junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER13:BITTER SWEET (NC20+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2560 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER13:BITTER SWEET (NC20+)
แบบอักษร

CHAPTER12:BITTER SWEET

“เฌอร์ ผู้ชายที่พี่รักเป็นแบบไหน”ณฉัตรเอ่ยถามในขณะที่จ้องมองเฌอร์มาลย้ายต้นกุหลาบลงดิน

“เป็นคุณหมอ”

“เค้ารู้หรอกน่าว่าพี่แอลเป็นหมอ แต่เค้าอยากรู้ว่านอกจากหมอแล้วยังเป็นยังไงอีก”เด็กสาวคะยั้นคะยอถาม คนเป็นพี่ปรายตาเหลือบมองสีหน้าใคร่รู้ของน้องสาวก่อนจะยิ้มออกมา

“กำลังตกหลุมรักใครอยู่เหรอ”

“ปะ เปล่า อะไรกันเล่า ไม่มีสักหน่อย”ปฏิเสธพัลวันท่าทางพิรุธ จะให้เฌอร์มาลรู้ไม่ได้ว่าแอบตกหลุมรักผู้ชายที่อายุมากกว่าหลายปี เฌอร์มาลหรี่ตามองอย่างจับผิด ช่วงนี้น้องสาวตัวเองอยู่ในวัยสนใจเพศตรงข้าม ยิ่งอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วนยิ่งอยากรู้อยากเห็นและอาจถูกผู้ชายหลอกเอาง่ายๆ

“แล้วไป ถ้ามีแฟนแล้วไม่พามาเจอพี่ เธอถูกตีตายแน่”

“รู้หรอกน่ายัยแม่มด แล้ว…ตกลง ผู้ชายที่เฌอร์รักเป็นแบบไหน”ณฉัตรถามพี่สาวซ้ำอีกครั้ง คนเป็นพี่อมยิ้มด้วยท่าทางเขินอาย แสงแดดรำไรสะท้อนใบหน้าหวานแก้มใสแวววาวสุกปลั่ง ผู้หญิงสวยที่สุดตอนที่กำลังนึกถึงชายอันเป็นที่รัก

“ผู้ชายที่พี่รักนะเหรอ เค้าหนะ….”

โหดร้ายที่สุด

เฌอร์….ผู้ชายที่พี่รัก เค้าโหดร้ายที่สุด

เตียงนอนยวบลงไปเมื่อร่างแกร่งทาบทับลงไปบนร่างบางเปลือยเปล่า หลังจากประสบการณ์แสนเจ็บปวดครั้งแรกบนพื้นเย็นเฉียบจบสิ้นลง อลันอุ้มร่างระทดระทวยของคนตัวเล็กมาไว้บนเตียง แกะริบบิ้นที่มัดมือเธอให้เป็นอิสระพร้อมกับปลดเปลื้องเศษผ้าที่เหลือคาอยู่บนร่างออกจนหมด เรือนร่างอวบอิ่มขาวผุดผ่องสะกดสายตาคู่คมได้อยู่หมัด อลันสำรวจร่างกายงดงามอดชื่นชมในใจไม่ได้ว่ามันช่างสมบูรณ์แบบ ยัยเด็กณฉัตรช่างแสนบอบบาง จับตรงไหนแตะตรงไหนผิวขาวหมดจดก็จะเป็นสีชมพูแดงเห่อขึ้นทันที โดยเฉพาะผิวตรงหน้าอก มันนุ่มนิ่มชมพูระเรื่อจนอยากฝังเขี้ยวสร้างร่องรอยให้ทั่ว แม้ตอนนี้เขาจะทำเป็นรอยไปหลายจุดแล้วก็เถอะ

“อ๊ะ!”เสียงหวานร้องออกมาเบาๆ เพราะรู้ถูกคนบนร่างใช้มือหยาบกระด้างสำรวจเรือนร่างเธออยู่ เขาลูบไล้เบาๆตรงหัวไหล่แล้วเลื่อนมือนั้นลงมาหยุดที่ทรวงอกทั้งสองข้าง รู้สึกได้ว่าอุ้งมือของเขากำลังกอบกุมยอดอกเธอไว้ในมือก่อนจะบีบเบาๆแล้วเพิ่มความรุนแรง แรงขึ้น แรงขึ้น แรงขึ้นจนปวดร้าวไปหมด ณฉัตรหลับตาลงอยากปิดกั้นตัวเองจากสัมผัสที่เขามอบให้ ไม่อยากให้ร่างกายหรือสมองจดจำสิ่งที่เขาทำกับร่างกายเธอ  ทำกับความรู้สึกเธอ

“อ๊ะ อือ”

แต่มันยากมาก เพราะเธอกำลังต่อสู้กับผู้ชายที่กำลังตื่นตัวและมีความต้องการเต็มเปี่ยม สัมพันธ์สวาทที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพายุอารมณ์ของเขา และมันก็ยังดำเนินต่อเนื่องไปอย่างนั้น ณฉัตรเกร็งขืนร่างกายตัวเอง มันเสียวแปลบแทบขาดใจเมื่อจู่ๆยอดถันด้านหนึ่งจมหายเข้าไปในโพรงปากร้อนระอุของเขา รู้สึกได้ถึงปลายลิ้นที่รัวกระดกขึ้นลง เม็ดบัวสีสวยตอบสนองแข็งขันพองตัวชูชันท้าทายสู้ลิ้น พอเขาครอบครองยอดถันด้านซ้าย ยอดถันด้านขวาก็ตั้งท่ารออย่างห้ามไม่ได้ และคนตัวโตบนร่างก็รีบเร่งตอบสนองเติมเต็มทันทีทันใด

จ๊วบ! เสียงดูดดึงยอดอกทำให้คนนอนนิ่งหัวใจสั่น อะไรบางอย่างในร่างกายกำลังแล่นพล่านอย่างจนปัญญาห้าม ทำได้เพียงนอนนิ่ง

“อะ โอ้ย!”ขบกัดยอดถัน เพราะต้องการกระตุ้นให้คนใต้ร่างส่งเสียงหรือแสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาสักหน่อย แต่ก็เรียกได้แค่เสียงร้องเบาๆ อลันหงุดหงิดใจเป็นที่สุด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทนทานต่อสัมผัสของเขาได้ หรือว่าเขาทำนุ่มนวลเกินไป ยัยเด็กใจแตกอาจจะชอบความรุนแรงแบบเขย่าจนเตียงหักอะไรประมาณนั้น

“ว้าย!”

ณฉัตรหวีดร้องดังลั่น เมื่อทั้งร่างถูกเคลื่อนขึ้นไปชิดหัวเตียงก่อนจะถูกคว้าตรงเอวแล้วดึงร่างเธอให้ลุกในท่านั่งดันหลังไปจนชิดหัวเตียงแล้วประกบร่างแกร่งตามติดแนบชิดร่างบางในทันที

“ตาบอดแล้วเป็นใบ้ด้วยเหรอ เงียบไปเถอะยัยตัวดี”กระซิบใส่หูก่อนจะสอดร่างไปตรงหว่างขาแล้วยกร่างเล็กขึ้นไปไว้บนหน้าขาเขา ณฉัตรสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ว่าแท่งเนื้อแกร่งกระทุ้งอยู่บริเวณหน้าท้องแบนราบ อลันรั้งแผ่นหลังโอบร่างให้แนบชิดกับแผงอกเขา ถึงจะตาบอดก็รู้สึกได้จากการที่ร่างกายสัมผัสกัน กล้ามเนื้อของอลันคงจะเต็มไปด้วยลอนมัดกล้าม คนตัวเล็กตัวสั่นและพยายามใช้มือดันร่างตัวเองออกห่างแต่พอทำอย่างนั้นเขากลับดึงเธอเข้าไปแนบชิดอีก ทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดอยู่กับอกแกร่ง อุณหภูมิกายร้อนระอุขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันจะเปิดปากเล็กๆนี่ แล้วเธอจะครางจนเสียงแหบเสียงแห้งเลยล่ะ”

ไม่ใช่คำขู่และไม่ถือว่าเป็นคำเตือนเพราะสิ้นคำพูดมือหยาบก็สอดเข้าไปตรงบั้นท้ายกลมกลึงบีบขยำฟอนเฟ้นจนร่างบนตัวเผลอเด้งลอยขึ้นมาตามด้วยการฉกวูบริมฝีปากลงไปไซร้ซอกคอ มือที่เพียรยันอกแกร่งให้ออกห่างเปลี่ยนไปเป็นกำจิกท่อนแขนแกร่งจนเป็นรอยแผลลึก มันเจ็บจี๊ดแต่เรียกเลือดลมได้อย่างดี

“ฮืมมมมม”อลันครางอยู่ในลำคอจมูกสูดดมกลิ่นกรุ่นจากซอกคอคนตัวเล็ก กลิ่นที่ติดอยู่ปลายจมูกและเกาะแน่นอยู่ในสมอง แม้บางครั้งอยู่ห่างจากเจ้าตัวเป็นหมื่นโยชน์แต่กลิ่นมันจะตามไปทุกที่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ไหลรดอยู่ตรงเนินอกทำให้ณฉัตรใจเต้นโครมครามกว่าที่เป็นอยู่ ร่างหนาขยับสะโพกตัวเองดุนดันเจ้ามังกรยักษ์ถูไถกับเนินเนื้อเสียดสีราวกับต้องการให้ไฟลุก ตอนนี้ร่างกายณฉัตรถูกอลันจู่โจมทุกรูปแบบ สัมผัสรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้งอยากลุกขึ้นแล้วถดกายหนีแต่ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะเขายึดครองไว้หมด

“ออกแรงหน่อย”อลันสอดแขนไปใต้รักแร้ของร่างเล็กแล้วยกขึ้น กะตำแหน่งให้ปากถ้ำจดจ่อกับมังกรยักษ์ของเขา จากนั้น…

“กรี้ดดดดดดดดดด”

ความใหญ่โตผงาดล้ำเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่งอย่างครั้งแรก คนหนึ่งหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะสุดแสนจะเจ็บปวดอีกคนหน้าตาเหยเกทุกข์ทรมานเพราะความเสียวซ่านก้นงอนพยายามถอดถอนร่างตัวเองที่ครอบครองความใหญ่โตของชายหนุ่มออกแต่เมื่อทำอย่างนั้นกลับถูกกดบ่าทั้งสองให่จมลงเพื่อฝังแกนกายให้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“โอ้ย!ฉัตรเจ็บคะ พอเถอะ”ร้องขอเสียงสั่นเมื่อร่างกายใหญ่โตดันตัวตนของเขาเข้ามาอย่างไม่ลดละ เป็นความพยายามที่สุดแสนเห็นแก่ตัว อลันมองเห็นแต่ความต้องการของตัวเองโดยไม่นึกเลยว่ากำลังทำเธอเจ็บปางตาย

“นิดเดียว”

“เจ็บคะ ฉัตรเจ็บจะ จริ….อื้ออออออออ”

ปิดปากที่ส่งเสียงเล็กๆน่ารำคาญด้วยการประกบจูบแบบแนบแน่น คราวนี้ไม่ได้กระชากลากลิ้นหรือขบกัดริมฝีปาก แต่กลับสัมผัสอย่างนุ่มลึกและนุ่มนวล ป้อนจูบที่ยากจะต่อต้านให้คนตัวเล็กเหมือนจะหลอกล่อให้เธอลืมความเจ็บปวด มือสองข้างกระชับสะโพกของหญิงสาวแล้วดันทั้งตัวเข้าไปในโพรงรักนุ่มนิ่ม มันคับแคบเหมือนช่องทางที่ปิดตาย แต่ก็ยังดันทุรังจะดั้นด้นเข้าไปค้นหาความหฤหรรษ์เพราะรู้ดีว่าคุ้มค่าที่จะฝ่าเข้าไป

“อะอ๊ะ อ่าส์”

ในที่สุดความพยายามก็เป็นผลอีกครั้ง มังกรยักษ์ทอดตัวอยู่ในถ้ำสวาท และพร้อมจะระบายความคุ้มคลั่ง ณฉัตรจิกเล็บไปบนแผงอกล่ำจนสุดแรงเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกในขณะที่ริมฝีปากยังถูกพันธนาการอย่างหนาแน่น เบื้องล่างก็ถุกรุกล้ำครอบครองจนสูญสิ้นอิสรภาพ และถ้าเจ้ามังกรตัวร้ายขยับกายตอนนี้ละก็…

“อ๊ะ โอ้ย!”

“อื้อ ขยับสิยัยตัวดี”บีบขยำแก้มก้นอย่างเต็มมือเพื่อกระตุ้นให้คนนั่งอยู่ด้านบนขยับเคลื่อนกาย ณฉัตรไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องทำอะไร ต้องทำยังไง จะถอยก็ไม่ได้เพราะหลังติดชิดหัวเตียงครั้นจะยันร่างลุกขึ้นอลันก็จะจับกดลงทันที แล้วที่เขาออกคำสั่งให้เธอขยับ มันจะทำได้ยังไงในเมื่อส่วนนั้นมันเชื่อมกันแล้วคับแน่นไปหมด

“ซีดส์ บอกให้ขยับไง”ออกคำสั่งเสียงเข้มและดังขึ้นกว่าครั้งแรก แต่คนตัวเล็กยังนิ่ง อย่าบอกนะว่ายัยเด็กนี่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไง

“ยัยตัวดี ขย่มแรงๆนะเป็นมั้ย ไม่เคยทำให้ไอ้ชานนท์รึไงหรือว่ามันไม่เคยสอน”ยังคงหยาบคายต่อไป เขาจะหุบปากสักวินาทีมันจะตายหรือไง ทำร้ายกันทุกหนทางเลยสินะ

“ไม่ทำให้ งั้นฉันทำเอง อย่าหาว่าใจร้ายนะ”พูดจบก็ยื่นมือสองข้างไปจับหัวเตียง ก่อนจะส่งแรงกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจนร่างเล็กสั่นสะท้านและแผ่นหลังเลื่อนไปชนกับหัวเตียงตามจังหวะกระแทกเข้ากระแทกออก คนตัวโตเด้งสะโพกเสยเจ้ามังกรควงสว่านเข้าไปในความนุ่มนิ่ม ตอนนี้มันฉ่ำเยิ้มจนได้ยินเสียง สวบสาบ จ๊อกแจ๊ก เพราะทั้งร่างสั่นสะเทือนราวกับกำลังควบอาชาแกร่งโจนทะยานไปในโลกกว้างมันหวาดเสียวกลัวพลัดตกจากหลังม้าเสียจนต้องยกแขนขึ้นคล้องคอ อลันมองดวงหน้าหวานที่ขบกัดเม้มริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้องครวญคราง ณฉัตรกำลังทรมานเพราะเก็บกดความรู้สึก เขาอยากกลั่นแกล้งให้เธออับอายและสำคัญคืออยากเอาชนะ อลันฝังใบหน้าไประหว่างร่องอกแล้วดูดเลียสองเต้าราวกับทารกหิวจัด สองมือจับสะโพกคนตัวเล็กแล้วบังคับเคลื่อนเข้าเคลื่อนออกเพื่อรองรับจังหวะกระแทกกระทั้นของเขา ณฉัตรไม่อาจเอาชนะความรู้สึกตามธรรมชาติในที่สุดต้องเผยอริมฝีปากระบายความซ่านเสียวออกมาเป็นเสียงครวญคราง เบาหวิวแต่หวานซาบซ่านไปถึงใจ

“อะ อ๊ะ อ๊ะ”

“เสียวมั้ย….ซีดดดดดส์”

“อ๊า อ่า”

“ร้องดังๆเลยสิ เก็บเสียงไว้ทำไมฉันรู้ว่าเธอชอบยัยตัวดี”ออกคำสั่งแล้วบีบเคล้นยอด อกอย่างรุนแรง ณฉัตรน้ำตาอาบแก้มทั้งเจ็บปวดทั้งอดสู

“ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”มีเพียงเสียงร้องทรมานราวกับจะขาดใจ คนตัวเล็กทิ้งร่างลงซบกับบ่ากว้างอย่างสิ้นแรง มือที่คล้องคอกำแน่น ณฉัตรสะอื้นจนตัวโยน ไม่มีอารมณ์ร่วมหรือรู้สึกกับสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในตัวสักนิด สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความโหดร้ายบัดซบในโชคชะตา  คนตัวโตชะงักไปชั่วครู่เพราะรู้สึกได้ว่าคนตัวเล็กไม่หลงเหลือแรงหรือความรู้สึกใดๆจะต่อต้านเขา เป็นครั้งแรกที่เขากระทำกับผู้หญิงอย่างโหดร้ายและไม่ถามถึงความเต็มใจ แว่บหนึ่งรู้สึกผิด แว่บหนึ่งรู้สึกโกรธและยิ่งปวดร้าวเมื่อมองใบหน้าณฉัตรแล้วเห็นใบหน้าเฌอร์มาลซ้อนทับขึ้นมา มันเหมือนกับว่าตอนนี้เขากำลังทำร้ายเฌอร์มาล แค่คิดถึงเธอ ความเจ็บปวดก็แผ่ซ่านจนยากจะควบคุม แต่ถึงอย่างนั้นบทสวาทที่กำลังดำเนินอยู่ก็ฉุดลากดึงเขาออกจากความรู้สึกผิด ความต้องการตามธรรมชาติชนะทุกสิ่ง และอลันรู้ดีว่าเขามาไกลเกินกว่าจะหยุดทุกอย่างและมันใกล้นิดเดียวที่เขาจะถึงฝั่งฝัน กายแกร่งยังคงเติมเต็มตัวตนของเขาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี

“ฮึ่มมมมมม”ครางกระหึ่ม เมื่อทุกอย่างกำลังระเบิดแตกตัวอีกครั้ง อลันกอดรัดร่างเล็กเกร็งตัวจนสุดแรงก่อนจะปลดปล่อยความต้องการเข้าไปในตัวเธออีกครั้ง

“อะ โอว้”

หายใจหอบแรงอยู่นาน กว่าจะปรับลมหายใจเป็นปกติ เขาคลายก้อมกอดออกจากร่างเล็กแต่คนบนร่างไม่เขยื้อนสักนิด อลันเขย่าตัวณฉัตรเบาๆ ร่างบางอ่อนปวกเปียกและดวงตาเหม่อลอยเหมือนหลุดออกไปอีกโลกหนึ่ง อลันค่อยๆยกร่างเธออกจากตัวเขาอย่างแผ่วเบา ทำได้ยากเมื่อตัวตนยังแช่คาอยู่อย่างนั้น

“อื้บ!”

ยกร่างปวกเปียกออกมาได้สำเร็จก่อนจะวางณฉัตรลงบนเตียง เพิ่งเห็นชัดๆว่าเรือนร่างของหญิงสาวเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำ บ้างเป็นปื้นม่วงคล้ำอย่างน่าหวาดกลัว ณฉัตรเบิกตาโพลงน้ำตาไหลไม่หยุด เธอร้องไห้ตัวสั่นแต่ไร้เสียง สีหน้าปวดร้าวทุกข์ทรมานเหมือนคนกำลังจะตาย

“โถ่เว้ย!”

อลันไม่รู้ว่าเขาโกรธกับสิ่งที่ณฉัตรแสดงออกหรือโกรธตัวเองมากกว่ากัน ร่างหนาลุกพรวดจากเตียงแล้วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ ก่อนจะเปิดประตูห้องปิดดังโครม เมื่อออกมาด้านนอกเขากระแทกฝ่ามือทุบบานประตูเพื่อระบายอารมณ์กราดเกรี้ยว ทำท่าจะเปิดประตูเข้าไปในห้องอีกครั้ง แต่เสียงร้องไห้ของคนในนั้นหวีดดังขึ้นมาราวกับหัวใจกำลังแหลกสลาย อลันหยุดยืนนิ่งเสียงร้องไห้ของณฉัตรเสียดแทงทะลุเข้าไปในความรู้สึก เขาไม่อาจยืนฟังเสียงนั้นได้แม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงถอยห่างจากบานประตูแล้วผละไปจากตรงนั้น เขาเดินผ่านพุ่มดอกเดซี่ที่พังยับด้วยน้ำมือของเขา ดอกไม้แสนบริสุทธิ์ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี

เฌอร์มาลที่รัก ตอนที่ผมมองดอกไม้ที่คุณแสนรัก ทุกครั้งคุณจะยืนอยู่ตรงนั้นและส่งยิ้มอบอุ่นให้ผมเสมอ แต่…ที่รัก  ผมในตอนนี้ไม่อาจจะมองดอกเดซี่ด้วยความรู้สึกเดิมอีกแล้ว ผมเพิ่งเข้าใจตอนนี้ เพิ่งเข้าใจหลังจากเห็นดอกไม้พวกนี้ เพราะจากนี้สิ่งที่ผมเห็นเมื่อมองพวกมัน ก็คือใบหน้าเปื้อนน้ำตาและเสียงสะอื้นของเด็กคนนั้น… ณฉัตร

*“*เฌอร์ ผมขอโทษ”

ปวันยืนมองคริสาซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กพิการทางสายตา  หญิงสาวกางหนังสือนิทานเล่มหนาแล้วเริ่มเล่านิทานตามแบบฉบับของตัวเอง คริสาทำท่าทางประกอบการเล่าและดัดเสียงเป็นตัวละครต่างๆ แม้เด็กๆจะมองไม่เห็นแต่เมื่อได้ยินก็หัวเราะร่าสนุกสนานกับสิ่งที่เธอเล่า ปวันไม่เคยเห็นคริสาในมุมนี้มาก่อน ไม่รู้เลยว่าคุณหนูจอมวีนจะเข้ากันกับเด็กๆได้ดี หรืออาจจะเป็นเพราะเธอก็เด็กเหมือนกัน ปวันหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาถ่ายภาพที่หาดูได้ยากเก็บเอาไว้ สีหน้าของคริสาสดใสและอบอุ่นจริงๆ นายแพทย์หนุ่มอดอิจฉาเด็กๆไม่ได้ เขาเองก็อยากให้เธอยิ้มให้แบบนั้น สักครั้งก็ยังดี

“เย้ๆๆๆๆ”เสียงปรบมือจากเด็กๆดังลั่น เมื่อคริสาเล่านิทานจบ จากนั้นหญิงสาวก็ตกอยู่ในวงล้อมความสนใจของพวกเด็กๆใช้เวลานานทีเดียวกว่าคริสาจะออกมาได้

“คริสเล่านิทานสนุกดีนะ”

“ฉันจบนิเทศนี่”หญิงสาวยักไหล่เบาๆประมาณว่าแค่เล่านิทานเป็นงานกล้วยๆ ปวันอมยิ้มให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนหน้าผากเบาๆ คริสาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรมากนักเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนรุมๆจึงรีบเปลี่ยนบรรยากาศทันที

“ออกไปซุ้มข้างนอกดีกว่า”เอี้ยวตัวหลบแล้วรีบเดินออกจากห้องกิจกรรมไป ปวันสาวเท้าก้าวตามภรรยาไปติดๆ

“คริส ตรงนู้นมีขนมของโปรดแจกด้วยแหนะ”ปวันตะโกนตามหลัง

“ไม่กิน”

“ขนมสายไหมนะ ไม่สนเหรอ”

“ขนมก้อนเมฆเหรอ”คริสาหันขวับมาถามทันที ปวันพยักหน้าตอบ

“โตแล้วยังเรียกสายไหมว่าก้อนเมฆอีกเหรอ”

“ก็มันเหมือนนี่ แล้ว ไหนอ่ะเค้าแจกตรงไหน”ชะเง้อคอยืดคอยาวเพื่อหาขนมแสนโปรด ปวันยื่นมือไปดึงข้อมือเล็กไว้ก่อนจะดึงคนตัวเล็กให้ตามเขาไป คริสาอ้าปากพยายามประท้วงว่าไม่ต้องฉวยโอกาสจับมือถือแขนเธอ แต่พอเขาพาไปหยุดหน้าซุ้มแจกขนมก็กลืนถ้อยคำลงคอแล้วลอบกลืนน้ำลายกับขนมฟูฟ่องสีหวานแทน

“รับสักอันมั้ยคะ”คนทำขนมที่ยืนอยู่หน้าเครื่องผลิตสายไหมถามขึ้นเมื่อเห็นปวันกับคริสาจ้องมองขนมสีหวานอย่างสนใจ

“ขอสายไหมอันนึงครับ เอิ่ม…สีชมพูนะครับ”ปวันร้องบอก คริสาเหลือบตาขึ้นมองคนตัวสูงทันที เขายังจำได้ว่าเธอโปรดปรานขนมสายไหมและต้องเป็นสีชมพูเท่านั้น

“นี่คะได้แล้ว”ขนมสายไหมฟูฟ่องนุ่มนิ่มถูกยื่นส่งให้ปวัน เขารับไปแล้วยื่นต่อให้คริสาทันที คนเห็นแก่กินแววตาโตเป็นประกายรีบคว้าขนมสีสวยไว้ในมือก่อนจะอ้าปากงับเจ้าขนมแสนหวานอย่างเอร็ดอร่อย

“อื้มมมมมมมม ฟินมาก”ทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มหรือฟินอย่างที่ปากกว่า ปวันยิ้มบางๆให้กับท่าทีเหมือนเด็กๆได้ขนมแสนโปรด

“ไปหาที่นั่งพักกินขนมดีกว่า”ปวันพูดพลางคว้าข้อมือเล็กแล้วลากร่างบางตามเขาไปอีกครั้ง คริสาย่นคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ก้าวตามไปแต่โดยดี ปวันพาคริสามายังจุดร่มรื่นใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ คริสาเอนกายพิงหลังนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาว แล้วจัดการกับขนมสายไหมอย่างเอร็ดอร่อย

“วันนี้สนุกมั้ย”คนตัวสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นั่งอย่างสบายอารมณ์ คริสาทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนตอบ

“ก็ดี”

“ดูคริสจะเข้ากับเด็กๆได้ดีนะ”

“ก็เด็กๆน่ารักไม่เลวร้ายเหมือนพวกผู้ใหญ่”

“ก็ใช่ว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะเลวร้ายนี่”คนตัวโตโน้มตัวลงแล้วยื่นหน้าไปจ้องมองคนตัวเล็ก คริสาเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วกัดขนมกินอย่างไม่ใส่ใจ เพราะรู้ดีว่าผู้ใหญ่บางคนที่ปวันว่าก็คือตัวเขาเอง

“นี่คริส สายไหมนั่นมันอร่อยมากเหรอ”ถามเสียงเบาทำตาละห้อยเพราะคริสาให้ความสนใจกับขนมมากกว่าเขา

“ที่สุดในโลกอ่ะ”พูดพลางงับขนมเข้าปากคำโต

“ขอพี่กินคำนึงสิ”

“เรื่องไรล่ะ อยากกินก็ไปเอาที่ซุ้มดิ”ทำท่าเป็นเด็กหวงขนม ปวันทำหน้าบึ้งบ้าง

“หวงขนม เด็กชะมัดเลยเมียพี่”บ่นพึมพำ คริสาจ้องตาเขียว ไม่ชอบเลยที่ปวันว่าเธอเด็กแล้วยังพูดคำว่าเมียอีก

“ตัวเองนะ ผู้ใหญ่ตายละ ขอขนมคนอื่นเค้ากิน”

“ก็ให้พี่ชิมคำเดียวไม่ได้รึไง”

คริสาทำท่าขัดใจแต่พอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของปวันก็อดนึกไม่ได้ว่าเขาเองก็งอแงเป็นเด็กๆมันน่าตลกดีที่ท่านผุ้อำนวยการใหญ่ร้องขอชิมขนมเหมือนเด็กๆ

“ให้ชิมคำนึงถ้าติดใจ ก็เดินไปเอาเองเลย ห้ามขอเพิ่ม”ยื่นคำขาดด้วยสีหน้าจริงจัง คนตัวโตเลิกทำหน้ายุ่ง ระบายยิ้มอย่างพอใจ

“เอ้า! คำเดียวนะ”

คริสายื่นไม้สายไหมออกไปตรงหน้า ขนมสีชมพูหวานลอยเด่นอยู่ตรงหน้าปวัน ร่างสูงโน้มตัวลงเพื่อจะก้มลงชิมขนมในมือภรรยา แต่ทว่าความฟูฟ่องแสนหวานตรงหน้ายังดึงดูดใจได้น้อยกว่าริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มของผู้หญิงที่นั่งอยู่ ปวันเปลี่ยนเป้าหมายจากขนมสายไหมเป็นการก้มลงไปละเลียดชิมความนุ่มหวานของริมฝีปากคริสาแบบเต็มปากเต็มคำ

“อื้อ”คนตัวเล็กผงะและตกใจเมื่อริมฝีปากคือสิ่งที่เขาก้มลงมาลองชิม ไม่ใช่ขนมหวานสีชมพูที่อยู่ในมือเธอ รู้สึกได้เลยว่าเขาสอดลิ้นล้วงล้ำเข้าไปในโพรงปากอย่างช้าๆ ดุนดันปลายลิ้นไปอย่างละมุมและอ่อนโยน วิธีการชิมของเขามันทำให้รสชาตสายไหมที่ติดอยู่ปลายลิ้นหวานล้ำยิ่งไปอีก และดูเหมือนว่าเธอจะต่อต้านวิธีการของเขาไม่ได้สักนิดเดียว

“อื้ม…หวานจริงๆด้วย”

ถอนริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองที่ความหวานละมุนยังติดอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ติดกับว่านี่เป็นที่โล่งแจ้งและกลางวันแสกๆเขาคงจะได้กินขนมสายไหมจนหมดไม้ไม่เหลือแม้แต่เสี้ยว คนที่ถูกขโมยชิมของหวานหน้าสีชมพูระเรื่อไม่ต่างกับขนมสายไหม คริสาใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นพรวดพราด

“คนบ้า! เอาไปให้หมดเลย ไม่กินแล้ว”ยัดเยียดขนมโปรดใส่มือปวันแล้วสะบัดหน้าเดินเร็วๆเพื่อหลบซ่อนความอาย ปวันมองตามหลังร่างบาง แล้วก็ต้องเขกหัวตัวเองแรงๆหลายที นี่เขาเป็นเอามากถึงขั้นกล้าใช้วิธีหลอกเด็กเพื่อขโมยจูบเธอ เขามันบ้าอย่างที่คริสาว่าจริงๆ

บรรยากาศในรถไม่ชวนอภิรมย์นัก เพราะคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆเขาเอาแต่ทำหน้าบึ้งและแผ่รังสีอำมหิตจนปวันไม่กล้าเหลือบไปมอง คริสาอุตส่าห์สนุกและอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วแต่เขากลับทำให้เธออารมณ์เสีย ถ้าอดทนอดกลั้นได้มากกว่านี้ก็คงดี ห้ามตัวเองไม่ให้สัมผัสเธอ ห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกกับเธอ อย่างที่เคยเป็นตลอดมา

“ค่ำแล้ว หาอะไรทานข้างนอกแล้วกัน”ปวันเอ่ยขึ้น พร้อมกับเลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร

“ฉันไม่ทาน ไม่หิว”

“แต่พี่หิว”

“ก็ไปกินคนเดียวสิ ฉันจะกลับบ้าน”หันไปออกคำสั่งใส่คนขับแต่ปวันไม่สนใจ เขายังคงขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย คริสาได้แต่พ่นลมหายใจฟึดฟัดอย่างคนโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์คริสาดังขึ้น คนหน้าบึ้งกดรับสายทันที

“ฮัลโหลมีอะไร”

(นี่แกลืมนัดวันนี้เหรอ ปาร์ตี้วันเกิดยัยดาลิ้ง เพื่อนๆมารอที่ BlueWingเพียบแล้วเนี่ย)เสียงจริยาดังมาตามสาย

“เออจริง ลืมไปเลย”

(อย่าช้า ตามมาเลย ไม่งั้นแกถูกอิดาลิ้งสับเละแน่)

“เออๆเดี๋ยวไป”

ปิ๊บ!

“ไปส่งแถวทองหล่อหน่อยสิ”คริสาหันไปบอกปวัน นายแพทย์หนุ่มเหลือบมองภรรยาแล้วเลี้ยวรถอีกครั้ง

“นัดกับเพื่อนเหรอคะ”

“อืม”

“นัดกันที่ไหน”

“BlueWing”

“ผับอีกแล้วเหรอ”ปวันถามเสียงไม่สู้จะพอใจนัก คริสาเอาแต่เที่ยวกลางคืนและกลับมาในสภาพเมามายทุกครั้ง เขาไม่ห้ามก็จริงแต่ก็ไม่อยากให้บ่อยเกินไปนัก

“ไม่ต้องมาทำหน้าทำเสียงแบบนั้นเลย จะห้ามกันรึไง”

“ถ้าพี่บอกว่าอย่าไป คริสจะฟังเหรอ”

“ไม่”คริสาตอบอย่างมั่นใจ

“ก็นั่นไง พี่ไม่ห้ามคริสหรอก แต่พี่จะไปด้วย”

“ไม่ต้อง ไม่ให้ไป แค่ส่งแล้วกลับไปเลย”คริสาบอกเสียงเข้มจริงจัง ปวันเงียบไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงผับที่ว่า เมื่อรถจอดสนิท คริสากระโดดลงจากรถทันที โดยมีปวันเดินตามลงมาติดๆ

“นี่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง บอกว่าอย่าตามมา”คริสาหันไปโวยวายใส่ปวัน เขาทำเป็นหูทวนลม แล้วเดินนำหน้าเธอไป กลายเป็นคริสาที่ต้องวิ่งไล่ตามเขา

“นี่ ปวันหยุดเลยนะ บอกให้หยุดไง”คริสาไล่ตามทัน คว้าแขนของคนตัวโต ปวันหันมาเผชิญหน้าทันที

“ทำไมถึงไม่อยากให้พี่เข้าไปด้วย”

“นี่มันงานวันเกิดของกลุ่มเพื่อนฉัน คนอื่นไม่มีสิทธิ์”คำว่าคนอื่น ของคริสามันกระแทกเข้ากลางใจปวันเต็มๆขนาดแต่งงานกัน มีความสัมพันธ์แนบแน่น เธอยังบอกว่าเขาเป็นคนอื่น

“ตอนนี้เรายังเป็นคนอื่นกันอยู่อีกเหรอ”ปวันถามเสียงเบา น้อยใจคริสาที่สุด

“น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนะ”คริสาปล่อยมือออกจากแขนปวันทันที ทำท่าจะเดินเข้าไปในผับแต่ถูกปวันรั้งแขนไว้

“ทำไมถึงไม่อยากให้พี่เข้าไปในนั้น”ปวันถามเสียงเข้ม คริสาถอนหายใจเสียงดัง

“อยากรู้มากใช่มั้ย จะบอกให้ก็ได้ ฉันอายที่ต้องแต่งงานกับเด็กในบ้านอย่างแก ใครๆก็พากันหัวเราะเยาะฉัน คนอย่างคริสา ปรีชาไวยกิจ ประกาศอยู่ตลอดว่าจะมีสามีที่สุดเพอร์เฟค ทั้งชาติตระกูลทั้งทรัพย์สมบัติ แต่สุดท้ายก็ต้องมาจบกับคนอย่างแก”

เป็นความจริงที่เจ็บปวด ยิ่งได้เห็นมันออกมาจากปากคริสายิ่งโคตรเจ็บ ปวันปล่อยมือออกจากแขนคริสาช้าๆ รู้สึกทั้งตัวหนักอึ้งและไม่มีแรงเสียดื้อๆ เขาไม่โกรธเธอสักนิด เข้าใจดีด้วยซ้ำ สำหรับคริสา เขามันก็แค่กาฝาก ไร้ค่าไม่มีอะไรคู่ควรกับเธอ

“เข้าไปข้างในสิ”ปวันปล่อยแขน  คริสาเดินเข้าไปในผับ ทิ้งปวันให้จมกับความรู้สึกเจ็บปวดไว้ตรงนั้น นายแพทย์หนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร เขาไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คริสาทำเขาเจ็บแบบนี้

“ยัยคริส ทางนี้!”

เจ้าของวันเกิด ไฮโซสุดสวยนามว่าดาลิ้งโบกมือเรียกคริสาที่เพิ่งผ่านพ้นประตูเข้ามา คริสาเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนด้วยท่าทางไม่สู้ดีนัก มันรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก

“อ้าวๆคุณหนูคริสา มาถึงก็ทำหน้าอมทุกข์ใส่กันเลยนะ”ดาลิ้งจับใบหน้าเรียวของเพื่อนแล้วพลิกดูไปมาคริสาสะบัดหน้าออกอย่างเซ็งๆ

“เอาเหล้ามากินแก้วสิ”

“มาถึงก็จัดของหนัก ท่าจะอารมณ์เสียจริงๆ”เพื่อนสาวอีกคนออกความเห็น

“อะไรจ้ะชะนี สามีหล่อแซ่บขนาดนั้น มีอะไรต้องขุ่นเคือง หรือว่าเพราะถูกเพื่อนเรียกตัวออกมาเลยอดฟิชเชอริ่งกับผัวจ้ะ”เก้งกวางประจำกลุ่มเริ่มทำหน้าที่จิกกัด คนอื่นพลอยหัวเราะร่วนไปด้วย

“หุบปากไปเลยอิมอส เก็บปากไว้กินไส้กรอกของผัวหล่อนเหอะ”

“ว้าย!อิคริส แรงนะยะ”

“นี่ๆพวกแกอย่าไปแหย่มัน ก็รู้อยู่ว่ามันถูกจับแต่งงานโดยไม่เต็มใจ ก็เห็นอยู่ว่ามันเตร็ดเตร่ออกนอกบ้านทุกวัน”เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“เฮ้อ!แย่หน่อยนะต้องอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รัก ส่วนไอ้ผู้ชายที่รักก็ดันนอกใจซะนี่”แองจี้เพื่อนรักเพื่อนแค้นกำลังกวนน้ำให้ขุ่น คริสาทำเป็นไม่ใส่ใจ ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวหมด

“นี่วันวันเกิดดาลิ้ง พวกแกหยุดเม้าเรื่องคนอื่นเหอะ เราต้องเม้ามันคนเดียว”จริยาที่นั่งเงียบอยู่นานออกโรงเปลี่ยนประเด็น

“เออ เห็นด้วย ไหนๆดาลิ้ง แกบอกว่านัดพวกหนุ่มๆไว้ นี่ฉันยังไม่เห็นหัวสักคน”เพื่อนในกลุ่มถาม

“กำลังมา นู่นไง คืนนี้แกมีของเล่นไว้แทะไว้เล็มไม่เหงาปากแล้วละมอส”ดาลิ้งชี้ให้ดูกลุ่มหนุ่มๆหน้าใสวัยละอ่อนที่เดินเข้ามาหกเจ็ดคน สาวๆทำตาโต

“ว้าย!ดาลิ้ง นี่แกไปหลอกเด็กที่ไหนมาเนี่ย คุกนะมึ ง”

“คุกอะไรละ บรรลุนิติภาวะหมดแล้วย่ะ ไม่งั้นจะเข้าผับได้เหรอ”

“จริงนะสิที่เค้าลือกันว่าแกกินเด็ก”จริยาเอ่ยขึ้น

“กินเด็กอายุยืนหมื่นๆปี แกไม่รู้รึไง บอกก่อน คนที่เดินนำหน้ามาชื่อฟร้อน บริหารธุรกิจปีสอง นั่นของฉัน พวกแกห้ามยุ่ง ที่เหลือ เชิญลวนลามได้ตามสบาย”  ดาลิ้งบอกเพื่อนๆ ก่อนจะโบกไม้โบกมือเรียกบรรดาหนุ่มๆ เมื่อมีหนุ่มๆวัยละอ่อนเข้ามาร่วมโต๊ะ บรรยากาศครึกครื้นขึ้นทันตาเห็น เด็กๆพวกนี้รู้วิธีพูดคุยและเอาอกเอาใจบรรดาพวกสาวไฮโซ แต่ละคนเซอร์วิสเก่งกันจริงๆ สาวๆในโต๊ะส่งเสียงหัวเราะรื่นเริง แม้แต่จริยาที่ชอบผู้ชายอายุมากกว่ายังหลงคารมณ์เด็กหนุ่ม ยกเว้นคริสา ที่แสดงท่าทางประกาศอาณาเขตชัดเจนว่าอย่ามายุ่งอย่าเข้าใกล้ ใบหน้าสวยคมบึ้งตึงเหมือนคนมีอะไรในใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหน่วยกล้าตายอยากลองของ

“ดื่มเก่งจังนะครับ”เด็กหนุ่มหน้าตาดีบุคลิกกรุ้มกริ่มเป็นงานหย่อนตัวนั่งลงข้างๆคริสา เขาหล่อและดูมีเสน่ห์ที่สุดในกลุ่มและแน่นอนว่าคริสาคือเป้าหมายที่เขาต้องการพุ่งชนในคืนนี้

“ไปเล่นแถวอื่นไป”ไล่อย่างกับผู้ชายตรงหน้าเป็นเด็กห้าขวบ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก สนอกสนใจคนตรงหน้าขึ้นกว่าเก่า เขาชอบอะไรที่ได้มายากๆมันท้าทายดี

“ยังไม่รู้จักชื่อผมเลยก็จะไล่กันซะแล้ว ผมชื่อธีสิต เรียกว่าธีร์เฉยๆก็ได้”แนะนำตัวแต่ คริสาไม่สนใจฟังสักนิด มิหนำซ้ำยังส่งสายตาเย็นชาใส่อีก

“อย่าเพิ่งไล่ผมเลยนะครับ ผมไม่น่าเบื่อขนาดนั้นหรอก”ทำเสียงออดอ้อนพร้อมกับจิบเหล้าไปพลาง คริสากอดอกมองเขานิ่ง

“ตรงนู้นคงมีผู้หญิงที่อยากคุยกับนายอยู่สักคนสองคนละมั้ง อย่าทำให้คืนนี้ของนายมันน่าเบื่อเลย แค่นี้บรรยากาศมันก็โคตรจะน่าเบื่อสุดๆอยู่แล้ว”คริสาบอกอย่างเซ็งๆ

“ทะเลาะกับแฟนมาเหรอครับ”ดูอาการก็รู้ ผู้หญิงที่แยกออกจากลุ่มเพื่อนฝูง ไม่เม้าไม่สนุกอย่างคนอื่น ทำหน้าเบื่อโลกทั้งที่บรรยากาศครึกครื้น ต้องมีปัญหากับแฟนชัวร์ๆ

“ขอแนะนำให้สนใจเรื่องตัวเอง”

“ก็ทำอยู่นี่ไงครับ ผมกำลังสนใจตัวเองด้วยการให้ความสนใจกับผู้หญิงที่ผม สนใจ”ฉีกยิ้มกว้างยิ้มตาหยี ต้องยอมรับว่าไอ้เด็กนี่มันยิ้มทีโคตรจะน่ารักหล่อละลายชวนลงไปกองแทบเท้า แต่ในนาทีนี้มีผู้ชายคนเดียวเท่านั้นที่ยึดพื้นที่ในสมองจนมันรกไปหมด ยิ่งนึกก็ยิ่งโมโห

“ฉันรู้ตัวดีว่าสวยและรวยมาก ไม่แปลกหรอกที่เด็กอย่างเธอจะสนใจ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ไง เพราะฉะนั้นช่วยลุกไปจากตรงนี้ด้วย”

“ชอบไล่ผู้ชายอย่างนี้นี่เอง ให้เดานะ เมื่อกี้ก็เพิ่งไล่แฟนมาด้วยใช่รึเปล่า”คริสาหันขวับไปมองทันที ธีสิตยิ้มร่า เขาเดาถูกซะด้วย

“ขอเดาต่อนะ ตอนนี้คุณกำลังว้าวุ่นใจเพราะเรื่องของเขา นึกถึงแต่เขาจนไม่อยากคุยไม่อยากสุงสิงกับคนอื่น”คริสาอึ้งไปทันที ธีสิตเดาถูกทุกอย่าง

“ผมชักอยากจะเจอแฟนคุณแล้วสิ ผู้ชายแบบไหนกันนะที่ทำให้คนสวยอย่างคุณ ต้องกังวลถึงจนไม่เป็นอันทำอะไร”

ปวันนั่งอยู่ในมุมมืดของผับ สายตาเขาจับจ้องไปยังโต๊ะใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวอารมณ์ครึกครื้น เขาลอบมองคริสาซึ่งนั่งแยกตัวออกมาตรงริมสุดของโซฟา ก่อนจะเห็นไอ้หนุ่มหน้าใสตามมานั่งประกบและชวนคุยอย่างไม่หยุดหย่อน ภาพตรงหน้าแม้จะอยุ่ในระยะไกลและไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งสอง แต่เขาไม่อยากเห็นเมียตัวเองถูกผู้ชายอื่นเกาะแกะอยู่ดี

“นั่งด้วยคนได้มั้ยคะ”

“ขอโทษด้วยครับผมไม่สะดวก”

ปวันปฎิเสธไปโดยที่ไม่มองหน้าคนมาขอนั่งด้วยซ้ำ ชั่วโมงที่ผ่านมามีแต่ผู้หยิงเข้ามาทักทายและชนแก้วกับเขา แต่เขาทำตัวไร้มารยาทใส่ไปหลายราย เพราะแต่งงานแล้วไม่อยากไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น ที่ตามคริสามาก็เพราะเป็นห่วงกลัวจะเมาแล้วขับรถเองอีก จริยาก็ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ ฝากฝังอะไรกันคงไม่ได้

“เย็นชาจังเลยคะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ ปวันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ร่างสาวสุดเซ็กซี่ในชุดเดรสเกาะอกสีดำตัวสั้นทำให้เขาสตั๊นไปหลายวินาที ผู้หญิงที่มาขอนั่งกับเขาสวยเร้าใจและหุ่นดีสุดๆ

“ขอโทษด้วยครับแต่ผมแต่งงานแล้ว”ปวันชูแหวนที่นิ้ว หญิงสาวยิ้มอย่างเข้าใจแต่ยังคงยืนนิ่ง

“รู้แล้วคะคุณหมอปวันว่าคุณไม่โสด”สาวเซ็กซี่โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขา ปวันแปลกใจเป็นที่สุด ผู้หญิงคนนี้รู้จักเขาได้ยังไง

“รู้จักผมด้วยเหรอครับ”

“รู้จักทั้งคุณแล้วก็ภรรยาคุณเลยละคะ”ส่งยิ้มขยี้ใจหนึ่งทีให้ปวัน นายแพทย์หนุ่มหรี่ตามองอย่างสงสัย เธอบอกว่ารู้จักทั้งเขาและคริสา มันยังไงกัน

“ทั้งๆที่คุณคริสากำลังสนุกกับคนอื่น แต่กลับทิ้งคุณไว้คนเดียวซะนี่ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอคะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วงความรู้สึก แต่จะดีมากถ้าช่วยทิ้งผมไว้ตรงนี้คนเดียว”เอ่ยอย่างเย็นชา ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึก แต่ไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับความคิดกับอารมณ์ของเขา โดยเฉพาะกับสิ่งที่เขารู้สึกต่อคริสา

“ฉันไม่ได้มาสร้างความร้าวฉานหรอกคะ แต่ว่าเห็นคุณแล้วมันน่าโมโห ผู้ชายประเภทไหนกันที่เห็นผู้ชายคนอื่นเกาะแกะผู้หญิงของตัวเองแล้วยังนั่งนิ่ง”ปวันรู้ตัวดีว่าถูกสบประมาท เขาเองก็อยากเข้าไปกระชากร่างเล็กนั่นแล้วพากลับบ้าน แต่ถ้าทำอย่างนั้น มันจะไม่เกิดผลอันใดเลย นอกจากจะทำให้คริสาเกลียดเขายิ่งกว่าเดิม

“ทำไม คุณอยากให้ผมโชว์แมน เข้าไปกระชากเธอแล้วชกไอ้หนุ่มนั่นให้คว่ำเหรอ”

“เปล่าคะ ฉันแค่อยากให้คุณสร้างคุณค่าให้ตัวเองด้วยวิธีของฉัน”ปวันขมวดคิ้วสงสัยระคนแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“เข้าไปแย่งผู้หญิงนั่นมันวิธีเดิมๆ ทำให้เธอคลั่งแล้วเป็นฝ่ายลากคุณกลับบ้านมันดีกว่ากันเยอะ”ปวันยืดตัวตรง เขากำลังใช้ความคิดระหว่างจ้องมองเรือนร่างเซ็กซี่อย่างชั่งใจ

“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครและต้องการอะไร แต่วิธีการของคุณ มันก็น่าลอง”ปวันยิ้มพราย รู้สึกเบื่อกับสิ่งที่ตัวเองเป็นเต็มที ถ้าจะมีสักครั้งที่คริสาเป็นฝ่ายตามเขาบ้างมันก็น่าลอง

“คิดไว้แล้วว่าคุณน่าสนใจกว่าที่คิด”

“คุณเองก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่ว่า ผมยังไม่รู้จักคุณเลย”

*“*ละอองฟองคะ เรียกฉันว่าฟองก็ได้”

TO BE CON

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น