email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10.คนไร้มารยาท

ชื่อตอน : ตอนที่ 10.คนไร้มารยาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 178

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 02:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10.คนไร้มารยาท
แบบอักษร

ลานพิธี.

“ข้าได้ยินมาจากพวกขันทีคุยกัน ว่าวันนี้องค์รัชทายาทจะมาดูการสอบของพวกเราด้วยหรอ?!”

“ตื่นเต้นจนจะเป็นลมอยู่แล้ววว!!”

เสียงจอแจของนางๆ ดังแว่วเข้าหูของข้าตลอดเวลา ตั้งแต่เข้าวังมาหรือตั้งแต่เกิดก็ยังไม่เคยได้เห็นได้รู้เลยว่าองค์รัชทายาทเป็นคนแบบไหน หน้าตาอย่างไร เพียงแค่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่อๆกันมาเท่านั้น.

ทุกคนต่างก็นั่งประจำที่เพื่อรอการสอบ มีแต่ข้าหรือเปล่าที่ทำสีหน้าเบื่อหน่าย และอยากจะล้มเลิกเป็นร้อยๆรอบ

“ประกาศจากฝ่ายพิธีการ!”

“......!”

ทุกคนต่างเงียบกริบทั้งลานและหันไปให้ความสนใจแก่ขันทีคนหนึ่ง เขายืนอยู่บนแท่นเบื้องหน้าลาน ในมือถือมัวนบันทึก

“การสอบครั้งนี้ เป็นข้อสอบขององค์รัชทายาทโดยตรง ข้าจึงอยากแจ้งให้ท่านทราบ จงเขียนข้อความด้วยรวามระมังระวัง และไตร่ตรองอย่างดีที่สุด”

“......!!!!!”

“ขอให้ทุกท่านทำการสอบได้ ณ บัดนี้”

พรึบ!!

ทหารหนึ่งนายที่ยืนอยู่ข้างๆขันทีตั้งแต่แรก เดินออกมากะตุกเชื่อกออกจากม้วนบันทึกขนาดใหญ่เท่ากระดานดำก็ว่าได้ เมื่อกระดาษถูกเปิดออกเผยให้เห็นข้อความตัวใหญ่อย่างชัดเจน คือไม่ว่าหญิงในลานพิธีจะนั่งห่างออกไปแค่ไหนทุกคนก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแน่นอน

‘ หน้าที่ ความรัก พวกเจ้าจะเลือกสิ่งใด หากเลือกได้เพียงหนึ่งข้อ เหตุใดจึงเลือกเช่นนั้น?’

นั้นคือข้อความที่เขียนอยู่บนแผ่นบันทึกขนาดใหญ่ หญิงทุกคนที่ได้เห็นต่างก็รีบก้มหน้าก้มตาบรรจงเขียนกระดาษคำตอบของตนเอง ส่วนอียูยังคงนิ่งอึ้งในโจทย์ มือเล็กกุมกันไว้แน่น

จะเป็นไปได้ไหมนะ ถ้าข้าควรจะพอแค่นี้.....ข้าพยายามอย่างมากเพื่อที่จะทำหน้าที่ลูกสาวและว่าที่หัวหน้าตระกูลที่ดีมาโดยตลอด ถึงท่านพ่อจะไม่ได้ภูมิใจอะไรมากนักเพราะข้าดันเกิดมาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว

นี่เป็นความผิดหวังแรกของท่านพ่อที่มีต่อข้า และข้าสัญญากับคนเองว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอีก ข้าพยายามทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำกัน ฝึกฝนร่างกาย เรียนการต่อสู้จนเพื่อนผู้หญิงแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ในวันที่ข้าได้พบเขาซอนมิน เขาทำให้ใจข้าไม่เหมือนเดิมอีก ข้าถึงได้รู้สึกตัว ว่าที่ผ่านมาข้ากำลังทำอะไร ต่อให้พยายามอีกกี่สิบเท่าพันเท่า ข้าก็ไม่สามารถเป็นดั่งลูกชายที่ดีได้หรอก ข้าควรจะจบมัน.......

ตุ้มๆๆๆ!!!!

เสียงทหารตีกลองเสียงดังเป็นสัญญาณว่าได้หมดเวลาเขียนคำตอบแล้ว ขณะเดียวกันมีนางในคอยไล่เก็บกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากแถวด้านหน้าไปยังคนท้ายสุดทีละแถว อียูพับกระดาษคำตอบของตนก่อนจะยื่นให้แก่นางในไป

หวังว่าคำตอบของข้าจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป.

“ท่างสะดวกแล้วเพคะ”

“เจ้าแน่ใจนะ?”

“รีบเข้าเถอะเพคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเสียก่อน”

วอนฮียืนหันซ้ายหันขาวมองว่ามีใครอยู่แถวนั้นหรือไม่ ภายในสวนลับ หากเดินให้ทั่วแล้วจะพบเข้ากับประตูเก่าๆ ที่ถูกปิดตายมานานนับสิบปี มันเต็มไปด้วยเถาวัลย์ปรกคลุมอย่างหนาแน่น

องค์หญิงโซรองใช้เสื้อไหมคลุมที่ศรีษะเพื่อปิดบังใบหน้าของตน ก่อนจะเดินออกจากประตูตามที่วอนฮีบอก

“ไปกันเลยยยยย!!!”

“ไปเพคะ ฮ่าาาาา!!!”

เมื่อผ่านพ้นขอบประตูทั้งสองสาวก็พากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ใช่แล้วทั้งสองแอบหนีออกจากวังผ่านทางประตูลับของสวนลับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก สาเหตุที่องค์หญิงชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ของพระองค์ในสวนลับ มิใช่เพราะชอบดอกไม้ใบหญ้ามากขนาดนั้น แต่เหตุผลจริงๆนั้นคือ สามารถเข้าออกวังได้อย่างอิสระอย่างไรเล่า

“วันนี้องค์หญิงจะไปที่ไหนหรือเพ...!!”

“วอนฮี ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วนะ!”

“เอ่อ เจ้าค่ะคุณหนู”

โซรองหันไปดุนางในอย่างงอนๆ เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้ง เพราะองค์หญิงสั่งห้ามไม่ให้ปฏิบัติต่อตนเองเช่นองค์หญิง เพื่อที่จะไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ

“ข้าได้ยินนางในหลายคนพูดว่าในคืนนี้จะมีงานเทศกาล มีการแสดงสวมหน้ากาก ข้าอยากจะไป”

“แต่เราอยู่ดึกดื่นขนาดนั้นไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู”

“อืมมม แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวข้าว่า ไม่มีใครสังเกตหรอกน่า”

“โธ่......ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา จะไม่ได้ออกมาแบบนี้อีกนะเจ้าคะ”

“ไปกันๆๆๆๆๆๆๆๆ!!”

โซรองไม่แม้แต่จะสนใจในสิ่งที่วอนฮีบอก แถมยังหันมาดึงแขนวอนฮีให้วิ่งตามไป

“อ๊า !! คุณหนูตรงนั้น!”

“ข้าหรอ?”

หญิงวัยป้าคนหนึ่งที่ยืนขายเครื่องประดับสวยงามเรียกโซรองในขณะที่กำลังเดินดูของ เมื่อได้ยินอย่างนั้นโซรองจึงใช้นิ้วชี้ตนเองเพื่อถามถึงความแน่ใจ

“ใช่ๆๆๆ เจ้าหน้าตางดงามผิวพรรณขาวสะอาดยิ่งนัก ถ้าให้เดาคุณหนูต้องเป็นองค์หญิงในวังแน่นอนฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

“....!!”

“มีอะไรก็ว่ามาเลย คุณหนูของเราไม่ว่างมากนัก”

คำพูดหยอกล้อนั่นทำเอาโซรองและวอนฮีต่างก็มีท่าทีสีหน้าไม่สู้ดีนัก อย่างไรเสียวอนฮีจึงรีบตัดบทไปเสียก่อน

“ร้านของข้ามีแต่ของดีๆ เครื่องประดับหิน หยก เกรดพรีเมี่ยมกว่าที่ไหนๆ จะไม่เลือกไปสักอย่างท่านอาจจะเสียใจก็ได้นะ ฮ่าาาา”

“พะ พรีเมียม?! หมายถึงสิ่งใดกัน?”

“หืมม??”

“อ่าาา นี่อันนี้เป็นไง เหมาะกับคุณหนูมากเลย ลองดูสิ”

หญิงผู้นั้นหยิบกำไลหยกสีขาวให้แก่โซรอง แต่มันก็สวยจริงๆนั่นแหละ องค์หญิงสวมกำไลข้อมือนั่นพร้อมกับชูมือขึ้นไปมา

“งั้นข้าเอาอันนี้”

พรึบ!!

“พอหรือไม่?”

ยังไม่ทันที่วอนฮีจะล้วงเอาเงินจากกระเป๋าเพื่อจ่ายให้กับแม่ค้า ก็มีบุคคลปริศนายื่นเงินให้แม่ค้าไปเสียก่อน ทั้งโซรองและวอนฮีต่างก็อึ้ง

“ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น?!”

“เหมาะกับท่านนะ ข้าชอบ”

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดฮันบกสีเทาใส่หมวก หน้าตาหล่อเหลาทั้งรอยยิ้มทั้งแววตา ละมุนไปเสียหมด เขาตอบคำถามของโซรองราวกับว่านี่คือเรื่องปรกติ

“คุณหนูของเรามีเงินและข้าจ่ายได้ ท่านไม่คิดว่านี่คือการเสียมารยาทต่อหญิงสาวหรือ?”

“อ่า ข้าต้องขอโทษด้วย ถ้ามันดูเป็นอย่างนั้น”

“นี่เจ้า!!”

วอนฮีพูดบ้าง แต่น้ำเสียงเริ่มที่จะรุนแรง โซรองยกมือขึ้นห้ามเอาไว้วอนฮีเลยเงียบไป ชายหนุ่มมองวอนฮีด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย แต่ก็เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น เขาก็หันกลับมายิ้มหวานให้กับโซรองตามเดิม

“ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อน ข้าคิดว่าท่านคงไม่ใช่คนแถวนี้”

“เอ่อออ....ข้าคือ!! ข้ามาจาก..”

“เมืองโจ!!!...ข้ากับคุณหนูมาจากเมืองโจ”

“ใช่ๆ ข้าเพิ่งเดินทางมาหนะ ท่านอาจจะไม่เคยเห็นฮ่าาา!!”

ทั้งโซรองและวอนฮีต่างก็พากันหัวเราะกลบเกลื่อน ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นจึงหลี่ตาเล็กๆ อย่างสงสัย

“อืม อย่างนั้นหรอกหรือ ข้าเคยได้ยินว่าที่โจไกลจากที่นี่ น่าจะเหนื่อยน่าดู พวกเจ้าใช้เวลาเดินทางมากี่วันหรือ?”

“อ่ออ ก็ไกลหนะสิกี่วันน้าา...” องค์หญิง

“สามวันได้ละมั้ง....” วอนฮี

“.......”

สองสาวถึงกับไปไม่ถูกเพราะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย วอนฮีพยายามที่จะพาองค์หญิงปลีกตัวออกจากการสนทนาเพราะกลัวว่าอาจจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้น ชายผู้นี้ท่าทางไม่น่าไว้ใจ บางทีเขาอาจเป็นตำรวจพื้นที่อะไรทำนองนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นแย่แน่

“ข้าแค่อยากรู้จัก เพราะข้าไม่เคยเห็นพวกเจ้ามาก่อน ทั้งที่ข้ารู้จักคนในเมื่องนี้ไม่น้อย ข้าขอรู้ชื่อของท่านได้หรือไม่?”

“กล้าดียังไงถึ...!!”

“วอนฮี!!”

วอนฮีถึงกับแวดเสียงใส่ร่างสูงอย่างไม่รู้ตัว เป็นแค่บันฑิตคนนึง กล้าทำตัวเทียบเท่าองค์หญิงได้ยังไง? แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ องค์หญิงก็ยกมือขึ้นปรามไว้อีกครั้ง

“ข้าชื่อ อี โซรอง ท่านคงจะพอใจแล้ว ขอบคุณสำหรับข้อมือ ข้าต้องขอตัวก่อน”

“......”

โซรองก้มตัวเล็กน้อยเพื่อตัดบทสนทนาของเขาในทันที ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นจึงไม่พูดอะไรเพียงแค่ยืนยิ้มมองเฉยๆ

“อ๊ะ นายท่านฮีวอน ทิ้งข้าอีกแล้วนะขอรับ!!”

“...!!”

ชายผู้มาใหม่วิ่งมาหาด้วยอาการเหนื่อยหอบจนคนตัวสูงต้องหันกลับไปมองตามเสีย และนี่ถือเป็นโอกาสดี วอนฮีรีบดึงมือขององค์หญิงแล้วพาวิ่งหนีไปอีกทางผ่านผู้คนมากมายโดยไม่คิดชีวิต

“แฮ๊กๆๆ !! อ่า คนบ้าอะไร ไร้มารยาทกับผู้หญิงเสียจริงเลยนะเพคะ”

“อืม แฮกๆ !!”

เมื่อหนีมาได้สักพัก ทั้งสองจึงหยุดพักหายใจโซรองนั่งลงข้างก้อนหินขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“เรา เราจะวิ่งหนีทำไมกัน เราไม่ใช่โจรสักหน่อยวอนฮี”

“องค์หญิงจะปล่อยให้เขาซักถามไปถึงเมื่อไรกันเพคะ หม่อมฉันอกจะแตกตายอยู่แล้ว!!”

“...!”

วอนฮีดุองค์หญิงเข้าชุดใหญ่เพราะความใจดีขององค์หญิงอาจทำให้เรื่องทั้งหมดยุ่งยาก โซรองทำได้แค่ทำหน้าสำนึกผิด

“จำไว้เลยนะเพคะ องค์หญิงต้องห้ามยุ่งกับพวกผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิง แม้จะอยู่ในฐานะไหนก็ตาม”

“ข้าว่า......เขาก็ไม่ได้เลวร้ายนะวอนฮี”

“เห๋.......!!”

“........”

“อะ. องค์หญิง!!!! ไม่ๆ หม่อมฉันจะไม่พูดไม่คุยกับองค์หญิงอีกต่อไป จนกว่าองค์หญิงจะถอนคำพูดนั้น”

“ฮ่าาาาา !! เจ้าไม่คิดแบบนั้นหรอ ข้าไม่เคยเห็นใครหล่อเทียบเท่ากับเสด็จพี่มาก่อนเลย แต่ว่าเขา.....”

“หยุดนะเพคะ!!!!!”

“ฮ่าาาา!!”

“มันน่าขำตรงไหนกันเพคะ?!!”

“ข้าแค่พูดตามความจริงเท่านั้นเอง เจ้าอย่าโกรธข้านักซี่”

“......!”

ว่าแล้วองค์หญิงโซรองก็ทำท่าง้องอนวิ่งเข้าไปกอดแขนวอนฮีพรางทำสายตาอ้อดอ้อนอย่างสุดซึ้ง วอนฮีเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงจับมือองค์หญิงตัวน้อยกุมไว้

“ไม่ใช่หม่อมฉันโมโหองค์หญิงนะเพคะ หม่อมเป็นเป็นห่วง และกังวล หากโดนจับได้ องค์หญิงจะไม่ได้ออกจากวังอีกเลยนะเพคะ”

“ข้ารู้ ข้าจะระวังตัวมากกว่านี้”

องค์หญิงโซรองฉีกยิ้มยิงฟันให้แก่นางในรับใช้คนสนิทอย่างสดใส จนวอนฮีเองก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเช่นกัน

“วันนี้ต้องกลับแล้วละเพคะ”

“ทะ ทำไมล่า ยังไม่ถึงเวลาเทศกาลเลยนะ!!?”

“บทลงโทษเพคะ ลงโทษที่วันนี้องค์หญิงคุยกับคนแปลกหน้าแทนที่จะเป็นหม่อมฉัน”

“ก็..!!”

“อ๊ะๆๆ !!!”

วอนฮียกมือขึ้นเป็นการเบรคก่อนที่ปากเล็กๆ จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ องค์หญิงเห็นแบบนั้นจำได้ได้แค่พยักหน้ารับคำเดินคอตกตามวอนฮีกลับไป

“นะ นายท่านฮีวอน..!!!”

ฮีวอนที่หลบอยู่ข้างกำแพงหันกลับมาเอามืออุดปากคนรับใช้ซูมงในทันที เพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยิน เมื่อซูมงเงียบลงเขาจึงปล่อยมือออก ร่างสูงเดินออกจากที่ซุกซ่อน เขามองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนที่กำลังเดินไปอย่าไม่ระมัดระวังตัวเสียเลยว่าแล้วก็นึกขำอยู่ในใจ เมื่องโจ ห่างออกไปไกลพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลาเดินทางนานถึงสามวัน นั่นเป็นจุดสงสัยแรกที่ทำให้เขาต้องตามมาและได้รับรู้ถึงเรื่องนี้อย่างไม่ตั้งใจ

“หึ..........องค์หญิง สินะ”

ความคิดเห็น