แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 08 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 08 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 20:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 08 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

08 

หลังจากกลับมาพร้อมอาหารเย็นคุณน่านชวนผมออกไปคุยที่ระเบียงห้องโดยเปิดทีวีให้เจ้าอ้วนดูไปก่อน 

“มีอะไรครับ” 

กระดาษแผ่นหนึ่งถูกส่งให้ ผมรับมาดูแล้วส่ายหน้า 

แม่งไม่เข้าใจ 

“อะไรอะครับ?” 

“ตรงนี้”

คุณน่านฟ้าจิ้มลงไปที่เกือบท้ายๆของกระดาษที่บอกว่า 99.9999 ผมจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา คุณน่านฟ้ายิ้มบางๆและหยิบกระดาษไปจากมือผม 

“ในนี้บอกว่า สกายเป็นลูกของผม” 

“คุณ...” ผมพูดไม่ออกไม่รู้จะพูดยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ 

“ไม่ต้องกังวลอะไร ผมไม่ได้จะมาเอาลูกไปจากคุณ” คุณน่านฟ้าคว้ามือผมไปกุมไว้

เขารู้ว่าผมกำลังกลัวและกังวลอะไร เราสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดต่อ 

“แสงเหนือ...” มือใหญ่ตบลงเบาๆบนมือของผมที่เขากุมอยู่ “ต่อไปนี้ค่าใช้จ่ายของสกายให้ผมรับผิดชอบนะ” 

“คุณน่านคือ...” 

“ผมรู้คุณเกรงใจ แต่ให้ผมได้ชดเชยในสิ่งที่ผมไม่เคยให้คุณกับลูกเลยตลอดห้าปี” 

“ผมเข้าใจแต่ว่า...” 

“ไม่มีแต่ เงินเลี้ยงลูกแค่คนเดียวไม่ทำให้ผมขนหน้าแข้งร่วงหรอก” เขายิ้มให้ผมพร้อมกับสบตา 

ผมมองเข้าไปที่นัยตาสีดำที่ต้องมองกลับมาด้วยความมั่นคงไม่วูบไหวใดๆ 

“ไปกินข้าวกัน เจ้าอ้วนรอแล้ว” คุณน่านฟ้ายิ้มให้ แล้วดึงผมให้ตามเข้าไปในห้อง

เราสามคนนั่งกินข้าวด้วยกันในห้องเช่าเล็กๆโดยมีเจ้าอ้วนคอยถามนู้นถามนี่ สำหรับผมมันเหมือนเป็นความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองท้อง และคุณน่านฟ้าก็แต่งงานกับคนอื่น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

มันผ่านมา 5 ปีย่างเข้าปีที่ 6 แล้วสำหรับเรื่องเศร้าอันนี้ ตอนนี้คุณน่านฟ้าอยู่ตรงนี้อยู่กับผม อยู่กับลูก แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะดูมึนงงอยู่ก็ตาม 

พอกินข้าวเสร็จคุณน่านฟ้าอาสาอาบน้ำให้เจ้าอ้วนอย่างทุกวันก่อนหน้านี้ ผมยืนกอดอกมองร่างสูงที่กำลังช่วยถูสบู่ให้เจ้าอ้วนที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัว ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตที่พับแขนขึ้นมาจนถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคที่พับขึ้นนิดหน่อยทำให้เขาเหมือนคุณพ่อที่พึ่งกลับมาจากการทำงานและต้องมาอาบน้ำให้ลูกรอภรรยาทำอาหารเย็น

“ระวังเปียกนะครับ ไม่มีชุดเปลี่ยนนะ” ผมบอกคุณน่านฟ้าที่กำลังขมักเขม้นกับการอาบน้ำให้เจ้าลูกชาย

“สงสัยวันหลังต้องเอาเสื้อผ้ามาไว้สักชุด” เขาบอกแล้วลุกขึ้นเปิดฝักบัวราดตัวให้เจ้าอ้วน “แสงเหนืออีกสองวันผมมีบินไปสเปนอยากได้อะไรไหม”

“ไม่เป็นไรครับ”

“แล้วสกายอย่างได้อะไรครับ” 

เจ้าอ้วนส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้น “ไม่เอาครับ หนูไม่รู้ว่าสเปนมีอะไรขาย”

ฮ่าๆๆๆๆๆ

ผมกับคุณน่านฟ้าเราหัวเราะออกมาพร้อมกันก่อนที่คุณน่านฟ้าจะอธิบายให้ฟังส่วนเจ้าอ้วนก้ถามไม่หยุดทั้งยังบอกด้วยความชอบเครื่องบินอยากเป็นนักบิน คราวนี้เป็นคุณน่านฟ้าที่ยิ้มจนแก้มแทบปริ

"ไปให้หม่าม๊าแต่งตัวครับ"

"หม่าม้า!! เอาชุดคุณกาต่าย" เจ้าอ้วนถูกจับนุ่งผู้เช็ดตัวแบบคล้ายๆการห่มสบงของพระวิ่งมากอดคอผมที่นั่งเลือกชุดนอกอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

ผมหยิบชุดคุณกระต่ายสีฟ้าออกมาและจับเข้าอ้วนมาทาแป้งและสวมชุดนอนลายกระต่ายให้ ส่วนคุณน่านฟ้าก็นั่งเล่นอยู่ที่เตียงจนเจ้าอ้วนแต่งตัวเสร็จก็ปันขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ

ก๊อกๆ

"ใครมา" คุณน่านฟ้าละสายตาจากมือถือมองที่ประตู

"สงสัยพวกรุ่นน้องผมมั้ง เดี๋ยวผมไปดูก่อน"

ผมเดินไปเปิดประตูพบว่าเป็นเจ้เจ้าของอพาร์ทเม้นที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงแบบลายดอกไม้ลายใหญ่ๆ ใบหน้าทาทานาคาที่แก้มทั้งสองข้าง แถมมีโรลม้วนผมอันใหญ่ๆบนหัว

"เจ้มีอะไรครับ"

"เอาบิลค่าน้ำกับค่าไฟมาให้" 

"อ่อ วันนี้ครบกำหนดจ่ายแล้ว โอเคครับเจ้รอก่อนนะช่วงนี้ยุ่งๆอะครับเลยลืมวันลืมคืน" ผมพูดระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาในห้อง 

"ใครมา" คุณน่านฟ้าถามและลุกขึ้นมาชะโงกหน้าออกไปมองที่ประตู 

"เจ้าของอพาร์ทเม้นครับ มาเก็บค่าเช่า"

"ท่าไหร่"

"ค่าห้องหกพัน ค่าน้ำสองร้อย ค่าไฟเก้าร้อยเก้าสิบ ค่าเน็ต..."

"เอาไปจ่าย" 

คุณน่านฟ้ายัดเงินใส่มือผมหกพันเป็นค่าห้องแถมส่งสายตาแกมบังคับไม่ให้ผมปฏิเสธ ผมจึงเดินกำเงินนั้นไปให้เจ้เจ้าของอพาร์ทเม้นที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้อง

"นี่ครับ"

"ใครอยู่ในห้อง" เจ้ชะเง้อคอเข้ามาดู มือก็นับเงินค่าห้องค่าน้ำ-ไฟ-เน็ต แล้วหาเงินทอนไปด้วย

"พ่อน้องสกายครับ" 

"อ๋อ มาเยี่ยมลูกหรอ"

"ครับ" ผมยิ้มแห้งๆเจ้แกพยักหน้าและเดินจากไป

ผมปิดล๊อกห้องเดินกลับมาเห็นคุณน่านที่นอนเล่นมือถือกับลูกอยู่บนเตียง ผมจึงบอกให้เขาดูลูกและให้พาเจ้าอ้วนเข้านอนเลยส่วนผมจะเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน พออาบน้ำออกมาเห็นว่าสกายนอนหลับปุ๋ยไปแล้วมีคุณน่านฟ้านอนเล่นมือถืออยู่ข้างๆ เขามองผมนิดหน่อยแล้วก็ก้มดูมือถือเหมือนเดิม

"ย้ายไปอยู่ที่อื่นไหม"

"ครับ?" ผมเลิกคิ้วสูงมองหน้าร่างสูงผ่านกระจกที่ตัวเองกำลังนั่งเช็ดผมอยู่ ผมขยับขึ้นนั่งพิงหัวเตียงมองผมผ่านกระจกมาเหมือนกัน

"ย้ายไปอยู่ที่อื่นไหม ผมมีคอนโดว่างอยู่"

"ไม่ดีกว่า ผมเกรงใจ"

"แต่ว่าถ้าอยู่คอนโดคุณก็จะไม่ต้องจ่ายค่าห้องไง"

“แต่ว่าที่นี่ใกล้ที่ทำงานแล้วก็โรงเรียนของสกายด้วย” ผมพยายามหาข้ออ้างให้ฟังขึ้นมากที่สุดเพราะไม่อยากจะรบกวนเขามากจนเกินไป 

“ไม่อยากย้ายออกจริงๆหรอ” 

“ครับ” 

“งั้นระหว่างนี้ผมจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายเอง” 

“แต่ว่า...” 

“ไม่มีแต่” คุณน่านฟ้ารีบพูดขัด “เอาล่ะ เจ้าอ้วนหลับแล้ว ผมเองก็ไม่กวนคุณแล้วพรุ่งนี้ทำงานอย่าตื่นสายอีก ถ่านนาฬิกาผมซื้อมาเปลี่ยนให้แล้ววางไว้ที่โต๊ะ” 

“อ๋อ ขอบคุณครับ”

 

 

รถหรูสีดำเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่สตไล์ยุโรป แม่บ้านหญิงวัยห้าสิบรีบออกมาต้อนรับพร้อมกับสาวใช้วัยต่างกันอีกหนึ่งคน น่านฟ้าส่งสูทให้สาวใช้และเข้าไปกอดแม่บ้านวัยห้าสิบ 

“คิดถึงนมจังเลยครับ” 

“ค้า นมก็คิดถึงคุณน่า” แม่นมบอกด้วยรอยยิ้ม “ แล้วทำไมวันนี้กลับบ้านใหญ่ล่ะคะ” 

“มีเรื่องคุยกับคุณพ่อครับ แล้วก็คิดถึงนมด้วย” น่านฟ้ายิ้มตอบกลับ 

“เดี๋ยวนมไปบอกคุณผู้ชายให้นะคะ” 

แม่นมแยกออกไปทางห้องทำงานของผู้เป็นเจ้าของบ้าน น่านฟ้านั่งลงที่โซฟาสาวใช้ก็นำน้ำมาเสิร์ฟมาให้ ไม่นานพ่อของน่านฟ้าก็ออกมาจากห้องทำงาน 

ชายสูงวัยผมสีดอกเลาสวมแว่นตามีสายคล้องโยงขาวแว่นทั้งสองด้านคือเจ้าของบ้านและพ่อของน่านฟ้า เมื่อก่อนเขาเป็นนักบินเหมือนกับลูกชายแต่เพราะไม่ชอบในอาชีพเท่าไหร่จึงออกมาทำธุรกิจเกี่ยวกับการบินแทนจนประสบความสำเร็จ เมื่อหกปีก่อนพ่อของน่านฟ้าต้องการขยายกิจการจึงต้องการคนช่วยซึ่งก็คือบริษัทพันธะมิตรอย่างบริษัทพ่อของเสาวรส จึงทำให้การแต่งงานเพื่อธุรกิจเกิดขึ้นด้วยความคิดของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

"ไง กลับบ้านมาได้สักทีนะ"

"พ่อครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย" น่านฟ้าเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลไปตรงหน้าของผู้เป็นพ่อ "เปิดดูสิครับ" น่านฟ้าบอกเมื่อพ่อของเขาไม่ยอมเปิดซองเสียที

ชายสูงอายุเลิกคิ้วมองลูกชายที่ไม่ค่อยจะกลับบ้านนิดหน่อยก่อนเปิดซองออกมา 

“อะไร?” พ่อของน่านฟ้าถามด้านบนหัวกระดาษเป็นชื่อโรงพยาบาลและตราโรงพยาบาล ถัดมาคือข้อมูลอื่นๆและตารางการเทียบผลดีเอ็นเอ 

“ข้างล่างครับ” น่านฟ้าชี้นิ้วที่บรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ “ผมมีลูกแล้วครับพ่อ” 

“มีลูก แกหมายความว่ายังไง” 

“คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ” 

น่านฟ้าตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังเรื่องตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีก่อน เรื่องที่เขาทำแสงเหนือท้อง เรื่องที่แสงเหนือไม่ยอมบอกว่ามีลูกกับเขา เรื่องที่เขาเจอตัวแสงเหนือกับลูกได้ยังไง ชายสูงวัยนั่งฟังอย่างตั้งใจ พร้อมกับคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาเองก็เป็นพ่อที่เลี้ยงลูกมาตัวคนเดียวก็พอจะเข้าใจในความลำบากของแสงเหนือ ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกแต่อย่างใดเพราะน่านฟ้ายืนยันเองว่าเขาเป็นคนไปตรวจดีเอ็นเอเองและไปรับผลตรวจเองทั้งยังไม่มีความจำเป็นที่จะสร้างเรื่องโกหก เพราะตั้งแต่น่านฟ้าเล่ามาเด็กคนนั้นพยายามปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอด ถ้าเด็กคนนั้นต้องการอะไรจากน่านฟ้าคงไม่ปิดเรื่องนี้มานานถึง 5 ปี 

“แล้วทางนั้นเขาว่ายังไง” ชายสูงวัยถามขึ้นหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ 

“ไม่ได้กีดกันถ้าผมจะเจอลูก แต่ผมอยากให้เขามาอยู่กับเรา” 

“เขาไม่ยอมใช่มั้ย” พ่อของน่านฟ้าก็พอจะเดาออก และไม่แปลกใจเลยที่เด็กคนนั้นไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรของน่านฟ้า 

“ครับ ผมเป็นห่วงเขากับลูก” 

“แกก็อย่าใจร้อนให้เวลาเขาก่อน เขาเลี้ยงลูกของเขามาคนเดียวตลอดแต่อยู่ๆ แกก็บอกจะช่วย จะรับผิดชอบ และเป็นแกที่เขาอยากปิดบังเรื่องนี้มันทำให้เขาลำบากใจ” 

“แต่ผมห่วงลูก” 

“แล้วไม่ห่วงแม่ของลูกหรือไง” 

น่านฟ้าชะงักไปนิด ตอนนี้ยังตอบตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไงกับแสงเหนือ แต่ถ้าจะให้เขารับแค่ลูกและปฏิเสธแสงเหนือเขาเองก็ทำไม่ได้ ตลอดเวลาห้าหกปีที่ผ่านมามันทำให้เห็นว่าแสงเหนือเลี้ยงลูกได้ดีแค่ไหนโดยที่ไม่มีเขา จนเกิดคำถามย้อนกลับมาที่ตัวของน่านฟ้าเองว่า แล้วเขาจะดูแลลูกได้ดีเท่าที่แสงเหนือทำอยู่หรือเปล่า การรับผิดชอบชีวิตของแสงเหนือก็คือเรื่องที่เขาต้องทำเช่นกันแม้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแต่น่านฟ้าก็รู้สึกผิดเกินกว่าที่จะเป็นมองข้ามจุดนี้ไป

"พ่อ ถ้าผมจะแต่งงานกับแสงเหนือ"

"แล้วแต่แกสิ ครอบครัวแกนี่" 

"พ่อไม่ขัดข้องใช่ไหม แสงเหนือเป็นแค่พนังงานบริษัทเล็กๆได้ธุรกิจใหญ่โตนะพ่อ"

"ช่างเถอะ ขอแค่เขารักและดูแลแกได้ฉันก็สบายใจ"

บทเรียนของการคลุมถุงชนระหว่างน่านฟ้ากับเสาวรสทำให้คนเป็นพ่อกลับมาคิดได้ว่าบางครั้งทางที่เราเห็นว่าดี เห็นว่าเหมาะสม แท้จริงแล้วมันอาจจะไม่มีเสมอไป ครั้งนี้เขาจะไม่บังคับใจน่านฟ้าอีกเวลาตลอดห้าปีกับชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวมันทำให้เห็นแล้วว่าน่านฟ้ามีความทุกข์มากกว่าความสุข ไอ้คำที่ว่าอยู่ๆไปเดี๋ยวก็รักกัน บางครั้งก็ไม่สามารถเอามาใช้ได้กับทุกคน

 

 

วันนี้คุณน่านฟ้ามีไฟท์บินไปสเปนซึ่งก็ต้องไปค้างที่นั้นวันหนึ่งแล้วบินกลับมา แต่เมื่อเช้าที่ออกไปคุณน่านก็แแวะมาหาเจ้าอ้วนแต่เช้าบอกว่าอยากพาลูกไปส่งที่โณงเรียนผมก้อนุญาตให้เขาไปส่งกันเองตามประสาพ่อลูก แต่นึกว่าจะแค่ไปส่งลูกพ่อมาถึงห้องพักของผมจริงๆเขากลับให้ผมไปทำงานพร้อมกับเขาด้วย

“สวัสดีครับคุณพ่อ สวัสดีครับหม่าม้า” เจ้าอ้วนยกมือสวัสดีผมและคุณน่านที่ยืนส่งอยู่หน้าโรงเรียนก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อนไม่สนใจผมทั้งสองคน 

"คราวนี้ไปส่งหม่าม้ากัน" คุณน่านฟ้าหันมายิ้มและเปิดประตูให้ผมขึ้นไปนั่ง รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ที่มีคนมาดูแลแบบนี้ 

"ขอบคุณครับ" ผมอมยิ้มและขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีเพราะที่ทำงานของผมไม่ได้ไกลจากโรงเรียนของสกายมากเท่าไหร่ ก่อนลงจากรถคุณน่านฟ้าหยิบเงินใส่มือให้ผมห้าพันบอกว่าเอาไว้ใช้ระหว่างที่เขาต้องบินไปสเปน ไว้ซื้อของให้ลูกพอเอาลูกมาอ้างผมก้ไม่รสามารถปฏิเสธได้จึงต้องรับไว้

"ตั้งใจทำงานล่ะ"

"ครับ คุณเองก็เดินทางปลอดภัยนะครับ" ผมบอกและยิ้มให้ก่อนจะลงจากรถ 

มีสายตาจากเพื่อนร่วมตึกหลายคนมองมาที่ผมอย่างสนใจอาจจะเป็นเพราะรถหรูที่ผมพึ่งจะลงมาก็ได้ ผมไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นแต่เดินกระชับสายกระเป๋าเข้าไปด้านในเพราะใกล้เวลาเข้างานแล้ว ผมวิ่งเข้ามาทันเป็นคนสุดท้ายก่อนประตูลิฟต์จะปิด ซึ่งภายในลิฟต์คนอัดกันแน่นเป็นปลากระป๋องแทยจะไม่มีที่หายใจโชคดีที่มีคนกดชั้นที่ผมต้องออกไว้แล้วเลยไม่ต้องบอกให้คนที่อยู่ใกล้ๆปุ่มกดให้

วันนี้งานของผมเยอะมากจนตอนนี้ใกล้จะบ่ายสามแล้วยังไม่ว่างไปรับลูกเลย เห็นทีคงจะต้องโทรไปบอกให้เปี๊ยกไปรับแทน ผมต่อสายหาเด็กหนุ่มที่อยู่อพาร์ทเม้นชั้นบนเหนือห้องของผมให้ช่วยมารับเจ้าอ้วนที่โณงเรียนแต่เจ้าตัวกลับบอกว่าไม่ว่างมีเรียนให้โทรหาไฟ ผมจึงได้โทรหาไฟแทนโชคดีที่ไฟว่างพอดีเลยอาสาไปรับให้ 

เมื่อก่อนตอนที่มีคุณน่านฟ้าอยู่ผมไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่มีคนไปรับลูกให้ แต่พอเขาไม่อยู่ก็เลยทำให้กังวลไปเสียหมด ทั้งที่ก่อนหน้าที่จะเจอกันผมก็ไม่ได้เป็นขนาดนี้หรือบางทีมันอาจจะเป็นความเคยชินที่มีเขาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน

"อ้าวพี่แสงวันนี้ไม่ไปรับลูกหรอคะ" 

"ไม่ได้ไปเลย มีงานที่ต้องแก้น่ะ นางบอกจะเอาวันนี้ก่อนหกโมง" ผมบอกโดยที่ไมไ่ด้ละสายตาไปจากหน้าคอมเลย 

"นางโกรธอะไรพี่เนี่ย"

"ไม่รู้ สงสัยทะเลาะกับสามี"

"เหอะ ทุกทีแหละหงุดหงิดอะไรก็เอามาลงที่พี่แสงอะ" เพื่อนร่วมงานรีบผสมโรงทันทีเมื่อผมเปิดหัวข้อสนทนา "ว่าแต่เมื่อเช้าใครมาส่งพี่อะ หนูเห็นนะพี่ลงมาจากรถหรูคันนั้นอะ"

ผมเงยหน้ามองใบหน้าจิ้มลิ้มแบบคนเชื้อสายจีนของเพื่อนร่วมงานและกลับมาจ้องหน้าคอมต่อ สถานะตอนนี้ผมควรบอกกับคนอื่นมายังไง บอกว่าผมกับคุณน่านฟ้าเป็นอะไรกัน 

"ว่าไงคะ รถแฟนหรอ"

"เห็นด้วยหรอ"

"แม้เห็นสิคะ รถเด่นขนาดนั้น" เธอบอก "ตกลงว่าใช่แฟนพี่ไหมคะ"

"รถพ่อของสกายน่ะ"

"นั่นไง" เธอตบฉากลงกับแผงกั้นที่ตัวเองค้ำแขนอยู่ "แต่หนูไม่เคยเห็นเขามาส่งพี่เลย แล้วทำไม..."

"มาคุยอะไรกันพวกนี้ไปทำงานๆ" เสียงดุของหัวหน้าแผนกดังขึ้นทำให้เธอต้องรีบขอตัวกลับไปที่โต๊ะ ส่วนผมก็ยังคงพิมพ์เอกสารไม่ได้หยุดมือ "งานที่บอสให้แกถึงไหนแล้วแสง"

"ใกล้เสร็จแล้วครับคุณพัดชา"

"เร็วหน่อยนะคะ บอสบอกว่าต้องรีบใช้พอดีลูกค้าเลื่อนนัดเป็นห้าโมงเย็น"

"ได้ครับ"

 

หลังเลิกงานในตอนห้าโมงครึ่งผมแวะร้านอาหารซื้อกับข้าวสองสามอย่างติดมือกลับด้วย โชคดีที่เลิกไม่ดึกมากผมกลับมาที่ห้องเก็บของเข้าที่ก่อนจะขึ้นไปรับเจ้าสกายที่ชั้นบน 

ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องของเปี๊ยกเจ้าอ้วนกำลังกินขนมดูการ์ตูนอยู่เมื่อเห็นผมกลับมาแล้วก็รีบวางกล่องนมแล้วเข้ามากอด ผมเองก้กอดตอบ

"กลับมาแล้วหรอจ๊ะ กินข้าวกันไอ้ไฟกำลังไปซื้อ" เปี๊ยกชวน 

 

"หรอ" ผมเกรงใจพวกเด็กๆจัง รบกวนเขาเยอะแล้ว

"หม่าม๊า กินข้าวกับพี่เปี๊ยกนะ นะๆ น๊า" 

"สกายอยากกินข้าวกับพี่เปี๊ยกหรอครับ"

"ครับ"

"กินด้วยกันนะจ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจ" 

"โอเคๆ เดี๋ยวพี่ฝากเจ้าอ้วนก่อนพอดีซื้อาหารถุงมาเดี๋ยวเอามากินด้วยกัน" ผมวางยีผมเจ้าอ้วนด้วยความเอ็นดูก่อนจะรีบลงไปเอากับข้าวที่ซื้อไว้ที่ห้อง

ผมกลับมาเห็นว่าที่มือถือมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา ผมจึงได้โทรกลับไม่นานปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเหมือนคนสูงอายุ

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเร่งด่วนไหมครับ"

[แสงเหนือใช่ไหม]

"ใครครับ" ผมเริ่มใจไม่ดีแล้วอะ คือผมก็ไม่ได้ไปติดหนี้ใครนะแล้วมีเบอร์แปลกโทรมาแบบนี้หรือว่าจะเกิดเรื่องกับป๊าม๊า แต่ก็คงไม่ใช่เพราะผมมีเบอร์มือถือของคนดูแลบ้านทุกคน

[เป็นพ่อของน่านฟ้า]

"...เอ่อ...พ่อคุณน่านหรอครับ" 

ผมเริ่มเหงื่อตกไม่รู้ว่าเขาจะมาดีหรือร้ายผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณน่านฟ้าจะเล่าเรื่องของเราให้ที่บ้านฟัง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะถามกลับไป 

"ท่านมีเรื่องอะไรหรือครับ"

[ท่านเทิ่นอะไร เรียกคุณพ่อสิ] น้ำเสียงของปลายสายดูผ่อนคลายมากจนผมแอบแปลกใจ [เจ้าน่านมันบอกฉันหมดแล้ว นี่มันไปสเปนฉันก็เลยอยากรู้จักว่าคนที่มันจะแต่งงานด้วยเป็นใคร]

 

"แต่งงานหรือครับ" ทำไมผมไม่เคยได้ยินเขาพูดเรื่องนี้มาก่อน ผมควรจะตอบว่ายังไง หรือว่าคุณพ่อต้องการโทรมายั่งเชิงอะไรผมหรือเปล่า 

[ใช่ เจ้าน่านบอกว่าเธอเป็นแม่ของลูกเขา]

"ครับ แล้วท่าน..." ผมชะงักเมื่อปลายสายกระแอมเสียงใส่เบาๆ "เอ่อ...คุณพ่อรู้เรื่องทั้งหมดเลยหรอครับ"

[ใช่น่ะสิ ความจริงเจ้าน่านบอกว่ารอให้เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยจะพาเธอเข้ามาแนะนำ แต่ฉันมันคนแก่ใจร้อนน่ะนะเลยให้คนไปสืบเบอร์ถือเธอมา]

"อ่อ...ครับ"

[ฉันคงทำเธอตกใจ]

"ครับ" ผมยอมรับว่าตกใจและจิตตกมากๆกลัวไปหมดว่าคุณพ่อท่านจะไม่พอใจหรือสั่งให้ผมเลิกยุ่งกับคุณน่านฟ้าแต่ผิดคาดมากที่ท่านกลับบอกว่าอยากรู้จักผม 

[ไม่ต้องคิดมาก ฉันก็แก่แล้วเรื่องแบบนี้ให้คนหนุ่มๆเขาจัดการ]

"ครับ"

[เอาล่ะๆ เธอคงกำลังตกใจไว้เจ้าน่านกลับจากสเปนแล้วเข้ามาหาฉันที่บ้านใหญ่ด้วยล่ะ ฉันอยากเจอหลาน]

"ได้ครับ ไว้ผมจะพาลูกเข้าไปหานะครับ" ผมวางสายจากคุณพ่อของคุณน่านฟ้าและรีบเอากับข้าวขึ้นไปชั้นบนสงสัยป่านนี้เจ้าอ้วนหิวแย่แล้ว 

 

 

 

Talk; เราจะดราม่าไปทำไมแค่ชีวิตตอนนี้ก็มากพอแล้ว 555555555555555 คุณพ่อคะรักคุณพ่อนะคะ ตอนนี้ก็คือล้างใหม่หมดทั้งแชปเตอร์ 55555 มันก็เลยนานหน่อยอะ ฝากทุกคนเม้นเป็ฯกลจ.ให้เราด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น