email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12.เข้าเฝ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 12.เข้าเฝ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 164

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 03:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12.เข้าเฝ้า
แบบอักษร

“ต้องขึ้นเกี้ยวแล้วนะ เจ้ามัวเหม่ออะไรอยู่?”

“เอ่อออ เปล่า!!”

จียงยืนมองอียูด้วยความสงสัย วันนี้นางดูแปลกไป ไม่กระตือรือล้นเท่าที่ควร กลับเหม่อลอยได้ง่ายๆ คงจะเหนื่อยจากเที่ยวงานเทศกาลจนดึกดื่น

วันนี้เป็นวันที่จะประกาศผลการสอบคัดเลือกแล้วสินะ อียูมองเหม่อออกไปด้านนอกหน้าต่างเกี้ยวในระหว่างเดินทางไปพระราชวัง เรื่องเมื่อคืน ทำเอาไม่ได้หลับได้นอน ข้ากลัวว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความฝัน เป็นความฝันที่ดีเกินกว่าที่ข้าจะหลับตานอนได้ คิดแบบนั้นอียูจึงยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนด้วยอาการเขิน

ตุ้มๆๆ !!!!!

เมื่อเข้ามาถึงลานพิธีได้ไม่นานนัก เสียงทหารตีกลองเป็นสัญญานการประกาศผลการสอบคัดเลือกเป็นพระชายาในองค์รัชทายาท ทุกคนต่างเงียบเสียงแล้วเน้นความสนใจไปที่ขันทีที่กำลังยืนถือม้วนบันทึกอยู่บนแท่น

“ขอให้ผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ก้าวขึ้นมาด้านหน้า”

“ข้าตื่นเต้นเหลือเกิน!!”

“จะมีข้าไหมนะ!”

“เงียบหน่อยสิ ข้าได้ยินแต่เสียงพวกเจ้า!”

เสียงจอแจของเหล้าหญิงงามดังขึ้นหลังจากขันทีประกาศจบ รอที่จะอ่านรายชื่อคนที่ถูกเลือก อีกเดี๋ยวมันก็จะจบลงแล้ว....

“คุณหนู คิม ดาจอง จากตระกูลคิม”

เจ้าของชื่อยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจพร้อมก้าวขาออกไปด้านหน้า

“คุณหนู จิน มุนอา จากตระกูล จิน”

อีกหนึ่งสาวงาม รูปร่างสง่างาม นางฉีกยิ้มกว้างจนคนอื่นๆ ต่างก็อิจฉาในท่วงทีที่งดงาม นางก้าวไปยืนอยู่เบื้อหน้าข้างกับหญิงคนแรกก่อนจะก้มหัวเป็นการเคารพแด่ขันทีผู้ที่ประกาศชื่อของนาง

“คุณหนู คัง อียู จากตระกูล คัง”

“......ฮะ!!!!!”

ทุกคนต่างก็หันขวับมามองหน้าข้าอย่างไม่เชื่อสายตา บางคนถึงขั้นหัวเราะเย๊าะเย้ย กรอกตาด้วยความความเกลียดชัง ข้าเองที่ต้องแปลกใจ ทำไมจึงมีชื่อของข้า มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่นอน

“ช่วยก้าวออกมาด้านหน้าด้วยขอรับ”

“เดี๋ยวนะเจ้าคะ!! ต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน!”

“ไม่ผิดหรอกขอรับคุณหนู เป็นรายมือที่ปั้มตราประทับขององค์รัชทายาทไม่ผิดแน่นอนขอรับ”

“.....!!”

เมื่อเป็นอย่างนั้น ข้าจึงต้องยินยอมที่จะก้าวออกไปด้วยความงุนงง ไม่อาจปฏิเสธอะไรได้ หญิงงามทั้งสองคนเมื่อครู่ต่างก็ใช้สายตาจิกกัดข้าอย่างออกนอกหน้านอกตา ผู้หญิงพวกนี้ ช่างเหลือเกิน.

ผู้ที่ถูกคัดเลือกจะต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้าพระราชาและพระมเหสีตามขนบธรรมเนียม ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 110 คน จะถูกตรีตราเป็นนางในถวายตนแก่องค์รัชทายาท ซึ่งไม่สามารถมีสามีได้ตามกฎหมาย เมื่อถวายตัวแล้วก็ไม่ต่างจากการถวายชีวิต

แอ๊ดด!!

“ท่านพ่อ!”

“.....”

ภายในห้องพักส่วนตัว เพื่อรอการเรียกตัวเข้าเฝ้า คังอียูกระวนกระวายยิ่งนักจนไม่สามารถนั่งติดเก้าอีี้ได้ ในขณะเดียวกัน มหาเสนาบดีคัง อินซา ก็เปิดประตูเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าปราบปลื้ม

“ต้องมีอะไรผิดผลาดแน่นอน ข้า...!”

“สมแล้วที่เป็นลูกพ่อ ข้าภูมิใจในตัวเจ้าเหลือเกิน คังอียู ฮ่าๆๆๆ!”

“.....!”

อียูกลืนคำพูดของตนลงท้องไปทั้งอย่างนั้น เพราะสีหน้าที่เต็มไปด้วยดวามดีใจของท่านพ่อ ทำให้ข้าไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ

“แม่เจ้าจะต้องภูมิใจไม่ต่างจากข้าอย่างแน่นอน”

“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

ท่านพ่อพูดไปด้วยใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้ แต่เป็นการร้องไห้ที่มีความสุข

“ฮ่าๆๆๆ จะต้องมีงานเลี้ยงฉลองเกิดขึ้น พระราชาและพระมเหสีจะทรงเอ็นดูเจ้า มากกว่าสองคนนั้น จงอย่ากังวล เจ้าจะต้องได้เป็นพระชายา ฮ่าๆๆๆๆ”

“เจ้าค่ะ”

ข้าได้แต่ยืนมองแล้วรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ข้าไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่านี่เป็นเรื่องจริง ท่านพ่อหัวเราะอย่างพออกพอใจใช้มือหยาบทั้งสองข้างบีบไหล่อียูเป็นการให้กำลังใจ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงข้าที่ยังยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นแบบนี้แล้ว ข้าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี.

ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่หญิงงามสามคนนั่งเรียงกันอยู่ด้านล่างทุกคนต่างก้มหน้ามองพื้น เพราะไม่สามารถเงยหน้ามองเจ้าแผ่นดินได้โดยตรง ด้านบนคือพระราชาทรงประทับอยู่ ด้านข้างคือพระมเหสี มีม่านบางๆ กั้นเอาไว้

“หนึ่งในพวกเจ้า คนใดคนหนึ่งจะมาเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่แต่ไม่ใหญ่ไปสำหรับพวกเจ้า”

“เพคะฝ่าบาท”

ทั้งสามคนรับคำของพระราชาอย่างพร้อมเพียง นั่นทำให้พระราชาหัวเราะด้วยความยินดี รวมไปถึงพระมเหสี

“คังอียู คือคนไหนงั้นหรือ ท่านหัวหน้าขันที”

“ทางด้านซ้ายมือสุดพะยะค่ะฝ่าบาท”

พระราชาหันไปถามหัวหน้าขันทีที่ยืนอยู่ด้านล่าง เพราะอยากจะเห็นว่าลูกสาวของท่านมหาเสนาบีดีคัง ที่ผู้คนต่างก็ล่ำลืมว่างดงาม แม้ว่าพระราชาจะทรงโปรดท่านพ่อของอียูเพียงใด มหาเสนาบดีคังก็ไม่เคยเยินยอลูกสาวของตนให้พระราชาได้รับรู้แม้สักครั้ง

เมื่อได้ยินอย่างนั้น อียูจึงรีบก้มต่ำคำนับแด่องค์ราชา ด้วยความเคารพ

“เงยหน้าขึ้นเถิด”

“เพคะ ฝ่าบาท”

อียูกลับมานั่งตัวตรงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปยังเบื้อบน พระราชาทรงยิ้มอย่างอ่อนโยนพรางหัวเราะด้วยความพออกพอใจใช้มือข้างหนึ่งตบลงที่หน้าขา

“อืม สมคำร่ำลือ”

“อย่างไรเสียในวันนี้พวกเจ้าทั้งสามก็ถือเป็นคนๆ เดียวกัน จนกว่าจะมีการคัดเลือกอีกครั้งจากองค์รัชทายาท”

เสียงของพระมเหสีดังขึ้น อียูจึงรีบก้มหน้าลงอย่ารู้งาน

“ข้าหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าหนึ่งในพวกเจ้าจะต้องปฏิบัติต่อลูกของข้า เป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง การได้รับตำแหน่งนี้ ข้าถือเป็นที่สุดของความเป็นหญิง”

“......!”

“จงลำลึกถึงข้อนี้เป็นสำคัญ”

“เพคะพระมเหสี”

น้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังทำการข่มขวัญลูกสะใภ้เป็นนัยๆ พูดจบทั้งพระราชาและพระมเหสีทรงเสด็จลงจากพระแท่น หญิงสาวทั้งสามจึงก้มหัวลงพื้นเพื่อให้เจ้าแห่งแผ่นดินทั้งสองทรงเสด็จผ่านไป

“อ๊าาาาาาา!!! น่ากลัวเสียจริง!”

“ข้าขนลุกไปหมดทั้งตัว พระมเหสีทรงน่าเกรงขามยิ่งนัก”

“......!”

“นี่เจ้า!”

“หืม?!”

เมื่อทั้งสองเห็นว่าอียูนิ่งเงียบจึงหันไปเรียกด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก อียูที่กำลังเหม่อลอยหันมาหาทั้งสองคน

“คนโปรดอย่างนั้นหรือ?”

“เหอะ!! จะแค่ไหนกันเชียว หากข้าได้เป็นพระชายา ข้าจะทรงทูลขอองค์รัชทายาทให้เจ้าเป็นสนมชั้นน้อยๆ ระกันนะฮ่าาาา”

“.......”

ทั้งสองพูดจบจึงพากันลุกขึ้นแล้วเดินออกจากท้องพระโรง ทิ้งให้ข้านั่งสับสนวุ่นวายในใจเพียงคนเดียว ข้าไม่ได้อยากได้ตำแหน่งอะไรนี่เลยด้วยซ้ำ ไม่ยุติธรรมกับข้าเสียเลย

นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าและผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสามคน จะต้องย้ายเข้ามาอยู่ในพระราชวังอย่างเป็นทางการ เนื่องด้วยรอการตัดสินพระทัยขององค์รัชทายาท และต้องเข้ารับการฝึกการเป็นพระชายาที่ดีจากพระมเหสีโดยตรง แค่คิดข้ากับอีกสองคนก็ขนลุกไปทั้งตัวโดยที่ไม่ต้องมีใครพูดอะไร

“ข้าจะขอให้เจ้าเข้ามาเป็นองครักษ์ของข้าได้ไหมนะ”

“เฮ้ออออ เจ้านี่ความคิดเป็นเด็กเสียเหลือเกิน องค์รัชทายาคงไม่พอพระทัยนัก หากรู้ว่ามีชายจากนอกวังตามมาปรนนิบัติหญิงของตน”

“ข้าจะได้เจอหน้าเจ้าอีกหรือไม่จียง?”

“......”

จียงนิ่งไปกับคำถามของอียู เนื่องด้วยวันนี้เขามีหน้าที่ขนข้าวของที่จำเป็นของอียูเข้ามาส่งยังในวัง จียงมองหน้าคนตัวเล็กด้วยหลากหลายความรู้สึก ถึงเขาจะเป็นเพียงองครักษ์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่อียูก็ให้ความสำคัญไม่ต่างจากพี่ชายคนหนึ่ง

“ได้เจอสิ อย่างไรเสียข้าก็เป็นผู้ติดตามนายท่านคังอยู่แล้ว”

“อืม ขอบใจเจ้ามากนะจียง ที่ช่วยข้ามาโดยตลอด”

“นี่ ข้าไม่ซึ้งด้วยหรอกนะ ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น ทำเหมือนจะจากกันไปตลอดไปได้”

“ก็ข้ากลัวนี่”

หมับ!!

มือหนาของจียงวางเบาๆบนศรีษะของอียูพรางลูบไปมาด้วยความเอ็นดู

“เข้มแข็ง ข้ารู้เจ้าทำได้”

“อือ”

ในที่ที่ไม่มีจียง ข้ามักอ่อนแอไม่ต่างจากเด็กตัวเล็กๆ แต่พอมีจียงอยู่ข้างๆ ข้าเหมือนมีพลัง และพร้อมเผชิญไม่ว่าจะป่าดงพงไพรที่ไหน ที่ที่ไม่มีพี่ชายอย่างเจ้าอยู่ด้วย ข้าจะเข้มแข็งอย่างที่เจ้าว่าหรือไม่นะ .

“องค์ชายพะยะค่ะ”

“......”

ขันทีชองที่นังอยู่ด้านข้างสังเกตเห็นพระอาการขององค์ชาย พระองค์ทรงเท้าคางด้วยมือหนึ่งข้างบนโต๊ะทรงอักษรมืออีกข้างถือกระดาษ สายตาจดจ้องไปที่กระดาษที่ไร้ตัวอักษรด้วยพระอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

“องค์ชาย ทรงได้ยินกระหม่อมหรือเปล่าพะยะค่ะ?”

“.....”

ขันทีชองขมวดคิ้วหันกลับมาส่ายหัวกับตนเองอย่างุนงง เหตุใดจึงอารมณ์ดีจนสามารถจ้องกระดาษเปล่าแล้วหัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนั้น เห็นแล้วก็เกิดเป็นห่วงขึ้นมา

“เจ้าคงกำลังคิดว่า บ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ ขันทีชอง”

“หะ หามิได้พะยะค่ะ!!! กระหม่อมเพียงสงสัย..!”

“สงสัยอะไร?”

ขันทีชองทำท่าทีลุกลี้ลุกลนด้วยความกลัว เมื่อเห็นว่าองค์ชายวางกระดาษแผ่นนั้นลง แล้วหันมาถามคำถามจากตนด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

“เอ่ออ...กระหม่อมถามได้ใช่ไหมพะยะค่ะ?”

“เอาสิ ถ้าข้าตอบได้”

เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาจึงขยับเข้าไปใกล้องค์ชายพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งทำท่าทางกระซิบกระซาบ

“เหตุใดพระองค์จึงเลือกพระชายาจากกระดาษเปล่าเช่นนี้เล่าพะยะค่ะ?”

ปึง!!!!

ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทรงอักษรเสียงดังสนั่น

“เจ้ากำลังบอกว่าข้าบ้าจริงๆ อย่างนั้นสิ?”

“หะ หามิได้!! กระหม่อมสมควรตาย!!”

ขันทีชองรีบก้มหัวลงพื้นอย่างหวาดกัวจนตัวสั่น

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ !!”

“...!!!”

หากเป็นองค์ชายคนเดิม อย่างน้อยเขาจะต้องอาละวาดใส่ขันทีชุดใหญ่ แต่องค์ชายกลับหัวเราะออกมาเสียงดังเสียอย่างนั้น ขันทีชองค่อยๆเงยหน้าขึ้น มองไปที่ร่างสูงขององค์ชายด้วยตาปริบๆ เกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท?!

“ใช่ ถูกของเจ้า ข้าคิดว่าข้าบ้าไปแล้วจริงๆ”

“องค์ชาย!!”

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงสวย ขันทีชองมองแล้วได้แต่ส่ายหัว องค์ชายของเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เขียวหรือ ตนอยู่กับองค์ชายมาตั้งแต่ยังเล็กจนเวลาร่วงเลยมา 20 ปี เขาไม่เคยเห็นองค์ชายเสียอาการขนาดนี้มาก่อน เมื่อองค์ชายพูดจบก็ทรงหันกลับไปเท้าคางจดจ้องกระดาษเปล่าแผ่นนั้นตามเดิม......

ความคิดเห็น