Fey Fahrenheit

โปรดรอติดตาม นิยายเรื่องต่อไปได้ในเร็วๆนี้ค่ะ^^

บทที่ 2 แผนการของหมาป่า

ชื่อตอน : บทที่ 2 แผนการของหมาป่า

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 11:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 แผนการของหมาป่า
แบบอักษร

บทที่ 2

แผนการของหมาป่า


แสงแดดยามสายเริ่มสาดส่องเข้ามากระทบกับผืนน้ำจนเกิดเป็นประกายแสงวิบวับ สำธารใสไหลช้าๆ ราวกับเวลาที่ผ่านไปอย่างน่าเบื่อของผู้รอคอยการฟื้นตื่นของเจ้าหนุ่มนักดาบที่หมดสติไป

หลังจากเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงของเหล่าสัตว์สี่เท้าที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ ทำให้เหล่าหมาป่าปีศาจทั้งหลายต่างอดที่จะกังวลกับอนาคตของเผ่าพันธ์ไม่ได้ เมื่ออยู่ดีไม่ว่าดีหัวหน้าผู้มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายของเผ่าปีศาจอันน่าเกรงขามนี้ ได้เอาเจ้าเด็กหัวแดงที่ไหนไม่รู้มาเป็นเจ้าสาว

“เฮ้อ...”

หมาป่าขนปุยสีเทา ฟรอย ผู้คอยรับใช้หัวหน้าที่แสนจะเอาแต่ใจ เขาถอนหายใจเฮือกที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบได้ เมื่อนึกถึงคำสั่งที่ออกมาจากปากเจ้าบอสจอมบงการ ที่ดีแต่หาเรื่องน่าปวดหัวมาให้เขาได้ทุกวัน

“ฟรอย ข้าอยากจะพาว่าที่เจ้าสาวสุดที่รักไปพักผ่อนแถวๆ ริมน้ำ” พอท่านบอสพูดจบก็เดินนำลิ่วไป ปล่อยให้เขาต้องแบกร่างที่สลบไสลไม่รู้ฟ้ารู้ดินว่าได้ตกเป็น ‘เจ้าสาว’ ของหมาป่าปีศาจเข้าเสียแล้ว

“ฟรอย นั่นเจ้าทำอะไร” เสียงเนิบๆ ที่เอ่ยออกมานั้นแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจบางอย่าง

“ผะ..ผม.ทำอะไรผิดไปหรือครับบอส” 

“เจ้าไม่ผิดรีบวางเขาลง...ข้างๆ ข้า” เรดิอาเอ่ยจบก็ปรายตามองลูกน้องตัวดีและแสยะยิ้ม ก่อนจะเบือนหน้าไปทางริมธารใสที่กำลังไหลเอื่อย และทอดกายผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆ ของธรรมชาติ

“ครับบอส”

ฟรอยค่อยๆ วางร่างบางลงจากมือที่โอบอุ้มมาด้วยร่างที่ไม่ต่างจากมนุษย์เท่าใดนัก

‘เอ๊ะ หรือว่าบอสโกรธเพราะร่างนี่’ 

ทันทีที่ฟรอยนึกขึ้นได้ เขาก็แทบอยากจะกระโดดก้มกราบไปให้เรดิอาลงโทษ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ดีว่าเจ้านายของเขาไม่ชอบที่จะเห็นหมาป่าปีศาจตนอื่นในร่างนี้ ซึ่งเจ้าชายแห่งเผ่าอย่างเรดิอาไม่สามารถกลับไปคงอยู่ในร่างอย่างอาจหาญนี้ได้

‘นี่เขาทำอะไรลงไป!

ร่างที่แท้จริงของชาวเผ่าหมาป่าปีศาจนั้นคล้ายคลึงกับชาวมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่มีหูกับหางที่มีลักษณะเหมือนหมาป่า นอกเหนือจากนั้นไม่ว่าจะเป็นหน้าตาโครงร้างของร่างกาย หรือแม้แต่การแต่งตัวก็ไมผิดแผกกันมากนัก ซึ่งเหล่าหมาป่าปีศาจสามารถเก็บหูกับหางเพื่อปะปนไปกับมนุษย์ได้ ส่วนร่างหมาป่าธรรมดานั้นเป็นร่างที่ใช้เมื่อเวลาเก็บกักพลัง หรือเมื่อพลังลดลงจะกลับเป็นร่างหมาป่าธรรมดา ทำให้ส่วนใหญ่หากไม่จำเป็นชาวเผ่าหมาป่าปีศาจจะไม่ขอคงอยู่ในร่างหมาป่า เพราะถือเป็นการเปลือยตนและเป็นการลดค่าของพลังเวทย์ในกายอีกด้วย

เรดิอาซึ่งสูญเสียพลังเวทย์เกือบครึ่งจากการต่อสู้เมื่อครั้งอดีตนั้น จึงไม่สามารถคงอยู่ในร่างจริงได้ และด้วยเหตุผลของศักดิ์ศรีจึงจำออกมาอยู่นอกเผ่าเพื่อตามหาผนึกพลังของตน รอคอยคืนวันที่เขาจะได้ร่างที่แสนจะสมบูรณ์แบบกลับคืนมา



“อ๊ากก.....” เสียงแหกปากร้องของเจ้าหัวแดงก็เริ่มดังขึ้น ทำให้ลูกน้องตัวดีต้องหยุดมองเจ้านายตนว่าจะจัดการมนุษย์ผู้นี้อย่างไร

“เฮ้ยๆ เงียบน่า เงียบนะ” เรดิอาพยายามยิ้มและยกขาหน้าขอตนขึ้นเป็นการปลอบให้อีกฝ่ายวางใจ

การโอ๋ปลอบที่พิลึกพิลั่นของเรดิอาทำเอาฟรอยต้องกลั้นขำ เขาอยากจะไปบอกเจ้านายเหลือเกินว่าที่ทำแบบนั้นเจ้าหนุ่มนั่นยิ่งกลัว แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ต้องขอรอดูท่าทีอีกนิดล่ะกัน

“อ๊ะ! มะ หมาพ ..พะ พูดได้” เสียงที่สั่นเครือด้วยความกลัวของฟาเรนไม่ได้ทำให้เจ้าหมาป่าตัวโตรู้เลยสักนิดว่ายิ่งทำให้คนขี้กลัวกลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ใช่แล้วๆ ข้าเป็นหมา แต่เป็นหมาป่าใจดีไม่กินเจ้าหรอก”

และยิ่งเจ้าหมาตัวเท่าควายพูดปลอบก็ยิ่งทำให้ฟาเรนแทบลมจับอีกครั้ง

‘นี่มันคิดว่ามันยิ้มใจดีสุดใช่ไหม กะจะล่อให้ตายใจแล้วเขมือบล่ะสิ!’

“อ๊ากกกก... ช่วยด้วย! ไอ้หมาบ้ามันจะกินฉัน อ้ากกกก...”

เมื่อความคิดของฟาเรนผุดขึ้น เสียงแหกปากของเขายิ่งดังสนั่น ด้วยหวังว่าคงจะมีใครสักคนได้ยินและมาช่วยเหลือเขา ถึงแม้ในป่านี้จะมีแต่ปีศาจก็ขอให้เป็นปีศาจสาวแสนสวยใจดี อย่างน้อยก็ได้ตตายเพราะสาวงามดีกว่าตายเพราะเจ้าสัตว์หน้าขนสีดำทมึนทีมตัวนี้

“เงียบ!!!”  เสียงตวาดลั่นของเรดิอาทำเอาทั้งคนที่แหกปากอยู่ และคนที่หลบมุมดูอยู่ตัวแข็งทื่อไปตามๆ กัน

แน่นอนว่าการตวาดใส่ไม่ใช่สิที่ควรนำมาใช้ปลอบประโลมหนุ่มขี้กลัว จากการแหกปากร้องลั่นก็กลับเป็นความอัดอั้นที่ไม่อาจระบายออกได้ และมันก็ถูกกลั่นออกมาเป็นน้ำสีใสไหลนองเต็มใบหน้าขาวนวลซึ่งดูน่าเวทนายิ่งนัก

“ฮือๆ ม...มะป่า หมาป่า  ฮือๆ” 

‘ร้องไห้?

เรดิอาถึงกับพูอะไรไม่ออก สิ่งที่ได้รับกลับมาจากการตวาดเสียงดัง คือเสียงร้องไห้โยเยของหนุ่มผมแดง ที่ทำให้คนตวาดใส่ทำสีหน้าไม่ถูกกับเหตุการณ์ตรงหน้า 

‘เขาทำผู้ชายร้องไห้? แหม ฝีมือยังไม่ตก เฮ้ยไม่ใช่ ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจสถานภาพ ณ ตอนนี้ ว่าเราเป็น คู่รักกันแล้ว  เฮ้ย! ไม่ๆ มาเป็นของข้ากันเถอะ  ไม่ดีๆ มาเป็นเจ้าสาวของข้านะ…!?’

“แล้วนี่กลัวขนาดนี่จะทำอย่างไรดี” เรดิอาออกจากห่วงความคิดวุ่นวายในสมอง และเอ่ยกับตัวเองเบาๆ

“ฟรอย ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น”

ลูกน้องตัวยุ่งถึงกับสะดุ้งโหยง และยังไม่ทันที่ฟรอยจะโผล่หน้าออกไป คำสั่งที่สองก็ตามมา

“แปลงเป็นมนุษย์และมานี่ ทำอะไรสักอย่างกับเสียงน่ารำคาญนี่ที”

“รับทราบครับบอส” ฟรอยรีบรับคำก่อนจะเปลี่ยนร่างจากหมาป่าขนสีเทาเข้ม เป็นหนุ่มรูปงามที่มีนัยน์ตาสีดำสนิทกับผมสีเทาที่ยาวรับต้นคอ เสื้อผ้าที่เสกเรียกมาเพียงครู่เดียวคือโค๊ดสีดำยาวคลุมถึงเข่า ฟรอยเดินออกมาจากพุ่มไม้ โดยไม่ลืมที่จะเก็บ หู และหางก่อนตรงไปยังริมลำธารที่เรดิอาอยู่กับเจ้าหนุ่มขี้กลัว

“เอ่อ..”  เพียงเสียงทักเบาๆ ของฟรอย ก็เรียกให้หนุ่มน้อยหันไปมองด้วยดวงตาเปล่งประกายราวกับเจอขุมทรัพย์ล้ำค่า ฟาเรนรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปสวมกอดเพื่อขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่มหน้าตาดีท่าทางใจดีและที่สำคัญคือหน้าไม่มีขน!

“ฮือ.. ช่วยด้วยครับ  ฮือๆ” ฟาเรนกอดฟรอยแน่นราวกับจะรัดให้ตาย ฟรอยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนทีมือสองข้างจะเข้าโอบปลอบเบาๆ ราวกับปลอบเด็กน้อยขี้แยที่เพิ่งโดนแกล้งมา

“นั้นเจ้ากำลังทำอะไร” 

เสียงเย็นๆ ที่เปล่งออกมาของเรดิอาทำเอาฟรอยขนลุกซู่ และเขาก็ต้องเอามือที่โอบปลอบเจ้าหนุ่มผมแดงเมื่อสักครู่ยกขึ้นสูงราวกับผู้ร้ายทำความผิด และแอบกู่ร้องในใจกับท่าทีของเจ้านาย

‘นี่ขนาดยังไม่รับเป็นทางการนะเนี่ย ยังหวงขนาดนี่ แล้วถ้าปลงใจตบแต่งจริงๆ จะขนาดไหนครับนายท่าน

“อยู่อย่างนั้นล่ะ เดียวข้าจัดการเอง” เรดิอาหลับตาลงแล้วร่ายคาถาบทยาวอีกครั้ง และดูเหมือนว่าคราวนี้จะใช้เวทย์ชั้นสูงอีกเช่นเคย

“เอาอีกแล้ว” ฟรอยเอ่ยเสียงเบา

เจ้านายของเขาถึงแม้จะสูญเสียพลังไปกว่าครึ่งแต่พลังที่คงเหลืออยู่นั้นยังมีมากว่าหมาป่าปีศาจตนอื่นๆ เพราะเรดิอานั้นเป็นผู้สืบสายเลือดจากผู้นำของเผ่าหมาป่าปีศาจ ราชาของเผ่าหมาป่าปีศาจนั้นจะมีความพิเศษของพลังเวทย์ที่สูงลิ่วและพลังกายมากมายมหาศาล ซึ่งสิ่งนี้จะสืบทอดสู่ลูกหลานของผู้เป็นเชื้อพระวงศ์เท่านั้น และเจ้าชายเรดิอาก็คือทายาทองค์ปัจจุบันที่ได้มีความสามารถนี้

ในครานี้เรดิอาต้องใช้เวทย์ชั้นสูงอีกครั้งซึ่งทำให้สูญเสียพลังเวทย์ไปมาก ถึงแม้เขาจะมีพลังเวทย์มากกว่าปีศาจตนอื่น แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้พร่ำเพรื่อได้ ยิ่งเมื่อเรดิอาใช้พลังเวทย์มากมายไปกับการผูกสัญญาแล้วนั้น ย่อมต้องอ่อนแรงลงอีกมากหากใช้พลังเวทย์อีกครั้ง

ถึงแม้จะทำให้อ่อนแรงแต่เรดิอาก็ยอมเสี่ยง เมื่อเขาจำต้องทำทุกอย่างเพื่อทำให้เจ้ามนุษย์หน้าโง่นี่หายกลัวไร้สาระเสียที และหากเป็นไปได้ด้วยดี อีกไม่นานเขาก็จะได้พลังส่วนที่เหลือกลับคืนมา

ไม่นานนักเสียงร้องไห้ของเจ้าหนุ่มผมแดงก็หยุดลงพร้อมสติที่ดับวูบอีกครั้ง โดยมีฟรอยคอยประคองร่างไว้ไม่ให้เกิดการกระแทกพื้นจนเสียสติไปอีก ส่วนท่านเรดิอาที่เพิ่งจะใช้พลังเวทย์ไปมากมายในเวลาอันสั้น ก็ค่อยๆ แอนกายไปนอนเอกแขนกกันพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

“ฟรอย เอาเขามานี่ ตรงหน้าข้า”

“บอสทำอะไรหรือครับ?” ฟรอยเอ่ยถามอย่างกังวล เพราะสภาพของเจ้านายของเขาที่ฟุบลงไปนอนกับพื้นนั้นแสดงว่าใช้พลังเวทย์ไปมากที่เดียว

“แค่ทำให้เขาหายกลัว ข้าปิดผนึกความทรงจำที่ทำให้เขากลัว มันเลยเหนื่อยนิดหน่อย”

“แต่ท่าน...”

“ฟรอย” เสียงแข็งๆ ของเรดิอาทำให้ฟรอยรู้ว่าต้องปิดปากเงียบ เขาวางร่างที่สลบได้สลบดีของหนุ่มผมเพลิงลงตรงหน้าเรดิอา

“มันคุ้มค่าไม่ใช้หรือ กับการเสียพลังเล็กน้อย เพื่อฟื้นพลังทั้งหมดของข้า” 

ว่าแล้วเรดิอาก็ทำการเลียหน้าหนุ่มน้อยผมแดงเพื่อให้คืนสติ ซึ่งจากการคาดคะเนของฟรอยหลังจากปลุกเจ้าหนุ่มนี่ขึ้นมาย่อมต้องตามมาด้วย...

“อ๊ากก ....”

“นี่เจ้าชอบแหกปากเป็นชีวิตหรือไง” เรดิอาเอ่ยอย่างระอา

‘สิ่งที่เขาทำไปมันได้ผลไหมเนี่ย’

“ม..มะ..หมาพูดได้”  ฟาเรนตกใจอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่เขาต้องร้องแหกปากลั่นป่าแบบนี้ แต่ในขณะที่กำลังร้องลั่นใส่หน้าเจ้าหมาตัวโต เขาก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติไป และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

“ว่าไง หนุ่มน้อย” เรดิอายิ้มแยกเขี้ยวหวาน? ในขณะเดียวกันที่ฟาเรนเอามือทั้งสองข้างไปจับที่หูและลูบสัมผัสความฟูนุ่มของขนสีดำมันขลับเรียงตัวสวยของเจ้าหน้าขนเพื่อพิสูจน์บางอย่าง

“ฉันไม่กลัวแล้ว” สีหน้างงงวยของฟาเรนเริ่มเปลี่ยนจากเจ้าคนขี้แย กลายเป็นหนุ่มน้อยอารมณ์ดีขึ้นทันใด

“ฮ่าๆ ฮ่า ฉันไม่กลัวหมาแล้ว” ฟาเรนพูดไปกระโดดไป พร้อมกับจับอุ้งเท้าหน้าของเรดิอาเต้นรำไปรอบๆ ทำเอาเจ้าหมาป่าแทบทรุด ด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ต้องใช้พลังเวทย์มหาศาลในคราเดียว และยังต้องมาทำหน้าเริงงร่ากับเจ้ามนุษย์เสีนสตินี่อีก ถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ป่านนี้เจ้าหนุ่มนี่คงนอนเป็นเศษกระดูกในป่าไปนานแล้ว

“อะแฮม... ขออนุญาตขัดจังหวะครับ” ฟรอยโพล่งขึ้น

ฟาเรนหยุดการกระทำที่เหมือนลืมตัว เขาวางอุ้งเท้าของเรดิอาลงแล้วจัดแจงเสื้อผ้าของตน ก่อนหันไปสนใจผู้ที่ดูจะมีความใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด

“ผมต้องขอขอบพระคุณมากเลยครับ ที่ช่วยทำให้หายกลัวสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหมา” 

“ไม่ใช่ครับ คนที่ช่วยคุณอยู่ทางนั้นครับ” ฟรอยพูดพลางผายมือไปยังเจ้านายที่นอนมองด้วยสีหน้ายียวน

“ไอ้หมาตัวเท่าควายนี้เนี่ยนะ?”

“อุ๊บ!” ฟรอยแทบกลั่นหัวเราะไม่อยู่ เมื่อเห็นสีหน้าที่แสนภูมิใจของเจ้านายผู้ทะนงตน ต้องติดเหวอเพราะมีคนบอกว่าตัวเท่าควาย

“ครับๆ คุณคงพอรู้จักเผ่าหมาป่าปีศาจสินะครับ”

“เออๆ แล้วไง ฟาเรนตอบปัดๆ” เมื่อเขารู้แล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช้ผู้มีพระคุณก็หมดธุระที่เขาจะต้องสุภาพด้วย เขาเดินกลับไปหาเจ้าหมาป่าตัวโตที่ดูท่าทางขี้เกียจแล้วขึ้นขี่หลัง ฟาเรนจับลูบขนฟูนุ่มที่ให้ความรู้สึกนิ่มสบายพลางเล่นหูปุกปุยของเจ้าหมาตัวโตที่ดูน่าสนใจกว่าการโต้ตอบกับหนุ่มผมเทาท่าทางสำอาง

ฟรอยตกใจเล็กน้อยกับท่าทีของฟาเรนที่เปลี่ยนไป และก็มีไม่กี่คนที่จะทำเฉยเมยเมื่อได้ยินชื่อของเผ่าหมาป่าปีศาจ เพราะในสายตาพวกมนุษย์แล้ว เหล่าปีศาจนับเป็นชนเผ่าที่น่าหวาดกลัวและยิ่งกับหมาป่าปีศาจที่มีดินแดนเป็นพงไพรขนาดใหญ่ไพศาลอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขตชานเมืองของอาณาจักรพวกมนุษย์ จึงไม่แปลกที่ป่าแถบนี้มักจะมีพวกบ้าพลังเข้ามาลองของกันอยู่เนืองๆ และสุดท้ายก็มักจบด้วยการเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ในป่า จึงทำให้เหล่ามนุษย์ผู้รักตัวกลัวตายทั้งหลายไม่อาจเฉยกลายเข้าใกล้  

ถึงจะเรียกว่ามีเขตแดนติดกันแต่ก็ถูกคั่นด้วยหุบเหวที่มาธารน้ำเชียวจากน้ำตกมรณะทางตอนเหนือคอยแบ่งแยกอยู่ แต่ก็มีบางจุดที่สอผืนแผ่นดินนั้นอยู่ใกล้ชิดกัน ดังเช่นบริเวณนี้ที่มีความกว้างของร่องเหวเพียงไม่ถึงร้อยเมตร ทำให้ต้องเผ้าระวังเป็นพิเศษ

“หมาป่าตนที่ท่านกำลังขี่หลังอยู่นั้นคือผู้นำของเรา เขาได้ทำให้ความกลัวที่มีต่อเหล่าสุนัขและหมาป่าของท่านเลือนหายไป แล้ว..”

 “ข้าอธิบายต่อเอง” เรดิอาแทรกขึ้นทันที ตอนนี้เขาเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้จะถูกขี้หลังซื่งเหมือนการหยามเกียรติแต่กลับกลายเป็นว่าการที่มนุษย์ปัญญาอ่อนอย่างเจ้าผมแดงนี่ขึ้นมาลูบๆ คลำๆ ทำให้เป็นการนวดผ่อนคลายได้ไม่เลวเลยทีเดียว

“นายเองเหรอ แหม ขอบใจนะ นายอยากได้อะไรตอบแทนล่ะ เก้ง กวาง กระทิง อยากได้สักกี่ตัวเดี๋ยวฉันจัดให้” ฟาเรนว่าแล้วก็ลงมาจากหลังของผู้มีพระคุณและเอนกายลงแนบนอนกับขนนุ่มฟูสีดำที่ชวนให้อยากหลับอีกสักงีบ

เขาหารู้ไม่ว่าเจ้าหน้าขนที่เขาอุตส่าห์ให้เป็นผู้มีพระคุณเริ่มแสยะยิ้มกับแผนการร้ายที่เป็นไปได้ด้วยดี


พรึบ !

เจ้าหมาป่าสีดำร่างยักษ์ที่เมื่อสักครู่ยังดูเกียจคร้านไร้เรียวแรง จู่ๆ ก็ลุกขึ้นและเข้ากดคร่อมตัวของฟาเรนเอาไว้ ซึ่งไม่เพียงแค่เจ้าตัวจะตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มันทำให้เขาเริ่มที่จะยิ้มไม่ออก

‘มันไม่ค่อยจะดีแล้ว’

“มาเป็นของข้าเถอะ” 

“หา?”  ฟาเรนอ้าปากค้าง เขาเริ่มงงและสับสนกับคำเอ่ยราวกับขอแต่งงานของเจ้าหมาป่าสีดำตัวเท่าควายนี่แล้ว ถ้าหากจะตะปบกินหรือเข้าจู่โจมฉีกร่างเขายังพอเข้าใจได้ นี่มันจะเอาเขาไปเป็นทาสใช้แรงงานหรืออย่างไรกัน แล้วไอ้คำว่ามาเป็นของข้าเถอะเนี่ย มันแปลได้ว่าจะเอาไปปู้ยี้ปู้ยำไม่ใช่หรอกเหรอ!

“ตอนที่ข้าช่วยเจ้า มันต้องใช้พลังเวทย์มากมายในการผนึกจิตใต้สำนึกของต้นเหตุความกลัว และแน่นอนว่าถ้าเจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วหนีไป ข้าก็คงจะชวดรางวัล”

‘นายอยากได้ของตอบแทนว่าอย่างนั้นเถอะ!’

ฟาเรนได้แต่คิดในใจเขาไม่โง่พอที่จะพูดในสิ่งที่จะทำให้ตัวเขาโดนบี้เละตรงนี่ จากสภาพรูปการแล้วเขานั้นเสียเปรียบสุดๆ ถึงแม้จะไม่บอกเขาก็พอรู้อยู่ว่าเจ้าพวกฝูงหมาป่าที่ระดมพลมากันให้พรึบในตอนแรกนั้นคงดักรออยู่รอบๆ และเจ้าคนผมเทานั้นก็ไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน หาเขาเผลอทำอะไรไม่เข้าท่ากับเจ้าหัวหน้าหมาตัวเท่าควายนี่ มีหวังชาตินี้คงไม่ได้ใช้เงินที่หามาเป็นแน่

เมื่อดูท่าแล้วอีกฝ่ายจะยังคงมีสติดีไม่คิดขัดขืน เรดิอาจึงเริ่มเอ่ยอธิบายถึงที่มาที่ไปให้เจ้าผมแดงได้เข้าในว่าสถานะ ณ ตอนนี้เป็นเช่นไร

 “แล้วข้าก็เลยจะผูกสัญญาไว้กับเจ้า เพื่อไม่ให้เจ้าหนี และเพื่อเป็นรางวัล”

 “นายจะบอกว่าฉันต้องอยู่กับนายไปทั้งชาติเนี่ยนะ แล้ว ..”  ฟาเรนมองไปบริเวณหว่างขาของเจ้าหมาป่าตัวเท่าควาย และยังไม่ทันที่ฟาเรนจะเอ่ยต่อ เจ้าหมาที่ขึ้นมาคร่อมเขาก็แทรกขึ้นมา

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันจะอ่อนโยนเอง…” และแล้วเรดิอาก็เริ่มเลียแล้วก็เลียราวกับจะแสดงความรักต่ออาหารจานโปรด จนใบหน้าของฟาเรนนั้นเต็มไปด้วยน้ำลายของเจ้าหมาป่าที่เหนอะเหนียนวไม่น่าอภิรมย์

ถ้าไม่คิดว่าบ้าก็คงเสียสติไปแล้ว มีปีศาจดีๆ ที่ไหนกันมาจับเอามนุษย์ไปเป็นคู่ผูกสัญญา หรือว่าเจ้านี่จะมีรสนิยมชอบของแปลก? ถึงแม้เขาจะหน้าตาดีเป็นหนุ่มที่แสนจะน่ากอด แต่นี่ดูอย่างงไรมันก็ตัวผู้! ให้ตายเถอะจะทรมาณกันทั้งทีของเป็นพี่สาวหมาป่าไม่ได้หรือไงกัน

“ไม่เอานะโว้ย! มันไม่มีทางแก้รึไง!”

 “มันก็มีอยู่” เรดิอาเหลือบตามองผู้เสียหาย ท่าทางของหนุ่มผมแดงที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อและยังร่างกายที่สมส่วนดูดีราวกับรูปปั้นทวยเทพนั้นอีก ริมฝีปากระเรื่อแดงธรรมชาติน่าสัมผัส ยิ่งช่วงเวลาที่เรดิอาต้องออกตามหาผนึกพลังนั้น ไม่ได้ปลอดปล่อยอารมณ์ตันหามานมนาน มีเหยื่อน่าขย้ำมาตรงหน้าเขาแบบนี่มีหรือที่เขาจะปล่อยไปง่ายๆ

ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในร่างนี้ เจ้านี่เสร็จเขาแน่!


“ทำยังไง?”   ฟาเรนรีบถอยห่างก่อนจะโดนทำอะไรไปมากกว่านี่ ยิ่งสายตาที่เจ้าหมาป่ามองเขาหัวจรดเท้าแล้วยิ่งทำให้เขาขนลุกชูชันไปทั่วร่าง

“ตอนนี้ไม่ได้” เรดิอาทำเป็นถอนหายใจ

“ทำไม?”

“เจ้าคงรู้ใช่มั้ยเผ่าเรามีร่างที่แท้จริงแบบไหน”

“ไม่ใช่ร่างนี้เหรอ?” ฟาเรนมองไปที่ร่างของหมาป่าสีดำ แล้วชักสีหน้าสงสัย ถ้าพูดถึงหมาป่าปีศาจมันก็ต้องเป็นหมาป่าอยู่แล้วไม่ใช่หรือย่างไรกัน

“ไม่ใช่ ร่างแบบนั้นต่างหาก” เรดิอามองไปที่ฟรอยที่บัดนี้อยู่ในร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์แต่หูและหางเป็นหมาป่า แม้สายตาของเรดิอาที่จับจ้องไปยังลูกน้องผมเทาจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่เขาพยายามไม่แสดงท่าทีไม่พอในออกไป

“แล้วทำไม?” เจ้าหนุ่มช่างซักเริ่มถามต่อ

“ข้าโดนผนึกพลังไว้แล้วคนที่จะแก้ได้คือคนที่เก่งกล้าสามารถมีฝีมือดีและทีสำคัญต้องมีสิ่งพิเศษในตัว ซึ่งนั้นหาได้ยากมาก” เรดิอาพูดพลางมองคนข้างๆ เขาพอจะเดาทางเจ้าผมแดงนี่ออกอยู่บ้าง ดูจากนิสัยคราวๆ แล้วคงเป็นพวกหลงตัวเองอยู่ไม่น้อย เพียงแค่เขาเอ่ยราวกับกำลังชมเชย เจ้าตัวก็อมยิ้มกระหยิ่มดีใจแล้ว

“ทำไมต้องเป็นฉัน ฉันแค่นักดาบกระจอกๆ ไม่มีอะไรเด่นสักหน่อย แล้วที่สำคัญฉันไม่เก่งใช้เวทย์” ฟาเรนอมยิ้มกับความน่าคบขึ้นมาเล็กน้อยของสหายหน้าขน หากจะให้บอกว่าใครเก่อัจฉริยะก็มีเขานี่แหละไม่อยากยกยอตัวเองแต่มันเป็นเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถก้าวเข้ามาเป็นนักดาบอันดับต้นๆ ได้หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

“ไม่เป็นปัญหา เราแค่ฝึกนิดหน่อย แล้วถ้าพลังข้ากลับมาเจ้าจะทำอะไรก็ย่อมได้”

“ตกลง!” ฟาเรนเอ่ยรับคำทันที ขอแค่เขาไม่ต้องติดแหงกกับปีศาจตนนี้ หากมีทางให้เขาไปพ้นๆ จากเงื้อมมือของเจ้านี่ได้ เขาย่อมยอมตกลงโดยดี และเพียงแค่ฝึกนิดฝึกหน่อยเขานั้นทำได้สบายมาก ดีเสียอีกที่ได้ครูสอนเวทย์ฟรีๆ ไม่ต้องจ้างให้เปลื่องค่าข้าวค่าน้ำ

เมื่ออีกฝ่ายยอมตกลงโดยดี เจ้าชายแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจก็ต้องกู้ร้องกับชัยชนะในใจ เขาอยากขอบคุณความหลงตัวเองของเจ้านี่จริงๆ และเมื่อผ่านขั้นตอนการทำให้ข้อสัญญาผูกมัดนี่สมบูรณ์ได้ เจ้าตัวน่าอร่อยนี่ก็ไม่อาจหนีเขาไปไหนได้อีก

“บอกชื่อของเจ้ามา”

ฟาเรน เฟนทิส ฟาเรนไฮน์” เมื่อได้ยินคำตอบจากเจ้าหนุ่ม เรดิอาก็เผยยิ้มทันที่

‘หาตั้งนานที่แท้ก็เป็นนักดาบอัจฉริยะ เพลิงพิฆาตนี่เองหรอกหรือ’

เรดิอาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามคนตรงหน้า การไม่ทำให้เหยื่อ เอ้ย คู่สัญญาไหวตัวทันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดีที่จะใช้ตะล่อมให้ยอมจำนนโดยง่าย

 “ตัวข้า มีนามว่า เรดิอา มอสทารีนา ลูปิเอลิส ลูปที่13”

“ชื่อนายจะยาวไปไหนเนี่ย ฉันเรียก เร เฉยๆ ได้ไหม” อันที่จริงเขาจำได้แค่ เรดิอา อะไรสักอย่าง แล้วไอ้ชื่อยาวๆ อย่างกับราชวงศ์นั้นก็ดูไม่สมกับหมาป่าตัวสีดำนี่สักเท่าไร แล้วสิบสามนี่มันเลขบอกจำนวนอะไร?

“ตามสบายแฟรี่”

“เฮ้ย! ไม่เอา”

“ข้าชอบนะ แฟรี่ๆ”

“อะเฮม!” บทสนทนางี่เง่าก็จบลงด้วยการมาขัดจังหวะของฟรอย ซึ่งไม่สามารถทนกับภาพแปลกๆ ของคู่หมากับคนที่ดูสติไม่ดีได้

“เออ...เข้าเรื่องต่อ” เรดิอาเรียกสติกลับมา พร้อมเริ่มเข้าแผนการ

“พูดตามข้า” ฟาเรนพยักหน้ารับอย่างเต็มใจสุดขีด เพราะความหวังสู่อิสระของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว และเป็นการปกป้องบั่นท้ายจากเจ้าหมาทะลึ่งนี่ เขาเพียงแค่หาทางปลดผนึกอะไรสักอย่างให้เจ้านี่สมหวัง แล้วเขาก็จะได้เป็นอิสระ!

บทสวดพึมพำคาถาบทสั้นกระชับ และเมื่อสิ้นคำวาจาแสงสีเหลืองทองนวลตาก็เริ่มส่องประกายระยับรอบกายหนุ่มผมแดงกับเจ้าหมาตัวโต ภายในเส้นแสงที่ทอสว่างก็เริ่มปรากฏด้ายแดงพันอยู่รอบแขนของทั้งสอง และไม่นานก็แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นแหวนทองคำขาวที่มีอักขระโบราณสีแดงสลักอยู่โดยรอบ ฟาเรนมองไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนแล้วเหลือบมองไปที่เรดิอาซ฿งอยู่ในร่างของหมาป่าสีดำด้วยความขำขันกับแหวนวงงามที่ประดับบนอุ้งเท้าหนาได้อย่างไม่เข้ากันสุดๆ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆ”    เสียงหัวเราะที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าหัวแดงนั้นทำให้เรดิอาหน้าเสียก่อนที่จะรีบร่ายมนต์ตราเปลี่ยนแหวนที่อุ้งเท้าหนานุ่ม มาเป็นกำไลแทน

“เลิกขำสักที ฟาเรน” เรดิอาทำเสียงเย็นยะเยือก เพื่อให้เจ้าตัวที่หัวเราะเกลือกกลิ้ง รู้สถานะของตัวเองว่าหากไม่เลิกทำอะไรให้เค้าขายหน้าลูกน้องล่ะก็…

“หากไม่หยุด ข้าจับเจ้ากดลงตรงนี้แน่!”

ฟาเรนหน้าซีดเผือกกับคำปรามที่ดูเหมือนว่าเจ้าหมาหื่นต้องเอาจริง ก่อนจะเริ่มเบี่ยงประเด็นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคุกคามทางเพศจากสัตว์หน้าขน

“เราทำสัญญากันแล้วเนอะ” 

“ใช่” เรดิอาตอบ พร้อมรอยยิ้มที่มีเลศนัยทำให้ฟาเรนต้องถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ถูกหลอก

“ถ้าฉันทำให้นายคืนร่างเดิมได้ฉันก็เป็นอิสระ”

“ใช่” เรดิอาตอบทันควัน ก่อนจะคิดในใจ

‘แต่ไม่ได้หมายความว่าการผูกสัญญานี้จะหายไปนะแฟรี่น้อย’

“เป็นอันสัญญาตามนี่”   ฟาเรนยื่นมือมา จับ มือ(ขาหน้า)ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้เลยว่า บัดนี่เจ้าหม้าป่าจอมกวนนี้ได้คิดอะไรในใจ

ติดกับ!




Facebook fanpage : Fey Fahrenheit



https://www.facebook.com/Fey-Fahrenheit-1573151009607005/

ความคิดเห็น