email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนของข้า ใครห้ามแตะ 100%

ชื่อตอน : คนของข้า ใครห้ามแตะ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2563 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนของข้า ใครห้ามแตะ 100%
แบบอักษร

“ทะ….ท่านทำอะไร?” ปาลิสาที่ยังอึ้งไม่หายได้แต่มองท่านเจ้าเพลิงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อกี้เธอพึ่งจะถูกจูบไปหยก ๆ  

จะ….จูบแรกของเธอ 

“ต้องการให้ข้ายืนยันอีกรอบหรือ?” ใบหน้าที่เย็นชากระตุกเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาคมกริบหลุบมองปากเล็กที่ยังเผยออ้าเพราะยังอึ้งอยู่ 

ถึงแม้ช็อกโกแลตจะถูกกลืนลงท้องไปแล้ว แต่ท่านเจ้าเพลิงก็ยังรู้สึกเสียดายความหวานนั้นอยู่ ปลายนิ้วแกร่งจับคางเล็กยึดเอาไว้ ก่อนจะกดจูบลงไปอีกครั้ง 

ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ปากเล็กช้า ๆ อ้อยอิ่ง จูบซับดูดดึงทั้งความหวานและเรี่ยวแรงไปจากเจ้าของ  

ปาลิสาแข็งขาอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ แต่ก่อนที่เธอจะล้มลงไป ท่อนแขนแกร่งก็รวบเอวเธอและพาเธอหายวับไปปรากฏตัวบนเก้าอี้อย่างรวดเร็วโดยที่ริมฝีปากร้อนผ่าวยังคงจูบอ้อยอิ่งไม่ยอมปล่อย 

ร่างเล็กกึ่งนั่งกึ่งเงยแหงนหน้ารับจูบของท่านเจ้าเพลิงอย่างไร้หนทางหนี ยิ่งเขาจูบ ร่างกายเธอยิ่งอ่อนแรง หมดเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน มือเล็กขยุ้มอกเสื้อนักรบของท่านเจ้าเพลิงไว้แน่น 

น่าแปลกที่ริมฝีปากเขาร้อนผ่าวแต่เธอกลับไม่รู้สึกถูกแผดเผาเลย เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆ ขณะที่นัยน์ตาคมกริบของท่านเจ้าเพลิงยังคงจ้องมองหน้าหวานไปพร้อม ๆ กับบดขยี้ริมฝีปาก 

“อือ….” เสียงหวานหลุดออกจากลำคอเล็กเมื่อริมฝีปากล่างของเธอถูกไรฟันคมขบกัดเบา ๆ ให้เธอเปิดปากออก จากนั้นลิ้นร้อนผ่าวก็สอดแทรกเข้าไปในปากเล็ก ตวัดลิ้นเกี่ยวหาลิ้นเล็กดูดดึง 

ปลายนิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งลูบไล้อยู่ที่ต้นคอหลังใบหูอ้อยอิ่ง ทุกสัมผัสของท่านเจ้าเพลิงเหมือนสูบวิญญาณของหญิงสาวออกไป 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อท่านเจ้าเพลิงจูบจนสมใจอยาก ริมฝีปากเข้มก็ผละออกแล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ร่างบางบนตักกลับนั่งซบอกเขานิ่งเงียบ เธอหลับไปแล้ว 

“หึ!” ริมฝีปากเข้มกระตุกยิ้มขำขันก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วอุ้มร่างเล็กขึ้น พาเดินไปนอนบนเตียงนอนกว้างในห้องใหญ่ 

“จูบแรกของฉัน ไอ้ท่านเทพบ้า!” ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงจะผละออก ร่างเล็กก็ละเมอออกมา 

ร่างสูงหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองเธอ ริมฝีปากเข้มเม้มเข้าหากัน จูบเหรอ? นี่ข้าจูบมนุษย์เหรอ 

สีหน้าที่ผ่อนคลายกลับกลายมาเป็นดุดันเหมือนเดิม ร่างสูงสง่าก้าวยาว ๆ ออกจากห้องนอนด้วยความหงุดหงิด มนุษย์เต็มไปด้วยความลุ่มหลง ข้าไม่มีวันลุ่มหลงมนุษย์แน่ 

“ใครกันทำให้ท่านเจ้าเพลิงโกรธ มันช่างกล้านัก” เสียงทักดังขึ้น ร่างสูงที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านหันกลับไปหรี่ตามอง 

“ราชามาร” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ด้านหลัง  

“ไม่เจอกันนาน คิดว่าท่านเจ้าเพลิงจะจำข้าไม่ได้แล้ว” 

“เจ้ามาถึงนี่ คงไม่ได้แค่คิดมาเยี่ยมเยียนข้าหรอกใช่มั้ย?” ท่านเจ้าเพลิงแสยะยิ้มพลางเหลือบมองเข้าไปในบ้าน จุดประสงค์ของราชามารไม่ใช่เขาแต่เป็นมนุษย์สาว 

“ข้าก็แค่ได้กลิ่นมนุษย์ที่หอมหวาน นางกลับมาแล้ว” ประโยคหลังม่านตาของราชามารขยายออกจากกันด้วยความดุดัน 

“นางที่เจ้าหมายถึง เป็นใคร?” 

“ท่านรู้ว่าข้าหมายถึงใคร นางจะเป็นผู้เปิดประตูนรก ข้าต้องการตัวนาง” 

“เห็นทีว่ามันจะไม่ง่ายแบบนั้น เดิมทีโลกราชันย์กับโลกมารของเจ้าก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว เจ้าคิดว่าข้าจะมอบคนของข้าให้เจ้าง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?” ท่านเจ้าเพลิงแสยะยิ้มท้าทาย ราชามารกลืนน้ำลายลงคอเพื่อสะกดกลั้นความโกรธ 

“หึ! ชื่อเสียงของท่านเจ้าเพลิงแผ่กว้างไพศาล กระจายไปทั่วจักรวาล ทั้งโลกราชันย์ โลกมารและโลกสวรรค์ ใคร ๆ ต่างก็เกรงกลัวพลังเพลิงของท่านทั้งนั้น ตัวข้าเองก็ไม่กล้าที่จะต่อกรกับท่าน แต่เท่าที่ข้าได้ยินมา ท่านเจ้าเพลิง ผู้แข็งแกร่งที่สุดของโลกราชันย์จงชังมนุษย์ แล้วทำไมท่านถึงไม่มอบนางให้ข้าซะล่ะ ท่านจะสนทำไมถ้าประตูนรกจะเปิดออกแล้วโลกมนุษย์จะถูกทำลาย” จบคำพูดของราชามาร ทั้งคู่ก็เงียบไป รอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากของราชามารแต่กลับไม่ปรากฏรอยยิ้มที่ใบหน้าของท่านเจ้าเพลิงเลยแม้แต่น้อย 

“เจ้าจะยุ่งกับใครก็ได้ ยกเว้นนาง” ท่านเจ้าเพลิงตอบกลับสั้น ๆ ด้วยแววตาดุดันและเย็นชาก่อนจะหายตัวไปต่อหน้าต่อตาราชามาร ทิ้งให้อีกฝ่ายขบฟันด้วยแววตาแค้นเคือง 

ราชามารมองเข้าไปในตำหนักของท่านเจ้าเพลิง เขารู้ว่ามนุษย์นางนั้นอยู่ด้านใน แต่เขาไม่สามารถเข้าไปได้ พลังของเขายังเทียบชั้นท่านเจ้าเพลิงไม่ได้ 

จะต้องรวบรวมพลังของมารให้ได้มากที่สุดถึงจะต่อกรกับท่านเจ้าเพลิงผู้นี้ได้ นับว่าเบื้องบนของโลกราชันย์ตัดสินใจถูกที่เลือกให้ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้เป็นผู้ปกป้องมนุษย์สาวนางนั้น 

 

ณ ตำหนักของเทพธิดาแห่งผืนป่า ร่างบางสมส่วนและใบหน้าที่สวยงามของเทพธิดาสาวเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าบรรดาเทพในโลกราชันย์  

แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่เทพธิดาสาวให้ความสนใจก็คือเทพแห่งเพลิงเท่านั้น เขาเป็นเพียงบุรุษเทพเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมอบหัวใจให้ 

“เทพธิดาเพคะ หยุดเดินก่อนเถอะค่ะ” สาวรับใช้เอ่ยขึ้นหลังจากนั่งมองเทพธิดาสาวเดินวนไปวนมาด้วยความกังวลใจมาพักใหญ่ ๆ แล้ว 

“ข้าอยากรู้ว่าสตรีที่อยู่กับท่านเจ้าเพลิงคือใคร ข้าไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อน” 

“อาจจะเป็นธิดาของใครสักคนในโลกราชันย์นี้ก็ได้นะเพคะ” 

“ข้ารู้จักธิดาของเทพในโลกนี้ทุกนาง แต่นางไม่ใช่ ข้าจะไปถามท่านเจ้าเพลิงด้วยตัวเอง” ร่างบางพูดจบก็เดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องไปโดยที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านของสาวรับใช้เลยแม้แต่น้อย 

“ตามพระธิดาไปสิ พวกเจ้าก็รู้ว่าท่านเจ้าเพลิงโกรธแล้วจะเป็นยังไง” สาวรับใช้รีบบอกคนอื่น ๆ ให้ตามเทพธิดาสาวไปเพราะเธอรู้ดีว่าท่านเจ้าเพลิงไม่ชอบใจเทพธิดาของเธอเท่าไหร่นัก 

เทพธิดาสาวไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเจ้าเพลิงขณะที่ร่างสูงกำลังยืนมองโลกมนุษย์อยู่ที่สระมรกต นัยน์ตาคมกริบถอนออกจากสระมรกตเมื่อสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของเทพธิดาสาวด้านหลังของเขา 

“เทพธิดาวนาลีมีธุระอะไรกับข้า?” ท่านเจ้าเพลิงถามขึ้นโดยที่ไม่ได้หันไปมอง เขาทำเพียงยืนรอฟังคำตอบเท่านั้น 

“ข้าอยากรู้ว่าท่านเจ้าเพลิงเก็บลูกเต้าเหล่าใครไว้ที่ตำหนักของท่าน?” คำถามตรงไปตรงมาของเทพธิดาสาวทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องหรี่ตาลง  

ร่างสูงหมุนตัวกลับไปมองเทพธิดาสาวด้วยแววตาดุดัน 

“ทำไมเจ้าถึงอยากรู้?” 

“ก็ข้า…..” เทพธิดาสาวชะงักคำพูดลงก่อนจะหลบสายตา เธอไม่กล้ายอมรับตรง ๆ ว่าเธอไม่ต้องการให้สตรีนางไหนในโลกราชันย์นี้ใกล้ชิดกับท่านเจ้าเพลิงผู้นี้ทั้งนั้น 

“ข้าทำไม? เจ้ามาหาข้าถึงสระมรกตก็เพื่อถามว่าสตรีที่อยู่กับข้า นางเป็นใคร เท่านั้นหรือ?” 

“ท่านเจ้าเพลิงไม่เคยเข้าใกล้สตรี” 

“รวมถึงเจ้าด้วย” 

ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของท่านเจ้าเพลิงทำให้เทพธิดาสาวต้องกลืนน้ำลายลงคอ เธอแสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้เขา แต่ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้ก็มองข้ามเธอเสมอ 

“ท่าน….” 

“อย่าแสดงความหึงหวงกับข้าเพราะเจ้าไม่ใช่ผู้หญิงของข้า จำเอาไว้ให้ดี เทพธิดาวนาลี” คำสั่งเด็ดขาดหลุดออกจากปากเข้มแต่ก่อนที่ร่างสูงจะเดินผ่าน เทพธิดาสาวก็ร้องเรียกเขาเอาไว้ 

“นางเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่?” คำถามของเทพธิดาสาวทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองหญิงสาวด้วยแววตาสงสัย 

“เจ้ารู้ได้ยังไง?” 

“กลิ่นมนุษย์อบอวลอยู่รอบตัวท่าน เหตุใดมนุษย์ถึงมาอยู่บนโลกราชันย์นี้ได้” เทพธิดาสาวทำหน้าตกใจ เธอได้กลิ่นของมนุษย์อบอวลอยู่รอบตัวของท่านเจ้าเพลิง นั่นเท่ากับว่าเขาสัมผัสมนุษย์นางนั้น 

“เรื่องนี้เจ้าควรไปถามจากบิดาของเจ้า จะได้คำตอบที่ดีกว่าคำตอบของข้า” ท่านเจ้าเพลิงกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะหายตัวไปต่อหน้าต่อตา  

บิดาของเทพธิดาวนาลีก็คือหนึ่งในเทพอาวุโส 

เทพธิดาวนาลีเม้มปากเป็นเส้นตรง ทั้งขุ่นเคืองกับท่าทีไม่แยแสเธอของท่านเจ้าเพลิงและเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับหญิงมนุษย์นางนั้น เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่านางเป็นใคร ทำไมมนุษย์สาวถึงขึ้นมาอยู่บนโลกราชันย์นี้ได้และทำไมถึงอยู่กับเทพที่จงเกลียดจงชังมนุษย์อย่างท่านเจ้าเพลิง 

ท่านเจ้าเพลิงกลับมาหาปาลิสาอีกครั้ง ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนอน ไปหยุดยืนมองร่างเล็กที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง  

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างเล็กด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เขาใช้เวลานั่งมองหญิงสาวจนหลงลืมเวลา ระหว่างนั่งมองหน้าเธอ หญิงสาวก็ละเมอออกมา 

“ทำไมถึงเกลียดมนุษย์” 

 

บนเตียงกว้างในเช้าวันรุ่งขึ้นบนโลกราชันย์ ท่านเจ้าเพลิงกำลังหลับสนิทโดยที่ไม่รู้เลยว่า มนุษย์สาวนั้นได้แอบย่องหนีออกไปแล้ว 

ร่างสูงใหญ่ขององครักษ์ส่วนตัวเดินแกมวิ่งเข้ามาหยุดยืนหน้าห้องนอนของท่านเจ้าเพลิง แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงเรียกก็มีเสียงเข้มดังออกมาจากด้านในห้องเสียก่อน 

“มีอะไร?”  

ร่างหนากำยำยังคงนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงกว้าง เปลือกตาปิดสนิทแต่รับรู้ได้ว่าองครักษ์รีบร้อนเข้ามายืนอยู่หน้าห้องนอนแล้ว 

“ท่านเจ้าเพลิง เกิดเรื่องที่สวนวนาลีพะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนใจ 

“มีเรื่องอะไร?” เปลือกตาหนาเปิดขึ้นช้า ๆ ปรากฏนัยน์ตาคมกริบดุดัน 

“เอ่อ……” ท่าทางอึกอักขององครักษ์หนุ่มไม่ทันใจท่านเจ้าเพลิงเลยสักนิด 

เปลือกตาหนาปิดลงอีกครั้งก่อนที่ภาพภายในสวนวนาลีจะปรากฏขึ้น เพียงชั่วครู่เปลือกตาหนาก็เปิดขึ้น คิ้วเข้มย่นเข้าหากันนิด ๆ ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมา 

มนุษย์เจ้าปัญหา ก่อเรื่องให้เขาจนได้ 

พึ่บ! 

มือหนาชูขึ้น เสื้อคลุมสีดำลอยจากราวแขวนพร้อมกับร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงหายวับไปจากเตียง 

ร่างสูงมาปรากฏตัวที่สวนดอกไม้ใหญ่บนโลกราชันย์ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองทั่วสวน จากนั้นหูก็ได้ยินเสียงโวยวายดังอยู่ในสวนผลไม้ต้องห้าม นัยน์ตาคมหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะหายตัวไปอีกครั้ง 

เขามาปรากฏตัวที่สวนผลไม้ต้องห้ามท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย ในความโกลาหลนั้นมีร่างบางของมนุษย์สาวอยู่ด้วย 

“คายมันออกมา!” 

“ปล่อยนะ!” 

“เกิดอะไรขึ้น?!” น้ำเสียงดังกังวานยุติความโกลาหลลง 

เหล่าสาวใช้ของเทพหันมามองท่านเจ้าเพลิงเป็นตาเดียวก่อนจะรีบปล่อยมนุษย์สาวแล้วก้มหน้าก้มตาลง ทิ้งร่างสะบักสะบอม ผมเผ้ายุ่งเหยิงของปาลิสาเอาไว้กับพื้น 

หญิงสาวลูบหน้าลูบผมตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด หลังจากถูกบรรดาสาวใช้รุมทึ้งเธอ 

ท่านเจ้าเพลิงมองสภาพของมนุษย์สาวด้วยแววตาคุกรุ่น ไอเพลิงร้อน ๆ ลุกขึ้นรอบกายแกร่ง 

บรรดาสาวใช้และหนึ่งเทพธิดาต่างพากันหลบพัลวัน สีหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เป็นที่รู้ดีว่าถ้าหากท่านเจ้าเพลิงปล่อยพลังไอเพลิงออกมาเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเขากำลังโกรธจัด 

“กล้าดียังไงถึงมารุมทำร้ายคนของข้า!” น้ำเสียงทรงอำนาจตวาดใส่ บรรดาสาวใช้ต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว 

องครักษ์หนุ่มมาปรากฏกายด้านหลัง เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเพลิง ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครอยากให้ท่านเจ้าเพลิงโกรธ 

“นางกินผลไม้ต้องห้ามเข้าไป” เทพธิดาวนาลีรีบรายงาน เธอมีหน้าที่ดูแลสวนแห่งนี้ และมนุษย์สาวก็แอบเข้ามากินผลไม้ต้องห้ามในสวนที่เธอดูแลอยู่ 

ได้ยินว่ากินผลไม้ต้องห้ามเข้าไป ท่านเจ้าเพลิงก็ตวัดสายตามองตัวปัญหาทันที ตอนนี้ร่างบางทรงตัวลุกขึ้นมายืนโงนเงนจ้องมองบรรดาสาวใช้ด้วยแววตาขุ่นเคือง 

ม่านตาของท่านเจ้าเพลิงขยายออกเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหรี่ตาลง จดจ้องร่างบางของมนุษย์สาวเขม็ง 

พลังด้านมืดของเธอเริ่มก่อตัวให้เขาเห็น แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี่ยังไม่ได้เศษเสี้ยวที่จะสามารถเปิดประตูนรกได้เลย 

“เจ้ากินผลไม้ต้องห้ามเข้าไปหรือ?” ร่างสูงเดินผ่านเทพธิดาวนาลีไปหยุดยืนถามมนุษย์สาวตรงหน้า  

หญิงสาวเงยหน้ามองท่านเจ้าเพลิงก่อนจะย่นคิ้วเข้าหากัน 

“ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นผลไม้ต้องห้ามล่ะ” หญิงสาวตอบเสียงอ่อย ก็เธอไม่รู้ว่ามันห้ามกิน เธอเห็นผลมันเหมือนกับเชอร์รี่ในโลกมนุษย์ เธอก็แค่เด็ดมาชิมลูกเดียวเท่านั้น 

“ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าห้ามหยิบจับหรือกินอะไรบนโลกราชันย์นี้โดยที่ข้าไม่อนุญาติ” ท่านเจ้าเพลิงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ 

ข้อเสียของการที่เธอไม่หวาดกลัวโลกราชันย์ก็คือการที่เธอออกมาวิ่งเล่นไปทั่วนี่แหละ 

“ท่านไม่ได้บอก” หญิงสาวเถียง แต่น้ำเสียงเริ่มจะสั่นเล็กน้อย 

หญิงสาวกะพริบตางุนงง ร่างกายเธอเริ่มผิดปกติ จากที่ไม่รู้สึกร้อนหรือหนาว ตอนนี้ร่างกายเธอเริ่มจะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น 

หรือนี่จะเป็นผลของการกินผลไม้ต้องห้ามเข้าไป 

ปาลิสาเบ้หน้าเล็กน้อย เธอเริ่มร้อนรุ่มไปทั่วทั้งตัว เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดที่ขมับ  

นัยน์ตาคมกริบของท่านเจ้าเพลิงมองที่เธอไม่วางตา เขารู้ว่าผลไม้ต้องห้ามสำหรับเทพนั้นเริ่มจะออกฤทธิ์แล้ว 

ขณะที่เทพธิดาวนาลีกลับยิ้มมุมปากออกมา 

“ทำไมฉันร้อนแบบนี้” หญิงสาวถามเสียงสั่น เธอเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือเล็กเอื้อมมาจับชายเสื้อท่านเจ้าเพลิงเอาไว้ 

“มันเป็นผลมาจากที่เจ้ากินผลไม้ต้องห้ามเข้าไป” คำตอบของท่านเจ้าเพลิงทำให้ปาลิสาม่านตาขยายออกอย่างตกใจ 

“ฉันจะตายมั้ย?” หญิงสาวถามอย่างตื่นตระหนก แขนเธอร้อนราวกับถูกไฟลวก 

“เจ้ารีบพานางออกไปจากสวนสิ” เทพธิดาวนาลีหันไปสั่งองครักษ์  

ร่างสูงขององครักษ์หนุ่มเตรียมจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวตามคำสั่งแต่เขาก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงตวาดของท่านเจ้าเพลิง 

“อย่าแตะต้องนาง ถ้าข้าไม่อนุญาต!” 

คำสั่งของท่านเจ้าเพลิงทำให้เหล่าเทพอึ้งไปตาม ๆ กัน องครักษ์หนุ่มรีบถอยกลับทันที ขณะที่บรรดาสาวใช้ต่างมองหน้ากัน มีเพียงเทพธิดาวนาลีเท่านั้นที่ตวัดสายตาอย่างไม่พอใจ 

“ท่านจงชังมนุษย์ ท่านก็ควรจะให้องครักษ์เป็นผู้พานางไป” 

“แล้วมันธุระกงการอะไรของเจ้า?” ท่านเจ้าเพลิงเหลือบมองเทพธิดาวนาลีด้วยแววตาดุดัน อีกฝ่ายกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว แต่ยังทำใจดีสู้เสือ 

“ข้าแค่อยากเตือนว่าท่านเจ้าเพลิงจงชังมนุษย์ เผื่อท่านจะลืม” คำเตือนของเทพธิดาวนาลีทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องยิ้มมุมปาก  

ร่างสูงหันไปมองเทพธิดาวนาลีขณะที่ปาลิสาเริ่มจะเกาะชายเสื้อเขาเพื่อผยุงตัว 

“เทพธิดาวนาลี เจ้าก็อย่าลืมเตือนตัวเจ้าเองด้วยว่าเจ้าคือเทพแห่งป่า เป็นถึงเทพไม่ควรแสดงความอิจฉาริษยา เจ้าควรระงับอารมณ์ตัวเองเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นเจ้าเองก็ไม่ต่างจากมนุษย์ที่ข้าจงชังนักหรอก”  

“ท่าน!” เทพธิดาวนาลีกัดปากตัวเองอย่างเจ็บใจและเสียหน้าที่ถูกท่านเจ้าเพลิงตำหนิต่อหน้าบรรดาสาวใช้และองครักษ์ 

แต่ท่านเจ้าเพลิงไม่ได้สนใจเธอแล้ว ร่างสูงหันไปอุ้มมนุษย์สาวขึ้นแล้วหายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงความโกรธและอับอายเอาไว้ให้เทพธิดาวนาลี 

“ท่านเจ้าเพลิง! มันจะมากไปแล้วนะ!” เทพธิดาวนาลีกัดปากตัวเองจนซีด มือบางกำแน่น 

สักวันเธอจะทำให้ท่านเจ้าเพลิงผู้หยิ่งผยองหลงใหลเธอให้ได้! 

ท่านเจ้าเพลิงพาปาลิสามาปรากฏตัวที่สระน้ำส่วนตัว ร่างกายหญิงสาวยังคงร้อนรุ่มและเธอต้องการน้ำเย็น ๆ ดับความร้อนรุ่มนี้  

หญิงสาวเห็นสระน้ำสีเขียวมรกตก็ไม่รีรอที่จะลงไปแช่ตัวดับร้อน เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกแผดเผาไปทั้งร่าง 

“จงจำไว้ อย่าแตะผลไม้ต้องห้ามอีก” ท่านเจ้าเพลิงยืนตะหง่านมองอยู่ที่ขอบสระ 

ปาลิสาเงยหน้ามองเขาแล้วทำหน้าจะร้องไห้ เขาทำไมไม่เตือนเธอให้เร็วกว่านี้ ถ้ารู้ว่ากินแล้วจะทรมานแบบนี้ เธอจะไม่แตะเด็ดขาดเลย 

“ก็ฉันหิว ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ลูกเชอร์รี่เท่านั้น”  

“นั่นคือผลไม้ของเทพ ไม่ใช่สำหรับมนุษย์อย่างเจ้า!” 

“ท่านบอกเองว่าเทพไม่ต้องกินก็ได้ แล้วจะมีผลไม้นั่นไว้ทำอะไร?” หญิงสาวยังคงแช่อยู่ในสระน้ำ เธอรู้สึกว่ามันสามารถช่วยเธอได้ ร่างกายที่ร้อนรุ่มเริ่มเบาบางลง แต่ก็ไม่ทั้งหมด 

“ผลไม้ต้องห้าม เป็นผลไม้เพิ่มพลังให้กับเทพ ร่างกายมนุษย์อย่างเจ้าไม่สามารถรับพลังนั่นได้ ถ้าเจ้าไม่รีบขับไอร้อนออกมา ร่างกายเจ้าจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ” 

“หา? แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่นะ! ฉันยังไม่อยากตาย จะต้องทำยังไงถึงจะขับมันออกมาได้” หญิงสาวร้องลั่นสระด้วยความตกใจ  

ท่านเจ้าเพลิงลอบถอนหายใจเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ด้านหลังก็ปรากฏร่างขององครักษ์ 

ปาลิสาทำตาโต หน้าแดงซ่าน รีบหดตัวลงไปใต้น้ำมากกว่าเดิม ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงตวัดสายตามององครักษ์หนุ่มด้วยแววตาโกรธจัด 

“ออกไป! ข้าไม่ได้อนุญาตให้เจ้าเข้ามา”  

“ขออภัยพะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มรีบก้มหัวลงแล้วหายตัวไปทันที 

ปาลิสาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกตัวว่าทำไมเธอถึงไม่อายท่านเจ้าเพลิงแต่กลับอายเทพตนนั้นแทน 

ท่านเจ้าเพลิงหลุบตามองใบหน้าแดงก่ำที่ยังครุ่นคิดอยู่ในหัว แน่นอนว่าเขาอ่านความคิดเธอได้ ริมฝีปากได้รูปยกมุมปากเล็กน้อยก่อนจะกลอกตาไปมาแล้วจากนั้นเขาก็ลงมือถอดชุดออกช้า ๆ 

“ทะ….ท่านจะทำอะไร?” ปาลิสาเงยหน้าเห็นว่าเขากำลังถอดชุดออกก็ถามตาโต หัวใจเต้นผิดจังหวะ 

“ขับไอร้อนออกจากตัวให้เจ้าไงล่ะ” ท่านเจ้าเพลิงตอบเสียงเรียบ ก่อนจะโยนเสื้อผ้าท่อนบนไปพาดโขดหิน หลงเหลือเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว 

จากนั้นก็ก้าวขาลงสระช้า ๆ ปาลิสาได้แต่มองหุ่นกำยำของท่านเจ้าเพลิงอึ้ง ๆ หุ่นของเขาทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น 

“ทะ….ท่านจะขับยังไง?” หญิงสาวถามเสียงเบาหวิว ขณะเผลอก้าวถอยหลังหนีไปด้วย แต่สุดท้ายก็มาติดที่โขดหินไปไหนไม่รอด 

“ดูดพลังนั่นออกมาจากตัวเจ้า” คำตอบแสนจะเรียบง่ายของท่านเจ้าเพลิง ไม่ได้ทำให้ปาลิสารู้สึกดีเลยสักนิด 

ตอนนี้ไม่รู้ว่าร่างกายเธอจะแตกสลายเพราะพิษของผลไม้ต้องห้ามหรือเพราะท่านเจ้าเพลิงกันแน่ 

“ทะ….ท่านจะดูดตรงไหน?” หญิงสาวถามกุกกัก แขนเรียวยกขึ้นปิดทรวงอกตัวเองไว้ หน้าหวานแดงก่ำมากกว่าเดิม ทั้งจากพิษของผลไม้ต้องห้ามและความเขินอายจากการเห็นหุ่นขยี้ใจของท่านเทพผู้นี้ 

ท่านเจ้าเพลิงเงียบไปอึดใจ หลุบตามองร่างบางที่ตัวสั่นอยู่ซอกหินด้วยแววตาเย็นชา ก่อนที่จะขยับเข้าไปหาเธอช้า ๆ ท่อนแขนแกร่งดันก้อนหินกักตัวเธอเอาไว้ จากนั้นก็ก้มหน้าลงไปกระซิบชิดแก้มเนียน 

“เจ้าอยากให้ข้าดูดตรงไหนล่ะ?” 

 “เอ่อ…ฉันว่าไม่ต้องดูดพิษหรอก แค่แช่น้ำก็หายแล้ว” ปาลิสารีบห้ามเสียงตะกุกตะกักอย่างคนใจคอไม่ดี พยายามขยับตัวหนีสายตาคมของเขาไปด้วย 

“เจ้าคิดว่าแค่ลงแช่น้ำในสระแบบนี้จะสามารถช่วยเจ้าได้หรือ?” ท่านเจ้าเพลิงหรี่ตาถาม ปาลิสาพยักหน้ารัว ๆ ก็ยังดีกว่าให้เขาดูดพิษออกก็แล้วกัน 

“เจ้าอยากตายหรือยังไง?” 

“มะ…ไม่อยากตาย แต่ว่า….” หญิงสาวอึกอัก หน้าหวานแดงก่ำ หลบสายคาพัลวัน ใครจะกล้าบอกว่าเธอเขินแล้วก็อายเขากันล่ะ 

เขาเป็นเทพ คงไม่รู้สึกอะไร แต่เธอนั้นเป็นมนุษย์ แล้วยังต้องมาแช่น้ำกับเทพหล่อระเบิดอย่างเขาอีก 

“ไม่มีอะไรช่วยเจ้าได้ทั้งนั้น นอกจากข้า”  

“ทะ….ท่านเหรอ?” หญิงสาวอ้าปากค้าง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น ร่างกายเธอก็ขยับไม่ได้ เธอถูกตรึงเอาไว้ทั้งตัว มีเพียงเปลือยตาเท่านั้นที่สามารถขยับได้ 

หน้าคมค่อย ๆ ก้มลงมาช้า จากนั้นริมฝีปากเธอก็ถูกปิดเอาไว้ด้วยริมฝีปากเข้มได้รูปที่ร้อนผ่าว เธอไม่สามารถต่อต้านได้เลย นอกจากเปิดปากรับริมฝีปากและลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาในปากของเธอ 

ปาลิสาอึ้งไปอึดใจ ขณะที่ริมฝีปากถูกบดคลึงแผ่วเบา ปลายจมูกโด่งเสียดสีอยู่ข้างแก้มเธอ 

อุณหภูมิของร่างกายเธอค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ เธอรับรู้ได้ว่ามีไอร้อนถูกดูดดึงออกไปจากตัวเธอและเข้าไปในตัวของท่านเจ้าเพลิงจนหมด 

และในที่สุดร่างกายเธอก็กลับมาเป็นปกติ ไม่รู้สึกร้อนหรือหนาวอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นท่านเจ้าเพลิงก็ยังคงบดจูบเธอไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งสติของเธอเริ่มเลือนรางลงช้า ๆ และทุกอย่างก็ดับมืดลง 

ท่านเจ้าเพลิงอุ้มร่างหมดสติของมนุษย์สาวขึ้นจากสระน้ำ แล้วหายตัวไปปรากฏตัวที่เตียงนอน ร่างสูงวางมนุษย์สาวลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เธอถูกดูดไอร้อนจนหมดสติไป ท่านเจ้าเพลิงมองมนุษย์แสนจะอ่อนแอด้วยแววตาอ่อนใจ 

มือหนาโบกเบา ๆ ก็ปรากฏชุดกระโปรงยาวสีหวานบนโต๊ะข้างเตียง นัยน์ตาคมหลุมองชุดอึดใจก่อนจะร้องเรียกสาวใช้ด้านนอกห้องให้เข้ามา 

“เปลี่ยนชุดให้นาง” ท่านเจ้าเพลิงสั่งเพียงสั้น ๆ แล้วเดินออกจากห้องไป 

ร่างสูงมาหยุดยืนหน้าตำหนักด้วยสีหน้าเหยเก นิ่วหน้าเจ็บปวดพลางยกมือกุมอกตัวเอง อุฯหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ จากการดูดไอร้อนมาจากตัวปาลิสาก่อนหน้านี้ 

ถึงแม้เขาจะเป็นเทพแห่งเพลิง ชินชากับไอร้อนจนเป็นเรื่องปกติ แต่เทพก็มีพลังที่อยู่ในขีดจำกัดเช่นกัน พลังในตัวของท่านเจ้าเพลิงแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เมื่อได้รับพลังจากผลไม้ต้องห้ามเข้าไปอีกทำให้ร่างกายของท่านเจ้าเพลิงได้รับพลังจนเกินขีดจำกัดของตัวเอง 

“อึก!” ใบหน้าหล่อเหลาเหยเก มือทั้งสองข้างกำแน่น กรามแข็งแกร่งบดเข้าหากัน ไอร้อนผุดขึ้นรอบกายแกร่ง ดวงตาแดงก่ำ ลมหายใจหอบโยน 

ท่านเจ้าเพลิงรวบรวมพลังแล้วหายตัวไปจากตำหนัก มาปรากฏตัวที่สรพน้ำมรกต ซึ่งมีเทพสายน้ำยืนมองมนุษย์อยู่ที่สระน้ำมรกตอยู่ก่อนแล้ว 

“เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” เทพสายน้ำเห็นสีหน้าทรมานและไอเพลิงรอบกายของท่านเจ้าเพลิงก็เดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย 

“ไอเพลิงของท่านมัน….” นัยน์ตาคมของเทพสายน้ำกวาดมองไอเพลิงรอบตัวท่านเจ้าเพลิงอึ้ง ๆ 

“ข้าต้องควบคุมพลังของข้า” ท่านเจ้าเพลิงกระซิบลอดไรฟันด้วยสีหน้าเจ็บปวด ร่างกายของเขากำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ มือหนากุมอกตัวเองแน่น 

“ทำไมไอเพลิงของท่านถึงเกินขีดจำกัดได้?” เทพสายน้ำถามเสียงแผ่ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากท่านเจ้าเพลิง  

ร่างสูงเดินหนีลงไปในสระน้ำมรกตไม่พูดไม่จา ทรุดนั่งลงแช่น้ำครึ่งตัว รวบรวมสมาธิแล้วหลับตาลงช้า ๆ 

เทพสายน้ำทรุดนั่งอยู่บนขอบสระเพื่อใช้พลังของสายน้ำช่วยขับไอเพลิงออกจากตัวท่านเจ้าเพลิง องครักษ์หนุ่มมาปรากฏกายเงียบ ๆ อยู่หน้าทางเข้าเพื่อป้องกันใครมารบกวน 

ไอเพลิงร้อนผ่าวถูกขับออกจากกายแกร่งช้า ๆ อุณหภูมิร่างกายของท่านเจ้าเพลิงกลับสู่ปกติ เปลือกตาหนาเปิดขึ้น ดวงตาที่เคยแดงก่ำสลายหายไป อึดใจต่อมาร่างสูงก็กระโดดขึ้นมายืนบนขอบสระ 

“ท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลังเพลิงของท่าน?” เทพสายน้ำลุกขึ้นยืนพร้อมกับเปิดปากถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่เคยเห็นท่านเจ้าเพลิงควบคุมพลังเพลิงไม่ได้เหมือนครั้งนี้มาก่อน 

“ผลไม้ต้องห้าม” ท่านเจ้าเพลิงตอบสั้น ๆ ขณะที่สายตายังคงกวาดมองลงไปในสระมรกต แต่คำตอบนั่นไม่ได้ช่วยให้เทพสายน้ำเข้าใจเลยแม้แต่น้อย 

“ท่านกินผลไม้ต้องห้ามเข้าไปหรือ?” เทพสายน้ำย่นคิ้วเข้าหากัน ความเงียบของท่านเจ้าเพลิงทำให้เทพสายน้ำยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม 

“เดิมที หลังเพลิงของท่านก็แข็งแกร่งที่สุดในโลกราชันย์แล้ว เหตุใดท่านยังต้องกินผลไม้ต้องห้ามเข้าไปอีก?” 

“ข้าไม่ได้กิน แต่มนุษย์ตัวปัญหานั่นต่างหากที่กิน”  

“น้ำหอม?” คิ้วเข้มของเทพสายน้ำเลิกขึ้นสูง นัยน์ตาคมกริบของท่านเจ้าเพลิงตวัดมองเทพสายน้ำทันที แต่เพียงเสี้ยววินาทีท่านเจ้าเพลิงก็ปรับสีหน้าแล้วถอนหายใจออกมา 

“นางแอบเข้าไปในสวนผลไม้ต้องห้าม กินผลไม้เข้าไป ข้าเพียงแค่ช่วยขับพลังออกมาจากตัวนางเท่านั้น” คำตอบของท่านเจ้าเพลิงทำให้เทพสายน้ำต้องกลอกตางุนงง 

“แล้วเหตุใดพลังถึงมาอยู่ในตัวท่านได้เล่า?” เทพสายน้ำยังไม่เข้าใจ 

การขับพลังออกมานั้น ต้องใช้เวทย์ในการผลักดันพลังออกมาดังเช่นที่เขาใช้พลังสายน้ำช่วยผลักดันไอเพลิงออกจากท่านเจ้าเพลิงก่อนหน้านี้ และพลังนั่นก็จะสูญสลายไป ไม่ได้ย้อนกลับเข้ามาในตัวอีก 

“ข้ารู้ว่าเทพสายน้ำอย่างท่าน ฉลาดพอที่จะรู้คำตอบนั่นแล้ว” ท่านเจ้าเพลิงพูดจบก็หายตัวไปทันที 

เทพสายตากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหันไปมององครักษ์หนุ่มของท่านเจ้าเพลิง จากนั้นก็หรี่ตาลงแล้วเดินเข้าไปหาองครักษ์หนุ่ม อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนตัวตรงพลางก้มหน้าหลบสายตาของเทพสายน้ำ 

“เจ้าเห็นท่านเจ้าเพลิงขับพลังออกจากกายนางหรือไม่?” 

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ ท่านเจ้าเพลิงไม่อนุญาตให้เข้าไปในสระน้ำ” องครักษ์หนุ่มรายงานพลางส่ายหน้า  

เทพสายน้ำเลิกคิ้วขึ้นสูง จากนั้นก็ยืนครุ่นคิดอึดใจ ก่อนที่ม่านตาจะขยายออกจากกันด้วยความตกใจ จากนั้นริมฝีปากสวยได้รูปก็ยกยิ้มออกมา 

“หรือท่านเจ้าเพลิงจะไม่ได้ใช้เวทย์ขับพลังออกจากกายนาง แต่ใช้วิธีอื่นในการดูดพลังแทน ร้ายนักนะ ท่านเจ้าเพลิง”  

ท่านเจ้าเพลิงกลับมาที่ตำหนักอีกครั้ง สาวใช้ด้านในห้องนอนเห็นร่างสูงมาปรากฏตัวก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่ท่านเจ้าเพลิงส่งเสียงเรียกเสียก่อน 

“เดี๋ยวก่อน” 

“เจ้าคะ?” 

“เตรียมสาวใช้มาดูแลที่ตำหนักข้า” คำสั่งของท่านเจ้าเพลิงทำให้สาวใช้ต้องกะพริบตาปริบ ๆ ตำหนักท่านเจ้าเพลิงเป็นแห่งเดียวที่ไม่มีสาวใช้ 

บนโลกราชันย์นี้จะมีสาวใช้ซึ่งเป็นบุตรสาวของบรรดาเทพระดับล่าง ที่ไม่ได้มีเวทย์แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเทพระดับสูง 

“ข้าไม่ได้ต้องการให้มาดูแลข้า ดูแลนาง” ท่านเจ้าเพลิงอ่านความคิดสงสัยของสาวใช้ออกจึงพูดขึ้นแล้วพยักพเยิดหน้าไปที่ร่างมนุษย์สาวบนเตียง 

"เจ้าค่ะ” สาวใช้พยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินออกไป 

ลับหลังสาวใช้แล้ว ร่างสูงองอาจก็ก้าวไปหยุดยืนข้างเตียง สาวใช้เปลี่ยนชุดให้นางเรียบร้อยแล้ว เขาคิดไม่ผิดว่ามันเหมาะกับแม่สาวมนุษย์นี้ 

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเนียนใสด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก สีหน้าและท่าทางอาจจะเรียบเฉย แต่ใครจะรู้ว่าในหัวของท่านเจ้าเพลิงผู้นี้กำลังสับสนวุ่นวาย ตีกันให้ยุ่งเหยิงไปหมด 

สิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจและมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวก็คือการขับพลังออกจากตัวนางนี่แหละ เหตุใดเขาจึงเลือกที่จะดูดพลังจากปากนางแทนที่จะขับมันด้วยเวทย์ของเขา 

ตั้งแต่นางมาที่โลกราชันย์ ท่านเจ้าเพลิงก็รู้สึกสูญเสียความเป็นตัวตนไปจนนึกหงุดหงิดตัวเอง มนุษย์อยู่ที่ไหนก็วุ่นวายที่นั่นและตอนนี้ก็กำลังเข้ามาวุ่นวายอยู่ในหัวของเขา 

“รายงานท่านเจ้าเพลิง เกิดเรื่องที่ชายแดนพะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มมาปรากฏตัวด้านนอกห้องนอนพร้อมรายงาน  

นัยน์ตาคมกริบถอนจากใบหน้าเนียนใสแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปหยุดยืนตรงหน้าองครักษ์หนุ่ม 

“เกิดอะไรขึ้น?” 

“กบฏจากโลกสวรรค์กำลังบุกชายแดนทางทิศตะวันตก” 

“พวกกบฏอีกแล้วหรือ?” นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงทันทีก่อนที่ร่างสูงจะหายวับไป จากนั้นก็ไปปรากฏตัวที่ชายแดนของโลกราชันย์ พื้นที่ห่างไกลซึ่งไร้เทพดูแล 

แต่ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งโลกราชันย์และโลกมนุษย์ ถึงแม้เขามักจะปล่อยปละละเลยโลกมนุษย์ก็ตาม 

“กลับไปซะ!” ทันทีที่ปรากฏตัวน้ำเสียงดังกังวานก็ตวาดใส่กลุ่มกบฏจากโลกสวรรค์ 

กบฏสวรรค์คือบรรดาเทพสวรรค์ที่คิดทรยศคุณงามความดีและหนีการลงโทษไปอยู่ที่โลกมาร เป็นมือเท้าให้ราชามารใช้งานและมักจะเข้ามาก่อกวนบนโลกราชันย์เสมอ 

“พวกข้าต้องการตัวมนุษย์ โปรดหลีกทางให้ด้วย ท่านเจ้าเพลิง” หนึ่งในนั้นเดินมาหยุดยืนตรงหน้าท่านเจ้าเพลิง ถึงแม้ส่วนสูงจะพอสูสีกัน แต่รัศมีของความองอาจเทียบไม่ติดท่านเจ้าเพลิงเลยสักนิด 

“นายของพวกเจ้ามาขอตัวนางกับข้าด้วยตัวเอง ข้ายังไม่คิดจะยกให้เลย แล้วทำไมข้าจะยกให้พวกมือเท้าของราชามารอย่างพวกเจ้าด้วย?” คำตอบของท่านเจ้าเพลิงทำให้กบฏสวรรค์มีแววตาโกรธเคือง 

“ครึ่งเทพราชันย์กับเทพสวรรค์อย่างท่าน ทำไมถึงได้มีพลังเหนือชั้นแบบนี้ได้ มันน่าเจ็บใจนัก! พวกข้าบำเพ็ญทำคุณงามความดีมาหลายภพหลายชาติ ยังไม่ได้รับพลังเท่าท่านเลยแม้แต่น้อย!” หนึ่งในกบฏเทพสวรรค์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองแกมริษยา 

ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้มีพลังที่เหนือชั้นที่สุดในบรรดาสามโลก ไม่มีใครรับมือหรือต่อกรกับพลังเพลิงนี้ได้ ยกเว้นก็เพียงท่านเจ้าเพลิงองค์กร ซึ่งเป็นบิดาของเขา ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้มีสายเลือดทั้งเทพราชันย์และเทพสวรรค์ 

บิดาของเขาเป็นเทพบนโลกราชันย์ที่มีพลังเพลิงแข็งแกร่ง เผาทุกอย่างตรงหน้าย่อยยับ พบรักกับเทพธิดาสาวจากโลกสวรรค์จนกระทั่งนางตั้งท้อง บิดาของเขาทำผิดกฎของสวรรค์จนถูกลงโทษขังอยู่ในคุกบนโลกสวรรค์ชั่วกัปชัวกัลป์ ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย 

ท่านเจ้าเพลิงได้รับทั้งสายเลือดและพลังจากบิดา รวมถึงพลังเทพสวรรค์จากมารดา ทำให้เขากลายเป็นเทพที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุด 

“บังอาจ!!”  

พึ่บ!!  

สิ้นเสียงคำรามของท่านเจ้าเพลิง ลูกไฟลูกใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่บรรดากบฏโลกสวรรค์และแผดเผาทั่วร่างกาย เหล่าเทพต่างร้อนโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ท่านเจ้าเพลิงรู้สึกเมตตาเลยแม้แต่น้อย 

เมื่อใดที่เขาได้ยินเรื่องของบิดาและมารดา ท่านเจ้าเพลิงผู้นี้ไม่เคยปล่อยให้คนพูดได้มีร่างกายและวิญญาณหลงเหลืออยู่อีกต่อไป 

บางครั้งเทพอย่างเขาก็ไม่สามารถยับยั้งความโกรธได้ ไม่ต่างจากมนุษย์ที่เขาจงชังเลยสักนิด 

“กลับไปบอกนายของพวกเจ้าว่าข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะนางแม้แต่ปลายเล็บ ถ้ายังกล้าบุกมาถึงโลกราชันย์นี้อีก ข้าก็จะบุกไปอาละวาดบนโลกมารให้มอดไหม้เหมือนกัน” ท่านเจ้าเพลิงฝากข้อความไปถึงราชามารก่อนจะหายตัวไป ทิ้งให้บรรดากบฏโลกสวรรค์นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา 

“ท่านเจ้าเพลิง!” ทันทีที่กลับมาปรากฏตัวที่ตำหนัก ร่างสูงก็ถูกร่างเล็กของคนในบ้านวิ่งมากระโดดโถมใส่จนเขาผงะ 

“เกิดอะไรขึ้นอีก?” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันนิด ๆ เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาล้อเล่นกับเธอแล้ว เขาอยากพักผ่อนและอยู่นิ่ง ๆ  

เหนื่อยทั้งกายและใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

“เสือไฟของท่าน” ปาลิสาชี้นิ้วไปในห้องนอนด้วยสีหน้าแปลก ๆ  

ท่านเจ้าเพลิงย่นคิ้วนิด ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องนอนและสิ่งที่ปรากฏอยู่บนเตียงก็ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา เจ้าเสือไฟจอมขี้เซานอนอยู่บนเตียงทั้งตัว และตอนนี้ไม่ได้เป็นเสือไฟตัวน้อย ๆ แล้ว แต่เป็นเสือไฟตัวใหญ่กว่าหญิงสาวถึงสามเท่า ซ้ำบนตัวยังมีเปลวเพลิงลุกโชน 

ปาลิสากำลังนอนหลับสบาย เธอก็ต้องมารู้สึกตัวเพราะไอร้อนที่อยู่ข้างตัว พอลืมตาขึ้นก็ต้องกระโดดหนีลงจากเตียงเพราะเธอเกือบจะโดนเผาตาย 

“ข้าเมื่อย นวดหลังให้ข้าหน่อย” แต่แทนที่ท่านเจ้าเพลิงจะจัดการไล่เสือไฟลงไป ร่างสูงกลับหมุนตัวเดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้านนอกพร้อมคำสั่ง 

ปาลิสาจึงต้องเดินตามออกไปหน้ามุ่ย เธอยังง่วงอยู่เลย ยังรู้สึกเพลียจากพิษของผลไม้ต้องห้ามอยู่เลย ต่อไปนี้สาบานเลยว่าเธอจะไม่หยิบจับอะไรบนโลกราชันย์นี้อีกแล้ว 

“ฉันจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน?” หญิงสาวถามขึ้นขณะยืนบีบนวดหัวไหล่แกร่ง 

“ไม่รู้” แต่คำตอบของเขาก็ทำให้เธอตาโตเท่าไข่ห่าน 

“ไม่รู้! หมายความว่าไง ฉันคงไม่ต้องอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตหรอกนะ” หญิงสาวโวยวายลั่นบ้าน ท่านเจ้าเพลิงลืมตาขึ้นมองสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงอีกรอบ 

“อายุขัยของมนุษย์มันสั้น เจ้าของใช้ชั่วชีวิตของเจ้าบนโลกราชันย์ได้ไม่นานหรอก” 

“จะนานไม่นานฉันไม่สนหรอก ฉันสนว่าฉันจะกลับบ้าน” 

“บ้านเจ้ามีอะไรให้กลับไปหากัน ก่อนหน้าที่เจ้าจะถูกพาตัวมาที่นี่ เจ้าก็มีปัญหากับพ่อของเจ้า ส่วนแม่เจ้าก็ไม่ได้สนใจอะไรเจ้าเลยสักนิด เจ้าบ่นทุกวันว่าเจ้าไม่มีใครไม่ใช่หรือ แล้วจะกลับไปทำไม?” คำพูดแสนจะธรรมดาของท่านเจ้าเพลิงทำให้ปาลิสากะพริบตางุนงง 

หญิงสาวยืนอึ้งไปพักใหญ่ นั่นเป็นเพราะเขารู้ปัญหาชีวิตของเธอได้ยังไง แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาคือเทพ หญิงสาวก็เลิกสงสัยก่อนจะถอนหายใจออกมา 

“ถึงจะทะเลาะกับพ่อ แต่ฉันก็รักพ่อ ยังไงฉันก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดี ฉันเป็นมนุษย์นะ จะมาอยู่ที่ได้ยังไง?” ปาลิสาทำปากยื่น ท่านเจ้าเพลิงเงียบไป ไม่ได้พูดอะไรอีก ปาลิสาเหลือบมองเขาแล้วตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ 

“ท่านช่วยพาฉันกลับไปโลกมนุษย์ได้หรือเปล่า?” คำขอร้องของหญิงสาวทำให้คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเล็กน้อย แต่ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง จากนั้นไม่นานเปลือกตาหนาก็เปิดขึ้น 

“ข้าจะช่วยให้เจ้ากลับไปโลกมนุษย์ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”  

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?” หญิงสาวถามกลับด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่เธอจะได้กลับบ้าน 

“ทำให้ข้าเห็นว่ามนุษย์นั้นมีด้านดี ทำให้ข้าหยุดจงชังมนุษย์”  

 

 

 

ท่านเจ้าเพลิงกลับมาแล้วจ้า ฝากติดตามและคอมเม้นด้วยน้า 

เป็นนิยายแฟนตาซีเรื่องแรกที่ไรเตอร์หัดเขียน แหะ ๆ ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยน้า 

ความคิดเห็น