pienika

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 2

ชื่อตอน : รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2559 23:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 2

 

วันต่อมา

“อ้าวทำไมคำตอบมันไม่ตรงวะ?”กายพูดขึ้นงงๆพลางเกาหัวแกรกๆ รุทเท้าแขนกับโต๊ะญี่ปุ่นมองหน้าติวเตอร์ของเขาแล้วมองกระดาษที่กายทำให้ดูซึ่งมันผิดจากเฉลย

“กูทำตามสูตรเป๊ะเวอร์ๆเลยนะ”กายพึมพำแล้วดูไล่จากตั้งแต่ต้น

“หรือว่ากูคูณเลขผิด เอาเครื่องคิดเลขมาดิ๊”รุทดันโทรศัพท์ของตัวเองให้ เขามองเห็นแล้วล่ะว่ามันผิดตรงไหนแต่ไม่พูดออกไป

“พี่ลองอ่านดีๆแล้วทำใหม่มั้ย”รุทบอก คิ้วเรียวของคนตรงข้ามขมวดเข้าหากันแล้วจิ้มแอพเครื่องคิดเลขรัวๆ

“กูอ่านดีแล้วเหอะ”พอได้ยินแบบนั้นรุทก็นิ่งไปแล้วมองกายไปเงียบๆพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก

“กูว่าเฉลยผิดชัวร์ไม่หาละ เฉลยผิดๆ”กายว่าปัดแล้วดึงกระดาษใบใหม่ขึ้นมา

“อ้าวเฮ้ยพี่ เฉลยต้องถูกแล้วดิ นี่อาจารย์เฉลยให้นะ”

“อาจารย์อาจจะเฉลยผิดก็ได้นี่หว่า”กายยังยืนยันความคิดของตัวเอง รุทจึงหยิบกระดาษเปล่ามาแล้ววางกลางโต๊ะ

“งั้นพี่ดูนี่นะ อ่านคำถามโจทย์ดีๆเขาบอกว่าให้หาหน่วยที่เป็นจูลไม่ใช่อิเล็กตรอนโวลต์ และลองเปลี่ยนดูจะได้....”กายมองรุ่นน้องทำโจทย์อย่างทึ้งๆ แม่งคิดเลขโคตรเร็วเลยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขด้วย และคำตอบมัน...เป๊ะ!

“นี่ไง”รุทเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างให้ขณะที่กายมองหน้าหล่อๆที่ขยับเข้ามาใกล้ค้าง

“เออไง....ก็ผิดพลาดกันได้ป่ะวะ แล้วกูก็...ไม่เก่งฟิด้วย”กายยันโต๊ะแล้วเอนไปพิงกับเตียง

“หืม...ติวเตอร์ผิดนี่...ต้องลงโทษมั้ยเนี่ย”รุทพูดแล้วยิ้มหน้าหื่นเอนตัวข้ามโต๊ะญี่ปุ่นเข้ามาใกล้ติวเตอร์จำเป็น กายยกมือดันใบหน้าของร่างสูงแล้วผลักออกแรงๆ

“มึงให้กูมาสอนเองนะ”กายว่าแล้วทำหน้าเซ็งๆ รุทหัวเราะพลางกลับมานั่งที่เดิมของตน

“แล้วพี่เก่งอะไรอ่ะ”

“กูต่อวงจรเก่งนะ”คือ....ไอ้รุทก็ทำได้ว่ะ

“แต่ผมไม่เก่งเรื่องเลขนะ”

“มึงโกหกกู! กูเห็นนะมึงคิดเลขแบบโช๊ะๆเลยไม่ต้องมาหลอกกูเลย”กายชี้หน้าร่างสูง

“ก็แค่คิดเลขอ่ะแคลไม่ได้เลย”รุทก็แถไปเรื่อยๆใครจะยอมให้รู้ล่ะว่าทำไมเขาถึงแกล้งโง่ให้กายมาติวหนังสือให้เพราะอะไร

“เออๆแคลใช่มะ กูก็พอได้อยู่”กายว่าแล้วหยิบการดาษเปล่ามาวางร่างสูงยิ้มก่อนจะลุกเดินมานั่งลงข้างๆ

“มานั่งเหี้ยอะไรตรงนี้!”กายพูดแล้วขยับหนีนิดๆ

“ก็เดี๋ยวไม่รู้เรื่องพี่อ่ะสอนเหอะ”กายทำหน้ายุ่งๆแล้วตอบรับแค่ “เออๆ”ก่อนจะเริ่มเขียนจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มกายเริ่มหงุดหงิดเพราะคนข้างๆบอกแต่ให้เขาเริ่มใหม่ๆนี่มันรอบที่สามแล้ว

“มึงจะงงเหี้ยอะไรนักหนาวะ มันก็มีแค่เนี้ย”กายชักจะน้ำโหขึ้น

“ก็คนมันงงอ่ะพี่เอาใหม่ๆ”

“มึงกวนตีนกูแน่ๆเลย ไม่สอนแล้วเว้ยจนกว่าจะไปหาของกินมาเซ่นกู กูหิว”รุทหัวเราะร่า ก่อนจะรับคำแล้วลงไปด้านล่าง ที่แท้ก็โมโหหิว ด้านกายพอรุทลงไปก็กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียง

“เตียงแม่งนิ่มชิบหายเลย”กายกลิ้งเกลือกอยู่นานจนกระทั่งท้องร้องขั้นวิกฤต

“มันไปตายรึไงวะ”บ่นๆไปก็ลุกเดินอกมานอกห้องพอลงบันไดมาก็เจอโจทก์เก่านั่นเล่นเกมอยู่ห้องนั่งเล่นห้าหกคน กายทำเป็นไม่สนใจเดินไปที่ห้องครัว ก็กะว่าจะไม่สนใจอยู่แล้วถ้าหากไม่มีหมามาเห่า

“อ้าวววว เหี้ยที่ไหนมาเดินเพ่นพ่านในบ้านเพื่อนกูวะ”เสียงหนึ่งดึงขึ้นในวงเล่นเกมทำเอาคนที่จะไม่สนใจต้องหันกลับมาพร้อมกับจ้องหน้าคนพูดเขม็ง เก่งปรายสายตามามองแล้วยิ้มมุมปากกวนๆ

“เหี้ยในปากมึงมั้งไอ้สัส”ด้วยความปากไว้ทำให้พูดออกไปทันทีและไอ้พวกนั้นก็วางจอยเกมแล้วเดินเข้ามาหาเว้นแต่เก่งที่ยังนั่งอยู่บนโซฟา คนตัวเล็กก็ยืนมองหน้าพวกมันเดินเข้ามาอย่างไม่กลัวอะไร

“จะเอายังไงวะไอ้เตี้ย”เพื่อนอีกคนนึงพูดขึ้น

“โตจนโง่เป็นควายยังไม่รู้อีกเหรอวะว่าเอามันทำยังไง”กายยักคิ้วกวนๆแล้วยิ้มมุมปาก

“ได้....งั้นเอามึงก็แล้วกัน”จบคำไอ้นั่นก็ตรงเข้าหาคนอื่นๆก็พากันจับร่างของกายเอาไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน คนถูกล็อคดิ้นไปมาอย่างแรงแต่สู้แรงคนห้าคนไม่ได้

“ไอ้เหี้ย ไอ้พวกเหี้ย ปล่อยกูนะเว้ย!”กายโวยวายเสียงดังจนคนที่อยู่หลังบ้านรีบเข้ามา พอรุทเห็นว่ากายกำลังถูกล็อคตัวก็รีบเข้าไปดึงเพื่อนพี่ชายออกมา

“จะทำอะไรวะ”รุทพูดอย่างอารมณ์เสียจับข้อมือของกายไว้แน่นพวกเพื่อนๆของเก่งห่างออกไปแล้ว

“กูก็แค่สั่งสอนมาเสือกกวนตีนกู อยู่คนเดียวแล้วยังเก่งอีกนะมึง”คนหนึ่งพูด

“มึงหาเรื่องกูก่อนเองนะ”กายว่ากลับบ้าง

“ปากดีนะมึง น่าลองชิบหาย”คนในกลุ่มนั้นพูดพลางเลียปาก

“ลองเหี้ยไร ลองตีนกูมั้ย”กายทำท่าจะพุ่งออกไปแต่รุทดันร่างเล็กไปด้านหลังพร้อมกับยื่นหน้าไปทางคนที่พูด

“อย่ามายุ่งกับคนของกู”รุทว่าด้วยน้ำเสียงนิ่งจนกายยืนนิ่งตามไป รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ แล้ว...เฮ้ย คนของกูคือระ กูไปเป็นของมึงตอนไหน!

“งั้นเหรอวะ เสียดายนะ เบื่อก็เอามาให้พวกกูแล้วกัน หึหึ”มันว่าแล้วเดินกลับไป รุทยังคงจ้องเขม็งขณะเดียวกันเก่งก็จ้องหน้าของรุทไม่วางตาจนกระทั่งรุทดึงแขนของกายขึ้นไปบนห้อง

“พวกมึงพูดอะไรกันวะใครเป็นของมึงตลกเหรอ”

พรึบ

จบคำร่างเล็กก็ถูกผลักลงบนเตียงแล้วถูกร่างสูงคร่อมทับ กายแหกปากอย่างตกใจแล้วดันร่างหนาอย่างตกใจ

“อยากจะเป็นเลยมั้ยละ”รุทพูดเสียงเรียบดวงตายังคงจริงจังเหมือนเดิม ไม่ใช่แล้ว....นี่มันไม่ใช่ไอ้รุทแล้ว

“มะ...มึงจะทำอะไรวะ”รุทสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วลุกออกจากตัวของกาย

“อย่าไปยุ่งกับพวกเพื่อนพี่ผมกลุ่มนั้นอีก”ไอ้รุทมันกลับมาแล้วน้ำเสียงดูอ่อนลง

“ทำไมวะ ทำไมต้องพูดเหมือนกูผิด มังมาหาเรื่องกูก่อนนะ ไม่ไปบอกพวกมันบ้างวะ”กายว่าอย่างหัวเสีย

“พวกนี้ไม่เหมือนเพื่อนในมหาลัยนะ มันจะทำอะไรพี่ก็ได้ แล้วอีกอย่างถ้าพี่ไม่ยุ่งกับพวกมันก่อนมันก็คงไม่ยุ่งกับพี่แล้ว”

“วุ่นวายจังเว้ย!

“อีกอย่างนะ....พวกมันชอบผู้ชาย ยิ่งดุๆแบบพี่แล้วนะสเปคมันเลย”

“ชิบหาย!”กายสบถออกมาเสียงดังแล้วทึ้งหัวตัวเอง

“แต่พวกมันมันเกรงใจเก่งและผมอยู่ แล้วผมก็บอกไปแล้วด้วยว่าพี่เป็นคนของผม ก็คงไม่มากวนถ้าพี่ไม่ไปยุ่งกับมันก่อนเข้าใจแล้วใช่มั้ย งั้นไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”จบคำรุทก็จับมือของกายออกแรงดึงทันทีโดยไม่ฟังคำคัดค้าน พอลงมาข้างล่างเดินผ่านพวกนั้นเพื่อออกประตูมือของรุทยังจับมือกายเอาไว้แน่น

“เก่งกูเอารถออกนะ”รุทว่าก่อนจะได้ยินเสียงตอบของพี่ชายแล้วเดินออกไป

“วิ๊ดวิ้ว....”กายหันหน้าไปแล้วยกนิ้วกลางขึ้นพร้อมกับพูดแบบไม่ออกเสียงว่า....(ก็ไอ้คำนั้นแหละ)

----------------------------------------------------------------

หลายวันต่อมาหลังจากที่กลับมาจากงานศพของย่าเซฟ กายก็ยังต้องอยู่บ้านของรุทมาติวหนังสือต่อเอ๊ะหรือว่าจะกลายมาเป็นรุทติวหนังสือให้ก็ไม่รู้(?) กายกับเก่งเวลาเจอกันก็ยังเหมือนจะกินหัวกันอยู่เหมือนเดิมและเวลาที่เก่งพาเพื่อนมาบ้านซึ่งตอนนี้กายดูจะสนิทกับกลุ่มเพื่อนของเก่งแปลกๆและรุทก็มักจะพากายออกมาจากบ้านเหมือนกับวันนี้

“มึงเลี้ยงกูแน่นะ”กายถามรุทแต่ไม่มองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับมองหม้อMKที่เพิ่งจะถูกพนักงานยกมาวาง

“เลี้ยงครับเลี้ยง”รุทพูดพลางกลั้นหัวเราะเห็นรอยยิ้มอย่างชอบใจของกายแล้วเขายิ่งมีความสุขดีกว่าตอนที่ทำหน้าบึ้งหน้าโกรธตั้งเยอะ ทางกายพอรู้ว่ามีสปอนเซอร์ในมื้อนี้ก็คว้าเข้าที่จอสั่งอาหารแล้วจิ้มๆๆสั่งเหมือนจะเหมาจะกินมันทุกอย่างสักพักอาหารก็ค่อยๆทยอยเข้ามา

“โหถ้ากินไม่หมดผมจะปรับพี่นะ”รุทว่าพลางมองอาหารที่กายสั่งเข้ามาทั้งหมี่ หมู เป็ด ฮะเก๋า ลูกชิ้น แบบว่าเต็มที่มากๆเต็มจนแทบไม่มีที่จะวาง

“เออน่ามึงอ่ะไม่รู้จักกูซะละ เดี๋ยวถ่ายรูปอวดพวกมันก่อน”กายว่าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วส่งเข้าไลน์กรุ๊ปทันทีแล้วตั้งหน้าตั้งตากินต่อจนค่อยๆหมดไปอย่างรวดเร็ว

“นี่พี่กินหรือว่าสูบวะ”รุทถามออกมาเพราะนี่ไม่ถึงชั่วโมงจากสิบๆจานเหลือสามจาน!?

“ทำไมไม่มีตังจ่ายดิค่าอาหารก็แค่พันกว่าบาท”

“เกือบสองพัน”

“เออนั่นแหละอย่ามาบ่นน่ามึงพูดแล้ว”กายว่าแล้วคีบลูกชิ้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆจนคนมองขำเบาๆ

“เรื่องเลี้ยงไม่มีปัญหาหรอกผมเลี้ยงพี่ได้”สิ้นคำของร่างหนากายก็รู้สึกแปลกๆกับคำพูดแล้วเหลือบตามอง

“พูดอย่างกับเป็นจะผัวกู”รุทหัวเราะในลำคอก่อนจะวางช้อนวางตะเกียบเอนตัวอิงพนัก

“อิ่มแล้วเหรอวะ”รุทพยักหน้ารับ กายยักไหล่แล้วจัดการของบนโต๊ะเรียบคนจ่ายเงินก็รับหน้าที่ต่อก่อนจะออกจากร้าน MK พอจะเดินขึ้นบันไดแรงฉุดแขนทำให้ร่างสูชะงักแล้วหันมองคนที่ดึงแขนเขาเอาไว้

“กูอยากดูเรื่องนี้ว่ะ”พอเห็นสายตาคำถามของคนที่ก้มมองกายก็ยืดตัวตรง

“ดูเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ เดี๋ยวกูจ่ายส่วนของกูเอง”

“โห่ นึกว่าจะเลี้ยง”รุทพูดขำๆ

“อย่ามาน่า จะทวงบุญคุณรึไง”กายหรี่ตามองแล้วทำท่าจะเดินไปคนเดียวแต่ถูกรุทจับข้อมือเอาไว้

“เปล่าแค่จะบอกว่าเดี๋ยวผมเลี้ยงเองไหนๆก็เลี้ยงข้าวพี่แล้ว”เป็นคำพูดที่ทำเอาคนงก(?)ตาโตยิ้มกว้าง

“ดีมาก ทำดีๆถ้ามึงเป็นผู้หญิงกูจะจูบมึงกลางห้าง ฮ่าๆๆๆ”

“แล้วเป็นผู้ชายมันจูบไม่ได้เหรอวะพี่”รุทโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูทำเอากายขนลูกและสะดุ้งผลักร่างหนาออก

“จูบตีนกูมั้ย พูดห่าอะไรน่าขนลุก มาเลยจะเลี้ยงก็รีบๆมา”กายเสียงแข็งแล้วจ้ำเดินไปก่อนแต่ก็หันมามองด้านหลังเป็นระยะ จะไม่ให้มองได้ไงมันอ่ะคนเลี้ยงหนังเลยนะ ถ้ามันเดินหนีไปเขาก็ต้องเสียตังดูดิไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆๆ อิ่มฟรีสบายใจเงินอยู่ครบ

พอเดินถึงชั้นโรงหนังกายก็แบมือแล้วยิ้มกว้าง รุทส่ายหัวเบาๆพร้อมกับหัวเราะแล้วยื่นกระเป๋าตังให้ ไม่นานคนอยากดูหนังก็วิ่งมาหาพร้อมกับชูบัตรแล้วคืนกระเป๋าเงินให้

“เออรุท วันนี้กูว่าจะไปร้านที่ไอ้เป้มันร้องเพลงนะ”กายพูดขึ้นขณะนั่งรอหนังรุททำท่าคิดก่อนจะตอบออกมา

“งั้นผมไปด้วย”

“ไปทำไมเดี๋ยวกูกลับไปนอนบ้านก็ได้”กายบอกที่จริงเขาก็หาเรื่องกลับบ้านแหละ ตั้งแต่ที่แม่ยัดเยียดลูกชายตัวเองให้มานอนบ้านคนอื่นเขาก็ไม่ได้กลับบ้านพอโทรไปบอกว่าจะกลับแม่ก็บอกแต่ว่าไม่ต้องมาๆ อะไรของแม่ก็ไม่รู้

“เหอะน่า ปะเขาให้เข้าโรงได้แล้ว”รุทตอบปัดแล้วเรียกให้กายลุก

แอร์ในโรงหนังเริ่มเย็นและบรรยากาศหนังผีก็เริ่มน่ากลัวขึ้นทุกที ทุกคนในโรงหรี่ตาลงจบแทบไม่รู้ว่าดูหรือหลับอยู่กายเองก็ยกเข่าขึ้นมากอดก้มหน้าซุกอยู่กับเข่าโผล่แค่ตาออกมามอง

ตึ้ง!

“กรี๊ด.....!!!

“ว๊ากกกกก!!!

“เหี้ยเอ้ย!”ท่ามกลางเสียงกรี๊ดและเสียงร้องลั่นโรงยังมีเสียงหยาบๆที่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาเพ่นพ่านของคนที่นั่งอยู่ข้างๆกายด้วย รุทหลับตาปี๋ซุกใบหน้าเข้ากับไหล่ของกายแขนทั้งสองกอดเอวเล็กเอาไว้ตั้งแต่ผีออกมาครั้งแรกไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งหนังจบ

“มึงกลัวผีมากเหรอวะ สัส หายใจไม่ออก”กายว่าพลางบิดตัวไล่ความเมี่อยขบจากการเกร็งตัว

“จริงๆก็ไม่กลัวนะแต่หนังแม่งชอบทำให้มันน่ากลัว”รุทว่า เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ใช่คนกลัวผีแต่เวลาดูหนังผีแม่งน่ากลัวกว่าตอนที่เขากับเพื่อนไปลองของซะอีก

“ถ้ามันไม่น่ากลัวแล้วเขาจะขายได้มั้ยละ”รุทเห็นด้วยหนังผีถ้าตัดเสียงเอฟเฟ็กออกมันก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอกเขาถึงไม่ชอบดูไง ของจริงสนุกว่าตั้งเยอะ แต่จะว่าไปดูหนังผีครั้งนี้ก็คุ้มดีนะ ได้กอดด้วย

“ยิ้มอะไรของมึงวะ เห็นแล้วขนลุก”กายว่าออกมาไม่จริงนักก่อนจะโทรหาเพื่อน

“มึงคืนนี้เดี๋ยวกูไปแดกเหล้าที่ร้านด้วย เดี๋ยวโทรชวนไอ้เรย์.....อ้าวเวร.....โห่กูอยากแดกเหล้าอ๊า....ไม่เอา....เออๆก็ได้แค่นี้นะ”กายวางโทรศัพท์ด้วยใบหน้ายุ่งๆ

“ทำไมวะพี่”รุทถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์

“พี่เซียป่วยเลยต้องดูแล ถุย หาเรื่องอู้งานสิไอ้เพื่อนเวร”กายใส่อารมณ์กับโทรศัพท์แล้วมองหน้ารุทนิ่งๆ

“ไปกินบ้านดิ พวกเพื่อนไอ้เก่งยังไม่กลับหรอก สนิทกันแล้วนี่”รุทว่า เขาไม่อยากให้ไปยุ่งกับพวกนั้นมากนักหรอกแต่เขาก็ไม่ชอบดื่มแต่ก็ไม่อยากให้กายออกไปหาที่ดื่มที่อื่น ยังไงอยู่ในบ้านมันก็ยังดีกว่า สักพักกายก็พยักหน้ารับแล้วทั้งสองก็กลับบ้านโดยที่ไม่ลืมซื้อเหล้ากลับเข้าไปด้วย

 

 

 

ความคิดเห็น