tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...รักผู้หมวดมั้ย

ชื่อตอน : หมอครับ...รักผู้หมวดมั้ย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...รักผู้หมวดมั้ย
แบบอักษร

หมอครับ...รักผู้หมวดมั้ย

 

ผมตื่นมาอีกทีตอนนาฬิกาบนมือถือบอกว่าเวลาเกือบห้าทุ่ม ไม่แน่ใจว่าหลับไปตอนกี่โมงรู้แค่ว่าตอนนี้ผมมีอาการปวดร้าวไปทั้งตัว ไอ้เตนี่มันไอ้เตจริงๆ คำไหนคำนั้น แล้วไอ้ตัวต้นเหตุก็นอนหลับสบายใจเฉิบอยู่ข้างๆผมนี้แหละ ผมขยับตัวตั้งใจจะไปหาอะไรกินเพราะเริ่มหิว แต่อาการเจ็บร้าวที่ส่วนท้ายก็ทำเอาผมถึงกับต้องสะดุ้ง

“โอ้ย” ผมอุทานเบาๆ อันที่จริงมันก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก แต่เพราะดันขยับผิดท่าเลยทำให้สะดุ้งจนเผลออุทาน แต่ไอ้คนที่นอนข้างๆดันรู้สึกตัวเพราะการขยับของผม

“หืม...หมอ ตื่นแล้วหรอ” กูละเมอครับ

“อืม...หิว”

“กินน้ำผมไปเยอะขนาดนั้นยังหิวอีกหรอหมอ” อ่ะ ไอ้นี่ ได้ที่ละเอาใหญ่ แต่ก็จริงของมัน ชินฤทธิ์เอ้ย ถ้าคุณนายรู้ว่าทำตัวแบบนี้จะโดนก้านมะยมหรือไม้แขวนเสื้อเนี่ย

“ทะลึ่ง” ผมดุมันด้วยด้วยสายตา ถามว่าไอ้แมวยักษ์มันสลดมั้ย...ก็ไม่

“ที่ไหนล่ะ ก็พอกันแหละผมว่า หึๆ”

“พอเลยเตธวัช เลิกแซวผมหิว” คือจะบอกว่า หิว นี่หิวจริงๆนะแบบ มันเหมือนผมไม่มีพลังงานสำรองใดๆทั้งนั้น ก็แหงดิ ทั้งวันได้กินข้าวเช้าไปหน่อยเดียวก่อนเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็อย่างหมวดเตว่า กินแต่น้ำมันนั้นแหละ

พอๆ ทำไมผมรู้สึกว่า ตั้งแต่ยอมเป็นเมียมันนี้ตัวเองอยู่หยาบคายขึ้น

“ครับๆ เดี๋ยวผมไปดูให้ว่ามีไรกิน” เตธวัชลุกจากที่นอน เดินไปเปิดไฟแล้วออกไปจากห้อง ขณะที่ผมก็พยายมลุกเดินไปที่ห้องน้ำ แม้จะยังขัดๆอยู่บ้าง แต่ถ้าขยับบ่อยเดี๋ยวมันก็ชินไปเอง

ผมเดินตามไอ้หมวดออกมาจากห้องนอนไปที่ครัวก็เห็นมันกำลังงวนอยู่ที่หน้าเตา

“ทำไรน่ะหมวด” ผมถามตอนที่พาตัวเองมานั่งที่โต๊ะกินข้าวได้สำเร็จ ก็ไอ้โต๊ะตัวที่...เอ่อ นั้นแหละ แต่ขอบ่นหน่อยเถอะ อันนี้ถือว่าบอกกันเฉยๆ ผมว่าโต๊ะกินข้าวไม่โอเคหรอกนะ แม่งเจ็บหลังชิบหาย ใครคิดจะลอง อย่าเลยถือว่าผมเตือนแล้ว

“ทำข้าวต้มให้หมอไง แล้วนี้ออกมาทำไม ทำไมไม่รอในห้อง”

“ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ยังอยู่ดีอยู่”

“ผมห่วง” พ่อครัวหันมาบอกผมสายตาอ่อนแสง

“คราวหน้าก็ทำเบาๆสิ”

“อันนี้ยากอ่ะ” มันว่าแล้วยักคิ้วเป็นเชิงล้อเลียน

“แล้วทำไมได้ทำข้าวต้ม”

“ดึกแล้วหมอจะให้ผมทำอะไรที่เสร็จไว้กว่าต้มข้าวต้ม ต้มมาม่าเหรอ” กวนตีนขึ้นทุกวัน

“ช่างมันเถอะ...คิดซะว่าผมไม่ได้ถาม” ผมนั่งรออีกไม่นานเท่าไหร่ข้าวต้มไข่ใส่หมูบดก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมๆจากอาหารตรงหน้าทำผมเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“หิวจัดเลยดิหมอ” คนทำอาหารล้อเลียนผมทางสายตา เมื่อได้ยินเสียงท้องผมครางประท้วงเบาๆ

“ไม่ต้องมาทำขำ ก่อนนั่งกินไปหยิบกล่องยาในกระเป๋ามาให้ผมเลย” ผมบอกอีกคนก่อนที่มันจะเข้านั่งประจำที่ ซึ่งไอ้หมวดมันก็เดินไปหยิบของให้ตามที่บอก ก่อนจะเดินกลับมาโต๊ะวางกล่องยาที่ผมเตรียมมาให้

จุ๊บ

แล้วกดจูบลงกระหม่อมผมหนักๆอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ แล้วเดินไปนั่งที่ตัวเองเพื่อเริ่มต้นทานอาหารมื้อเที่ยงบวกเย็นพร้อมกัน

“เอ่อ ว่าจะถามสรุปเรื่องคดีนายป่องเป็นไงมั้ง” ผมที่นั่งทานข้าวต้มไปได้ครึ่งชามแล้วก็เลยถามขึ้นอย่างหาอะไรคุยมากกว่า

“เห็นเจมันไลน์มาบอกอยู่เหมือนกัน อาทิตย์หน้าเราจะส่งยื่นฟ้องต่อศาล ทั้งนี้เพื่อรอให้ร่างกายนายป่องพร้อมที่จะขึ้นศาลด้วย หลักฐานครบมัดด้วยได้แน่นหนา ถึงจะปฏิเศธก็คงไม่พ้นอยู่ดี อีกอย่างต้องรอติดต่อจิตแพทย์ด้วย อย่างที่มิ่งว่านายป่องท่าทางจะมีความผิดปกติอยู่มากทีเดียว”

“แล้วเรื่องติดต่อญาติของผู้ตายทั้งสองรายล่ะ”

“กรณีของศิริลักษณ์ ผมให้จ่าสนจัดการแจ้งญาติผู้ตายแล้ว ส่วนของนาริสาคงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่รับคดีในขั้นต้นเป็นคนรับผิดชอบ”

“ผมต้องขึ้นศาลด้วยมั้ย”

“เดี๋ยวรอฟังอัยยการพิจารณาอีกทีแล้วกัน”

“อืม” ผมพยักหน้ารับ

“หมวดอยากไปไหนหรือเปล่า ไหนๆก็ได้พักแล้ว”

“อยากอยู่กับหมอแบบนี้ เงียบๆก็ดีมากพอแล้ว ไม่ต้องเที่ยวก็ได้”

“แต่อยู่แบบเมื่อวานไม่เอานะ เหนื่อย”

“ฮ่าๆๆๆ ช่วยไม่ได้ หมอยั่วผมเอง”

“งั้นหลังจากนี้งดยาวๆเลยแล้วกัน”

“โย่ยยยย อย่าว่าอย่างนั้นใจขาดได้นะครับ ที่รักกกก” ไอ้แมวยักษ์โอดครวญ ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างหมดคำจะบรรยาย ก่อนจะหายาให้ตัวเองกินตามสมควร

“หมอจะให้ผมไปเจอคุณแม่เมื่อไหร่”

“หือ” ผมถึงกับหันขวับเมื่อได้ยินที่อีกคนถาม

“คือไร”

“เอ้า ก็ผมจะไปสู่ขอหมอกับคุณแม่ของหมออ่ะ ผมต้องไปเมื่อไหร่”

“จริงจัง” ผมถามเสียงสูง

“จริงสิ ผมไม่ยอมให้หมอฟันแล้วทิ้งหรอกนะพูดเลย” สีหน้าคนพูดเหมือนกลัวโดนทิ้งจริงๆนั้นแหละ

“ประสาท” ผมว่าให้

“ถึงบ้าก็บ้ารักหมอนั้นแหละ” แล้วมันก็เถียงกลับมาคำเดิม

“ขอบคุณนะหมอที่รับรักผม” จู่ๆมันก็เข้าโหมดซึ้ง

“ขอบคุณเหมือนกันที่เข้ามาทำให้ผมรัก”

“หมอรู้มั้ย...ครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน ผมหัวใจเกือบวาย”

“ทำไม” ผมถามอย่างอยากรู้จริงๆ

“ก็วันนั้นใครมันจะคิดว่าหมอจะรุกผมเสียเอง แถมยังเตรียมการมาทุกอย่างด้วย”

“ก็ผมรักคุณ ผมปล่อยให้ได้อยู่แล้ว เพียงแค่ไม่ได้พูดมันออกมาเฉยๆเท่านั้นเอง”

“ก็ตอนนั้นผมไม่รู้ แต่ก็ดีใจแหละ มันเหมือนเป็นการบอกกลายๆว่าหมอก็มีใจให้ผมไม่ต่างกัน”

ครืดดดด เตธวัชลากเก้าอี้ให้หันมาทางผม

“หมอชินครับ” มันเรียกผมเสียงนุ่ม สองมือดึงมือข้างซ้ายผมไปกุมเอาไว้

“ผมรักหมอนะ รักมาตลอดหลายปีที่ตามเฝ้าตามมอง รักแบบไม่ต้องก่รอะไรตอบแทนจากหมอเลย แต่วันนี้ที่หมอให้มาผมขอบคุณมากๆเลย ที่ยอมมาช่วยเติมใจผมที่มันว่างเปล่ามานานให้เต็ม หลังจากนี้ช่วยอยู่ข้างๆกันตลอดไปได้มั้ยครับ” ผมก็รู้นะว่าไอ้แมวยักษ์มันชอบทำอะไรเลี่ยนๆเวอร์ๆ แต่คำพูดของมันครั้งนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึกตื้นตัน รักที่ไม่ได้หวังจะครอบครองของมันที่มีให้ผมมาโดยตลอด วันนี้ผมรู้แล้วว่าเมื่ออีกคนก็รู้สึกดุจเดียวกันมันทำให้ใจเราสั่นได้มากขนาดไหน

เพราะผมก็ยืนอยู่ในสถานะเดียวกับหมวดมันมาโดยตลอด รักที่ไม่ได้คาดว่าจะครอบครอง แม้ผมจะรู้ตัวช้า และเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ แต่ผลตอบแทนที่ได้มาก็สุดแสนจะคุ้มค่า

สัมผัสเย็นๆที่นิ้วมือเรียกให้ผมก้มลงมอง แหวนเกลี้ยงสีเงิน ที่ถูกสวมเข้ากลับนิ้วนางของผมทำให้ผมเงยหน้ามองคนที่สวมให้สายตาเป็นคำถาม

“หลังจากนี้ให้หมอรู้ไว้เลยนะว่าตัวเอง มีเจ้าของแล้ว” เตธวัชยกมือของมันที่มีแหวนแบบเดียวกันสวมอยู่ ให้ผมดู

“บอกตัวเองมั้ยหมวด ได้ข่าวเมื่อวานยังมีสาวมายืนเกาะแขนอยู่เลย

“แต่ผมไม่เลยคิดอะไรกับหมอฟ้าเลยนะ อีกอย่างผมประกาศไปขนาดนั้นหมอฟ้าคงเลิกสนใจผมถาวร”

“เสียดายหรอ”

“เปล๊าาาา จริงข้อดีมันก็มีนะ”

“อะไร”

“มันทำให้หมอชินหึง”

“ใครหึง มั่วแล้ว”

“ใครไม่รู้ มองหมอฟ้าตาขวางเลย แต่ไม่ยักพูดไรเลย จนผมต้องหาทางแหงะออกเอง”

“เปล่าเถอะ”

“เหรอครับ”

“ใช่ ใครจะไปสนใจ”

“ไม่สนจริงดิ แล้วถ้ามีสาวๆมาสนใจผมล่ะ”

“ก็ถ้าใจคุณมันอยากไป ต่อให้ผมรั้งเอาไว้ให้ตายก็รั้งไม่ไหวหรอก”

“ฮ่าๆๆๆ น่ารักที่สุดๆเลยเมียใครเนี่ย” ไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรให้มันชอบใจ เมื่อหมวดเตมันหัวเราะเสียงใสแถมยังกดลงมาหอมแก้มผมแรงๆอีกด้วย

ฟอดดดดดด

“ไม่มีใครน่ารักได้เท่าหมอชินของผมแล้ว ไว้ใจได้ ไม่มีใครเปลี่ยนใจผมได้หรอก”

“ให้มันแน่”

“แน่นอนที่สุดคร้าบบบบบ”

“เอ้อ จริงสิ” ผมถามอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง

“ห้ามถามเรื่องงานแล้วนะหมอชิน ผมขอซีนหวานๆบ้างเถอะ” ไอ้หมวดมันพูดดักคอผมไว้

“ไม่ถามแล้ว”

“หมอง่วงยัง”

“ไม่อ่ะ เพิ่งตื่นจะให้ง่วงอะไรล่ะ”

“งั้นดูหนังก้นมั้ย”

“อือ ก็ดี นอนดูหนังกันเผื่อง่วง”

“หมอไปรอในห้องนะ เดี๋ยวเก็บตรงนี้เสร็จผมตามไป”

“อื้อ” ผมค่อยๆเดินกลับมาที่ห้องนอนอีกครั้งอย่างช้าๆ แม้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรแต่มันก็ยังเสียดๆอยู่ดี

ผมเปิดโปรแกรมดูหนังในไอแพดรออีกคน เพราะทีวีที่บ้านนี้ยังเป็นรุ่นเก่าทำให้ไม่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ประเภทนี้ได้

“ดูเรื่องอะไรอ่ะ” รออยู่ไม่นานร่างสูงอีกคนก็เดินเข้ามาในห้อง แล้วมานอนซ้อนหลังผม เพื่อดุหนังกับผม

“เดอะลอร์ดออฟเดอะริงค์”

“ภาคไหนเนี่ย”

“สอง”

“ไม่ดูภาคแรกอ่ะ”

“ชอบเลโกรัสภาคสอง”

“ก็คนเดียวกันกับภาคแรก”

“แต่ภาคสองผมว่าเขาดูดีกว่าภาคแรก” ผมเถียง

“หึงได้มั้ยเนี่ย”

“เกินเบอร์”

ฟอดดดดด

“อื้ออออ”

“หมั่นเขี้ยว” ไอ้หมวดมันก้มลงมาหอมแก้มผมแรงๆจนผมต้องประท้วง

“พรุ่งนี้ไปวัดกันนะ” ผมบอกขึ้นมาหลังจากดูหนังไปครึ่งเรื่อง

“ไปทำบุญหรอ”

“อื้อ จะไปทำบุญให้พ่อ”

“เอาสิ แต่หมอไปไหวหรอ”

“ไปได้ คุณขับรถ”

“ชัวร์อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องผม ไม่จำเป็นผมไม่ยอมให้หมอขับรถเองอีกแล้ว”

“ดี ชอบจังมีคนขับรถส่วนตัว”

“จะอยู่ขับให้ทั้งชีวิต หมอหนีผมไม่พ้นหรอก” จุ๊บ พูดจบมันก็กดจูบที่ขมับผม ในขณะที่ผมได้แค่ยิ้มรับกับการกระทำของมัน

 

เรานอนดูหนังจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว เสียงป้าไก่พูดอะไรไม่รู้ดังแว่วๆมาสลับกับเสียงไอ้หมวด ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเฮฮาของคนหลายคน ผมเลยต้องตื่นแล้วพาตัวเองออกจากห้องนอน อาการปวดร้าวเมื่อคืนลดลงเยอะจนเกือบเป็นปกติ ดังนั้นท่าทางผมเลยเหมือนคนตื่นนอนใหม่เท่านั้น

“อ้าวหมอชิน มาค่ะป้าทำข้าวเช้ามาให้” ป้าไก่กวักมือเรียกผมไปที่โต๊ะอาหารกินข้าวหน้าบ้าน เช้าๆแบบนี้หน้าบ้านจะอากาศดีเป็นพิเศษ

“ขอบคุณครับป้า”

“ท่าทางหมอยังง่วงๆดูเลยนะครับ” ลุงจรทักขึ้นมาเมื่อเห็นสภาพผม

“เมื่อคืนพวกผมดูหนังจนเกือบตีสี่น่ะครับ” เป็นไอ้หมวดที่ตอบแทนผม

“หมวดเห็นแว่นตาผมมั้ย” ผมหันไปถามคนที่เดินเอาถ้วยจานออกมาจากในบ้าน

“เดี๋ยวไปหยิบให้” หมวดเตบอกตอนที่วางของที่ถือมาไว้บนโต๊ะแล้ว

“เอากาแฟมั้ย” หมวดเตก้มลงมาถามผม

“ไม่เอา” ผมตอบน้ำเสียงง่วงๆ

“โอเค”

“น่ารักกันจังนะคะคุณหมอ”

“ครับ?” ผมมองป้าไก่ที่พูดขึ้นมา

“แฟนคุณหมอ น่ารักจริงๆ”

“อ่าาา” ผมเองก็ไปไม่เป็น ที่จู่ๆป้าไก่ก็ท้วงขึ้นมาแบบนั้น จะปฏิเสธก็ดันเป็นเรื่องจริง

“ดูสิคะ เอาใจใส่หมอดีซะด้วย สายตงสายตา มองแว๊บเดียวก็ดูออกแล้ว” ป้าไก่แซวยิ้มๆ ส่วนผมก็ได้แค่ยิ้มรับสิ่งที่ผู้สูงวัยกว่าพูด

“คุณแม่ทราบยังครับเนี่ย” ลุงจรถามขึ้นมาบ้างขณะที่จัดอาหารใส่จานให้

“ทราบแล้วครับ” ผมได้แต่บอกเบาๆ ไม่รู้ได้ไงล่ะ โดนซื้อด้วยกุชชี่ทั้งคอลเล็คชั่นขนาดนั้น

“แล้วจะไปเยี่ยมคุณแม่กันมั้ยคะ ได้ยินหมวดเตเล่าว่าหยุดกันหลายวัน”

“ก็ว่าจะไปครับ แต่หน้าจะเป็นพรุ่งนี้ วันนี้ผมตั้งใจจะไปวัดก่อน”

“ไปทำบุญให้คุณพ่อหรือครับ”

“ครับ เมื่อวานผมพาเตไปเจอพ่อมา วันนี้เลยตั้งใจจะไปทำบุญให้ท่านกัน พรุ่งนี้ถ้าเตไม่เที่ยวไหน ช่วงบ่ายผมว่าจะไปหาแม่น่ะครับ ว่าจะค้างกับคุณนายสักคืนสองคืนก่อนกลับไปทำงาน”

“ดีแล้วครับ กลับบ้านบ้าง”

“ครับ”

“อ่ะ นี่แว่น” เตธวัชเดินกลับมาพร้อมแว่นตาของผม

“มาครับท่านข้าวกันก่อนกำลังร้อนๆเลย”

“ลุงกับป้าไม่ทานด้วยกันหรือครับ” ที่ถามเพราะป้าไก่แกตักข้าวแค่สองจาน

“ลุงกับป้ากินตั้งแต่เช้าแล้ครับหมอชิน เชิญพวกหมอตามสบายเลย”

“ขอบคุณครับ” ผมกับไอ้เตได้ข้าวเช้าจากลุงกับป้าเป็นการช่วยชีวิต หลังจากกินเสร็จไอ้เตก็อาสาเก็บกวาดทำความสะอาด ส่วนผมก็สบายไประหว่างที่รอไอ้เตมันล้างจาน ล้างหม้อมาคืนลุงกับป้าผมก็นั่งคุยกับทั้งสองคนอยู่หน้าบ้านถึงเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย จนกระทั่งไอ้หมวดมันเอาหม้อที่ล้างเสร็จแล้วมาส่งนั้นแหละ ลุงขจรกับป้าละมัยจึงขอตัวกลับบ้าน

“อาบน้ำเลยมันหมอยังไม่ล้างหน้าเลยเถอะ” ไอ้หมวดถามขึ้นเมื่อผมเดินไปทิ้งตัวนอนอีกครั้งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

“ง่วงงงงง”

“แต่วันนี้คือเราต้องไปวัดหน่า”

“รู้แล้ว”

“ไปอาบน้ำครับ เดี๋ยวสาย”ตกลงจะไปทำบุญให้พ่อใครกันแน่นะผมชักเริ่มสงสัย

“อุ้มได้มั้ย” ผมยื่นมือออกไปเหมือนเด็กที่ขอให้ผู้ใหญ่อุ้ม หมวดเตยืนมองสีหน้าอึ้งๆ ผมรู้ว่ามันคงแปลกๆ แต่ก็อยากถูกเอาใจอ่ะ เพราะงั้นนอกจากไอ้ท่าที่ยื่นมือออกไปผมยังทำหน้าเอ่อ...อ้อนมั้ง

“หมออออ อย่าแอดแทค แค่นี้ผมก็เป่แล้ว”

“แล้วจะอุ้มมั้ย”

“ถ้าหมอให้ผมอาบน้ำให้ด้วยจะยอมอุ้ม”

“ฮืออออ งั้นรีบเลยเดี๋ยวสาย”

“เดี๋ยวรู้เลย สายไม่สาย” พูดจบไอ้หมวดมันก็ก้าวเข้ามาอุ้มผมขึ้นในท่าเจ้าสาว พออุ้มได้ล่ะอุ้มบ่อย

“อ่ะ ไม่ได้นะ” ผมรีบท้วง

“ทำไม”

“ก็...”

“ว่าไง”

“ฮื้อออออ”

“อย่าทำหน้าอย่างนั้น”

“ทำไม”

“เดี๋ยวได้สายจริงๆ”

“ไม่เอาแล้ว ปล่อยเลยนะหมวดดดดด” ผมพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธนาการของไอ้แมวยักษ์ ไม่น่าเลยชินฤทธิ์ ไม่น่าลองดีเลย

กว่าจะได้ออกจากบ้านก็เกือบสิบโมงเช้า สรุปเลยไปซื้อของทำบุญกันก่อนแล้วถึงเข้าไปวัดช่วงบ่ายแทน กว่าจะเสร็จธุระที่ตั้งไว้ก็เกือบเย็น เราเลยแวะห้างเพือซื้อของมาทำมื้อเย็นกินกันเอง โดยโทรไปบอกป้าไก่เอาไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเย็นเผื่อ เพราะเราพากันซื้อของสดเข้ามาเพื่อทำกินกันเองเรียบร้อยแล้ว

พอถึงบ้านไอ้แฟนตัวดีก็จัดการเตรียมอาหารแล้วไล่ผมไปอาบน้ำรอ แหม เป็นพ่อบ้านที่ดีจริงๆ

หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันเสร็จ เราก็พากันมานั่งดูหนังกันต่อในห้องนอน วันหยุดของเราก็มีเพียงเท่านี้ การได้ใช้เวลาร่วมกันแบบง่ายก็สามารถสร้างความสุขใจให้กับพวกเราได้อย่างเพียงพอแล้ว ผมกับหมวดเตก็มักจะอยู่ร่วมกันแบบนี้มาตลอด ไม่ได้หวือหว่าแต่อย่างใด ไม่ได้ต้องการเซอร์ไพส์สร้างความประทับไม่รู้ลืมอะไรเทือกนั้น อาจจะเป็นเพราะทั้งผมและเตธวัชต่างก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ผมรู้ว่าไอ้เตเป็นคนประเภทไหน พอๆกับที่มันเองก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ในทุกวันแค่มีกันและกันในสายตาก็มากพอล้ว ความรู้สึกของหมวดมักจากถ่ายทอดมาพร้อมแววตาและคำพูดเสมอ แต่ทุกอย่างที่มันพูดมันมักจะทำตามนั้นไม่ขาดตกบกพร่อง

ในขณะที่ผมไม่ชอบพูด แต่ผมก็เชื่อว่าการกระทำของผมมันจะบอกทุกอย่างให้หมวดมันรับรู้ได้เช่นกัน

ระหว่างที่เรากำลังดูหนังผ่านจอไอแพดของผมอยู่นั้น มือถือของไอ้หมวดก็ดังขึ้นมา

-ผู้กองคามิน-

ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเราหันมามองหน้ากัน ชื่อนี่โผล่มาที่ไร ไม่เคยมีเรื่องดีสักทีสิน่า

“ไอ้เต” คำแรกที่ดังผ่านลำโพงสปีกโฟนมาทันทีที่ดรับสาย ก็ดังกระแทกหน้าเราทั้งคู่

“ครับผู้กอง”

“ยกเลิกการลาพักของนายก่อน กลับมาที่สน.ภายในวันพรุ่งนี้” นั้นไง ว่าแล้ว

“เอ่อออ ไหงงั้นน่ะครับ” ไอ้คนทางนี่ก็เริ่มโวยวาย

“มีคดี...รีบมา อย่าให้ต้องพูดมา จะโทรตามไอ้เจอีกคน ตืดดดดด” พูดจบก็ตัดสายไปเลย ไม่ฟังคำคัดค้านหรือทักท้วงของใดๆของเราสักครับ ไอ้คนตั้งท่าจะโอดครวญยังได้แค่อ้าปากไม่ทันพูด ระหว่างที่ไอ้หมวดมันบ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งก็มีอีกสายเข้ามา

-ไอ้เจ-

“มึงงงงงง” ว่าเสียงคนทางนี้โหยหวนแล้ว ทางโน้นก็ไม่ต่างกัน

“มึงโดนเรียกกลับป่ะวะ”

“อือ”

“แม่งเอ้ย กูยังกอดเมียไม่ทันอุ่น ผู้กองก็จิกกูกลับแล้ว แล้วมึงอยู่ที่ไหนเนี่ย”

“กาญ”

“เชี่ย หนักกว่ากูอีก”

“พรุ่งนี้เจอกัน กูจะออกแต่เช้า”

“แมร่งเอ้ย กูล่ะหน่ายมันจะฆ่ากันตายอะไรบ่อยๆวะ” พูดจบหมวดเจก็วางสายไปดื้อๆอีกคน จนผมก็ได้แต่เลิกคิ้วมอง

“เอ่อจริง จะฆ่ากันตายอะไรรายวันขนาดนี้ แล้วแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนสวีทกับแฟน” หลังจากวางสายจากเพื่อนเตธวัชก็เริ่มต้นบ่นอีกครั้ง

“ใครแฟนคุณ” ผมถามเสียงเข้ม

“อ้าววววว หมออออ อย่าพูดอย่างนี้ ผมร้องไห้แล้วน๊าาาา”

“ผมนี่ เมีย ไม่ใช่แฟน จบนะ” ผมพูดกับอีกคนหน้าตาย ส่วนคนฟังก็ได้แต่เหวอ

“จ่ะ เมียยยยย จ๋าาาาา”

สุดท้าย ก็ยังเป็นไปตามวิถีเดิมๆของเราทั้งคู่ งานล้นเป็นวิสัยเวลาว่างน้อยกว่าหางอึ่ง แต่ถ้าว่าผมมีความสุขมั้ย แน่นอนสุดจนล้นแล้วตอนนี้ ทำไมน่ะเหรอ ก็มันเป็นงานที่ทั้งผมและคุณสามีที่รัก รักยิ่งยังไงล่ะ ถึงมันจะเหนื่อยมันก็มีความสุข ทั้งยังได้ทำงานควบคู่ไปด้วยกัน ใช่ว่า งาน จะมาแยกพวกผมออกจากกันเมื่อไหร่ ถึงเวลาพักที่ตอนแรกเข้าใจว่าจะยาวถูกตัดให้สั้นลง แต่เราก็ยังมีกันและกันในทุกๆวันเช่นเดิม ไม่เป็นเรา พวกเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะ

แล้วถ้ากลับไปคราวนี้มีคนถามผมว่า หมอครับ รักผู้หมวดมั้ย คำตอบของผมครั้งนี้คงเป็น

รักครับ ชินฤทธิ์รักเตธวัช จบเนาะ

 

เออ....จบเถอะ

 

ไรท์ // ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว ขอบคุณที่ติดตามและใจกำลังใจกันมาจน อิเตมันมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ขอบคุณที่เอ็นดูเตธวัชและหมอชิน หวังว่าทั้งคู่จะสร้างความสุขให้กับรีดทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ไว้เจอกันใหม่นะคะ

 

สุดท้ายนี้ ขอฝากติดตาม Warnings Love Danger Zone เขตรักอันตราย เรื่องราวความรักของผู้กองคามิน ที่มีแต่ความโหด หื่น และหึงหวง ที่ผู้กองมันมีอยู่ในตัว เตธวัชบ้าแค่ไหน คามินเหนือกว่าไปอีก คนหนึ่งหน้าตาพูดน้อยแต่สอยหนัก อีกคนก็พูดมากขี้ใจน้อยแต่ร้อยลีลา หมอชินว่าใสๆจุดไฟติด พี่ศิตัวแม่เรื่องอ่อยผัวเหนือขึ้นไปอี๊ก

 

สุดท้าย (แล้วจริงๆ) หวังว่าเราจะได้พบกันอีก เพราะก็คิดนะ....

 

คิดว่า...มันควรมีตอนพิเศษมั้งอ่ะ

 

กราบลา...ปารณีย์

ความคิดเห็น