าคงอธิบายทั้งหมดไม่ได้ เพราะข้าอาจจะ มีอาการพูดติดๆ ขัดๆ อย่างไม่เป็นธรรมชาติ อาจทำให้การสื่อความหมายนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก”

“องค์ชาย.....ทรงเป็นอะไรไปหรือเพคะ??”

“....!”

อียูนิ่งไปถนัดตาเพราะคำพูดแปลกๆ ขององค์ชาย เขาอาจจะอ่านบันทึกหนักเกินไปจนไม่ได้พักผ่อน จึงเผลอพูดเพ้อเจ้อจนทำเอาคนฟังอย่างข้างงอย่างไม่ต้องสงสัย ซอลมินมองหน้าคนตัวเล็กนิ่งเงียบ

“จะทรงปล่อยหม่อมฉันได้หรือยังเพคะ?”

“......อืม”

ถึงแม้จะอยากอยู่ให้นานกว่านี้ แต่เขาก็จำเป็นต้องปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นอิสระ แขนแข็งแรงที่รัดรอบเอวบางค่อยๆคลายออกอย่างนึกเสียดาย

“นั่น องค์ชายทรงอ่านอะไรอยู่หรือเพ..!!!”

“เปล่า! ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

เมื่อเห็นว่าอียูกำลังจะก้มไปหยิบสมุดบันทึกที่องค์ชายอ่านทิ้งไว้บนพื้น ร่างสูงจึงรีบก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ ด้วยใบหน้าราบเรียบ พรางใช้เท้าเขี่ยสมุดบันทึกที่พื้นเข้าไปใต้ชั้นวาง

ซอลมินยิ้มอย่างสบายใจก่อนจะเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังเดินผ่านอียูไปยังโต๊ะทรงอักษรที่มีบันทึกมากมายวางอยู่ระเกะระกะ

อียูเดินตามซอลมินพรางสังเกตพฤติกรรมขององค์ชายไม่ให้คลาดสายตา

“องค์ชายไม่ทรงลงโทษอะไรหม่อมฉันหรือเพคะ?”

“.....”

เมื่อเห็นว่าองค์ชายไม่ได้พูดอะไร นอกจากนั่งอ่านบันทึก และเหลือบตามองอียูเป็นระยะ จนคนตัวเล็กเริ่มเบื่อหน่าย

“ข้ายังคิดอะไรไม่ออก เจ้าพักผ่อนได้ตามสบาย ข้าอนุญาต”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“......!”

“เพคะ!”

ซอลมินเงยหน้าขึ้นจากบันทึกยกยิ้มอย่างพออกพอใจ ก็เขาคิดไม่ออกจริงๆ นั่นแหละว่าจะลงโทษอะไรอียูได้ ในเมื่อเจ้าตัวไม่ได้ทำผิดอะไร

“อยู่กับข้าเจ้าทำตัวเหมือนข้าเป็นองครักษ์คนนึงได้ ข้าอนุญาต”

“นั่นถือว่าเป็นรับสั่งหรือบทลงโทษเพคะ?”

“ก็ทั้งสองอย่าง”

“.....”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นใบหน้าขาวใสก็เริ่มชาขึ้นอย่างไม่รู้ตัว จนต้องรีบหันหลังทำทีว่าเลือกดูบันทึกบนชั้นวางไปพรางๆ เขาพูดแบบนั้นด้วยท่าทางสบายใจแบบนั้นได้อย่างไร?!

“องค์ชายพะยะค่ะ”

“อืม..”

เวลาร่วงเลยไปไม่นานอียูที่ยืนพิงชั้นสมุดบันทึกอ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์อยู่มุมห้อง เสียงของขันทีชองก็ดังขึ้นอยู่หน้าประตู ซอลมินที่นั่งอยู่บนโต๊ะจึงรับปากพรางเงยหน้ามอง

“คุณหนู จิน มุนอา ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

“.....!”

ซอลมินนิ่งเงียบกำสิ่งที่ได้ยิน พรางมองลอดชั้นวางสมุดบันทึกมองไปคนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอียูไม่ได้มีท่าทีสนใจใดๆ ยังคงหันหลังพิงชั้นวางแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านบางสิ่งต่อ

“เข้ามา”

แอดดดด!!

ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างหญิงสาวปรากฏ มุมอาถอนสายบัวด้วยท่าทีน้อมน้อมเหมือนอย่างทุกครั้ง พรางเดินเข้ามาใกล้

“หม่อมฉันตั้งใจจะเข้าเฝ้าเสด็จพี่ แต่ทรงไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก หม่อมฉันคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ออกมาเดินเล่นแถวนี้แล้วพบเข้ากับขันทีชอง”

“.....”

มุมอาหัวเราะเล็กด้วยสงวนกิริยา นางไม่รู้เลยว่ายังคงมีอีกหนึ่งคนอยู่ในห้อง เพราะชั้นหนังสือบดบังการมองเห็นไปเสียหมด

“เจ้ามีเรื่องใดอยากพบข้าอย่างนั้นหรือ?”

“เหตุผลมีเพียงข้อเดียวเพคะ.....หม่อมฉันคิดถึงเสด็จพี่”

“.....!”

“.....!”

แม้จะรู้ว่าจะได้คำตอบเดิมๆ จากมุมอา เพราะนางมักจะเข้าเฝ้าด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน นางยิ้มอย่างเขินอายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยตนพยายามเข้าเฝ้าองค์ชายบ่อยเท่าที่จะทำได้ เพื่อหวังว่าสักวันองค์ชายจะมีใจให้กับตนบ้างในสักวัน

“จิ๊ๆๆ”

อียูจึ๊ปากเบาๆ ด้วยความหมั่นใส้ แต่ก็ยังคงยืนอ่านหนังสือต่อไป อย่างไม่สนใจที่จะหันไปมอง

“องค์ชายทรงเสวยกลางวันหรือยังเพคะ หม่อมฉันเตรียมสำรับคาวหวานเอาไว้ให้ที่ด้านนอก เกรงว่าด้านในคงจะไม่เหมาะ”

“ข้ายังไม่หิว ขอบใจเจ้ามาก”

“เอ๋ ?? แต่ว่า!!”

มุนอาหน้าหงอยลงด้วยความผิดหวัง อียูเองเมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงแอบยิ้ม พรางใช้นิ้วพลิกหน้ากระดาษด้วยความสบายใจ

“เสด็จพี่ทรงสนใจบันทึก มากกว่าหญิงสาวที่สวยขนาดนี่ได้อย่างไรนะเพคะ?”

“......”

มุมอาพูดพรางถือวิสาสะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ องค์ชายอย่างซุกซน ซอลมินไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่กระแอมในลำคอเตือนไม่ให้นางเข้ามามากกว่านี้

“ขออภัยเพคะ หม่อมฉันจะระวังตัวมากกว่านี้”

“ชายหญิง ไม่ควรอยู่ตามลำพัง เจ้าจะดูไม่ดี กลับไปพักผ่อนเสียเถอะ”

“เสด็จพี่ทรงกังวลมากเกินไปนะเพคะ ให้หม่อมฉันได้อยู่ใกล้ๆ กับเสด็จพี่เพียงเท่านี้ก็ไม่ได้หรือ?”

“ตามใจเจ้า”

“ขอบพระทัยเพคะ”

มุนอาย่นจมูกอย่างงอนๆ ซอลมินถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะพูดออกไปอย่างไม่ได้สนใจ ทำเอาสาวเจ้าดีใจจนเนื้อเต้น ร่างสูงหันกลับมาสนใจบันทึกในมือพรางเหลือบมองใครบางคนที่ยังคงยืนนิ่งในมุมมืดด้วยความอยากรู้อยากเห็นเสียเอง

“อืมม เสด็จพี่ทรงเมื่อยบ้างหรือไม่? หม่อมฉันมีมือวิเศษที่สามารถนวดจนหายจากอาการปวดเมื่อยราวกับมีเวทมนต์เลยเพคะ?”

“เจ้าทำข้าเสียสมาธิ เพราะเสียงเจื้อยแจ...!!!”

หมับ!!

“ขออภัยให้หม่อมฉันด้วยนะเพคะ ทรงอยู่นิ่งๆ เพียงไม่นานแล้วหม่อมฉันก็จะไปตามที่เสด็จพี่ต้องการ”

“....!”

มุนอาไม่สนแม้เบื้องหน้าจะเป็นองค์รัชทายาท เพราะในสักวันตนก็อาจจะได้อยู่ในตำแหน่งพระชายา นางคลานเข่าไปทางด้านหลังของร่างสูงก่อนจะบรรจงนวดเบาๆ ที่หัวไหล่ด้านซ้ายของซอลมิน

ปึง!!

“ว๊ายย!!!”

เสียงสันปกบันทึกเล่มหนาล่วงลงพื้นดังลั่น จนคุณหนูมุนอาสะดุ้งร้องว้ายด้วยตวามตกใจมือที่บีบนวดเมื่อครู่ถูกชักกลับในทันที ซอลมินกระตุกยิ้มพรางก้มหน้าทำทีว่าอ่านบันทึกตรงหน้าต่อ

“นะ นั่นใครกัน!? มีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วยหรือเพคะ!!”

“ว้าาา ข้านี่ซู่มซ่ามเสียได้”

อียูก้มหยิบสมุดบันทึกขึ้นจากพื้นพรางใช้มือปัดฝุ่นออกก่อนจะวางไว้ตามเดิม มุนอาเห็นอย่างนั้นจึงลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้า อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร?”

“ตั้งแต่แรก”

“เหตุใดจึงไม่แสดงตัว ไม่รู้หรือว่าข้ามาเข้าเฝ้าเสด็จพี่?!”

“ข้าไม่ได้สนใจ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ข้าไม่เอาไปบอกใครอย่างแน่นอน”

“หยุดสักที!”

ซอลมินปิดสมุดบันทึกลงด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะเปิดศึก มุนอาจึงรีบเดินคอตกอย่างสำนึกผิดนั่งลงฝั่งตรงข้ามองค์ชายอย่างไม่ต้องพูดอะไรมาก

“ขออภัยเสด็จพี่ หม่อมฉันเพียงตกใจที่มีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วย”

“อ่าาา ไม่ต้องตกใจ ข้ากำลังจะไปแล้ว เชิญตามสะบายเลยเจ้าค่ะ”

“ใครอนุญาตให้เจ้าไป?”

ทั้งสองหันมองหน้าขององค์ชายพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เมื่อได้ยินที่องค์ชายตรัส อียูเองที่นิ่งเงียบกับคำถามนั้นเพราะสีหน้าของซอลมินช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน

“มุนอา ข้าสั่งห้ามเจ้าก้าวเข้ามาที่นี่อีก”

“เสด็จพี่!!!”

“มิเช่นนั้น จะหาว่าข้าไม่เตือน”

“ได้ เสด็จพี่!!!!”

มุนอาก้มหน้ารับสั่งด้วยสีหน้าที่กำลังจะร้องไห้ นางลุกขึ้นยืนก้มหัวให้แก่องค์ชาย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ด้วยใบหน้าเศร้าเสียใจ

“ส่วนเจ้า”

“...!!!!”

สายตาดุๆ หันไปมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ยืนนิ่งไปตั้งแต่เมื่อกี้ ทำเอาอียูสะดุ้งไปเล็กน้อย เพราะความหวาดกลัวในรังสีของอำนาจที่แผ่ออกมาไม่ยอมหยุดนั้น

“นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องอยู่ในทุกๆ ที่มี่มีข้า”

“....!”

“ไม่ว่าข้าจะไปที่ไหน เจ้าจะต้องอยู่ข้างๆ”

“นั่นถือเป็นรับสั่งหรือบทลงโทษกันแน่?”

“เป็นหน้าที่”

“.......!”

อียูถามซอลมินด้วยสีหน้าลอยเพ้อไปไกล ข้าดีใจได้ใช่ไหมที่ซอลมินพูดแบบนั้นออกมา มันเหมือนกับว่าฝันของข้ากำลังเป็นจริง เพียงแต่ข้าไม่อาจแสดงออกไปว่ารู้สึกแบบไหน........

ความคิดเห็น