I-Rain-Yia/ฉ่ำพร/นางเนียร
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : [นัดที่ 1] พบ 100%

คำค้น : ตะวันกล้า ซื่อหนาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2563 02:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[นัดที่ 1] พบ 100%
แบบอักษร

นัดที่ 1 

พบ 

เมืองไทย 

“ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า? เคยเห็นไหมครับน้องทิ่ง” เสียมทุ้มกังวานเอ่ยปากถามเด็กผู้ชายที่นอนขดอยู่บนเตียงตัวสั่นด้วยความกลัวนั้นอย่างขำๆ สงสัยจะกลัวเข็มมากจริงๆ เฮ้อ เด็กหนอเด็ก

“คะ...เคย...ทิ่งเคยเห็น” ทิ่งตอบเสียงสั่น จนคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อขาวที่หน้าอกมีตราสีเขียวปักอยู่หัวเราะร่าอย่างพอใจแล้วพูดกล่อมต่อ “นั่นสิ...เคยเห็นแล้วมันเป็นยังไงน้า? ทิ่งบอกหมอได้ไหม เล่าให้หมอฟังว่าช้างมันมีรูปร่างยังไง...” หมอหนุ่มบอกในขณะที่กำลังเตรียมเข็มฉีดยา

“มันมีหูยาวๆ เหมือนกระต่ายไหมน้า” หมอหนุ่มยังคงพูดกระตุ้นคนตัวเล็กที่นอนสั่นอยู่บนเตียงต่อ และชี้มือบอกให้ผู้ช่วยหยิบขวดยามาให้

“เปล่าครับ มันมีหูใหญ่ๆ บานๆ” เด็กน้อยแย้งเสียงแข็งขัน ลืมความกลัวไปนิด

“หรอ...แล้วมันมีจมูกเหมือนหมูหรือเปล่า” หมอหนุ่มถามต่อ ริมฝีปากบางแย้มยิ้มตลอดเวลาที่ถาม ทำให้พยาบาลที่ยืนดูหลุดหัวเราะออกมาอย่างขำๆ แต่คนเป็นหมอจุ๊ปากห้ามเอาไว้

“มันมีจมูกยาวๆ เขาเรียกว่างวงครับ เป็นหมอทำไมไม่รู้ละ” เด็กน้อยเอียงหน้ากับหมอนด้วยความสงสัย มองหน้าแม่ที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง ไหนแม่บอกว่าหมอฉลาดไง โตขึ้นยังอยากให้ผมเป็นหมอเลย เด็กน้อยเอียงคอสงสัย

“หมอเป็นหมอ อยู่แต่ในโรงพยาบาล หมอจะเคยเห็นช้างได้ยังไง” คนเป็นหมอยังคงพูดปดต่อ ในขณะที่กำลังดึงกางเกงเด็กน้อยลง และใช้สำลีลูบวนตรงจุดที่จะฉีด

“แต่แม่บอกว่าหมอส่วนใหญ่เป็นคนฉลาด” เด็กน้อยแย้ง

“เอ๋...หมออาจจะฉลาด แต่ไม่เท่าน้องทิ่งไงครับ” หมอหนุ่มถามอย่างอารมณ์ดี

“อืม...น่าจะใช่ เพราะช้างก็ออกทีวีบ้อยบ่อย บ้านหมอไม่มีทีวีดูหรอครับ” คำว่าอืมน่าจะใช่ของเด็กทำให้คนเป็นหมอหลุดขำ แล้วลงมือกดเข็มฉีดยาลง

จึ๊ก!

“โอ้ย!” หมอหนุ่มรีบกดเข็มฉีดยาแล้วดึงออก ก่อนจะน้ำไปวางในถาดที่พยาบาลถือ ก่อนจะยื่นมือไปตบไหล่ของเด็กชายเบาๆ

“เห็นไหม ฉีดยาแค่มดกัด น้องทิ่งน่ะกลัวไปเอง” กลัวจนอาละวาดลั่นโรงพยาบาลจนพยาบาลพากันปวดหัวไปตามๆ กัน ทำให้เขาที่กำลังจะออกเวรต้องเดินเข้ามาจัดการเด็กดื้อด้วยตัวเอง

“แต่มันก็เจ็บจริงๆ” เด็กชายว่าน้ำตาคลอเบ้า คนเป็นหมอจึงยกมือขึ้นไปลูบหัว

“เจ็บตอนนี้หายเจ็บตอนหน้านะ จะได้หายไข้ด้วยไง” เด็กน้อยหน้าบึ้ง ซบลงไปกับหน้าท้องของผู้เป็นแม่อย่างเสียหน้า เขาโดนหมอหลอก!

“ฮ่ะๆ งอนซะแล้ว”

คนเป็นแม่ยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมองคุณหมออย่างเกรงใจ “ขอบคุณ คุณหมอมากนะค่ะ เด็กคนนี้ดื้อเกินเยียวยาจริงๆ ต้องขอโทษที่สร้างความวุ่นวายให้”

หมอหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ เขายังเด็ก ยังไม่ประสา จากนี้ก็กินยาตามที่หมอสั่งนะครับ น้องจะได้หายไวๆ” หมอหนุ่มเตือน แล้วสิ่งยิ้มเป็นมิตรไปให้

“ค่ะ ขอบคุณจริงๆ” หมอหนุ่มผงกหัวรับรู้ ก่อนจะขอตัวออกไป พอเดินพ้นเตียงคนไข้ คนเป็นหมอก็หาวออกมาทันที ใบหน้าที่ขอบตาดำคล้ำเพราะนอนไม่เพียงพอ รูปร่างที่สูง 175 ซม. เดินเซๆ ไปที่ห้องพักของตน ผมก็กระเซอะกระเซิงไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ เท่าที่รู้เขาพึ่งสระมันไปเมื่อเช้า แล้วรีบมาเข้าเวรอย่างรีบเร่งเพราะกลัวจะเข้าสาย ‘ตะวันกล้า’ เป็นหมอที่พึ่งย้ายมาประจำที่จังหวัดภูเก็ตได้ไม่นาน เขาเพิ่งย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิด แต่ก่อนทำงานอยู่ในเมืองกรุง วันนี้มาอยู่ใกล้ชายหาด ไม่ว่าจะประจำอยู่ที่ไหนงานของหมอก็ไม่ค่อยมีเวลาพักเลยจริงๆ

“ไง...” เสียงแหลมใสทักขึ้นทำให้ตะวันกล้าที่กำลังซบหน้าอยู่กับฝามือของตัวเองเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กในชุดกาวที่กำลังถือกาแฟอยู่ ด้วยสายตาเพลียจัด

“อย่างที่เห็น” ตะวันบอก พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากขณะหาว

“แหม...คนดีนักนะยะ พ่อมหาจำเริญ จะออกเวรแล้วแท้ๆ ยังไปช่วยเขาอีก ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง” ร่างเล็กว่าพลางเบ้ปากใส่ตะวันกล้า ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะของตะวัน แล้วยกกาแฟขึ้นดื่ม

“อะไรของแกกระถิน มาจิกฉันเนี่ยมีอะไรวะ” คนยิ่งเพลียๆ อยู่

“เปล่า...แค่จะมาถามว่าจะกลับเกาะวันไหน” กระถินเป็นเพื่อนสนิทของตะวันกล้า และมีบ้านเกิดอยู่ที่ภูเก็ตเช่นเดียวกับตะวัน เพียงแต่ตะวันเติบโตที่เกาะมาตาวี แต่กระถินเกิดในโรงพยาบาลแห่งนี้ อาฮะ! ว่าง่ายๆ ไม่ใช่ชาวเกาะเหมือนเขา แต่เป็นคนบนฝั่งซึ่งเขาก็จำไม่ได้ด้วยว่าบ้านเพื่อนอยู่ที่ไหน พอดีไม่ค่อยไปหาเพื่อนบ่อยนัก

“วันนี้เลย...” อีกสักพักพี่ชายตัวแสบของเขาคงจะมารับ

“ฉันก็เหงาแย่สิ แกกลับบ้าน แต่ฉันต้องอยู่โรงพยาบาลต่อ”

“เหงาได้ยังไง คนไข้ หมอ พยาบาลเต็ม” ตะวันว่าพลางส่งยิ้มให้กำลังใจเพื่อน

“ถามฉันสักนิด ว่านอกจากแกแล้วฉันสนิทกับใครอีกไหม?” ตะวันมองหน้าเพื่อนตัวเล็กที่มีใบหน้าคมหวาน ดวงตามีประกายเจิดจ้า บ่งบอกว่าเป็นคนเข้มแข็ง ถึงแม้ว่าเพื่อนคนนี้จะตัวเล็กไปบ้าง แต่กระถินก็เป็นผู้หญิงใจกล้า แข็งแกร่งเกินหญิงทั่วไป

“แกก็เลิกทำตัวถึกๆ สักทีดิวะ ห้าวดีนัก คนอื่นเขาก็ไม่กล้ามายุ่งด้วย ระวังเถอะจะหาผัวไม่ได้”

“ไอ้ตะวัน!”

“แหนะๆ เป็นหมอห้ามหยาบคาย...” ตะวันพูดพลางส่ายนิ้วชี้ไปมาตรงหน้าเพื่อนสาวอย่างกวนๆ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวขึ้นมารับ

“ฮัลโหล”

(ออกมา ฉันรอแกอยู่ข้างนอก)

ติ๊ด!

ไม่ต้องรอให้ตะวันกดตัดสาย คนปลายสายก็กดตัดสายซะเอง มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว กับคนอย่าง ‘ธนา มาตาวี’

“ธนามารับแล้วหรอ?”

“อืม...ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” ตะวันบอก พร้อมกับถอดเสื้อกาวแขวนไว้ พร้อมกับหยิบกระเป๋าทำงานของตัวเองขึ้นมาถือไว้ กระถินก็พยักหน้ารับ เดินมาส่งตะวันอยู่หน้าห้อง พอตะวันเดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว สาวร่างเล็กก็พึมพำออกมา

“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนจะไม่ได้เจอแกอีกก็ไม่รู้...โธ่! พูดอะไรเป็ยลางนะยัยกระถิน!” กระถินยกมือขึ้นตบปากตัวเอง แล้วเดินไปที่ถังขยะเพื่อทิ้งแก้วพลาสติก ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องไปตรวจคนไข้ จึงรีบเดินไปยังแผนกในความดูแลของตัวเอง

ตะวันกล้า มาตาวี หรือหมอตะวันที่ใครๆ ชอบเรียกกัน เป็นลูกบุญธรรมของนายหัวภูธรแห่งเกาะมาตาวี ท่านเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของเกาะมาตาวีที่ใครๆ ก็ให้ฉายาว่าเกาะน้ำมิตร เพราะคนที่นั่นนิสัยดี มีน้ำใจ และชอบช่วยเหลือ นายหัวภูธรเพิ่งได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายวัยเกษียณกับภรรยาบนเกาะ หลังจากที่ท่านยกกิจการบนเกาะให้แก่ลูกชายคนโตดูแลได้ไม่นาน นั่นก็คือ 'ทะนงอาจ มาตาวี' เป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม ผิวสีแทน ท่าทางดิบเถื่อน แต่หล่อเลวกระชากใจสาวๆ ทำให้บนเกาะไม่ขาดอิสตรีสวยหรูในชุดผ้าแบรนด์เนมแวะเวียนมาบ่อย เพราะติดเสน่ห์นายหัวคนใหม่ของเกาะ ตะวันกล้าชื่นชมทะนงอาจที่เป็นทั้งพี่ชาย และผู้ชายที่น่าเคารพนับถือ เป็นคนดีคนหนึ่ง ตะวันกล้าเคยคิดว่าอยากจะเป็นให้ได้เหมือนทะนงอาจบ้าง ‘ผู้ชายที่น่าเกรงขาม’ เขาอยากมีความน่าเกรงขาม เพราะในตัวเขามันไม่มีสิ่งนี้อยู่เลยนี่สิ...

นอกจากทะนงอาจแล้ว นายหัวภูธรยังมีลูกชายอีกสองคน ลูกชายคนรองเป็นสารวัตรมือปราบที่เก่งกาจ ‘ธวัตน์ มาตาวี’ ธวัตน์เป็นผู้ชายเลือดร้อน บ้าระห่ำ เขากับทะนงอาจหน้าตาคล้ายกับทะนงอาจ แต่นิสัยต่างกันคนละขั้ว เพราะธวัตน์ไม่มีความสุขุมนุ่มลึกเช่นเดียวกับทะนงอาจเลย ทะนงอาจสุขุม ธวัตน์เปิดเผย ทะนงอาจแกมโกง ธวัตน์เถรตรง ทะนงอาจเหมือนน้ำทะเล ธวัตน์เหมือนแผ่นดินที่มั่นคงแน่วแน่ในเส้นทางของตัวเอง และธวัตน์นี่แหละที่มีส่วนคล้ายตะวันกล้ามากที่สุด คิดมาถึงตรงนี้ตะวันกล้าก็ถอนหายใจโล่งอกเบาๆ อย่างน้อยก็มีธวัตน์ที่เข้าใจเขาละนะ

และลูกชายคนสุดท้องของนายหัวภูธร เป็นบุคคลที่ตะวันกล้าไม่อยากเอ่ยถึงมากที่สุด เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ตะวันกล้าไม่อยากเข้าใกล้มากที่สุด ‘ธนา มาตาวี’ ผู้ชายอันตราย เยือกเย็น เจ้าเล่ห์ แผนเยอะและเป็นคนที่กะจะเคลมเขาทุกเมื่อที่มีโอกาส! ธนาเป็นผู้ชายเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยยอมใคร เพราะจะเอาให้ได้!

ตะวันพยายามหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ เพราะเขาไม่อยากจะอาละวาดใส่คนชอบเอาชนะอย่างธนาจนทำให้นายหญิงน้ำทิพย์ไม่สบายใจ เขาไม่เคยบอกใครว่าเกือบจะถูกธนาปล้ำหลายต่อหลายครั้ง เพราะมันน่าอายจะตายไป อีกอย่างเขาเกรงใจคุณน้ำทิพย์ด้วย แม้คุณน้ำทิพย์จะรับเขาเป็นลูก ถึงอย่างนั้นตะวันกล้าก็เจียมตัวอยู่เสมอว่าเขาเป็นแค่เด็กที่เก็บมาเลี้ยง ตะวันกล้าจึงไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต้องเป็นทุกข์เพราะเขา เขาจึงจำยอมกลืนความไม่พอใจลงท้อง ไม่พูดมันออกไป แต่ยิ่งทำแบบนี้ธนาก็เหมือนจะได้ใจ หาโอกาสเข้าใกล้เขาทุกครั้งที่มีโอกาส ทำเขาขยะแขยงขนลุกขนพองไปหมด ดีหน่อยก็ตรงที่ธนาเป็นหมอทหาร นานๆ ทีจะกลับบ้าน เพราะงานไม่เคยขาดมือ แต่พอกลับบ้านมาทีไร ไม่รู้ทำไมนายหญิงน้ำทิพย์ถึงชอบยัดเยียดหน้าที่ไปรับมาส่งให้ธนาก็ไม่รู้ ไอ้ความดีใจที่ไม่ได้เจอหน้ากันน่ะหายวับไปกับตาทุกครั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายกลับมาบ้านทุกที!

“ช้า!” ร่างสูงประณามเสียงดังอย่างฉุนเฉียว ไม่รู้ทำไมคนนิสัยแบบนี้ถึงได้เป็นหมอนะ ตะวันกล้าค่อนขอนในใจก่อนจะเอ่ยขอโทษธนาเบาๆ แล้วเปิดประตูเดินขึ้นรถ เช่นเดียวกับธนาที่เดินอ้อมไปขึ้นทางคนขับ

“ไม่ได้บอกให้มารอนี่หว่า” ตะวันพึมพำเสียงเบา ก่อนจะนั่งตัวลีบชิดกระจก เมื่อธนาเปิดประตูขึ้นมานั่ง ตะวันแอบสำรวจคนข้างๆ ที่กลับมาคราวนี้ใบหน้าคมเข้มขึ้น และมีร่างกายกำยำแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตะวันแอบลอบกลืนน้ำลายในใจ พลางคิดว่าหากธนาคิดจะทำอะไรเขา คงขัดขืนไม่ได้เหมือนคราวก่อนๆ แน่ เฮ้อ...พอคิดว่าเราควรออกกำลังกายบ้าง ตะวันก็แทบจะเอาหน้ามุดดิน หมอมีเวลาขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ

ธนาทำเป็นไม่เห็นท่าทางหวาดกลัวของตะวันกล้า ร่างสูงขับรถแล่นออกไปบนท้องถนน บรรยากาศภายในรถไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งขับมาถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง

“รออยู่นี่ จะไปซื้อบุหรี่” ธนาขับรถเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ตะวันรู้อยากยืดเส้นยืดสายจึงเปิดประตูลงจากรถไปยืนบิดตัวอยู่ข้างรถ ในขณะนั้นเองมีผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ สวมหมวกใส่แว่นดำ แถมยังใส่แมตปิดปาก ได้เดินผ่านหน้าตะวันไป ทำให้ตะวันมองอีกคนด้วยความสงสัย แต่งตัวราวกับจะไปปล้นใคร...ตะวันกล้าคิดแล้วยิ้มพลางส่ายหน้า ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อผู้ชายคนนั้นหยุดเดิน แล้วหันมามองตะวันกล้า ทั้งสองคนนิ่งค้างมองหน้ากัน ตะวันกล้าชะงักรู้สึกคุ้นหน้าคนตรงหน้าเหลือเกิน แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเขาเคยเจอคนคนนี้ที่ไหน?

ขณะที่ยืนจ้องกันอยู่นั้นเอง มีรถยนต์ขับเข้ามา ตะวันกล้าเบิกตากว้าง รีบเดินเข้าไปคว้าร่างตรงหน้าให้หลบจากรถ พอได้สัมผัสกัน ตะวันกล้าก็รู้สึกใจวูบไหว พอเงยหน้าขึ้นมองหน้ากำลังจะถามว่าเป็นอะไรไหม อีกฝ่ายกำลังสะบัดมือออกจากเขาราวกับกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง จากนั้นไม่ทันระวังตัวตะวันกล้าถูกอีกฝ่ายผลักเข้าให้

พลั่ก!

ตะวันกล้าเบิกตาขึ้นนิด ผงะถอยหลังเซๆ จะล้มแต่ตั้งตัวยืนตรงได้ ตะวันกล้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจอีกฝ่าย กำลังจะอ้าปากต่อว่า ผู้ชายคนนั้นก็เดินไปไกลแล้ว

“คนอุตสาห์ช่วย แทนที่จะขอบคุณกันสักคำ!” หมอหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย

“บอกให้รออยู่ในรถไม่ใช่หรือไง!?” ธนาพูดเสียงเข้ม ทำตะวันสะดุ้งแล้วหันไปมองอย่างหวาดๆ แล้วรีบอธิบาย

“อยากออกมายืดเส้นยืดสายน่ะ นั่งนานๆ มันเมื่อย” พูดจบตะวันกล้าก็หมุนตัวเดินไปที่รถ แต่ธนาเข้ามายื้อเอาไว้ไม่ให้ตะวันขึ้นรถ

“อย่าคิดว่าไม่เห็น!”

“เห็นอะไร?”

“ยืนอ่อยผู้ชายไง หึ! ทำไม? เกิดร่านขึ้นมาหรอ เอาอย่างนี้ไหมแวะโรงแรมก่อน....”

พลั่ก!

ตะวันผลักหน้าอกแข็งแกร่งของธนาให้ถอยห่าง “ในหัวของนาย คิดแต่เรื่องสกปรกหรือไงวะ!”

“ตะวัน!”

“อีกอย่าง ถ้าฉันจะอ่อยใครก็เรื่องของฉัน เพราะฉันไม่ได้อ่อยนาย! เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่ง!”

“ตะวันกล้า!”

ใครจะว่าเขาไม่ยุติธรรมกับธนาก็ว่าไป แต่เขาไม่อยากให้ธนาฝันลมๆ แล้งๆ กับเขากับความสัมพันธ์ฉาบฉวยแบบนี้ เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าธนารักหรือชอบพอเขาจริงไหม อยู่กันสองต่อสองก็หาโอกาสแทะโลมเขาตลอด หวังแค่ร่างกายหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างนี่มันชีวิตจริงไม่ใช่ละคร คนอย่างเขาไม่มีใครยอมให้ธนาทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นด้วยเด็ดขาด ถึงจะสู้ไม่ได้ แต่คราวนี้จะสู้ให้ถึงที่สุดเลยคอยดูดิ! ไม่กลัวหรอกโว้ย!

................................... 

เกาะมาตาวี 

พอกลับมาถึงเกาะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับธนาอีกเลย เจอหน้าก็เมินหน้าหนี ทำเป็นไม่เห็นอีกฝ่ายแทน ตะวันกล้าถอนหายใจยาวทั้งหนักใจ ทั้งรู้สึกผิด และสับสนไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้ว่าควรจะแก้ปัญหายังไง เรื่องระหว่างเขากับธนาถึงจะจบ

“มานั่งทำอะไรคนเดียวอยู่ตรงนี้” เสียงทุ้มเข้มทรงอำนาจของทะนงอาจ เรียกให้ตะวันกล้าหันไปมองอย่างแปลกใจ ก่อนจะเขยิบให้พี่ชายคนโตนั่ง

“นั่งรับลมน่ะพี่”

“ไม่ใช่ว่าไม่อยากหลบหน้าไอ้ธนามันหรอกนะ”

“ก็ส่วนหนึ่งครับ”

“คนอย่างธนา ถ้ารักใครแล้วก็รักจริง...”

“พี่ไม่ต้องมาพูดอย่างนี้นะ! ผมกับธนา เราสองคนอยู่ในฐานะพี่น้องกัน มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ อีกอย่าง ผมไม่ได้รักธนา”

“พี่เข้าใจ แต่ทำไมเราไม่ลองเปิดใจให้ธนาดูบ้างละ...พี่ว่า...มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะ...”

“ธนาบอกให้พี่มาพูดใช่ไหม?” ตะวันกล้ามองหน้าทะนงตาขวาง ทะนงยกยิ้มมุมปากแล้วส่ายหน้าตอบ ไม่มีใครให้เขามาพูด แต่บรรยากาศอึมครึมในบ้านที่เกิดขึ้นทำให้แม่ของเขาทนไม่ไหวจนต้องสั่งเขาให้ทำยังไงก็ได้ ให้น้องคืนดีกัน คำสั่งของนายหญิงแห่งเกาะมาตาวี ใครจะกล้าขัด อีกอย่าง....จะคืนดีกันได้ก็ต่อเมื่อตะวันกล้ารับรักน้องชายของตนเท่านั้นแหละ เพราะอย่างธนาน่ะ...คงไม่มีทางยอม กล่อมตะวันน่ะง่ายกว่ากล่อมธนาเยอะ

“เปล่า...แม่สั่งให้ทำยังไงให้พี่ทำให้ทั้งสองคนคืนดีกัน”

“เหอะ! วิธีคืนดีกันมีมากมายก่ายกอง ทำไมต้องให้ผมตกลงปลงใจกับมันด้วย!”

“อย่างกับว่าถ้าเป็นวิธีอื่นมันจะยอมรับ”

“ไม่รู้ละ! ผมไม่ใช่คนผิดสักหน่อย” ตะวันกล้าพูดย้ำ ทำไมไม่มีใครเข้าใจเขาบ้าง ว่าเขารู้สึกยังไง อึดอัดแค่ไหน! เอาแต่เชียร์ธนาอยู่นั่น ถามเขาสักคำไหมว่าเขารู้สึกดีไปด้วยหรือเปล่า

“เฮ้อ พอๆ ไม่พูดแล้ว อยากจะทำอะไรกันยังไงก็แล้วแต่จะตัดสินใจทำ โตๆกันแล้ว” ทะนงอาจถอนหายใจออกมาแล้วยกแขนไปกอดคอน้องชายบุญธรรมที่เขารักเหมือนน้องแท้ๆอย่างเห็นใจ จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันนะที่ตะวันถูกตาต้องใจธนา...

เฮ้อ...เห็นสีหน้าบึ้งตึงของน้องชายบุญธรรมแล้ว ทะนงอาจได้แต่ถอดใจไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “ไปที่รีสอร์ทด้วยกันไหม เห็นสมศักดิ์บอกว่าแขกที่มาพักคราวนี้ เป็นมหาเศรษฐีเลยนะ”

“แขกที่มาพักรีสอร์ทพี่ส่วนมากก็คนรวยๆทั้งนั้นไม่ใช่หรอ ไม่เห็นจะจะแปลกตรงไหน”

“เอาน่า...ไปช่วยพี่ชายต้อนรับแขกหน่อยจะเป็นไร ไหนๆก็นั่งว่างแล้ว” ไม่พูดเปล่า ยื่นมือมาคล้องคอแล้วลากให้ตามไป ทำขนาดนี้จะขัดขืนก็คงไม่ได้ ตะวันกล้าคิดอย่างเซ็งๆแต่สักพักก็ถอนหายใจออกมา เอาวะ ถือว่าทำแก้คิดมาก...

  

รีสอร์ทมาตาวี 

ตะวันกล้ามาช่วยทะนงอาจต้อนรับแขกต่างชาติด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แม้จะถูกบังคับมา แต่สุดท้ายก็ทำด้วยความเต็มใจอยู่ดี อีกทั้ง วันนี้แขกเข้าเยอะเป็นพิเศษด้วย อดดีใจกับพี่ชายไม่ได้ที่แขกเข้ามาพักเยอะแบบนี้ แสดงว่ารีสอร์ทที่พี่ชายบริหารกำลังเติบโตไปได้ดีจริงๆ  แถมวันนี้นะตะวันกล้าได้ยินว่าทะนงอาจจะจัดมีทติ้งให้แขกในรีสอร์ทเย็นนี้ด้วย งานนี้มีหรือหมอตะวันจะพลาด หึๆ ทำงานก็ต้องได้ค่าแรงละนะ

“ทำไมวันนี้ถึงมาช่วยที่นี่ได้ละครับ ปกติเห็นออกไปจับปลากับเจ้าแถน” สมศักดิ์ เลขาและเพื่อนสนิทของทะนงอาจทักถามตะวันกล้าอย่างแปลกใจ เพราะทุกทีคุณหมอกลับมาจะออกไปท่องทะเลมากกว่ามาช่วยงานที่รีสอร์ท

“พี่ทะนงลากมาครับ พอดีผมไม่มีอะไรทำด้วยเลยมาช่วย” ตะวันกล้าตอบ แล้วหันไปฉีกยิ้มให้นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เดินมาทางเขา ตะวันกล้าคล้องดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวหญิง แล้วพูดคุยทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เธอจึงทักกลับเขามาเป็นภาษาไทย

“ดิฉันพูดไทยได้ค่ะ”

“ครับ? ผมตกใจเลยนะที่คุณพูดไทยได้” ตะวันกล้าหน้าเอ๋อ สาวชาวจีนตรงหน้าพูดไทยออกมา เธอดูจีนจ๋าจนไม่น่าจะพูดไทยแต่เธอกลับพูดได้คล่องจนเขาแปลกใจ

“ฮ่าๆๆ ฉันต่างหากที่ต้องตกใจ นึกว่าคุณเป็นชาวต่างชาติเหมือนกับฉัน” หญิงสาวชาวจีนพูดอย่างขำๆ ทำตะวันกล้าหุบยิ้มแทบไม่ทัน ก่อนจะส่งยิ้มฝืดๆกลับไปให้สาวชาวจีน แล้วเอ่ยขอบคุณเธอที่เข้ามาพักที่นี่ ก่อนจะบอกให้พนักงานมารับเธอและเพื่อนไปดูแล  

“อ้าว? ทำไมเงียบไปละครับ” สมศักดิ์หันมามองตะวันที่เงียบไปด้วยความสงสัย เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย ไหงตอนนี้หน้านิ่งเชียว

“ไม่มีอะไรครับ...ต้อนรับแขกต่อเถอะ ผมขอพักดื่มน้ำสักหน่อย” ตะวันกล้าบอกเสียงเรียบ แล้วหมุนตัวกำลังจะเดินผละไปที่จุดบริการน้ำ เรื่องที่ผู้หญิงจีนคนนั้นทักน่ะสิ...แทงใจดำเขาอย่างจังเลย

“อ้าว...จะไปไหนละ มาต้อนรับคุณต้าเฉียงกับพี่ก่อน” ทะนงอาจรีบคว้าแขนตะวันกล้าเอาไว้ ทำให้ตะวันกล้าที่กำลังจะสะบัดมือออกจากการจับกุมของพี่ชายหยุดชะงัก เมื่อบังเอิญสบตากับธนาเข้า ถ้าเดินไปทางนั้นเขาก็ต้องเจอกับธนา ไม่เอาดีกว่า อยู่ต้อนรับแขกกับพี่ทะนงอาจที่นี่ดีกว่า

“ครับ”

ตะวันกล้าเดินตามทะนงอาจมายืนรอแขกตรงบันได ขณะเดียวกันก็รู้ถึงสายตาของธนามองมายังตนได้เป็นอย่างดี แต่ตะวันกล้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันมาสนใจงานตรงหน้าแทน

“แขกคนนี้สำคัญหรอ พี่ถึงได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง” ตะวันกล้าถามอย่างสงสัย

“สำคัญในฐานะแขก และสำคัญในฐานะผู้ต้องหา” ทะนงอาจตอบเสียงขรึมทำให้ตะวันกล้าหน้าเหวอมองพี่ชายอย่างตกใจ สำคัญในฐานะผู้ต้องหานี่ยังไง?

“หลงต้าเฉียงเป็นมาเฟียฮ่องกงน่ะ” เสียงของธวัตน์ที่กำลังเดินมาทางพวกเขาพูดขึ้น ทำให้ตะวันกล้าหูผึ่ง มาเฟีย? สมัยนี้ยังมีอยู่อีกหรอ นึกว่ามีแต่ในหนัง แต่...เป็นมาเฟียแล้วทำไมพี่ทะนงอาจให้เขามาพักละ ตะวันกล้ามองหน้าทะนงอาจ

“มองอะไรเรา ตอนแรกพี่ไม่ได้สนใจหรอกว่าแขกคนไหนมาพักแล้วเขามีประวัติยังไง จนกระทั่งธวัฒน์มาบอกพี่นี่แหละ” ทะนงอาจอ่านสายตาน้องชายออกจึงอธิบาย

“อื้ม แล้วพี่ก็ได้รับคำสั่งจากท่านผู้กำกับให้จับตาดูเขาน่ะ” ธวัตน์อธิบาย ตะวันกล้าพยักหน้ารับรู้อย่างนี้นี่เอง มิน่าละ คนที่ไม่ค่อยกลับบ้านอย่างพี่ธวัฒน์ถึงกลับบ้านมาในเวลานี้ได้ จะว่าไปก็อดตื่นเต้นไม่ได้แหะที่จะได้เจอหน้ามาเฟียตัวจริง ตะวันกล้าคิดพลางยืดคอมองหามาเฟียที่ว่า จะใส่ชุดดำหรือเปล่านะ....เหมือนในหนังอ่ะ

“นั่นไง มาแล้ว...”

ตึกตัก...

ตะวันกล้าขมวดคิ้วจู่ๆความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นพล่านไปทั่วอก หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วจนน่ากลัวว่าจะกระดอนออกมาอย่างไม่มีเหตุผล...ความรู้สึกแปลกๆแบบนี้เหมือนตอนนั้นไม่มีผิด...ตะวันกล้ายืนนิ่งนานรู้สึกตัวอีกที รถตู้สีดำราคาแพงก็มาจอดอยู่หน้าบันได ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ใจของตะวันก็ยิ่งเต้นรัวเร็ว...

“เป็นอะไร ไม่สบายหรอ?” ธนาที่ยืนอยู่ข้างๆทักขึ้นเมื่อหันมาเห็นร่างโปร่งยืนหน้าแดง เหงื่อซึมออกมา แต่ตะวันแค่ส่ายหน้าตอบว่าไม่เป็นไร ธนาจึงไม่ถามอะไรอีกนอกจากสังเกตคนข้างกายเงียบๆ

มาเฟียตัวจริง?

คุณลุงหน้าหนวดใส่เสื้อฮาวายคนนี้เนี่ยนะ!?

ชายสูงวัยในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอก กางเกงขาสั้นเท่าเข่า สวมหมวกมีปีกสีน้ำตาล ก้าวนำลูกน้องสามคนมาทางพวกเขา ตะวันกล้าหลุดยิ้มออกมาอย่างขำๆ ไม่เห็นจะเหมือนมาเฟียตรงไหน คนที่เดินตามหลังมายังเหมือนมากกว่าอีก จะว่าไป...ทำไมคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ หมวกสีดำ สวมผ้าปิดปากสีดำ สวมแว่นตาดำ แถมยังใส่ชุดดำทั้งตัว  

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ” ทะนงอาจทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  

“ฮ่าๆๆ ที่นี่อากาศดีจริงๆ ขอบคุณที่มาต้อนรับนะครับ” ชายแก่ยื่นมือมาจับมือทะนงอาจแล้วเขย่าไปมา ก่อนจะเหลือบตามามองทางตะวันกล้าด้วยตาเป็นประกาย มองนานจนทะนงอาจต้องกระแอมไอเตือน

“หวังว่าการมาของคุณจะไม่ได้มาทำเรื่องผิดกฎหมายนะครับ” ธวัตน์พูดขึ้นทำให้ชายแก่ยกยิ้มมุมปาก

“ผมมาพักผ่อน ไม่ต้องห่วงหรอก มีคนรู้ไม่มาก ที่สำคัญลูกชายผมป่วย ผมอยากพาเขามาพักผ่อนให้หาย” ชายแก่เป็นคนจีนแต่ทำไมพูดชัดนักนะ แล้วที่ว่าลูกชายป่วยลูกชายคนไหน หรือจะเป็นคนที่ใส่แมต แต่งตัวมิดชิดคนนั้น ตะวันกล้าทำตาล่อกแล่กอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ซื่อหนาน ยืนนิ่งอยู่ทำไม มาทักทายผู้คนหน่อยสิ” ใช่จริงด้วย! นั่นลูกชายของมาเฟียคนนี้จริงๆหรอเนี่ย ดูรังสีอึมครึมไม่เหมือนคนพ่อเลย

ซื่อหนานมองผู้เป็นพ่อตาขวาง และไม่ขยับกายไปไหน นอกจากยืนนิ่งอยู่ที่เดิมปล่อยให้ผู้เป็นพ่อแก้ตัวไปเองคนเดียว เขามาไทยด้วยความไม่เต็มใจ ที่เขามาเพราะความอยากรู้ล้วนๆ ความอยากรู้ที่จะไขปริศนาอาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับเขาบ่อยๆ เขาถึงได้มา...เพราะเขาอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไร...

ซื่อหนานมองหน้าตะวันกล้านิ่งๆ พลางคิดเย้ยหยันไปด้วย หึ...รังสีที่แผ่ออกมาจากตะวันกล้ามันดูขาวบริสุทธิ์เหมือนเสื้อที่สวมใสไม่มีผิด แถมนัยน์ตาก็สดใสมีชีวิตชีวา แตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เท่าที่ฟังจาก ซือซื่อ คนสนิทของพ่อ เขาก็รู้ว่าตะวันกล้ามีชีวิตที่ใสสะอาดมาก แล้วอย่างนี้จะยอมตกลงทำตามแผนบ้าๆของพ่อได้ยังไง เฮอะ! พ่อเขาเพ้ออยู่ในโลกของความฝัน จนไม่มองความจริงเลยว่าลูกชายคนดีของเขาอาจจะไม่ยอมแลกชีวิตทั้งชีวิตเพื่อแผนของตัวเองก็ได้…

=============================== 

เม้นพูดคุยกันได้ค่ะ^^ ฝากไลค์ ฝากแชร์ด้วยน้า เนื้อหาอาจเปลี่ยนไปไม่มาก็น้อยค่ะ  

ติดแฮชแท็กคุยกันได้ที่ Twitter/Facebook/Instragram 

#ดวงตะวันกับมัังกร #IRainYia 

ติดตามข้อมูลข่าวสารการอัพนิยาย กิจกรรมและข้อมูลต่างๆ ได้ที่ >>> I-Rain-Yia/ไอเรนเยีย นิยายวาย ติดต่อมาคุยกันได้น้า~ 

ความคิดเห็น