เดิมพันรักซาตาน (ปรับปรุงใหม่จากเว็บนิยาย) : บทลงโทษของท่านประธานจอมโหด2

เดิมพันรักซาตาน (ปรับปรุงใหม่จากเว็บนิยาย)
  • ชื่อเรื่อง : เดิมพันรักซาตาน (ปรับปรุงใหม่จากเว็บนิยาย)
  • ชื่อตอน : บทลงโทษของท่านประธานจอมโหด2
  • คำค้น :
  • คนเข้าชมทั้งหมด : 2843
  • ความคิดเห็น : 2
  • ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2555 17:47 น.
สุภกร/วิจิตรรัตติยา
สุภกร/วิจิตรรัตติยา

บทลงโทษของท่านประธานจอมโหด2

 

                “ทำไมนายถึงไม่จัดการกับแม่นั่นให้เด็ดขาดไปสักทีเลยล่ะ” ณภัทรเอ่ยถามฌอห์ณอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาไม่เคยเห็นฌอห์ณเป็นแบบนี้มาก่อน ธรรมดาแล้วฌอห์ณเป็นคนเด็ดขาดเพราะต้องปกครองคนหมู่มากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะเห็นฌอห์ณปล่อยให้เรื่องเล็กๆ หยุมหยิมแบบนี้มารบกวนจิตใจ แต่ตอนนี้ฌอห์ณกลับพยายามไล่ต้อนผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งให้จนมุม เพื่ออะไรเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ หรือแม้แต่ตัวคนทำเองจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน

                “ยังก่อน แกไม่เห็นหรือไงว่ายัยนั่นกลัวพวกเราจะตาย แต่ก็ยังทำเป็นปากกล้า ฉันจะเก็บเอาไว้เล่นสักพักหนึ่งก่อนแก้เบื่อ” สองคนเพื่อนรักเหยียดยิ้มมุมปากอย่างรู้กัน ส่วนยศกรได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างนึกระอาลูกพี่ลูกน้องคู่นี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนที่แหยมเข้ามามีเรื่องกับเจ้านายของเขาต้องเจอภัยพิบัติของชีวิต เขาเองก็ออกจะรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนี้อยู่ไม่น้อยทั้งๆ ที่คิดว่าคงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว แต่ในเมื่อโลกมันกลมเขาก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ คงได้แต่รู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้นที่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกเป็นของเล่นของเจ้านายทั้งสองคนของเขาอยู่

               

                “เกรซ! เป็นอะไรไปจ๊ะ ถูกท่านประธานดุเอาหรือไงจ๊ะนั่น” อรนภาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทางรนราน เมื่อเห็นผู้ช่วยของเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของท่านประธานหนุ่ม แล้วยืนนิ่งน้ำตาไหลรินอยู่หน้าห้อง

                ดวงหน้าสวยหวานส่ายไปมา ยังไม่ทันตอบคำถามของอรนภาท่านประธานหนุ่มก็เดินตามออกมาจากห้องทำงานของเขาเสียก่อน

                ฌอห์ณเดินมาหยุดยืนหน้าห้อง เมื่อเห็นว่าสาวน้อยปากกล้าที่เพิ่งเดินนำเขาออกมาไม่นานกำลังยืนร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องทำงานของเขา

                “ไม่มีงานทำหรือไงคุณอร เอกสารการประชุมของผมเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม นี่ก็ใกล้เวลาประชุมแล้วนะ คุณยังมายืนทำอะไรอยู่ที่นี่อีก” เอ่ยถามเลขาสาวเสียงเข้ม แต่สายตาคมกริบกลับปรายสายตาจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้านวลสวยที่กำลังยืนใช้หลังมือปาดน้ำตาอยู่ข้างๆ เขา

                อรนภารีบสาวเท้าเดินกลับไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงาน แล้วรีบเดินแกมวิ่งไปที่ห้องประชุมใหญ่เพื่อไปเตรียมเอกสารการประชุมของท่านประธานเอาไว้ให้พร้อมก่อนที่ท่านจะเดินเข้าไปถึง

                “น้ำตาของเธอมันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอกนะ เพราะฉะนั้น... อย่าพยายามใช้มันเป็นข้อต่อลองกับฉัน” ดวงหน้าสวยหวานแหงนเงยขึ้นสบตาคู่คม นัยน์ตาคู่หวานฉายไปด้วยแววตัดพ้อจนท่านประธานหนุ่มต้องเมินหน้าหนี

                “รีบๆ ไปทำงานที่ฉันสั่งให้เสร็จเรียบร้อยซะ อย่าให้ฉันต้องรอ เพราะฉันไม่ชอบรอใคร โดยเฉพาะเธอ” ฌอห์ณเดินเข้าไปในห้องประชุมใหญ่นานแล้ว แต่อาทิตยายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม กว่าจะทำใจที่อ่อนล้าพาเรือนร่างที่กำลังอ่อนแรงเดินเข้าไปยังห้องเก็บเอกสารที่อยู่ติดกับลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารของบริษัทได้ ก็สุดแสนจะยากลำบาก   

                อาทิตยาหันไปมองถุงขนมที่อรนภาวางเอาไว้ให้บนโต๊ะทำงานของเธอนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะรู้สึกหิว แต่ก็จำต้องยอมทนตัดใจ เพราะเธอกลัวว่าจะหาเอกสารได้ไม่ครบทันเวลาตามคำสั่งเผด็จการของท่านประธานจอมโหด

 

                อาทิตยาเข้าไปหาเอกสารที่ต้องการในห้องเก็บเอกสารที่ไม่กว้างนัก แถมยังมีแต่ฝุ่นและกลิ่นอับเพราะห้องนี้ไม่มีช่องระบายอากาศ เอกสารทั้งหมดเป็นเอกสารที่ถูกเก็บปะปนกันอยู่ และไม่ได้มีการจัดเรียงตามหมวดหมู่เอาไว้ นั่นเป็นเพราะเอกสารพวกนี้เป็นเอกสารเก่าเก็บและไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อะไรอีกครั้งนอกจากรอวันทำลายทิ้งเท่านั้น เธอคงไม่ต้องเข้ามาทนอุดอู้อยู่ในห้องนี้ ถ้าหากว่าเธอจะไม่ถูกกลั่นแกล้งให้เข้ามาหาเอกสารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์พวกนั้น

                “เอาแต่นั่งมองแล้วมันจะเสร็จไหมล่ะ” เสียงเข้มๆ ที่ดังอยู่ทางด้านหลังทำให้อาทิตยาที่กำลังนั่งมองเอกสารกองโตเบื้องหน้าอย่างท้อแท้ต้องสะดุ้งตกใจ

                ดวงหน้านวลสวยหันมามองด้านข้างจึงเห็นเพียงรองเท้าหนังสีดำสนิทเป็นมันวาวกับปลายขากางเกงสแล็คผ้าเนื้อละเอียดสีดำสนิทเท่านั้น ดวงตาคู่หวานกะพริบถี่ๆ หัวใจเริ่มเต้นระรัวขึ้นเรื่อยๆ ถึงเสียงนี้เธอจะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็พอเดาได้ไม่ยาก เพราะมีไม่กี่คนในบริษัทแห่งนี้ที่สามารถจะเดินไปไหนมาไหนตามอำเภอใจในเวลางานเช่นนี้ได้

                อาทิตยาค่อยๆ ช้อนไล่สายตาขึ้นไปทีละนิด จนมองสบตาคมเข้มสีนิลของผู้มาเยือนแล้วต้องชะงักนิ่งอึ้งจนตัวชาวาบ

                “คุณ!” เรือนร่างอรชรลุกขึ้นยืนแทบทันทีด้วยความตกใจ แล้วก้าวเท้าถอยหลังหนีไปหลายก้าว ถึงเธอจะไม่รู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อนและเพิ่งเห็นหน้าเขาเป็นครั้งที่สาม แต่เธอก็จำเขาได้เป็นอย่างดี

                “ทำไม! เจ้านายคุณให้มาดูว่าฉันตายหรือยังไม่ตายหรือไง” ดวงหน้าสวยหวานงอง้ำ หรี่ตาลงจ้องมองชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง

                “ปากเธอมันก็เป็นซะอย่างนี้ ฉันถึงไม่แปลกใจเลยที่เธอถูกเจ้านายทำโทษเอา” ณภัทรเอ่ยเสียงเข้มดุ หรี่ดวงตาคู่คมกวาดไล่มองเรือนร่างอรชรตรงหน้า

                “สภาพของเธอตอนนี้มันมอมแมมไม่ต่างอะไรกับลูกหมาคลุกฝุ่นที่นอนอยู่ตามข้างถนนเลยนะ”

                “วะ... ว่าไงนะ!” อาทิตยาตกใจเอ่ยถามเสียงสูง เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าหนุ่มหล่อขั้นเทพมาดเข้มอย่างผู้ชายตรงหน้าจะปากร้ายได้ถึงขนาดนี้

                “แล้วคุณล่ะ ปากน่ะใช่ย่อยซะเมื่อไหร่กันล่ะ ถึงได้เข้ามาถากถางซ้ำเติมฉันถึงในนี้น่ะ”

                “ฉันก็แค่พูดในสิ่งที่ฉันเห็นเท่านั้น” ณภัทรยักไหล่ด้วยท่าทางไม่แยแส

                “ถ้าพูดเสร็จแล้วก็รีบๆ ออกไปเลยไป เกะกะ” ร่างอรชรปลิวมาตามแรงกระชากทันทีที่พูดจบประโยค

                “ปล่อยฉันนะ! คนบ้า! ” ณภัทรรั้งเรือนร่างอรชรเข้ามากอดเอาไว้จนแน่น จนอกนุ่มหยุ่นบดเบียดเข้ากับแผ่นอกกว้างแข็งแกร่งของเขา ดวงหน้าคมเข้มห่างจากดวงหน้าสวยหวานเพียงไม่กี่คืบ

                “คุณจะทำบ้าอะไรของคุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ” เสียงหวานตวาดแหว เรือนร่างอรชรพยายามดิ้นรนออกจากลำแขนแข็งแรง แต่ยิ่งดิ้นรนก็เหมือนยิ่งถูกกอดรัดจนแน่นขึ้น

                “อย่าให้มันปากเก่งนักเลยแม่สาวน้อย เก็บปากของเธอเอาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นบ้างดีกว่าไหม ไม่ใช่แต่เอาไว้เห่าไล่คนอย่างนี้น่ะ” ณภัทรตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่คมวาวโรจน์

                “คุณน่ะสิเห่า! ฉันไม่ใช่หมานี่ ถ้าเป็นคุณล่ะก็ไม่... ว๊าย! ” ณภัทรเหวี่ยงทีเดียวเรือนร่างอรชรลอยหวือไปกระแทกกับผนังห้องเมื่อความอดทนถึงขีดสุด แล้วย่างสามขุมเข้าหาก่อนที่จะกระชากไหล่บางเข้ามาแนบชิดเรือนกาย

                “คุณจะทำบ้าอะไรปล่อยฉันเดี๋ยวนะ! อื้อ! ” มือเรียวงามยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้จนแน่น เมื่อดวงหน้าหล่อคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนชิด

                “ปากดีให้มันตลอดสิ” ดวงหน้าหล่อคมเข้มก้มต่ำลงมาพูดกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน มือเรียวงามถูกจุมพิตทีละนิ้วอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคู่หวานเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัว เข่าแทบทรุดจนเรือนร่างแทบลงไปกองอยู่บนพื้น หัวใจเจ็บแปลบจนอื้ออึง เธอไม่คิดว่าจะถูกคนพวกนี้กระทำการหยามเหยียดเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

                “ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันขอร้อง” เสียงหวานสั่นเครืออ้อนวอนชายหนุ่มที่กำลังรุกรานจาบจ้วง น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ยิ่งดวงหน้าคมเข้มคลอเคลียไปตามดวงแก้มนวลเธอยิ่งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวภายในใจจนจุกแน่น

                “ฉันขอร้องล่ะ คุณอย่าดูถูกฉันแบบนี้อีกเลย” เสียงหวานสั่นเครือปนสะอื้นชิดริมหู เรียกสติที่เตลิดเพริดไปไกลของณภัทรให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว ดวงหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากดวงแก้มขาวนวลเนียน ก่อนที่จะหันมาสบตานัยน์ตาคู่หวานที่ฉายไปด้วยแววเจ็บช้ำ แล้วชะงักไปชั่วอึดใจเมื่อเห็นว่าดวงหน้านวลสวยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่กำลังไหลรินลงมาไม่ขาดสาย

                “ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ” ร่างอรชรถูกรั้งเข้ามากอดกระชับ อาทิตยาพยายามดิ้นรนขัดขืนไม่สมยอม แต่เมื่อชายหนุ่มลูบไล้มือไปมาบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอเหมือนต้องการปลอบประโลม และเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะกระทำการจาบจ้วงต่อเธออีก เธอจึงได้แต่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นเพียงเบาๆ อย่างรู้สึกอัดอั้นตันใจ

                “ทีนี้เธอคงรู้แล้วสินะว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบยังไงกันบ้าง เพราะฉะนั้นอย่าริอ่านมาทำปากเก่งอย่างนี้กับพวกฉันอีกถ้าไม่อยากโดนเหมือนเมื่อครู่นี้อีก” เรือนร่างอรชรในอ้อมแขนแข็งแรงยังคงสะอึกสะอื้นสั่นไหว รู้สึกหวาดกลัวจนจับใจกับสิ่งที่เกิดกับเธอเมื่อครู่ นัยน์ตาคู่หวานฉายแววตัดพ้อต่อว่าปนหวาดหวั่นช้อนขึ้นมองสบตาชายหนุ่มที่กกกอดจนแนบชิด  

                “ฉันแค่อยากมาเตือนเธอเอาไว้ ทางที่ดีเธออย่าพยายามมีปัญหากับฌอห์ณเลยดีกว่า นอกจากว่ามันจะไม่เป็นผลดีกับเธอแล้ว มันจะมีแต่ผลเสียตามมาอีกด้วย หลับหูหลับตาเถียงเจ้านายไปแบบนั้นให้ตายยังไงเธอก็ไม่มีวันเอาชนะได้หรอก ถ้าฉลาดก็พยายามอย่าทำตัวมีปัญหากับฌอห์ณเลยดีกว่า”

                “คุณ...” อาทิตยาเค้นเสียงออกมาได้เท่านั้น คิ้วเรียวได้รูปขมวดมุ่น เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครถึงได้เรียกท่านประธานบริษัทอย่างสนิทสนมเช่นนั้น และไม่เข้าใจว่าผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนกับเธอกันแน่ ตอนเข้ามาก็ดูเหมือนว่าเขาต้องการมาเยาะเย้ยถากถางและซ้ำเติม แต่ตอนนี้กลับทำเหมือนต้องการมาเตือนเธอด้วยความหวังดี... ไม่เข้าใจเลยสักนิด

                เมื่อไม่กล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาอีก นัยน์ตาคู่หวานจึงหลุบต่ำลงมองเพียงแผ่นอกกว้างแข็งแกร่ง แก้มขาวนวลแดงระเรื่อ รู้สึกละอายใจที่ตัวเองเพียงแค่รู้สึกอับอายมากกว่าจะรู้สึกรังเกียจเหมือนที่ควรจะเป็น เมื่อรู้อยู่แก่ใจดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายแปลกหน้า             

                “ปล่อยเถอะค่ะ ฉันจะทำงานแล้ว” ณภัทรปรายสายตาลงมองริมฝีปากบางสีชมพูหวานที่ตอนนี้กำลังสั่นระริก แล้วนึกอยากลิ้มลองริมฝีปากสีหวานนั่นสักครั้ง และคิดไปไกลว่าคงจะหวานไม่ใช่น้อยถ้าหากว่าเขาได้ลิ้มชิมรส แต่เมื่อเห็นว่าดวงหน้านวลสวยเต็มไปหยาดน้ำตา นัยน์ตาคู่หวานเจือไปด้วยแววตัดพ้อและอ้อนวอนอยู่ในตัว จึงให้เขาต้องตัดใจยอมปล่อยเรือนร่างอรชรให้เป็นอิสระ

                “คุณณภัทร นายออกมาจากห้องประชุมแล้วครับ” ชายหนุ่มหันดวงหน้าคมเข้มด้านข้างไปพยักหน้ารับรู้เมื่อยศกรเปิดประตูชะโงกหน้าเข้ามารายงานแล้วปิดประตูกลับออกไป

                “ฉันจะเตือนเธอเอาไว้เลยนะ ถ้าไม่อยากโดนเหมือนเมื่อครู่นี้อีก ก็ช่วยทำตัวให้มันน่ารักกว่านี้หน่อย” เรือนร่างสูงใหญ่ของณภัทรเดินกลับออกไปแล้ว แต่อาทิตยายังคงยืนนิ่งเหม่อลอย น้ำตาแห่งความเจ็บปวดคับแค้นใจไหลรินลงมาไม่ขาดสาย และได้แต่คิดอย่างคับแค้นใจ อย่างเธอจะให้ไปสู้รบตบมือกับพวกเขา เธอคงทำไม่ได้จริงๆ

               

                เสื้อผ้าเนื้อตัวของอาทิตยาเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพรายและฝุ่นผงเลอะเทอะติดตามตัวไปทั่ว หญิงสาวใช้เวลาอยู่ในห้องเก็บเอกสารจนถึงเวลาเลิกงาน แต่ก็ยังหาเอกสารได้ไม่ถึงครึ่งตามคำสั่งของท่านประธาน

                อรนภาเข้ามาหาผู้ช่วยเลขาสาวคนสวยก่อนที่เธอจะกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เมื่อรู้ดีว่าผู้ช่วยของเธอกำลังถูกท่านประธานทำโทษอยู่

                “ยังไม่เสร็จอีกเหรอเกรซ ให้พี่ช่วยไหม” อรนภาถามอย่างอาทร แล้วส่งแก้วทรงสูงที่ใส่น้ำเปล่าเย็นเฉียบให้กับผู้ช่วยคนสวยที่อยู่ในสภาพมอมแมมจนน่าสงสาร

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่อร พรุ่งนี้เป็นวันหยุด วันนี้พี่อรต้องกลับไปหาลูกที่บ้านคุณยายไม่ใช่เหรอคะ พี่อรรีบกลับไปเถอะค่ะเดี๋ยวแฟนพี่จะคอยนาน”

                “ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะ” ดวงหน้าสวยหวานพยักขึ้นลงน้อยๆ พร้อมส่งยิ้มให้อรนภาอย่างอ่อนหวานเพื่อให้อรนภาสบายใจ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเธออีก

 

          ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แนะนำมานะคะ แล้วก็ต้องขอโทษทุกท่านด้วยที่ห่างหายไปนานตามหน้าเว็บต่างๆ จนท่านผู้อ่านต่างพากันเสียความรู้สึกกันนะคะ ไรเตอร์เป็นเพียงแค่นัก(อยาก)เขียนคนหนึ่ง กฎกติกามารยาทที่พึงกระทำไรเตอร์จะเรียนรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้นกว่านี้นะคะ ผิดพลาดประการใดไปก็ขอน้อมรับเอาคำติเตียนมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น คำชมเป็นกำลังใจ คำติเตียนก็เช่นกันค่ะ ถ้าไม่มีท่านผู้อ่านสนใจอ่านงานเขียนของไรเตอร์ ก็คงไม่มีทางสำนักพิมพ์ใดสนใจงานเขียนของไรเตอร์เช่นกัน ตอนนี้เดิมพันรักซาตานไรเตอร์กำลังปรับปรุงแก้ไข แก้คำผิดใหม่เพื่อส่งสำนักพิมพ์ที่ติดต่อมา แก้ไขแล้วเพิ่งนำมาลงไว้ที่เว็บนี้เพียงเว็บเดียวตอนนี้ยังไม่ได้นำไปลงที่เว็บอื่นอีก ผิดพลาดประการใดรบกวนท่านผู้อ่านช่วยแจ้งกลับมาบ้างนะคะ พบคำผิด คำตกหล่น อ่านแล้วดูมันขัดแย้งกันชอบกล ยังไงก็แจ้งกลับมาให้ไรเตอร์ทราบบ้างนะคะ

        ขอบคุณทุกๆ กำลังใจอีกครั้งค่ะ พร้อมรับทุกคำชมและคำที่ติเตียนนะคะ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Chapter Prev Chapter Next

ความคิดเห็น

Guest
ชื่อ :