email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16.พี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 16.พี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 179

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16.พี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง
แบบอักษร

พรึบ !!

“ป่านนี้คุณหนู คงจะต้องกำลังสวีทหวานแหว๋วอยู่กับองค์ชายอยู่เป็นแน่เลย จีซู~~~~!!!!><“

พรางทำสีหน้าเพ้อฝันลอยไปไกล

“! สะ สวีท หรอ?!!”

“ฮึ้ยย! ลืมมันไปเถอะ แต่ว่า ในตอนนี้ไม่มีใครจะเหมาะที่จะเป็นพระชายาไปมากกว่าคุณหนูคังอียูอีกแล้ว เจ้าว่าอย่างนั้นไหม??!!”

“แน่หละสิ ฮ่าๆๆๆ!!!”

จีมินและจีซูกำลังตั้งหน้าตั้งตาผับผ้าห่มต่างๆ หลังจากผ่านการซักตากไว้เมื่อช่วงบ่าย เพื่อเก็บเข้าที่ พรางคุยกันเสียงดังอย่างออกรสออกชาติ

“จีมิน....!”

“หืม..?”

“ทำไมองค์ชายถึงต้องใส่ชุดองครักษ์ ทั้งที่ควรจะเป็นฉลองพระองค์ แต่อยู่ในชุดองครักษ์ก็ทรงสิริโฉมสง่างามไปอีกแบบนะ เจ้าว่ามั้ยอร๊ายยยยย!!!!~”

“.....!”

จีซูพูดไปกรี๊ดกร๊าดอย่าออกนอกหน้า แต่คนฟังอย่างจีมินกลับชุกคิดบางอย่างขึ้นได้มือที่กำลังพับผ้าอยู่เมื่อครู่ชะงักลอยค้างอยู่อย่างนั้น

“ตายแล้วจีซู!! เจ้าจำที่คุณหนูพูดถึงองครักษ์ที่ชื่อ อี ซอลมิน ได้หรือไม่?”

“อืม~ ทำไมหรอ?”

“.....!!”

“.....!!!”

เมื่อทุกอย่างเงียบลงทั้งสองจึงหันหน้าเข้าหากันราวกับนัดกันไว้ จีมินยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากที่กำลังอ้าค้างด้วยความตกใจ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

“จีมิน นี่เจ้ากำลังจะบอกว่า องค์ชายทรงปลอมพระองค์เพื่อ..อ๊ะ!!!”

“เงียบนะจีซู!! หากใครผ่านมาได้ยินเข้า เป็นเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร?!”

จีมินถึงขั้นใช้ฝ่ามือตีแขนจีซูไว้เพื่อไม่ให้นางได้พูดอะไรไปมากกว่านี้

“เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ ไม่น่าพูดให้ข้าคิดเลย!!”

“ยังไงเสีย อย่าให้คุณหนูอียูรู้เข้าโดยเด็จขาด”

“ทั้งที่ยังไงคุณหนูก็ต้องรู้เข้าสักวันหนะหรือ?”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของเราสองคนแล้วหละ ไม่ใช้ข้าไม่สงสารคุณหนูนะ แต่เรื่องนี้เราไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้จริงๆ”

“เป็นข้าคงจะเสียใจน่าดู”

“เฮ้ออออ!!”

ทั้งสองคนถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างพร้อมเพียงเหมือนใช้รูจมูกอันเดียวกัน ทำไมคุณหนูของเราจะต้องพบเจอเรื่องร้ายๆ เช่นนี้ แถมยังเป็นเรื่องที่ตนไม่สามารถช่วยอะไรได้อีก

หากต้องให้เรียบเรียงแบบปะติดปะต่อเอาเอง คุณหนูกับองค์ชายไม่เคยเจอหน้าค่าตากันมาก่อน แต่องค์ชายกลับให้ความช่วยเหลือคุณหนูในทันทีหลังจากที่คุณหนูถูกขังคุก แถมยังดูเป็นห่วงเป็นใยเกินกว่าคนที่เพิ่งเจอกัน ซึ่งผิดแปลกจากนิสัยส่วนพระองค์ม๊ากกกกกกกกก ถึงที่สุด นอกจากองค์หญิงโซรองและพระมเหสีแล้ว องค์ชายก็ไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น

ทั้งคุณหนูยังถามหาองครักษ์ที่ชื่อเหมือนกับองค์ชายซอลมินอีก แสดงว่าทั้งสองคนจะต้องเคยพบเจอกันมาก่อน เพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะองค์รัชทายาทอย่างที่คุณหนูเข้าใจ

และมันก็จะมาต่อที่ข้อต่อไป คือ...ทำไมองค์ชายจึงต้องปลอมพระองค์เองเพื่อเข้าหาคุณหนูอียูด้วย คิดจะทำให้คุณหนูไขว้เขวเพื่อหาเรื่องใส่ร้ายว่าคุณหนูมีใจให้แก่คนอื่นเพราะองค์ชายก็ทรงร้ายอยู่แล้ว แบบนั้นไม่น่าใช่หากไม่ต้องการอภิเษกองค์ชายก็แค่ไล่ว่าที่พระชายาออกจากวังไปเกร๋ๆ ไม่เห็นต้องลงทุนทำทุกอย่างเอง โอ๊ยยยย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว องค์ชายทรงทำเรื่องแบบนี้ไปเพราะอะไรกันนะเพคะ

“นี่! จีมิน!! เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?!”

“อะ!! หืม! คะ คุณหนู!!?”

เมื่อหลุดออกจากภวัง จีซูกำลังเขย่าไหล่ทั้งสองข้างของจีมินเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา เพราะเห็นว่าจีมินนางเอาแต่นั่งเงียบเหม่อลอยมาสักพักแล้ว

“เจ้าไม่สบายหรือเปล่า? ไปพักผ่อนก่อนไหม ข้าอนุญาต”

“เอ่อออ ข้าสบายดีเจ้าค่ะ เพียงแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย ฮ่าๆๆ”

“หรออ อื้อ อย่าเหม่อนักซี่ข้าตกใจนะ!”

“คุณหนู”

“....”

พูดจบคุณหนูอียูก็หันกลับไปสนใจการจดบันทึกตรงหน้าต่อด้วยรอยยิ้มสดใส ทำให้ทั้งจีมินและจีซูต่างก็มองหน้ากันด้วยความหนักใจ

พระตำหนักองค์รัชทายาท.

“องค์ชายทรงเสด็จไปที่ิไหนมาหรือพะยะค่ะ”

“ธุระกงการอะไรของเจ้า ขันทีชอง?”

“เอ่อออ!!”

เมื่อเห็นว่าร่างสูงกลับมาเอาจนเย็นค่ำหลังจากที่หายออกไปจากพระตำหนักนั้งแต่บ่าย แถมยังกลับมาด้วยพระอาการจามไม่หยุด เพราะแพ้เกสรดอกไม้ แล้วยังทรงแต่งองค์ด้วยชุดขององครักษ์อีก คราวก่อนยังกริ้วแทบตายอยู่แท้ๆ

“ขันทีชอง”

“ขอรับ องค์ชาย?!”

“วันนี้อากาศดีนะว่าไหม?”

“.....อ่าาพะยะค่ะ!!”

ขันทีชองหันมองออกไปยังหน้าต่างด้านนอกอย่างงงใจ เพราะทุกอย่างดำมืดไร้ซึ่งแสงตะวัน แถมจมูกก็เพิ่งจะหายแดงไปไม่นาน แต่องค์ชายกลับทำสีหน้าราวกับกำลังชื่นชมสูดอากาศในยามรุ่งเช้าก็ไม่ปราน

“พระองค์ ทรงอารมดีเป็นพิเศษนะพะยะค่ะ”

“อย่างนั้นหรือ ฮ่าๆๆๆๆ ข้าว่าข้าก็ปรกติดีนะ”

“หืมมม กระหม่อมเดาว่าวันนี้ต้องมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับองค์ชายอย่างแน่นอน”

“.....”

องค์ชายไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างที่ขันทีไม่ได้เห็นมาเนิ่นนานจนเขาเองก็ยังก็ยังเผลอตกใจ

แอ๊ดดด...!

“ขออภัยองค์ชาย องค์หญิงขอเข้าเฝ้าเพคะ”

“.....”

นางในที่ก่อนหน้านี้ยืนอยู่ด้านนอกข้างหน้าประตูก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เมื่อได้ยินอย่างนั้น สีหน้าขององค์ชายจึงกลับมามีท่าทีเรียบนิ่งอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าให้นางในพาองค์หญิงเข้ามา

เมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกองค์หญิงโซรองจึงเดินเข้ามาภายในห้อง ซอลมินยิ้มเล็กๆ ให้แก่น้องสาวก่อนจะผายมือให้องค์หญิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“ขันทีชอง เจ้าออกไปก่อน”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

เมื่อเห็นว่าเหลือเพียงแค่เขากับองค์หญิง สีหน้าของร่างเล็กก็มีอาการแปลกออกไปจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด

“ที่หม่อมฉันมาพบเสด็จพี่ ก็เพราะว่า....”

“ว่ามาเถอะ”

เมื่อเห็นว่าองค์หญิงมีท่าทีอึกอัก ตนจึงยิ้มน้อยๆ เพื่อให้โซรองผ่อนคลายลง

“เรื่องของผู้หญิงคนนั้น หม่อมฉันไม่ทราบว่าเป็นว่าที่พระชายาของเสด็จพี่”

“.....”

“หม่อมฉันทำเรื่องที่แย่ ทำให้ประวัติของว่าที่พระชายาเสื่อมเสีย”

“....”

ซอลมินมององค์หญิงพูดอย่างเงียบๆ เพราะสาเหตุที่โซรองมาก็เพื่อที่จะพูดบางอย่างที่นางอัดอั้น ไม่งั้นคงไม่มาเอายามนี้

“หากหม่อมฉันรู้ก่อนว่าหญิงผู้นั้นคือใคร หม่อมฉันจะไม่ทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนเพคะ”

“โซรอง!”

“......!!!”

น้ำเสียงเรียบนิ่งเป็นดั่งความเยือกเย็น ซอลมินกำมือข้างหนึ่งแน่น แต่ก็ต้องพยายามคลายออกด้วยไม่ต้องการทำร้ายจิตรใจน้องสาว โซรองจึงมีท่าทีหวาดกลัวก่อนจะก้มหน้าไม่กล้ามองตาพี่ชายของตน

“เจ้าหนีออกจากวังบ่อยครั้ง ทำไมจึงคิดว่าเรื่องแค่นั้นข้าจะไม่รู้”

“เสด็จพี่เรื่องนั้น!!...”

องค์หญิงถึงกะสะดุ้งด้วยความตกใจพรางเงยหน้ามองซอลมิน ตัวสั่นราวกับลูกนก

“เจ้าไม่เคยทำผิดในสายตาข้า”

“.....!!”

“แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำในสิ่งที่เจ้าเกลียดเสียเอง”

ภาพในวันวาน รอยยิ้มที่อ่อนโยนดังนางฟ้า นางจะคอยปกป้องผู้คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ทั้งยังเกลียดการกระทำที่รุนแรง ดูได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่วันนี้นางฟ้าตัวน้องของเขากลับทำเรื่องที่ไม่น่าเชื่อนั่น หากเป็นกับคนอื่นเขาคงไม่รู้สึกอะไรขนาดนี้ แต่กลับเป็นอียู นางต้องทนกับอากาศหนาวเหน็บบนพื้นที่เย็นเชียบในคุกตลอดทั้งคืนจนจับไข้หนัก.

“อภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเสด็จพี่ หม่อมฉันกลัว จึงพลั้งมือไป หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจนะเพคะ!!”

“.......!”

น้ำตามากมายเริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตากลมโต ร่างเล็กสั่นสะเทือนเพราะกำลังควบตุมตัวเองไม่ได้ ทำให้ซอลมินเริ่มที่จะสงบสติตนเองขึ้น เขาไม่ได้จะพูดไม่ดีหรือใส่อารมแม้แต่น้อย แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปไม่ได้ดูอบอุ่นเหมื่อนอย่างครั้งก่อนๆ นั่นทำให้องค์หญิงสัมผัสได้ว่าพี่ของตนกำลังโกรธตนจริงๆ พลั้งมืออย่างนั้นหรือ ยังมีสิ่งที่ข้ายังไม่รู้อีกอย่างนั้นหรือนี่!!

“ข้าจะไม่พูเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง และขอให้เจ้าคิดเอาไว้ ว่าจะไม่เกิดเรื่องอย่างนั้นอีก”

“เสด็จพี่!!...”

“อย่าร้องไห้ไปเลยองค์หญิง เจ้าก็รู้ว่าไม่มีเรื่องใดทำให้ข้าโกรธเจ้าได้”

ซอลมินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แม้ในใจจะแผดเผาแค่ไหนก็ตาม

“ไม่เลยเพคะ หม่อมฉันดีใจต่างหาก....”

“....!”

“ที่อย่างน้อย เสด็จพี่ก็ทรงโกรธหม่อมฉันจริงๆ เสียที ที่ผ่านมาพระองค์ไม่แม้แต่จะสนใจว่าหม่อมฉันจะทำอะไรด้วยซ้ำ มันทำให้หงุดหงิดใจอยู่ตลอด”

“.....!”

“เหมือนกับว่า ช่องว่างของหม่อมฉันกับเสด็จพี่ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน พระองค์มักจะวางหม่อมฉันเอาไว้ในที่ๆ ทุกความจริงมีแค่ด้านเดียว”

องค์หญิงเริ่มที่จะพูดมากขึ้น ด้วยน้ำตาที่ไหลไม่หยุดและใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปราบปลื้ม เมื่อได้ยินแบบนั้นซอลมินเองที่เป็นฝ่ายนิ่งอึ้ง จนต้องเอามือขึ้นกุมหน้าตนเองไว้อย่างหลวมๆ

“หม่อมฉันดีใจ ที่เสด็จพี่ทำให้หม่อมฉันรู้สึก ถึงการมีตัวตนอย่างคนที่เป็นพี่เป็นน้องควรจะเป็น”

“......ข้าขอโทษ!!”

“ไม่เลยเพคะ!! เสด็จพี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษ!!”

“ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าข้าจะทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น!!”

“แค่เสด็จพี่ ทรงดีใจเมื่อหม่อมฉันมีความดีความชอบ ทรงโกรธเมื่อหม่อมฉันกระทำตนไม่ดี หม่อมฉันก็ดีใจมากจริงๆ เพคะ”

“.......!”

ซอลมินนิ่งเงียบจับจ้ององค์หญิงด้วยความรู้สึกผิดต่อนางมาโดยตลอด เขาไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาการที่ไม่เคยตำหนิองค์หญิงจะทำให้โซรองรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างนั้น เขาไม่เคยรู้เลยจริงๆ

“เพียงเท่านี้ ที่หม่อมฉันต้องการจะพูด”

“ที่ผ่านมา ข้าเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง ข้าน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้”

“แต่เสด็จพี่ทรงเป็นพี่ชายที่ข้าไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้วนะ เพคะ”

“.....”

ซอลมินพูดด้วยสีหน้าของคนที่ทำความผิด โซรองเห็นอย่างนั้นจึงค่อยๆ ปาดน้ำตาออกจากสองข้างแก้มแล้วยิ้มออกมาอย่างจริงใจ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ซอลมินรู้สึกโกรธองค์หญิงจริงๆ ทั้งที่ผ่านมากเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่โตกว่าตอนนี้มากมายนักที่องค์หญิงทรงทำ ซอลมินกลับมองว่าไม่มีเรื่องใดที่เป็นปัญหา แต่เมื่อเป็นอียูเขาจึงได้รู้ว่าเขาปล่อยผ่านมันไปแบบทุกครั้งไม่ได้เสียอย่างนั้น ทั้งที่พยายามแล้ว...

ความคิดเห็น