akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 54 นักล่าตัวน้อย

ชื่อตอน : บทที่ 54 นักล่าตัวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 77.3k

ความคิดเห็น : 147

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2559 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 54 นักล่าตัวน้อย
แบบอักษร

54

นักล่าตัวน้อย

 

 

writer

 

ร่างของเด็กน้อยลอยกลางอากาศ เอนหลังจะร่วงลงไปตามขั้นบันได แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ร่างของเสือโคร่งตัวใหญ่ก็พุ่งทะยานเข้ามาคาบตัวของเด็กน้อยด้วยความเร็ว

“ป้อ ป้อ”

พยัคฆ์คาบลูกชายไว้โดยงับเข้าที่คอเสื้อที่โทระใส่อยู่ กรณัฐยกมือทาบอกหัวใจแทบวาย เมื่อคิดว่าโทระอาจจะตกบันได พยัคฆ์ในร่างของเสือโคร่งตัวใหญ่ก้าวเดินลงขั้นบันได จนมาถึงขั้นสุดท้าย

“แม่ แม่”

มือเล็กของไทกะกระตุกเข้าที่ชายเสื้อของกรณัฐ ร่างบางหันไปมอง ไทกะเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ค่อยลุกลี้ลุกลนเหมือนกับโทระ

“ว่าไงครับ?

“ป้อ”

“ครับ เดี๋ยวเราลงไปหาพ่อเสือด้วยกันนะครับ”

ร่างบางบอกพร้อมกับยิ้มหวาน เขาจูงมือไปไทกะให้เดินลงบันได เด็กน้อยก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เพราะไทกะเองก็ไม่อยากจะร่วงลงไปเหมือนกับโทระ

พยัคฆ์ในร่างเสือโคร่งหยุดเดินเมื่อลงมาถึงพื้นชั้นล่าง โทระหัวเราะร่าอย่างมีความสุข เด็กน้อยถูกปล่อยลงกับพื้น

“ป้อ ป้อ”

โทระเข้าไปกอดร่างเสือโคร่ง เด็กน้อยกอดแนบกับร่างกายใหญ่โต ขนนุ่มของเสือโคร่งตัวใหญ่ทำให้เด็กน้อยต้องหลับตาพริ้ม พยัคฆ์หันหน้าไปหอมแก้มลูกชาย

“อะ

ไทกะชี้ให้มารดาดูเสือโคร่งตัวใหญ่ ร่างบางเดินจูงมือไทกะมาหาพยัคฆ์ ร่างสูงเงยหน้ามองคนตัวเล็ก ไทกะปล่อยมือจากมารดา แล้วโผเข้าไปกอดเสือโคร่งตัวใหญ่

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณเสือ”

พยัคฆ์กลับร่างมาเป็นมนุษย์ เขาย่อกายอุ้มเจ้าสองแสบ เด็กน้อยทั้งสองโอบคอของบิดาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะซบหน้ากับไหล่กว้าง

“ไม่มีจูบต้อนรับเหรอ?

ร่างบางได้แต่อมยิ้ม เขย่งตัวขึ้น ในขณะที่พยัคฆ์ก็ก้มหน้าลงมาให้ภรรยาตัวเล็กได้กดจูบแก้มอย่างง่ายดาย ก่อนที่กรณัฐจะผละปากออก

“เหนื่อยมากไหมครับ?

“เห็นหน้าเมียกับลูกก็หายเหนื่อยแล้ว”

คนตัวสูงพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินตามร่างบางไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่

“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะครับ”

“อืม”

พยัคฆ์ย่อกายต่ำลง เด็กน้อยทั้งสองหย่อนตัวนั่งบนตักของบิดา ไทกะจับมือหนามาดึงเล่น เด็กน้อยดึงนิ้วแต่ละนิ้วของพยัคฆ์ ในขณะที่โทระก้มหน้าลงไปงับข้อมือใหญ่ แล้วดึงรั้ง แต่ไม่แรงมากนัก เหมือนว่าลูกชายแค่ต้องการหยอกเขาเล่นเท่านั้น

“สนุกกันใหญ่เลยนะ”

ร่างสูงก้มลงมาจูบศีรษะของเด็กทั้งสอง ไทกะและโทระเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วส่งยิ้มหวาน โทระเอนกายนอนลงบนโซฟา พาดเท้าก่ายกับต้นขาใหญ่

“ผมเอาน้ำส้มมาให้นะครับ”

“ขอบใจนะกวาง”

ร่างสูงรับแก้วน้ำมาจากมือเล็ก เด็กน้อยทั้งสองหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ในมือใหญ่ของพยัคฆ์ โทระยันตัวลุกขึ้น ใบหน้าของเด็กทั้งสอง เลื่อนเข้ามาใกล้กับแก้วน้ำส้ม

“หืมจ้องแบบนี้ อยากดื่มด้วยล่ะสิ”

“อื้อ”

“แบ่งให้น้องก่อนนะไทกะ”

พยัคฆ์หันไปพูดกับลูกชายคนโต คนเป็นพี่ก็ควรจะเสียสละให้น้องก่อน ร่างบางหย่อนกายนั่งลงบนโซฟา

“ให้ผมไปเอามาใหม่ไหมครับ?

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันกินกับลูกก็ได้ แค่นี้เอง”

ที่จริงพยัคฆ์ก็ไม่ได้หิวน้ำอะไรมากมายนัก แค่ได้เห็นหน้าลูกเมีย ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการทำงานก็พลันหายไปแล้ว

“คุณเสือครับ ตอนนี้ไทกะกับโทระ เรียกผมว่าแม่ได้แล้วนะครับ”

“จริงเหรอกวาง”

คนที่ดูตื่นเต้นดีใจไม่ใช่กรณัฐคนเดียว พยัคฆ์คลี่ยิ้มกว้าง เขาก้มมามองโทระที่ดูดน้ำส้มในแก้วอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะผละปากออกมา พยัคฆ์ขยับหลอดไปให้

ไทกะได้ดูดบ้าง

“ครับ ลูกเรียกผมว่าแม่ได้แล้วจริงๆ”

คนตัวเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม ร่างสูงวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าเมื่อเด็กน้อยทั้งสองดูดน้ำส้มจนพอใจแล้ว

“จริงหรือเปล่าหืม?

พยัคฆ์ก้มลงมาถามลูกชาย ไทกะกับโทระเงยหน้ามองบิดา แล้วหันไปมองกรณัฐ

“เรียกแม่สิครับ”

ร่างบางเอ่ยบอก เด็กน้อยหันไปมองคนตัวเล็กแล้วฉีกยิ้มกว้าง อยากจะพุ่งตัวไปหามารดา

“แม่ แม่”

ทั้งไทกะและโทระรีบลงจากตักของพยัคฆ์ เข้าไปหากรณัฐ เด็กน้อยเดินเข้าไปกอดเอวเล็ก ร่างบางลูบศีรษะของทั้งสองอย่างอ่อนโยน

“เก่งมากครับ คนเก่งของแม่”

“อ่าดีจังเลย ลูกของพ่อเก่งที่สุดเลยครับ”

เสียงทุ้มนั้น ทำให้เด็กทั้งสองหันไปมอง ไทกะคลี่ยิ้มกว้าง

“พอ พอ”

“พ่อครับ ไทกะ”

“พอ พอ”

โทระอยากจะโชว์การออกเสียงบ้าง เด็กน้อยหันไปมองพยัคฆ์แล้วส่งเสียงเรียกไม่หยุด

“ปอ ป้อ”

“พ่อ พ่อ”

ร่างบางเอ่ยซ้ำๆ ให้เด็กน้อยได้ฟัง ไทกะหันมายิ้มหวาน

“แม่”

“ใช่ครับ นี่แม่ส่วนนี่ก็พ่อ..

“พอพ่อ”

ไทกะพุ่งตัวเข้าไปกอดพยัคฆ์ ร่างสูงอุ้มไทกะมากอดแล้วจูบหน้าผากไปแรงๆหนึ่งที

“เก่งมาก ลูกพ่อ”

“แม่ แม่”

โทระกระชากเสื้อของมารดา เขาก็อยากจะเรียกพ่อได้เหมือนพี่ชาย ร่างบางอุ้มโทระขึ้นมานั่งตัก

“ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวโทระก็เรียกพ่อเสือได้เหมือนพี่ไทกะนะครับ”

        “ป่อ”

        “พ่อพ่อครับ”

        “พ่อ”

        พอเด็กน้อยเริ่มออกเสียงถูก ร่างบางก็คลี่ยิ้มออกมา โทระเหมือนจะเรียนรู้ช้ากว่าไทกะเล็กน้อยแต่ถ้าสอนย้ำๆ ก็ทำได้เหมือนพี่ชาย

        “ไปหาพ่อเสือนะครับ”

        ร่างบางปล่อยให้โทระลงจากตัก เด็กตัวเล็กเดินเข้าไปหาพยัคฆ์ มือใหญ่ลูบผมนิ่มของโทระ เด็กน้อยหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่อ่อนโยนของพยัคฆ์

        “เก่งมากครับ”

        “พ่อ”

        โทระเรียกพยัคฆ์ราวกับต้องการโชว์ให้เห็นว่าเขาก็สามารถทำได้เหมือนกับพี่ชาย ร่างสูงรั้งกายเล็กขึ้นมานั่งตักใบหน้าเล็กนั้นซบเข้ากับอกแกร่ง ร่างบางได้แต่ยิ้มตาม

        รู้สึกมีความสุขมากเหลือเกิน

        “แล้วคุณเสือจะพาลูกไปไหนเหรอครับ?

        “ฉันจองโรงแรมเอาไว้แล้ว กวางอาบน้ำหรือยัง?

        “ยังเลยครับแต่ว่าเด็กๆ อาบแล้ว”

        “งั้นเดี๋ยวฉันรอตรงนี้แล้วกัน กวางไปอาบน้ำเถอะ”

        “แล้วคุณเสือจะอาบด้วยไหมครับ?

        “ไม่ล่ะ เดี๋ยวฉันไปชุดนี้เลย”

        คนตัวสูงยังอยู่ในชุดสูท ร่างบางยิ้มให้กับสามีแล้วเดินขึ้นห้องไป เหลือเพียงแค่เด็กตัวเล็กที่เริ่มปีนลงจากตัวของบิดา พยัคฆ์ปล่อยให้ลูกทั้งสองเดินเล่น โดยนั่งมองอยู่ห่างๆ

        “กลับมาแล้วเหรอตาใหญ่”

        “ครับ”

        “ยา

        “ว่าไงหืม วันนี้พ่อเราจะพาไปเที่ยวสินะ”

        ดาวิกาย่อกายลงไปอุ้มโทระขึ้นมากอดแนบอก ไทกะที่กำลังเดินไปหยิบจับที่ชั้นหนังสือ เปลี่ยนเป้าหมายมาหาคุณย่าแทน

        “อุม อุม”

        เด็กน้อยกระตุกชายกระโปรงของดาวิกา เธอหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น

        “ย่าอุ้มสองคนไม่ไหวหรอกนะ”

        ดาวิกาย่อกายลงแล้วปล่อยตัวโทระ เด็กน้อยเดินไปหยุดอยู่หน้าโทรทัศน์

ดาวิกาอุ้มไทกะขึ้นมาบ้าง ไทกะคลี่ยิ้มกว้าง แล้วซบกับไหล่เล็กของคุณย่า

        “แล้วหนูกวางไปไหนแล้วล่ะ?

        เธอถาม เพราะว่าตอนที่เธอออกมาจากห้องอาหาร ก็ไม่เห็นร่างบางแล้ว พยัคฆ์หันไปตอบคำถาม

        “ผมให้กวางขึ้นไปอาบน้ำน่ะครับ”

        “อ่อแล้วนี่จะพาเด็กๆ ออกไปตอนไหนล่ะ?

        “เดี๋ยวพอกวางลงมา ก็คงพาไปเลยครับ”

        “ดีแล้วล่ะ พาหนูกวางไปข้างนอกบ้าง จริงๆ เด็กสองคนนี้ก็เหมือนจะชอบเที่ยวอยู่นะ”

        ดาวิกาเดินมาหยุดที่โซฟา เธอหย่อนกายนั่งลง โดยที่มีไทกะนั่งตัก

        “กวางค่อนข้างเป็นห่วงลูกน่ะครับ แล้วไทกะกับโทระเองก็กลายร่างไปมา กวางคงกลัวจะมีคนสงสัย”

        “มันก็จริงอย่างที่หนูกวางบอก พวกเราไม่รู้เลยว่า ไทกะกับโทระจะกลายร่างเป็นคนหรือว่าเป็นเสือตอนไหน แล้วไหนจะร่างที่เป็นครึ่งคนครึ่งเสืออีก”

        “นั่นล่ะครับ กวางเลยเป็นห่วง”

        “ก็ดีแล้ว แม่ดีใจนะ ที่ตาใหญ่เลือกหนูกวางเป็นคู่ชีวิต”

        พยัคฆ์คลี่ยิ้ม เขาเองก็คิดไม่ผิดเลยที่เลือกร่างบางมาเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกเขา กรณัฐดูแลลูกชายของเขาอย่างดีจนบางครั้งเขายังรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยได้เข้ามาช่วยดูแลในเวลาที่ต้องไปทำงาน

        “อ้าวพี่ใหญ่วันนี้กลับมาเร็วจังเลยนะครับ”

        ภูมินทร์เดินเข้ามาในบ้าน โทระที่กำลังก้มๆ เงยๆ ตรงชั้นวางหนังสือต้องเงยหน้าไปมอง พอเห็นคุณอาตัวสูงเดินมา เด็กน้อยก็พุ่งเข้าไปหาภูมินทร์

        “โอ๊ะ โทระ”

        เขาอุ้มเด็กตัวเล็กขึ้นมา โทระคลี่ยิ้มกว้างแล้วกอดคอของภูมินทร์ ชายหนุ่มลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู

        “วันนี้แต่งตัวน่ารักจังเลยนะครับ”

        เขามองเด็กทั้งสองที่แต่งตัวอยู่ในชุดลูกเสือ โคร่ง พยัคฆ์คลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ภรรยาเขาเลือกชุดได้น่ารักเหมาะกับลูกชายจริงๆ แต่ถ้าจะให้นึกขอบคุณก็คงไม่พ้น

วิรุจน์ที่ขยันสรรหาเสื้อผ้ามาให้ลูกชายเขา

        เห็นต๊องๆ บ้าๆ บอๆ  แต่ก็พึ่งพาได้เหมือนกัน

 

-------+++++------

 

“ทุกคนเตรียมของกันเสร็จครบหมดแล้วใช่ไหม?

ศาลทูรหันมาถามทุกคน ซึ่งคำตอบที่ได้รับก็คือการพยักหน้าและเสียงตอบรับว่าไม่ลืมของอะไรแล้ว

“คุณปู่ค้าบ

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเด็กน้อยตัวเล็กอายุได้สองขวบกว่าแล้ว โทระวิ่งเข้ามากอดเอวศาลทูร เขาอุ้มหลานชายขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม

“ว่าไงหลานปู่”

“เที่ยว เที่ยว”

        โทระพูดออกไปตามที่รู้ วันนี้ทุกคนในครอบครัวจะพาเขาและพี่ชายไปเที่ยว มารดาเขาก็บอกไว้แบบนั้น ร่างบางจูงมือไทกะจนมาถึงรถตู้

        “อ้อนอะไรคุณปู่ครับโทระ”

        “แม่ค้าบขึ้นรถ”

        ไทกะบอกพร้อมกับดึงมือเล็ก พยัคฆ์จูงมือไทกะขึ้นรถ ในขณะที่ศาลทูรเองก็อุ้มโทระตามขึ้นมา ภายในรถตู้มีนพวิน กรวัฒน์ ภูมินทร์ วิรุจน์ และดาวิกาที่นั่งรออยู่

        “โทระ มาหาอารุจน์เร็วครับ”

        คุณอาผู้แสนจะเห่อหลานยกมือกวักเรียกเด็กตัวน้อย โทระคลี่ยิ้ม ศาลทูรปล่อยร่างเด็กตัวน้อยให้ไปหาคุณอา

        “อารุจน์ค้าบ”

        วิรุจน์นั่งอยู่ที่เบาะเดี่ยว เขาอุ้มโทระมานั่งตัก เด็กน้อยตัวหนักกว่าเมื่อก่อนพอสมควร แต่ก็ไม่ได้หนักมากจนวิรุจน์อุ้มไม่ไหว

        “อารุจน์

        ไทกะเดินเข้าไปหาวิรุจน์ที่กำลังอุ้มโทระ เด็กน้อยเข้าไปเกาะเข่าของคุณอา ก่อนจะเอ่ยถาม

        “อาพอลล่ะค้าบ..

        เด็กตัวเล็กถามเสียงใส ทุกคนในรถก็ไม่คิดว่าไทกะจะถามแบบนั้น วิรุจน์ชะงัก แล้วคลี่ยิ้มบางเบา

        “อาพอลติดธุระครับ คงไม่ได้มานะครับไทกะ”

        “อยากเล่นกาบอาพอล

        เด็กน้อยเริ่มเบะปาก พยัคฆ์หน้านิ่ว คิ้วขมวด ไม่ค่อยชอบใจนักที่ลูกชายของเขาดูจะปลื้มพอลเสียเหลือเกิน วิรุจน์ยิ้มเจื่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหาพอล

        [โทรมาทำไม? ไหนบอกว่าจะไปเที่ยว?]

        คนปลายสายเอ่ยตอบรับด้วยถ้อยคำที่ช่างชวนให้คนฟังอารมณ์เสีย วิรุจน์อยากจะเข้าไปกัดคอเจ้าคนพูด แต่ถ้าไม่ติดว่าดวงตาใสแจ๋วที่กำลังมองเขาอยู่นั้นเต็มไปด้วยความหวังแล้วล่ะก็

        “ไทกะอยากคุยกับนาย”

        [หืมไทกะเอาสิ]

        พอลตอบรับอย่างง่ายดาย วิรุจน์เปิดกล้องวิดีโอคอลให้เห็นใบหน้าของพอล ร่างสูงอยู่ในชุดสูท ชายหนุ่มมองเห็นไทกะที่กำลังยิ้มร่า เด็กน้อยจับโทรศัพท์มือถือ

        “อาพอล….

        เสียงของไทกะทำให้พอลต้องกระตุกยิ้ม เขาเอ่ยเสียงเรียบ

        [ว่าไง…]

        “มาเที่ยวกาน”

        [ไม่ได้หรอก ไม่ว่าง]

        “อยากห้ายอาพอลมา

        “ม่ายคุย”

        โทระแย่งโทรศัพท์จากไทกะ แฝดพี่อ้าปากเหวอ แฝดน้องมองภาพบนหน้าจอ เขายู่ปาก

        “ม่ายห้ายอาพอลมา

        [ทำไมล่ะ?]

        พอลกดยิ้มมุมปาก ท่าทางของเด็กตัวเล็กมันช่างดูน่าขบขันในสายตาของเขาเสียจริง

        “โทระ เอามางื้อ เอามา”

        ไทกะพยายามจะกระตุกชายเสื้อของวิรุจน์ ภูมินทร์อุ้มไทกะขึ้นมานั่งตัก เด็กน้อยเบะปาก มองน้องชาย

        “อาพอลทำห้ายอารุจน์ ฮือ ฮือ”

        เด็กน้อยเบ้ปากแล้วหันไปมองวิรุจน์ พอลหัวเราะในลำคอ เด็กน้อยคงคิดว่าเขาทำให้วิรุจน์เสียใจจนร้องไห้

        แต่บางครั้งการรู้สึกดีเกินไปก็ทำให้ร้องไห้ได้เหมือนกัน

        วิรุจน์เม้มปากแน่น เขารู้สึกร้อนขึ้นมาที่ใบหน้า ยิ่งได้เห็นสายตาและรอยยิ้มของพอล เขาก็พอจะรู้แล้ว ว่าชายหนุ่มต้องคิดอะไรที่ร้ายกาจอยู่

        “รถจะออกแล้วนะครับไทกะ โทระ อาพอลต้องทำงาน รบกวนอาพอลแค่นี้นะครับ”

        “อาพอล

        ไทกะครางแผ่ว เขาอยากคุยกับอาพอลต่อ ภูมินทร์เอ่ยกับเด็กตัวน้อย

        “โบกมือบ๊ายบายอาพอลสิไทกะ”

        “บ้าย บาย”

        วิรุจน์หันหน้าจอไปทางไทกะ เด็กน้อยยกมือขึ้นโบกลาอาพอลอันเป็นที่รัก ในขณะที่โทระโอบกอดวิรุจน์เอาไว้แทนอย่างหวงแหน

        พอเด็กน้อยล่ำลาได้เป็นพิธี วิรุจน์ก็กดตัดการสื่อสารกับพอลทันที เพราะเขาไม่อยากจะเห็นหน้าพอลสักเท่าไหร่ พอเห็นแล้วมันชวนหมั่นไส้ขึ้นมา

        “ไทกะครับ มานั่งกับแม่ไหมครับ?

        พยัคฆ์และกรณัฐนั่งอยู่ที่เบาะที่นั่งกันได้สามคน ที่ตรงนั้นก็เผื่อไว้ให้กับเด็กตัวเล็ก รถตู้ในตอนนี้ก็เคลื่อนออกจากบ้านมาได้สักระยะแล้ว

        “ค้าบ”

        ไทกะลงจากตักของภูมินทร์ เด็กน้อยเดินจะไปหามารดา ศาลทูรจับแขนหลานชายประครอง เพราะกลัวว่าว่าหลานชายจะล้ม

        “ค่อยๆ เดินนะไทกะ”

        “ค้าบ”

        พอมาถึงจุดที่กรณัฐและพยัคฆ์นั่งอยู่ เด็กน้อยก็พยายามปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะ โดยมีคุณแม่ตัวเล็กคอยช่วย

        “แม่ค้าบ เมื่อไหร่จะถึงค้าบ”

        “อีกพักใหญ่เลยล่ะครับ”

        การเดินทางครั้งนี้นานกว่าทุกครั้งทีเด็กน้อยเคยไปเที่ยว เพราะกรณัฐอยากให้ลูกชายโตพอที่จะพูดคุยสื่อสารได้ จึงค่อยอยากจะพาไปเที่ยวที่ไกลๆ สถานที่ที่จะพาเด็กตัวเล็กไปพักผ่อนนี้ก็คือบ้านพักตากอากาศที่อยู่ในไร่ของครอบครัวพยัคฆ์

        “หาว

        นั่งรถไปได้พักใหญ่ ไทกะก็เริ่มโงนเงน เด็กน้อยเอนกายฟุบไปตักของมารดา พยัคฆ์ช่วยคนตัวเล็กจัดท่านอนของไทกะให้นอนสบายมากขึ้น

        “โทระไม่ยอมหลับเลยนะครับพี่รุจน์”

        เด็กที่ดูตื่นเต้น เอาแต่เกาะกระจกดูทางคงไม่พ้นโทระ เด็กน้อยยกมือชี้โน่นนี่ที่เห็นผ่านตา

        “ไก่ ไก่”

        หุ่นปั้นไก่วางอยู่ข้างทาง ไม่ได้มีแค่ไก่เท่านั้น แต่ยังมีหมู สุนัข ยีราฟ ม้าลาย และสรรพสัตว์นานาชนิด

        “กิน กิน”

        วิรุจน์พอจะเข้าใจความหมายที่หลานชายจะสื่อ เขาเอ่ยตอบกลับเด็กตัวเล็ก

        “กินไม่ได้ครับ มันเป็นหุ่น”

        “หุ่น?

        โทระมองหน้าคุณอา วิรุจน์คลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วเอ่ยต่อ

        “ไว้ไปถึงบ้านพักแล้ว อารุจน์จะหาของอร่อย ๆ มาให้โทระกิน”

        “จริงนะค้าบ!

        เด็กน้อยตาเป็นประกาย ฉีกยิ้มกว้าง วิรุจน์พยักหน้ายืนยันคำพูด

        “โทระรักอารุจน์ค้าบ

        กายเล็กโอบกอดคุณอาตัวสูงอย่างรักใคร่ เขาก้มลงมาจูบหน้าผากของเด็กน้อย ท่าทางของโทระทำให้ทุกคนที่เห็นภาพต่างนึกเอ็นดู

        “แม่

        เด็กน้อยผละออกจากการกอดวิรุจน์ เขาขยับตัวลงจากตัก เดินกลับไปหามารดา ถึงคุณอารุจน์จะใจดีแค่ไหน แต่โทระก็อยากอยู่กับมารดามากกว่า

        “แม่ค้าบ พ่อค้าบ”

        เสียงใสของโทระดังขึ้น ดาวิกาหันไปมองหลานตัวเล็กที่เดินแทรกช่องกลางของทางเดินเข้าไปหาพยัคฆ์และกรณัฐที่นั่งอยู่ที่เบาะถัดลงมาจากคนขับรถ

        “มาแล้วเหรอหืม?

        พยัคฆ์ลูบผมนิ่มของลูกชาย โทระเอียงคอมองพี่ชายที่หลับตาพริ้ม เขาเงยหน้ามองบิดา

        “โทระนอนด้วย”

        “ได้สิครับ มามานอนกับพ่อ”

        พยัคฆ์อุ้มลูกชายขึ้นมานั่งตัก เด็กน้อยโอบกอดร่างสูงใหญ่

        “โทระหิว”

        กรณัฐส่ายหน้าเบาๆ อย่างรู้สึกเอ็นดู ศาลทูรพอเห็นหลานชายร้องบอกว่าหิวเขาก็หันไปหาลูกชายที่นั่งอยู่เบาถัดจากตนไป

        “ภูหยิบตะกร้าขนมมาให้พ่อที”

        “ครับคุณพ่อ”

        “เดี๋ยวผมหยิบให้ครับ”

        กรวัฒน์ยันกายลุกขึ้น เดินไปยังเบาะหลังสุดที่ไม่มีใครนั่งอยู่มันเป็นที่นั่งสำหรับสี่คน ตรงนี้ใช้เป็นที่วางสัมภาระบางส่วน แต่หลักๆ ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นของเจ้าเด็กแฝดทั้งสองรวมทั้งตะกร้าน้ำและขนมที่เตรียมมาเพื่อหลานชายโดยเฉพาะ

        “นี่ครับ”

        ตะกร้าใบใหญ่ถูกยื่นให้กับศาลทูร เขาเรียกโทระ

        “โทระมาหาปู่เร็ว ปู่มีขนมด้วยนะ”

        “ขนม!!!

        พอได้ยินคำว่าขนม เด็กน้อยก็ปีนลงจากตัวของบิดา ทั้งที่ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะนอนกับบิดา แต่ดูเหมือนสิ่งที่สำคัญกว่าจะกลายเป็นขนม

       

-------+++++------

 

“เด็กๆ ครับ ตื่นได้แล้วลูก”

        กรณัฐเอ่ยเรียกลูกชาย เด็กน้อยทั้งสองในตอนนี้นอนหลับตาพริ้ม โทระนอนน้ำไหลออกมุมปาก พยัคฆ์ลูบผมของเด็กน้อย

        “ดูเหมือนจะไม่ยอมตื่นนะกวาง”

        “งั้นอุ้มลงไปทั้งอย่างนี้ก็ได้ครับ”

        สองพ่อแม่อุ้มไทกะและโทระที่ยังหลับตาพริ้มลงจากรถตู้ เบื้องหน้าพวกเขาคือบ้านตากอากาศหลังใหญ่ อากาศที่นี่บริสุทธิ์กว่าในกรุงเทพ เพราะเป็นต่างจังหวัดแถมยังติดกับภูเขาลูกใหญ่ถึงสองลูก

        “สวยจังเลยนะครับ อากาศก็ดีมากๆ”

        “เมื่อตอนเด็กๆ ฉันก็เคยมาที่นี่บ่อยๆ”

        “เข้าบ้านกันเถอะลูก”

        ดาวิกาเอ่ยขึ้น คนรับใช้ในบ้านเดินเข้ามาช่วยถือสัมภาระของทุกคน ครอบครัวของพยัคฆ์มีไร่อยู่ที่นี่ แต่นานๆ ที่จะเข้ามาดู เพราะเขาก็ให้คนที่ไว้ใจช่วยทำงานแทน

        การขยับตัวเดินของบิดามารดา ทำให้เด็กน้อยทั้งสองเริ่มตื่นจากห้วงนิทรา

โทระอ้าปากกว้าง หาวออกมา แล้วฟุบหน้าลงกับไหล่แกร่งของคนเป็นพ่อ

        “ตื่นแล้วก็อย่านอนต่อสิโทระ”

        “อื้อ

        “ไม่อยากเที่ยวเหรอ?

        พอได้ยินคำว่าเที่ยว เปลือกตาที่กำลังจะปิดลงของเด็กขี้เซาก็เปิดขึ้น เด็กน้อยหันไปมองบิดา

        “เที่ยวค้าบ”

        กรณัฐหัวเราะ เขาค่อยๆ วางร่างของไทกะลงกับพื้นแล้วจูงมือเข้าบ้าน เด็กน้อยทั้งสองดูตื่นเต้นที่ได้มาเที่ยวที่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติแบบนี้

        “อ๊ะ”

        ทุกคนในบ้านดูตกใจ เมื่อจู่ๆ หูเสือและหางเสือก็โผล่ออกมาจากร่างกายของเด็กน้อยทั้งสอง ทั้งที่พวกเขาไม่ค่อยได้เห็นภาพแบบนี้มานานมากแล้ว

        “พออยู่ใกล้ๆ ป่า สัญญชาตญาณก็เลยมีมากขึ้น”

        “งื้ออยู่ในร่างนี้ น่ารักสุดๆ เลยนะค้าบ”

        คนที่มีความสุขมากที่สุด ก็ไม่พ้นวิรุจน์อีกเช่นเคย คุณอาตัวสูงแทบจะพุ่งเข้าไปฟัดกายเล็ก เด็กน้อยคลี่ยิ้ม

        “เที่ยว เที่ยว”

        “หืม?

        “ดูเหมือนเด็กๆ อยากไปเดินเที่ยวนะ”ดาวิกาเอ่ย

        “งั้นเดี๋ยวผมพาเด็กๆ ไปเดินรอบบ้านเองครับ!

        วิรุจน์อาสาเป็นคนพาเด็กตัวเล็กไปเดินเล่น พยัคฆ์เป็นห่วงลูก แต่พอกรณัฐบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาก็คงต้องยอม เพราะอย่างน้อย ที่นี่ก็มีแต่คนของพวกเขา เด็กๆ ไม่น่าจะมีอันตราย

        “ไปกันครับ”

        “ค้าบ”

        “ไปค้าบ”

        ไทกะและโทระจับมือของวิรุจน์คนละข้าง ร่างสูงโปร่งเดินจูงมือเด็กทั้งสองออกจากบ้านเพื่อไปเดินเล่น ทุกคนได้แต่มองตามพี่เลี้ยงเด็ก เห็นภาพแล้วก็รู้สึกเอ็นดู

        เวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วโมง สามอาหลานก็ยังไม่กลับมา พยัคฆ์ร้อนรนเสียจนนั่งไม่ติด จะลุกไปตามลูกชาย แต่เพียงชั่ววินาที ร่างน้อยของเสือโคร่งตัวเล็กก็พุ่งทะยานวิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกันทั้งสองตัว

        “ไทกะ โทระรออารุจน์ด้วยสิค้าบ”

        วิรุจน์พยายามวิ่งตามเจ้าสองแฝดที่ในยามนี้อยู่ในร่างของเสือโคร่ง เด็กน้อยวิ่งวนในบ้าน จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าของมารดา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนโซฟา ใช้หัวคลอเคลียคนตัวเล็ก

        “เอ๊ะไทกะ โทระ ในปาก”

        ทุกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับพยัคฆ์ ต่างหันไปมองในปากของเด็กน้อย

        แผละ!

        ทั้งไทกะและโทระปล่อยสิ่งมีชีวิตในปากซึ่งเป็นนกสองตัว  ซึ่งจากรูปร่างและขนาดตัวแล้ว ยังเป็นเพียงแค่ลูกนกเท่านั้น

        “อ่า

        เด็กน้อยทั้งสองยิ้มร่า กลับมาในร่างของมนุษย์ พยัคฆ์คลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

        นักล่าตัวน้อย

        ทุกคนเองก็คงจะคิดแบบนั้น ไทกะและโทระรอคำชมจากมารดา ร่างบางไม่ยิ้ม เขาเงยหน้ามองวิรุจน์

        “เด็กๆ ไปคาบนกพวกนี้มาได้ยังไงครับคุณรุจน์”

        “เอ่อ เด็กๆ ปีนต้นไม้น่ะครับ แต่ว่าต้นไม้ไม่สูงมากนะครับ”

        เพราะเด็กทั้งสองเป็นเสือ และกำลังอยู่ในวัยซุกซน เรื่องปีนต้นไม้ที่ไม่สูงมากนักไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันก็เป็นสิ่งที่เสือสามารถทำได้

        “แม่ค้าบ แม่ชอบไหมค้าบ”

        เด็กทั้งสองกลับร่างมาเป็นมนุษย์ พอเห็นหน้าลูกและท่าทางของลูกแล้ว คนตัวเล็กก็โกรธไม่ลง เขาไม่ชอบให้เด็กทั้งสองไปรังแกสัตว์ที่ตัวเล็กกว่า

        “เก่งมากลูกพ่อ”    

        “หลานปู่เก่งมาก”

        พอโดนทั้งพ่อทั้งปู่ชม เด็กทั้งสองก็ยืดอกแต่เสียงของมารดาก็ทำให้เด็กน้อยต้องหุบยิ้ม ห่อไหล่

        “แต่แม่ว่าทำแบบนี้ มันไม่ค่อยดีเลยนะครับ”

        “ง่ะ”

        มือเล็กลูบลงบนศีรษะของเด็กน้อยทั้งสอง พลางลูบอย่างอ่อนโยน

        “ลูกของแม่เก่งครับ เป็นเสือน้อยที่เก่ง แต่แม่ไม่อยากให้หนูสองคนเอาความเก่งนี้ไปรังแกสัตว์ที่ตัวเล็กกว่านะครับ”

        “แต่ไทกะ อยากห้ายแม่กวาง”

        “โทระก็อยากห้าย”

        เด็กน้อยทำหน้าสลด พยัคฆ์เข้ามาหาคนรัก

        “กวางอย่าดุลูกเลย มันเป็นปกติ ตอนเด็กๆ ฉันก็ล่าสัตว์เล่นออกจะบ่อย แค่นก แค่นี้

        พอเห็นหน้าของคนรัก พยัคฆ์ก็เงียบไป

        “ผมเข้าใจครับ ว่าลูกอยากล่า แต่ถ้าพยายามหยุดได้ก็คงจะดีกว่าล่าเพื่อความสนุกนะครับ แล้วนี่นกก็ยังตัวเล็กอยู่เลย ถ้าลูกของเราโดนล่าบ้าง ผมคงจะเสียใจมาก”

        “กวาง

        “ลูกของเราเป็นเสือ ผมเข้าใจครับ แต่ก็ไม่ควรใช้พลังที่มีเพื่อทำร้ายใครนี่ครับ”

        “แม่เห็นด้วยกับหนูกวางนะตาใหญ่ บาปกรรมมันมีจริง แม่ก็เข้าใจว่าเด็กๆ ล่าเพราะอยากให้แม่ที่พวกเขารัก แต่ทั้งสองก็ควรจะรู้ไว้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่ถูก”

        “ขอโทษค้าบ”

        เด็กทั้งสองเอ่ยขอโทษมารดา กรณัฐโอบกอดลูกชาย

        “แม่ไม่ได้โกรธไทกะกับโทระนะครับ  แต่แค่ไม่อยากให้พวกเราต้องล่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ เดี๋ยวพวกเราเอานกไปปล่อยที่เดิมกันนะครับ”

        พอเห็นมารดายิ้มให้อย่างอ่อนโยน เด็กทั้งสองก็โอบกอดกรณัฐเอาไว้แน่น พวกเขาไม่อยากโดนมารดาโกรธ

        “แม่ม่ายโกรธไทกะแล้วใช่ม้ายค้าบ”

        “แม่โกรธโทระม้ายค้าบ”

        “ถ้าโทระกับไทกะจะไม่รังแกนกพวกนี้อีก แม่ก็จะไม่โกรธครับ”

        “จริงนะน้าค้าบ”

        เด็กทั้งสองกระตุกเสื้อของคนตัวเล็ก ร่างบางพยักหน้า

        “จริงครับ”

        “ไทกะรักแม่ค้าบ”

        “โทระก็รักแม่”

        “จ้าแม่ก็รักพวกหนูทั้งสองคน”

        ทุกคนต่างยิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นสามแม่ลูกกอดกันกลม ทั้งพยัคฆ์และ

ศาลทูรเองก็ภาคภูมิใจที่แฝดทั้งสองออกล่าเหยื่อตามสัญชาตญาณของนักล่า แต่คำพูดของกรณัฐและดาวิกาก็มีเหตุผล แต่ถึงกระนั้นคนที่มีสายเลือดเสือเต็มตัวทั้งสองคนก็มีเป้าหมายมาดมั่นไว้ในใจ

        …เอาไว้โตอีกนิดค่อยสอนล่าสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่านี้ก็แล้วกัน

    100%

27/2/59

เนื้อหาในภาคนี้ จะเน้นเสือกวาง กับสองแฝดเป็นหลักนะคะ

 

ขอพูดสักนิด นะคะ เพราะเห็นหลายคนบ่นว่าทำไมไม่ค่อยมีพอลรุจน์ ทำไมพอลรุจน์เงียบ ต้องการ nc พอลรุจน์

อากิจะขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

ว่าเนื้อของพอลรุจน์ อากิจะเปิดเป็นภาคแยกออกมา เมื่อจบภาคของเสือกวาง

ดังนั้น ในภาคเสือกวาง พอลรุจน์ก็จะไม่ค่อยมีส่วนเด่นมาก ถ้ามีบทบาท ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับเสือกวาง และสองแฝด ได้โปรดเข้าใจอากิด้วยนะคะ อากิไม่สามารถยัดทุกอย่าง ของหลายๆคู่ไว้ในภาคเดียวได้ เพราะเรื่องราวของแต่ละคู่ ไม่ได้เกิดในเวลาเดียวกัน ต่างคนก็ต่างมีช่วงเวลาเป็นของตัวเอง

ปล. ถ้ามีท่านใด โวยวาย หรือทักท้วงคู่พอลรุจน์ว่ามีน้อย  ในภาคเสือกวางอีก อากิขออนุญาต ไม่ตอบคำถามใดๆอีกแล้วนะคะ  เพราะอากิก็เคยบอกหลายครั้งแล้ว

ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ 

____________________________________________________________________________________

ใกล้ปิดพรีออเดอร์แล้ว ใครที่อยากได้เล่มสามีผมเป็นเสือ รายละเอียดพรีหนังสืออยู่ด้านล่างนะคะ ซื้อพร้อมเล่มน้องปัณได้ของแถมเป็นแก้วน้ำ 1 แก้วด้วยจ้า 

ประชาสัมพันธ์

เปิดพรีออเดอร์

คุณพ่อครับมาเป็นเมียผมเถอะ , Royal Tiger สามีผมเป็นเสือ

5 มกราคม - 5 มีนาคม พ.ศ.2559

ลิ้ง : http://www.tunwalai.com/chapter/370568/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-5-%E0%B8%A1%E0%B8%84-5-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84-59

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/48460/79033668-member.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}