email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8.อึดอัด

ชื่อตอน : ตอนที่ 8.อึดอัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 168

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 00:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8.อึดอัด
แบบอักษร

การสอบด้านความรู้ทั่วไปจบลงแบบไม่ได้ยากเย็นอะไร อย่างไรก็เป็นข้อสอบในเรื่องของผู้หญิงกิริยามารยาทดารวางตัวและบลาๆ แสนน่าเบื่อ เมื่อว่างเว้นจากการสอบ นางในรับใช้จึงจัดแจงสถานที่เพื่อรองรับอิริยาบทของเหล่าหญิงสาวหลังการสอบ นอกจากลานพิธีแล้ว ยังมีสวนพรรณไม้ยืนต้นที่ร่มรื่นพื้นถูกปูด้วยหญ้าสีเขียวทั่วทั้งบริเวณ

ร่มเงาจากต้นไม้ยังคงไม่พอ กระโจมใหญ่ถูกจัดไว้กระจายๆ เป็นจุดๆ อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องไปอยู่ในกระโจมกับคนอื่น เพราะด้วยความที่ข้าเป็นลูกสาวตระกูลสูงศักดิ์กว่าคนอื่นๆ จึงได้กระโจมเป็นส่วนตัวและมีนางในคอยรับใช้ตลอดเวลา

“ข้าขอไปเดินเล่นสักหน่อย”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

นางก้มหัวให้กับข้าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเล็กๆส่งมา

“อะ!!! คือ ข้าอยากไปคนเดียวหนะ เจ้าอยู่ที่นี่เถอะ”

ยังไม่ทันที่ขาสองข้างจะก้าวออกจากชายคา นางก็ทำท่าจะเดินตามไปด้วยเสียอย่างนั้น จนต้องยกมือขึ้นห้ามเอาไว้

“แต่....”

“ไม่เป็นไร ข้าไปไม่นานแล้วจะรีบกลับมา.....นะ”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

เฮ้ออออออออ.. ทำอะไรอะไรๆก็ดูจะยากเย็นไปหมดสำหรับข้า สองขาหยุดเดินเมื่อสังเกตเห็นว่าออกมาไกลพอสมควรจากผู้คน

“เฮ้อออออ”

อียูพ่นลมหายใจทิ้งอย่างเบื่อหน่ายสายตาทอดยาวไปไกลราวกับไม่มีสิ่งใดน่ามอง เงียบดีจัง ไม่อยากจะรับหรอกนะว่าข้าหนีออกมา ทำไมข้าต้องอดทนต่อการพูดจาดูถูกเหยียดหยามจากผู้หญิงคนอื่นๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ข้าสามารถวิ่งเตะใครก็ได้ที่บังอาจมาล้อเรียน หรือทำไมดีใส่ ตอนนี้ข้าทำได้แค่ยิ้มรับเพราะจะทำให้ตระกูลของท่านพ่อเสื่อมเสียไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ลูกสาวจะต้องพึงคิดไว้ตลอด ข้าไม่คิดว่ามันจะหนักหนาขนาดนี้

ถ้าจะโทษใคร ก็คงต้องโทษโชคชะตาที่กำหนดมาให้เป็นเช่นนี้ ช่างน่าโมโหเสียจริง

หยาดน้ำตาหยดเล็กหยดน้อยไหลลงสองข้ามแก้ม ลมแรงๆ พัดแทรกผ่านร่างเล็กไปราวกับกำลังช่วยปลอบโยน

“เจ้าควรจะอยู่ในกระโจมไม่ใช่หรือ?”

“....!!!!”

เสียงทุ้มจากอีกฝั่งของต้นไม้ใหญ่ดังขึ้น อียูสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับเช็กน้ำตาออกไปเพราะเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามา คงไม่น่ายินดีนักหากมีใครเห็นว่าหญิงที่เข้ามาคัดเลือกร้องไห้แบบนี้

“จะ !!! เจ้าทะทำไม!!!!”

“.....?”

ใบหน้าเล็กน้่งอึ่งไปด้วยความตกใจจนต้องยกมือขึ้นปิดปากของตน ใบหน้านั้น ข้าจำไม่ผิดแน่น ซอนมิน เค้ายืนอยู่ตรงนี่ ตรงหน้าข้า สีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ

“ซอลมิน!! ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่?!!!!”

“ข้าอยู่ที่นี่ แล้วแปลกขนาดนั้นเลยหรือ?”

“กะ ก็.....!?”

“......”

ร่างเล็กมองคนตรงหน้าอย่างใช้รวามคิดพร้อมกับมองซอลมินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่นึกไม่ฝันว่าจะเป็นเขาจริงๆ แต่ด้วยชุดที่เขาสวมใส่ บงบอกได้ดีว่าเขาคือองครักษ์อย่างแน่นอน

“อ่าาาาา เจ้าเป็นองครักษ์ในวังนี่เอง”

“...!”

ซอลมินก้มมองดูชุดของตนก่อนจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดส่งสายตาคาดโทษแก่หญิงสาวเล็กน้อย อียูเห็นแบบนั้นจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยได้รู้อะไรเกี่ยวกับซอลมินเลย ในวันที่มีเรื่องร้าย อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องดีๆซ่อนอยู่

“เจ้าเป็นคนแรกที่พบที่ซ่อนของข้า”

“หืม!?...”

ซอลมินพูดขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบเดินมาหยุดยืนข้างๆกับอียูพรางมองออกไปไกล ก่อนจะหันกลับมายกยิ้มมุมปากให้กับคนตัวเล็ก

“ข้าไม่ได้เป็นคนเจอเสียหน่อย เจ้าต่างหากที่..!”

“อะหึ้ม!....”

“.....!”

เมื่อได้ยินแบบนั้นซอลมินถึงขั้นกะแอมเสียงดังในลำคอเพื่อหยุดคำอวดดีจากคนตัวเล็กพรางเฉมองไปรอบๆ ก่อนที่ปากเล็กๆ นั่นจะทำให้เขาดูงี่เง่าไปมากกว่านี้

“หญิงชายไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าควรกลับไปที่กระโจม”

“เจ้าไม่ใช่คนแปลกหน้าสักหน่อย ทำไมถึงไล่ข้าหละ ขอข้าอยู่แบบนี้อีกหน่อยเถอะ”

“.....”

“แค่นิดเดียวก็ยังดี”

ซอลมินเพียงต้องการที่จะแก้สถานการณ์ที่เธอแหกหน้าเขาอย่างไม่เหลือชิ้นดี แต่ไม่คิดว่าจะทำให้รอยยิ้มที่สดใสเมื่อครู่จางหาย อียูถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ก่อนจะก้มหน้าลงเงียบๆ

“นี่ไม่ใช่วันที่เจ้ารอคอยหรอกหรือ? ถึงได้ทำหน้าเช่นนั้น?”

“ข้าทำสีหน้าแบบไหนให้เจ้าเห็นหรอ ฮ่าๆๆ”

“.....”

ซอลมินหันมองหน้าคนตัวเล็กอย่างเหลืออด เพราะไม่ว่าจะมองยังไงเสียงหัวเราะนั่นก็ช่างกลบเกลื่อนได้ไม่เนียนเอาเสียเลย

“ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่รอคอยวันนี้”

“......”

เสียงใสที่สั่นคลือในลำคอ สองมือเล็กบีบกันแน่นราวกับกำลังควบคุมตนเองไว้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอียูถึงทำสีหน้าราวกับแบกภูเขาเอาไว้ทั้งใบ อียูเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนี่คืออะไร ทำไมมันช่างอึดอัดเสียจนจะเก็บเอาไว้ไม่อยู่ หากวันนี้ไม่เจอซอนมิน ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้

ใบหน้าขาวใสเงยขึ้นไปมองคนตัวสูงด้วยขอบตาบวมแดงชื้นไปด้วยน้ำตา ซอลมินมองอียูนิ่งอย่างแปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอียูถึงร้องไห้ เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ?! ร่างเล็กถอนหายใจอีกครั้งด้วยความยากลำบาก

“ข้าไม่อยากเป็นชายาขององค์รัชทายาท”

“....!!”

“ข้าไม่ได้ต้องการเลย”

“เพราะอะไร!?”

“องครักษ์ไม่ควรตั้งคำถามเช่นนี้กับหญิงสูงศักดิ์!!!”

ซอลมินอึ้งไปเพราะคำตอบที่ได้ทำให้เขาหน้าชาไปในทันที จนเผลอกระแทกเสียงใส่คนตัวเล็กด้วยลืมตัวไปว่าตนอยู่ในฐานะองครักษ์เท่านั้น

“เจ้าไม่ควรก้าวขาเข้ามาตั้งแต่แรก เจ้าน่าจะรู้ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร”

“ข้าเลือกอะไรไม่ได้ ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกแม้แต่คนที่ข้ารัก หึ ช่างน่าขันนัก”

“เจ้ามีคนที่เจ้ารักอยู่แล้ว อย่างนั้นสิ”

“!!....จะ เจ้ากำลังหยาบคายกับหญิงสูงศักดิ์นะซอลมิน!”

“งั้นหรือ...”

อียูหลบสายตาจากซอลมินทันทีหลังจากเขาพูดด้วยสีหน้าขุ่นเคืองราวกับว่ากำลังโกรธข้าอยู่ หากทั้งข้าและซอลมินเป็นเพียงปุถุชนคนทั่วไป ข้าคงจะบอกความในใจทั้งหมดออกไปแล้วแม้จะต้องเสียใจ ก็ยังดีที่ได้พูดออกไป ข้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่สามารถเป็นอย่างนั้นได้ ไม่ว่าทางใด

“เจ้าควรกลับไปที่กระโจม”

“.....!”

น้ำเสียงซอลมินกลับมาราบเรียบดังเดิม ทำให้อียูกล้าที่จะมองเขาอีกครั้งด้วยดวงตาที่แดงกล่ำ

“ถึงอย่างไร ข้าก็เป็นองครักษ์ เรื่องในวันนี้ ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น”

“.......!”

เขาพูดโดยที่ไม่ละสายตาจากใบหน้าหญิงสาวแม้แต่น้อย กลับเป็นอียูเสียเองที่ไม่กล้ามองหน้านั่น ซอลมินก้มหัวเล็กน้อยให้อียูแล้วก้าวขายาวๆ เดินห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

คังอียู เจ้าทำอะไรลงไปเนี่ย โอ้ยยย ข้าโมโหตัวเองเสียจริง ทำไมต้องเล่าทุกอย่างให้ซอนมินฟังด้วย ไม่ได้สนิทกับเค้าเสียหน่อยงี่เง่าเสียจริง อ๊าาาาาาา! ข้าต้องทำหน้ายังไงดี!!

“นี่ มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง จะถอนหายใจแบบนั้นไปถึงเมื่อไร ข้าละเหนื่อยแทน”

จียงพูดขึ้นทำลายความเงียบเมื่อเห็นว่าอียูนั่งเหม่ออย่างไม่เคยเห็นพรางพ่นเมล็ดแตงโมพุ่งออกไปไกลเท่าที่จะทำได้

“ชิส์ เจ้าจะไปรู้อะไร”

“เจ้าไม่เล่าแล้วข้าจะไปรู้ได้ยังไง!”

“กินต่อไปเถอะ”

จียงเบะปากไม่ใส่ใจ เพราะสีหน้าอียูยับยู้ยี่ไปหมด ร่างเล็กฟุบหน้าลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ภายใต้ศาลาในสวนหย่อมภายในบ้าน

“พรุ่งนี้สอบเป็นรอบที่สองนี่นา”

“......”

เขาพูดมือหนาทำหน้าที่เอื้อมมาหยิบแตงโมอีกชิ้นไปกัดกินอย่างอร่อยโดยไม่สนใจอียูที่กำลังก้มหน้ามุดโต๊ะอยู่

“เจ้าก็สอบผ่านมาแล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่ยาก เจ้ากังวลอะไรอยู่กันแน่”

“ก็นั่นแหละที่ข้าไม่ชอบใจ”

“จุ๊ๆๆๆๆๆๆ มีผู้หญิงมากมาย แย่งชิงกันเกือบตายเพื่อเป็นชายาขององค์รัชทายาท ทั้งฉลาดปราดเปรื่อง รูปงามกว่าชายใดในแผ่นดิน แต่เจ้า.....”

“ขะ ข้าทำไม?!”

อียูเงยหน้าขึ้นมองจียงอย่างทันควัน ชายหนุ่มเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงทำท่ามองคุณหนูอย่างชั่งใจจากหัวจรดปรายเท้าทำได้เพียงย่นจมูกแล้วส่ายหัวไปมา

“ข้าไม่ดีตรงไหน?....ข้าก็...ไม่ได้สวยน้อยกว่าใครสักหน่อย........แล้วเจ้าเคยเห็นองค์รัชทายาทแบบจะจะงั้นสิ ถึงได้รู้ดีนัก?!”

ประโยคหลังอียูกระแทกน้ำเสียงใส่จนจียงหยุดเคี้ยวแตงโมเพราะตกใจ ไม่นึกเลยว่าคุณหนูที่กำลังจะกลายเป็นพระชายาจะมีกิริยามารยาทไม่งามอย่างนี้ เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าเมื่อวันนั้นมาถึงจะเป็นอย่างไร นึกแล้วก็ทำท่าพนมมือพร้อมกับมองออกไปบนท้องฟ้าเพื่อมองหาหนทางดับทุกข์ภายในจิตรใจของเขาเอง.......

“นี่!! จียงเจ้าตายแน่!!”

ฟ้าวววว!!!!

“เฮ้ยยยยยยย!!!”

ว่าแล้วถาดใส่แตงโมก็ลอยละลิ่วไปหาจียง เขากระโดดหลบอย่างเร็วไว เมื่อเห็นว่าตนหลบได้จึงหันกลับมายิ้มเยาะเย้ยพร้อมกับกัดแตงโมที่ยังอยู่ในมือคำใหญ่ด้วยสีหน้าพออกพอใจ

“อย่าให้ข้าจับเจ้าได้นะ!!!”

“จะมัวรออะไรอยู่เล่ามาจับสิ เอ๊ะ! จะว่าไป เจ้าไม่เคยจับข้าได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ฮ่าาาาาาาาา!”

“......”

“เป็นอะไรไป? ไม่มาจับข้าแล้วหรอ?”

“......”

อียูยืนนิ่งไม่โต้ตอบ ต่อสิ่งที่กำลังยั่วยุ ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ตอนนี้ข้าไม่มีอารมมาเล่นอะไรแบบนี้หรอกนะ ร่างเล็กคลายมือที่กำกันแน่นเมื่อครู่ออกก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องของตนไม่ได้สนใจจียงอีก

“......ไม่ต้องไล่จับข้าหรอก เข้มแข็งให้ได้ก็พอ”

จียงพรึมพัมกับตัวเองเพราะรู้ดีว่าที่อียูเป็นแบบนี้เพราะอะไร ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปี อียูไม่เคยอยู่นิ่ง ไม่เคยหวั่นต่อปัญหาใด และก็ไม่เคยมีความรัก ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้นางเป็นได้ถึงขนาดนี้ ย่อมเป็นเพราะความรักอย่างแน่นอน.

ความคิดเห็น