email-icon facebook-icon Line-icon

ตอนที่28 ส้มตำเป็นเหตุสังเกตได้

ชื่อตอน : ตอนที่28 ส้มตำเป็นเหตุสังเกตได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 05:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่28 ส้มตำเป็นเหตุสังเกตได้
แบบอักษร

“เอก ผมหายแล้วลงไปข้างล่างกัน …“เมื่อกินข้าวและกินยาแล้ว คนอ้วนก็นอนต่อจนถึงเที่ยงก็รู้สึกดีขึ้น ก็อยากลงไปเดินเล่นบ้าง นอนมากเกินไปแล้ว 

“แน่ใจนะว่าหายแล้ว ถ้าไม่หายพรุ่งนี้งดไปวัดนะ บอกก่อน …“เป็นเอกหันมาบอกหน้านิ่ง เมื่อคนอ้วนของเขาลุกขึ้นอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเองเสร็จสับตอนที่เขาลงไปคุยกับแม่ เผลอแป๊บเดียวแค่นั้น 

“หายแล้ว จริงๆ …”พูดพร้อมกับยิ้มพยักหน้ายืนยัน  

“แล้วเดินได้เหรอ ยังเจ็บอยู่ไหม …“เป็นเอกเดินมาใกล้ๆแล้วถามขึ้นด้วยความห่วงใย 

“หายแล้ว สบายมาก …”เงยหน้าขึ้นไปตอบแล้วยิ้มให้จนตาหยี 

“งั้น คืนนี้ …” 

“ถ้าคืนนี้เอกทำอะไรผมอีก ผมจะกลับไปอยู่บ้านผม หื่นดีนัก… “คนอ้วนยู่หน้าทำปากจู๋ใส่แล้วเดินออกจากห้องทันที 

“หึๆ …”เป็นเอกมองตามด้วยความเอ็นดู ที่เห็นคนอ้วนสะบัดตูดใส่แล้วเดินหนีไป 

 

“อ้าว !! หนูปลาวาฬ เห็นเป็นเอกบอกว่าไม่สบายลงมาทำไมลูก แม่ว่าจะให้ตาลเอาอะไรขึ้นไปให้กินอยู่เลยลูก …“แม่ของเป็นเอกกำลังยืนดูตาลที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นลูกสะใภ้เดินเข้ามาในครัว 

“ผมดีขึ้นแล้วครับ อ้าว แล้วนี่เอี้ยงไปไหนล่ะครับพี่ตาล …“ปลาวาฬมองหาคนที่ดูแลตัวเองเมื่อเช้า เลยอยากมาขอบคุณซะหน่อย 

“เอี้ยงมันกำลังสาระวลจะพากันกินส้มตำกันอีกแล้วค่ะคุณปลาวาฬ นางพวกนี้กินกันแทบจะทุกวัน …”ตาลง่วนอยู่กับการทำอาหารไปบ่นไป 

“จริงเหรอ งั้นผมไปกินด้วยดีกว่า ได้กินคงจะหายไข้เร็วขึ้น คุณแม่ผมอยากกินส้มตำครับ ผมไปกินกับเอี้ยงนะครับ …”ไม่พูดเปล่าเดินทะลุหลังครัวออกไปทันที 

“อ้าว !! หนูปลาวาฬ ไปซะแล้ว งั้นก็ไม่ต้องยกขึ้นไปแล้วตาล แค่ตั้งโต๊ะข้างล่างก็พอ หึๆ…“แม่ของเป็นเอกพูดขำๆ เพราะมันมีเหตุการณ์แบบนี้ประจำอยู่แล้วของตอนกลางวันหลังจากที่ มีแค่เธอและลูกสะใภ้คนโปรดอยู่กันแค่สองคน บางทีเธอออกไปกินด้วยแต่ไม่บ่อยนัก เพราะไปร่วมด้วย เด็กรับใช้จะเกร็งกันเลยดูเหมือนจะกินกันไม่อร่อยเธอเลยไม่ค่อยออกไปกินด้วย 

“ตาล !!! … “ 

“อะไรคะคุณผู้หญิง ?…” 

“วันนี้เป็นเอกอยู่บ้านนะ ถ้าเป็นเอกรู้ว่าเมียเขาออกไปกินส้มตำ …“ 

“ตาลก็ตกใจนึกว่าอะไร ห๊ะ !!! ตายแล้วจริงด้วยค่ะ …” 

“ออกไปตามสิ เดี๋ยวก็โดนบ่นหรอกยิ่งไม่สบายอยู่ ออกไปตากแดดตากลม แถมออกไปกินส้มตำอีก…” 

“ค่ะๆเดี๋ยวตาลออกไปตาม เดี๋ย …”ตาลยังพูดไม่ทันจบประโยค  

“ตามอะไรเหรอครับ แล้วนี่ใครเห็นอ้วนไหมครับ ผมตามหาทั่วบ้านเลย …”เป็นเอกพูดพร้อมกับมองหาไปด้วย 

“เอ่อ \…”ทั้งคู่พากันยุ่งขึ้นมาพร้อมกันทันที เดินแข่งกันทำอาหาร 

“แม่ ผมถามว่าเห็นอ้วนไหมครับ …“เป็นเอกงงกับที่สองคนที่ทำตัวเองให้ยุ่งเหมือนร้อนรนมีพิรุธอะไรสักอย่าง 

 

“คุณปลาวาฬหายแล้วเหรอคะ ถึงลงมา …”เอี้ยงเห็นคนที่เธอนึกเอ็นดูเดินยิ้มมาก็ร้องทักด้วยความดีใจ 

“หายแล้ว ขอบคุณเอี้ยงมากนะที่ดูแลผมอ่ะ … “ปลาวาฬกับเอี้ยงอายุเท่ากันเลยไม่เรียกพี่ เอี้ยงแก่เดือนกว่านิดหน่อยเท่านั้น 

“โถ คุณปลาวาฬสบายมากค่ะ วันนี้กินส้มตำด้วยกันไหมคะ …”เอี้ยงถามยิ้มๆ 

“กินสิผมนึกอยากกินอยู่พอดี …”ปลาวาฬเดินไปนั่งที่แคร่ที่มีคนงานในบ้านนั่งกันอยู่ 

“พี่ดาว ไม่ต้องสับแล้ว มืออาชีพเขามาแล้วหลบเลยๆ …“เอี้ยงโบกมือให้แม่บ้านอีกคนหลบไป ตอนนี้มีคนนัั่งอยู่ด้วยกันสี่คน รวมปลาวาฬด้วย มีดาว เอี้ยง และ ลุงสุขคนขับรถที่เป็นสามีของดาวมานั่งรอกินส้มตำไก่ย่างด้วยกัน โดยมีลุงสุขกำลังย่างไก่อยู่ 

”มาผมสับเอง …”ปลาวาฬนั่งท่าที่ตัวเองถนัดแล้วลงมือสับมะระกอเหมือนที่เคยทำ โดยลืมไปว่าวันนี้ไม่ได้เหมือนทุกวัน 

“ไก่สุกแล้ว คุณปลาวาฬตำเลยค่ะ วันนี้เอี้ยงนึกว่าจะไม่ได้กินฝีมือส้มตำคุณปลาวาฬซะแล้ว เมื่อกี้เอี้ยงส่งข้อความไปให้คนบ้านนั้นดูแล้วนะคะ ส่งรูปที่คุณปลาวาฬสับมะระกอให้ดูด้วย ยังบอกเลยค่ะว่าอยากมากินส้มตำฝีมือคุณปลาวาฬ …“เอี้ยงคุยเจื่ยยแจ้วไม่หยุด  

“ใครอ่ะบ้านนั้น …”ปลาวาฬตำพริกไปด้วยถามไปด้วย  

“ก็บ้านคุณเจ้าคุณที่มีแฟนน่ารักๆอ่ะค่ะ น้องฝันดีไงคะ …”เอีี้ยงพูดคุยไม่หยุด 

”อ๋อ เอี้ยงชิมดูรสนี้อร่อยไหม…“ปลาวาฬตักขึ้นมาชิมแล้วยื่นให้เอี้ยงชิมดู แต่พอหันไปก็เจอคนหน้ายักษ์ยืนนิ่งมองมาด้วยใบหน้าที่ตึงจนจะแตกอยู่ 

“อร่อยมากๆค่ะ โอเคเลย …“เอี้ยงชิมแล้วพูดชมโดยไม่ได้สังเกตคนที่ยื่นให้ชิมว่าตัวแข็งแล้ว 

“อร่อยมากไหม …”เป็นเอกถามเสียงนิ่ง  

“สุดๆเลยค่ะ ยังงี้ต้องถ่ายรูปส่งอวดไลน์กลุ่มแล้ว …“ไลน์กลุ่มที่ว่าคือ กลุ่มคนที่ทำงานด้วยกันในบ้านนี้แล้วกลุ่มคนที่ทำงานบ้านของเจ้าคุณ  

“เอก เอ่อคือ กินส้มตำด้วยกันไหม …“ปลาวาฬก้มหน้าตักส้มตำขึ้นจากครก เมื่อตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมกริบที่มองมานิ่งๆไม่ไหวติง เขาลืมไปว่าวันนี้ไม่ได้มีแค่เขากับแม่ของคนรักที่อยู่บ้านแค่สองคนเหมือนทุกที 

“อ้วนนน รู้ตัวไหมว่าตัวเองดื้อแค่ไหน ไม่สบายพึ่งดีขึ้นแล้วยังจะออกมาตากลมทำไม …“เป็นเอกพูดเสียงนิ่ง ปลาวาฬก้มหน้า หันหน้าจะหาเพื่อนที่นั่งด้วยกันแต่ตอนนี้ไม่เหลือใครสักคน ทุกคนวิ่งออกไปตั้งแต่เห็นเป็นเอกยืนหน้าตาเป็นยักษ์แล้ว 

“ก็ผมหายดีแล้วอ่ะ เอกไม่เห็นต้องโวยวายเลย …”อ้อมแอ้มพูดออกไป 

“ยัง ยังจะเถียงอีกนะอ้วน ไปเข้าบ้าน …”เป็นเอกยังคงโทนเสียงเดิม แต่ก็ไม่ตึงเหมือนตอนแรก เมื่อเห็นคนอ้วนหน้าหงอยๆ 

“ไม่ !! ผมจะกินส้มตำ แล้วเอกต้องตามสามคนนั้นกลับมาให้ผมด้วย …“ปลาวาฬหน้ามุ่ยที่โดนขัดการกินส้มตำ  

“อ้วนนนน …“เป็นเอกมองหน้าคนดื้อแล้วต้องเงียบเมื่อตากลมโตมองมาไม่หลบและ เหมือนเขาจะโดนงอนเข้าแล้ว  

“เอาไว้วันหลังได้ไหม พึ่งหายไข้ …“เป็นเอกพูดเสียงอ่อนโยนขึ้นเมื่อมีความรู้สึกว่ากำลังจะโดนโกรธ เพราะอีกคนไม่โต้ตอบแถมเดินไปเอาไก่ย่างที่สุกกำลังดีมาใส่จานด้วยปากที่เชิดขึ้นจนจะถึงจมูกอยู่แล้ว 

”^” … 

“เฮ่อ !! …”เป็นเอกถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด เขาไม่เคยแพ้ใครอย่างนี้มาก่อนเลย เขาค่อยๆลงไปนั่งที่แคร่ แล้วมองคนหน้าบูดแกะไก่ย่างออกจากไม้มาใส่จานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาเลย 

“^”… 

“โอเค ๆเอกยอมแล้วครับ เลิกงอนได้แล้วกินก็กิน ใครอยู่ตรงนั้นอ่ะ …”เป็นเอกตะโกนออกไป คนที่แอบอยู่หลังต้นไม้ออกมากันพรึบ รวมทั้งแม่ของเขาด้วยก็ห้าคน  

“ แม่ !! อะไรครับเนี้ย แม่ก็กินกับเขาด้วยเหรอครับ …”เป็นเอกพูดกับแม่แต่ก็ยังมองคนหน้าบูดอยู่ 

“บางทีแม่ก็ออกมากินด้วยอ่ะนะ แต่วันนี้แม่ให้ตาลตั้งโต๊ะในบ้านให้แล้วของแม่กับเป็นเอก หนูปลาวาฬเขาออกมากินส้มตำกับพวกเอี้ยงน่ะ …“เธออธิบายพร้อมมองหน้าลูกสะใภ้ที่กำลังจะลงมือตำส้มตำอีกครก 

“มากินกันสิ วันนี้ผมจะขอมากินด้วยนะ …”เป็นเอกพูดพร้อมกับมองหน้าทุกคน 

“ห๊ะ \…”ทั้งห้าคนอุทานออกมาพร้อมกัน ยกเว้นคนหน้าบูดที่ไม่ร้อง แล้วทั้งหมดก็อุทานออกมาเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพราะทุกคนในบ้านรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นเอกเกลียดกลิ่นส้มตำที่มีปลาร้า พริกกระเทียมถึงไม่ใส่ปลาร้า เป็นเอกก็สั่งห้ามเอาเข้าบ้าน เขาเคยได้กลิ่นที่กินกันอิ่มแล้วล้างจานแล้วแต่กลิ่นยังติดกระจายไปทั่วห้องครัว เขาแค่เดินผ่านห้องครัวแค่นั้นแหละ บ้านแทบแตก ไล่ฉีดสเปรย์กันให้วุ่นวายไปหมด ตั้งแต่นั้นมาเวลากินส้มตำทุกครั้งเลยต้องย้ายมากินที่สวนหลังห้องครัวที่ห่างออกมาหน่อยและเป็นวันที่เป็นเอกต้องไม่อยู่บ้านด้วย  

“กินยังไงอ่ะอ้วนผมกินไม่เป็น …”สรุปแล้วทุกคนก็ต้องเอาเสื่อมาปูกันที่ไต้ต้นไม่แทน ยกแคร่ออกเพราะนั่งกันไม่พอ แล้วก็ยกทั้งส่วนของเป็นเอกและแม่ของเป็นเอกออกมากินด้วยกัน 

“อ่ะ อ้าปาก อ้าม เอกไม่ต้องจับหรอกเดี๋ยวผมป้อน …“ปลาวาฬเอาไก่ย่างใส่ข้าวเหนียวแล้วจิ้มส้มตำป้อนคนที่กำลังอ้าปากเป็นลูกนกอยู่ข้างๆ เขาตำแยกให้ต่างหากที่ใส่พริกแค่สองเม็ด และใส่ปลาร้าให้ด้วยนิดหน่อย  

“อื้อ ก็อร่อยดีเนอะ …”เป็นเอกตาโตพูดด้วยความตื่นเต้น มันอร่อยจริงๆและอยากพูดเอาใจคนป้อนด้วย  

“ใช่ไหมล่ะ เอกพลาดของอร่อยได้ไง …”ปลาวาฬหันมาพูดแล้วสบตากันแล้วยิ้มให้กัน 

“อ้วนป้อนหรอกผมถึงกล้ากิน แล้วก็ตำอร่อยด้วย คราวหน้าตำให้ผมกินอีกนะ …”เป็นเอกกระซิบเบาๆ  

“คุณปลาวาฬตำอร่อยจริงๆค่ะ เปิดร้านได้เลยนะคะเนี่ย …”ตาลเอ่ยชม เพราะทุกครั้งที่ตำก็รสนี้  

“งั้น พี่ตาลไปเปิดร้านกับผมไหม …”ปลาวาฬพูดขึ้นขำๆ มือก็ป้อนลูกนกที่นั่งอ้าปากรอไปด้วย 

“ไม่เอา ตำให้คนที่บ้านกินก็พอแล้ว … “เป็นเอกค้านทันที โดยที่ไม่สนด้วยว่าเขากำลังพูดเล่นกันอยู่ แต่คนหวงก็คือคนหวง  

“ผมล้อพี่ตาลเล่นหรอก เอกก็จริงจังไปได้ …”ปลาวาฬ หันมาป้อนและพูดเอาใจคนจริงจัง 

“แต่ แม่ว่าก็น่าลองนะ อร่อยแบบนี้เดี๋ยวแม่ไปขายด้วย … “คนแม่เมื่อเห็นลูกชายหวงแฟนก็อยากแกล้งบ้าง 

“แม่ พอเลย …”เป็นเอกหน้ามุ่ยใส่แม่ตัวเอง แต่ก็ทำให้ทุกคนยิ้มได้ เพราะเป็นเอกดูเป็นกันเองขึ้นกับทุกคนแล้ว  

“คุณปลาวาฬคะ ดูนี่คนบ้านโน่นส่งข้อความมา บอกว่าคุณฝันดีอยากมากินส้มตำกับคุณปลาวาฬว่างั้น ท่าตำน่าอร่อย ดูสิคะฮ่าๆ …”เอี้ยงส่งมือถือให้ปลาวาฬดูเสร็จก็ขำจะเป็นจะตายเหมือนลืมไปว่ามีนายนั่งกินด้วยอีกสองคน  

“หึๆ …”เป็นเอกขำรูปภาพที่เอี้ยงถ่ายคนอ้วนของเขานั่งยองๆตำส้มตำอย่างตั้งใจ มองแล้วยิ่งดูกระปุกลุกน่าเอ็นดูยังไงไม่รู้ 

“วันหลังผมจะลองชวนน้องฝันดีข้ามรั้วมากินส้มตำด้วยกันดูนะครับ …“ปลาวาฬพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี 

“อย่าเลย ถ้าจะชวนต้องถามพี่เจ้าคุณก่อนนะ เดี๋ยวทำเขาบ้านแตก พี่เจ้าคุณยิ่งหวงน้องฝันดีอยู่ …“เป็นเอกรีบค้านทันที โดยลืมดูว่าตัวเองก็หวงไม่ต่างกันเลย  

“ก็แอบมาตอนที่คุณเจ้าคุณไปทำงานสิ …“ปลาวาฬเอ่ยขึ้นอย่างนึกสนุก  

“อ้วนนน เดี๋ยวเถอะเอาใหญ่เลยนะ …”เป็นเอกดุเสียงนิ่ง 

“ผมพูดเล่นเอกก็จริงจังไปได้ …”ปลาวาฬกอดแขนคนหน้าดุ อย่างประจบเอาใจ 

“หึๆ …”เป็นเอกมองคนชั่งประจบด้วยความเอ็นดู 

…… 

“ตาลเก็บของขึ้นรถหมดหรือยัง …“แม่ของเป็นเอกเดินออกมาถามตาลที่ช่วยกันยกของที่เตรียมจะไปทำบุญที่วัด และพาชลทีไปส่งด้วย เพื่อไปเป็นเด็กวัดก่อนที่จะบวชเข้าพรรษาที่จะถึงนี้ 

“ครบแล้วค่ะคุณผู้หญิง …”ตาลเดินเช็คอีกรอบ เพื่อความแน่ใจ เธอขึ้นรถอีกคันกับเอี้ยง และลุงสุขคนขับรถ ส่วนเจ้านายไปอีกคัน ปกป้องเป็นคนขับ เพราะไปคันเดียวไม่หมด ของที่เตรียมจะไปทำบุญมีเต็มรถ  

“ขอโทษนะครับคุณแม่ พี่ตาลที่ผมไม่ได้ลงมาช่วยยก …“ปลาวาฬหน้าตาตื่นลงมา เพราะตั้งใจจะตื่นมาช่วยขนของ และเตรียมของ แต่โดนคนเอาแต่ใจกอดรัดเขาไว้ไม่ให้ลุกเลยหลับไปอีกรอบตื่นอีกทีก็สายด้วยกันทั้งคู่ 

“อ้วนนน ลงมาไม่รออออ …“เป็นเอกเดินมาก็ไม่สนใครเดินมากอดคอเอาคางเกยไหล่นุ่มนิ้มเหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มที่ 

“เอก ถ้าง่วงก็ขึ้นไปนอน ไม่ต้องไป…”ปลาวาฬหันไปพูดเสียงนิ่งเบาๆ แต่ทำให้คนที่ง่วงอยู่ลุกยืนตรงทันที 

ความคิดเห็น