email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14.ช้าไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 14.ช้าไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 155

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 01:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14.ช้าไป
แบบอักษร

แกร๊ก!!!

“คังอียู มีคำสั่งละเว้นโทษ ออกมาได้”

“....!”

เมื่อยามพระอาทิตย์ขึ้นตรงศรีษะ เสียงไขกุญแจจากหน้าประตูปลุกให้อียูตื่นขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า แสงที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้ดวงตาของนางพล่ามัวจนต้องใช้มือข้างหนึ่งบดบังไว้ เรี่ยวแรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดทำให้ไม่สามารถพยุงตัวเองลุกขึ้นดั่งใจ เพราะต้องทนนั่งภายใต้อากาศหนาวเหน็บมาตลอดทั้งคืน และยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

“คุณหนู เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?!!!”

“ไปกันเถอะ หม่อมฉันจะพาคุณหนูกลับตำหนักนะเจ้าคะ”

จีมินและจีซูนางในรับใช้รีบเข้ามาพยุงร่างเล็กขึ้นด้วยความทุลักทุเล เมื่อเห็นว่าสติของคุณหนูอียูเลื่อนลอยนัก ทั้งสองจึงมองหน้ากันด้วยความสงสารจับใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ รีบพยุงร่างเล็กออกจากบริเวณคุกหลวง

“ท่านแม่....ข้า....”

“.....”

ร่างเล็กนอนจับไข้อยู่บนเตียงภายในห้อง หน้าตาซีดเซียวหลับตาพริ้มปากบางพรึมพรัมด้วยอาการเพ้ออย่างไร้สติด้วยพิษไข้

ร่างสูงในฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรยืนมองหญิงสาวสีหน้าเรียบนิ่งมาสักพักแล้ว

ซอลมินมองอียูด้วยด้วยสายตาเป็นห่วงอย่าไม่ปิดบัง เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับถูกโยนเข้าไปในสถานที่แบบนั้น ภายในใจของเขาเองหงุดหงุดไม่น้อยข้าผิดเองที่ช้าเกินไป หากข้ารู้เรื่องราวเร็วกว่านี้ เจ้าคงไม่เป็นอย่างนี้ ร่างสูงย่อตัวลงก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่บดบังใบหน้าขาวซีดออกอย่างเบามือพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้า

“โอ๊ะ องค์ชาย!”

เมื่อเห็นว่าองค์ชายซอลมินเดินออกมาจากห้องนอนของคุณหนูคังอียู ทุกคนก็ต่างรีบคุกเข่าก้มหน้าลงทันทีนางในรับใช้ทั้งสองคนต่างก็แปลกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าองค์ชายจะทรงเสด็จมาที่นี่ด้วยพระองค์เอง

“ขันทีชอง”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

“ตามหมอหลวงให้มาดูแลนาง”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

“ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย!!!”

เมื่อทั้งสองสาวได้ยินเช่นนั้นจึงพร้อมใจกันก้มหัวมุดพื้นด้วยทรงมีเมตาต่อคุณหนูของตน

“องค์ชาย ทรงเป็นห่วงว่าที่พระชายาคนนี้จริงๆ เลยนะพะยะค่ะ”

“......”

ระหว่างทางกลับพระตำหนัก ขันทีชองที่เดินมาได้โอกาสกระซิบกระซาบองค์ชายซอลมินอย่างรู้ทัน ซอลมินหันกลับไปทำสีหน้าดุๆใส่ ขันทีถึงกับสะดุ้งเฮือก

“สองคนนั้นบอกอะไรกับเจ้าอีกหรือไม่ ทำไมโซรองจึงทำเรื่องอย่างนั้น?”

“อ่าา ตามที่นางในทั้งสองบอกกับกระหม่อม นางบอกเพียงแค่องค์หญิงไม่พอพระทัยที่มีคนอื่นเข้าไปในสวนลับ และทรงรับสังให้ขังคุณหนูคังอียูอย่างที่เห็นพะยะค่ะ”

“.....”

“คุณหนูคังอียูคือเจ้าของกระดาษเปล่าแผ่นนั้นหรือเปล่านะพะยะค่ะ?”

“หุบปาก”

“พะยะค่ะ!!”

ขันทีชองได้ทีแซวองค์ชายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จนซอลมินหันไปดุพลางถลึงตาใส่ ขันทีถึงกับก้มหน้างุดๆ เดินตามองค์ชายด้วยความสลดใจ

เรื่องนี้อาจมีอะไรมากกว่านี้ เพียงแต่นางในสองคนนั้นไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด.

พรึบ!

นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษบันทึกที่ละหน้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึมภายในพระตำหนักส่วนพระองค์ พรางหยิบขนมในสำรับที่ขันทีชองเตรียมไว้เข้าปากแต่สายตายังคงจดจ้องตัวอักษรอย่างตั้งใจ

“องค์ชายพะยะค่ะ”

“มีอะไร?”

“เอ่อออ คือว่า....”

“......”

ตาคมเลื่อนจากหน้ากระดาษขึ้นมองขันทีที่มีท่าทางลุกลี้ลุกลน

“ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไป”

“คือว่า คุณหนูคิม ดาจอง ว่าที่พระชายา ของฝ่าบาทมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

“......!”

พรึบ!

มือเรียวปิดสมุทบันทึกลงอย่างเบามือพรางหันไปพยักหน้าให้กับขันทีชอง เมื่อเห็นดังนั้น ขันทีจึงรีบไปเปิดประตูเพื่อให้ผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามา

ประตูถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดฮันบกสีชมพูสดใส ใบหน้ารูปไข่ นางเงยหน้ามองเข้าไปในห้องเมื่อพบเข้ากับร่างสูงในท่านั่งขัดสมาธิกำลังจดจ้องมาที่ตน ทำเอาหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างกระหายแล้วเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะก้มคำนับให้ซอลมินด้วยท่าทีนอบน้อม

“องค์ชายคงรู้สึกแปลกพระทัย ที่หม่อมฉัน คิมดาจอง เป็นฝ่ายขอเข้าพบพระองค์เช่นนี้”

“......”

นางพูดไปยิ้มไปจนซอลมินเองรู้สึกเลี่ยนในใจ ทำไมเขาถึงเลือกผู้หญิงคนนี้เข้ามากัน อ่อเพราะว่าไม่ได้ตั้งใจเลือกใครจริงๆ แต่แรก

“เจ้ามีธุระอันใดกับข้างั้นหรือ?”

ซอลมินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงรักษาน้ำใจ เมื่อเห็นว่าดาจองเอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดสิ่งใดต่อ

“หม่อมฉันเพียงแค่อยากเห็นองค์ชายเพคะ ใครๆ ก็พูดว่าองค์ชายสง่างาม จนหม่อมฉันทนไม่ไหว”

“แล้วเจ้าได้คำตอบนั้นหรือไม่?”

“เป็นจริงดังที่ล่ำลือเพคะ”

ประโยคท้ายดาจองหัวเราะอย่าขวยเขินยกมือขึ้นปิดปาก

“เหตผลเพียงเท่านั้นหรือ ที่เจ้าต้องการ?”

“คะ! เอ่ออ คือ ไม่ได้หรือเพคะ?”

“เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ วันนี้ข้ามีงานต้องทำอีกมากมายนัก”

ซอลมินพูดพร้อมกับยิ้มตามมารยาท ก่อนจะหันกลับมาสนใจสมุทบันทึกตรงหน้าต่อ ปล่อยให้ดาจองอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

คิมดาจองหน้าหงอยลงอย่าชัดเจน ด้วยเพราะตนไม่เคยพบเจอกับองค์ชายเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่สำหรับผู้ที่จะเป็นพระชายาแล้ว จะไม่มีสิทธิ์เข้าเฝ้าเพราะอยากเห็นหน้าเลยหรือ? ตอนนี้ใจนางเริ่มหวันไหวอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไว้วันหลัง หม่อมฉันจะมาเข้าเฝ้าใหม่นะเพคะ”

“....”

เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังจะลุกขึ้น ดาจองเห็นอย่างนั้นก็แอบน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยองค์ชายอาจจะยังไม่คุ้นชิน บวกกับที่ตนทำตามใจตนเองเกินไป อาจทำให้องค์ชายไม่ทันได้ตั้งตัวก็เป็นได้

เมื่อคิดได้แบบนั้นนางจึงยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะก้มหัวให้แก่องค์ชายแล้วหมุนตัวเดินออกจากตำหนักไป

“......”

“......”

“อะไร?”

เมื่อเห็นว่าขันทีชองยืนมององค์ชายแปลกๆ อยู่นานสองนานแต่ก็ไม่ยอมปริปากทำเอาร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดใจจนต้องละสายตาจากบันทึกไปหาขันที

“องค์ชาย....กระหม่อมไม่เข้าใจ”

“.....!?”

“พระองค์ไม่ได้มีงานอะไรเลยนะพะยะค่ะ”

“งานของข้า เจ้าจะรู้ได้อย่างไร!!”

ซอลมินพูดพรางทำสีหน้าหลุกหลิกเหมือนกำลังโดนจับได้ว่ากำลังโกหก แต่ใช้เสียงดังเข้าปิดบังแทน

“ทำไมองค์ชายไม่สนใจหญิงงามตรงหน้าเลยพะยะค่ะ คุณหนูงดงามถึงเพียงนั้น”

“งั้นหรือ?”

“เหตุใดจึงไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับหญิงหนึ่งในสามนั้นเสียทีพะยะค่ะ พระองค์ไม่ทรงสนใจที่จะไปเยี่ยมเยียนพิธีสอบคัดเลือก เมื่อต้องคัดเลือกก็ทรงเลือกกระดาษเปล่า หม่อมฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะพะยะค่ะ......หรือว่า....!!”

“.....”

“องค์ชายไม่คิดจะมีงานอภิเษกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว??!!!”

ฟรึบ!! ปึง!!

“โอ๊ะ โอ๊ยยย !!”

ทันทีที่พูดจบสมุดบันทึกในมือของซอลมินก็บินเข้าหน้าของขันทีชองแม่นราวกับจับวาง ขันทีชองถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปนตกใจ

“ทีอย่างนี้เจ้ากลับรู้ดียิ่งกว่าตัวข้าอีกนะ ขันทีชอง”

“โถ่!! กระหม่อมเพียงไม่เข้าใจที่องค์ชายทรงทำ กระหม่อมเป็นห่วงองค์ชายนะพะยะค่ะ”

“......”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซอลมินเองก็คงเถียงอะไรไม่ออก หรือเขาควรจะทำอะไรบางอย่างเสียที อีกใจก็คิดไม่ตก เพราะหากตนเปิดเผยออกไปว่าตนเองคือองค์รัชทายาท แล้วอียูจะยอมรับได้หรือไม่ ทั้งที่นางพูดไว้หนักหนาว่าไม่ต้องการเป็นชายาของข้า หากนางกำลังมีใจให้กับชายอื่น ข้าจะทนได้อย่างไร ถึงจะได้ตัว แต่ข้าอาจจะไม่มีวันได้หัวใจของนาง

แม้จะเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ แต่ช่างยากต่อใจข้าเหลือเกิน........

“อะ อื้ออออ”

อียูเด้งตัวขึ้นจากที่นอนพรางบิดตัวไปมาชุดใหญ่ แสงแดดยามเช้าลอดผ่านเข้ามาด้านในทำให้รู้สึกอบอุ่น สายตาเริ่มกวาดไปทั่วทั้งห้อง เมื่อรู้ว่ามีแค่ตนร่างเล็กจึงค่อยๆ ลุกเดินออกมายังห้องโถงใหญ่

“อ๊ะ!! คุณหนู อาการดีขึ้นแล้วหรือเจ้าคะ?”

“หืม ทำไมหรือ?”

“....!”

จีมินและจีซูที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดแจงทำความสะอาด ต้องพากันวิ่งกรูกันเข้ามาหาข้าหน้าตั้งอย่างแปลกใจ

“ไม่รู้ตัวเลยหรือคะ คุณหนูอียูหลับไปตั้งสองวัน”

“ฮะ!!....”

“จีซูข้าจะไปเตรียมน้ำให้คุณหนู เจ้าดูแลเรื่องสำรับอาหารไห้ที”

“ได้เลย เดี๋ยวข้านะมาเจ้าค่ะ”

“ดะ เดี๋ยวสิ!”

ยังไม่ทันจะได้ไถ่ถามอะไรต่อ ทั้งสองคนก็วิ่งหายไปเสียแล้ว ข้าหลับไปถึงสองวันเลยหรือนี่ โอ้วไม่นะ ภาพในวันนั้นค่อยๆ ย้อนกลับเข้ามาในหัวทีละฉาก

“เชิญเลยเจ้าค่ะคุณหนู”

จีมินปลดเครื่องแต่กายของข้าออกจนหมด ก่อนจะผายมือไปทางอ่างน้ำอุ่นใบใหญ่ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ข้าก้าวขาลงไปด้านในหย่อนตัวนั่งลงแล้วใช่หัวพิงไปที่ขอบอ่าง

“รู้สึกดีจริงๆ”

ปากบางพรึมพรัมเปลือกตาทั้งสองข้างปิดสนิท ผิวกายที่ขาวใสโดยธรรมชาติยามที่ถูกรายล้อมด้วยกลีบกุหลาบสีแดงช่างราวกับภาพวาดก็ไม่ปราน

ภายในห้องโถง

“.....”

“......”

“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ท่านหมอหลวง?”

เมื่อหมอหลวงเข้ามาตรวจชีพจรของอียูตามที่องค์รัชทายาททรงรับสั่งไว้ หมอหลวงยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อจีมินถามกับท่านหมอตรงๆ อย่างนั้น

“อาการของคุณหนูอียู ดีขึ้นมากจนเป็นปกติเลยก็ว่าได้”

“เฮ้ออออคุณหนู!!”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น นางในแสนซนทั้งสองจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกจนข้าเองยังต้องอมยิ้มตามไปด้วย เมื่อหมดหน้าที่ หมอหลวงจึงต้องเก็บเครื่องไม้เครื่องมือแล้วออกจากตำหนักไป

“คุณหนูอียูเจ้าคะ”

“หืมม”

จีซูกระเถิบเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนกำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่นาน โดยไม่พูดไม่จา

“คือว่า ตอนที่คุณหนูหลับไป องค์ชายทรงเสด็จมาเยี่ยมคุณหนูด้วยนะเพคะ”

“อร๊ากกกก!!”

“ดูพวกเจ้าจะดีใจมากเกินไปหรือเปล่า?”

“คุณหนู ตั้งแต่ข้าเป็นนางในรับใช้มา ยังไม่เคยได้ยินข่าวว่าองค์ชายก้าวขาเข้าที่พักของนางในถวายตัวคนไหนเลย ทั้งที่พวกนางๆ ต่างก็เฝ้ารอ”

“......!”

“เป็นไปได้ว่า คุณหนูของเราจะได้เป็นพระชายาในไม่ช้านี้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

จีซูพูดไปเขินไปพรางหันไปทำท่าดุ๊กดิ๊กใส่จีมินสองคน หืมมม องค์ชายเสด็จมาตอนที่ข้าอยู่ในสภาพแบบนั้นหนะหรือ หน้าข้าจะต้องน่าเกลียดมากแน่เลย ข้าน่าจะตื่นขึ้นมาพบหน้าองค์ชายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป นึกแล้วก็หงุดหงิดใจ ข้าชักอยากจะรู้แล้วสิว่าองค์ชายรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร....

ความคิดเห็น