email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มนุษย์สาวจอมจุ้น 100%

ชื่อตอน : มนุษย์สาวจอมจุ้น 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 11:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มนุษย์สาวจอมจุ้น 100%
แบบอักษร

“อือ….” หญิงสาวร่างเล็กขยับตัวบิดขี้เกียจพลางอ้าปากหาว เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ เพราะเสียงบางอย่างที่ผิดหูไป 

เสียงร้องของนกแปลก ๆ นั่นมันอะไร? 

ทันทีที่ลืมตาขึ้นมองรอบตัวจนชัดเจนแล้ว ม่านตาของหญิงสาวก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างเล็กรีบดีดตัวผึงลุกขึ้นนั่งหน้าตาตื่น 

“ที่นี่มันที่ไหน?” หญิงสาวร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก หลังจากสำรวจรอบ ๆ ตัวแล้วเธอก็เริ่มรู้ตัวว่าเธอกำลังนอนอยู่ในป่า!  

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” หญิงสาวลุกขึ้นยืนช้า ๆ เธอกำลังคิดว่าตัวเองฝันอยู่เพราะป่ารอบตัวเธอไม่เหมือนป่าปกติแต่มันเหมือนในเทพนิยายมากกว่า เธอกำลังฝันอยู่แน่ ๆ 

“ตื่นแล้วเหรอ?”  

แต่ขณะที่เธอกำลังอึ้งอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มทักขึ้น หญิงสาวหันกลับไปมองต้นเสียงก็เห็นร่างสูงของบุรุษหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่บนขอนไม้ด้วยมาดสง่าผ่าเผย  

แต่ที่ทำให้เธออึ้งจนอ้าปากค้างไม่ใช่ความสง่าของเขา แต่เป็นใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเขาต่างหาก 

ผู้ชายคนนี้หล่อจนเธอแทบลืมหายใจ มีผู้ชายหล่อเหมือนเทพบุตรอยู่จริง ๆ เหรอเนี่ย? 

“มองหน้าข้าแล้วทำท่าทางเพ้อฝัน หึ! มนุษย์ที่แสนจะลุ่มหลง” ริมฝีปากเข้มยกเย้ยหยัน  

หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ แล้วสูดลมเข้าปากก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง 

“ไม่คิดว่าจะฝันเห็นหนุ่มหล่อราวเทพบุตรแบบนี้ ไม่อยากตื่นจากฝันเลย” 

ปึก! 

“โอ๊ย!” หญิงสาวพูดจบก็ต้องร้องออกมา มือเล็กยกขึ้นกุมหัวตัวเองพลางนิ่วหน้า  

เมื่อกี้เธอถูกก้อนหินปาใส่หัวแน่ ๆ หญิงสาวก้มมองรอบตัวอย่างสงสัยแล้วก็พบกับก้อนหินเล็ก ๆ ที่พื้น 

“ยังคิดว่าตัวเองฝันอยู่มั้ย?” 

“หมายความว่ายังไง ฉันไม่ได้ฝันอยู่เหรอ?” หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด แต่ความเจ็บเมื่อกี้บ่งบอกว่าเธอเจ็บจริง ๆ 

มือเล็กตัดสินใจหยิกเนื้อตัวเองเพื่อพิสูจน์แล้วเธอก็ต้องสูดปากหนัก ๆ เธอไม่ได้ฝันอยู่จริง ๆ 

“นี่มันอะไรกันเนี่ย แล้วที่นี่คือที่ไหน?” 

“โลกราชันย์” 

“โลกราชันย์!” หญิงสาวร้องออกมาพลางทำหน้างุนงง เธอกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างสำรวจ  

โลกราชันย์นี่มันคือที่ไหน? 

ร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินเข้ามาหาหญิงสาวช้า ๆ เขาบอกกับพวกเทพอาวุโสว่าจะไม่ลงไปเหยียบโลกมนุษย์ พวกเขาก็ส่งเธอขึ้นมาหาเขาเองเลย  

แบบนี้มันผิดกฎชัด ๆ แต่ก็ช่างเถอะ! ยังไงเขาก็เกลียดมนุษย์อยู่แล้ว เขาจะไม่สนใจแม่นี่แล้วส่งให้ประตูนรกไปซะเลยก็ได้ 

ปึก! 

“อุ๊ย!” หญิงสาวหันกลับมากระแทกแผงอกกว้างที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาหาเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอร้องด้วยความตกใจก่อนจะกระโดดหนีแต่ก็ไม่พ้นอ้อมแขนแกร่งที่เกี่ยวเอวเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี 

“นายจะทำอะไรไม่ทราบ!” หญิงสาวถลึงตาใส่อย่างไม่เกรงกลัว แต่ก็แอบหวั่น ๆ ไปบ้างเมื่อสบนัยน์ตาคมกริบที่ก้มลงมา  

ความหล่อเหลาของเขาทำให้เธอเผลอลืมตัวเพ้อฝันตามประสาหญิงสาวที่หลงใหลผู้ชายหล่อ ๆ และเขาก็เป็นสเปกของเธอด้วย 

“มนุษย์เหมือนกันหมดจริง ๆ สนใจแต่โลกีย์และตันหา” ท่านเจ้าเพลิงถอนหายใจออกมาพลางแสยะยิ้มราวกับสมเพช  

เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังหลงใหลใบหน้าของเขาอยู่ มนุษย์มักจะหลงใหลแต่สิ่งที่สวยงาม 

“โลกีย์และตันหาเหรอ?” หญิงสาวทำหน้างุนงง ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร  

แต่ก่อนที่เธอจะสงสัยไปมากกว่านี้หน้าคมก็ก้มลงมาใกล้ในระยะกระชั้นชิด จังหวะที่หญิงสาวยืนอึ้งเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ท่านเจ้าเพลิงก็ดีดนิ้วตัวเอง จากนั้นร่างเล็กในอ้อมแขนก็อ่อนลง ร่างเล็กเอนไปเอนมาราวกับอยู่ในห้วงของความฝัน 

นัยน์ตาคมเย็นชาหรี่ลง จ้องมองหน้าเนียนที่สะลึมสะลืมซุกซบอกของเขาอึดใจ เขากำลังทำให้เธออยู่ในมนตร์สะกดและบอกเล่าเรื่องราวที่เธอมาอยู่ที่โลกราชันย์ให้เธอได้รับรู้จากมนต์สะกดของเขา 

เขาไม่อยากเสียเวลาอธิบาย ใช้วิธีนี้ง่ายกว่าไปนั่งอธิบายให้มนุษย์พวกนี้ฟัง 

ปลายนิ้วแกร่งจับคางเล็กเชยขึ้น ใบหน้าหวานแหงนขึ้นสบตาเขา หน้าคมก้มลงมองทั่วหน้าเนียนด้วยแววตาเย็นชา อึดใจต่อมาปากเล็กก็ขยับขมุบขมิบ 

“นายคือเทพแห่งเพลิงเหรอ?” 

“เรียกข้าว่าท่านเจ้าเพลิง" ใบหน้าคมก้มลงต่ำไปกระซิบชิดปากเล็ก ในระยะที่สามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน  

ท่านเจ้าเพลิง ดีดนิ้วอีกครั้ง อาการสะลืมสะลือของหญิงสาวหายไป เธอกะพริบตาปริบ ๆ เรียกสติอยู่พักใหญ่โดยที่ยังอยู่ในอ้อมกอดแกร่งอยู่ 

“ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย?” หลังจากนั้นหญิงสาวก็พึมพำออกมาอย่างอึ้ง ๆ เธออธิบายบางอย่างไม่ได้ แต่เมื่อกี้เธอมองเห็นภาพและทุกอย่างเกี่ยวกับ… 

“พลังด้านมืดที่ว่านั่น หมายถึงฉันเหรอ?” หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มแล้วชี้อกตัวเอง ม่านตายังขยายออกกว้าง 

เธอเห็นภาพที่เขาคุยกับใครไม่รู้ในห้องหนึ่ง พวกเขากำลังพูดถึงพลังด้านมืด ประตูนรกและโลกมนุษย์ 

“อือ” ร่างสูงขานรับในลำคอแล้วผละออกจากร่างบางแทบจะทันทีโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวจนเกือบจะเสียหลักล้ม 

“เดี๋ยว ๆ อย่าพึ่งไป” หญิงสาวรีบวิ่งตามร่างสูงไปติด ๆ ปากก็ถามไม่หยุด 

“หมายความว่าตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่โลกมนุษย์เหรอ? แล้วพวกนาย….”หญิงสาวอ้าปากชะงักค้างเมื่ออยู่ ๆ ร่างสูงก็หยุดเดินแล้วหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา เธอจึงต้องรีบเปลี่ยนคำพูด 

“พวกท่านเทพไม่ใช่มนุษย์ใช่มั้ย?” 

“เจ้าไม่ตกใจหรือ?” คิ้วเข้มย่นเข้าหากัน เขาคิดว่าหลังจากเธอรู้เรื่องราวจากภาพในมนต์สะกดเธอจะตกใจเสียอีก 

“ก็ตกใจสิ แต่ตอนนี้ตื่นเต้นมากกว่า ไม่คิดว่าจะมีพวกเทพอยู่จริง ๆ นี่โลกของเทพจริง ๆ เหรอเนี่ย เคยเห็นแต่ในซีรีส์กับนิยาย ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ๆ” หญิงสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ วิ่งวุ่นไปรอบตัวท่านเทพ 

ป๊อก! มือหนาดีดนิ้วอีกครั้ง ร่างเล็กที่กำลังวิ่งถูกยึดเอาไว้ไม่ให้ขยับ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้าไปหาใกล้ ๆ ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ 

“เจ้าคิดว่าที่นี่คือสถานที่เที่ยวเล่นหรือไง?” 

“ทำไมฉันขยับตัวไม่ได้ล่ะ!” หญิงสาวพยายามจะขยับตัวแต่เธอขยับไม่ได้ ขยับได้เพียงปากเท่านั้น 

“ก็เพราะที่นี่คือโลกของเทพ” 

“ปล่อยฉันนะ! นายจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ !” หญิงสาวถลึงตาใส่ร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาไม่พอใจ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงทันที 

“ถ้ายังอยากกลับไปโลกมนุษย์อยู่ อย่าบังอาจมาตวาดใส่ข้า!” ไอเพลิงสีแดงที่ลอยอยู่รอบตัวของท่านเจ้าเพลิงทำให้หญิงสาวเริ่มหวาดกลัว 

“ระ…เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่านะท่านเจ้าเพลิงปล่อยฉันเถอะ ขอร้องล่ะ ฉันจะฟังท่านทุกเรื่องเลย” หญิงสาวอ้อนวอน ถึงเธอจะไม่กลัวโลกของเทพแต่เธอกลัวเขานี่แหละ 

ป๊อก! เขาดีดนิ้วอีกครั้ง หลังจากนั้นเธอก็หลุดเป็นอิสระ หญิงสาวรีบโกยอากาศเข้าปอด ยกมือทาบอกด้วยความโล่งใจ 

เธอไม่ได้มโนไปเอง แต่มันคือเรื่องจริง เธออยู่ในโลกของเทพจริง ๆ หญิงสาวลากสายตามามองร่างสูงตรงหน้าอย่างใช้ความคิด ท่านเจ้าเพลิงลากสายตาหนีอย่างรังเกียจก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่ม ๆ หนีไป 

“อ๊ะ! รอด้วยสิ จะทิ้งฉันไว้คนเดียวได้ไง พวกเขาสั่งให้ท่านดูแลฉันนะ” หญิงสาวร้องตามพลางวิ่งตามร่างสูงไปติด ๆ  

ในมโนภาพก่อนหน้านี้เธอเห็นว่าเขาถูกสั่งให้ดูแลปกป้องเธอจากประตูนรกอะไรนั่น เธอก็ไม่รู้ว่าประตูนรกนั่นมันคืออะไรเหมือนกัน ตอนนี้ขอตามเขาไปก่อนแล้วกัน 

เทพคงไม่น่ากลัวเท่าพวกในนรกหรอกมั้ง เขาเป็นเทพนี่ คงไม่ฆ่าเธอหรอก 

“เจ้าชื่ออะไร?” เดินมาถึงศาลาเล็ก ๆ กลางลานกว้าง ท่านเจ้าเพลิงก็ถามขึ้นก่อนจะทรุดนั่งลงแล้วยกขาไขว่ห้างกอดอกมองร่างเล็กที่เดินตามมา 

“ชื่อปาลิสา เรียกฉันสั้น ๆ ว่าน้ำหอมก็ได้” หญิงสาวตอบ สายตาก็สำรวจรอบตัวไปด้วย ที่นี่ไม่หนาว ไม่ร้อนเลยสักนิด เหมือนไม่มีอากาศแต่กลับหายใจได้ 

“น้ำหอม” เสียงเข้มเรียกชื่อเธอสั้น ๆ  

หญิงสาวถอนสายตาจากต้นไม้สีสันแปลก ๆ มาสบนัยน์ตาคมกริบ 

“หือ?” เธอขานรับพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตากลมโตจ้องมองหน้าคมอย่างไม่หวาดกลัว  

ท่านเจ้าเพลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ปกติมนุษย์นั้นหวาดกลัวที่สุดแล้ว 

ปลายนิ้วเรียวสวยของท่านเจ้าเพลิงกวักเรียกเธอเบา ๆ ให้เข้าไปหาเขา 

ปาลิสากะพริบตาสองสามทีก่อนก่อนจะลุกขึ้นยืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแล้วเดินไปหาเขาช้า ๆ แต่เธอก็เดินไปได้ไม่กี่ก้าว อยู่ ๆ ร่างเธอก็ลอยเข้าไปหาร่างสูงด้วยแรงดึงบางอย่าง มือหนาคว้าเอวเธอเอาไว้ 

“ท่านจะทำอะไร?” ปาลิสาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เธอแทบตั้งตัวไม่ทันเลย 

“ข้าไม่ชอบความชักช้า ข้าบอกให้มาก็ต้องรีบมา" เสียงเข้มกระซิบอยู่ข้างหู  

หญิงสาวแอบเม้มปากตัวเองจนแก้มป่อง แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของท่านเจ้าเพลิงไปได้ นัยน์ตาคมเย็นชามองแก้มป่อง ๆ อึดใจก่อนจะลากสายตาไปมองที่ต้นคอเธอ 

“รอยที่คอเจ้ามาจากไหน?” 

“รอยที่คอ? อ้อ! มันคือปานมีมาตั้งแต่เกิดแล้ว” ปาลิสายกมือแตะรอยปานที่ต้นคอหลังใบหูของเธอ หญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะมองเห็น ปกติก็ไม่มีใครเห็นมันอยู่แล้ว 

สัญลักษณ์ที่ต้นคอของหญิงสาวทำให้ท่านเจ้าเพลิงมั่นใจว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่ตอนนี้เธอคือมนุษย์และไม่สามารถให้บรรดาเทพในโลกราชันย์นี้เห็นรอยที่คอเธอได้ 

“อ๊ะ! ท่านจะทำอะไร?” ปาลิสาร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ ๆ หน้าคมก็ยื่นมาที่ต้นคอเธอ สัมผัสจากริมฝีปากของเขาทำให้ขนแขนเธอลุกชัน ม่านตาขยายออกอย่างตกใจ พยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ถูกยึดเอาไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรง 

“อื้อ!!” เธอรู้สึกเจ็บจี้ดที่ต้นคอ ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับรอยปานของเธอ แต่มันเจ็บเหมือนไฟแผดเผา หญิงสาวลืมตัวซุกหน้ากับต้นคอแกร่งแล้วงับเต็มแรง 

อึดใจผ่านมา ความร้อนผ่าวก็ทุเลาลง ท่านเจ้าเพลิงผละออกช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วหลุบตามองหัวเล็กที่ซุกอยู่กับอกของเขา 

“จะกัดข้าอีกนานมั้ย?” เสียงเข้มถามอย่างไม่พอใจ หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวจึงรีบผละออก ยกมือแตะที่คอตัวเอง 

“ท่านทำอะไร?” 

“ข้าไม่ได้กัดเจ้าก็แล้วกัน!” นัยน์ตาคมมองหญิงสาวด้วยแววตาโกรธเคืองที่เธอกัดเขาจนจมเขี้ยว 

ปาลิสากะพริบตาปริบ ๆ เธอเริ่มมีสติและให้ความสนใจกับร่างกายของท่านเทพมากขึ้น 

“เอ่อ….ท่านมีเนื้อหนังเหมือนมนุษย์เลย” เมื่อกี้เธอกัดเขา สัมผัสได้ว่าเขามีผิวหนังเหมือนมนุษย์ เพียงแต่อุณหภูมิร่างกายของเขาร้อนไปนิดเหมือนคนเป็นไข้ ไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป 

“ลงไปจากตักของข้า” เสียงเข้มสั่งดุดัน  

ปาลิสากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะลากสายตามามองหน้าหล่อเหลา 

“เมื่อกี้ท่านลากฉันมานั่งตักเองนะ แล้วมาทำท่าทางรังเกียจกันแบบนี้ได้ยังไง?” หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างโกรธเคือง  

ตอนแรกเธอก็หวั่น ๆ อยู่บ้าง แต่ตอนนี้เริ่มสนใจพวกเทพมากขึ้น ถ้าเธอกลับไปโลกมนุษย์ได้ เธอจะเล่าให้ทุกคนฟัง 

“ลงไป” 

“ลงก็ได้ ไม่อยากนั่งเลยสักนิด คราวหน้าคราวหลังก็อย่ามาดึงคนอื่นเขาไปนั่งตักตัวเองสิ!” หญิงสาวบ่นไม่หยุด ลุกจากตักแกร่งแล้วยกมือกอดอก สายตามองนัยน์ตาคมอย่างเดือดดาล  

ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงก็เดือดดาลไม่ต่างกัน 

เขาถอนหายใจเฮือกก่อนจะเบนหน้าหนี 

ปาลิสาย่นจมูกใส่ร่างสูงแล้วเริ่มหันไปสนใจสิ่งรอบตัวแทน เธออยากรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง 

นัยน์ตาคมเหล่มองหญิงสาวทางหางตา เธอยื่นมือไปจับผีเสื้อในโลกราชันย์ด้วยมือเปล่าด้วยรอยยิ้มและให้ความสนใจ ช่างน่าแปลกที่เธอไม่ได้หวาดกลัวเลย อาจจะเป็นเพราะเธอเคยอยู่ที่นี่มาก่อนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว 

“ชื่อของเจ้ามาจากอะไร?” อยู่ ๆ ท่านเจ้าเพลิงก็ถามขึ้น ปาลิสาชะงักทันทีก่อนจะหันมามองเขาแล้วย่นคิ้ว 

“ชื่อน้ำหอมน่ะเหรอ?” 

“อือ”  

“ก็น้ำหอมไง ท่านไม่รู้จักน้ำหอมเหรอ?” หญิงสาวเอียงคอ 

ท่านเจ้าเพลิงนิ่งไปอึดใจ หลุบตามองพื้นอย่างครุ่นคิดก่อนจะเหลือบมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง 

“ข้าคิดว่าตั้งมาจากกลิ่นหอมจากต้นคอของเจ้าเสียอีก”  

“นี่ท่านแอบหอมคอฉันเหรอ?” ม่านตาหญิงสาวเบิกกว้าง ยกนิ้วชี้หน้าหล่อเหลาด้วยความโกรธ แต่ท่านเจ้าเพลิงกลับไม่รู้สึกรู้สา ร่างสูงชายตามองหญิงสาวด้วยสายตารังเกียจ 

“คิดว่าข้าอยากหอมเจ้านักหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องลบรอยที่คอเจ้า ข้าไม่มีวันเฉียดเข้าใกล้มนุษย์อย่างเจ้าแน่” 

“ท่านมีปัญหาอะไรกับมนุษย์นักหนา?” ปาลิสาเริ่มจะสงสัย ตั้งแต่เจอหน้ากัน เขาก็เอาแต่พูดในทำนองที่ไม่ชอบใจมนุษย์ 

“น่าตกใจนักที่เห็นท่านเจ้าเพลิงอยู่กับสตรี” เสียงเข้มของบุรุษทำให้ปาลิสาเลิกสนใจท่านเจ้าเพลิงแล้วหันไปมองด้านหลังแทน 

หญิงสาวพบกับชายหนุ่มอีกสามคนที่แต่งตัวไม่เหมือนกันเลยสักนิด จะว่าไปเครื่องแต่งกายของท่านเจ้าเพลิงก็ไม่ค่อยเหมือนมนุษย์ปกติสักเท่าไหร่ เหมือนพวกนักรบมากกว่า เขาสวมชุดสีดำทั้งชุดทำให้ดูน่าเกรงขามมากกว่าเดิม 

ส่วนอีกสาม หนึ่งในนั้นสวมชุดนักรบสีแดงเพลิง คนข้าง ๆ สวมชุดสีฟ้าอ่อนและสีขาว  

หญิงสาวมองทั้งสามอย่างสนใจ จนกระทั่งเทพสายลมเดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

“นางเป็นใครกัน? ข้าไม่เคยเห็นนางมาก่อน” เทพสายลมลากสายตาไปมองท่านเจ้าเพลิง 

“เจ้าอยากรู้ก็ถามนางเอาเองสิ” ท่านเจ้าเพลิงกลอกตาไปมาเซ็ง ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างไม่สนใจ ปาลิสาหันไปย่นจมูกใส่ร่างสูงด้วยความหมั่นไส้ 

“เอ่อ….ฉันเป็น…..” ปาลิสาอึกอัก ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนและตอนนี้เธอก็กำลังมึนงงกับความหล่อเหลาของเทพอีกสามนี้ด้วย ไม่รู้เลยว่าบนโลกของเทพนี้จะมีแต่เทพหน้าตาดี 

“มนุษย์” เทพสายน้ำพูดขึ้น ร่างสูงในชุดสีฟ้าครามเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็ก  

ปาลิสาเผลอก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แตกต่างจากตอนที่เธอพบกับท่านเจ้าเพลิงลิบลับ 

“ท่านรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นมนุษย์” 

“กลิ่นของเจ้าไงล่ะ” คำตอบออกมาจากปากของเทพแห่งแสง  

ร่างสูงในชุดนักรบสีแดงเดินตรงมาใกล้แล้วยื่นหน้าเข้ามาแถวบริเวณซอกคอของเธอพลางทำจมูกฟุดฟิด อีกเพียงไม่กี่เซนติเมตร ปลายจมูกโด่งก็จะถึงแก้มเธออยู่แล้ว  

แต่อยู่ ๆ ร่างสูงในชุดนักรบสีแดงก็กระเด็นออกจากศาลาไปตกลงบนพื้นด้านนอกด้วยความเร็ว 

ปึก!! 

“อูย!” เทพแห่งแสงร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ท่ามกลางสีหน้าตกในของปาลิสา  

เธอไม่รู้ว่าเขากระเด็นไปได้ยังไง เหมือนมีไอร้อนบางอย่างพุ่งผ่านตัวเธอไปแล้วกระแทกที่ร่างสูงจนกระเด็น 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไม?” หญิงสาวอ้าปากค้าง ชี้นิ้วไปที่เทพแห่งแสงด้วยความมึนงง ขณะที่เทพสายลมกับสายน้ำหันไปมองท่านเจ้าเพลิงด้วยแววตาบางอย่าง 

“เรื่องนี้คงต้องถามท่านเจ้าเพลิงแล้วล่ะ” เทพสายน้ำยิ้มอ่อนโยนขณะลากสายตามามองหญิงสาว 

“พวกท่านก็คือเทพใช่มั้ย?” ปาลิสาเห็นว่าเทพที่กระเด็นออกไปนั้นไม่เป็นอะไร เขายังลุกขึ้นมาได้ เธอจึงหันมาถามเทพอีกสองตน 

“ใช่ ข้าคือเทพแห่งสายน้ำ ส่วนท่านนี้คือเทพแห่งสายลมหรือเรียกว่าเทพพายุก็ได้ แล้วที่กระเด็นออกไปเมื่อครู่คือเทพแห่งแสง” 

“เทพแห่งแสง? ท่านคือเทพพระอาทิตย์เหรอ?” หญิงสาวหันไปมองเทพแห่งแสงที่เดินหน้าบูดกลับเข้ามา หญิงสาวคิดว่าแสงที่ว่าคงหมายถึงพระอาทิตย์ 

“ใช่ แต่ก่อนอื่น ข้าขอถามท่านเจ้าเพลิงหน่อยเถอะ ท่านโจมตีข้าทำไมกัน?” เทพแห่งเสียงย่นจมูกทำหน้ามุ่ยใส่ท่านเจ้าเพลิงที่ยังนอนสงบเงียบอยู่ แต่เขามั่นใจว่าเมื่อกี้ถูกไอเพลิงของท่านเจ้าเพลิงกระแทกจนกระเด็น 

“หึ!” เสียงหัวเราะดังมาจากเทพสายลม ริมฝีปากสวยได้รูปอมยิ้มนิด ๆ  

“ข้าจะนอน พวกเจ้าไปคุยกันที่อื่นไม่ได้หรือไง?” ท่านเจ้าเพลิงพูดขึ้นโดยที่ยังนอนอยู่  

ปาลิสาหันไปมองร่างสูงเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเทพทั้งสามอีกครั้ง 

“คือว่า….” หญิงสาวกำลังจะพูดบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้พูดก็มีเสียงเข้มแทรกขึ้นจากท่านเจ้าเพลิง 

“นางเป็นมนุษย์ที่เบื้องบนให้ข้าคุ้มครองดูแล" 

“คุ้มครองหรือ? ทำไมกัน?” คิ้วเข้มของเทพสายลมขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย 

“ในตัวนางมีพลังด้านมืดที่สามารถเปิดประตูนรกได้ จะต้องคุ้มครองไม่ให้ประตูนรกได้พลังด้านมืดไป” ท่านเจ้าเพลิงพูดจบก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาคมลืมขึ้นช้า ๆ จ้องมองหญิงสาวเขม็ง 

“และต้องควบคุมพลังด้านมืดของนางเอาไว้” 

“พลังที่จะใช้เปิดประตูนรกที่ถูกปิดตายไว้เป็นพัน ๆ ปีเป็นพลังมหาศาล ถึงจะรวมพลังของเทพทั้งโลกราชันย์ก็ยังสู้พลังนี้ไม่ได้ แต่มนุษย์สตรีอย่างนางนี่น่ะหรือมีพลังมหาศาลขนาดนั้น” เทพแห่งแสงมองหญิงสาวตาปริบ ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ 

“ข้าก็คิดแบบนั้น แต่นี่เป็นคำสั่งเบื้องบน ข้ามีหน้าที่แค่ทำตาม” ท่านเจ้าเพลิงยักไหล่ ถึงแม้เขาจะสงสัยเหมือนเทพแห่งแสงก็ตาม 

“พลังด้านมืดที่ว่านี่หมายถึงอะไรเหรอ?” หญิงสาวตัดสินใจถาม เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีพลังอะไรแบบนั้น เธอก็แค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ถ้าเธอมีพลังแบบนั้นจริง ๆ เธอคงไม่ลำบากอยู่ในโลกมนุษย์หรอก 

“พลังเลวร้าย” 

“ฉันนี่น่ะเหรอมีพลังเลวร้าย ฉันไม่เคยทำบาปเลยนะ รักสัตว์จะตายไป” หญิงสาวชี้หน้าตัวเอง หน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ  

ท่านเทพต่างมองหญิงสาวด้วยความสงสัยไม่ต่างกัน พวกเขาเองก็มองไม่เห็นพลังเลวร้ายอะไรนั่นเหมือนกัน มนุษย์สตรีผู้นี้จะมีพลังด้านมืดได้ยังไง 

“พลังนั่นมันอยู่ในตัวเจ้า ในตัวเจ้ามีพลังด้านสว่างและด้านมืด เมื่อเจ้าอายุครบยี่สิบปี พลังด้านมืดจะแข็งแกร่งขึ้นและจะถูกดึงพลังออกมาทุกครั้งที่เจ้าโกรธ อาฆาตและแค้น ซึ่งนั่นเป็นนิสัยของพวกมนุษย์อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง” ท่านเจ้าเพลิงแสยะยิ้มออกมา  

ปาลิสาหันไปมองร่างสูงทันที ร่างเล็กเดินดิ่ง ๆ ไปหาท่านเจ้าเพลิงแล้วจับบ่าแกร่งเอาไว้ก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้ ชนิดที่ทำให้เทพทั้งสามอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน 

“ฉันถามจริง ๆ เถอะ ท่านมีปัญหาอะไรกับมนุษย์ บอกมาตรง ๆ เลยว่ามนุษย์ไปทำอะไรให้ท่าน ถึงได้อคติกับมนุษย์นัก!” หญิงสาวตะโกนใส่หน้าหล่อเหลาอย่างโกรธ ๆ จากน้ำเสียงของเขาเวลาที่พูดถึงมนุษย์บ่งบอกว่าเขาไม่ชอบใจมนุษย์ 

“เอาหน้าเจ้าออกไปให้ห่างจากหน้าข้า!” 

“ไม่! ท่านจะทำอะไร จับฉันโยนกลับโลกมนุษย์เหรอ? เอาสิ! โยนกลับไปเลย ฉันจะได้เปิดประตูนรกอะไรนั่นซะเลย” หญิงสาวเชิดหน้าท้าทาย 

“ข้าว่านางจะถูกท่านเจ้าเพลิงเผาไม่เหลือซากไปซะก่อนจะได้เปิดประตูนรกล่ะมั้ง” เทพแห่งแสงเอียงตัวไปกระซิบข้างหูเทพแห่งลม 

“แต่ข้าว่าไม่หรอก ถ้าท่านเจ้าเพลิงจะเผานางจริง ๆ นางคงไม่ได้มายืนอยู่ที่ศาลานี้จนถึงตอนนี้หรอก” เทพสายลมยกมือแตะปากตัวเองพลางยืนมองหนึ่งคนกับหนึ่งเทพทะเลาะกัน 

“ก็ไหนท่านบอกว่าท่านเจ้าเพลิงเกลียดมนุษย์นักหนายังไง เกลียดยังไงถึงไม่เผานางนะ” เทพแห่งแสงส่ายหน้าไปมา 

“ท่านก็พูดไป นางเป็นมนุษย์ที่เบื้องบนพาตัวมาให้ท่านเจ้าเพลิง จะไปเผานางง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะ” เทพสายน้ำอมยิ้ม  

ที่แท้นางก็คือต้นเหตุที่ทำให้ท่านเจ้าเพลิงถามถึงเรื่องที่มนุษย์สามารถขึ้นมาบนโลกราชันย์ได้หรือไม่นี่เอง 

“พวกเจ้าว่างนักหรือไง มายืนซุบซิบอะไรกันอยู่ได้” เสียงเข้มทรงอำนาจดังขัดขึ้น เทพทั้งสามรีบขยับออกห่างกันทันที 

“อ่ะ ๆ พวกท่านอย่าพึ่งไป ฉันยังมีเรื่องอยากถามเยอะแยะไปหมด พวกท่านอยู่คุยกับฉันก่อนสิ” ปาลิสาผละจากท่านเจ้าเพลิงกลับมาหาท่านเทพทั้งสามอีกครั้ง 

“เจ้าอยากรู้อะไรล่ะ?” 

“ทำไมพวกท่านถึงพูดภาษามนุษย์” 

“ภาษามนุษย์?” 

“เอ่อ….ฉันหมายถึง ในโลกมนุษย์มีหลากหลายภาษา แต่ทำไมพวกท่านถึงพูดภาษาเดียวกับฉันได้ล่ะ?” หญิงสาวพยายามอธิบาย ท่านเทพต่างมองหน้ากันอึดใจ ก่อนที่เทพสายลมจะหันมายิ้มให้หญิงสาว 

“พวกข้าคือเทพ” แต่คำตอบของเทพสายลมไม่ได้ช่วยให้หญิงสาวกระจ่างเลย เธอจึงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วหยุดความคิดที่จะถามต่อ 

“แล้วทำไมท่านเจ้าเพลิงนั่นถึงได้อคติกับมนุษย์นัก” หญิงสาวเหล่มองท่านเจ้าเพลิงที่นั่งมองหน้านิ่งเป็นน้ำแข็งอยู่ 

“อืม….นั่นสินะ ข้าก็เห็นด้วยที่ว่าท่านเจ้าเพลิงอคติกับมนุษย์เกินไป” 

“มนุษย์ไม่ได้เลวร้ายสักหน่อย” ปาลิสาทำหน้างอ  

เทพสายลมมองหน้าเทพส่ายน้ำก่อนจะกวักมือเรียกหญิงสาวให้เข้าไปใกล้ ๆ 

“หือ?” ปาลิสายื่นหน้าเข้าไปใกล้ 

“ถ้าเจ้าไม่อยากให้ท่านเจ้าเพลิงอคติกับมนุษย์เกินไป เจ้าก็ทำให้ท่านเจ้าเพลิงเห็นสิว่ามนุษย์ไม่ได้มีแค่ด้านไม่ดี มนุษย์ยังมีด้านดี ๆ ที่ท่านเจ้าเพลิงไม่เคยมอง”  

คำพูดของเทพสายน้ำทำให้ปาลิสาเหล่มองร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงก่อนจะหันมายิ้มแห้ง ๆ ให้เทพสายน้ำแล้วผละหน้าออกไปท่ามกลางสายตาเย็นชาของท่านเจ้าเพลิงที่มองมา 

“ท่านไม่กลัวไอเพลิงของท่านเจ้าเพลิงหรือ ข้าโดนไปลูกเดียวยังจุกขนาดนี้” เทพแห่งแสงยื่นหน้ามากระซิบถามเทพสายน้ำ เมื่อกี้เขาก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มนุษย์สตรีนางนี้ แต่กลับถูกไอเพลิงเล่นงานซะได้ 

“ไอเพลิงของท่านเจ้าเพลิงทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ข้าคือเทพสายน้ำนะ” เทพสายน้ำส่ายหน้าขำ ๆ 

“หยุดล้อเล่นกันสักที” ร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินเข้ามาหาหญิงสาว จากนั้นเธอก็ถูกเขารวบเอวโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่ง 

“หายตัวได้!” หญิงสาวก้มลงมองตัวเองแล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้น ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

“ที่นี่ที่ไหน?” 

“ที่พักของเจ้าไง ข้าจะไปนอน อย่ามารบกวนข้าเด็ดขาด” ท่านเจ้าเพลิงยกนิ้วชี้หน้าเล็ก นัยน์ตาคมเย็นชาเยือกเย็น ก่อนที่ร่างสูงจะเดินหายเข้าไปในห้องหนึ่ง 

ปาลิสาแอบย่นจมูกใส่เขาแล้วกวาดสายตามองรอบ ๆ มันก็คือบ้านนั่นแหละ หญิงสาวเดินไปแตะผนังอย่างสงสัย อึดใจต่อมาก็ทรุดนั่งลงบนเบาะนั่งข้างโต๊ะไม้เล็ก 

ดูเหมือนจะมีบ้านเหมือนโลกมนุษย์ทุกอย่างเลย แตกต่างออกไปก็แค่เขาหายตัวได้ หญิงสาวกลอกตาไปมา เขามีบ้านแล้วเขาอยู่กับใคร มีภรรยาหรือเปล่า พวกเทพมีเมียกันหรือเปล่านะ 

หญิงสาวเดินสำรวจบ้านจนทั่วก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมแล้วถอนหายใจออกมา เธอมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้แถมยังมีเรื่องพลังด้านมืดอะไรนั่นอีก มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วทำไมเธอถึงมีพลังแบบนั้นได้ 

หญิงสาวทรุดตัวมอบนอนกับโต๊ะไม้พลางครุ่นคิดถึงครอบครัว ป่านนี้ครอบครัวเธอตามหาตัวเธอแย่แล้ว เธอจำได้ว่าครั้งล่าสุดเธอนอนหลับอยู่ในห้องของตัวเอง 

หญิงสาวนอนคิดจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมีสัมผัสเย็น ๆ มาแตะที่หน้า หญิงสาวสะดุ้งตื่นแล้วดีดตัวผึงอย่างตกใจ 

“ขอโทษเจ้าค่ะที่ทำให้ตกใจ” หญิงสาวคนหนึ่งรีบขอโทษเธอ  

ปาลิสาหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กะพริบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ เธอตั้งสติได้ก็หันไปมองรอบตัวแล้วสายตาก็ไปสะดุดกับร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มุมห้อง 

“เธอเป็นใคร?” หญิงสาวหันมาถามหญิงสาวแปลกหน้า 

“ข้าเป็นสาวรับใช้ของท่านเจ้าเพลิงค่ะ” 

“สาวรับใช้? คิดว่าเป็นเมียซะอีก” หญิงสาวพึมพำปากขมุบขมิบ แอบเหล่มองร่างสูงไปด้วย อึดใจต่อมาเธอก็จับแขนสาวรับใช้แล้วยื่นหน้าไปกระซิบใกล้ ๆ 

“ท่านเจ้าเพลิงของเธอมีเมียหรือยัง?” 

“เมีย?” สาวรับใช้ทำหน้าสงสัย  

ปาลิสากลอกตาไปมา ไม่รู้ว่าที่นี่เรียกเมียว่าอะไรกัน ถ้าตามหนังสือก็ต้องเรียกว่าชายา 

“เจ้าอยากเป็นชายาของข้าหรือยังไง?” แต่อยู่ ๆ ท่านเจ้าเพลิงก็พูดขึ้นราวกับรู้ว่าเธอคุยอะไรกับสาวใช้ หญิงสาวรีบเม้มปากเป็นเส้นตรงทันที 

“เสร็จแล้วก็กลับไปได้แล้ว” ท่านเจ้าเพลิงหลุบตาสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงดุดัน สาวใช้รีบออกไปทันที 

“เอาแต่บอกว่าโลกมนุษย์นิสัยไม่ดี ตัวเองนิสัยดีตายล่ะ เป็นถึงเทพแท้ ๆ อ่อนโยนสักนิดก็ไม่มี” ปาลิสาทำปากขมุบขมิบต่อว่า แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็ได้ยินเสียงดีดนิ้ว จากนั้นตัวเธอก็ลอยหวือจากโต๊ะไปนั่งบนตักท่านเจ้าเพลิงในทันที 

“ท่าน!” หญิงสาวกำลังจะต่อว่าเขาแต่ก็ชะงักค้างไปเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงจับคางเธอยึดเอาไว้ 

“พูดให้ข้าฟังชัด ๆ อีกทีสิ” 

“พูดอะไร?” หญิงสาวทำหน้างุนงง 

“ที่เจ้าทำปากขมุบขมิบอยู่เมื่อกี้” 

“ฉันไม่ได้พูดอะไรเลย สงสัยท่านเจ้าเพลิงจะหูฝาดไปเอง” หญิงสาวรีบปฏิเสธ จากนั้นเธอก็ชะงักแล้วเอียงคอสงสัย เขาอายุเท่าไหร่แล้วนะ ท่านเทพนี่มีอายุขัยเหมือนมนุษย์หรือเปล่า 

“ข้าน่ะเหรอหูฝาด…” เสียงเข้มกระซิบข้างหูเธอ ชนิดที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว ปาลิสาดึงสติตัวเองกลับมารีบย่นคอหนีเขา 

“ตัวท่านร้อนไปหมดเลยนะ ลมหายใจท่านยังร้อนเลย ท่านไม่รู้สึกเหมือนถูกเผาบ้างเหรอ?” หญิงสาวรู้สึกว่าเขามีไอร้อนผ่าวอบอวลอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เทพอีกสามตนนั้นกลับเย็นสบายเมื่ออยู่ใกล้ 

“ข้าชอบเผาคนอื่นมากกว่า” ท่านเจ้าเพลิงผลักร่างเล็กลงจากตัก หญิงสาวทรงตัวยืนได้ก็อดถลึงตาใส่ไม่ได้ 

เป็นเทพที่เอาแต่ใจตัวเองสุด ๆ ดึงเธอมานั่งตักเองแล้วยังผลักเธออีก นิสัยไม่ดี 

“นั่นเจ้าโกรธแล้วเหรอ?” ท่านเจ้าเพลิงเอียงคอมองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของหญิงสาวด้วยความสงสัย  

พลังด้านมืดของเธอจะถูกดึงออกมาก็ต่อเมื่อเธอรู้สึกโกรธ แค้นเคืองและอาฆาต แต่เขาก็ยังไม่เห็นว่าพลังจะถูกดึงออกมาสักที 

“โกรธสิ โกรธท่านอยู่เนี่ย!” หญิงสาวสวนกลับพลางเชิดหน้าขึ้น  

“ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าเบื้องบนเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” ท่านเจ้าเพลิงส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินหนี ปาลิสาไปยืนขวางหน้าร่างสูงเอาไว้ 

“ฉันหิวแล้ว” 

“โลกราชันย์ไม่มีอาหาร” แต่คำตอบที่ได้รับทำให้เธอต้องอ้าปากค้างตาโต 

“หา? ไม่มีอาหาร! แล้วฉันจะกินอะไรล่ะ?” 

“ไม่รู้สิ เทพไม่ต้องกินก็อิ่มอยู่แล้ว” ร่างสูงยักไหล่แล้วเดินหลบหญิงสาวออกมา แต่ปาลิสาก็ตามไปดึงชายเสื้อด้านหลังของเขาเอาไว้ 

“อย่ามาแตะตัวข้า!” มือหนาสะบัดแขนเล็กออก แต่ด้วยกำลังที่ต่างกันทำให้หญิงสาวถูกปัดจนกระเด็นไปกระแทกโต๊ะ 

“โอ๊ย!!” 

ม่านตาของท่านเจ้าเพลิงขยายออกจากกัน ร่างสูงยืนตัวแข็งทื่อ ขณะที่ปาลิสาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นพลางกุมสะโพกตัวเอง เธอลืมไปว่าเขาเป็นเทพ เรี่ยวแรงคงมหาศาล 

“เจ้า…..”  

“ไม่เป็นไร” หญิงสาวโบกมือไปมา โชคดีที่ไม่กระเด็นทะลุผนังบ้านออกไป  

ท่านเจ้าเพลิงมองมือตัวเองนิ่งก่อนจะเหลือบมองร่างเล็กตรงหน้า เห็นเธอยกมือกุมท้องตัวเองก็เม้มปากเป็นเส้นตรง   

“อยากกินอะไร?” อยู่ ๆ เขาก็ถามขึ้น ปาลิสาเหลือบมองหน้าคมหล่อเหลาด้วยแววตาสงสัย 

“อยากกินไก่ย่างกับซอสหวาน ๆ” 

“อาหารอะไรของเจ้า?” ท่านเจ้าเพลิงทำหน้าสงสัย  

ปาลิสากลอกตาไปมาพลางยกมือลูบปลายคาง หรือว่าพวกเทพห้ามทำบาป ห้ามฆ่าสัตว์ถึงไม่ต้องกินอะไรก็ได้ 

แต่เธอยังเป็นมนุษย์อยู่นี่ เธอยังหิวอยู่ ถ้าไม่มีอาหาร เธอต้องตายแน่ ๆ หญิงสาวทำจมูกย่น สีหน้าไม่สู้ดีนัก ขณะกำลังวาดภาพตัวเองอดอาหารตาย อยู่ ๆ ก็มีไก่ย่างปรากฏขึ้นบนโต๊ะ 

“คงไม่ได้หิวจนตาฝาดไปหรอกนะ” หญิงสาวเดินไปชะโงกหน้ามองใกล้ ๆ ยื่นนิ้วไปจิ้ม ๆ ก่อนจะก้มลงไปดมกลิ่น 

“จะกินหรือไม่กิน” 

“กินสิ ท่านเสกมาเหรอ ดีจังเลยเนอะ เป็นเทพจะเสกอะไรก็ได้ มนุษย์ทำแบบนี้ได้บ้างก็ดี จะได้ไม่ต้องมีคนอดอาหารตาย” หญิงสาวบ่นพึมพำแล้วทรุดนั่งลงเริ่มกินไก่ย่างด้วยความหิว 

“เจ้าหมายถึงอะไร?” ท่านเทพหรี่ตาลงกับคำพูดของเธอเมื่อครู่นี้ 

“ฉันบอกว่าเป็นเทพนี่ดีจัง อยากทำอะไร อยากได้ อยากกินอะไรก็เสกเอา แต่มนุษย์ทำไม่ได้ จะต้องทำงานหาเงินมาแลก ถ้าเปรียบโลกของเทพกับมนุษย์ เทพมีพลังเวทมนตร์ แต่มนุษย์ต้องมีเงิน คงประมาณนี้แหละมั้ง” หญิงสาวพูดไปด้วย แทะเนื้อไก่ไปด้วย 

ท่านเจ้าเพลิงไม่ได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงเดินไปนั่งบนเก้าอี้แล้วจ้องร่างเล็กกินไก่ย่างอย่างมีความสุขด้วยแววตาเย็นชา นัยน์ตาคมเหลือบมองข้อศอกเล็ก รอยแดงเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนผิวขาว ๆ ทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องถอนหายใจออกมา 

เธอไม่ใช่เทพแต่เป็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอเท่านั้น แต่ทำไมเธอถึงไม่โกรธที่ถูกผลัก ถ้าเธอโกรธพลังด้านมืดก็จะถูกดึงออกมา 

“ท่านไม่ลองชิมหน่อยเหรอ? อร่อยนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะบาปหรอก ท่านไม่ได้ฆ่านี่ ท่านเสกมา” หญิงสาวหันมาชวนคุยพลางฉีกยิ้มกว้าง  

ท่านเจ้าเพลิงมองรอยยิ้มของเธออึ้ง ๆ ผู้หญิงแบบนี้จะมีพลังด้านมืดแบบนั้นได้ยังไงกัน 

“อ๊ะ!!” ปาลิสาที่กำลังคาบน่องไก่อยู่ต้องร้องเสียงหลงเมื่อร่างเธอถูกดึงจากที่เดิมมานั่งบนตักแกร่งอีกครั้ง หญิงสาวหยิบน่องไก่ออกจากปากพลางมองหน้าท่านเจ้าเพลิงด้วยแววตาเหนื่อยหน่ายใจ 

“เมื่อไหร่ท่านจะหยุดดึงตัวคนอื่นเขามานั่งตักตัวเองสักที!” 

“ก็เจ้าชวนข้ากินด้วยไม่ใช่หรือ?” ท่านเจ้าเพลิงพยักพเยิดหน้าไปที่ไก่ในมือเล็ก ปาลิสาเหลือบมองร่างสูงอย่างไม่ไว้ใจ 

“ท่านบอกว่าเทพไม่กินไง” 

“ไม่กินก็ใช่ว่าจะกินไม่ได้….ป้อนข้าสิ”   

ปาลิสาจ้องหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างครุ่นคิด เธอไม่รู้เหตุผลที่เขาเกลียดมนุษย์เลยจริง ๆ หรือว่ามนุษย์จะเคยทำร้ายเขามาก่อน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เขาเป็นถึงระดับเทพ จะมีมนุษย์ธรรมดาที่ไหนทำร้ายเขาได้ล่ะ 

“ท่านกินเองเถอะ” หญิงสาวยัดไก่ในมือใส่มือหนาแล้วรีบกระโดดลงจากตักแกร่งไปยืนหน้าแดงอยู่ตรงหน้าเขา ถึงเขาจะเป็นเทพแต่เขาก็หล่อเหลาเกินไป ทำเอาใจเธอสั่นไปหมด 

“ว่าแต่ว่าอุณหภูมิตัวของท่านร้อนแบบนี้เป็นเพราะท่านเป็นท่านเจ้าเพลิงเหรอ?” เธอพยักพเยิดหน้าไปที่ร่างสูง  

ตัวเขาร้อนราวกับไอเพลิงจริง ๆ นั่นคงเป็นเพราะเขาคือเทพแห่งเพลิงก็ได้ ส่วนเทพทั้งสามก่อนหน้านี้เหตุผลที่อยู่ใกล้แล้วเย็นสบายคงเป็นเพราะเป็นเทพสายน้ำกับสายลมก็ได้ 

“คิดว่ายังไงล่ะ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง  

ท่าทางยียวนของเขาทำให้หญิงสาวต้องย่นหน้า เลิกล้มความตั้งใจที่จะถามต่อก่อนจะหมุนตัวเดินไปนั่งกินไก่ของเธอต่อ ไม่รู้ว่าจะถูกท่านเทพใช้พลังเวทย์ดึงเธอไปนั่งตักอีกเมื่อไหร่ 

อยู่ใกล้เขาทีไรเธอรู้สึกร้อนแล้วก็แสบผิวไปหมด เขาต้องแกล้งเธออยู่แน่ ๆ อยากจะให้ผิวเธอไหม้แล้วร้อนตายใช่มั้ย! หญิงสาวคิดไปด้วย สีหน้าก็แสดงออกมาชัดเจนโดยไม่รู้ตัว แต่สายตาที่จ้องมองเธออยู่นั้นมองเห็นชัดเจน 

เขารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจเพราะเขาอ่านใจเธอได้ ริมฝีปากเข้มได้รูปเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ขณะที่นั่งฟังความคิดของเธอที่กำลังบ่นเขาอยู่ในใจ 

ปาลิสากินจนอิ่มก็เริ่มยืนบิดขี้เกียจ ถึงจะเป็นอาหารเสกแต่มันอร่อยจนเธอหยุดกินไม่ได้เลย หญิงสาวหันไปมองท่านเจ้าเพลิงแต่กลับไม่พบเขาแล้ว ร่างสูงหายไปจากเก้าอี้แล้ว 

เธอยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องไปที่ประตูบ้าน แอบเปิดประตูออกไปด้านนอก ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ม่านตาเธอก็ขยายออก ยืนมองอึ้งแทบจะลืมหายใจ 

เหมือนอยู่บนสวรรค์ไม่มีผิด ถึงจะไม่เคยเห็นสวรรค์จริง ๆ มาก่อนแต่ภาพที่เห็นมันไม่ต่างจากสวรรค์ที่เธอคิดมโนเอาไว้เลย 

“สวยจัง” หญิงสาวพึมพำออกมา กวาดสายตามองทุ่งดอกไม้สีสันสวยงามแทบจะลืมหายใจ นี่ถ้าฝันอยู่ เธอแทบไม่อยากจะตื่นจากฝันเลย 

“โฮก!!”  

แต่ชื่นชมความงามได้ไม่นาน หูเธอก็ได้ยินเสียงคำรามบางอย่าง ปาลิสากวาดสายตามองหาต้นเสียงแล้วต้องทำตาโตแทบทะลุออกมานอกเบ้าเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า 

“สะ…..สัตว์ประหลาด!” หญิงสาวร้องลั่น  

เสือตัวใหญ่มหึมาที่ลุกไปด้วยเปลวเพลิงกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ เขี้ยวยาวแหลม ๆ และเสียงคำรามทำให้ปาลิสาแทบหัวใจวาย 

“ท่านเจ้าเพลิง!!” หญิงสาวลืมตัวเรียกท่านเจ้าเพลิงดังลั่นก่อนจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในบ้าน  

และโดยที่ไม่รู้ตัว อยู่ ๆ ร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปกอดร่างสูง เกี่ยวขาทั้งสองข้างกับเอวหนา ซุกหน้ากับบ่าแกร่งพลางกรีดร้องเสียงหลง 

“อึก!” แรงกระแทกไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ท่านเจ้าเพลิงเผลอร้องในลำคอ 

“สัตว์ประหลาดอยู่ด้านนอก มันจะกินฉันแล้ว!” หญิงสาวชี้นิ้วไปที่ประตูโดยที่หน้ายังซุกอยู่กับซอกคอแกร่ง 

นัยน์ตาคมมองไปที่ประตู มองสัตว์ประหลาดที่ว่า มือหนาโบกเพียงเล็กน้อย เสือไฟสัตว์เลี้ยงประจำกายของท่านเจ้าเพลิงก็ถูกย่อตัวลงเหลือเพียงลูกเสือขาวตัวน้อย ๆ เท่านั้น 

“สัตว์ประหลาดที่ไหน?” เสียงเข้มถามข้างหู ขณะที่ยังยืนให้ร่างเล็กขี่อยู่ เธอตัวเล็กจนสามารถกระโดดขึ้นมาขี่เขาได้ง่ายดาย 

“นั่นไง” หญิงสาวเงยหน้าจากซอกคอแกร่งหันไปมองด้านหลัง แต่สิ่งที่เห็นทำให้เธอต้องชะงักค้าง 

ทำไมสัตว์ประหลาดตัวเมื่อกี้ถึงกลายเป็นลูกเสือขาวได้ หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ แขนเรียวยังกอดคอแกร่งไว้แน่น ขาทั้งสองข้างเกี่ยวรอบเอวหนาไม่ยอมปล่อย 

“เจ้าเรียกข้ามาเพราะเจ้าเสือไฟนี่น่ะเหรอ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ขณะก้มลงถาม ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มป่อง ๆ ท่านเจ้าเพลิงจอมเย็นชาสูดความหอมจากตัวหญิงสาวเข้าปอดโดยไม่รู้ตัว 

เธอมีกลิ่นที่หอมมาก เป็นกลิ่นที่ทำให้บุรุษหลงใหล นัยน์ตาคมทอแสงลงเล็กน้อย หลุบมองต้นคอขาวแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอ 

เขาเกลียดมนุษย์จะตายไป ไม่มีทางหลงใหลกลิ่นกายของมนุษย์หรอก 

“นี่คือเสือไฟเหรอ?” หญิงสาวถามอึ้ง ๆ  

“เห็นเป็นอะไรล่ะ?” 

“เมื่อกี้มันตัวใหญ่มากเลยนะ” หญิงสาวหันมาฟ้องสีหน้าจริงจัง เธอเห็นมันตัวใหญ่กว่านี้นี่แต่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นลูกเสือไปซะได้ 

“เสือไฟเป็นสัตว์เลี้ยงประจำกายของเทพ มันไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ถ้าเทพไม่สั่ง”  

“เมื่อกี้มันเกือบจะกินฉันอยู่แล้ว ว่าแต่ทำไมท่านมาเร็วจัง” หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิด เธอเผลอเรียกเขาไปคำเดียวเอง อยู่ ๆ เขาก็มาปรากฏตัว 

“ก็เจ้าเรียกข้า” ท่านเจ้าเพลิงทำหน้าหงุดหงิด เสียงร้องของเธอเหมือนกำลังเจออันตราย เขาต้องรีบมาปกป้องเธอแต่กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังวิ่งหนีเสือไฟอยู่ 

“ท่านเจ้าเพลิง ท่านเทพสายน้ำมาพบเจ้าค่ะ” เสียงของคนรับใช้ดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของเทพสายน้ำกับเทพสายลมที่ประตู 

ทั้งสองเทพชะงักไปพร้อม ๆ กันเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นัยน์ตาคมกลอกไปมาแล้วยืนเงียบอยู่พักใหญ่เพื่อให้หนึ่งมนุษย์กับหนึ่งเทพรู้ตัว 

แต่จนแล้วจนรอดทั้งสองก็ยังคงยืนกอดกันกลม ไม่มีทีท่าว่ามนุษย์สาวจะลงจากตัวท่านเทพเลยแม้แต่น้อย 

“แฮ่ม!” ในที่สุดเทพสายน้ำก็ต้องกระแอมในลำคอแล้วพยักพเยิดหน้าให้ท่านเจ้าเพลิง 

ท่านเจ้าเพลิงก้มลงมองตามสายตาเทพสายน้ำก่อนจะเริ่มรู้ตัว รีบปรับสีหน้าตัวเองแล้วจับหญิงสาวลงจากร่างสูงกำยำของเขาพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ 

ปาลิสารู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็อดหน้าแดงไม่ได้ เธอหันไปยิ้มแห้ง ๆ ให้ท่านเทพทั้งสองก่อนจะรีบเดินหนีไปอย่างเขินอาย 

“ข้าก็สงสัยว่าทำไมอยู่ ๆ ท่านถึงหายไป ทั้ง ๆ ที่ยังคุยกันไม่เรียบร้อย มันไม่ใช่นิสัยปกติของท่านเลยนะ” เทพสายลมเอ่ยแซว  

ท่านเจ้าเพลิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ แล้วหลับตาลง 

“ท่านคงต้องเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อมนุษย์แล้วนะ” 

“อย่าคิดว่าเทพสายน้ำกับสายลมอย่างพวกเจ้า ข้าจะแตะต้องไม่ได้นะ” ท่านเจ้าเพลิงข่มขู่ เขาคือเพลิงและมักจะทำอะไรน้ำกับลมไม่ได้ แต่ด้วยพลังของเจ้าแห่งเพลิงย่อมเหนือกว่าน้ำและลมอยู่แล้ว 

“หึ!” เทพสายน้ำหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ 

ร่างสูงสง่าของท่านเจ้าเพลิงเดินไปนั่งอย่างสง่าผ่าเผย นัยน์ตาคมกลับมาเย็นชาเหมือนเดิม  

“พวกข้าจะมาชวนนางออกไปเดินเล่น ปรับตัวกับโลกราชันย์สักหน่อย” 

“นางไม่ควรออกไปด้านนอก” ท่านเจ้าเพลิงลากสายตาเย็นชามามองเทพสายน้ำ 

“ท่านจะให้นางอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ นางต้องปรับตัว เริ่มจากเครื่องแต่งกายของนางก่อน ข้าจะให้มนตราจัดการให้” คำพูดของเทพสายลมทำให้ท่านเจ้าเพลิงนิ่งไป เสื้อผ้าของเธอไม่เหมือนใคร ซึ่งผิดสังเกตไป 

“ข้าจะจัดการเรื่องนั้นเอง” แต่ท่านเจ้าเพลิงกลับปฏิเสธความช่วยเหลือ สร้างความแปลกใจให้ทั้งสองเทพจนต้องมองหน้ากัน 

“ปกติท่านไม่เคยสนใจใคร น่าแปลกที่ท่านสนใจนางเป็นพิเศษ” 

“ข้าได้รับคำสั่งมาให้ดูแลนาง ถึงข้าจะไม่ชอบมนุษย์แต่ข้าจะละเลยหน้าที่ไม่ได้” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของท่านเจ้าเพลิงทำให้ทั้งสองเทพไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น  

ปาลิสามาปรากฏตัวอีกครั้ง หญิงสาวเดินออกมาหาเทพทั้งสองแล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ท่านเจ้าเพลิงเหล่มองรอยยิ้มของเธอด้วยสายตาเย็นชา 

“ฉันขอเรียกท่านเทพทั้งสองว่าเทพสายลมกับสายน้ำได้มั้ย?” หญิงสาวขออนุญาต  

เธอเห็นว่าท่านเทพทั้งสองใจดีและอ่อนโยนจนอยากผูกมิตรด้วย เทพทั้งสองพยักหน้าอนุญาตพร้อมกันก่อนจะแบมือออกมาตรงหน้า จากนั้นก็ปรากฏห่อฟอยสีสันต่าง ๆ บนฝ่ามือหนา 

“ข้าให้เจ้า” เทพสายลมลุกขึ้นยืนแล้วเดินมายืนตรงหน้าร่างเล็ก 

“อะไรเหรอ?” 

“ช็อกโกแลตล่ะมั้ง” ท่านเทพตอบยิ้ม ๆ ปาลิสาหยิบห่อฟอยออกมาแกะแล้วทำตาโต 

“ท่านรู้จักช็อกโกแลตด้วยเหรอ?” 

“ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์ พวกข้ารู้ทั้งนั้น พวกข้าเฝ้ามองพวกเจ้าอยู่” 

“เฝ้ามอง?” ปาลิสาเอียงคอสงสัย ท่านเทพพยักหน้าแล้วหันไปมองท่านเจ้าเพลิง 

“โดยเฉพาะท่านเจ้าเพลิง ท่านมักจะไปยืนมองพวกเจ้าผ่านสระน้ำมรกต”  

ท่านเจ้าเพลิงถอนหายใจออกมาก่อนจะโบกมือเบา ๆ แล้วห่อฟอยทั้งหมดในมือของเทพสายลมก็หายวับไปกับตา 

“อ๊ะ! หายไปไหนหมดแล้ว” หญิงสาวร้องขึ้นอย่างตกใจ เธอกำลังอยากกินช็อกโกแลตอยู่เลย 

“ท่านขี้ขโมยหรือยังไง?” เทพสายลมมองท่านเจ้าเพลิงพลางส่ายหน้า เขาใช้เวทย์ดึงขนมในมือไปทิ้งจนหมด 

“เจ้ากินไก่ของข้าก็พอแล้ว มนุษย์มักจะหวงแหนหุ่นของตัวเองและไม่กินของหวาน” ท่านเจ้าเพลิงเหล่มองหน้าปาลิสา  

หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรงแล้วหันไปยืนเท้าเอวมองท่านเจ้าเพลิง 

“แต่ฉันอยากกินช็อกโกแลตนี่!” 

“ฮ่า ๆ” จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของเทพสายลม มือหนายกกำปั้นแตะปากตัวเองแล้วกลั้นขำเอาไว้ 

“เจ้าขำอะไร?” ท่านเจ้าเพลิงย่นคิ้วมอง เทพสายลมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง 

“ไม่รู้ทำไมข้าถึงคิดว่าแทนที่ท่านจะเกลียดมนุษย์กลับกลายเป็นว่าท่านกำลังหวงแหนมนุษย์อยู่กัน หรือข้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?” 

“พูดจาเลอะเทอะ”  

ท่านเจ้าเพลิงลากสายตาหนีทันทีก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปคว้าข้อมือเล็กของปาลิสาจากนั้นก็ลากหญิงสาวเข้าไปในห้อง ทิ้งให้ทั้งสองเทพยืนมองด้วยรอยยิ้ม 

“ท่านคิดเหมือนข้าอยู่หรือเปล่า?” เทพสายลมถามเทพสายน้ำ 

“อืม….ก็อาจจะกำลังคิดเหมือนท่าน” 

“แต่ถ้าพลังของนางถูกดึงออกมาเปิดประตูนรกจริง ๆ แม้กระทั่งท่านเจ้าเพลิง เทพที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดของโลกราชันย์ก็ไม่สามารถควบคุมพลังของนางได้ ท่านคิดว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น” สีหน้าและแววตาของเทพสายลมเปลี่ยนไป กลายเป็นความกังวลใจแทน 

“โชคดีนะเนี่ยที่ฉันแอบเก็บไว้แล้วหนึ่งชิ้น ไม่งั้นอดกินแน่” ปาลิสาพูดขึ้นขณะแกะห่อฟอยช็อกโกแลตในมือแล้วยัดใส่ปาก 

ปึก! 

แต่อยู่ ๆ ข้อมือเธอก็ถูกคว้าเอาไว้แล้วถูกกระชากเข้าไปหาอกแกร่งของท่านเจ้าเพลิง 

หญิงสาวเงยหน้ามองเขาอึ้ง ๆ และโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว อยู่ ๆ หน้าคมก็ก้มลงมา ปากเข้มได้รูปกดจูบลงบนปากเธอ  

ม่านตาหญิงสาวขยายออกจากกันด้วยความตกใจและเพราะกำลังอึ้งอยู่ เธอจึงถูกเปิดปากออกด้วยลิ้นร้อนผ่าว จากนั้นช็อกโกแลตที่กำลังจะละลายในปากของเธอก็ถูกลิ้นร้อนดูดดึงออกไป 

ช็อกโกแลตก้อนเล็กถูกกลืนลงคอท่านเจ้าเพลิงไปง่ายดาย ขณะที่ริมฝีปากยังบดขยี้ปากเล็กแผ่วเบา ร่างเล็กตัวชาไปทั้งร่าง แข้งขาเธอกำลังอ่อนแรง โชคดีที่มีอ้อมแขนแกร่งกอดรัดเอาไว้ 

อึดใจต่อมาท่านเจ้าเพลิงก็ถอนจูบออกช้า ๆ เขาไม่รับรู้หรอกว่าช็อกโกแลตที่กินเข้าไปรสชาติมันเป็นยังไง สิ่งที่เขารับรู้ได้ก็คือความหวานจากริมฝีปากของเธอ นัยน์ตาคมกริบจ้องดวงตาเบิกกว้างของเธอแล้วกระซิบชิดปากเล็ก 

“ข้าบอกว่ากินไก่ของข้าก็พอแล้ว เจ้าฟังไม่เข้าใจหรือไง?”  

 

ความคิดเห็น