junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER16:ยังทำไม่ได้ (NC 20+)

ชื่อตอน : CHAPTER16:ยังทำไม่ได้ (NC 20+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.5k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2560 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER16:ยังทำไม่ได้ (NC 20+)
แบบอักษร

#

CHAPTER16 :ยังทำไม่ได้

ร่างกายเปลือยเปล่าซุกตัวกับแผงอกกว้างเพื่อแบ่งปันไออุ่น เอียงใบหน้าถุไถขึ้นลงกับกล้ามหน้าอกอย่างเคลือบเคลิ้ม แล้ววาดวงแขนขึ้นกอดร่างหนา ไม่อยากลืมตาตื่นจากห้วงเวลาแสนอบอุ่น แต่ความปรารถนานั้นสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเสียงสมาร์ทโฟนส่งเสียงร้องดังลั่น ไม่อยากลืมตาตื่นก็ต้องตื่น เพราะมันส่งเสียงร้องดังน่าหนวกหูเป็นที่สุด

“อะไรกันเนี่ย อื้ออออออ”ดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา ปวันลืมตาขึ้นแล้วยิ้มให้กับท่าทางน่าเอ็นดู คริสาทำท่าชักกระตุกอย่างขัดใจ ก่อนจะปรือตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่อยู่ในโฟกัสคือใบหน้างัวเงียที่โคตรจะหล่อเหลาของปวัน คริสายื่นมือออกไปจิ้มจมูกโด่งเป็นสัน แล้วก็ทำตาลุกวาว

ของจริงตัวเป็นๆไม่ใช่ความฝัน

คริสาทำท่าจะแผดเสียงกรี้ดออกมาดังๆแต่ปวันรู้ทัน เขารีบเอื้อมมือไปอุดปากคริสาแล้วพลิกร่างขึ้นคร่อมเธอทันที

“ชวู่!ไม่ต้องกรี้ด เดี๋ยวเจ็บคอ”

“อื้ออออออออ อวู้ อ่อยยยยยยยยย”

คริสาพยายามจะดิ้นและแสดงออกทุกวิถีทางว่าเธอตกใจสุดขีด ตื่นขึ้นมาแบบงัวเงีย ร่างกายเปลือยเปล่าและปวันก็อยู่บนเตียงในสภาพที่ไม่ต่างกัน สมองประมวลผลทันทีว่าเกิดขึ้นอะไรขึ้น แล้วจะทำอะไรได้นอกจากร้องกรี้ดเหมือนคนเสียสติ

“เมื่อวานซืนคริสเมามากครับ แล้วพี่ก็ลากกลับมาจากผับ จากนั้นก็วุ่นวายไปหมด พี่จะไม่บอกว่าเราทำอะไรกันบ้างในคืนนั้น เพราะคริสคงจำไม่ได้ ทีนี้คริสก็หลับไปอีกวันนึงเต็มๆ เมื่อวานพอพี่กลับมาตอนเย็น เราก็ทำแบบนั้นกันอีก แล้วก็พากันหลับทั้งสองคน เรื่องย่อๆก็ประมาณนี้ละครับ หรืออยากให้พี่ลงรายละเอียด”ปวันอธิบายอย่างรวบรัดตัดตอน คิดไว้แล้วว่าฟื้นสติมาต้องกรี้ดๆจนแก้วหูสั่น แล้วก็งุนงงถามนู่นนี่ พอโกรธก็ใช้กำลังอีก สู้บอกไปเลยจะดีกว่า คริสาเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ช็อกไปกับสิ่งที่ปวันบอก ตอนนี้ในหัวหนักอึ้งคิดอะไรไม่ทันเอาเสียเลย แล้วไอ้ที่บอกมา มันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย นี่เธอทำบ้าอะไรลงไป

“อ่อยยยยยยยเอยยยยอ้ายยยยยยยอัน”(ปล่อยเลยไอ้ปัน)

“เดี๋ยวปล่อยครับ แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อน ที่เราทำกันนะ เกิดจากความร่วมมือนะ พี่ไม่ได้ปล้ำไม่ได้ใช้กำลังเลยด้วย ถ้าจะโกรธก็โกรธตัวเองห้าสิบเปอร์เซ็น โกรธพี่อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ห้ามเหมารวม”คริสาถลึงตาจนแทบถลนออกจากเบ้า ไอ้หมอบ้าพล่ามเรื่องน่าอายทำไมกัน

“เดี๋ยวถ้าพี่ปล่อยจะกรี้ดจะทุบก็เอาเลย แต่คราวนี้พี่ทำกลับนะ เอาให้สลบไม่ฟื้นไปสามวันแปดวันเลย”

อึกกกกก*!*ถูกขู่

คริสานึกในใจ แล้วก็ต้องหยุดดิ้น ทำตาปริบๆแบบคนจนหนทาง ปวันผ่อนลมหายใจค่อยๆคลายมือที่ปิดปากออก เตรียมแก้วหูแตกในอีกหนึ่งวินาที

เงียบฉี่

คริสาเม้มปากบาง จ้องมองปวันนิ่ง ปวันเองก็เช่นกัน เงียบอยู่นานมากเพราะคนตัวเล็กกำลังลำดับภาพเหตุการณ์ในสมอง จำได้ดีที่สุดก็ตอนท้าดวลดื่มเหล้าแล้วจากนั้นก็เหมือนภาพกระพริบมันวูบวาบไปมากระโดดข้ามช็อต อ้วกแตกในผับ ในรถ น่าจะอ้วกใส่โถส้วมด้วยละมั้ง จากนั้นก็เหมือนจะไปทำอะไรสักอย่างบนโซฟา หน้า ปวันแว่บเข้ามา ไอ้ความรู้สึกขนลุกซู่ก็ด้วยแล้วภาพก็ขาดหายไป นึกออกอีกทีจำได้ว่าตัวเองฝันแล้วก็เป็นฝันลามกซะด้วยหรือว่านั่น มันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

“นึกออกมั้ย”

“อึก อึก ฮืออออออออ”เบะปากแล้วคว่ำหน้าลงร้องไห้กับหมอนใบใหญ่ สุดยอดของความอับอายทั้งหมดทั้งเพมันจริงอย่างที่ปวันบอก เธอให้ความร่วมมือกับเขาทำเรื่องแบบนั้นจริงๆด้วย รอยแยกแผ่นดินอยู่ตรงไหนอยากมุดหน้าแล้วหนีหายไปจากพื้นโลกนัก

“แล้วร้องไห้ทำไมครับ”ก้มลงไปจุมพิตบนแผ่นหลังเปลือยเปล่า ลูบปลอบเบาๆ แผ่นหลังคริสาสั่นเทิ้มเพราะแรงสะอื้น

“ฉวยโอกาส”

“ยอมรับครับ พี่มันไม่ดีเอง”

“ก็รู้ว่าเมาไม่รู้เรื่องยังจะทำอีก”พูดอู้อี้ใส่หมอนแล้วทุบหมอนแรงๆเพื่อระบายอารมณ์

“อยากอัดวีดีโอไว้เป็นหลักฐานจริงๆจะได้รู้ว่าพี่ต้องเจอกับอะไรบ้าง”ปวันทำหน้ายู่ อยากให้คริสามาเป็นอย่างเขาบ้าง

“ห้ามนอนกับผู้หญิงคนอื่นบ้างละ ให้จับหน้าอกบ้างละ ปวันเป็นของคริสคนเดียว ละแล้วก็……..อื้อออออออ”คริสาพลิกตัวแล้วเอามืออุดปากปวันทันที สะกัดกั้นทุกถ้อยคำที่กำลังพล่ามไม่หยุดปาก ไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น

“เงียบนะ หยุดพูดเลย”สั่งเสียงดุ ปวันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพยักหน้าตอบรับ คริสาทำแก้มป่องพองลมแล้วเอามือที่อุดปากออก ก่อนจะผลักปวันลงจากเตียง

“ลุกๆไปเลยนะ ออกไปจากเตียงเลย ออกไปใครใช้ให้ขึ้นมานอน ออกปายยยยย”

“ทำเป็นหวง ทีคืนก่อนยังกระโดดขึ้นไปแย่งโซฟาพี่เลย”

“กรี้ดดดดดดดดดดดด”ร้องกรี้ดแข่งกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอีกรอบ ปวันปิดหูแล้วยื่นโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวเตียงให้เจ้าของ

“จ๋อมโทรมา รีบรับซะ เผื่อเสียงไว้กรี้ดให้เพื่อนรักฟังบ้าง พี่หูชาไปหมดแล้ว”ยัดโทรศัพท์ใส่มือคริสาแล้ว เดินโทงๆเข้าห้องน้ำไป

ปิ๊บ!กดรับสาย แล้วส่งเสียงทะลุร้อยเดซิเบลส่งให้เพื่อนรัก

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด”

*“โอ้ย!อิคริสโดนน้ำมนต์สาดเหรอย่ะ!”*จริยาโอดครวญมาตามสาย ขี้หูเต้นเร่าๆรับอรุณ

“อิจ๋อม ที่ผับทำไมแกไม่ห้ามฉัน”

*“*อ้าว อีนี่ผ่านมาสองวันเพิ่งมาโวย แกหลุดไปดาวเสาร์มารึไง”

“แกก็รู้ว่าฉันเมาแล้วเป็นไง ทำไมไม่ห้ามห๊ะ!”

*“*โอ้ย คงห้ามได้ละยะ จะลากผัวกลับบ้านท่าเดียว ฉันไม่พูดพล่ามกับแกแล้ว อีกยี่สิบนาทีฉันจะไปหาแกที่บ้าน เดี๋ยวค่อยเจอกัน”

ตู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

แล้วจริยาก็กดวางสายไป คริสาดิ้นไปมาขัดใจเป็นที่สุด ฉวยเสื้อที่หล่นลงข้างเตียงขึ้นมาสวมแล้วนั่งหน้าบึ้งอยู่อย่างนั้น ปวันอาบน้ำเสร็จออกมาคริสายังคงไว้ซึ่งสีหน้าบูดเบี้ยว

“ไปอาบน้ำได้แล้ว กลิ่นโชยออกมาเหม็นจะแย่”ไล่คนหน้าบึ้งไปอาบน้ำ ความจริงอยากลากไปอาบให้มากกว่า แต่สถานการณ์ไม่สู้จะดี ไม่อยากทะเลาะตอนเช้าๆ

“เหอะ!”ทำเสียงฟึดฟัดแล้วแยกเขี้ยวใส่ปวัน ก่อนจะกระทืบเท้าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ปวันหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางของเด็กไม่รู้จักโต

รถยนต์คันหรูของอลันแล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์ ตลอดทางคนนั่งข้างหลับทันทีตั้งแต่ขึ้นรถ ไม่รู้เป็นเพราะว่าเธอง่วงจริงๆหรือหลีกเลี่ยงจะพูดคุยกับเขากันแน่ เพราะพอเขาดับเครื่องยนต์ปุ๊บ ณฉัตรก็ลืมตาตื่นทันที

“ถึงแล้วเหรอคะ”

“อื้ม”

ณฉัตรคลำหาเพื่อเปิดประตูรถ อลันเอื้อมมือไปดึงแขนคนที่กำลังจะก้าวลงจากรถทันที

“รู้ใช่มั้ยว่าถ้าทำเรื่องโง่ๆอย่างที่ทำที่ทะเล เธอจะเจอกับอะไร”อลันเอ่ยเสียงเข้มจริงจัง ณฉัตรนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร เขาจึงกระตุกแขนแรงๆเพื่อกระตุ้นให้เธอตอบ

“ตอบคำถามสิ”

“รู้คะ”

“รู้ก็ดี ลงไปจากรถได้แล้ว”

ปล่อยแขนณฉัตรให้เป็นอิสระแล้วพากันลงจากรถ รถเบนซ์สีดำคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์อีกคัน เป็นร่างเล็กที่ก้าวลงมาจากรถก่อน ตามด้วยร่างสูงที่เดินตามหลังมาติดๆ

“อาแอล ฉัตร!”จริยาร้องเรียกชื่อเสียงใส พุ่งตรงมายังคนที่ยืนอยู่ก่อนพร้อมกับส่งยิ้มให้ ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีก้าวตามมาติดๆ

“สวัสดีคะอา หวัดดีฉัตร”ยกมือไหว้อลันแล้วโบกมือทักทายณฉัตร

“จ๋อมมาหาคริสแต่เช้าเลยนะ”อลันเอ่ยทักขึ้น

“จะสิบโมงแล้ว ไม่เช้าละมั้งคะ”

“แล้วนั่นพาหนุ่มที่ไหนมาด้วย”อลันพยักเพยิดไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง บอดี้การ์ดหน้าหล่อก้มศีรษะเป็นเชิงทักทายให้แก่อลัน อลันทำเช่นเดียวกัน

“นี่พี่กฤษณ์คะ เป็นคนสนิทของคุณพ่อ คุณพ่อไปฮ่องกงเลยให้พี่กฤษณ์มาคุมความประพฤติ”จริยาทำปากเบี้ยว อลันหัวเราะเบาๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณกฤษณ์”

“เช่นกันครับคุณอลัน”อลันอาจจำเขาไม่ได้แต่กฤษณ์จำเขาได้ดี ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอกันแต่นานมากแล้ว

“ฉัตร นั่นกำลังจะไปไหนเหรอ ทำไมแต่งตัวแบบนั้น”กฤษณ์เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นณฉัตรสวมเสื้อผ้าหลวมโพรกที่ไม่เข้ากับตัว

“คุณกฤษณ์สวัสดีคะ พอดีเสื้อผ้าฉัตรเปียกนะคะ เดี๋ยวจะไปเปลี่ยนชุดแล้ว ขอตัวนะคะ”ณฉัตรบอกพร้อมกับหมุนตัวทำท่าจะเดินจากไป กฤษณ์ก้าวเข้าไปดักหน้าทันที ทั้งอลันและจริยาจ้องเขม็ง

“ไปเรือนกระจกใช่มั้ย ผมพาไปส่งเอง”กฤษณ์เสนอตัวอย่างบริสุทธิ์ใจ

“เค้าเดินของเค้าอย่ทุกวัน คุณกฤษณ์ไม่ต้องลำบากหรอกครับ”อลันเอ่ยเสียงเย็นชา หงุดหงิดกับท่าทางของกฤษณ์ แล้วยัยเด็กนี่ก็ยืนบื้อไม่ยอมปฏิเสธ อยากให้ผู้ชายไปส่งถึงห้องรึไง มันน่านัก

“ฉัตรไปเองคะ ขอบคุณคะ”

“ไม่ลำบากครับ”กฤษณ์พูดตัดบทก่อนจะเอื้อมมือไปประคองแขนณฉัตรแล้วเดินนำเธอไป อลันพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดพอๆกับจริยาที่ทำหน้าบึ้งทันที

“นั่นเค้าสนิทกันเหรอจ๋อม”ถามจริยาอย่างอารมณ์เสีย

“พี่กฤษณ์เค้าคงอยากสนิทอยู่หรอก ฉัตรน่ารักซะขนาดนั้น”ทำหน้าบึ้งแล้วมองตามหลังคนทั้งสอง ตาบอดแล้วยังเสน่ห์แรงอีก ไม่รู้ไปอ่อยผู้ชายที่ไหนไว้บ้าง

“จ๋อมเข้าไปหาคริสนะคะ”สะบัดหน้าเดินกระทืบเท้าออกไป ปวันเดินสวนออกมา แล้วร้องทัก

“อ้าว จ๋อมมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อกี้คะพี่ปัน”

“แล้วทำไมทำหน้างั้นละ”เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของจริยาปวันอดจะถามไม่ได้

“ฮอโมนผู้หญิงนะพี่ปัน แล้วนี่จะไปไหนคะ”

“ไปทำงาน วันนี้สายมากแล้วด้วย”ตอบออกไปแต่สายตาจับจ้องที่อลัน ที่เขาออกไปทำงานสายเพราะอยู่รออลันนี่แหละ

“นั้นจ๋อมเข้าไปหาคริสนะคะ”

“เข้าไปสิ อยู่บนห้องแหนะ”จริยาเดินหายเข้าไปในตัวคฤหาสน์ ปวันเดินเข้าไปหาอลันที่ทำหน้าหงุดหงิดเสียเต็มประดา

“คุณอลันพาณฉัตรหายไปไหนทั้งคืนครับ”ยิงคำถามตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม อลันหันมามองปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะยักไหล่สบายๆ

“เมื่อวานพาณฉัตรไปหาหมอ แล้วก็เลยไปบางแสน เห็นว่าค่ำเลยขี้เกียจขับรถกลับเลยค้างคืน”ตอบเหมือนเรื่องปกติแม้จะหนาวๆร้อนๆกับสายตาจ้องจับผิดของปวันก็เถอะ

“พาณฉัตรไปค้างคืนสองต่อสองนี่นะครับ”

“ปวัน แกไม่ต้องมาทำเสียงทำหน้าอย่างนั้นเลย มันไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิดหรอก”

“ผมไม่สบายใจเลยที่คุณทำแบบนี้”

“ฉันไม่ใช่ฆ่าตกร ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะพายัยเด็กนั่นไปฆ่าหรอก”

“ผมไม่ได้กลัวเรื่องนั้นหรอก”ปวันดักคอเหมือนจะรู้ทัน อลันตีหน้าซื่อแบบคนไม่มีนอกไม่มีใน

“หัดไว้ใจคนอื่นเค้าซะมั่งสิ”ทำสีหน้าจริงจัง แต่ปวันไม่หลงเชื่อง่ายๆ ให้ไว้ใจคนอย่างอลันนะเหรอ เป็นไปได้ยาก

“ผมดีใจที่คุณกรุณาฉัตร เด็กคนนั้นเจออะไรมาเยอะ ผมไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดอีก”นิ่งเงียบกันทั้งสองคน อลันเข้าใจความหมายในคำพูดดี ก่อนจะเป็นปวันที่เปลี่ยนเรื่อง

“วันนี้จะเข้าไปโรงพยาบาลหรือเปล่าครับ”

“อืม เปลี่ยนชุดแล้วจะออกไป เมื่อวานขอบใจมากที่เข้าประชุมแทน เดี๋ยวฉันตามต่อเอง”

“นั้นเราออกไปพร้อมกัน เดี๋ยวผมจะบอกรายละเอียดเรื่องที่ประชุมให้คุณรับทราบแล้วก็จะปรึกษาเรื่องงานด้วย”

“เอางั้นก็ได้”

เมื่อตกลงกันได้ อลันหายไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขับรถออกไปพร้อมกับปวัน

ในสวน

“คริส ตกลงแกจะเอาไงเรื่องพี่ปัน”จริยาเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงจริงจัง ทั้งสองคนพากันมานั่งสูดอากาศภายในสวน ที่จริยามาวันนี้ก็เพื่อต้องการคำตอบจากเพื่อนรักเรื่องแผนการที่วางไว้

“ก็ตามนั้นนั่นแหละ”คริสาตอบด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความตั้งใจจะสลัดปวันออกจากชีวิตหล่นหายไประหว่างทางตอนไหนก็ไม่รู้ ความรู้สึกเกลียดยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยมเธอมั่นใจ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้หัวใจเท่าไหร่นัก แปลกดี ทั้งที่เกลียดแต่กลับไม่ทุรนทุรายเหมือนทีแรก

“เอาดีๆคริส เสียงแกอ่อน เหมือนกับว่าไม่มั่นใจในสิ่งที่เลือกอย่างงั้นแหละ”

“ทำตามที่ตกลงกันนั่นแหละ มันจะได้จบๆสักที”

“จบก็ส่วนจบว่ะ แต่มั่นใจน่ะว่าจะไม่เจ็บ”จริยาส่งตรงลูกดอกอาบยาพิษพุ่งเข้ากลางใจคริสา เจ็บปวดโดยไม่มีสาเหตุ แปลกไหมละ

“อืม”

“นั้นฟังแผนการฉันให้ดี”จริยาเริ่มต้นเล่าแผนการให้คริสาฟัง มันดูเข้าท่าแล้วคงจะได้ผล แต่ความรู้สึกปวดแปลบแบบแปลกๆแทรกเข้ามาเป็นระยะ กว่าจริยาจะเล่าจบ คริสาก็รู้สึกชาหนึบไปทั้งหัวใจ เกิดความเงียบอยู่เป็นนาน ก่อนจะเป็นคริสาที่ทำลายความเงียบนั้น

“จ๋อม มีอะไรในโลกบ้างวะที่ทำให้เราเจ็บ จนขนาดจะตายได้”

“มีหลายอย่างว่ะ แต่ฉันรู้จักดีอยู่อย่างเดียว”จริยาซัดทอดสายตาไปยังร่างสูงที่เดินประคองณฉัตรมาจากไกลๆ คริสามองตามสายตานั้น แล้วเข้าใจทุกอย่าง

“มันเรียกว่า ความรัก”

*“*อืม มันคงเป็นความรัก”

หัวหน้าแม่บ้านกับเด็กรับใช้คนสนิทสะกิดกันไปมาให้ดูท่าทางเหม่อลอยของณฉัตร ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่ทำท่าทางเซื่องซึมถามคำตอบคำ

“หนูฉัตรเด็ดผักจนมันล้นออกมานอกกะละมังแล้วจ้า”ป้านุ่นร้องบอกณฉัตรพร้อมกับดึงกะละมังที่มีผักล้นอยู่เต็ม หญิงสาวเหมือนจะได้สติ

“ขอโทษทีคะ ฉัตรเหม่อไปหน่อย”

“ไม่สบายหรือเปล่า หน้าซีดหน้าเซียวเชียว”เปาถามขึ้น

“สบายดีแล้วคะ ไม่มีไข้แล้ว นี่เตรียมอาหารไปถึงไหนแล้วคะ”

“แกงเผ็ดแกงจืดเสร็จแล้วคะ เหลือผัดผักรวมกับกุ้งอบวุ้นเส้นของโปรดของคุณหนูที่กำลังอบอยู่”

“ของหวานละคะ”

“คุณจ๋อมหิ้วชีสเค้กร้านดังมาฝาก วันนี้เธอจะอยู่ทานข้าวเย็นด้วย”

“อ้าว!คุณจ๋อมยังไม่กลับเหรอคะ เห็นคุณกฤษณ์กลับไปก่อนแล้วนี่”ณฉัตรถามอย่างแปลกใจ เพราะกฤษณ์บอกลาเธอขอตัวกลับก่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยง นึกว่าจริยาจะกลับแล้วเสียอีก

“ยังอยู่คะ คุยอะไรกับคุณหนูอยู่ไม่รู้ในห้อง เห็นว่าจะโทรให้คุณกฤษณ์มารับตอนค่ำๆ”เปาบอก

“ถ้ารู้ว่าคุณจ๋อมจะทานข้าวด้วย ฉัตรจะได้ทำต้มยำให้เธอทาน”ณฉัตรจดจำได้หมดว่าใครชอบอาหารรสชาติใด อย่างคริสาไม่ทานผัก ปวันชอบอาหารรสจืด อานนท์ชอบอาหารไทยโบราณ และปานวาดชอบทานอาหารชีวจิต

“มีแกงส้มคงพอแทนได้คะ”

“นั่นสิคะ”

“ป้า คุณอลันกับคุณปวันกลับมาแล้ว คุณหนูบอกว่าตั้งโต๊ะเลย”สาวใช้อีกคนวิ่งเข้ามาบอกในครัวด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ ทุกคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจทันที

“เพิ่งห้าโมงเอง ทำไมกลับกันเร็วจัง”ป้านุ่นถามอย่างสงสัย

“อย่ามัวสงสัยป้า เอาผักลงกระทะก่อนเดี๋ยวหนูกับยัยจี๊ดจะไปจัดโต๊ะ”เปาเร่ง ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง

อลันกับปวันเดินลงมาจากรถ ทั้งสองยังคงพุดคุยเกี่ยวกับงานในโรงพยาบาล  คริสากับจริยาออกมายืนรอท่า ผู้ชายสองคนมองหน้ากันด้วยความฉงนใจ

“โห ยัยคริสเดี๋ยวนี้พัฒนาออกมายืนรอสามีที่ท่าน้ำเลยนะ”อลันออกปากแซว ปวันหัวเราะเบาๆ นายแพทย์หนุ่มส่งยิ้มให้ภรรยาที่หน้าบูดบึ้งน้อยลงนิดหน่อย

“อาก็พัฒนานะคะ กลับบ้านตั้งแต่หัววัน พวกอีหนูไม่ว่างรึไง”อลันไม่ตอบแต่เดินไปหาจริยาแทน

“จ๋อม วันนี้อยู่กับคริสทั้งวันเลยเหรอ”

“ใช่คะ ขออู้ไม่เข้าบริษัทวันนึง ทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์แล้ว”

“แล้ว….คนคุมประพฤติเธอหายไปไหน”อลันสอดส่ายสายตาหากฤษณ์ ถ้าจริยาขลุกอยู่นี่ทั้งวัน ไอ้หมอนั่นก็คงอยู่นี่ด้วย หรือว่าจะไปตามเฝ้ายัยเด็กนั่น

“พี่กฤษกลับไปตั้งแต่เที่ยงแล้วคะ เดี๋ยวจ๋อมให้มารับตอนค่ำๆ”จริยาตอบคำถาม อลันยิ้มอย่างพอใจ คริสาหรี่ตาทำท่าจ้องจับผิด

“เข้าไปข้างในกันเถอะ ทานข้าวเย็นกัน หิวจะแย่”อลันบอกทุกคนก่อนจะเดินนำเข้าไปในคฤหาสน์ คนที่เหลือเดินตามเข้าไปในห้องอาหาร เด็กรับใช้กำลังจัดอาหารขึ้นโต๊ะ ณฉัตรยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งในห้องอาหาร เป็นช่วงเวลาเดียวที่อานนท์ขอร้องให้เธออยู่ในคฤหาสน์ เพราะบางครั้งต้องการพูดคุยตามประสาคนในครอบครัวแม้ณฉัตรจะปฏิเสธการร่วมโต๊ะก็ตาม อลันเดินเข้ามาดวงตาคู่คมทำงานทันทีเมื่อเห็นณฉัตรยืนอยู่ หญิงสาวดูปกติดี คงหายจากอาการป่วยแล้วกระมัง

“ฉัตร อยู่นี่เอง”ปวันที่เดินตามหลังมาติดๆ เรียกณฉัตรอย่างดีใจ ชายหนุ่มเดินตรงไปหาณฉัตรทันที อลันมองตามไม่คลาดสายตา

“พี่ปันกลับมาเร็วจังคะ”

“เคลียร์งานเสร็จเร็วนะ แล้วเราละเมื่อวานไปหาหมอ ทุกอย่างโอเคมั้ย”อันที่จริงเขาอยากจะถามว่าไปกับอลันโอเคหรือเปล่า แต่ในเมื่อตัวการยืนห่างอยู่ไม่กี่ก้าว ไม่เหมาะนักที่จะถามออกมา

“โอเคคะ”

“ทุกเรื่องเลยใช่มั้ย”ถามโดยมีความหมายแอบแฝง ณฉัตรยิ้มเล็กน้อยเข้าใจที่ปวันถามดี

“ทุกเรื่องคะ”ปวันยิ้มอย่างโล่งใจก่อนจะยกมือขึ้นยีหัวหญิงสาวตามความคุ้นเคย อลันกระแอมไอเสียงดังเสียจนณฉัตรสะดุ้ง เพราะไม่คิดว่าเขาจะยืนอยู่ในห้องอาหารด้วย

“ทานข้าวดีกว่า หวังว่าคงไม่มีอาหารคาวๆเลี่ยนๆหรอกนะ”เดินไปนั่งหัวโต๊ะ แล้วทำท่าหงุดหงิดขึ้นมาทันทีทันใด ทุกคนทยอยนั่งล้อมรอบโต๊ะอาหาร

“ว้าว น่ากินจังเลย”จริยาทำตาโตเมื่อเห็นหน้าตาอาหารน่ารับประทาน

“จ๋อมทานเยอะๆนะ ชอบทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าจะได้ให้เด็กไปทำเพิ่ม”

“ไม่ละคะอาแอล นี่ก็เยอะจนจะทานไม่หมดแล้ว”

“ห่วงแต่ยัยจ่อมนั่นแหละ ถามหลานบ้างไรบ้างก็ดีนะคะ”คริสาทำท่าทางหมั่นไส้

“สามีแกนั่งอยู่นั่นไง อยากกินไรก็อ้อนเอาสิ”อลันโบ้ยให้ปวัน คริสาทำหน้างอ

“คริสมีแค่กุ้งอบวุ้นเส้น ก็ไม่แตะอย่างอื่นแล้วละครับ”ปวันบอกอย่างรู้ดีก่อนจะหันไปมองคริสาพร้อมกับส่งยิ้มให้ จริยากระแอมไอเสียงดัง

“อะแฮ่ม! นี่มันอาหารอิตาเลี่ยนนนนนนรึไงเนี่ย”

“เอาละ ลงมือทานกันได้แล้วเดี๋ยวอาหารเย็นหมด”อลันบอกทุกคนก่อนจะลงมือทานอาหาร เขากับปวันยังคงพุดคุยถึงงานที่โรงพยาบาลระหว่างทานข้าว คริสาส่งสายตาให้จริยา เพื่อจะหาโอกาสทำตามแผน

“เอ้อ คริส วันศุกร์นี้ฉันจะไปถ่ายโฆษณาที่กระบี่ แกอยากไปมานานแล้วนี่ ไปกับฉันมั้ย”จริยาเอ่ยแทรกขึ้น ปวันกับอลันหยุดบทสนทนาทันทีหันไปมองจริยาอย่างสนอกสนใจ

“จริงเหรอ น่าสนนะ แกจะไปกี่วันละ”

“วันอาทิตย์ก็กลับแล้ว”

“เออ เอาสิไปด้วย”คริสาตอบตกลง จริยาส่งสัญญาณให้คริสาเร่งทำตามแผน

“ไปด้วยมั้ย”คริสาเอ่ยขึ้นลอยๆ อลันกับปวันทำหน้างง

“นี่แกชวนใครยัยคริส กุมารทองเหรอ”จริยาเม้มริมฝีปากกดเสียงต่ำ

“จะไปมั้ยกระบี่ ก็เรายังไม่ฮันนีมูนกันเลยนี่”คริสาหันไปถามปวัน นายแพทย์หนุ่มคิดว่าตัวเองหูฝาด

“คริสว่าอะไรนะครับ”

“ไปฮันนีมูนกันมั้ย”เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าแดงระเรื่อ ปวันฉีกยิ้มกว้างเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่

“ไปสิครับ ไปสิ”ตอบตกลงโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง รอยยิ้มแห่งความดีใจทำให้จริยาก่นด่าตัวเอง คริสาก็เช่นกัน

“น่าอิจฉาจริงๆหนีไปสวีทกันสองคน”อลันเอ่ยแทรกขึ้น เขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่คริสากำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างที่อานนท์บอก ปวันจะทำให้คริสายอมรับในตัวเขาเข้าสักวัน

“นั้นเดี๋ยวฉันจองห้องสวีทให้เลยนะ รับรองได้บรรยากาศดื่มด่ำของน้ำผึ้งพระจันทร์แน่”

“ขอบใจนะจ๋อม”ปวันเอ่ยขอบคุณ เขายิ้มแก้มแทบปรินั่นยิ่งทำให้จริยารู้สึกผิด

“แล้วไปถ่ายโฆษณาอะไร”อลันถามขึ้น

“ครีมกันแดดคะ”

“นั้นก็ต้องมีสาวๆในชุดบิกินี่นะสิ”

“เพียบเลยคะอา จ๋อมคัดแบบเอ็กซ์ๆมาทั้งนั้น”

“ชักจะน่าสนแล้วสิ ขอตามไปด้วยได้มั้ย”

**“ไม่ได้ค่ะ!”**ทั้งคริสาและจริยาเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

“สามัคคีกันตอบเลยนะ ไม่ไปก็ได้”อลันเอ่ยเซ็งๆ คริสากับจริยามองตากันแล้วทำหน้าโล่งใจ ถ้าอลันไปด้วยก็คงยุ่งยาก

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะสาวช่างเจรจาอย่างจริยาร่วมโต๊ะด้วยทำให้พูดคุยกันอย่างสนุก อลันกับจริยาดูเหมือนจะพูดคุยกันถูกคอ ณฉัตรยืนรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะกลืนหายไปกับฝาผนัง แล้วช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารก็จบสิ้นลง ปวันอาสาไปส่งจริยาที่บ้าน เพราะไม่ต้องเสียเวลา เหลือเพียงคริสา อลันและณฉัตรที่ยังอยู่ในห้องอาหาร

“อาทานชีสเค้กนี่สิ ร้านโปรดยัยจ่อมเลย อร่อยมากด้วย”

อลันจ้องมองชีสเค้กในจานแล้วทำหน้ายู่

“ไม่ชอบของหวานอ่ะ คริสกินเถอะ”

“สองชิ้นก้เป็นหมูสิคะอาแอล”อลันหัวเราะเบาๆ หลานสาวกลัวอ้วนแต้จ้วงเค้กเข้าปากไม่หยุด

“จ๋อมน่ารักดีนะ คุยเก่งด้วย แล้วก็โตขึ้นเยอะเลย”

“ฮันแน่!อาแอล อย่าบอกนะว่าสนใจเพื่อนคริส”คริสาหรี่ตาดักคอคนเป็นอา

“ทำไม จ๋อมมีแฟนแล้วเหรอ”

“ไม่มีอ่ะ”

“นั้นก็จีบได้สิ”พูดเสียงดังแล้วก็หันไปมองคนที่ยืนตัวลีบอยู่ตรงมุมห้อง

“ไม่ให้จีบ อาแอลเจ้าชู้จะตาย เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เดี๋ยวทำเพื่อนคริสเสียใจ”

“กับผู้หญิงดีๆใครเค้าจะเห็นเป็นของเล่น ถ้าผู้หญิงเลวๆก็ว่าไปอย่าง นอนด้วยสองสามครั้งก็จบ”พูดเสียงดังกว่าปกติ จุดประสงค์จะให้บุคคลที่สามได้ยิน ณฉัตรเข้าใจดีว่าอลันพูดกระทบกระแทกเธอ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่กว่าที่เป็นอยู่

“อาใจร้ายชะมัด คริสไม่คุยกับคนใจร้ายแล้ว ไปนอนดีกว่า”คริสาทำปากยื่น ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินหายไป ตอนนี้ภายในห้องอาหารเหลือเพียงคนสองคนเท่านั้น

“เก็บจานเค้กพวกนี้ไปสิ ยืนนิ่งอยู่ทำไม”ทั้งที่รู้ว่าณฉัตรมองไม่เห็นก็ยังจะออกคำสั่ง

“เดี๋ยวฉัตรให้เด็กมาเก็บคะ” ณฉัตรบอกเสียงเบา แล้วเดินช้าๆผ่านโต๊ะอาหาร แต่มีหรือคนอย่างอลันจะปล่อยโอกาสให้หลุดรอด เขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหญิงสาวก่อนจะดึงร่างเล็กมานั่งบนตัก รวบกอดไว้แน่น

“คุณอลันทำอะไรคะ”ณฉัตรถามอย่างตกใจ นี่มันกลางห้องอาหาร เขาทำแบบนี้ไม่กลัวคนในคฤหาสถ์เห็นรึไงกัน

“ทำอะไรเหรอ นี่เรียกว่ากอด”รวบกอดร่างบางบนตักแน่นแล้วยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์

“แล้วนี่เรียกว่าหอมแก้ม”พุดจบก็ฉกวูบเข้าที่พวงแก้มสุกปลั่ง ซ้ายทีขวาที อย่างคนฉวยโอกาส ณฉัตรทำตาโต

“อย่าทำแบบนี้นะคะ”

“แล้วอยากรู้มั้ยว่าจูบต้องทำไง”ณฉัตรดิ้นขลุกขลัก อลันอารมณ์ดีได้แกล้งคนตัวเล็ก สีหน้าตื่นกลัวทำให้เขาพอใจ

“นี่มันห้องอาหารนะคะ”

“อ้อ แสดงว่าถ้าทำในห้องนอนก็โอเค”

“คุณอลันถ้ายังทำแบบนี้ ฉัตรจะร้องให้คนช่วยนะคะ”ณฉัตรบอกอย่างคนหมดความอดทน

“ร้องสิเอาเลย ร้องดังๆ คนทั้งคฤหาสน์ได้แห่มาดู แล้วจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน ฉันเดาว่าพี่อานนท์เองก็คงดีใจ ที่เด็กในปกครองมีผัวเป็นตัวเป็นตน”เอ่ยอย่างร้ายกาจ รู้ทั้งรู้ว่าณฉัตรเทิดทูนบูชาอานนท์ ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง อลันได้ทียกเรื่องนี้ขึ้นมาขู่เพื่อให้เธอปิดปาก

“คุณร้ายกาจมากเลยรู้ตัวมั้ยคะ”ณฉัตรเอ่ยอย่างคนหมดหนทาง อลันยิ้มเยาะ

“ก็มีเมียแรดนี่ ผัวเก่าก็ยังติดต่อ แถมยังอ่อยไอ้เบื้อกที่มากับจ๋อมอีก กับปวันก็ไม่เว้น เก็บอาการบ้างนะเวลาอยู่กับปวัน นั่นมันหลานเขยฉัน ถ้ากล้าทำให้ยัยคริสเสียใจ ฉันเอาเธอตายแน่”

“ฉัตรไม่เคยคิดเลวๆแบบนั้นนะ”

“ก็ดีที่ไม่คิด อย่าไปเสนอตัวให้ปวันแล้วกัน กับผู้ชายคนไหนก็ห้าม”ซุกไซร้อยู่ตรงซอกคอ สูดดมเอากลิ่นที่ตามติดจมูกจนไม่เป็นอันทำงาน แล้วใหนจะสัมผัสที่ชวนโหยหานั่นอีก ยัยเด็กนี่ทำเขาเตลิด

“นี่ อยู่นิ่งๆสิ ขอหอมนิดเดียว”

“ไม่คะปล่อยนะคะ”ต่อต้านเท่าทีแรงจะมี อลันเริ่มเคลิ้มกับกลิ่นกายหอม ต้องยอมรับว่าห้องอาหารมันทำอะไรไม่สะดวก เขาจำใจถอนจมูกออกจากซอกคอแล้วดันร่างณฉัตรให้ลุกขึ้น ก่อนจะคว้าแขนเธอแล้วฉุดให้เดินตาม

“จะไปไหนคะ”

*“*ก็ฉันยังไม่กินของหวานเลยนี่ ต้องหาที่เหมาะๆ จัดการกับของหวานหน่อย”

…………………………………………………………….

]

คนตัวโตพยายามดันร่างเล็กเข้าไปในห้องนอน ณฉัตรฉวยคว้าบานประตูไม่ยอมผ่านพ้นเข้าไปในห้องนอนของอลัน เขาอุตส่าห์ฉุดกระชากลากถูเธอมาจากห้องอาหาร พาขึ้นบันไดมาด้วยวิธีสุดแสนทุลักทุเล จนมาจบอยู่หน้าห้อง หญิงสาวแข็งขืนเกาะขอบประตูแน่นส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันด้วยรู้ว่าหากเข้าไปข้างในนั้น เธอจะเจอกับอะไร

“ไม่เอาคะ ฉัตรไม่เข้าไป คุณอลันอย่าทำแบบนี้สิคะ”ณฉัตรอ้อนวอน สองมือยึดขอบประตูแน่น รู้สึกได้ว่ามือหนากำลังแกะนิ้วเธอออกจากขอบประตูพร้อมกับทำเสียงรำคาญอยู่ในลำคอ

“ยืนคาประตูอยู่อย่างนี้ อยากให้คนเห็นรึไง”

“ไม่อยากคะ แล้วก็ไม่อยากให้คุณทำแบบนี้ด้วย”ณฉัตรตอบทันที อลันนิ่วหน้าบดกรามอย่างขุ่นเคือง ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ดื้อด้านเรื่องมากกันนะ

“ไม่อยากให้ทำก็ทำไปหลายครั้งแล้ว จะมาอะไรกันตอนนี้ มันไม่ทันแล้วหรอกนะ”

“เห็นแก่ตัวที่สุด!”ณฉัตรว่าอย่างโกรธเคือง เขาเป็นคนรังแกเธอแล้วยังมีหน้ามาพูดจาเหมือนคนเห็นแก่ได้

“ก็แล้วไง ฉันมันเป็นอย่างนี้ อยากได้อะไรก็ต้องได้”อลันพูดใส่หน้าก่อนจะหมดความอดทน กระชากสองมือที่เกาะหนึบออกจากขอบประตูแล้วใช้ร่างกายใหญ่โตดันร่างเล็กเข้าไปในห้องตามด้วยการกดล็อกปิดประตูแน่นหนากันคนรบกวน ณฉัตรถอยครูดไปติดฝาผนัง อลันก้าวประชิดตามติด เขาใช้มือสองข้างยันฝาผนัง กักขังร่างเล็กไว้แล้วจ้องมองเหยื่อที่หมดทางดิ้นรน ด้วยสีหน้าพอใจ

“หนีไม่ได้แล้ว”ยื่นหน้าไปกระซิบจนจมูกแทบจะชนกัน ณฉัตรสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ไล้ผ่านปลายจมูกอย่างผะแผ่ว

“ฉัตรไม่เข้าใจว่าคุณมีเหตุผลอะไรต้องทำอย่างนี้กับฉัตร”ณฉัตรกลั้นใจถามออกไป แม้รู้ดีว่าคำตอบต้องทำให้เธอเจ็บปวดและดูไร้ค่าอีกนั่นแหละ

“อยากนอนกับผู้หญิงสักคน ต้องใช้สักกี่เหตุผลกันละ”แทนที่จะตอบกลับตั้งคำถามกลับไป อันที่จริงอลันไม่มีคำตอบให้กับคำถามนี้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้

“กับอีแค่อยากนอนกับผู้หญิง ทำไมคุณไม่นอนกับคนที่เขาเต็มใจละคะ จะมาอะไรกับฉัตรทำไม ฉัตรไม่เต็มใจไม่ยินยอม ไม่อะไรทั้งนั้น”พูดจบก็เบี่ยงหน้าไปทางอื่น เพราะรู้สึกได้ว่าอลันกำลังจ้องมองด้วยสายตาแข็งกร้าวและไม่พอใจกับคำพูดของเธอ

“ไม่เต็มใจไม่ยอม หรือไม่อะไรก็ช่าง เพราะความจริงคือความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉันมันก้าวพ้นผ่านเหตุผลและความรู้สึกทุกอย่างแล้วตอนนี้สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปแล้ว ตลอดกาล”อลันเว้นช่วงเพื่อจะได้สำรวจใบหน้าหวานที่เจือไปด้วยความหม่นเศร้า ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเฌอร์มาล

“ก็เป็น เมีย ไปแล้วนี่ ได้กันแล้ว จะให้เป็นอย่างอื่นได้ไง”

ณฉัตรหน้าร้อนผ่าว อลันโยนสถานะเมียให้กับเธอโดยไม่ถามความสมัครใจ จริงอยู่หากชายหญิงมีความสัมพันธ์กันในแบบนั้น ก็เท่ากับว่าเธอเป็นเมียของเขา แต่สถานะที่ว่ามันต้องประกอบไปด้วยอะไรหลายอย่าง นอกเหนือจากสัมพันธ์ทางร่างกายทั้งเธอและอลันไม่มีอะไรเชื่อมต่อกันเลย ไม่นับความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอ

“มะ ไม่สักหน่อย ฉัตรไม่ได้เป็น…”ก้มหน้าแล้วพูดเสียงเบาหวิว หัวจิตหัวใจก็ด้วยมันอ่อนแรงเสียจนแทบหยุดเต้นอยู่รอมร่อ

“ไอ้ที่เราทำกันเมื่อคืนกับวันก่อน มันไม่ช่วยให้เธอเข้าใจอะไรเลยรึไง”อลันกระซิบใส่หูพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าเอวคอดรั้งมาแนบชิดกับร่างกายใหญ่โตของเขา ดวงตาคู่คมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแรงเสน่หา อลันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป ยามได้ใกล้ชิดณฉัตรดูเหมือนเขาจะสมองพร่าเบลอและสั่งการอะไรได้ยากลำบาก ความฉลาดหัวหมอไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นักในสถานการณ์อย่างนี้ มีแต่หนังหน้าที่เข้าขั้นหนาและด้านคิดเองเออเองว่าณฉัตรเป็นเมียและเขาสามารถทำอะไรเธอก็ได้ ทั้งที่รู้ว่าความจริง เขาใช้กำลังบังคับและข่มเหงเธอสารพัด

ไอ้หมอเฮงซวยเอ้ย*!* อลันด่าตัวเองในใจ

“คุณอลันใจร้ายแล้วยังขี้โกงที่สุดเลยคะ”เสียงหวานเอ่ยตัดพ้อ ใบหน้างามกระเง้ากระงอด ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเป็นเส้นบาง อลันเผลอยิ้มตามกับท่าที่เกี่ยงงอนที่แสนจะน่ารัก เธอทำท่าหนักใจแต่เขากลับอารมณ์ดี

“ถ้าเจอแบบเธอ ผู้ชายหน้าไหนมันก็อยากทำใจร้ายและขี้โกงใส่ทั้งนั้นแหละ”

“ทำไมคะ ฉัตรมันหน้าโง่ อ่อนแอ น่ารังเกียจมากใช่มั้ย”ทำจมูกฟึดฟัด คนเจ้าน้ำตากำลังจะเป่าปี่อีกแล้ว อลันมันเขี้ยว อยากยื่นปากไปปิดปากช่างประชดประชันเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“อื้ม ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ต้องรังแกซะให้เข็ด”อลันกระซิบเสียงกระเส่าแล้วประทับจูบเน้นหนักตรงซอกคอสูดกลิ่นกายหอมกลุ่น ละเลียดปากริมฝีปากแผ่วเบาในจุดแรกก่อนจะลาดลงกดประทับเน้นหนักสร้างร่องรอยตีตราจองความเป็นเจ้าของทุกอณูของผิวกายตรงตำแหน่งซอกคอ ซ้ายทีขวาทีสลับกันไป คนถูกรุกรานเอียงตัวเบี่ยงหลบ บ้างดันร่างหนาด้วยสองมือ ปากพร่ำอ้อนวอนขอให้เขาหยุดการกระทำ แม้มันจะหวามไหวเสียจนเข่าอ่อน แต่ต้องปฏิเสธการสัมผัสทุกรูปแบบจากเขา เรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง มันไม่ควรเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ

“อยู่กับดอกไม้ในเรือนกระจกนั่นทุกวัน ตัวเลยหอมอย่างนี้นี่เอง”อลันพร่ำเพ้อ นั่นเพราะกลิ่นกายสาวหอมจรุงจิตจรุงใจ เหมือนกลิ่นดอกไม้แรกแย้ม จมูกโด่งซุกไซร้อยู่ตรงแอ่งชีพจร เผยอปากเล็กน้อยขบกัดเนื้อนุ่ม รอยแดงที่ทำไว้เมื่อคืนก่อนยังไม่ทันจะจางหายก็ประทับทำรอยซ้ำให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ก่อนจะเลื่อนมือสองข้างที่รั้งเอวไว้ขึ้นไปประคองใบหน้าหวานที่แสดงความประหวั่นพรั่นพรึงอย่างเห็นได้ชัด อลันจ้องมองด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกิน แก้มใสแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาด ริมฝีปากสีชมพูแวววาว และดวงตาที่ไม่อาจสะท้อนเงานั้น ดึงดูดทุกความรู้สึกในตัวเขา

“อื้อ”

มอบจุมพิตที่แผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่อลันจูบณฉัตรด้วยความรู้สึกที่ยากอธิบายแต่ให้ผลคือรู้สึกดีจนตัวลอย ทั้งที่ไม่โปรดปรานของหวานแต่สิ่งที่กำลังละเลียดชิมรสอยู่ตอนนี้ หวานล้ำเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขาอ่อนโยนเสียจนณฉัตรเองก็รู้สึกได้ ริมฝีปากที่ถูกครอบครองอยู่สั่นระริกอันเนื่องจากกำลังเกร็งขืน หากเผยอริมฝีปากปากตอบโต้การรุกล้ำก็เหมือนกับว่าเธอยินยอมให้เขาจูบ แต่ก็นั่นแหละมีหรือสัมผัสนุ่มนวลแต่แสนแนบแน่นจะพ่ายแพ้แก่จิตใจอ่อนยวบยาบนี้ได้

“อะ อื้อ”

ท้ายที่สุดก็ต้องเผยอริมฝีปากอ้ารับเรียวลิ้นชุ่มชื้นเข้าไปครอบครองรวงผึ้งในโพรงปาก ลิ้นเรียวทำหน้าที่ได้ไม่มีขาดตกบกพร่องเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กในโพรงปาก ดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ ณฉัตรไม่รู้ตัวว่าเผลอตอบโต้เขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ นายแพทย์หนุ่มผู้ช่ำชองในบทรักมีหรือจะเอาชนะและชักจูงสาวน้อยผู้ไม่ประสีประสาไม่ได้ คนตัวเล็กจูบตอบด้วยความรู้สึกตามธรรมชาติ ในขณะที่สมองปิดระบบตัวเองและอย่ใต้อาณัติของร่างหนาอย่างเบ็ดเสร็จ จูบละมุนละไมเริ่มยกระดับหนักหน่วงขึ้นตามความต้องการ อลันกดจูบและบดเบียดริมฝีปากอย่างรุนแรง เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาอยู่ในอารมณ์ใด ในขณะที่ณฉัตรแทบจะสำลักรสจูบและคิดว่ามันเนิ่นนานเสียจนเธอเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายสำหรับทุกสิ่ง นั่นแหละอลันถึงจะยอมถอดถอนริมฝีปากออกมา เพื่อให้โอกาสคนตัวเล็กกอบโกยลมหายใจ ณฉัตรนึกสงสัยทำไมต้องเป็นเธอทุกทีสิน่าที่จวนเจียนจะหมดลม ทำไมไม่เป็นเขา อลันหายใจทางผิวหนังหรืออย่างไร

“แค่นี้ ไม่พอเหรอคะ”เสียงหวานเอ่ยถาม ด้วยหวังว่ายังพอมีความหวังที่เขาจะปล่อยเธอไป ไม่ทำอะไรมากกว่านี้ อลันหัวเราะเบาๆในลำคอ ยัยเด็กณฉัตรช่างไร้เดียงสา ถ้าเทียบวัดระดับกับสาวนักรักที่เขาผ่านศึกมา ยัยเด็กนี่อยู่ในระดับเตรียมอนุบาลชัดๆ อลันอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งที่ณฉัตรก็เคยผ่านผู้ชายมาแล้วแต่ทุกอย่างที่แสดงออกมาล้วนแล้วแต่บิดเบือนและไม่ตรงตามความเป็นจริง จะว่าเด็กมากจนไม่รู้ประสีประสาก็ไม่ใช่ ไอ้ท่าทางคำพุดคำจาที่ทำเหมือนคนไม่เคยนี่คือกับดักหรือเปล่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้น เขาต้องเผลอเหยียบติดกับเข้าสักวัน อลันยกร่างบางขึ้นอุ้มและวางไว้บนเตียงก่อนจะนั่งลงข้างๆแล้วยกร่างณฉัตรขึ้นไปนั่งบนตัก ตามด้วยการซุกไซร้แบบเต็มรูปแบบ และนั่นก็คงจะเป็นการตอบคำถามในแบบของเขา

ไม่… ไม่พอ

แล้วมือปลาหมึกกับหนวดสากๆก็เริ่มทำงาน อลันกอดรัดร่างเล็กที่อยู่บนตัก มือซุกซนเริ่มบีบขยำทรวงอกผ่านทางเนื้อผ้า ในขณะที่ริมฝีปากขบกัดติ่งหูเพื่อกระตุ้นอารมณ์ ณฉัตรเสียวแปลบไปถึงหัวใจมันเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกา แต่การนั่งบนตักอลันหวาดเสียวและน่ากลัวว่านั้นมากนัก

“ตัวก็หอม หน้าอกก็นิ่ม”ยืนยันความนุ่มนิ่มด้วยการกางมือตะปบเคล้นคลึงทรวงอกอย่างหนักมือ ณฉัตรห่อไหล่ หัวใจเต้นแรงเสียจนจวนจะวาย อลันเริ่มจู่โจมแบบเต็มรูปแบบ มือหนึ่งรูดซิปชุดเดรสลงช้าๆแล้วค่อยๆร่นชุดลู่ไปตามไหล่นวนเนียน อลันกดจูบลงบนไหล่มน ค่อยๆซับริมฝีปากไปตามแผ่นหลัง ณฉัตรกำจิกเล็บไปบนเข่าตัวเองเพื่อสะกัดกั้นความรู้สึก ผิวขาวลออนวลเนียนเหมือนผิวเด็กทำให้ผู้ใหญ่ใจร้ายอดใจฝากรอยขบกัดพอได้เห็นเป็นเขี้ยวเล็กไว้ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดผิวกายสาว ก้อนเนื้อข้างซ้ายวิ่งชนผนังหัวใจราวกับจะพุ่งออกมา  อลันจูบซับไล่ต่ำลงไปจนถึงหลางแผ่นหลัง ใช้ปากเกี่ยวปลดตะขอบรา ฝ่ามือตามลาดปลดเปลื้องจนท่อนบนเปลือยเปล่านายแพทย์ผู้ช่ำชองซุกไซร้อ้อมไปฉกจูบพวงเต้างาม  เสียงหายใจที่ณฉัตรได้ยินแล้วเสียวปลาบกำลังดังก้องไปทั้งห้อง ร่างบางที่ไร้อาภรณ์ท่อนบนสุดจะวาบหวิวและหนาวสั่นน้อยๆ แม้จะเกร็งขืนทั้งร่างเพียงใดแต่ก็ไม่อาจต่อต้านการสัมผัสจากอลันได้ ถึงไม่อยากจะให้ความร่วมมือแต่ก็ไร้หนทางจะต่อต้านอยู่ดี

“สวยมากเลยเด็กดี”อลันยืดตัวขึ้นไปกระซิบใส่หูก่อนจะใช้ร่างแกร่งโอบกอด กระชับร่างบนตักให้ชิดอกเขา สอดสองมือเข้าไปใต้รักแร้ บับขยำเคล้นคลึงเต้าทรวงอย่างหนักหน่วง ขณะเดียวกันบั้นท้อยงอนงามที่เด้งขึ้นลงอยู่บนหน้าตักกำลังสร้างความวุ่นวายให้กับอลันเป็นอย่างหนัก ทุกครั้งที่คนตัวเล็กเด้งร่างขึ้นบดเบียดขยับไปมา มันเหมือนกับดึงเอาแก่นความรู้สึกที่ตั้งลำรอท่าผงาดอยู่แล้วให้พุ่งโจนทะยานออกมานอกกางเกงเนื้อผ้า แค่เธอขยับเขาก็เตลิด  อลันนึกอายที่ตัวเองไวต่อความรู้สึกราวกับเด็กหนุ่มถ้าเขากลั้นไม่อยู่จนต้องสำลักพิษคากางเกง คงน่าอับอายเต็มที

“ซี้ดดดดดดดดส์ อ่า อย่าขยับแบบนั้น เดี๋ยวถูกรังแกอีกนะ”เอ่ยเสียงกระเส่าเป็นคำเตือน ร่างบางที่เด้งอยู่บนตักตัวแข็งทื่อทันที ณฉัตรไม่รู้จะหาทางออกให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้อย่างไร แค่ขยับเขยิ้นร่างกายไปตามความรู้สึกก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ถ้าให้นั่งนิ่งยอมให้เขานำทุกสิ่งมันก็ลำบากเต็มที แม้แตจะหายใจยังรู้สึกได้เลยว่ามันสั่นไปทั้งตัว

“ฉัตร ฉัตร…”

ณฉัตรอึกอัก ทำท่าจะลุกออกจากตักแต่อลันยึดร่างไว้แน่น ก่อนจะบังคับจับเรียวหน้าให้หันไปรับจูบที่เขาป้อนให้ถึงปาก

“อื้ม อื้ม”

อลันถอนจูบออกอีกครั้ง คราวนี้เขาเปลี่ยนแปลงท่าทางโดยการจับร่างบางที่นั่งอยู่บนตักหมุนตัวเข้าหาเขา ณฉัตรนั่งคร่อมอยู่บนหน้าขารีบคว้าหมับเข้าที่ต้นคออลันเพราะกลัวตก อลันยกยิ้มมุมปาก ท่าทีแบบนี้ช่างเหมาะเจาะสายตาจับจ้องอยู่แต่ทรวงอกคู่สล้าง

“จูบฉันสิ”

“คะ?”

“จูบฉันณฉัตร เดี๋ยวนี้”อลันออกคำสั่ง ไม่สนใจคนตัวเล็กที่ทำหน้าเหมือนเพิ่งถูกคำตัดสินประหาร ณฉัตรส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรุนแรงพร้อมกับเอามือที่คล้องคออลันอยู่ออกทันที

“มะ ไม่คะ ฉัตร ไม่…”

“จูบฉัน เร็วสิ”ไออุ่นลมหายใจที่ประทะริมฝีปาก บ่งบอกว่าเขาเอาริมฝีปากตัวเองมาจดจ่ออยู่ในตำแหน่งริมฝีปากเธอ ณฉัตรเม้มเรียวปากแน่น เขาจะทำอะไรกับร่างกายของเธอก็ได้เพราะเธอไม่มีปัญญาห้าม แต่หากออกคำสั่งให้เธอเป็นฝ่ายจูบเขา มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีอยู่ในสมอง และนั่นทำให้ทุกอย่างดูเข้าใจยากและไม่อาจจะทำได้

“ถ้าไม่จูบ ก็อยู่ท่านี้ จนกว่าจะเช้า”แน่แล้วคือคำขู่ แต่ที่ไม่แน่คือ ความกล้าในตัวเอง ณฉัตรพ่นลมหายใจอย่างคนอ่อนแรง นิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิด อลันมองใบหน้าหวานที่ทำหน้าตาเศร้าอย่างชวนน่าเอ็นดู เขาเสพติดการบังคับผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ไม่รู้ทำไม ไม่รู้เหมือนกัน  เปลือกตาคู่สวยปิดลงช้าๆ ทั้งที่หากลืมตาไว้ก็ใช่จะมองเห็น ณฉัตรโน้มใบหน้าลงไปทำตามคำสั่ง ริมฝีปากสั่นระริกสัมผัสปลายจมูกโด่งของอลัน สูงกว่าตำแหน่งริมฝีปากไปเพียงนิด แต่กลับไม่เป็นปัญหา อลันเชิดริมฝีปากขึ้นแล้วรองรับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา

เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความขลาดกลัว ความสับสน แม้แต่เรียวปากที่สั่นระริกก็สื่อได้ถึงความสั่นไหวในหัวใจ หัวใจที่สั่นพร่าไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของเขา

………………….

เหมือนกับการติดกับดักที่ตัวเองวางไว้ ลึกๆแล้วอลันรู้ดีว่าเขาเป็นฝ่ายตกหลุมให้กับความสัมพนธ์นี้ ทั้งๆที่รู้จะนำไปสู่หนทางใด

คนตัวโตค่อยๆไล่มือลงมาตามหน้าท้อง ลากฝ่ามือหนาผ่านสะดือบุ๋มแล้วใช้นิ้วเซาะขอบชั้นในตัวน้อย ก่อนจะคลืบคลานเข้าไปรุกรานครอบครองความอูบอูมที่อยู่ในร่มผ้าจนเต็มไม้เต็มมือ ณฉัตรสะดุ้งเฮือก เบาโหวงตรงท้องน้อย หากแต่ความสัมพันธ์ของริมฝีปากกำลังขับกล่อมให้สารสื่อประสาทบางอย่างออกมาทำงาน เหมือนกับว่าร่างกายและความรู้สึกถุกขมวดรวมเป็นสิ่งเดียวกัน จูบที่เหมือนจะถูกบังคับกลับเป็นจูบที่สร้างความพึงใจและบางสิ่งบางอย่างที่กำลังคืบคลานอยู่เบื้องล่างก็เร่งปฏิกิริยาต่างๆให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นิ้วเรียวยาวสัมผัสเนินเนื้อนุ่ม ฝ่ามือละไล้ไปตามขนอ่อนที่ขึ้นปกคลุม คนถูกสัมผัสวูบกายไหวสั่นขนลุกชันไปทุกส่วน ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องไม่ต่างกับกลืนผีเสื้อพันๆตัวเข้าไป นิ้วโป้งหนาบี้เนินเนื้อเบาๆเหมือนทักทายก่อนที่นิ้วกลางเรียวยาวจะสอดแทรกชำแรกเปิดกลีบกุหลาบแรกแย้ม คว้านเข้าไปใจกลางดอกไม้เพื่อหาติ่งเกสรที่กำลังผลิตน้ำหวานออกมาจนกลีบดอกเปียกฉ่ำไปหมด คนมากประสบการณ์ตะล่อมกล่อมด้วยจูบในขณะนิ้วร้ายกำลังง่วนกับการสำรวจซอกหลืบที่เขาต้องการจะรู้จักให้หมดทุกซอกมุม ทุกความเป็นเธอ ร่างกายบอบบางขยับเขยื้อนไปตามนิ้วแกร่งที่ตอนนี้สอดลึกเข้าไปในฝังตัวในโพรงนุ่มนิ่มจนถึงในสุด แค่นิ้วเรียวขยับปลายนิ้วเพียงนิดร่างเล็กก็บิดเร่าขยุกขิกอยู่บนตัก ติ่งสวาทสั่นระริกตามดิ้นอยู่ตรงปลายนิ้ว ตอดรัดเสียจนนึกกลัวว่าจะทำนิ้วเขาขาด ณฉัตรทำเสียงซ่านเสียวอยู่ในลำคอ สองมือเกาะบีบขยำกำจิกไหล่กว้างเพื่อระบายความซ่านเสียว นิ้วของอลันไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่เสี่ยวแปลบปราบเหมือนร่างกายถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆช็อตตเป็นระยะ

“อ๊ะ!”

อลันขยับนิ้วร้ายตามแต่ใจ สอดนิ้วกางเข้าออกสะกิดติ่งเสียวเหมือนหยอกล้อแล้วเฝ้ามองสีหน้าหวานตอบสนองต่อปลายนิ้ว ยิ่งเห็นคนตัวเล็กห่อปากส่งเสียงเล็กครางเบาๆ ก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ หน้าตาณฉัตรเหมือนคนทรมานมากแต่เขาก็ไม่ต่างกัน แก่นกายที่นอนทอดตัวตั้งลำอยู่ในกางเกง ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเขาทั้งๆที่อยากจะเฝ้ามองใบหน้าเว้าวอนนั่นต่ออีกสักหน่อยเพราะช่างให้ความรู้สึกยั่วยวนเซ็กซี่เสียเหลือเกิน แต่เขื่อนของเขาเหมือนจะแตกยับอยู่รอมร่อ อลันรัวนิ้วเข้าออกจนฉ่ำแฉะเกิดเสียงดังจ๊อกแจ๊กที่น่าอายแต่ยากจะห้าม กายน้อยบิดตัวสั่นไปตามเรียวนิ้ว เขาคว้านตรงจุดไหนลึกเท่าไหร่ก็เรียกความเสียวจนแทบน้ำตาเล็ด ถ้าร้องไห้ออกมาได้เพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นตอนนี้ก็คงทำไปแล้ว ณฉัตรอับอายกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น มั่นใจว่าตัวเองไม่ต้องการให้ร่างกายถูกกระทำแบบนี้ ไม่อยากถุกสัมผัสแบบนี้ แต่ตอนนี้ถ้าถามเอาความจริงต้องยอมรับว่า ความรู้สึก ต้องการที่ไม่มีที่มาที่ไปนี่เกิดขึ้นได้อย่างไร รู้เพียงแต่มันทวีรุนแรงขึ้นจนรู้สึกได้ว่าต้องได้รับการตอบสนองและอาจถึงขั้นต้องเอ่ยปากอ้อนวอนขอก็เป็นได้

“คะคุณ อลัน ขา”เสียงอ่อนเบาหวิว แต่แค่นั้นอลันก็รู้เข้าใจว่าณฉัตรต้องการอะไร คนตัวโตสอดนิ้วแกร่งเพิ่มขึ้นและเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้น ร่างบางเด้งขึ้นลงอยุ่บนตัก ณฉัตรยกมือขึ้นคล้องรอบคออลัน หยัดกายเข้าไปแนบชิดจนหน้าอกชนกับในหน้า เหมือนกับขวนขวายหาความอบอุ่น

“ซีดส์ อ๊ะ อ๊ะ อ่า….”

ณฉัตรกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อสกัดกลั้นเสียงร้อง แต่ทำได้ไม่ดีเลย เมื่อรู้ตัวว่าบางสิ่งบางอย่างในร่างกายกำลังไต่ระดับขึ้นไปไขว่คว้าดวงดาว อลันส่งนิ้วแกร่งที่นึกอยากให้เป็นเจ้ามังกรยักษ์มากกว่าที่ได้กระโจนโหนทยานส่งหยิงสาวขึ้นสู่บนท้องฟ้า เขารัวนิ้วชักเข้าชักออกไม่กี่ที ร่างบางกระตุกแรงจนสั่นเทิ้ม แล้วเหนี่ยวคอเขาแน่น เสียงเล็กหวีดร้องเบาๆพร้อมกับลมหายใจระโหยโรยแรงที่ดังตามมา คนตัวเล็กฟุบหน้าลงบนไหล่ ในขณะที่อลันไม่ยอมถอนเรียวนิ้วออก

“แค่นี้เอง หมดแรงแล้วเหรอ หึ…”ก้มลงไปหอมเรือนผมนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ คนบนตักถูไถใบหน้ากับไหล่กว้าง ท่าทีเขินแสนน่ารักนั้นทำให้อลันอดจะอมยิ้มไม่ได้

“อย่าเพิ่งงอแงนะ”กระซิบบอกอีกครั้งก่อนจะยกร่างเล็ก จับให้นอนราบลงบนเตียง ผละร่างออกมายืนห่างๆเพื่อจะได้จัดการกับตัวเอง อลันในสภาพเปลือยเปล่าหากแต่ร้อนรุ่มไปทั้งร่าง ใช้ดวงตาคู่คมมองเรือนร่างขาวจัดซึ่งตัดกับผ้าคลุมเตียงสีเทาหม่น ณแตรคุดคู้ห่อร่างตัวเอง ความเปลือยเปล่าที่แม้จะเปิดเผยให้อลันเห็นมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่คุ้นชินและรู้สึกเขินอายเสียจนอยากระเหิดหายกลายเป็นละอองไอไปเสียเดี๋ยวนั้น ชั่วครู่เตียงนอนขนาดใหญ่ก็ไหวยวบลงตามแรงน้ำหนัก ร่างหนาทาบทับลงบนร่างอรชร สองมือลูบไล้ไหล่มนกลมกลึงเหมือนเป็นการปลอบ ยัยตัวน้อยยังตัวสั่นด้วยความกลัว มันก็น่าอยู่หรอก เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยอ่อนโยนเลยสักครั้ง คราวนี้เขาจะทำสิ่งที่แตกต่างออกไป แม้ความเป็นจริงความต้องการเบื้องต่ำมันพุ่งพรวดออกมาแล้วอยากใช้กำลังจับร่างเล็กกดลงกับเตียงอย่างไม่มีพิธีรีตรองก็ตาม

“ฉัตร ไม่ต้องกลัว”อลันลูบตัวณฉัตรเบาๆพร้อมปลอบขวัญให้กำลังใจ ณฉัตรเบือนหน้าหลบซ่อนความรู้สึก เธอกำลังกลัวอย่างที่เขาว่าแต่ความรู้สึกอื่นๆก็ไม่น้อยไปกว่ากัน

“ฉันจะอ่อนโยนกับเธอ สัญญา”แก่นกายที่ร้อนลุกไหม้สวนทางกับน้ำเสียงเย็นยะเยียบ อลันก้มลงประทับจูบบนหน้าผากมน ลากริมฝีปากลงบนสันจมูกโด่ง ใช้ปลายจมูกดุนดันเคล้าเคลียก่อนจะจบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูอีกครั้ง รสจูบนุ่มละมุนเหมือนฝังเรียวปากลงบนกลีบกุหลาบกำมะหยี่ ดูดซับความหวานที่ไม่เคยสร่างหายไม่ว่าจะตักตวงเพียงสักเท่าไร ณฉัตรเผยอรับจูบนั้นอย่างเต็มใจ ความรู้สึกเขินอายขลาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดี ไม่คิดมาก่อนเลยว่าการถูกสัมผัสจะทำให้ตัวเองรู้สึกล่องลอยและเหมือนจะช่วยทุเลาความหม่นเศร้าภายในจิตใจให้เบาบางลงได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเธอ และเพราะอาจเป็นสิ่งที่เธอไม่ควรได้รับ หากอลันทำรุนแรงแล้วเธอรู้สึกแย่มันก็สมควรแล้ว แต่เมื่อเขาเป็นเสียอย่างนี้ เธอจะไม่มีข้ออ้างอื่นใด เอาไว้หลอกตัวเองได้อีก หลังจากความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเธอกับอลันบังเกิดขึ้น ณฉัตรได้แต่บอกกับพี่สาวผู้ล่วงลับว่าเธออ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานเขาและไม่คิดจะให้ความร่วมมือ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ บ่งบอกชัดเจนว่า เธอกำลังหักหลังเฌอร์มาล

ริมฝีปากร้อนผละออกจากเรียวปากนุ่มแล้วจูบซับต่ำลงมาเรื่อยๆจนจดจ่ออยู่ตรงเนินอกอวบ อลันหายใจแรงด้วยความหื่นกระหาย นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อ้าปากโอบล้อมยอดถันอย่างเต็มปากเต็มคำ ณฉัตรเด้งร่างดีดดิ้นเพราะความซ่านเสียว มือเล็กดันแผงอกแกร่ง ทุกส่วนอ่อนเปลี้ยเหมือนถุกอลันสูบเอาวิญญาณออกจากร่าง ช่องปากอุ่นครอบครองยอดถันอย่างละเมียดละไม ค่อยๆละเลียดป้อนชิมไม่ดูดึงรุนแรง ทำทุกอย่างเพื่อการปรนเปรอไม่ใช่ตอบสนองเฉพาะอารมณ์หื่นกระหายของตัวเอง ยอดอกสีทับทิมนุ่มนิ่มน่าดูดเลีย แข็งชูชันสีสดราวกับเม็ดองุ่นกลมเกลี้ยงบนพวงงาม

“อ๊า อ๊ะ….”

“อืมมมมม อ่า”

ณฉัตรเลื้อยร่างไปบนเตียงจนผ้าปูยับยู่ อลันทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ ริมฝีปากอ้ากว้างส่งเรียวลิ้นอุ่นชื้นดูดเลียหยอกล้อยอดอกขวาทีซ้ายที ในขระมือแกร่งลูบไล้ส่วนเว้าของสะโพก กางมือตะปบบีบขยำบั้นท้ายงอนงามกลมกลึง ไถมือเรื่อยลงไปตามเรียวขา ลูบไล้วนไปมาบ้างเผลอลากเล็บข่วนจนเป็นรอย คนใต้ร่างส่งเสียวร้องครางอืออาเบาๆแต่ดังไม่ขาดระยะ เสียงหวานเล็กกระตุ้นประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวจนเต็มขั้น อลันพรั่งพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม แต่เขาอยากโอ้โลมให้ณฉัตรดำดิ่งไปกับทุกสัมผัสของเขาเพื่อที่ตอนสำคัญจะได้ไม่หวาดกลัวแตกตื่นเหมือนอย่างทุกที

คนตัวโตผละรมฝีปากออกจากทรวงอกอย่างอ้อยอิ่ง ค่อยๆลากเรียวลิ้นผ่านลงมาตามร่องอก ต่ำเรื่อยมาจนถึงกลางหน้าท้องแบราบ ณฉัตรส่ายหน้าไปมาบนที่นอน ปลายเท้ากำจิกเหยียดเกร็ง สองมือขยุ้มผ้าปูเตียงสุดแรงเพื่อข่มอารมณ์ความรู้สึก ร่างกายเธอเหมือนถูกไฟร้อนโลมเลีย มันแผดเผาจนแทบมอดไหม้ เป็นความร้อนรุ่มที่ไม่อาจดับได้ด้วยน้ำเย็น ช่างทรมานสุดแสนจะทรมานและดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดพ้น

“อ้า อ๊า คุณอลัน ฉัตร อื้อ…”

อลันเกาะเกี่ยวขอบชั้นในตัวน้อยรูดลงเบาๆ แล้วทำสิ่งที่ณฉัตรต้องอ้าปากร้องระส่ำด้วยความตกใจ

“ว้าย! อ๊า อ้ายยยยยยยยคะคุณอลันขา อยะ อย่า ไม่…”

ใบหน้าคร้ามคมฝังลงไปตรงเนินเนื้อสาว พรมจูบเนินเนื้อผ่านไรขนอ่อน ปลายจมูกสูดกลิ่นกายสาวที่ชวนให้ทุกอย่างแตกตื่น ก่อนจะโผล่เรียวเลี้ยวแทรกความชุ่มชื้นลงตรงรอยแยกระหว่างกลาง คนถุกรุกล้ำหุบขาอัตโนมัติ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว อลันฝังเรียวลิ้นและเริ่มกว้านต้อนหยาดน้ำผึ้ง ละเลียดเลียชิมเสียร่างเล็กสูดปากร้องครวญครางกับประสบการณ์ใหม่ที่เพิ่งพานพบ

“ซี้ดดดด อ๊า อ๊า”

เสียงจ๊อกแจ๊กจากการดูดเลียร่องสวาททำให้คนตาบอดหน้าเห่อร้อนผ่าว ครางกระเส่าเสียจนคอแหบแห้ง อลันร่ายเวทมนต์ลึกลับกับร่างกายเธอ เขาสัมผัสทุกส่วนที่เป็นเธออย่างไม่รังเกียจรังงอน นั่นยิ่งทำให้ใจดวงน้อยเต้นโครมคราม แล้วก็เหมือนว่าความรู้สึกสว่างพร่างพราวกำลังดำเนินมาถึงณฉัตรอีกครั้งอย่างแทบไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้ายบดขยี้เม็ดติ่ง จงใจทำให้คนตัวเล็กเสียวจนตาพร่า ยิ่งเธอร้องดังเขายิ่งพึงพอใจ

“อ๊า อ๊า สะเสียวคะ อื้อออออออออ”หลุดปากออกไปเพราะหัวใจกำลังจะวาย อลันยิ่งทวีเพิ่มความรุนแรงทั้งดูดทั้งดุนกระตุ้นทุกอย่าง และอีกไม่กี่วินาที ร่างณฉัตรเด้งสวนกระตุกวูบสุดแรง ส่งเสียงกรีดร้องดังเสียจนน่ากลัวจะมีคนได้ยิน อลันถอนใบหน้าออกมาทันที ใบหน้าหล่อเลามีแววพึงใจที่ส่งสาวน้อยขึ้นสู่สรวงสวรรค์อีกรอบ ใบหน้าหวานเกาะพราวไปด้วยเหงื่อ ผ่อนลมหายใจออกทางปากอย่างสิ้นแรง

“ขอบ้างนะคะเด็กดี”คืนนี้เขาปลดระวางตำแหน่งเด็กเลวแล้วเลื่อนสถานะณฉัตรขึ้นมาเป็นเด็กดี เสียงอ่อนเสียงหวานการขอกันอย่างมีมารยาทเป็นสิ่งที่ณฉัตรไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของอลัน แต่ทั้งหมดนั้นก็หาได้สำคัญไม่ เมื่อร่างหนาแทรกผ่านเข้ามาระหว่างกลางเรียวขางาม จับเบะออกโดยที่เจ้าของยังไม่ทันจะตอบรับใดๆ อลันจับท่อนเนื้อแกร่งจดจ่ออยู่ตรงกลางกลีบสวาทพร้อมกับปาดไล้ชะโลมน้ำหวานที่ไหลเอ่อออกมากับท่อนเนื้อ ก่อนจะจัดการสอดแทรกแก่นกายฝังตัวเข้าไปอย่างช้าๆและแสนใจเย็น

“ขอเข้าไปหน่อยนะเด็กดี ไม่เจ็บนะครับนิดเดียว”

เขาหลอกเด็กอีกแล้ว เด็กน้อยทำจมูกฟึดฟัดน้ำตาไหลเบาๆ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาโกหก แต่ก็นั่นแหละ มันมาถึงขั้นนี้อลันไม่มีทางปล่อยเธออยู่แล้ว

“อ๊า อื้อ จะเจ็บคะ ฉัตรเจ็บจริงๆ”

“นิดเดียว…. อ่า”อลันใบหน้าเหยเก สบถหยาบคายอยู่ในลำคอเพราะช่องทางนุ่มนิ่มแต่แสนคับแคบไม่ยอมให้ผ่านด่านเข้าไปอย่างโดยง่าย ส่วนหัวที่เพิ่งโผล่เข้าไปก็ถูกตอดรัดเสียจนหน้าดำหน้าแดง

“อวู้!”เป่าปากระบายลมหายใจ และกบดกยกำลังใจเพื่อจะยัดเยียดแก่นกายเข้าไปอีกครั้ง ค่อยๆจับสะโพกผายให้มั่นแล้วดันเข้าไปทีละนิด สาวน้อยเด็กดีขี้แยส่งเสียงร้องเบาๆ ทำท่าจะขยับตัวหนีแต่เหมือนจะเข้าใจว่าหนีไปก็ไร้ประโยชน์

“นิ่งๆนะ อะ อีก อ๊า”

“อื้อออออออออออ”

เสียงหายใจหอบระทวยดังขึ้นสลับกัน ทั้งที่ยังไม่เริ่มต้นอะไรแต่เหงื่อกลับไหลท่วมเรือนกายคนทั้งสอง เมื่ออลันเข้าไปครอบครองทุกส่วน กายหนาทิ้งช่วงเวลาหยุดนิ่งแค่ไม่กี่วินาที ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการที่เขาปูทางไว้นานโข สะโพกหนาเริ่มขยับเข้าออกในขณะที่สองมือดันร่างให้แอ่นขึ้นเพื่อจะรองรับตัวตนของเขาได้อย่างถนัดถนี่ บทรักเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบในจังหวะแต่ล้วนหนักแน่นทุกสัมผัส ร่างบางโยกไหวไปตามแรงเคลื่อนเข้าเคลื่อนออก อึดอัดปวดหนึบตรงส่วนกลางแต่กระสันซ่านเสียวจนใบหน้าบิดเบี้ยว หญิงสาวส่ายหน้าไปมาบนที่นอนจนเรือนผมแผ่สยาย อลันจับใบหน้าเรียวให้อยู่นิ่งก่อนจะเอ่ยเสียงพร่า

“เด็กดี ฉันอยู่ตรงนี้ตรงหน้าเธอ”เขาบังคับใบหน้าหวานให้จดจ่ออยุ่ตรงใบหน้าเขา ราวกับว่าให้เธอใช้ตามืดบอดนั้นจ้องมองประกายในแววตาที่ลุกโชนเต็มไปด้วยแรงเสน่หา ความืดทึมทึบที่ณฉัตรรับรู้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหมอกควันที่ภาพเรือนรางเคลื่อนไหวอย่างไร้จุด แสงแว่บวาบกับอารมณ์ที่เหมือนดอกไม้ไฟประทุเริ่มทำให้สมองเบลอ แต่ทุกประสาทสัมผัสเหมือนจะชัดเจนและใช้ได้ดี เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจร้อนแรงของอลัน เสียงเป่าปากสูดครวญครางที่เขาระบายออกมา และแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังก้องจนหูอื้อ คนตัวโตจดจ้องใบหน้าหวานเว้าวอน แล้วสะกดจิตตัวเองไปในคราวเดียวกัน รอยยิ้มสดใสท่ามกลางหมู่ดอกไม้ภายใต้พระอาทิตย์อบอุ่นกำลังสาดส่องมายังเขา หากแต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้เป็นของตัวณฉัตรเอง มันเป็นของผุ้หญิงที่อยุ่ในที่ห่างไกล ที่ๆเขาไม่สามารถเอื้อมถึง อลันรู้ดีว่าเธอคนนั้นไม่อาจอยู่ตรงนี้ ทุกครั้งที่ร่วมรักกับผู้หญิงคนอื่น ทุกครั้งที่เขากำลังคว้าเกี่ยวปลายสายรุ้ง ภาพเฌอร์มาลจะโผล่แจ่มชัดอยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เขาจึงเตือนสติและกระตุ้นตัวเองด้วยการเรียกชื่อณฉัตรดังๆ

“ฉัตร ฉัตรมองพี่สิ ฉัตร”

“อ๊า อ๊า คุณอลันขา คุณอลัน...”

ร่างหนาเร่งจังหวะ กระแทกกระทั้นอาวุธคู่กายอย่างบ้าคลั่ง ตัวตนของเขาถุกบีบรัดจนเสียวไปถึงขั้วหัวใจ ขั้วหัวใจที่เจ็บแปลบทุกครั้งที่จ้องมองร่างเล็ก

เป็นตัวเธอสิณฉัตร อย่าเป็นเฌอร์ ได้โปรด

แล้วรอยยิ้มเฌอร์มาลก็แจ่มชัด อลันปิดตาตัวเองเพื่อปิดกั้นทุกสิ่งน้ำตาไหล พร้อมกับทุกอย่างที่ระเบิดตัวและปลดปล่อยออกมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เขากำลังหลุดพ้นจากความทรมานทางกายแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากความทรมานทางจิตใจ

………………………………………………………………………………..

คนนอนไม่หลับลากเอากรุเครื่องสำอางออกมาวางกระจัดกระจายบนพื้น แล้วหย่อนตัวนั่งลงพิงขอบเตียง จ้องมองขวดน้ำยาทาเล็บหลากสีที่เรียงกันเป็นตับ ไหนจะลิปสติกที่มีจนเกือบครบทุกเฉดสีบนโลกนี้ น้ำหอมราคาแพงระยับที่บางขวดยังไม่เคยเปิดใช้ คริสาในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จยังคงสวมชุดคลุมอาบน้ำและผมเปียก เอาคางขึ้นมาเกยบนเข่าสำรวจเหล่าเครื่องสำอางค์หลากสีสัน นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่ม สำหรับนักท่องราตรีอย่างเธอ ช่วงเวลาแบบนี้กำลังตาสว่าง และเรื่องราวบางอย่างที่สุมตัวอยู่ในหัวใจก็ทำให้ว้าวุ่นเสียจนต้องหาอะไรทำเพื่อแก้อาการฟุ้งซ่าน ปลายนิ้วเรียวไล่ไปตามขวดยาทาเล็บ ก่อนจะตัดสินใจหยิบขวดสีแดงเลือดนกขึ้นมาเพื่อลองป้ายลงบนเล็บมือสีขาวสะอาดที่ผ่านการตกแต่งมาอย่างดี

“ดูแรงไปมั้ยเนี่ย”กางมือออกไปแล้วมองเล็บสวยอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะวางขวดเดิมลงแล้วหยิบขวดใหม่ที่สีสันสดใสไม่แพ้กันขึ้นมาทาบนเล็บ คริสาไล่ทดลองทาเล็บจนครบทุกนิ้ว แต่ละนิ้วล้วนแล้วมีสีสันแตกต่างกัน หญิงสาวหัวเราะคิกคักอย่างพอใจที่ได้เล่นอะไรแก้เซ็ง นึกขำหากความเป็นจริงเดินไปไหนมาไหนด้วยเล็บสิบสีบนนิ้ว คงแปลกพิลึก

แกร้ก!

บานประตูห้องนอนถูกเปิดออก คนที่ผ่านพ้นเข้ามาไม่ต้องเสียเวลาเงยหน้าขึ้นมาดูก็รู้ว่าใคร ปวันย่นคิ้วให้กับสภาพรกตรงหน้า บนพื้นพรมเต็มไปด้วยเครื่องสำอาง แล้วตรงกลางนั่น คริสากำลังขะมักขะเม้นเพ่งมองเล็บตัวเองอย่างจริงจัง ปวันยิ้มให้กับภาพนั้นก่อนจะเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหา

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ กำลังเล่นอะไรอยู่เนี่ย”คนตัวสูงย่อตัวลงตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยถาม คริสาเงยหน้าขึ้นแล้วทำปากยื่นปากยาว พร้อมกับกางมือสองข้างออกโชว์ให้ปวันดู

“ทาสีบ้านอยู่ ไม่เห็นรึไง”ตอบแบบกวนอารมณ์ ปวันหัวเราะเบาๆ เขาไม่ถือสาเด็กไม่รู้จักโตหรอก ปวันพยายามหลบเลี่ยงกองเครื่องสำอางแล้วแหวกทางเข้าไปนั่งใกล้คนตัวเล็ก ชายหนุ่มหย่อนตัวลงข้างๆหญิงสาว แผ่นหลังพิงไปกับขอบเตียงอย่างที่เธอทำ แล้วจ้องมองคริสาที่กำลังชื่นชมกับผลงานบนเล็บตัวเอง

“ทาเล็บแบบแฟนซีเหรอคะ ไหนพี่ดูสิสวยรึเปล่า”ปวันชะโงกหน้าไปดูเล็บมือที่คริสากางผึ่งให้สีแห้งอยู่บนเข่า แล้วก็ทำคิ้วย่น แต่ละเฉดสีที่สาวเจ้าเลือก ล้วนเป็นสีเข้มรุนแรงและไม่เข้ากันอย่างที่สุด

“เทรนด์ใหม่เหรอคะ พี่ตามแฟชั่นผู้หญิงไม่ทันแฮะ”ปวันเกาหัวอย่างสงสัย คริสาตวัดสายตามองอย่างทันที

“เรื่องคนไข้ละรู้ยันไส้ติ่ง แต่เรื่องแฟชั่นไม่เอาอ่าวเลย”

“อ้าว ก็พี่เป็นผู้ชายนี่คะ แล้วหมอก็ต้องรู้เรื่องอวัยวะในร่างกายมากกว่าแฟชั่นเป็นธรรมดา”ปวันแก้ต่าง คริสาทำปากยื่นในแบบถนัด ก่อนจะกางนิ้วยื่นออกไปตรงหน้าปวัน

“สีไหนสวยที่สุด”กระดิกนิ้วขึ้นลงแล้วเอ่ยถามความเห็น ปวันไล่สายตามองเฉดสีบนเล็บสลับกับใบหน้าคริสา เขาไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก และรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงทุกคนมีคำตอบของตัวเอง พวกเธอไม่สนใจจริงๆหรอกว่าพวกผู้ชายชอบแบบไหน ขอแค่ตอบให้ถูกและตรงใจก็เป็นพอ แต่นั่นละคือเรื่องที่ยากที่สุด

“เล็บคริสสวยแล้วผิวก็ขาว ทาสีไหนมันก็เข้ากันหมดแหละ”

“ก็ว่างั้น”คริสาเอียงคอชื่นชมเล็บของตัวเอง ปวันอมยิ้มเล็กน้อย

“แล้วจะทาหมดทุกสีแบบนี้เลยเหรอคะ”

“ทาหมดทุกสีก็คนบ้านะสิ เดี๋ยวคิดดูก่อน ทีนี้ก็เหลือเล็บเท้า”คริสาก้มลงมองเล็บเท้าสีขาวสะอาดของตัวเอง แล้วเงยหน้ากวาดสายไปยังสีทาเล็บ ทำท่าคิดหนักว่าจะเลือกสีไหนดี

“สีเขียวดีมั้ย”หยิบขวดน้ำยาสีเขียวขึ้นมาแล้วเอ่ยถามปวัน

“พี่นึกว่าสีเล็บมือกับเล็บเท้าต้องเป็นสีเดียวกันซะอีก”

“มันก็ต้องเป็นงั้นแหละ แต่อยากลองให้หมดนี่นา ยังเหลือสีอีกบานเบอะเลย”คริสาชี้ส่งๆไปยังขวดยาทาเล็บ ตอนซื้อมาไม่คิด กวาดมาจนแทบหมดเคาเตอร์ พอตอนจะใช้มันมีเยอะเกินจนมานั่งปวดสมองว่าจะทาสีไหน

“งั้นก็ลองให้หมด เอามานี่สิพี่ทาให้”ปวันยื่นมือไปคว้าขวดยาทาเล็บจากคริสา แล้วหมุนตัวไปนั่งอยู่ตรงหน้า คนตัวเล็กผงะเล็กน้อยอย่างตกใจ ปวันฉีกยิ้มกว้าง เขาเขย่าขวดน้ำยาสองสามที แล้วดึงปลายพู่กันออกมาแต่งแต้มสีทาลงบนเล็บเท้าของคริสาอย่างไม่รังเกียจรังงอน นายแพทย์หนุ่มบรรจงทาเล็บอย่างแผ่วเบา เขาไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อนกับตัวเองก็ไม่เคย โชคดีที่การจับมีดผ่าตัดทำให้มือนิ่งพอสมควร เพราะฉะนั้นเฉดสีที่แต่งแต้มลงไป ไม่มีเลอะออกมาด้านข้าง คริสามองปวันนิ่ง คนตรงหน้าใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยและมักจะทำทุกอย่างให้เธอเสมอ อกข้างซ้ายตรงที่ตำแหน่งที่หัวใจซุกอยู่ มันสั่นน้อยๆ เป็นสัญญาณเตือนถึงอะไรบางอย่างที่เริ่มคืบคลานเข้ามา

“สีเขียว ได้แล้วคะ โอเคมั้ย”ปวันเงยหน้าขึ้นมาถาม ก็ต้องพบกับสายตาคู่คมที่จ้องเขาไม่วางตา คริสาแสร้งทำเป็นเสมองไปทางอื่น ไม่ยอมตอบอะไร ปวันวางขวดเดิมลงแล้วไล่สายตาหาสีอื่นมาทาต่อ

“สีฟ้ามั้ย”ถามความเห็นแต่คริสาไม่ตอบอะไร ปวันจึงถือว่าเห็นด้วย เขาบรรจงทาเล็บแต่ละนิ้วด้วยเฉดสีที่ต่างกัน การได้ใกล้ชิดคริสาและทำอะไรแบบนี้ให้กับเธอทำให้หัวใจเขาพองโต นึกภาวนาทุกเวลาทุกวินาที ขออย่าให้คริสาลุกพรวดพราดขึ้นมาแล้วเดินหนีเขาอย่างที่เคยทำ มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่คริสาไม่ใส่ใจและไม่เห็นค่าแต่สำหรับเขา มันเหมือนกับการต่อชวิตต่อลมหายใจทำให้สามารถตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มและพลังงานชีวิตที่เต็มเปี่ยม

“อ้า ครบทุกนิ้วแล้วคะ พี่ทาเล็บเก่งมั้ย”คนตัวโตเงยหน้าขึ้นจากเล็บเท้าขึ้นมาถามพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง แล้วใช้มือเช็ดเหงื่อตัวเอง เพิ่งรู้ว่าการตั้งใจทาเล็บให้ภรรยายากเสียยิ่งกว่าเข้าเคสผ่าตัด

“หึๆ เป็นเด็กอนุบาลรึไงคุณหมอ”คริสาหัวเราะเบาๆ ตอนนี้ใบหน้าปวันเปื้อนไปด้วยสียาทาเล็บ เพราะเขาใช้มือที่เปื้อนเช็ดเหงื่อบนใบหน้านั่นเอง

“หือ อะไรเหรอ”เอียงคอทำหน้าตาสงสัยเหมือนเด็กน้อย คริสาชี้ไปยังใบหน้าจุดที่เปื้อน

“หน้าเปื้อนหมดแล้ว”

“เหรอ หน้าพี่เหรอคะ ตรงไหนอ่ะ”ปวันใช้มือเช็ดใบหน้า กลายเป็นเปื้อนไปกันใหญ่ คริสาทำเสียงขัดใจ ก่อนจะดึงทิชชู่ออกจากกล่องแล้วเช็ดรอยเปื้อนให้ปวัน

“อยุ่นิ่งๆสิ หน้าจะเป็นสีรุ้งอยู่แล้ว”

คริสาค่อยๆเช็ดถูสีที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า ปวันนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาเป็นประกายนั่นก็ด้วย มันหยุดนิ่งเอาแต่จดจ้องใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกร้อนผ่าว เพราะรู้ตัวว่าถูกจ้องมองด้วยสายแบบไหน ปวันเลื่อนมือขึ้นไปจับมือคริสากำไว้หลวมๆก่อนจะเอาไปแนบกับแก้มตัวเอง พร้อมกับจุมพิตสัมผัสหลังมือเบาๆ คริสาอยากดึงชักมือนั้นกลับออกมาในแทบทันที แต่ราวกับมือของปวันเกี่ยวหน่วงหัวใจเธอไว้ แล้วทุกอย่างก็ถุกปล่อยให้เป็นอย่างนั้น อย่างที่หัวใจคิดไว้ว่าควรจะเป็น

“ทำไมละ”เสียงหวานเอ่ยถามเบาๆ เมื่อดวงตาของคนทั้งสองสบประสานกัน

“ทำไมละปวัน ทำไมต้องเป็นคริสด้วย”คริสาเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองถามอะไรออกไป แต่ความเป็นจริงคือเธอสงสัยมาตลอด ทำไมผู้หญิงที่ปวันอยากยืนเคียงข้างอยากคอยปกป้องดูแลถึงเป็นเธอไม่ใช่คนอื่น นอกเหนือจากการตอบแทนผู้มีพระคูณยังมีสิ่งอื่นใดที่จะมีอำนาจมากพอบัญชาหัวใจเขาให้ทำอย่างนั้น ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คริสาสุดแสนจะร้ายกาจและทำแต่เรื่องให้เขาเจ็บปวดหัวใจ เขาควรจะเกลียดเธอเหมือนกับที่เธอเกลียดเขาสิ

“ทำไมต้องดีขนาดนี้ ทำไมไม่เกลียดกันละ สักนิดนึงก็ยังดี”คริสาเอ่ยด้วยเสียงพร่าสั่น เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอทำกับปวันและสิ่งที่กำลังจะทำกับเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วิธีการสกปรกเลวร้ายเพื่อกำจัดคนแสนเกลียดออกจากชีวิต

“คริสอยากให้พี่เกลียดคริสเหรอ อยากให้พี่ไม่รู้สึกอะไรกลับคริสเลยอย่างนั้นเหรอ”เป็นคำถามที่ทำเอาคริสาจุกในอก เพราะเธอไม่เคยนึกถึงสิ่งเหล่านั้นมาก่อน จะเป็นเช่นไรละหากปวันจงเกลียดจงชังเธอ หรือเมินเฉยไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอ

“ตอบสิ คริสอยากให้เราไม่ต้องมีความรู้สึกอะไรต่อกันเลยใช่มั้ย”

“……………..”คริสานิ่งเงียบ นั่นไม่ใช่คำตอบ หากแต่ก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจบิดเร่าอย่างทรมาน

“พี่รู้ว่าสิ่งที่เรารู้สึกมันต่างกัน แต่ในความสัมพันธ์ระหว่างเรา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันพอจะมีความหมายกับคริสบ้างมั้ย”

“…………………..”

“สักนิดก็ยังดี”มันคล้ายกับถ้อยคำอ้อนวอน เหมือนการขอทานเศษเสี้ยวความเห็นใจ ปวันบอกตัวเองว่าต้องไม่คาดหวัง ต้องไม่ละโมบ เท่าที่เป็นอยู่ก็มากเกินไปด้วยซ้ำ แต่หัวใจได้กลายสภาพเป็นความเห็นแก่ตัว เมื่อมันรู้สึกดี มันก็เอาแต่โหยหาความรู้สึกนั้น แล้วสุดท้ายก็จะไม่มีวันพอใจ มันละโมบโลภมากอยากได้อีก อยากถุกรัก และเมื่อไม่เป็นดังปราถนา ความเจ็บปวดอันแสนร้ายกาจก็จะทารุณและฆ่ากับให้ตายอย่างช้าๆ  คริสาเบนหน้าหนีสายตาอันเจ็บปวดนั้น ไม่อาจเป็นคนดับแววตาที่มีเชื้อความหวังเพียงน้อยนิดนั่น ร่างบางทำท่าจะลุกขึ้นแต่ถูกดึงมือเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยมือเถอะ คริสจะนอนแล้ว”ตัดฉับความหวัง ปวันรุ้ดีเขาไม่มีวันได้รับสิ่งนั้น แม้แต่ความสงสารหรือความเห็นใจก็ไม่มี คริสาพยายามดึงมือออกแต่ปวันยื้อไว้แน่น ร่างหนาค่อยๆโน้มตัวเข้ามาใกล้ คริสาหวาดหวั่นเป็นที่สุด ตอนนี้สภาพจิตใจเธอก็ร่อแร่และตีกันยุ่งเสียจนไม่รู้ว่าอันใหนคือความรู้สึกแท้จริงกันแน่

“ปวันอย่า….”เอ่ยห้ามเมื่อรู้ตัวว่าริมฝีปากกำลังจะถูกครอบครอง ลมหายใจที่รดอยู่ตรงปลายจมูกช่างอบอุ่น คริสาเลื่อนสายตาสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน รู้ทันทีว่าปวันต้องการจะสัมผัสเพื่อปลอบประโลมหัวใจอันบอบช้ำ คนตัวโตหยุดนิ่งแค่เสี้ยววินาที หัวใจเขาร้องโหยหวนและทรมานเจ็บปวด คงจะมีเพียงการได้สัมผัสคริสาเท่านั้น จึงจะบรรเทาทุกความเจ็บ ช่างเป็นเรื่องที่แปลกนัก คนที่ทำให้เราเจ็บเจียนตายกลับเป็นคนเดียวที่ช่วยบรรเทาเบาบางความเจ็บปวดนั้น

ทุกคำถูกกลืนหายไปกับจุมพิตที่ให้ผลเหมือนยาแก้ปวด ปวันดึงร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดมอบจูบอันดูดดื่มที่ทำให้คนในอ้อมแขนแทบละลายอยู่ตรงนั้น เรียวปากนุ่มหยุ่นบดเบียดหยอกล้อกันและกัน คริสาไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอย่างที่ปวันนึก ความใจดีของเธอจะทำให้ความสามารถในการควบคุมความรู้สึกของเขามีประสิทธิภาพต่ำลง จากเพียงตั้งใจแค่จูบมันกลับไม่หยุดแค่นั้น ร่างหนาช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม แล้วนำไปวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะคร่อมร่างใช้สองแขนกักขังร่างคริสาไว้ตรงกลาง ดวงตาอบอุ่นจ้องมองดวงหน้าสวยด้วยความเสน่หา ปวันใช้ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มสีแดงระเรื่อ ทั้งสองคนใช้สายตาสื่อสารแทนคำพูด ปวันโน้มตัวต่ำลงแล้วประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มอีกครั้ง คริสาตอบสนองจูบนั้นอย่างที่หัวใจพึงปรารถนา ช่วงเวลาแห่งความสับสน ช่วงเวลาแห่งการค้นหาคำตอบปล่อยให้มันเป็นช่องว่างอยู่อย่างนั้น เพราะสิ่งที่คริสาต้องการจะเติมเต็มตอนนี้มีเพียงแค่การตอบสนองต่อสัมผัสอ่อนโยนที่ปวันมอบให้ เรียวแขนสองข้างวาดขึ้นคล้องรอบคอคนตัวโต ในขณะที่ริมฝีปากเผยอรับเอาปลายลิ้นอุ่นเข้าไปครอบครองอย่างไม่เกี่ยงงอน จูบหวานละมุนทำต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในหลุมพรางพิศวาส เนิ่นนานจนเมื่อปวันค่อยๆผละริมฝีปากออก จึงได้เห็นแววตาลุกแก้วสีสวยส่องประกายเว้าวอนต้องการเขาขนาดไหน นายแพทย์หนุ่มซุกไซร้ลงบนซอกคอ ค่อยๆดอมดมจูบซับอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนในจุดที่อ่อนไหว เส้นผมที่เปียกชื้นกรุ่นไปด้วยกลิ่นแชมพูที่ปวันหลงไหล อดจะขบกัดใบหูเล็กน่ารักที่แดงเถือกเสียไม่ได้

“อ๊ะ!”

เสียงเล็กร้องอย่างน่ารักเมื่อถูกสัมผัสจุดที่ไวต่อความรู้สึก คริสาคลายมือที่คล้องคอเปลี่ยนมาเป็นลุบไล้แผงอกร่างหนาเบาๆ มือเล็กแกะกระดุมออกอย่างช้าๆทีละเม็ดแล้วเคลื่อนฝ่ามือไปสัมผัสลูบไล้กล้ามเนื้อของแผงอกแกร่งอย่างเผลอตัว ปวันค่อยๆปลดเปลื้องลอกคราบคนใต้ร่างอย่างเชื่องช้า มอมเมาชักจูงให้หญิงสาวลุ่มหลงไปกับการสัมผัส ก่อนจะกระตุ้นอย่างรู้จุดด้วยการก้มลงไปดุดกลืนเม็ดทับทิมสีชมพู ห่อปากดูดดึงเสียจนคนใต้ร่างครางกระเส่า

“อ่า ปวัน…”เรียกชื่อสามีด้วยสุ้มเสียงที่ทำให้คนถูกเรียกใจสั่น คริสาแอ่นยอดอกอำนวยความสะดวกป้อนเนื้อนุ่มเข้าปากเสือ มือหนาประคองสองเต้าทรวงแสนรักอย่างทะนุถนอมบีบคลึงเต้ากลมกลึงเบาๆ คริสาร้องครางอืออา ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง ปลดเปลื้องทุกเรื่องราวภายในใจ นายแพทย์หนุ่มรู้สึกร้อนรุ่มภายในกายจนเจียนคลั่ง เขาต้องการคริสาและอยากได้ตัวผู้หยิงคนนี้มากเท่าที่ใจต้องการ แม้จะต้องแลกกับอะไร จะต้องใช้ความเสียใจสักแค่ไหน แต่เขาเข้าใจแล้วว่ามันคุ้มค่ากับทุกอย่าง หลังจากตรงนี้ เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไป เขารู้ดีทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม คริสายังคงไม่เปิดรับเขา แต่แค่ตอนนี้ แค่วินาทีนี้คริสาอยู่ในอ้อมกอดเขา รู้สึกกับสิ่งที่เขามอบให้ มันก็ดีที่สุดแล้ว มือหนาเลื่อนไปตามสีข้างของร่างอรชร ลูบไล้เรือนกายเนียนละอออย่างแผ่วเบา พร้อมกระชับเอวคอดดันร่างเล็กขึ้นให้เสียดสัมผัสกับร่างกายของเขา เสื้อเชิ้ตเนื้อดีถูกปลดออกไปจากตัวปวันแล้วด้วยฝีมือของคริสา ชุดคลุมอาบน้ำของหญิงสาก้ไม่ต่างกัน ปวันจัดการถอดลอกคราบจนเผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนเย้ายวน ปวันพรมจูบไปทั่ว คนถูกสัมผัสขยุ้มศีรษะทุยของสามีเพื่อผ่อนปรนระบายอารมณ์ แล้วก็ต้องกระเด้งกระดอนร่างขึ้นจากเตียงเมื่อปวันผลักเรียวขาให้อ้ากว้างออกแล้วใช้ฝ่ามือลากผ่านเนินเนื้อโหนกนูน สองนิ้วแกร่งแหวกกรีดช่องสวาทที่หยาดเยิ้ม ตามด้วยการก้มลงไปจรดปลายลิ้นละเลงซอกสวาท จนคริสาร้องหวีดด้วยความเสียวกระสัน

“กรี้ดดดดด ปวัน อย่าทำบะแบบนั้น อ๊า อ๊า”

ปวันเหมือนคนหูหนวกเขาไม่ได้ยินเสียงร้องห้ามอย่างหวาดหวั่น กลับกันยิ่งส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดกลืนน้ำหวานที่ผลิตออกมาจนเยิ้มนอง ร่างกายของคริสาสั่นระริก ทำได้เพียงแอ่นหยัดกายขึ้นต่อสู้กับลิ้นร้อน สูดปากครวญครางใบหน้าแดงก่ำ ปวันลากลิ้นสากไปตามร่องเสียวละเลงลีลาพริ้วไหวที่ไม่เคยทำให้หญิงใดมาก่อน ซุกวอนไปทั่วทุกซอกหลืบ บ้างห่อปากดูดดึงเม็ดติ่งสีชมพู คริสาสั่นพรึ่บไปทั้งร่าง เสียวกระตุกไปทั่วท้องน้อยและสมองพร่าเบลอ

“อ๊า อ๊า อะ สะเสียวคะ ปวัน ”คริสาร่อนส่ายเอวร่างแทบไม่ติดเตียง คนตะกระตะกลามบดเบียดเรียวลิ้นไปกับติ่งเสียว กระดกขึ้นรัวเร็วอย่างเมามันส์ คริสาดิ้นส่ายราวกับงู รับรู้ว่าลิ้นยาวเข้าไปในซอกหลืบที่ลึกขึ้นทุกที

“ทะ ทรมาน อยะอย่าทรมานกันซิคะ”ยัยตัวแสบดูเหมือนจะสิ้นฤทธิ์คราวนี้ ปวันได้ใจลากลิ้นสากขึ้นลงระหว่างร่องจนฉ่ำแฉะ ไม่สนใจเสียงร้องวิงวินขอให้ปลดปล่อยอย่างทรมาน

“เสียวคะ อื้อ พะพอเถอะนะคะ อ๊า”ถดกายหนีเพราะเสียวกระสันอย่างที่ไม่เคยพานพบ ปวันรั้งสะโพกงอนไว้แน่น จัดการบดขยี้เม็ดติ่งจนคริสากระตุกสั่นไปทั้งร่าง เสียงกรีดร้องสุขสมบ่งบอกว่าเขาลากจูงเธอไปถึงวิมานแห่งดวงดาว ใบหน้าคร้ามคมที่แดงก่ำเงยขึ้นจากตรงหว่างขา จ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าที่หายใจหอบระโหยโรยแรง สาวน้อยที่รักของเขากัดริมฝีปากอย่างเชิญชวน ปวันรีบปลดกางเกงตัวเองออกตามด้วยชั้นใน ความเป็นชายดีดผึงผงาดอยู่ตรงหน้า คริสาทำหน้าตาเว้าวอนอีกแล้ว มันทำให้ลุกรักเขาผงกหัวหงึกๆขึ้นลงอย่างคึกคัก เขาจับปลายมนส่วนหัวกดถุไถไปกับกลีบดอกบวมเป่งที่สำลักน้ำหวานจนฉ่ำแฉะรอบๆกลีบดอก เบียดชิดถูไถร่องกลีบ จนคนตัวเล็กครางกระเส่าถดกายเข้าหาและปราถนาให้เขาพาสิ่งนั้นล่วงล้ำเข้าไปยึดครองเธอเสียที

“ปวัน ปวัน”เสียงกระเส่าอ้อนวอนอยู่ในที ยัยตัวร้ายกลายเป็นบาร์บี้น่ารักทำเสียงอ่อนเสียงหวานหน้าตาเว้าวอนเป็นที่สุด ปวันใช้มือหนึ่งบีบขยำแก้มก้นอวบอย่างเต็มแรง ท่อนเนื้อที่ลาดผ่านระหว่างรอยแยกยังคงหยอกล้อไม่ยอมเข้าไปยึดถือครอบครองเธอเสียที

“ปวัน”ดวงตาหวานเชื่อมเปล่งประกายไปด้วยแรงพิศวาส ปวันชอบที่จะได้ยืนเสียงเล็กๆเรียกชื่อเขา และคงจะดีมากหากเธอพูดออกมาสักครั้งว่าต้องการเขา ในตอนที่สติดีๆ ไม่ได้เมา

“คริสต้องการพี่มั้ย”เพราะฉะนั้นเขาจึงถาม คนมีหน้าที่ตอบได้แต่พ่นลมหายใจรวยระรินเหมือนคนจะสิ้นใจ

“ต้องการมั้ยคะ”ถามด้วยเสียงพร่าสั่น เขาไม่รู้หรอกว่าหากคริสาตอบปฏิเสธ เขาจะหยุดทุกอย่างหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากได้ยินอยู่ดี

“………………..”คริสาไม่ตอบ คนตัวโตจึงกดส่วนหัวของแท่งเนื้อเข้าไปบดเบียดกลีบกุหลาบงามก่อนจะชักกลับออก ทำเอาร่างบางแทบโผตามในทันที

“ตะต้องการคะ”ต้องใช้ไม้แข็งถึงจะง้างปากหนักๆของยัยตัวดีได้

“บอกพี่อีกทีสิคะ คนดี”

“คริสต้องการปวัน อ๊า อ๊า”พูดไม่ทันจบ คนหัวหมอก้เสยท่อนลำเฉียดเม้ดติ่งเสียวไปมา เป็นการทรมานที่ทำให้คริสาจวนเจียนจะหมดลมอยู่รอมร่อ เขายังต้องการอะไรอีก อยากได้ยินอะไรอีก

“เรียก พี่สิคะ”

“เอาแต่ใจ”

“นั้นพี่เอาออก”ดึงอาวุธคู่กายออกห่าง คริสาทำหน้าเหมือนเด็กถูกรังแก ยัยตัวแสบกำลังจะร้องให้อยู่รอมร่อ ใบหน้าเป็นสีแดงจัดกับสิ่งที่กำลังจะเอ่ย

“พี่…พี่ปันขา”เสียงเบาหวิวแต่ดังมากพอจะทำให้หัวใจพี่ชายพองโต เขาหวังจะได้ยินคริสาเรียกเขาเหมือนตอนเด็กๆและเขาได้ยินมันแม้จะต้องบังคับกันเล็กๆก็ตาม ปวันจับอาวุธหนักในมือแล้วกดหัวบานแทรกผ่านร่องสวาทเข้าไปทีละนิดอย่างเชื่องช้า คริสาบิดกายเร่ากับสิ่งที่กำลังแทรกผ่านเข้ามา เธอหลงลืมไปแล้วสิว่าสิ่งที่เธอต้องการอยู่ตอนนี้ สร้างความเจ็บปวดได้มากพอๆกับความสุขสม มือหนาสอดไปใต้สะโพกยกขึ้นเพื่อจะได้รองรับตัวตนของเขาได้อย่างเต็มที่ คริสาครางกระเส่าไม่เว้นจังหวะ ใช้ความพยายามอยู่ชั่วครู่ตัวตนอันใหญ่โตก็เข้าไปครอบครองจนลึกสุด

“อ่า”

“อ๊า!”

ปวันเป่าปากระบายลมหายใจ คริสาตอดรับเขาถี่ยิบ น้ไหวที่พรั่งพรูออกมารดไหลอาบไปทั่วท่อนลำอวบ นายแพทยืหนุ่มต้องขยับสิ่งที่แช่นิ่งอยู่เสียที เลือดในกายเขาเดือดพล่านและแม่ตุ๊กตาบาร์บี้ตัวน้อยก็รัดรึงเขาเสียเหลือเกิน เมื่อเริ่มเคลื่อนกายขยับสะโพก คนตัวเล็กถึงกับกรีดเสียงร้องผวา ความคับแน่นกับความใหญ่โตทำให้เสียดสีอย่างหนืดหนาดและแสนจะหน่วง

“คริสจ๋าที่รัก”

ปวัยเสยท่อนลำขึ้นลงอย่างรวดเร็วและหนักแน่นทุกจังหวะ มือแกร่งรั้งสะโพกสวยไว้ให้มั่น จ้วงแทงยวงเนื้อเกิดเสียงดังตับๆไม่ขาดจังหวะคริสาเด้งสะโพกสวนรับทุกการขยับเข้าออก

“อ๊า อ๊า พี่ปัน คริส อะอีกคะ อีกนิด”ร้องขอให้เขาทำรุนแรง เหมือนพวกเสพติดความป่าเถื่อน คนตัวโตตอบรับอัตโนมัติอัดกระแทกแก่นกายตอกอัดอย่างเต็มกำลัง

“อ๊ะ อ๊า พี่ปันขา คริส มะไม่ไหวคะ”

“อะ อืม คริส คนดี พี่ พี่”

ปวันเร่งจังหวะสุดแรงกระชากสะโตรกเหมือนนักว่ายน้ำที่กำลังจะแตะขอบสระ ในขณะที่คริสาร่อนส่ายสะโพกตอบรับทุกความรู้สึก ร่างบางสะท้านสั่น เมื่อปวันเร่งจัวหวะร้อนอัดกระแทกสุดแรง

“กรี้ดดดดดดดดดด”

คนตัวเล็กกรีดร้องดังระงม มือกำจิกแผ่นหลังชายหนุ่มจนเป็นรอยลึก เสียงหายใจหอบดังก้องไปทั่วห้อง เธอสุขสมแต่นายแพทย์หนุ่มยังไม่ถึงฝั่งฝัน เขาจับร่างบางพลิกตลบหลัง เชิดบั้นท้ายงอนงามให้ลอยเด่น แล้วสอดใส่อีกครั้งจากทาด้านหลัง รวดเร็วและรุนแรงจนทีเดียวมิดด้าม คริสาทั้งจุกทั้งเสียวเกือบจะเสร็จสมไปติดๆอีกครั้ง

“อ้า  คริส”

“พี่ปัน…”

“คนดี รัดพี่แน่นเหลือเกิน อ่า”

โพรงเนื้อนุ่มตอดรัดถี่ยิบจนปวันขยับท่อนลำได้ยากเต็มที เขากางมือตะปบแก้มก้นสองข้างตีเบาๆกระตุ้นให้คนตัวเล็กช่วยขยับโยกขับเคลื่อน คริสาเข้าใจและทำตามอย่างว่าง่าย ร่างบางร่อนส่ายสะโพกรองรับทุกท่วงท่าที่ปวันถ่ายเทเข้ามา สองมือสอดเข้าไปใต้ร่างแล้วบีบขยำพวงเต้าที่ย้อยลงมาอย่างเหมาะมือ บีบขยำรุนแรงตามอารมณ์ปรารถนา เสียงเนื้อกายกระทบดังลั่นควบคู่ไปกับเสียงครวญครางปานคนจะขาดใจตาย ปวันเร่งจัวหวะอัดกระแทกเมื่อกำลังเห็นปลายสายรุ้งอยู่รำไร เนื้อสาวตอดรัดถี่ยิบจนท่อนเนื้อสั่นสะเทือน แล้วช่วงเวลาสุดท้ายเหมือนกับการจุดระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ ปวันสาวท่อนเนื้อครูดกับช่องสวาทอย่างหนักหน่วง ร่างเล็กเกร็งกระตุกรอล่วงหน้า ตามด้วยการแตกตัวชุดใหญ่ มังกรยักษ์ฉีดพ่นลาวาร้อนไปทั่วช่องรัก คริสาเข่าอ่อนล้มพับยวบไปกับเตียง ในขณะที่ปวันปลดปล่อยทุกหยาดหยดแล้วฟุบตามทาบทับบนเรือนร่างเล็ก เขาสวมกอดร่างกายนุ่มนิ่มไว้แน่น ปล่อยให้หัวใจที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งได้ผ่อนปรนลดจังหวะให้ช้าลงบ้าง คริสาหลับตาพริ้ม เหนื่อยอ่อนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แต่ก็รู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของปวัน อบอุ่นกว่าสิ่งใด

อลันเดินลงบันไดพร้อมกับผิวปากอย่างสบายใจ เช้านี้สมองเขาปลอดโปร่งตัวเบาสบาย อันเนื่องมาจากเมื่อคืนได้จัดการเขมือบของหวานชิ้นโตจนอิ่มท้อง รสชาติของหวานถูกปากจะกัดจะกินจะชิมอีกสักกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ขนาดตอนย่ำรุ่งทำเป็นใจดีอุ้มยัยตัวน้อยไปส่งถึงเรือนกระจก ก็ยังไม่วายได้รังแกคนงัวเงียอีกรอบตอนถึงห้อง เสร็จแล้วก็พาตัวเองมาบนตึก อาบน้ำชำระร่างกายจนกระปรี้กระเปร่าสดชื่น อารมณ์ดีมีความสุขอย่างที่เห็น ฝ่ายหลานเขยก็ไม่ได้น้อยหน้า ฮัมเพลงเบาๆตามหลังอลันมาติดๆ เมื่อถึงโต๊ะอาหาร ศัลยแพทย์ต่างรุ่นมองหน้ากันแล้วต่างฝ่ายยิ้มกริ่ม โดยไม่พุดจาอะไร

“คุณอลันอารมณ์ดีนะครับ”ปวันเอ่ยขึ้นก่อน เมื่อจิบกาแฟไปนิดหน่อย อลันเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพดแล้วยิ้มกว้าง

“ดูหน้าแกซะก่อนเหอะ มันต่างกับฉันตรงไหน”ยักคิ้วให้หนึ่งที ปวันย่นคิ้วสงสัย ไม่แปลกหรอกที่เขาอารมณ์ดีหลังจากผ่านเรื่องเมื่อคืน แต่อลันนี่สิ อะไรกันที่ทำให้เช้านี้ของเขาสดใสอย่างที่ไม่เคยเห็นมานาน

“ก็ผมมีเรื่องดีๆ”

“ฉันก็มีเรื่องดีๆ”อลันยักไหล่อย่างอารมณ์ดี เด็กรับใช้นำอาหารมาพร้อมเช้ามาเสริฟบนโต๊ะ

“กาแฟดำก็พอ”อลันบอก เด็กรับใช้ยกจานอาหารเช้าออกไปแล้วรินกาแฟเพิ่ม

“วันนี้คุณอลันพอจะว่างมั้ยครับ”ปวันเอ่ยถามขึ้น อลันเงยหน้าจากจอไอแพดแล้วพยักหน้าตอบ

“อื้ม ช่วงเที่ยงถึงบ่ายก็ว่างแล้ว มีอะไรรึเปล่า”

“ที่ผมเรียนไปวันก่อน ผู้บริหารของโรงแรมแกรนด์คริสตัลจะเข้ารับการตรวจร่างกายวันนี้ช่วงสายๆหลังจากนั้น ผมกับท่านประธานจะเลี้ยงรับรอง”

“อ้อ ใช่ จริงสิ ลืมไปเลย เอาสิวันนี้เที่ยงก็ทำความรู้จักเขาไว้หน่อย ลูกค้ารายใหญ่ของโรงพยาบาลด้วย”

“ถ้าอย่างนั้น หลังจากตรวจร่างกายเสร็จผมจะแจ้งให้คุณอลันทราบครับ”

ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปทำงานทำตามหน้าที่ของตัวเอง

โรงพยาบาลปรีชาเวชย์สาขาใหญ่

แผนกเช็คอัพร่างกายคึกคักเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมไว้ต้อนรับลูกค้าวีไอพีของทางโรงพยาบาล นายแพทย์ประจำแผนกอ่านแฟ้มประวัติคนไข้คนสำคัญ พร้อมกับตระเตรียมโปรแกรมตรวจร่างกายไว้พร้อมสรรพ เมื่อถึงเวลาประธานใหญ่ของแกรนด์คริสตัลปรากฏกายขึ้น เขามาโรงพยาบาลเพียงลำพังไร้คนติดตาม จนเมื่อแจ้งชื่อกับทางแผนกเวชระเบียนนั่นแหละถึงจะรู้ว่าเขาเป็นใคร ผู้บริหารหนุ่มทำตัวตามสบาย เขามาในชุดวอร์มออกกำลังกาย รองเท้ากีฬา ทำตัวกลมกลืนกับคนอื่นๆ

“คุณชานนท์ ปัญญทัศน์ ชื่อนามสกุลถูกต้องนะคะ”เจ้าหน้าที่ต้อนรับสาวสวยถามย้ำอีกครั้ง เพราะออกจะสงสัยที่ผู้บริหารระดับสูงยังดูหนุ่มแน่นหน้าตาอ่อนเยาว์ ชานนท์พยักหน้าตอบรับพร้อมกับบัตรประชาชนคืน เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จ เขาสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่สาว รีบยกหูโทรศัพท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งแพทย์และพยาบาลพากันออกมาต้อนรับเขาอย่างมีพิธีรีตรอง

“คุณชานนท์ โรงพยาบาลปรีชาเวชย์ยินดีต้อนรับครับ”นายแพทย์ซึ่งต้องทำหน้าตรวจสภาพร่างกายของชานนท์กล่าวต้อนรับด้วยท่าทีเป็นมิตร เจ้าหน้าที่พากันยกมือไหว้ ผุ้บริหารหนุ่มตอบรับมารยาทด้วยท่าทางนอบน้อม

“ผมทำให้ทุกคนลำบากรึเปล่าครับ”

“ไม่เลยครับ สำหรับคุณชานนท์ ทางโรงพยาบาลยินดีและเป็นเกียรติที่คุณไว้วางใจเลือกใช้บริการ”

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ กับการต้อนรับแสนอบอุ่นของโรงพยาบาล”

“ทางผู้บริหารของโรงพยาบาลได้กำชับให้เราดูแลคุณชานนท์อย่างดี วันนี้คุณชานนท์ไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับการตรวจร่างกายนะครับ เราจะค่อยๆทำแต่ละขั้นตอน”ชานนท์ยิ้มให้กับคำพูดนั้น หากผู้บริหารสูงสุดของทางโรงพยาบาลอย่างนายแพทย์ อลัน ปรีชาไวยกิจ รู้ว่าเขาเป็นใคร ยังจะให้การต้อนรับเขาแบบนี้หรือเปล่า

“เชิญทางนี้เถอะครับ เตรียมสภาพร่างกายและผมขอเวลาอธิบายข้อมูลสักครู่แล้วเรามาเริ่มตรวจตามโปรแกรมกัน”

“ครับผม”ชานนท์ตอบรับแล้วเดินตามพยาบาลไปอย่างว่าง่าย ชานนท์ใช้สายตาสำรวจทั่วโรงพยาบาล อันที่จริงเขาคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาแฝงตัวอยู่ที่นี่ มาโรงพยาบาลแห่งนี้เพื่อเฝ้ามองใครบางคนอยู่ห่างๆโดยที่ไม่ให้เธอรู้ตัว

เข้าสู่เวลาช่วงเที่ยง อลันเคลียร์งานทุกอย่างเพื่อจะได้มีเวลาต้อนรับคนลูกค้าคนสำคัญ เลขาประจำตัวเข้ามารายงานว่าแขกวีไอพีกำลังถูกเชิญไปที่ห้องรับรองและปวันเองกำลังตรงไปที่นั่น

“ไม่มีอะไรแล้ว หลังจากเลี้ยงรับรองเสร็จ ผมมีแค่ประชุมกับกุมารแพทย์ สักประมาณบ่ายโมงครึ่งเจอกันที่ห้องประชุม”ปวันบอกเลขาก่อนจะ เดินออกไปจากห้อง

ภายในห้องรับรอง ชานนท์ซึ่งผ่านการตรวจร่างกายมาเสร็จนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวหรู การที่เขาปรากฏตัวอยู่ที่แห่งนี้เป็นเรื่องที่เตรียมการไว้นานแล้ว เขารู้ตัวเองดีว่าไม่อาจหลบซ่อนอยู่ในเงาได้ตลอดไป เมื่อถึงเวลา เมื่อเขาต้องการของเขาคืน เขาจะออกมาจากเงานั้นแล้วทวงคืนของสำคัญจากคนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเป็นเจ้าของ เสียงเคาะประตูทำลายความเงียบ ก่อนจะถูกเปิดออกด้วยเลขาสาวสวย

“เชิญคะ ท่านผู้อำนวยการ”หยิงสาวผายมือเชื้อเชิญร่างสูงเข้ามาภายในห้อง ชานนท์ลุกขึ้นต้อนรับทันที หนึ่งในไม่กี่คนที่เขาอยากจะเปิดเผยตัวตนด้วย กำลังยืนอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีครับคุณหมอปวัน”เป็นชานนท์ที่เอ่ยทักก่อน นั่นเพราะปวันกำลังตัวแข็งทื่อกับภาพที่เห็น ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นคนๆนี้คือตอนที่กำลังคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าณฉัตรซึ่งสูญเสียดวงตาและพี่สาวไปจากอุบัติเหตุ ผู้ชายตรงหน้าคือสาเหตุอันคลุมเครือ ที่ไม่ว่าปวันจะเค้นถามเอาความจริงจากณฉัตรอย่างไร หญิงสาวก็ไม่เคยปริปากเอ่ยถึงสักครั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปวันรู้ก็แค่เพียง ชานนท์มีความสัมพันธ์ไม่ถูกไม่ควรกับณฉัตร จนหญิงสาวถูกตราหน้าว่าคบชู้

“คุณชานนท์”

“ผมไม่แปลกใจหรอกที่คุณจำผมได้”ชานนท์เอ่ยเสียงเบา แต่ไม่หลบสายตาที่มองมาด้วยความสงสัย

“ผมไม่รู้มาก่อนว่าเป็นคุณ”

“นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมแปลกใจ”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ปวันไม่รู้ว่าเขาจะเริ่มบทสนทนาอย่างไรดีในสถานการณ์อย่างนี้ จู่ๆคนที่หายหน้าไปจากวงโคจรนานหลายปีกลับมาแสดงตัวอีกครั้ง มันเพียงเรื่องธรรมดาทั่วไปหรือว่าชานนท์กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

“ทางโรงพยาบาลยินดีนะครับ ที่คุณชานนท์ไว้วางใจให้ทางโรงพยาบาลดูแลสุขภาพของคุณเองและของพนักงานแกรนด์คริสตัลทั้งหมด”

“ผมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้พนักงานของผมอยู่แล้วครับ”

“โปรแกรมการตรวจเช็คสุขภาพของทางโรงพยาบาล เป็นยังไงบ้างครับ”

“ดีมากครับ ตรวจละเอียดดี”

“ผมแนะนำให้คุณชานนท์พาคนในครอบครัวมาเข้าโปรแกรมตรวจเช็คด้วย มีทั้งของเด็กและสุภาพสตรีเป็น แพคเกจแบบแฟมิลี่ มันดีมากนะครับ”ชานนท์รู้ดีว่าการที่ปวันเอ่ยถึงครอบครัวมันหมายถึงอะไร นักธุรกิจหนุ่มระบายรอยยิ้มเบาๆ

“ผมตัวคนเดียวครับ”ชานนท์ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ และจริงจัง ปวันขมวดคิ้วให้กับสิ่งที่ได้ยิน ก็ไหนว่าชานนท์มีลูกมีเมียแล้ว

“ตัวคนเดียวมาตลอด ไม่เคยมีพันธะใดๆ”

“แต่ผมได้ยินมาว่าคุณชานนท์มีครอบครัวแล้ว”

“นั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นได้ยิน แต่ไม่เคยมีใครถามผมสักที”ชายหนุ่มสองคนมองกันนิ่ง ข้อมูลที่ปวันเพิ่งรับรู้สร้างความแปลกใจให้กับเขาเป็นที่สุด และเขาไม่คิดว่าชานนท์จะโกหก เขาจะโกหกไปทำไมและเพื่ออะไร แล้วลูกเมียก็คือคนตัวเป็นๆจะเอาไปซุกซ่อนไว้ที่ไหนได้ หรือว่าทุกเรื่องที่รู้มามันจะผิดไปหมด แล้วอะไรละคือความจริง ความสัมพันธ์กับณฉัตรก็อีก

ก้อกๆๆๆๆ เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นอีกครั้ง ทั้งปวันและชานนท์รู้ดีว่าคนที่กำลังจะปรากฏตัวคือใคร ร่างสูงของอลันผ่านพ้นประตูเข้ามา รอยยิ้มคมที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าเลือนหายไปในวินาทีที่เห็นร่างสูงที่ยืนอยู่เคียงข้างปวัน ไม่ว่าอย่างไรเขาก้ไม่มีวันลืมผู้ชายที่เป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง เพราะณฉัตรหลงรักชานนท์ เฌอร์มาลถึงต้องตาย

“ท่านประธาน…”ปวันเรียกเสียงเบา

“นี่หรือลูกค้าวีไอพีที่นายบอก”อลันถามเสียงเย็นยะเยียบ โดยที่สายตาไม่ละไปจากชานนท์ ชายหนุ่มสองคนส่งผ่านสายตาที่ทำให้ทั้งห้องแทบลุกเป็นไฟ แต่ต่างฝ่ายต่างเก็บอาการได้ดี

“ครับ นี่คือคุณชานนท์ ผู้บริหารของแกรนด์คริสตัล ลูกค้าวีไอพีของทางโรงพยาบาล”คนกลางอย่างปวันแนะนำด้วยความรู้สึกอึดอัด เขาไม่รู้อลันรู้สึกยังไงแล้วยิ่งไม่รู้ว่าชานนท์คิดอะไรอยู่ แต่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงเสียเหลือเกิน

“ยินดีนะครับ ที่ได้เจอคุณหมออลันอีกครั้ง ผมเกือบลืมไปแล้วสิ ว่าครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน มันเป็นยังไง”

“แต่ผมไม่เคยลืม”อลันตอบสวนทันที นั่นเพราะครั้งสุดท้ายที่คนทั้งสองเผชิญหน้ากันเขาฝากร่องรอยแห่งความเจ็บปวดไว้บนใบหน้าเรียบเฉยนั่นหลายต่อหลายหมัด อลันไม่รู้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ชานนท์ตกลงอะไรไว้กับณฉัตร รู้เพียงแต่ว่าหลังเขาออกมาจากห้องผู้ป่วย ชานนท์มีสภาพไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณ น้ำตานองทั่วใบหน้าแค่เพียงเห็นชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้น เขาซึ่งอัดอั้นไปด้วยความเคียดแค้นได้แต่กระซวกหมัดใส่ชานนท์ไม่ยั้ง โดยที่เขาไม่ตอบโต้กลับมาแต่น้อย

“ก็ดีครับ ที่เรายังจำกันได้ สำหรับบางคน ทำยังไงเราก็ไม่เคยลืม”บางคนที่ชานนท์ว่าจะเป็นใครเสียไม่ได้นอกจากณฉัตร อลันบังคับไม่ให้แสดงสีหน้าแปลกๆออกไป

“กับบางคนเราก็ให้เหตุผลไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ลืม ผมเคยลองหาวิธีลืมมานักต่อนักแล้ว สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าเก่งไม่พอ พอรู้ตัวว่าลืมไม่ได้ก็คงต้องกลับมาสร้างความทรงจำใหม่ๆ เพื่อจะได้เป็นที่จดจำอีกครั้ง”

“สร้างความทรงจำใหม่กับคนเก่าๆนะเหรอครับ”อลันยกยิ้มมุมปาก หากคนตรงหน้าอยากสานความสัมพันธ์ที่ทิ้งร้างไว้ต่อเขาต้องรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับสิ่งใด

“ครับ”

“ไม่ง่ายแบบนั้นมั้งครับ”

“อืม ผมไม่รู้สิครับ แต่ผมมั่นใจแน่ๆว่าคนเก่าๆก็ยังคงไม่ลืมเรื่องเก่าหรอก”เป็นสัญญาณท้าทายทานนท์ส่งตรงไปถึงอลัน เขารู้ว่าอานนท์ส่งต่อณฉัตรให้อลันดูแลปกครอง ทั้งที่อลันแสนจะเกลียดณฉัตร แล้ววันนั้นตรงข้างถนนเขาเห็นว่าอลันปฏิบัติกับณฉัตรอย่างไร เขาไม่มีวันปล่อยผู้หญิงบอบบางคนนั้นตกอยู่ในมือของคนที่มีแต่ความเคียดแค้นเกลียดชังอีกแล้ว

“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น”อลันเอ่ยด้วยเสียงลอดไรฟัน ปวันหันซ้ายทีขวาทีก่อนจะต้องเป็นฝ่ายเข้าไปแทรกกลางสงครามเย็นในครั้งนี้

“นี่เที่ยงแล้ว ผมว่าเราลงไปทานอาหารกันดีกว่า ผมให้คนจองโต๊ะไว้ที่ร้านอาหารแล้ว”

“ปวัน วันนี้ช่วยเลี้ยงรับรองคุณชานนท์แทนผมที พอดีเมื่อกี้มีงานด่วนเข้ามา คงไม่สะดวก”

“อะ เอ่อ…”

“ขอโทษด้วยนะครับคุณชานนท์ ไว้โอกาสหน้าผมไม่พลาดการได้ร่วมโต๊ะกับคุณแน่”

“ไม่เป็นครับ ผมเข้าใจดี ทานข้าวกับคุณหมอปวันก็ดีครับ ผมอยากถามบางเรื่องของใครบางคนที่คุณหมอปวันรู้จักดี”ชานนท์ทิ้งระเบิดไว้ลูกใหญ่ ก่อนจะขอตัวเดินนำออกไปจากห้อง ปวันเหลือบมองเสี้ยวหน้าของอลัน แล้วก็อดจะหวาดหวั่นเสียไม่ได้ อลันถูกทิ้งไว้คนเดียวภายในห้อง นายแพทย์หนุ่มบดกรามกำหมัดแน่น นี่เขากำลังถูกชู้เก่าของยัยเด็กนั่นท้าทายอยุ่ใช่ไหม

……………………………………………………………………………….

ร่างบางหอบเอาดอกกุหลาบที่กองโตไว้ในอ้อมอก ใช้ไม้เท้านำทางเดินลัดเลาะออกมาจากแปลงกุหลาบ คริสาที่กำลังเดินเล่นวนเวียนอยู่แถวหน้าเรือนกระจกเห็นณฉัตรพร้อมกับดอกกุหลาบเลยร้องเรียกไว้ทันที

“ฉัตร!”

ร่างบางหยุดกึกหันไปตามเสียง ณฉัตรจำเสียงเรียกได้ทันที

“คะ คุณคริส”หญิงสาวขานรับ คริสาสาวเท้าก้าวเข้าไปหาณฉัตร หยุดยืนตรงหน้าแล้วก้มลงมองกุหลาบที่ณฉัตรหอบไว้

“ดอกกุหลาบเยอะแยะเลย จะเอาไปไหนเหรอ”

“เอาไปให้ป้านุ่นจัดคะ”

“สีแดงสวยเชียว อาแอลชอบกุหลาบสีนี้”คริสาพาดพิงถึงอลัน เพราะอาหนุ่มของเธอโปรดปรานกุหลาบสีแดง

“สีอื่นก็มีคะ คุณคริสชอบดอกกุหลาบมั้ยคะ”

“ไม่อ่ะ มันก็สวยอยู่หรอกนะ แต่ก็ไม่ได้ชอบ”คริสายื่นมือไปสะกิดกลีบดอกกุหลาบเล่น ในใจนึกว่าณฉัตรช่างเป็นคนที่มีความพยายามทั้งที่มองไม่เห็นแต่สู้อุตส่าห์ดุแลดอกไม้พวกนี้จนออกดอกสวยงาม

“แล้วคุณคริสชอบดอกอะไรคะ เผื่อจะได้หามาปลูก”

“อืม ไม่รู้สิ”คริสายักไหล่ เธอไม่ได้หลงใหลดอกไม้เหมือนหญิงสาวทั่วไป พวกสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆก็ด้วย ไม่เคยนึกอยากเอามาเลี้ยงสักที

“เหมือนพี่ปันเลยคะ พี่ปันก็ไม่มีดอกไม้ที่ชอบเป็นพิเศษ”คริสาเงยหน้าขึ้นมองณฉัตร หญิงสาวระบายยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถึงปวัน

“รู้ใจพี่ชายแสนดีจริงๆเลยนะฉัตร”

“เปล่าหรอกคะ ฉัตรแค่เคยถามแล้วพี่ปันก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองชอบดอกอะไร”ณฉัตรรีบตอบกลัวคริสาเข้าใจผิด

“ตาหมอนั่นเคยสนใจอย่างอื่นด้วยเหรอนอกจากวิชาการแล้วก็คนไข้”

“ก็คุณคริสไงคะ ฉัตรก็เห็นอยู่อย่างเดียวนั่นแหละที่พี่ปันสนใจ”ณฉัตรโพล่งออกไปอย่างใจคิด ใครๆก็รู้ว่าปวันให้ความสนใจแต่กับคุณหนูคริสา ทุกครั้งที่ปวันพูดถึงคริสาน้ำเสียงจะอ่อนโยนเจือปนไปด้วยความอบอุ่น ขนาดคนตาบอดอย่างณฉัตรยังรู้สึกได้

“เธอไม่รู้หรอกว่าเขามันร้ายกาจ”คริสาโน้มตัวป้องปากทำเสียงกระซิบ พอนึกถึงเรื่องอย่างว่า ปวันนับได้ว่าผู้ชายอันตรายและน่ากลัวทีสุด ณฉัตรหัวเราะคิกคัก

“พี่ปันออกจะรักคุณคริส ไม่ทำเรื่องร้ายๆให้คุณคริสเสียใจหรอกคะ”ถ้อยคำของณฉัตรทำให้คนฟังถึงกับจุก ใช่สิ ปวันแสนดีไม่เคยทำเรื่องร้ายๆกับใครอยู่แล้ว เป็นตัวเธอเองต่างหากที่ร้ายกาจและแสนจะเลว

“คนเรามันต้องมีร้ายกันมั่งแหละ เธอเองก็เหอะ อยู่แต่ในนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเจอผู้ชายใจร้าย”เป็นคำพูดที่ตรงใจณฉัตรที่สุด อันที่จริงผู้ชายใจร้ายนี่แหละที่อยู่ใกล้ชิดตัวเธอและคอยแต่จะเอาเปรียบรังแกกันทุกทาง คริสาสังเกตเห็นสีหน้าที่เจื่อนไป รู้สึกได้ว่าณฉัตรมีอะไรภายในใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเป็นพวกที่สนใจเพียงตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของคนร่วมชายคา

“ตั้งแต่อาแอลกลับมา เธอโอเคมั้ย”ณฉัตรนิ่งเงียบ สีหน้าไม่สู้จะดี

“อาแอลก็…ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ”เอ่ยเสียงเบาด้วยความไม่มั่นใจ เธอจับสายตาที่อลันมองณฉัตรได้ มันออกจะแปลกๆ ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ตลอดเวลา

“ฉัตรไม่เป็นไรหรอกคะ ขอบคุณคุณคริสนะคะที่เป็นห่วง”ณฉัตรระบายยิ้มอ่อนหวาน  ทำให้คริสาต้องยิ้มตาม แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นคนที่เพิ่งจะพาดพิงถึงเดินดุ่มๆด้วยสีหน้าบึ้งตึงมาแต่ไกล นี่เพิ่งจะบ่ายสองทำไมอลันกลับมาเร็วนักละ

“อาแอล ทำไมกลับมาเร็วจัง แล้วไงทำหน้างั้นละ”หลานสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อร่างสูงพกพาใบหน้าบึ้งตึงเข้ามายืนอยู่หลังณฉัตร คนตาบอดรีบถอยห่างไกลๆด้วยความตกใจ

“คริส มีไรก็ไปทำไป”ออกคำสั่งเสียงห้วน คริสาทำปากยื่น

“ไม่มีไรทำคะ ว่างงาน”

“งั้น ก็ไปหาอะไรทำจะได้ไม่ว่าง”

“ไม่มีคะ”

“ไปช้อปปิ้งผลาญเงินเล่นสิ”

“อะไรกันอา ไล่อยุ่ได้ มีอะไรจะคุยกับณฉัตรรึไง”คริสากอดอกถามอย่างอารมณ์เสีย อลันพ่นลมหายใจพรืด

“น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนะ ทีนี้จะไปได้ยัง”อลันทำเสียงเข้ม คนที่ยืนหอบดอกกุหลาบถึงกับตัวลีบ

“จะคุยหรือจะหาเรื่องคนกันแน่เนี่ย ดูอาทำหน้าเข้าสิ”

“คริสา!”

“ค่า ไปก็ได้ ฉัตร ฉันไปละนะ ถ้าอาแอลรังแกละก็ฟาดด้วยดอกกุหลาบเลย”อลันถลึงตาใส่หลานสาว คริสาเดินจากไปอย่างอ้อยอิ่ง อดจะเป็นห่วงณฉัตรไม่ได้ ก็ดูท่าทางอลันจะโมโหอะไรมาสักอย่าง เมื่ออยู่กันตามลำพัง อลันคว้าแขนคนตัวเล็กแล้วจับหมุนให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาทันที

“คุณอลัน มีอะไรกับฉัตรเหรอคะ”

“เธอ.......”อลันสกัดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเอง พยายามอย่างมากจะไม่ทำรุนแรง แต่พอนึกถึงหน้านึกถึงคำพูดของชานนท์ก็พาปรี้ดแตกขึ้นมาทันที

“กับไอ้เวรนั่น ยังไม่จบกับมันใช่มั้ย”ณฉัตรพอจะเข้าใจว่า ไอ้เวร ที่เขาเอ่ยถึงคือชานนท์ แต่ที่งงงวยคือจู่ๆทำไมอลันถึงกลับมาตั้งคำถามนี้อีกครั้ง

“จบแล้วคะ”ตอบไปตามความจริงแม้จะไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรเลย

“จบแล้วทำไมมันถึงยังป้วนเปี้ยนอยู่ในชีวิตเธออีกละ”

“ถ้าคุณอลันหมายถึงเรื่องที่มูลนิธิเมื่อวันก่อน ฉัตรก็ตอบไปหมดแล้ว ฉัตรไม่เคยเจอพี่นนท์เลยจนกระทั่งวันนั้น แล้วฉัตรก็ไม่รู้ด้วยว่าเขากลับมาทำไม”

“มันก็คงกลับมาเพราะโหยหาของเดิมๆ ทำเชื้อไว้ให้มันเยอะละสิท่าถึงได้อาลัยอาวรณ์ตัดกันไม่ขาดสักที”

“ฉัตรไม่รู้คะ”ณฉัตรตอบสั้นๆ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดถึงเรื่องในอดีตและอลันก็คอยแต่จะลากเธอกลับไปเข้าสู่วังวนเดิมๆอยู่เรื่อย

“ทำนิ่งๆเงียบๆเหมือนผู้หญิงโง่ๆ แต่ความจริงก็แค่รอคอยเวลาเพื่อจะได้กลับไปเอากับมันอีกครั้ง”ไม่การตบหน้าฉาดใหญ่ อลันก็ดีแต่ยัดเยียดเรื่องเลวร้ายให้กับเธอ

“ถ้าคิดจะเอากันจริงๆก็คงเอากันไปนานแล้วละคะ ไม่รอเวลาให้มันเนิ่นนานขนาดนี้หรอก”น้อยใจเสียเต็มทีกับความคิดดูถูกของเขา อลันเห็นเธอไร้ค่าเสมอ เธอน่าจะชาชินกับความจริงข้อนี้เสียที

“ก็เพราะว่าไอ้ผู้ชายขี้ขลาดคนนั้นมันหายหัวไปไง นี่คงกำจัดลูกเมียออกไปจากชีวิตแล้วมั้งถึงได้กลับมาอีกครั้ง แล้วก็ทำท่าเหมือนอยากจะได้เธอไปเป็นเมียเสียด้วยสิ”

“ฉันบอกแล้วว่าคุณไม่รู้อะไร ไม่รู้อะไรเลย”ณฉัตรถอยห่าง ทำท่าจะเดินหนีทั้งที่วามจริงรู้อยู่เต็มอกว่าอลันไม่มีทางปล่อยไปแน่ ร่างบางเซถลาตามแรงกระชาก พยายามสะบัดมือออกเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดพ้น

“เกลียดที่สุดที่เธอทำเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมเปิดปากพูดออกมา  มันจะตายรึไงถ้าบอกไอ้สิ่งที่อยู่ในหัวกลวงๆของเธอให้ฉันรู้ หรือว่าความจริงมันไม่มีอะไรเลย ก็เลยพูดไม่ออก”อลันบีบแขนเล็กจนแทบแหลกคามือ สุดจะขัดใจกับสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความดื้อรั้น

“แล้วแต่จะคิดคะ”

“ก็ฉันกำลังคิดอยู่นี่ไง ว่าเธอคงอยากเป็นเมียมันจนตัวสั่น ต้องนับถือมันอย่างนึงนะ ขนาดเธอตาบอด ยังเสือกอยากได้ไปทำเมียอีก”

“วันนี้ฉันเจอมันมา ไอ้ชานนท์ผัวเก่าเธอนะเป็นถึงผู้บริหารโรงแรมใหญ่ แล้วมันยังกล้าท้าทายฉัน บอกให้รู้ไว้นะณฉัตร ถ้าอยากเอากันจนตัวสั่น ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”

“ถ้าจะมีใครตายเพราะความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขาอีก มันคงไม่ใช่คุณหรอกคะคุณอลัน”ณฉัตรเอ่ยเสียงพร่าสั่นควบคุมไม่ให้น้ำตาไหลออกมา อลันกัดฟันกรอด

“อวดเก่งนักนะ ก็รู้อยู่ว่าฉันทำอะไรกับเธอได้บ้าง”ณฉัตรกอดกุหลาบในมือแน่นหนามแหลมคมเกี่ยวแขนจนเลือดไหลซิบแต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับก้อนเนื้อข้างซ้าย

“รู้ตัวใช่มั้ยว่าตอนนี้ ทั้งตัวของเธอมันเป็นของใคร อย่าเอาของที่เธอไม่มีสิทธิ์ไปเสนอให้ไอ้หน้าโง่คนไหนทั้งนั้น ถ้าลักลอบเจอกับไอ้เวรนั่นก็บอกมันด้วย ว่าใครเป็นเจ้าของเธอ”พูดจบก็ผลักร่างเล็กออกไปให้พ้นตัว ณฉัตรเซถลาจวนเจียนล้ม

“มันอยากจะเอาเธอคืนก็บอกให้มันมาเอา แต่เธอจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดในแบบที่อยากจะตายแต่ตายไม่ได้มันเป็นยังไง”ร่างหนาหมุนตัวแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กทรุดฮวบลงตรงนั้น น้ำตาไหลพรากให้กับโชคชะตาอันน่าสมเพชตัวเอง

………………………………………..

Writer talk

**** part 1จบแล้ว ติดตามตอนใหม่ได้ สำหรับคนที่ตามาตั้งแต่เว็บนิยาย เตรียมอ่านดราม่าจัดหนักและหื่นจัดหนักเช่นกันได้เลย จะจัดให้สมกับที่หายไป2ปี ตาเฒ่าแอลจะเล๊วววเลวกว่านี้อีกส่วนหมอปวันคนดี เขาจะเผยด้านมืดของตัวเองแล้ว ยัยคริสหล่อนเจอหนักแน่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น