ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ 1 คอมเม้นท์ 1วิว = 1 กำลังใจ ขอบคุณมากๆ จ้า

บทที่ 2 ของสำคัญที่หายไป (2)

ชื่อตอน : บทที่ 2 ของสำคัญที่หายไป (2)

คำค้น : ลิขิตรักกับดักซาตาน เป้ นิกกี้ ซาตาน พระเอกใจร้าย ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2559 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ของสำคัญที่หายไป (2)
แบบอักษร

 

 บทที่ ของสำคัญที่หายไป

 

“ของที่เธอว่าเป็นของเธอมันมีลักษณะอย่างไร” ปกรณ์เอ่ยถามด้วยคำถามแสนง่ายและเขาก็แน่ใจว่าหล่อนต้องตอบได้ เพราะสิ่งของชิ้นนั้นเป็นของหญิงสาวตรงหน้า...เขารู้ว่าไม่ผิดแน่ เพราะเธอเป็นคนทำตกไว้ให้เขาได้สร้างเกมสนุกๆ นี้ขึ้นมา

“ถุงผ้าสีเงิน...คือสิ่งที่ใช้บรรจุของข้างในนั่น และของชิ้นนั้นก็เป็นของที่สำคัญกับฉันมาก มันคือล็อกเก็ตสีเงิน” มุนินทร์อธิบายถึงของสำคัญที่มันมีความหมายสำหรับเธอยิ่งนัก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งเหมือนต้องการพลังกายพลังใจเพิ่มขึ้น

“ด้านหนึ่งจะมีรูปแกะสลักเป็นรูปนกยูงรำแพน อีกด้านจะมีรูปแกะสลักเป็นรูปเสือ ของชิ้นนี้เป็นเครื่องเงินที่หายากและมีค่ามากสำหรับฉัน เพราะคนสำคัญคนหนึ่งให้ไว้ก่อนที่เขาจะจากไป” หญิงสาวอธิบายต่อไปอีก เสียงหวานเจือแววหม่นเศร้าเล็กน้อยในตอนท้ายของประโยค แต่ชายหนุ่มก็เห็นแววตาหม่นนั้นได้ไม่นาน คนสวยก็ชักสีหน้า เชิดใส่เขาตอบกลับมาให้ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ฉันตอบไปแล้ว พอหรือยัง”

“ยัง...นอกจากรูปลักษณ์ที่เธอว่ามาแล้ว ล็อกเก็ตใช้งานอย่างไร มีอะไรอยู่ด้านในหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามต่อ ตาคมยังคงมองใบหน้างามนิ่ง หวังให้คนตรงหน้าตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจที่สุด

“ฝาเปิดจะมีปุ่มสำหรับเปิดฝังเอาไว้ด้วยพลอยชมพู ด้านในจะมี...รูปของคนที่ฉันรัก” เสียงหวานขาดห้วงเมื่อนึกถึงเจ้าของภาพที่อยู่ในล็อกเก็ต ภาพของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต หัวใจที่เสแสร้งเข้มแข็งกำลังจะอ่อนไหว แต่คนที่กำลังฟังกลับเข้าใจไปว่าภาพของคนที่เขาเห็นในล็อกเก็ตคือคนรักที่หญิงสาวพูดถึง ปกรณ์ถึงกับหน้านิ่ง หัวใจแกร่งกระตุกไหวอย่างช่วยไม่ได้เมื่อลึกๆ ภายในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจตนเอง

หลากหลายคำถามที่เขาเฝ้าคิดและถามอีกไม่กี่ประโยค หญิงสาวล้วนตอบเขาได้ถูกต้อง รวมถึงความสัมพันธ์ของคนตรงหน้ากับคนในรูป ที่คนตัวใหญ่ได้ฟังจากปากหญิงสาว เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจไปเองเรียบร้อยแล้ว คนที่นึกห่วงว่าหญิงสาวจะเป็นลูกสาวของคนในรูปจึงเลือนหายไปหมดสิ้น คราวนี้คนเจ้าเล่ห์นึกสนุกกับข้อสุดท้ายที่เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้เมื่อครู่นี่เอง

“ข้อสุดท้าย...ถ้าสิ่งของนั่นมันสำคัญกับเธอมากและเธออยากได้มันกลับไปจริงๆ เธอต้องจูบฉัน จูบให้ฉันพอใจแล้วฉันจะคืนมันให้”

ปกรณ์ยิ้มเย็น ตาคมหรี่มองอย่างเจ้าเล่ห์ นึกอยากรู้นักว่าคนที่เขารู้จักเลือกสาวสวยแต่ปากจัดตรงหน้าไปเป็นเมียเก็บหรือเลี้ยงเอาไว้ดูเล่นกันแน่ คนพูดอารมณ์ดียิ่งนัก แต่คนฟังกลับนั่งนิ่งเหมือนไม้ซุงท่อนใหญ่เสียอย่างนั้น

“ไอ้โรคจิต...นี่นาย!” มุนินทร์นึกรู้อยู่ในใจ พร้อมกับก่นด่าตัวเองไม่น้อยที่หลงเชื่อไอ้หน้าหล่อตามเขาเข้ามาในห้องจนได้ แต่เมื่อประโยคเด็ดหลุดออกมาจากปากชายหนุ่ม คนไม่เคยกลัวใครถึงกับไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“เธอกลัวฉันงั้นเหรอ ถ้ากลัวก็บอกมาตั้งแต่แรกสิ ว่าเธอน่ะมันเป็นหนูน้อยขี้ตกใจ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งฟังเสียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมานั่งร้องไห้เป่าปี่ให้ฟัง” หน้าหล่อยียวนไม่เลิก

“ใครบอกว่าฉันกลัว คนอย่างฉันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกลัวนาย คนอย่างฉันไม่ใช่เด็กน้อยที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ และนายจะได้รู้ว่าฉันเป็นคนจริงแค่ไหน” คนพูดพูดไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ในใจตอนนี้...มันเต้นกระหน่ำเพราะไม่เคยจะต้องมาทำอะไรอย่างนี้มาก่อน อีกอย่างเธอไม่ได้มีใจพิศวาสเขาแม้แต่น้อย การจะทำอะไรที่ไม่ต่างจากผู้หญิงขายบริการจึงทำให้หญิงสาวกล้ำกลืนฝืนทนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก

“งั้นก็ลงมือสิ” เสียงทุ้มยังท้าทายไม่เลิก

“แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าของของฉันอยู่ที่นี่จริงๆ ” มุนินทร์นึกอะไรขึ้นมาได้ หวังจะถูไถหาเรื่องรั้งเวลาให้นานที่สุด ถ้าหากโชคเข้าข้าง ไอ้โรคจิตเอาของออกมาให้ดูจริงๆ เธอจะใช้ความไวสุดชีวิตเท่าที่มีเพื่อฉกของมาจากมือเขาและวิ่งหนีหายไปให้ได้

“ฉันจะเอามาให้ดู” ปกรณ์ลุกพรวดเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะออกมาพร้อมกับถุงกำมะหยี่สีเงินที่เขาเก็บมาได้ ยิ่งเห็นว่าของสำคัญอยู่กับเขาจริงๆ มุนินทร์ถึงกับลุ้นว่าเธอจะมีโอกาสทำอย่างที่คิดไว้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงจะ...

แค่คิดว่าจะต้องทำท่าทางเหมือนหลงใหลได้ปลื้มอีตานี่ก็แทบจะอ้วกแล้ว ถ้าต้องถึงขั้น...จูบละก็...มีหวังฉันคงต้องกลั้นใจตายเพราะทำใจไม่ได้เป็นแน่

ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยความอะไร มือแกร่งชูถุงผ้าในมือให้ดู ก่อนจะรวบมันเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างๆ ตัวเขาอย่างรวดเร็ว คนที่กำลังเฝ้าหวังถึงกับหน้าสลดเมื่อโอกาสที่เฝ้ารอเลือนหายไปฉับพลัน

“คราวนี้เธอเริ่มได้แล้วล่ะ” ปกรณ์เอ่ยเสียงเรียบ เฝ้ารอการจู่โจมจากหญิงสาวตรงหน้า แววตาเย้ยหยันพร้อมยั่วโทสะคนตรงหน้าตลอดเวลาทำให้หญิงสาวนึกหมั่นไส้ และตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่างจนได้

มุนินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ซึ่งตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ เธอทำแบบนี้ไปหลายครั้งแล้ว ตาสวยๆ ปิดสนิทก่อนจะเปิดเผยแววตาที่เปลี่ยนไป มือเรียวยกมาปลดกระดุมด้านหนึ่งที่เอี้ยมตัวเก่ง คนที่นั่งมองอยู่ถึงกับใจสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ในตอนแรกเขาคิดจะแกล้งให้คนปากดีจนหนทาง แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ คนอยากสัมผัสปากนุ่มนั่นอีกครั้งถึงกับคิดแผนการออกมาได้ ปกรณ์นั่งนิ่งมองคนตรงหน้าส่งสายตาปรารถนาอย่างเผลอไผล ยิ่งตอนนี้หญิงสาวกำลังเข้ามาใกล้พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาหา

คนที่กำลังอยากจูบถึงกับหลับตาพริ้ม ร่างใหญ่นิ่งนาน แต่เขาก็ยังไม่ได้สัมผัสจากปากเนียนนุ่มนั่นเสียที ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อลมร้อนๆ เป่ารดอยู่ริมหู กลิ่นกายสาวหอมยั่วยวนจนความต้องการบางอย่างปะทุออกมาเสียแล้ว

“อืม” ชายหนุ่มถึงกับส่งเสียงครางในลำคออย่างพอใจ

มือแกร่งยกขึ้นมาหวังจะสัมผัสสะโพกกลมกลึงที่ตอนนี้อยู่ไม่ไกลเขาเลย หากแต่มือบางรั้งแขนเขาเอาไว้ก่อนจะยกมันมาจับแนบไว้กับพนักพิงของเก้าอี้ด้านหลังเขา

มุนินทร์เป่ารดลมร้อนๆ ตรงซอกคอเขาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวถอยห่าง พร้อมกับยกนิ้วเรียวเรียกใครบางคนให้ตามมา สายตาเชื้อเชิญนั่นช่างยั่วยวนจนเขาไม่อาจจะปฏิเสธได้ ร่างสูงแทบอยากกระโจนเข้าไปหาเธอเสียอย่างนั้น

ปกรณ์ยิ้มพอใจกับคนตรงหน้า เธอทำให้เขาร้อนได้ยิ่งกว่าใครๆ ที่เขาพบเจอจริงๆ แม้จะไม่เก่งกาจอะไรนัก แต่กลิ่นหอมๆ จากกายหล่อน รวมไปถึงปากนุ่มเนียนที่เขาได้เคยสัมผัสมาแล้ว ทำให้หัวใจที่เฝ้าหวังถึงกับหวั่นไหว เมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวได้ มือแกร่งไม่รอช้าที่จะโอบร่างงามเอาไว้แนบอก ใบหน้าหล่อก้มลงมามองสบตาหวานเชื่อมนั่นอย่างหลงใหล

มือเรียวไล้ลูบไปเรื่อยตั้งแต่แผ่นอกกว้าง ต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้ออวดลอนสวย ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดเมื่อมือบางยังเลื่อนต่ำลงไปอีกจนกระทั่งถึงเอวกางเกงตัวเก่ง มุนินทร์ปลดตะขอกางเกงของชายหนุ่มออกเพื่อให้กางเกงตัวหนานั่นหลุดได้ง่ายๆ ไม่นานนักมันก็หลุดร่วงลงมากองกับพื้น ปกรณ์วูบโหวงปนตื่นเต้น สิ่งที่หล่อนทำกระตุ้นแรงปรารถนาของเขาให้กระเจิงไปไหนต่อไหน ปากหยักอยากจะก้มลงประทับรอยจูบให้ฝังแน่นตรงแก้มนุ่ม แต่เจ้าของแก้มสวยกลับหลบลี้ไปเสียได้ จมูกโด่งจึงได้แต่สูดกลิ่นกายจากคอระหงและผมตรงสวยที่ปล่อยลงมาปรกแผ่นหลัง

“อย่าใจร้อนสิคะ” เสียงหวานสั่นพร่า ทำเอาคนฟังถึงกับสั่นไหว ประกายตาวาววับส่งไปให้ คิดเข้าข้างตัวเองไปไกล ว่าเธอคงหลงใหลในความหล่อของเขา เหมือนกับที่สาวๆ ทั่วไปก็เฝ้าฝันอยากสัมผัสเขาเช่นนี้เหมือนกัน คนตัวใหญ่แทบร้อนเป็นไฟ เมื่อเพลิงพิศวาสที่หญิงสาวจุดให้มันกำลังลุกโชน

มือบางเลื่อนมาโอบรอบคอแกร่ง ตาหวานส่งมาสื่อความหมายล้นเปี่ยมเจือแววเจ้าเล่ห์ดูเย้ายวนใจเขายิ่งนัก อารมณ์ปรารถนาพลุ่งพล่านเกินจะหักห้าม กายแกร่งร้อนฉ่ายิ่งกว่าปูก้ามโตโดนจับย่างไฟเสียอีก

จมูกโด่งกำลังโน้มต่ำลงมาหวังจะได้ยลกลิ่นแก้มเนียนตรงหน้า แต่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ทำอย่างใจหวัง อะไรบางอย่างลอยหวือผ่านม่านอากาศมากระแทกกล่องดวงใจเต็มแรง ความจุกแน่นประเดประดังเข้ามาจนเขาแทบหยุดหายใจ สองเท้าหนาหมดเรี่ยวแรงที่จะหยัดยืนต่อไปได้ มือแกร่งเลื่อนมากุมของสงวนที่ปวดปร่าเอาไว้อย่างเร็วก่อนจะเซซังล้มลงไปนอนนิ่งด้วยสีหน้าเจ็บปวดยิ่งนัก

“ฮาๆ เป็นไงล่ะอีตาบ้า จูบแสนหวานของฉัน ประทับใจไหมคะคุณโรคจิต” เสียงหวานหัวเราะร่วนเมื่อเธอประเคนเข่าแรงๆเข้าใส่กล่องดวงใจของชายหนุ่มแบบไม่ยั้ง ไม่ออมแรง ไม่มีสแตนด์อิน หรือแม้แต่ใช้มุมกล้องช่วย

มุนินทร์มองคนที่กำลังนอนหน้าดำหน้าเขียว นึกสะใจอยู่ไม่น้อย

ชิส์ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างนิกกี้ นึกว่าจะได้แอ้มฉันง่ายๆ งั้นเหรอไอ้โรคจิต ฝันไปเถอะ คนลามกอย่างนายมันต้องเจอแบบนี้ สมน้ำหน้า อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย

ตาสวยปรายมองคนเบื้องล่างที่นอนกองอยู่แทบเท้า ไม่ต่างจากหมาบ้าที่หมดฤทธิ์เพราะเจออิทธิฤทธิ์นิกกี้เข้าไปแบบเต็มๆ คนเจ็บได้แต่ฝืนลืมตามองยัยตัวแสบตาเขียวปั้ด

ร่างบางผละจากชายหนุ่มเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะตัวสวยที่เก็บของสำคัญของเธอเอาไว้ มุนินทร์ไม่รอช้า มือบางเอื้อมไปเปิดลิ้นชักก่อนจะหยิบถุงกำมะหยี่แสนสวยออกมาถือไว้ในมือ

“เธอ...ยัยตัวแสบ ฮึ่ย!” ปกรณ์กัดฟันกรอด พ่นเสียงพ่นพิษออกมาเท่าที่จะทำได้เพราะในตอนนี้แรงจะยันกายลุกขึ้นยังไม่มี คนเจ็บจึงทำได้เพียงแต่ส่งเสียงขู่พร้อมกับส่งตาเขียวๆ ไปให้

“ขอบใจนะนายโรคจิต ฉันไปล่ะ...อ้อ! เกือบลืมไปแน่ะ” มุนินทร์จีบปากจีบคอพูดล้อเลียนดารานางร้ายที่กำลังยั่วยวนพระเอกก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกครั้ง

“เธอ...เธอ! นั่น! นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ” ปกรณ์ชักใจไม่ดี คนที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นึกระแวงเมื่อร่างบางโน้มเข้ามาใกล้ แต่แล้วมือบางก็ตวัดกางเกงที่เขาถอดกองอยู่บนพื้นมาถือไว้อย่างรังเกียจ หากแต่ใบหน้ายิ้มเย็นนั้นรื่นรมย์อย่างหาที่สุดมิได้ ชายหนุ่มนึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย

“ไปก่อนนะคะที่รัก อิอิ” มุนินทร์ใช้อีกมือที่ว่างทำท่าส่งจูบผ่านลมผ่านอากาศไปให้เขา ก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากห้องนี้ไปพร้อมกับกางเกงสามส่วนตัวโปรดของชายหนุ่มที่ติดมือไปด้วย

“เฮ้ย! ยัยบ้า! โอ๊ยย ยัยตัวดี! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ยัยโรคประสาท...โอ๊ยย” เสียงทุ้มร้องบอกทั้งๆ ที่ตอนนี้ทั้งเจ็บทั้งจุก

สุดหล่อยังนิ่วหน้าเจ็บปวดแต่ก็พยายามจะยันกายลุกขึ้น หวังตามสาวคนสวยแต่แสบมหาประลัยกลับมาลงโทษให้จงได้ แต่เมื่อเท้าแกร่งพาร่างสูงไปถึงประตู เขาก็ต้องชะงักเมื่อมีหนุ่มสาวสองคนกำลังจะเดินผ่านมาพร้อมกับสายตาที่มองเหมือนเขาเป็นตัวประหลาด นั่นล่ะ...คนตัวใหญ่ถึงได้สติว่ากางเกงตัวเก่งที่สวมใส่มาทั้งวันไม่ได้อยู่ที่เดิมแต่ลอยติดมือสาวเข่าหนักไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว

“ฮึ่ย! ยัยบ้า...สักวันฉันจะเอาคืนให้สาสมเชียว” ชายหนุ่มสบถเสียงเขียว เมื่อเห็นว่าหนทางที่จะตามใครบางคนไปไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว

ปกรณ์ถอยรี่เข้าห้องอย่างช่วยไม่ได้ เขาลากสังขารตนเองมานั่งลงบนโซฟาตัวเดิม แววตาประกายกล้าเหมือนจะประกาศศึกสลักลึกไว้ในใจ เธอคนนั้นหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ...เขาจะต้องจัดการเธอให้ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่แล้วคนที่กำลังโกรธจัดก็หัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงบทรักบทร้อนที่เธอยั่วยวนเขาจนกระทั่งถอดกางเกงเขาได้สำเร็จ

“ฉลาดนักนะ ยัยบ้า...แค่นี้คิดว่าจะขัดขวางฉันไม่ให้ตามเธอได้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้เธออยู่แล้ว”

ปกรณ์นั่งบ่นนั่งเพ้อกับตนเอง นึกชื่นชมอยู่ในใจที่หญิงสาวคิดแผนการล้ำลึกด้วยการถอดกางเกงเขาเพื่อเธอจะได้หนีเขาไปได้ง่ายๆ แต่สิ่งที่ทำเอาคนตัวใหญ่ถึงกับหัวเราะแทบไม่ออกนั่นก็คือ บางสิ่งในหัวใจที่มันร่ำร้องพร่ำบอกจนเขาไม่อยากจะเชื่อใจตัวเองนั่นก็คือ...เขาต้องการเธอขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว

เมื่ออาการเจ็บปวดดีขึ้นแล้ว ร่างสูงจึงเดินไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ คนที่กำลังจะเข้านอนถึงกับนอนไม่หลับต้องเดินออกมาปล่อยอารมณ์มองฟ้ามองดาวเพราะใบหน้าใครบางคนลอยมาก่อกวนให้เขาต้องโมโหตัวเองอีกครั้ง

 

เช้าวันใหม่แสนสดใส แต่มุนินทร์กลับรู้สึกไม่สดใสเอาเสียเลย หญิงสาวยืนแปรงผมอยู่หน้ากระจกก่อนจะมองลึกเข้าไปในดวงตาสวยสีสนิมคู่นี้ ในใจทั้งสั่งทั้งบอกให้มันเข้มแข็งและสู้ต่อไปอีกวัน เพราะวันนี้เธอยังจะต้องไปขอโทษและง้องอนเจ้าของร้านอาหารที่เธอเป็นต้นเหตุเกือบทำร้านเขาพังยับไปแล้วเมื่อวาน ในตาสวยยิ้มให้กับตนเองก่อนจะเปล่งเสียงเข้มแข็งออกมา

“สู้ๆ ” มุนินทร์หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมหมวกใบเก่งมาสวมใส่ เมื่อร่างบางหันซ้ายหันขวาสำรวจความเรียบร้อยแล้วเธอก็ตรงดิ่งไปยังที่หมายทันที

“เธอยังกลับมาอีกเหรอ” เสียงทุ้มของใครบางคนส่งเสียงมาให้ทั้งที่ยังหันหลังให้หญิงสาว

มุนินทร์หน้าสลด แทบอยากจะลงไปนั่งคุกเข่าเสียตรงนั้นอยู่แล้ว เธอรู้ดีว่าเธอเหมือนตัวปัญหา อยู่ที่ไหนก็ทำเขาเดือดร้อน แต่ที่นี่เป็นร้านอาหารที่จะทำเงินให้เธอได้มากเท่าที่เธอต้องการ ความหวังทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้เธอต้องกลับมาส่งตาซึ้ง ง้องอนคนตรงหน้าอยู่อย่างนี้

“คุณวีคะ เห็นใจกี้เถอะนะคะ กี้รับรองว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว” เสียงหวานยังหวานจัด ตาสวยพร่ำอ้อนวอนทั้งน่ารักน่าสงสาร คนฟังทำใจแข็งได้ไม่นานก็จำต้องถอนหายใจอย่างหนักเมื่อหันกลับมาสบตาสาวสวย

“ผมไม่อยากให้คุณเสียใจกลับไปหรอกนะ แต่เมื่อวานร้านผมแทบระเบิด...ผมอยากรู้จริงๆ ว่าคุณไปทำอะไรพวกมันไว้” คนตัวใหญ่เปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น

เขาอยากรู้จริงๆ หรือหาเรื่องบ่ายเบี่ยงก่อนจะไล่เธอกันแน่นะ

มุนินทร์ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ยิ่งเกลียดไอ้พวกเสี่ยสกปรกที่ต้องการตัวเธอและตามหาเรื่องไม่หยุดเสียที

“คือกี้...ถ้ากี้เล่าไปแล้วคุณจะเชื่อกี้ไหมละคะ”

หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเอ่ยถาม น้ำเสียงเบาหวิวเรียกความเห็นใจเต็มที่ ก่อนจะช้อนตามามองคนตรงหน้าที่กำลังฉายแววเอ็นดูเธอมาให้เห็น

“แล้วคุณจะเล่าความจริงหรือจะปั้นเรื่องเน่าเล่าความเท็จให้ผมฟังล่ะ” เจ้านายสุดหล่อของมุนินทร์ยังยียวนกลับ

เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอนักหรอก แต่ในเมื่อหัวใจดวงโตของเขาแอบหลงชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น มันทำให้เขาต้องพยายามสร้างกำแพงให้กับตนเอง ไม่อยากลำเอียงเพียงเพราะเขารู้สึกว่าเธอน่ารักเท่านั้น กระทั่งเกิดเรื่องเมื่อวานขึ้น เขาก็ยังไม่วายเป็นห่วงเธออยู่ดี แต่มีหรือคนที่เป็นผู้นำคนอื่นจะแสดงท่าทีอะไรออกมาให้เห็นได้ง่ายนัก...ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน

คนวางฟอร์มยังคงยืนนิ่งมองหญิงสาวอย่างรอคำตอบ มุนินทร์แทบอยากจะเสกคาถาขอให้เวลาเช่นนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆ ด้วยเถอะ เพราะมันทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่สะดวก เหมือนนักโทษที่ทำผิดมาร้ายแรงกำลังโดนศาลไต่สวน และอีกไม่นานก็คงจะสั่งลงโทษเธอด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว

“กี้จะเล่าความจริงให้ฟังก็ได้ค่ะ แต่คนอย่างคุณวีจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็สุดแล้วแต่คุณวีก็แล้วกันค่ะ”

มุนินทร์ตัดสินใจเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง คนที่รอคำตอบอยู่ถึงกับแอบยิ้มที่เธอเริ่มเปิดใจกับเขา ร่างสูงเดินไปนั่งลงประจำตำแหน่งผู้จัดการร้านก่อนจะมองนิ่งตั้งใจฟังเรื่องที่เธอกำลังจะเอ่ยออกมา

 

 

 

 

 

 

 

 

มาอัพเพิ่มอีกครึ่งค่า

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้พี่เป้และน้องนิกกี้ด้วยนะคะ

ขอบคุณจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

ความคิดเห็น