Fey Fahrenheit

โปรดรอติดตาม นิยายเรื่องต่อไปได้ในเร็วๆนี้ค่ะ^^

ชื่อตอน : บทที่ 3 หนี

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 11:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หนี
แบบอักษร

บทที่ 3

หนี



ณ กลางป่าไม้ในยามย่ำค่ำ เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า เหล่าสัตว์กลางคืนก็เริ่มออกมาเริงร่าหาอาหาร เฉกเช่นเดียวกันกับเหล่าสมุนหมาป่าปีศาจทั้งหลายที่เริ่มแยกย้ายตามคำสั่งของหัวหน้าใหญ่ เพื่อไปจัดสรรเวรยามและหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารเลี้ยงปากท้องในกองทัพหมาป่า

ยามเมื่อหากไกลสายตาของเจ้านาย เหล่าหมาป่าปีศาจก็กลับสู่ร่างปีศาจเพื่อความคล่องตัวในการทำภารกิจต่างๆ แม้ว่าจะต้องยุ่งยากสักหน่อยกับการต้องจัดหาเสื้อผ้า แต่ด้วยความสามารถพิเศษในวิชาเคลื่อนย้ายข้ามมิติของท่านฟรอย ผู้เป็นดังองครักษ์ของกายเจ้าชายเรดิอา พวกเขาจึงได้รับเคล็ดวิชาเล็กๆ น้อยๆ ที่จะสามรถเสกเรียกเครื่องแต่งกายปกปิดเนื้อหนังยามคงอยู่ในร่างปีศาจที่สมบูรณ์

ตัดมาที่เจ้าหมาป่าสีดำตัวโตกำลังนอนพักกายาอย่างสบายอารมณ์ แม้จะมีอีกคนมานอนเอนทับข้างกาย เจ้าหมาป่าก็ไม่ได้รำคาญแต่อย่างใด เขากลับช่วยให้เจ้าหนุ่มผมแดงเอนกายสบายขึ้นด้วยการตวัดพวงหางมาห่มทับร่างที่ดูเพรียวลมให้หนุ่นอนได้สบายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นภาพที่น่าเอ็นดูไม่น้อยในสายตาของลูกน้องผู้ซื่อสัตย์

ฟรอยเริ่มจัดเตรียมที่พักสำหรับค่ำคืนแรกของว่าที่พระชายา แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าชายผู้นี้ย่อมไม่ยอมตกเป็นของเจ้าชายเรดิอาง่ายๆ แต่ถึงอย่างไรการผูกสัญญาของทั้งสองก็ทำให้ต้องอยู่ร่วมกันไปจนแก่เฒ่า ดังนั้นการเริ่มต้นที่ดีย่อมส่งผลถึงความสัมพันธ์ที่น่าจะดีขึ้นด้วย อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาลดภาระความหนักใจลงอีกหน่อยก็ยังดี

หลังจากการทำพิธีกรรมผูกสัญญาซึ่งในสายตาของเหล่าพยานดูเหมือนจะเป็นการหลอกล่อเหยื่อและการละเล่นของเจ้าชายแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจเสียมากกว่า และเจ้าหนุ่มดวงซวยนั้นก็ดูติ๊งต๊องเออออห่อหมกตามง่ายดายเสียจนอดคิดไม่ได้ว่านี่หรือคือชายที่เป็นนักดาบอัจฉริยะ

แต่ในสายตาและสมองอันชาญฉลาดของเจ้าหนุ่มหน้ามนคนผมแดงที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อดูไม่เป็นไปตามที่เหล่าหมาป่าปีศาจคิดนัก ฟาเรนหลับตาพริ้มข้างร่างเจ้าหมาตัวโตที่ว่างกามเป็นผู้กำชัยอย่างไม่นึกระวังตัว เขาหลับตาแต่ไม่ได้เขาสู่ห่วงนิทรา แค่แสร้งว่าหลับให้เจ้าผมเทาอีกคนที่งวนอยู่กับการจัดแจงที่พักวางใจไม่จับจ้องมาที่เขา

ส่วนเจ้าหมาตัวเท่าควายนี้ต่อให้ไม่หลับจริงก็ต้องหลับ เพราะเขาได้แอบป้ายยานอนหลับชนิดแรงไว้แล้ว คงหลับเป็นตายไปอีกสามวันสามคืน และก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่ากลุ่มพวกหมาๆ ทั้งหลายเริ่มสลายตัวออกไปหาอาหารกันแล้ว ดังนั้นเวรยามย่อมต้องลดน้อยลง และหาเป่าเจ้าผมเท่าหน้าละอ่อนให้สลบไปได้ เขาก็สามารถเผ่นออกไปจากตรงนี้ได้ง่ายดายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

ในเมื่อเขาเป็นถึงนักดาบที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุด และได้ฉายาว่า ‘เพลิงพิฆาต’ แผนง่ายๆแค่นี้มีหรือจะคิดไม่ได้ ถึงแม้เขารู้สึกขอบคุณอยู่บ้างที่แก้ปมความกลัวนี้ให้ แต่พวกหมาป่าปีศาจนี่ก็คิดน้อยเกินไปหน่อยนะ ในเมื่อเขาไม่กลัวหมาแล้ว ก็สามารถเอาคืนพวกมันได้ทุกเมื่อ และแค่สัญญาด้วยเวทย์ง่อยๆ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าเจ้าหมาหื่นนั้นต้องการอะไร

‘เจ่าหมาโรคจิตนั้น คิดจะใช้งานฉันล่ะสิ ถึงไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร แต่การตีหน้าซื่อเป็นไก่อ่อนนั้นดีที่สุด รอให้เจ้าพวกนี้ตายใจแล้วเขาก็จะเผ่นให้หาชาติหนึ่งก็หาไม่เจอเลย ฮา ฮา ฮ่า

ฟาเรนผู้ที่สามารถใช้ใบหน้าหล่อเหล่าและความที่เป็นหนุ่มน้อยน่ารักน่าหยิกมาหลอก เอ้ย! พิชิตใจสาวแก่แม่ม่ายคุณยายยันเด็กประถมมาไม่น้อย มีหรือจะพลาดท่าให้หมาป่างี่เง่าโรคจิตวิปริตนั่นได้

หนุ่มน้อยผมแดงตีหน้าซื่อใสทำเป็นยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลางมองแหวนทองคำขาว ที่มีอักขระโบราณ สีแดงสลักอยู่บนนิ้วมือ ในใจคิดไปว่าคงขายได้ไม่มากก็น้อย แทนค่าเหนื่อยกับไอ้จดหมายหลอกๆ ที่ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องบ้าบอนี่

“เออ…ท่านฟาเรนครับ คุณไม่มีอะไรจะถามผมเลยเหรอครับ” ฟรอยหนุ่มหมาป่าปีศาจเอ่ย

ฟาเรนลืมตาหนึ่งข้างเหลือบมองคู่สนทนา ก่อนเหยียดแขนบิดตัวสะบัดไล่ความเมื่อยล้าทำทีเป็นว่าเพิ่งจะตื่นจากเสียงรบกวนของอีกฝ่าย

“ก็ไม่นี่” ฟาเรนตอบสั้นๆ และแกล้งทำเป็นหาววอด

 “อืม...จะว่าไปแล้ว นายกับเจ้าหมานี่ไม่กลับบ้านกันหรือไง”

ฟรอยชะงักกับคำถามของอีกฝ่ายไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม คำว่า ‘บ้าน’ ช่างเป็นคำที่เขาแทบจะไม่สามารถพูดออกมาให้ผู้เป็นนายของเขาได้ยิน ในเมื่อเจ้าชายหมาป่าว่าที่ผู้ครองดินแดนของเหล่าสรรพสัตว์ในแถบนี้ ได้ทำการ ‘หนีออกจากบ้าน’ มาเป็นเวลาหลายปีแล้วเพื่อตามหาพลังสิ่งที่สูญเสียไป

“ท่านคงไม่ทราบว่าที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของเรา สถานที่ในปกครองของเผ่าเราก็คือบ้านครับ ผมว่าท่านควรถามเรื่องที่ท่านทำสัญญามากกว่านะครับ”

“อ่า นั่นสินะ” ฟาเรนหรี่ตามองคนตอบ

“แล้วเมื่อไหร่ เจ้าหมานี่จะตื่นล่ะ ฉันเริ่มหิวแล้วนะ... ฟราน?”

“ผมชื่อฟรอยครับ  บอสหลับไปเพราะใช้พลังในการทำสัญญา อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะตื่นครับ ส่วนเรื่องอาหารผมให้ลูกน้องไปหาวัตถุดิบให้อยู่ครับ อีกเดี๋ยวคงมา” ฟรอยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางก่อกองไฟและเตรียมเครื่องปรุงสำหรับทำอาหารรวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอจะเรียกมาใช้ได้ด้วยพลังการเคลื่อนย้ายสิ่งของข้ามมิติ ซึ่งเป็นวิชาเวทย์ที่เขาถนัดและเป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตประจำวันในป่าสะดวกขึ้นมามากทีเดียว

“เหรอ...” ฟาเรนตอบเรียบๆ แล้วลุกขึ้นเพื่อเดินตรงไปหา ‘ลูกน้องใหม่’ ที่กำลังสาละวนกับการก่อไฟ หูหมาป่าสีเทาของฟรอยนั้นดูน่ารักเสียมากกว่าจะน่ากลัว และก่อนที่ผู้เป็นลูกน้องคนใหม่จะทันได้รู้สึกตัวว่าฟาเรนกำลังเดินเข้ามาใกล้ สติทั้งหลายของฟรอยก็ดับวูบลงด้วยเข็มชุบยาสลบเล่มจิ๋วที่พุ่งเขาปักที่ต้นคออยากแม่นยำ

หลังจากทำให้ฟรอยสลบด้วยความง่ายดาย ฟาเรนก็ใช้ความสามารถการเผ่นหนีที่ล้ำเลิศบวกกับฝีเท้าที่เงียบกริบในการออกจากสถานที่แสนอันตรายนี้ และแน่นอนว่าเขาคงไม่โง่พอที่เดินดุ่มๆ ออกไปโดยไม่คิดแผนไว้

“หึ หึ ขอบใจนะสำหรับการที่พวกแกทำให้ฉันกลับมาจับตาบได้แน่นกว่าเดิม”

ฟาเรนกระโดดหนีขึ้นต้นไม้ด้วยทักษะอันเหลือเชื่อที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิต ต่างหูรูปดาบแปรเปลี่ยนเป็นดาบเล่มงามปรากฎในมือให้ชื่นใจ เมื่อนักดาบอยู่คู่กับดาบไหนเลยจะพ่ายแพ้ต่อพวกมารปีศาจได้ งานนี้มันช่างง่ายดายเหมือนปอกล้วยเขาปากจริงๆ เลย

เมื่ออาวุธพร้อมและทางหนีก็พร้อม ฟาเรนก็เริ่มเผ่นโดยใช้เส้นทางบนต้นไม้เป็นหลัก หนึ่งก็เพื่อหลีกเลี่ยงพวกสมุนหมาป่าที่วนเวียนอยู่ สองเพื่อลดการทิ้งร่องรอยไม่ให้ติดตามได้ง่ายๆ แน่นอนว่าการหลบหนีในป่าทึบแบบนี้เขาถนัดนัก เพราะเขา นักดาบอัจฉริยะผู้พิชิตสัตว์ร้าย เหล่าโจร หรือแม้กระทั้ง กองทัพใหญ่ เขาก็รับศึกมานักต่อนักแล้ว และยิ่งเป็นพวกงานสายสืบสายลับล้วงข้อมูลและการหลบหนี ยิ่งเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาผู้ได้ชื่อว่าเพลิงพิฆาต นักดาบที่มีกระบวนท่าอ้อนช้อยพลิ้วไหวแต่ดุดันราวกับร่ายรำอยู่กลางกองเพลิงที่โหมกระหนำเผาไหม้ศัตรูอย่างรวดเร็ว

เมื่อการหลบหนีดูจะเป็นไปด้วยดี ไม่มีใครตามมา ไม่มีอุปสรรค มันง่ายเสียจนคนผมแดงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนยิ้มจะหุบลงเมื่อเจอทางตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะผ่านมาไม่กี่นาทีนี่เอง

‘ไม่จริง! นี่มัน ต้นไม้ต้นเดิมนี่!’ 

เขาเบิกตากว้างพลางมองดูรอยตำหนิที่เขาทำไว้ที่ต้นไม้ต้นใหญ่ ฟาเรนกำหมัดแน่นและชกเขากับแก่นไม้ให้ความเจ็บย้ำเตินตนว่าไม่ควรคิดอะไรง่ายเกินไป เพราะในป่าแห่งนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น! คิดสิ คิด จะออกไปได้อย่างไร

‘ป่านี้เป็นเขตของเรา’   เสียงของฟรอยแววดังขึ้นในโสตสมองของฟาเรน

‘ใช่แล้ว นี่มันเป็นเขตแดนพวกมัน ว่าแล้วเชียว ว่าทำไมมันแปลกๆ ชิ ไอ้หมาบ้าเอ้ยยย!’  ฟาเรนลงจากต้นไม้ สบถคำด่าไม่หยุดปากกับกับดักเหนือชั้นที่ถึงขั้นลงแนวเขตเวทย์ไว้เสียกว้างขวางและไม่สามารถสำผัสได้เลยว่ามีการลงเวทย์ลวงตาป้องกันการหลบหนีไว้ด้วย เจ้าพวกนี้คงไม่ใช่ปีศาจธรรมดาๆ อย่างแน่นอน ทำไมชีวิตเขาต้องมาเจออะไรที่ซวยขาดนี้ด้วยนะ

ฟาเรนคิดไปพลางเดินหาทางหนีไปพลาง สุดท้ายก็มาจบลงที่เดิมที่เป็นจุดเริ่มต้นอีกรอบ 

“ไอ้หมาบ้า ไอ้หมาหื่น ไอ้…..” ด่าทอที่ฟาเรนพลั่งพรูออกมาหยุดลงด้วยการปรากฏตัวของเจ้าชายหมาป่าผู้ที่โดนก่นด่าเป็นวรรคเป็นเวรพร้อมกับรอยยิ้มแห่งผู้มีชัย ถึงกระนั้นฟาเรนก็ยังสาปแช่งในใจไปอีกหลายยกพร้อมกับพยายามตีสีหน้าใสซื่อประหนึ่งว่าเพิ่งกลับมาจากการทำธุระส่วนตัว

“เจ้าไปไหนหรือ ข้าตื่นมาได้สักพักก็เห็นฟรอยนอนอุดอู้อยู่ เจ้าคงจะหิวแล้วสินะ” เรดิอาก้าวย่างช้าๆ เข้ามาใกล้ และใช้สายตาอันเฉียบคมมองทะลุอีกฝ่ายราวกับอ่านความคิดเจ้าตัวออกหมดทุกสิ่งทุกอย่าง

“ชะ… ใช้ ฉันหิวมากเลยออกมาหาของกิน โชคนี่นะเนี่ยที่หาทางกลับมาได้” ฟาเรนผู้แถแก้ตัวเก่งเป็นชีวิต ยิ้มตอบแห้งๆ พร้อมกับปาดเหงื่อในใจ หัวใจที่เต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกในทางที่เจ้าหมาหน้าขนนั้นยังไม่มีที่ท่าว่าจะเบาลง หลังจากนี้ชะตาของเขาจะเป็นเช่นไร พวกมันจะฆ่าเขาแล้วเอาลงต้มในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดอยู่นั่นใช่ไหม!

“ฟรอย เจ้าก็ตื่นได้แล้ว ถ้าอู้หนักกว่านี้เจ้าจะได้อู้ไปทั้งชีวิต” สิ้นเสียงคำสั่งจากแจ้าชายผู้เป็นนายชีวิต ฟรอยรีบลุกพรวดขึ้นมาราวกับที่นอนลงไปนั่นเป็นเพียงการแอบงีบหลับจริงๆ ทั้งยังเข้าไปจะจัดแจงเตรียมย่างหมูป่าตัวโตที่เหล่าสมุนหามาวางกองไว้ให้ได้อย่างคล่องแคล่ว

ฟาเรนเหงื่อตกแทบพูดไม่ออก และรับรู้ได้ทันทีว่าพวกนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่เขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องของผู้ปกครองผื่นป่าแห่งนี้ แต่นี่มันงานช้างเลยไม่ใช่หรืออย่างไร เขาต้องมาพบมาเจอกับเรื่องวุ่นวายชนิดที่ว่ามีกี่ชีวิตก็ไม่พอ ต่อให้เอาจอมเวทย์มาเองก็คงไม่รอดถ้าต้องมาเจอกับหมาป่าปีศาจทั้งฝูงแบบนี้

กองเศษกระดูกและท่าทางการรับประทานอาหารค่ำของเรดิอาทำให้ฟาเรนแทะเนื้อย่างหอมกรุ่นในมือไม่ลง ไม่รู้จะขำดีหรือจะกลัวอะไรดี เมื่อเจ้าแห่งหมาป่าจัดการฟาดหมูย่างสองตัวในเวลาอันรวดเร็ว ฟาเรนมองขาหมูขาที่สามในมือแล้วอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นตัวเขาถูกย่าง คงโดนสวาปามเหลือแต่กระดูกภายในเวลาไม่กี่วินาทีแน่ และอีกอย่างเจ้าหมานี่จะกินไปถึงตอนไหนกัน ถึงแม้ตัวเขาจะกินจุอยู่บ้าง แต่ตอนนี้อิ่มแทบจะอ๊วกแล้ว จะวางมือจากอาหารตรงหน้าก็วางไม่ลงเมื่อเจ้าของงานเลี้ยงยังไม่มีที่ท่าว่าจะอิ่ม เขาจะกล้าออกจากวงได้อย่างไร

“นี่ฟรอย ไอ้หม... เอ้ย! เรดิอา ปกติกินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? แล้วนี่ พวกนาย คะ..คงไม่ได้กิน..เออ..” ฟาเรนขยับไปกระซิบถามผู้ที่น่าจะอันตรายน้อยที่สุด อย่างน้อยฟรอยก็หน้าตาใกล้เคียงมนุษย์กว่าเจ้าหมาบ้านั้นแล้วกัน และดูจากท่าทางการรับประทานอาหารก็เรียบร้อยเหมือนสุภาพบุรุษปกติทั่วไปกระทำกัน

“ทำไมท่านไม่ไปถามบอสเองล่ะครับ” ฟรอยกระซิบตอบพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็ก้น้อย และเดินไปจัดเก็บจานใบโตที่ไว้รองอาหารอันโอชะของเจ้านาย

ฟาเรนที่กำลังหาพักพวกเริ่มหน้าถอดสี หากจะให้เขาไปถามเรดิอาก็เหมือนกับเอาชีวิตไปเสี่ยงน่ะสิ แล้วเขาเองก็ไม่อยากมีสภาพเหมือนหมูป่าสองตัวที่กลายเป็นเศษกระดูกนั่นด้วย

เจ้าชายในร่างสัตว์สี่ขาสีดำมองมายังร่างเด็กหนุ่มผมแดงที่ดูท่าจะไม่ค่อยโปรดปรานอาหารค่ำมื้อแรกที่เขาจัดให้เสียเลย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าตัวคิดจะทำอะไร ฟาเรน นักดาบเพลิงพิฆาต ชื่อนี้มันดังกระฉ่อนมานานแล้ว โดยเฉพาะเหล่าบรรดาปีศาจ สัตว์อสูรน้อยใหญ่ในการปกครองของดินแดนแห่งหมาป่าปีศาจนี้ถูกกำจัดไปก็ด้วยฝีมือเจ้าเด็กนี่อยู่มากทีเดียว ถึงอย่างนั้นเรดิอาก็ไม่คิดไม่ฝันว่า จากที่เขาควรจะได้ฝังเขี้ยวลงบนร่างน่าเคี้ยวน่าอร่อย แต่กลับต้องมาคอยตามใจเพื่อเอาพลังของเขาออกมาจากกายของเจ้าผมแดงนี่แทน

“ฟาเรน ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอะไร เจ้าจงรู้ไว้ว่าตราบใดที่มีสัญญานี้ข้าและคนในปกครองของข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้าได้ และเจ้าก็ไม่มีวันทำอะไรข้าได้เช่นกัน” เรดิอายิ้มตอบว่าที่เจ้าสาวที่ดูจะตัวแข็งทื่อตั้งแต่จัดการแผนหนีไม่สำเร็จ

“อย่างนั้นหรอกหรือ ฮ่า ฮ่า ฉันก็คิดไม่ตกอยู่ตั้งนาน ถึงอย่างไรเจ้าชายผู้ครองดินแดนที่มีแต่พวกสัตว์กินเนื้อนี่คงไม่โกหกเพียงเพราะอยากเล่นสนุกหรอกจริงไหม?”

ฟาเรนเปลี่ยนสีหน้าและยิ้มตอบรับทันที พร้อมกับเดินไปหาเรดิอาก่อนที่จะขึ้นขี่หลังเจ้าชายผู้สูงศักดิ์เพื่อแสดงความสนิทชิดเชื้อ ราวกับเด็กที่เจอวิธีเล่นกับของเล่นชิ้นใหญ่

ฟรอยแทบจะวิ่งไปตบหัวเจ้าผมแดงที่บังอาจขึ้นขี่หลังเจ้านายของเขาอย่างไม่มีมารยาท พวกมนุษย์ไม่รู้จักคำว่าการให้เกียรติหรือย่างไรกัน

ถึงแม้ฟรอยจะอยากเข้าไปดุคนไร้มารยาทเพียงใด แต่ด้วยการสั่งห้ามทางสายตาของเรดิอาทำให้ฟรอยต้องปล่อยให้ฟาเรนเล่นหูเกาคางเจ้านาย ราวกับว่าบอสของเขาเพียงหมาบ้านเชื่องๆ ตัวหนึ่ง

“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง ขออย่าให้มันยากนักนะ แล้วถ้าเป็นอะไรที่ต้องเจ็บตัวฉันก็ไม่เอาด้วยนะ” ฟาเรนเอ่ยถามเจ้าชายเรดิอาที่ตอนนี้กำลังเคลิ้มกับการนวดพุงจากมือน้อยของหนุ่มผมแดง

ฟาเรนเริ่มที่จะพยายามผูกมิตรกับเจ้าหมาป่าสีดำตัวนี้ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของเขาลงได้

“อ่า..นั้นสินะ ข้าว่าเรามาเริ่มกันเลยก็ดี ฟรอย เจ้าสอนเขาที” เรดิอาเปิดตาที่กำลังเคลิ้มสบายแล้วเอ่ยสั่งลูกน้องทันที

“ครับบอส” ฟรอยรับคำสั่งด้วยมาดนิ่ง แต่ในใจนี่แทบอยากเอาหัวโขกกำแพง ถ้าเขาทำอะไรผิดไปนี่ ชีวิตที่จะกลับไปยังเผ่าคงไม่มีเหลือแม่เศษกระดูกแน่ๆ

“แล้วเจ้า ฟาเรน ข้าให้เวลาสามวันในการเรียนรู้ทุกๆ อย่าง ก่อนที่ข้าจะกลับมารับตัวเจ้าไปที่เผ่าของเรา เจ้าจะต้องฝึกการกล่าวร่ายเวทย์ที่ฟรอยสอนให้คล่อง แล้วข้าจะกลับมารับนะ...เจ้าสาวของข้า”

การเอ่ยสั่งพร้อมบอกลาจากเจ้าหมาป่าทำให้เขาขนลุกซุ่ และไอ้คำทิ้งท้ายสุดสยองนั่นยังอุตส่าห์มากระซิบข้างๆ หู ให้ตายเถอะคิดว่าเขาเป็นสาวน้อยหรือย่างไรกัน ต่อให้เป็นสาวน้อยก็ไม่ตาบอดผันตัวมานิยมชมชอบสัตว์คนละสายพันธ์กันหรอกนะ

“เอ๊ะ! ไอ้ประโยคสุดท้ายนั่นมันอะไรกัน...เจ้าสาวอะไร...” ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยถามเรดิอา เจ้าหมาป่าตัวโตสีดำตัวเท่าควายก็หายลับไปแล้ว

“มะ....หมายคะ...ความว่า?” ฟาเรนทวนคำถามอีกรอบในสมองเริ่มสับสนกับประโยคน่าขนลุกที่เขาอาจจะฟังผิดไป


‘เจ้าสาวของข้า...’

เสียงสะท้อนก้องดังในโสตประสาททำให้ฟาเรนแทบวิ่งเอาหัวไปโขกกับพื้นให้ลืมๆ มันไปซะ แต่ทว่ากลับมีสุภาพบุรุษหนุ่มใจดีเดินมาย้ำเตือนความจริงบางอย่างที่เขาไม่อาจยอมรับได้

“เจ้าสาวหมายความว่า คู่สมรส คู่หมั่นหมาย ภรรยาในอนาคต ในที่นี่ถ้าแต่งกับเจ้าชายก็คือพระชายา ตามกฎของเผ่าไม่มีข้อห้ามในการแต่งงานของเพศเดียวกันครับ” ฟรอยตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะโค้งเพื่อแสดงความนอบน้อม เมื่อเจ้านายของเขากำชับแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าสาว เขาก็ต้องให้ความเคารพเปรียบเสมือนฟาเรนเป็นนายหญิงของตน ไม่ใช่สิ พระชายา น่าจะเหมาะสมกว่า

ทางด้านคนที่กำลังจะได้เป็นพระชายาก็เริ่มเป็นโรคประสาทสับสน แม้ฟรอยจะอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลแต่ในสายตาของฟาเรนแล้วนั้น มันเหมือนกับคำตอบที่ดูยียวนกวนบาทาชวนให้อยากปล่อยสักหมัดใส่หน้า ให้ตายสิ ถ้าจะล้อเล่นก็ล้อกันแรงเกินไปแล้ว

“เว้ย! รู้แล้วโว้ย! แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือใครเป็นเจ้าสาว? ฉันเหรอ? ฉันเนี่ยนะ!? พวกแกคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมฉันต้องไปยอมสมสู่กับเจ้านายพวกแกด้วยว่ะ!! ตอบ!!!!!” ฟาเรนพุ่งอารมณ์โกรธไปที่ฟรอยพร้อมกับกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างแรง

แต่ผู้โดนกระทำกลับยังยิ้มให้ฟาเรนอย่างสุภาพ ฟรอยจับดึงมืออีกฝ่ายออกอย่างง่ายดายและประคองมือที่กำหมัดให้ต่ำลงราวกับกำลังปลอบโยนศัครู เพื่อให้รู้ว่าไม่มีทางที่จะชนะเขาได้

“ครับ ผมจะอธิบายสั้นๆ ง่ายๆ เพื่อไม่ให้ท่านต้องเสียสติไปมากกว่านี้ แต่ก่อนที่ผมจะเล่าขอให้ท่านจงฟัง และรับความเป็นจริงนั้นด้วยครับ”ฟรอยตอบยิ้มๆ

“หึ ถ้ามันเป็นอะไรที่ฉันรับได้ฉันจะฟัง!”

“ท่านต้องฟังครับ ต้องรับให้ได้ด้วย”

“เล่ามาสักที!!!!!”  ฟาเรนละออกจากการประจันหน้ากับฟรอย ก่อนจะไปหาที่นั่งเพื่อฟังสิ่งที่เขาอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบแบบสุดๆ และเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ตนไม่ให้เป็นบ้าไปเสียก่อน

“จากที่บอสช่วยท่านในเรื่องการขจัดความทรงจำที่ท่านไม่ต้องการ...ทำให้ท่านต้องทำสัญญาเพื่อตอบแทนการช่วยเหลือในครั้งนั้น...”

“หยุดๆ...ขจัดความทรงจำอะไร ฉันไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเจ้านั่นทำให้ฉันหายจากโรคกลัวหมารึไง” ฟาเรนถามด้วยความสงสัย เขามีความทรงจำอะไรแบบนั้นที่ไหนล่ะ

ฟรอยพยายามลำดับเหตุการณ์ให้เข้าใจง่าย แต่ดูเหมือนว่านายท่านคนใหม่ของเขาจะเป็นคนที่เข้าใจอะไรอยากกว่าที่คิด

“เอาง่ายๆ นะครับ การที่ท่านกลัวหมาป่าอย่างพวกเรานั้น เพราะแต่ก่อนท่านเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวกับหมาป่าอยู่ ด้วยกลไกทางสมองบางอย่างทำให้ท่านอาจจะจำไม่ได้ว่าเคยเกิดอะไรขึ้น แต่ความกลัวนี้ยังส่งผลต่อจิตสำนึกและร่างกายที่ซึ่งยังคงจดจำได้ดี ฉะนั้น ทุกครั้งที่พบเจอสิ่งกระตุ้นจึงเกิดการตอบสนองโดยธรรมชาติ ทำให้เกิดอาการสั่นกลัวราวกับถูกสะกดจิต” ฟรอยหยุดสังเกตฟาเรนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจและพยายามเข้าใจ ก่อนจะเริ่มอธิบายตอ

“สรุปคือ ความกลัวที่ท่านฝั่งใจ คือการที่ท่านไม่สามารถลืมเรื่องราวนั้นได้อย่างสนิทใจ บอสจึงช่วยปิดผนึก จะพูดง่ายๆ ก็คือ ลบความทรงจำส่วนนั้นไปอย่างถาวร ซึ่งจะทำให้ท่านหายจากอาการหวาดกลัวได้”

“อืม...ฉันเข้าใจแล้ว และเรื่องการเป็นเจ้าสาวนั่นล่ะ มันคงเป็นมุกตลกล่ะสิท่า ฮ่า ฮ่า ฮา” ฟาเรนร่าเริงขึ้นมาทันทีเมื่อระลึกได้ว่าบัดนี้จะไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเขาอีกแล้ว

“ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นครับ” ฟรอยแทรกขึ้นเพื่ออธิบายต่อ ทำเอาฟาเรนต้องหุบยิ้มแสดงสีหน้าเครียดเป็นนัยว่าอธิบายต่อไป

“สัญญาที่ท่านทำกับบอส คือการ ‘ผูกสัญญา’ เป็นการหมั่นหมายอย่างหนึ่งในกลุ่มของปีศาจบางพวก และเผ่าหมาป่าปีศาจอย่างเราถือเป็นพันธสัญญาที่ศักดิ์สิทธ์ เป็นเวทย์เก่าแก่ที่ปัจจุบันมีปีศาจน้อยตนนักที่จะใช้เวทย์นี้ได้”

“หมาป่าปีศาจ หรือ Devil Wolf จะมีพิธีกรรมในการผูกสัญญา เลือกคู่ ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดกาล.....”

“ว่าไงนะ!  เจ้าหมาบ้าตัวเท่าควายนั่น!?  ฉันต้องอยู่กับเจ้านั่นไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ ทำไมเรดิอาบอกว่าเมื่อแก้ผนึกอะไรนั่นเสร็จก็จะปลดพันธะให้ฉัน และฉันก็จะได้เป็นอิสระ” ฟาเรนเริ่มปะทุอารมณ์อีกครั้ง เมื่อเริ่มจะมีลางว่าเขากำลังถูกหลอก

“ท่านไม่ควรไว้ใจปีศาจที่เพิ่งพบหน้ากันนะครับ มันเป็นความผิดของท่านเอง” ฟรอยตอบพร้อมรอยยิ้ม

“.........” แน่นอนว่าคำตอบของฟรอยยืนยันได้ว่าโดนหลอกเข้าเต็มเปา ฟาเรนได้แต่นิ่งเงียบและครุ่นคิดหาทางออกของปัญหา จะมาโวยวายเอาอะไรตอนนี้คงไม่ได้แล้วจำต้องหาทางเอาตัวให้รอดยังจะดีเสียกว่า ขอแค่มีชีวิตอยู่สักวันต้องมีโอกาสหนีไปได้

ฟรอยมองฟาเรนที่นั่งครุ่นคิดและอดที่จะสนใจกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปของฟาเรนไม่ได้ หนุ่มซื่อบื้อผมแดงที่เขารู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ยังทำเขาหวั่นใจอยู่มากนักว่าพระชายาของเผ่าจะติ๊งต๊องปัญญาอ่อน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็ควรอธิบายทุกอย่างให้กระจ่างก่อน อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระการตามไล่จับอีกฝ่ายให้เหนื่อยเปล่า เพราะพันธสัญญานี้หาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วก็ไม่อาจมีสิ่งใดมาทำลายได้

“ข้อที่ท่านควรทรายเกี่ยวกับสัญญานี้มีอยู่ห้าข้อด้วยกันครับ

หนึ่ง ผู้ที่ทำสัญญาจะไม่สามารถทำร้าย(ฆ่า)คู่ของตนได้

สอง ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยกเลิกสัญญานี้ได้ 

สาม ผู้ที่ทำสัญญาจะไม่สามารถอยู่ห่างไกลกันได้

สี่ เมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิตอีกคนจะต้องเสียชีวิตไปด้วย

ห้า สามารถแลกเปลี่ยนหรือมอบพลังเวทย์ของตนกับคู่สัญญาได้” ฟรอยปิดสมุดเล่มเล็กในมือ ก่อนจะโค้งเป็นการบอกว่าเขาอธิบายจบแล้ว

“........” ผู้รับฟังได้แต่นั่งอ้าปากค้างกับสถานการณ์ที่สมองของเขาไม่อาจจะประมวลผลได้ทัน จากเดิมที่ฟาเรนคาดคิดว่าจะรักษาชีวิตไว้รอโอกาสหนี แต่ตอนนี้โอกาสแห่งอิสรพภาพของเขานั้นได้จบลงแล้ว ชีวิตทั้งชีวิตเขาราวกับกำลังถูกโซ่ตรวนตรึงตอกทั้งแขนขา ชะตาชีวิตเขาช่างน่าอนาถต้องมามีชีวิตเหมือนทาสในเรือเบี้ยของเจ้าหมาหน้าขนนั่นน่ะเหรอ!

“ท่านครับ...เรามาเริ่มกันเลยไหมครับ” ฟรอยสะกิดถามนายท่านผมแดงของเขา

“ทะ...ทำอะไรล่ะ...นี่นายเว้นระยะให้ฉันทำใจก่อนจะได้ไหม...”

ฟาเรนมองหน้าฟรอย หูหมาดุ๊กดิ๊กบนศีรษะของฟรอยไม่ได้ทำให้เขารู้สึกร่าเริงเลยแม้แต่น้อย

‘นี่ชีวิตของเขาต้องแต่งงานกับไอ้หมาบ่าหื่นกามอย่างนั้นเหรอ มันเป็นตัวผู้นะเฮ้ย แล้ว ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาล่ะ’

แค่คิดน้ำตาก็เริ่มปริ่ม ฟาเรนเข้าสู่โหมดอ่อนไหวทันทีที่ต้องมายอมรับกับความพ่ายแพ้เสียท่าให้กับหมาป่าปีศาจพวกนี้

“ทะ...ทำไม...พวกนาย...ทำไมต้องทำกับฉัน..ฮึก...ทำไม” ฟาเรนโยเยราวกับเด็กน้อยขี้แย ซ฿งมันทำให้ฟรอยต้องหน้าซีดเผือก ท่านฟาเรนของเขาคงจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานะตนเท่าใดนัก หากว่ากันตามจริงแล้วตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเจ้าตัวคือพระชายาของเจ้าชายแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงกันได้ และตอนนี้เขานั้นกำลังทำให้คนสำคัญของเจ้านายร้องไห้ หวังว่าเขาคงจะทำให้ท่านฟาเรนหยุดร้องไห้ได้ก่อนที่บอสจะกลับมา ไม่เช่นนั้นคงต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน



ในขณะที่ฟรอยพยายามหาวิธีปลอบนายน้อยคนใหม่ของเขา เจ้าชายเรดิอาก็กำลังคิดเตรียมพิธีกรรมในการคืนผนึกพลังของตน ณ ที่ตั้งของเผ่าหมาป่าปีศาจ พระราชวังที่เปรียบเสมือนบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรดิอาไม่ได้กลับเยือนเป็นเวลากว่าสิบปี

    “จะ...เจ้าชาย..เจ้าชายกลับมาแล้ว!” เสียงแซงแซ่ที่เหล่าผู้รับใช้ในวังกระซิบกระซาบกันจนแทบจะไม่ใช่เสียงกระซิบ และแน่นอนว่าต้องมีพวกม้าไวคาบข่าวน่ายินดีนี้ไปบอกเบื้องบนด้วยความไวแสง

“นั้นเจ้าจะไปไหนกัน ข้ากลับมาหรือไม่กลับมันไม่ได้สะเทือนไส้ติ่งของท่านพ่อหรอก” เพียงคำเอ่ยเรียบๆ ของเรอิอาก็ทำเอาผู้ที่กำลังจะไปรายงานสถานการณ์นี้แก่เบื้องสูงถึงกับแทบจะเป็นลมล้มพับ

แต่ก่อนที่เรดิอาจะก้าวพ้นผ่านประตูใหญ่เพื่อเข้าสู่ตัวปราสาท ความรู้สึกถึงบางอย่างที่คอยสะกิดหัวใจเข่ทำให้เขาจำต้องหันหลังกลับ และเตรียมพุ่งตรงสู่เส้นทางเดิมที่เพิ่งจากมา

 “ไม่เข้ามาพบหน้าท่านพ่อก่อนหรือขอรับเจ้าชาย” เสียงเอ่ยเงียบขรึม ดูไม่เกรงกลัวต่อผู้มาเยือนเอ่ยทักท้วง

ด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยดี ทำให้เรดิอาต้องหยุดฝีเท้าเพื่อสนทนาพาทีกับชายที่เป็นดั่งมือขวาของท่านพ่อ ถือเป็นเรื่องดีที่เขาไม่ต้องไปพบตาแก่ขี้บ่นและยังสามารถสั่งงานให้กับคนที่ไว้ใจได้อีกด้วย

“หึ มันไม่ใช่ธุระของเจ้า” เรดิอาแสยะยิ้มเล็กน้อยและเอ่ยต่อ

 “คาโรล เจ้าไปบอกท่านพ่อด้วยว่า อีกสามวันข้าจะกลับมา และจงเตรียมพิธีแต่งงานไว้ให้พร้อม ข้าเจอคู่ของข้าแล้ว”

“ขอรับ” คาโรล น้อมรับคำสั่งด้วยใบหน้านิ่งเฉย ก่อนจะดันแว่นที่สวมอยู่ให้เข้าที่และปล่อยให้เจ้าชายที่ทำตัวเหมือนเด็กหนีออกจากบ้านจากไปแต่โดยดี

เรดิอารีบเร่งฝีท้าทั้งสี่เพื่อกลับไปยังสถานที่ที่เขาจากมา ตอนนี้ในใจของเขาร้อนรุ่มและมีลางสังหรราวกับกำลังจะเกิดเหตุไม่ดีกับ คู่หมั่น ที่คนโดนหมั่นหมายแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าต่อแต่นี้ไป พวกเขาทั้งสองนั้นได้ผูกจิตวิญญาณเข้าด้วยกันแล้ว ถึงแม้เรดิอาจะรู้ดีว่าอาการกระวนกระวายนี้เกิดจากผลของการผูกสัญญากับเจ้าหนุ่มผมแดง แต่นี่ถือครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้ ซึ่งบางทีอาจเป็นเพราะโชคชะตาที่อยากจะสอนให้คนที่ละทิ้ง ความรัก อย่างเขาได้เข้าใจความรู้สึก ห่วงใย ก็เป็นได้




ติดตามกันได้ที่  www.facebook.com/fey013

เพจ Fey Fahrenheit


ความคิดเห็น