ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 18 รอยยิ้มจากหัวใจ

คำค้น : Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2, นทีเลย์, Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2559 23:34 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 18 รอยยิ้มจากหัวใจ

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 18

 

 

 

 

...Way Part...

            "ไอ้เลย์มันเป็นไงบ้างวะมึง" ผมถามน้องชายคนรองด้วยความเป็นห่วง หลังได้รับข้อความจากมันว่าพาเลย์มาส่งโรงพยาบาลเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วก็รีบเบ่งมาที่นี่ทันที และเพราะอะไรไม่รู้ถึงได้มีพ่อเลี้ยงติดสอยห้อยตามมาด้วยแบบหน้ามึนๆ

 

 

            "ให้มันพักอยู่ที่นี่ซักคืน พรุ่งนี้กูค่อยพากลับ" ไอ้ทีบอก

 

 

            "ถึงขนาดต้องนอนโรงพยาบาลเลยเหรอวะ"

 

 

            "ไม่เป็นอะไรมากหรอก ตอนพามาตรวจร่างกายเลย์มันเพลียจนหลับไป กูเลยยังไม่อยากดันทุรังพามันกลับ ให้มันพักผ่อนไปก่อน" ไอ้ทีบอก ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อได้รู้ว่าเลย์ปลอดภัยดีแล้ว พลางหันหน้าไปมองพ่อเลี้ยงแว๊บหนึ่ง

 

 

            "โชคดีจริงๆว่ะที่ได้มึงช่วยมันเอาไว้ ถ้าคนที่อยู่ตรงนั้นเป็นกูกูคงช่วยมันไว้ไม่ได้" ผมตบไหล่ไอ้น้องชายเบาๆ ขณะที่เราทั้งสามคนยืนคุยกันอยู่หน้าห้องพักวีไอพีของเลย์ หลังจากเข้าไปดูสีหน้าน้องชายให้หายกังวลแล้วก็พากันออกมาข้างนอกเพราะไม่อยากคุยกันเสียงดังรบกวนคนป่วย

 

 

            "ตอนที่กูจับชีพจรมันไม่เจอกูก็แทบสติแตกเหมือนกันว่ะ"

            "กูไม่คิดว่าเลย์มันจะเสียใจขนาดนี้" ไอ้ทีพูด แผ่นหลังกว้างแนบชิดกับผนังห้อง ใบหน้าหล่อคมดุๆในลุคแบดบอยของเขาก้มงุดลงมองพื้นด้วยแววตาที่ผมไม่สามารถอ่านออกได้ แต่ที่รู้สึกได้ก็คือ เขาดูเป็นกังวลมากจนไม่เหมือนนทีคนเดิมที่ผมรู้จัก ผมรู้ว่าหมอนี่รักน้องชายคนเล็กของผมมาก แต่ไม่คิดว่าเขาจะรักแทบเป็นแทบตายขนาดนี้

 

 

            "ยังไงน้องก็ปลอดภัยแล้ว กลับไปดูแลให้ดีๆเถอะ" เจ้าผู้ใหญ่ที่ตามมาด้วยเงียบๆจนแทบไม่ได้พูดอะไรเอ่ยประโยคแรกออกมาจากปาก ไอ้ทีเงยหน้ามองผู้อุปการะตนเองนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ จังหวะนั้นเองที่แววตาของน้องชายคนรองของผมดูเข้มแข็งขึ้น กลับไปเหมือนนทีคนเดิมที่ผมรู้จัก

            "อย่าให้ต้องพาเข้าโรงพยาบาลอีกล่ะ" พ่อเลี้ยงบอก

 

 

            "ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง" ไอ้ทีผงกหัวให้คนเป็นพ่อบุญธรรมเล็กน้อย

            "ขอบใจมึงที่มา กูจะบอกไอ้เลย์ให้ตอนมันตื่น"

 

 

            "เรื่องที่ฉันมาและของฝากจากฉัน ไม่ต้องบอกหรอกนะ" พ่อเลี้ยงสั่ง

            "น้องคงสบายใจกว่าถ้าไม่รู้ว่าเป็นของฉัน" คนข้างกายผมบอกเหตุผล ซึ่งทั้งผมและทีเองก็ต่างเข้าใจ เพราะถึงจะเห็นเลย์เป็นแบบนั้น แต่จริงๆน้องชายของผมคนนี้ทั้งรักศักดิ์ศรีและทิฐิสูงมาก ยิ่งเขาอยู่กับคุณพ่อของเขามาตั้งแต่เด็กยิ่งเป็นเรื่องยากที่เลย์จะยอมรับพ่อเลี้ยง แม้จะโตมาด้วยเงินและงานจากคนคนนี้ก็ตาม รวมไปถึงสิ่งที่พ่อเลี้ยงและแม่ได้เคยทำเอาไว้กับพี่ชายที่มันรักมาก คงยากหน่อยที่จะทำให้เลย์ยอมรับเขา

 

 

            "งั้นมึงไปเฝ้ามันเถอะ กูกับพ่อเลี้ยงจะกลับแล้ว" ผมบอกไอ้เพื่อนรัก

 

 

            "โชคดีมึง" นทีกล่าวลากับผมแล้วหันไปผงกหัวให้พ่อเลี้ยง ก่อนที่เราสองคนจะเดินแยกออกมา ปล่อยให้ไอ้ทีมันไปดูแลและเฝ้าคนที่มันรัก

 

 

            "เฮ้อ ผมสงสารน้องว่ะ" ผมบ่นพึมพำขึ้นหลังจากเดินออกมาจนถึงรถและเข้านั่งประจำที่แล้ว พ่อเลี้ยงหันมามองผมนิดๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเริ่มสตาร์ทรถ ผมจึงใช้เวลาว่างนี้ให้เป็นประโยชน์ ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแชทคุยกับเพื่อน

 

 

            เอี๊ยดดด!

            เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังไปรอบด้านเมื่ออยู่ๆรถที่ผมกำลังนั่งอยู่ก็จอดนิ่งลงไปอย่างกระทันหันเนื่องจากคนขับเหยียบเบรคเพื่อหยุดรถในทันที จนผมที่ไม่ทันตั้งตัวถลาหน้าฟุบลงไปกับแผงคอนโซลฝั่งคนโดยสารอย่างแรงจนทำโทรศัพท์มือถือตกจากมือไปด้วย

 

 

            "โอ๊ย อะไรเนี่ย" ผมโวยวายขณะเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ

 

 

            "โทษที แมววิ่งตัดหน้ารถ" คนข้างกายกล่าวขอโทษอย่างสำนึกผิด

            "แกไม่เป็นไรใช่มั้ย" อีกฝ่ายถาม

 

 

            "ไม่เป็นไรอะไรล่ะครับ เจ็บดั้งสิถามได้ หักมั้ยก็ไม่รู้ ไอ้แมวบ้าเอ๊ย" ผมบ่นติดจะอารมณ์เสียเพราะสันดั้งกระแทกลงไปเต็มๆ ตอนนี้เจ็บจนอยากจะร้องไห้อยู่แล้ว

 

 

            "มัวแต่จะเล่นมือถือ ทำไมไม่คาดเข็มขัดนิรภัย"

 

 

            "ลืม" ผมแก้ตัว ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาโทรศัพท์มือถือตัวเอง

            "อ้าว โทรศัพท์ผมหล่นไปไหนแล้วเนี่ย" ผมท้วงถามพร้อมก้มหน้าก้มตาหาไปทั่ว แต่มองรอบๆตัวตัวเองกลับไม่มีเลยจนในที่สุดก็ไปพบว่ามันตกอยู่ฝังคนขับ ผมจึงเอื้อมมือเข้าไปหวังจะหยิบมันขึ้นมาจากพื้นบริเวณนั้นทันทีแต่ในขณะเดียวกัน พ่อเลี้ยงเองก็กำลังก้มลงไปหยิบโทรศัพท์ของผมขึ้นมาให้เช่นกัน กลายเป็นว่าผมกำลังก้มลงหยิบมือถือเครื่องเดียวกันกับพ่อเลี้ยง และพอเงยหน้ามองอีกฝ่ายก็พบว่าตอนนี้ใบหน้าเรา...ใกล้กันมากจนเกินไปแล้ว!

            "เอ่อ..." ผมอ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ออกและตัวแข็งทื่อจนขยับหนีไปไหนไม่ได้เลยหลังจากที่เผลอไปสบตากับแววตาลึกลับของเขาเข้า ราวกับถูกสะกดให้หยุดนิ่งทุกความเคลื่อนไหว ตอนนี้ภายในห้องรถตกอยู่ในความเงียบเกินจะบรรยาย ลมหายใจของเราสองคนรินรถลงบนผิวหน้าของกันและกันไม่นานบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงให้เข้าองศา ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะจรดเข้าหากันในที่สุด

            (เขาจูบ...เราหรอ!?) ผมได้แต่ครุ่นคิดในใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้น ทั้งๆที่สมองมันรู้มันคิดทุกอย่างได้แต่ร่างกายกลับพยศไม่ยอมทำตามคำสั่ง จนกลายเป็นว่าผมเผลอนั่งนิ่งๆให้เขาจูบผมอยู่เนินนานไม่มีทีท่าจะผลักอีกฝ่ายออกหรือผละตัวออกมาเลย

 

 

            เมื่อเห็นผมนิ่งๆไม่มีการตอบโต้ที่แสดงการขัดขืนใดๆพ่อเลี้ยงจึงเริ่มสอดลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปากอุ่นอย่างช้าๆ

 

 

            "อือ..." ผมส่งเสียงฮึมฮำในลำคอเมื่อลิ้นของเราเกี่ยวพันกัน ก่อนจะที่อีกฝ่ายจะถอนริมฝีปากออกไปเมื่อรู้สึกได้ว่าผมไร้การตอบสนองกลับไป ใช่ ผมไม่กล้าตอบโต้เขากลับไป เพราะเขาเป็นพ่อเลี้ยงของผม แต่เพราะอะไรผมถึงไม่รีบผลักออกตั้งแต่แรก ผมเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

 

 

            "..." อีกฝ่ายสบตากับผมนิ่งไปนิด ก่อนจะหลับตาลงแล้วยืดตัวขึ้นไปอยู่ในท่านั่งปกติของคนที่ทำหน้าทีขับรถ ผมจึงใช้โอกาสนั้นก้มลงหยิบมือถือที่พื้นขึ้นมากำเอาไว้ในมือแน่นแล้วเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเครียดๆ

            "คาดเข็มขัดด้วย" อีกฝ่ายสั่งเสียงเคร่ง ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างอึดอัดก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัยตามคำสั่งของอีกฝ่าย หลังจากนั้นรถสปอร์ตก็เคลื่อนตัวออกไปบนถนนกว้าง

            เหตุการณ์เมื่อกี้มันผ่านไปไม่ถึง 3 นาที แต่ความรู้สึกของผมมันราวกับว่าผ่านไปนานหลายสิบนาที ผมไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงเป็นแบบนี้ จนได้แต่นั่งเงียบมองออกไปนอกรถตลอดทางที่นั่งมาด้วย

 

 

            นี่เรื่องจริงหรอ...กูจูบกับพ่อเลี้ยงจริงๆหรอ!!?

 

 

...End Way Part...

 

 

 

 

...Lay Part...

            "อือ" ผมค่อยๆลืมตาขึ้นจากความฝันอันยาวนาน เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆเผยให้เห็นผนังห้องโทนสีขาวสะอาดตา ผมกรอกตาไปมาเพื่อคำนวนข้อมูลต่างๆในสมองจนนึกได้ว่าหลังจากที่ได้สติขึ้นมาจากที่ถูกพี่ทีช่วยชีวิตขึ้นมาจากในน้ำ คนตัวโตก็พาผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลต่อจนตัวเองเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

            "ที่นี่..." ผมยันกายขึ้นนั่งหลังอิงหมอนกับหัวเตียงอย่างยากลำบาก รู้สึกร่างกายมันหนักอึ้งไปหมดราวกับจะวูบหลับลงไปได้ทุกเมื่อเลย

            "พี่ที..." เมื่อก้มลงมองเจ้าของมือหนาที่กุมมือข้างหนึ่งของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยก็เห็นว่าพี่ทีนั่งฟุบหลับอยู่ข้างๆเตียง ผมเรียกชื่อคนตัวโตอย่างแผ่วเบาก่อนที่ภาพเหตุการณ์ในวันนี้จะไหลเข้ามาในหัว...ผมเห็นพี่ทีร้องไห้...ผมทำพี่ทีร้องไห้ เมื่อคิดได้ดังนั้นน้ำตาใสก็เออคลอขึ้นมารอบๆกรอบตาหวานอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะขยับตัวลงไปนอนและกอดอีกฝ่ายไว้แน่น

            "พี่ที ฮึก เลย์ขอโทษ" ผมขอโทษคนเป็นพี่ชายเสียงสั่น ผมทำพี่ทีร้องไห้ พี่ทีที่แทบจะไม่เคยร้องไห้ออกมาเลยต้องร้องไห้เพราะผม ผมมันโง่เองที่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้นลงไป ผมกำลังฆ่าชีวิตของน้องชายเพียงคนเดียวของเขา ผมกำลังทำให้พี่ทีไม่เหลือใครโดยเอาแต่คิดถึงตัวเอง

 

 

            "หือ..." คนตัวโตที่ถูกผมโอบกอดเอาไว้แน่นค่อยๆลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้นมา

            "เลย์" พี่ชายเรียกผมเสียงแผ่ว ก่อนที่ร่างของผมจะถูกแรงอันมหาศาลจับให้คลายกอดออก ต้นแขนทั้งสองข้างถูกมือแกร่งจับเอาไว้มั่น แววตาคมของอีกฝ่ายมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของผมอย่างเจ็บปวด ยิ่งเห็นพี่ทีมีสีหน้าเจ็บปวดผมก็ยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม

 

 

            "ฮึก อึก...ฮืออ"

 

 

            "เป็นอะไรเลย์? ร้องไห้ทำไม" คนตัวโตลุกขึ้นถามหน้าเครียด

 

 

            "เลย์ขอโทษ ฮึก เลย์ขอโทษ" ผมโผเข้ากอดคนตัวโตอีกครั้ง ใบหน้าหวานซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง พี่ทีเองก็กอดผมเอาไว้เช่นกัน

 

 

            "ขอโทษอะไรครับ" พี่ทีถามเสียงอ่อนลง ผมไม่ตอบอะไรได้แต่สะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตอย่างนั้น สัมผัสจากมือหนาของคนที่ผมรักลูบอยู่บนหัวทุยอย่างอ่อนโยน ผมอยากกอดพี่และให้พี่กอดแบบนี้มาตลอด

            "พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษ" พี่ทีแทนตัวเองว่าพี่ ทำให้ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันทีทั้งน้ำตา นานแล้วนะที่พี่ทีไม่ได้แทนตัวเองว่าพี่กับผมแบบนี้

 

 

            "ฮือ ไม่ พี่ไม่ต้องขอโทษ ฮึก" ผมส่ายหน้าไปมาอยู่กับอกแกร่งของพี่ชาย

            "ก็เลย์ทำให้พี่ร้องไห้ ฮึก ฮือ เลย์ทำให้พี่เสียใจ ฮืออ"

 

 

            "กูต่างหากที่ทำให้มึงเสียใจ เพราะงั้นอย่าร้องไห้นะ กูอยากให้มึงยิ้มมากกว่ารู้มั้ย"

            "อย่าร้องไห้นะครับคนดี" คนตัวโตผละกอดออกแล้วเปลี่ยนมาโน้มหน้าใช้นิ้วเช็ดน้ำตาที่ข้างแก้มให้ผมอย่างอ่อนโยน ผมเม้มริมฝีปากมองใบหน้าของพี่ชายด้วยแววตาสั่นคลอน อยากรัก...อยากจะรักกับพี่ชายคนนี้ต่อไปแต่ผมก็กลัว...

 

 

            "อื้ม ยิ้มแล้ว" ผมพยักหน้ารับคำสั่งพร้อมฝืนยิ้มให้พี่ชาย ถึงมันจะเป็นยิ้มที่ผมฝืนแสดงออกไปแต่กลับเป็นยิ้มไม่มีเหลือความเศร้าสร้อยอยู่เลย เป็นยิ้มที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่มันกลับสามารถทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นได้ เพราะผมพยายามยิ้มมันออกมาจากหัวใจจริงๆ

 

 

            "หน้าซีดหมดแล้วนะ พี่ว่าพี่ไปหาอะไรมาให้เราทานก่อนดีกว่า"

 

 

            "เลย์ขอไปด้วยนะ" ผมกำชายเสื้อเชิ้ตของพี่ชายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

 

 

            "นี่ดึกแล้วนะครับ อีกอย่าง คิดว่าตัวเองจะตามพี่ลงไปได้ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้หรอ หืม อดข้าวมากี่วันแล้ว" พี่ทียิ้มให้ผมบางๆ ให้ตายสิ ทำไมพี่ทีพูดจาแบบนี้ ทำไมพี่ทีพูดเพราะกับผมแล้วน่ารักได้ขนาดนี้นะ

 

 

            "พี่อย่าพูดเพราะได้ป่ะ ขนลุก" ผมแซวขำๆ ทั้งๆที่ในใจชอบจะให้อีกฝ่ายพูดแบบนี้ด้วยแท้ๆ

 

 

            "ไม่ชอบหรอ" พี่ทีถาม

 

 

            "ทำไมจะไม่ชอบล่ะ" ผมยิ้มตอบอายๆ

 

 

            "งั้นแปลว่าชอบ" พี่ทีย้อนถาม ผมพยักหน้าหงึกๆ

            "งั้นกูเลิกพูดเพราะๆแล้ว หึ" อีกฝ่ายกระตุกยิ้มกวน

 

 

            "เอ๊า" ผมกระพริบตามองหน้าพี่ชายงงๆ เพราะยังมึนๆอยู่เลยยังตามวีนใส่พี่ชายคืนไม่ได้ กลายเป็นว่าทำได้แค่นั่งทำหน้าโง่ให้พี่ชายกวนประสาทเล่นเท่านั้น

            "พี่กวนผมหรอ" ผมมุ่ยพี่ถาม คนตัวโตส่ายหน้าขำไปมา

 

 

            "เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา พักผ่อนรอในห้องอย่าซนลุกไปไหนนะครับ" คนตัวโตขยี้หัวผมจนฟูเสียทรง ก่อนจะเดินจากไปจนลับตา ทิ้งให้ผมต้องนั่งกอดเข่ารออยู่คนเดียวในห้อง ดูจากสภาพก็คงเป็นห้องของโรงพยาบาลนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ทีกลับมาค่อยถามอีกทีว่าจะได้กลับเมื่อไหร่

 

 

            "พี่ที..." ผมเรียกชื่อพี่ชายที่ไม่อยู่ตรงนี้แล้วขึ้นขณะที่กำลังซุกหน้าลงกับเข่าตัวเองพลางคิดถึงภาพของพี่ชายขึ้นมาเต็มหัวไปหมด ก่อนที่แววตาแห่งความสุขตั้งแต่ได้ตื่นขึ้นมาจะค่อยๆหม่นหมองลงไปเมื่อผมเริ่มคิดไปถึงเรื่องแย่ๆในครอบครัวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

            "ทำไมทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้นะ" ผมพึมพำเสียงแผ่ว

            ทำไม...ถึงมีแต่เรื่องแย่ๆเกี่ยวกับคนในครอบครัวเข้ามาในชีวิตผม...

            ผมก็แค่อยากใช้ชีวิตอยู่กับพี่ทีอย่างมีความสุขตลอดไป...

 

 

 

            --- To be continued ---

 

 

ชื่อ
ความคิดเห็น