แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 07 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 07 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2563 09:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 07 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

07 

‘ต่อไปเป็นข่าวเศรษฐกิจค่ะ สวัสดีครับพบกับผม บ้ญชา ชุมชัยเวทย์ ในช่วงข่าวเศรษฐกิจครับ ในยุคที่อะไรก็แพงแสนแพงแบบนี้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยเย็นวันนี้ปิดตลาดที่...’ 

หลังจากที่พาทั้งผมและสกายไปกินข้าวเย็นราคาแพงคุณน่านฟ้าพาผมและลูกมาส่งที่อพาร์ทเม้นเดิมเขาคิดว่ามาส่งแล้วน่าจะกลับเลยแต่เจ้าสกายไม่ยอมง่ายๆงอแงให้คุณน่านฟ้าอยู่ด้วย ทีแรกผมพยายามที่จะไม่ให้เจ้าอ้วนรั้งเขาไว้อุตส่าห์หาวิธีกล่อมให้เจ้าอ้วนปล่อยให้เขากลับไปแต่ก็เหมือนความพยายามของผมจะเปล่าประโยชน์ เมื่อเขาพูดออกมาคำเดียว 

'สกายหลับแล้วคุณพ่อถึงจะกลับ' 

ตอนนี้เลยทำให้เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่เบียดหันอยู่ในห้องเช่าเล็กๆในอพาร์ทเม้น คุณน่านฟ้าไม่ได้วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับห้องเช่ากลางเก่ากลางใหม่ของเราแม่ลูก เขาแค่มองรอบๆอย่าสำรววจและถามแค่ว่าปลอดภัยใช่ไหม เมื่อผมว่าปลอดภัยเป็นที่เก่าที่เคยอยู่เขาก็ดูจะสบายใจขึ้น ตอนนี้ผมให้เขาช่วยสกายทำการบ้าน ส่วนผมก็กำลังซักเสื้อผ้าตากที่หลังห้องเปิดโอกาสให้พ่อลูกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 

เมื่อกลับเข้ามาในห้องผมกได้ยินเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับเสียงน้ำในห้องน้ำสงสัยคุณน่านฟ้าพาสกายไปอาบน้ำ ผมจึงเดินไปหาชุดนอนเตรียมไว้ให้ลูก เมื่อประตูเปิดออกมาสกายถูกจับนุ่งผ้าขนหนูเรียบร้อยวิ่งมากอดแขนผมส่วนคุณน่านฟ้านั้นเปียกไปทั้งตัว 

"ถอดเสื้อออกก่อนเถอะครับ เปียกหมดแล้ว" ผมบอก "อ๋อคุณอาบน้ำเลยก็ได้เดี๋ยวผมไปยืมเสื้อผ้ารุ่นน้อให้เขาอยู่ห้องข้างบนผมนี่เอง" 

"ก็ได้" คุณน่านฟ้าไม่ปฏิเสธ "มาครับสกายคุณพ่อแต่งตัวให้" คุณน่านฟ้าเรียกสกายไปแต่งตัวเจ้าเด้กอ้วนของผมก็รีบวิ่งไปคนที่เรียกแทนตัวเองว่าคุณพ่อทันที 

ผมตัดสินใจเดินขึ้นไปห้องที่อยู่ด้านบนเป็นห้องของเปี๊ยกแต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนอยู่หรือเปล่าเพราะช่วงหลังเปี๊ยกไปทำงานที่ร้านเหล้าของไฟและกลับมาในช่วงดึกหลังจากที่คุยกัน ผมเคาะประตูไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูเป็นไฟที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาเหมือนพึ่งกลับมาจากเรียน 

"อ้าวพี่แสง มีอะไรครับ" 

"คือพี่ขอยืมเสื้อเราหน่อยสิ" 

"พี่แสง!! มาทำอะไรจ๊ะ" เปี๊ยกเดินมาเกาะขอบปประตูอีกข้าง "น้องล่ะจ๊ะ" 

"อยู่กับพ่อเขา" ผมบอก 

ทั้งไฟและเปี๊ยกหันไปมองหน้ากันแล้วทำหน้าเหลือเชื่อตั้งแต่รู้จักกันมา 5 ปี ผมไม่เคยพูดถึงพ่อของสกายให้ได้ยินเลย บอกแค่ว่าหายไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีสกาย พอวันนี้ผมบอกว่าพ่อสกายมาเด็กสองคนก็ดูตกใจกันใหญ่ 

"พ่อน้องจริงๆหรอครับ" 

"อืม เขาพาเจ้าอ้วนไปกินข้าวเย็นน่ะ แล้วเจ้าอ้วนขอให้เขาอาบน้ำให้เสื้อเขาเลยเปียก" ผมบอกและเป็นเปี๊ยกที่เหมือนได้สติก่อนก็รีบไปรื้อเสื้อผ้าในตู้เอามาให้ 

"พ่อน้องตัวใหญ่ไหมครับ อันนี้เสื้อไฟอะไม่รู้จะใส่ได้ไหม"  

"เขาก็ตัวเท่าๆไฟแหละขอบใจนะ พี่ไปก่อนป่านนี้หนาวแย่แล้ว" ผมยิ้มแล้วรีบกลับลงมาห้องของตัวเอง 

เมื่อเปิดห้องเข้ามาเห็นว่าตอนนี้เจ้าอ้วนกำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีคุณน่านฟ้านอนเปลือยท่อนบนอยู่ข้างๆ ผมปิดประตูเบาๆแล้วเข้ามาสะกิดคนที่กำลังนอนอยู่ 

"คุณน่านครับ" 

"..." 

"คุณน่าน ตื่นก่อนครับ" ผมเรียกเบาๆเพราะกลัวว่าเจ้าอ้วนที่นอนอยู่ข้างๆจะตื่นขึ้นมาแล้วโยเยไม่ยอมนอนหรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือรั้งคุณน่านฟ้าเอาไว้อีก 

"อือ" คุณน่านฟ้าขยับลืมตาขึ้นมองนิดๆแล้วขยับนั่งด้วยความงัวเงีย ผมส่งเสื้อให้เขาก็รับมาและมองผมด้วยความสงสัย 

"เสื้อของรุ่นน้องที่รู้จักน่ะครับผมยืมมา" 

"อือ" 

"ง่วงหรอครับ" 

"นิดหน่อย" 

ผมพยักหน้าและเดินไปเสียบปลั๊กกาน้ำร้อนในห้องผมไม่รู้ว่าเขาดื่มกาแฟแบบไหนแต่ในห้องผมก็มีแค่กาแฟซองถูกๆเท่านั้น แต่อย่างน้อยๆก็น่าจะ่ช่วยให้เขาขับรถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย  

"เสื้อพอดีไหมครับ" ผมถามเมื่อคุณน่านฟ้าเดินออกมาจากห้องน้ำ 

"พอดี" เขาตอบผมเองก็พึ่งสังเกตว่าใบหน้าหล่อของเขายังมีน้ำเกาะอยู่เลย ผมเดินไปค้นในตู้เอาผ้าขนหนูมาให้เขาเช็ดหน้า "ขอบคุณครับ" 

ผมเดินแยกออกไปชงกาแฟให้เขาหนึ่งแล้วและชงใส่กระบอกน้ำเก็บความร้อนให้อีกแก้วเผื่อดื่มระหว่างทางขับรถ 

"กาแฟครับ ผมไม่รู้ง่าดื่มยังไงในห้องมีแค่..." 

"ผมดื่มได้ไม่ต้องคิดมากหรอก" เขารับกาแฟในแก้วไปดื่มจนหมดและส่งแก้วคืนให้ ผมรับมาและเอาไปไว้ที่ซิงค์ล้างจ้านหลังห้องกลับเข้ามมาก็เห็นว่าคุณน่านฟ้าไปก้มหอมแก้มเจ้าอ้วน  

"จะกลับแล้วหรอครับ" 

"อือ คุณจะได้พักผ่อน" เขาบอก 

"งั้นเอานี่ไปด้วยนะครับ ถ้าง่วงก็จิบๆ" ผมส่งกระบอกน้ำที่ใส่กาแฟเกือบเต็มให้ 

คุณน่านรับไปจากมือและยิ้มบางๆให้ผมเองก็ยิ้มตอบระหว่างเราไม่มีคำพูดอะไร คุณน่านเข้าไปหอมหัวเจ้าสกายที่นอนหลับอีกครั้งแล้วจึงหันมาพูดบางอย่างกับผม 

วันนี้หลังจากที่เจ้าอ้วนของผมเลิกเรียนคุณน่านฟ้าผมให้พาสกายไปเจอที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งก็ตรงกับวันไปหาหมอของเจ้าอ้วนพอดี 

“คุณจะกลับเลยหรือเปล่า” คุณน่านฟ้าถามหลังจากที่เจาะเลือดไปตรวจเรียบร้อยแล้ว 

"ต้องเจ้าอ้วนไปฉีดวัคซีนครับ" ผมบอกเพราะครบวันนัดพอดิบพออดี แต่เมื่อได้ยินแบบนั้นเจ้าตัวก็ขอไปด้วยบอกว่าอยากไปเป็นกำลังใจให้เจ้าอ้วนด้วย 

"คุณพ่อ คุณอุ้มๆ" 

ผมมองหน้าเขานิดนึงรู้สึกเกรงใจมากๆที่เจ้าอ้วนไปงอแงกับเขาแบบนั้นถึงลึกๆจะรู้ว่าเขาเป็นพ่อลูกกันแต่สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจอย่างคุณน่านฟ้าผมกลัวว่าเขาจะคิดมาก แต่ป่าวเลยคุณน่านฟ้าย่อลงอุ้มเจ้าสกายขึ้นมาด้วยแขนข้างหนึ่งส่วนเจ้าอ้วนเมื่อถูกอุ้มก็ทั้งกอดทั้งซบเหมือนคนไม่มีกระดูก  

"ไปทางไหน" 

"ทางนี้ครับ"  

เราสามคนเดินไปตามทางของตึกโรงพยาบาลเพื่อไปยังแผนกเด็กระหว่างทางมีคนมองเราอยู่บ้างและก็มีคนเข้ามาเล่นกับเจ้าอ้วนบ้างซึ่งก็เป็นพี่พยาบาลซะส่วนใหญ่ เจ้าอ้วนก็โฆษณาใหญ่เลยว่าคุณน่าฟ้าเป็นพ่อนะ วันนี้คุณอุ้มด้วยจนผมรู้สึกผิดที่ไม่ยอมบอกคุณน่านเรื่องลูก ผมเองก็คิดว่าเจ้าอ้วนน่าจะมีปมอยู่ในใจเรื่องพ่อเหมือนกันถึงจะยังเด้กแต่ก็คงคิดแหละว่าทำไม่ตัวเองไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นทั้งที่ผมก็เป็นได้ทั้งพ่อและแม่  

ตลอดเวลาที่รอฉีดวัคซีนเจ้าอ้วนก็เอาแต่กอดพ่อไม่ยอมห่างทั้งที่นั่งก็ต้องนั่งตักกอดคุณน่านฟ้าเป็นลูกลิงไม่ยอมปล่อย ตอนที่เข้าไปฉีดวัคซีนก็ให้คุณน่านฟ้าเข้าไปด้วย  

แง๊!!! 

เจ้าอ้วนร้องลั่นเมื่อเข็มฉีดจิ้มเข้าเนื้อหันไปร้องไห้น้ำตานองหน้าซุกกับไหล่พ่อ ปกติเคยร้องที่ไหนอย่างมากก็น้ำตาซึมแต่พอมีพ่อให้อ้อนเข้าหน่อยก็เจ้าน้ำตาเหลือเกิน ลูกใครเนี่ย  

“โอ๋ๆ ไม่ร้องครับ” คุณน่านฟ้าอุ้มเจ้าอ้วนโยกไปโยกมาปลอบเบาๆ  

“ปกติน้องไม่ร้องขนาดนี้นะคะ สงสัยคุณพ่อมาด้วยเลยอยากอ้อนคุณพ่อ” คุณพยาบาลที่ฉีดยาให้พูดขึ้น  

ผมไม่ตอบแต่แค่พยักหน้าเท่านั้นคุณน่านฟ้าหันมามองหน้าผมเล็กน้อย ส่วนเจ้าอ้วนก็สะอึกสะอื้นซบคุณพ่อไม่ห่าง  

“แวะไปหาเพื่อนผมหน่อยนะ จะพาลูกไปอวด” คุณน่านฟ้าบอกแล้วอุ้มเจ้าอ้วนตรงไปที่แผนกสูตินรีเวช 

ไปอวดลูกทั้งที่ผลดีเอ็นเอยังไม่ออกเนี่ยนะจะมั่นใจเกินไปแล้ว 

เขาพาผมไปที่ห้องของหมอมุ่ยซึ่งผมก็พอจะนึกได้รางๆว่าเป็นเพื่อนของเขาอและยังเคยเป็นหมอประจำตัวของผมอีก ตอนแรกที่เข้าไปหมอมุ่ยก็งงมากที่เห็นผมมาพร้อมกับคุณน่านฟ้าและคุณน่านฟ้ายังอุ้มเจ้าอ้วนอีกด้วย 

"อ้าวทำไม่มาด้วยกันได้" 

"พาลูกมาหาหมอ" 

"ห๊ะ??" หมอมุ่ยมีสีหน้างงอย่างไม่ปิดบัง 

คุณน่านฟ้านั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานหมอมุ่ยเอาสกายนั่งตักไว้ด้วยเพราะเจ้าอ้วนที่ร้องไห้จนตาชุ่มไม่ยอมห่างจากคุณพ่อเลย ส่วนหม่าม๊าก็เลยตอนไปนั่งที่โซฟารับรองแขกให้เพื่อนเขาได้คุยกัน 

"นี่ลูกมึง?" 

"ไอ้หมอพูดดีๆ เด็กกำลังจำ" คุณน่านว่าแล้วกอดเจ้าอ้วนแนบอก  

"คุณแสงเหนือ ในตู้เย็นหมอมีขนมกับน้ำผลไม้เอามาทานได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจ"  

"ขอบคุณครับ" 

ผมเห็นว่าทั้งสองคนกำลังคุยกันเลยไปหาอะไรในตู้เย็นมาให้เจ้าอ้วนกินดีกว่าเพราะพึ่งหยุดร้องไห้คอแห้งหมดแล้วมั้งลูกผมเนี่ยเจ้าน้ำตาจังเลยลูกเอ้ย 

"สกายมากินขนมกับหม่าม๊าเร็ว"  

"หนม!!" 

พอได้ยินว่าขนมเจ้าสกายก็รีบลงจากตักคุณน่านฟ้าวิ่งจู๊ดมาที่โซฟารับแขกที่ผมนั่งอยู่ ผมขยับให้เจ้าอ้วนนั่งข้างๆแล้วค่อยๆตักขนมป้อนลูกที่กินเอาๆ จนครีมเลอะปากแต่ก็ยังไม่หยุดกิน กินแบบนี้หม่าม๊าจะเลี้ยงไว้ได้ยังไงเจ้าอ้วน 

 

 

ทางด้านของน่านฟ้าก็นั่งคุยกับหมอมุ่ยโดยน่านฟ้าหันไปมองสกายกับแสงเหนือเป็นระยะก็เห็นว่าเด็กชายกำลังกินขนมที่แสงเหนือป้อนให้ ก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูในความน่ารักจนหมอมุ่ยต้องเรียกให้กลับมาสนใจตัวเอง 

"มึงตอบกูดิมึงไปมีลูกอะไร ยังไง" 

"ยังไม่แน่ใจว่าลูกกูไหม แต่สกายมีแหวนของกูที่กูทำหาย" 

"จะยืนยันอะไรได้วะ แค่แหวนอาจจะมีคนเก็บได้ก็ได้" 

มันก็จริงอย่างที่หมอมุ่ยว่านั่นแหละอยู่ดีๆจะมีลูกโตขนาดนี้โผล่มาได้ไง แต่ถ้าไม่ได้คุยกับแสงเหนือก่อนหน้านี้ก็คงคิดแบบที่หมอมุ่ยว่าจริงๆ 

"กูพามาตรวจดีเอ็นเอแล้ว" 

"แล้วได้ผลตรวจวันไหน" 

"อาทิตย์หน้า" 

"อืม" 

"แต่มึงดูหน้าสกายดิมึงว่าเหมือนใคร เหมือนกูไหม" น่านฟ้าถาม 

หมอมุ่ยหันไปมองสกายเจ้าเด็กอ้วนก็ส่งยิ้มจนตาหยีมาให้ หมอมุ่ยก็ยิ้มตอบกลับไปก่อนจะหันไปมองหน้าน่านฟ้าอีกครั้งแล้วก็ถอนหายใจ 

"เหมือนมึงอย่างกับแกะ" 

"กูบอกแล้ว" 

"แล้วจะเอายังไงถ้าผลออกมาว่าเป็นลูกมึงจริงๆ นี่กินไม่เลือกขนาดนั้นเลยหรอวะอีกหน่อยไม่ใช่มีผู้หญิงหอบเด็กมาบอกเป็นลูกอีกนะ"  

"ไม่มีหรอกมั้ง" 

"ระวังตัวไว้เถอะมึง" แม้ว่าจะเป็นการแซวเล่นขำๆแต่มันไม่ขำเลยสักนิด ถ้าเกิดมีผู้หญิงหอบลูกมาบอกว่าเป็นลูกจริงๆน่านฟ้าจะทำยังไงเขาเองก็ยังไม่รู้ขนาดเรื่องตอนนี้ยังไม่รู้เลย "ยังไม่ต้องคิดตามที่กูพูด เอาแค่ตอนนี้ก่อนมึงจะเอาไงต่อถ้าเขาเป็นลูกมึงจริงๆ" 

"ไม่รู้" 

น่านฟ้าไม่รู้จริงๆเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงถ้าผลออกมาเป็นลูกเขาจริงๆแม้ว่าในทางปฏิบัติน่านฟ้าดีใจมากที่ตัวเองได้มีลูกสมใจดังที่อยากจะมีมานานแต่เรื่องมันไม่ได้มีแค่สกายเท่านั้นถ้าอีกฝ่ายไม่เอาลูกและยกให้เขามันก็ง่ายแต่นี่แสงเหนือก็คงจะไม่ยอมง่ายๆที่จะยกลูกให้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ปิดบังเขามาถึง 5 ปีแบบนี้  

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาแสงเหนือเลี้ยงลูกมาคนเดียวโดยไม่มีน่านฟ้าการที่จะเอาสกายไปก็เหมือนจะทำร้ายจิตใจของแสงเหนือมากเกินไป แต่ให้รับผิดชอบไปอยู่กินกันสามีภรรยามันก็ยาก ทั้งเขาและแสงเหนือไม่ได้เริ่มต้นที่ความรักแต่เริ่มที่ความพลาด ทุกอย่างมันละเอียดอ่อนน่านฟ้าจะต้องตัดสินใจอย่างดีเพื่อไม่ให้มีฝ่ายไหนต้องเสียใจ 

"แต่กูโอเคนะถ้าจะให้กูเป็นพ่ออะแต่กับแสงเหนือกูอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว หรือว่ากูต้องเริ่มจีบเขาก่อนวะ" 

น่านฟ้าไม่ได้รู้สึกแย่กับแสงเหนือ แต่เขาชื่นชมเสียด้วยซ้ำเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องอุ้มท้องนาน9เดือน ไหนจะเลี้ยงลูก ไหนจะทำงาน แสงเหนือทำได้ดีไม่มีที่ติ เขายอมรับว่าแสงเหนือทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ได้เป็นอย่างดี และคิดว่าการที่จะลองเปิดในศึกษากันมันก็คงไม่ยากเพราะสำหรับน่านฟ้าแล้วเรื่องเพศมันไม่ได้สำคัญเท่าเรื่องของคนสองคน 

"น่าน การเรียงลำดับมึงพังมากนะ มีลูก จีบแม่ของลูก แต่งงาน หรือมึงจะ แต่งงานก่อนค่อยจีบ" หมอมุ่ยพูดขึ้น 

"ไม่รู้ตอนนี้รอให้ผลตรวจออกมาก่อนเถอะ ถึงกูจะมั่นใจมากว่าสกายเป็นลูกกูอะ" น่านฟ้าหันไปยิ้มให้เด็กชายที่กินขนมทีนึง "น่ารักเหมือนแม่เลย" 

"หืม? เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ" 

"น่ารักเหมือนแม่"  

"มึงไม่ได้ชอบแสงเหนือจริงดิ" หมอมุ่ยถามเพื่อความแน่ใจ 

"ไม่รู้ ตอนนี้ไม่ ต่อไปไม่แน่" น่านฟ้ามองแสงเหนือที่กำลังยิ้มกว้างป้อนขนมให้เด็กชาย "กูกลับแล้วจะพาลูกไปกินข้าวนี่ก็หกโมงแล้ว" 

"เออแล้วแต่" 

น่านฟ้าพาแสงเหนือและสกายไปกินอาหารเย็นก่อนแวะไปส่งที่อพาร์ทเม้นทุกอย่างก็วนวูบเดิมคือเจ้าสกายงอแงไม่ยอมให้น่านฟ้ากลับจนกว่าตัวเองจะหลับ แสงเหนือเองก็ลำบากใจไม่อยากจะรั้งอีกคนเอาไว้  

“ความจริงคุณไม่ต้องตามใจเจ้าอ้วนมากก็ได้”  

“ก็ลูกอยากให้อยู่ด้วย”  

“แต่ผมเกรงใจนี่ครับ” แสงเหนือบอก  

เขารู้สึกเกรงใจอีกคนมากๆที่คิองมาคอยตามอกตามใจเจ้าลูกชายขี้อ้อน ทั้งที่ผลดีเอ็นเอก็ยังไม่ออกแต่น่านฟ้าก็ทำขนาดนี้ แสงเหนือไม่อยากจะคิดว่าถ้าผลออกมาเป็นพ่อลูกกันจริงจะเห่อลูกขนาดไหน  

“คุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ไปอาบน้ำเถอะผมดูลูกเอง”  

“ครับ” 

 

 

ผมถือเสื้อผ้าชุดใหม่เข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ยังแอบมองคุณน่านฟ้ากับลูกที่เตียงเล็กน้อยแล้วจึงปิดประตู ผมพยายามอาบน้ำให้เร็วเพราะไม่อยากให้คุณน่านฟ้าต้องอยู่นานเผื่อว่าเขาจะรีบกลับบ้าน แต่ผมคิดผิดเพราะพออกจากห้องน้ำก็เห็นว่าเขากอดลูกหลับไปแล้วทั้งสองคน ผมถอนหายใจยิ้มอ่อนๆดับภาพที่เห็นก่อนตัดสินใจเดินไปปลุกอีกคน  

“คุณน่านครับ”  

“...” 

คร่อกฟี้~  

เสียงเจ้าอ้วนนอนกรนคร่อกๆแถมยังเปิดโชว์พุงน้อยๆนั้นอีก ผมได้แต่ยิ้มกับตัวเองและส่ายหน้าส่วนคุณน่านฟ้าก็กอดลูกไม่ยอมปล่อย  

“คุณครับ ตื่นก่อน” ผมเรียกอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล นี่เขาแกล้งหรือหลับลึกจริงๆกันแน่  

“...”  

“คุณครับไม่กลับบ้านหรอ ดึกมากแล้วนะ” ผมลองเรียกอีกครั้งแต่คุณน่านฟ้าก็ไม่ยอมขยับ  

ผมถอดหายใจอย่างปลงตกเดินเสียบปลั๊กกาน้ำร้อนเพื่อชงกาแฟเผื่อว่าคุณน่านที่นอนอยู่จะขึ้นมาเหมือนคราวก่อน ผมเดินกลับมาที่เตียงนั่งลงที่ขอบเตียงอีกฝั่งมองเจ้าลูกชายที่กอดแขนคุณน่านไม่ปล่อย ผมก้มลงไปจูบที่หน้าผากของลูกชายและขึ้นไปนั่งเอนหลังพิงกับหัวเตียงจนเผลอหลับ 

 

ในตอนเช้าเสียงเรียกของใครสักคนพร้อมกับแรงสะกิดที่แขนทำให้ผมรู้สึกรำคาญ 

“หม่าม๊า!!”  

“อื้อ”  

“แสงเหนือ...”เสียงทุ้มเรียกชื่อผมพร้อมกับแรงเขย่าเบาๆ “คุณตื่นได้แล้ว”  

“คุณพ่อๆทำไมหม่าม๊าไม่ตื่น”  

“คุณพ่อก็ไม่รู้ครับ” 

“หนูนึกออกแล้ว” สกายตาโตเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก “หม่าม๊าเคยเล่าเรื่องเจ้าหญิงที่นอนไม่ตื่นให้ฟังว่า เจ้าหญิงเป็นคนขี้เกียจมากๆนอนตลอดทั้งวัน ใครปลุกก็ไม่ตื่นจ้าชายเลยจุมพิตเพื่อปลุกเจ้าหญิง”  

เจ้าหญิงขี้เกียจตื่นเนี่ยนะ???  

“มีนิทานแบบนี้ด้วยหรอ?”  

“หม่าม๊าบอก”  

ห้าว~  

“หม่าม้า!!! ตื่นแล้ว!!!”  

ตุบ! 

สกายโดดเข้ามากอดผมจนล้มไปเตียงอีกรอบ หัวเราะชอบใจ  

“หืม?? แต่งตัวแล้ว?” ผมมองลูกชายที่แต่งตัวชุดนักเรียนเรียบร้อย  

“คุณพ่อแต่งตัวให้ครับ”  

“คุณ?” ผมเห็นคุณน่านฟ้าแต่งตัวเนียบในชุดตัวเมื่อคืนก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขานอนที่นี่ "คุณเมื่อคืน โอ๊ย! ผมขอโทษนะว่าจะปลุกคุณแหละแต่ว่าเสียบปลั๊กน้ำร้อนแล้วเลผอหลับอะ" 

"ไม่เป็นไร คุณไปอาบน้ำเถอะสายแล้วนะ" 

"ห๊ะ?" 

พอได้ยินคำว่าสายผมก็รีบคว้านาฬิกาปลุกที่ตั้งข้างๆมาดูปรากฎว่าถ่านหมดถึงว่าไม่ได้ยินเสียงเลย ผมจึงรีบควานหามือถือที่น่าจะอยู่แถวๆหมอนที่นอนกดดูหน้าจอ 

07.45 น. 

"สายแล้ว!!" ผมดีดตัวขึ้นมาอัตโนมัติคว้าเอาผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว "สกายรอหม่าม้านะครับ สิบนาทีนะลูก" ผมตะโกนออกมาจากห้องน้ำพยายามรีบอาบน้ำให้เร็วที่สุด 

ก๊อกๆ 

เสียงเคาะประตูห้องน้ำทำให้ผมที่กำลังรีบอาบน้ำต้องปิดน้ำเพื่อฟังเสียงพูดจากด้านนอก 

"ไม่ต้องรับเดี๋ยวผมไปส่งลูกเองคุณอาบน้ำแล้วไปทำงานเลย" 

แกร๊ก 

"ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการเจ้าอ้วนเอง" ผมเปิดประตูออกมาด้วยฟองเต็มหัว "คุณรีบไปทำงานของคุณเลยโรงเรียนสกายอยู่แค่นี้เองนั่งวินไปก็... โอ๊ย!"  

ผมร้องออกมาเมื่อฟองแชมพูสระผมไหลเข้าตาอย่างไม่ทันตั้งตัวผมพยายามที่จะเช็ดมันออกแต่ยิ่งเช็ดก็เหมือนยิ่งแน่ ผมแสบตามากลืมตาไม่ได้เลย 

หมับ 

"อย่าขยี้" มือหนาจับข้อมือที่กำลังขยี้ตาไว้และดุเสียงเข้ม  

"มันแสบ" 

"เฉยๆ" คุณน่านฟ้าบอกผมก็ยอมยืนนิ่งๆเพราะกลัวจะโดนดุอีก "สกายเอาผ้าให้คุณพ่อหน่อยครับ"  

สัมผัสนุ่มๆเบาไที่เปลือกตาทำให้รู้ว่าคุณน่านฟ้ากำลังใช้ผ้าเช็ดตาข้างที่เจ็บ เขาค่อยๆซับออกที่จะน้อยและเป่าเปลือกตาให้เบาๆ 

"โอเค ไปอาบน้ำได้แล้ว" 

เขาจับผมหันหลังให้เข้าไปในห้องน้ำ ผมหรี่ตาเล็กน้อยเพราะยังแสบอยู่แต่ก็ดีกว่าเมื่อสักครู่ผมจึงรีบหาน้ำล้างนหน้าและเสียงเคาะประตูก็ตดังอีกครั้ง ผมก็รีบจะตายอีกคนก็เคาะอยู่ได้ 

"อะไรครับ" คราวนี้ไม่ปิดน้ำแล้วตะโกนออกไปเลย 

"ผมกับลูกไปก่อนนะ คุณก็อย่าไปสายล่ะ" 

"ครับ" ผมตอบกลับไปทั้งที่ก็ไม่ค่อยได้ยินหรอก 

เมื่อออกมาข้างนอกผมกับพบว่าภายในห้องเหลือผมแค่คนเดียวส่วนลูกคนพ่อลูกนั้นไม่อยู่แล้วส่งสัยว่าไอ้ตอนที่เคาะประตูรอบสองคงบอกว่าไปส่งลูกแล้วแน่ๆ ผมยิ้มขำกับตัวเองเมื่อกี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวมากจริงๆ  

ผมเลิกคิดฟุ้งซ่านและรีบแต่งตัวเพื่อจะได้ออกไปทำงานของตัวเองบ้าง โชคดีที่ออกมาเจอเพื่อนต่างวัยอย่างเปี๊ยกกับไฟที่จะไปมหาลัยเหมือนกัน ทั้งสองคนเลยให้ผมติดรถไปด้วยเพราะบริษัทที่ทำงานก็ทางผ่านของทั้งสองคนพอดี 

 

ผ่านไป 1 สัปดาห์ 

การใช้ชีวิตของผมและสกายยังเหมือนเดิมแต่มีเพิ่มเข้ามาคือคุณน่านฟ้าที่เหมือนว่าจะชอบแอบแวะไปรับเจ้าอ้วนตัดหน้าผมบ่อยๆจนครูที่โรงเรียนของสกายรู้แล้วว่าคุณน่านเป็นพ่อ วันนี้เองก็เหมือนกันที่ผมต้องมารอเก้อเพราะคุณน่านฟ้าแวะมารับเจ้าอ้วนก่อนหน้าผมแค่แป๊บเดียว 

"คุณพ่อน้องมารับไปแล้วค่ะ" 

"อ่อ ขอบคุณนะครับ" ผมหัวเราะแห้งๆ "สงสัยเขาไม่ได้โทรบอกผม"  

พูดยังไม่ทันขาดคำก็มีเบอร์ที่ผมบันทึกไว้โทรเข้ามาผมจึงกดรับสายก็เป็นเจื้อยแจ้วของเจ้าอ้วนนั่นแหละที่โทรมาบอกว่าคุณพ่อพาไปโรงพยาบาลเดี่ญวกลับไปแล้ว หม่าม้าอยากกินอะไร  

"อะไรก็ได้ครับ สกายให้คุณพ่อซื้อมาเลยนะ" ผมบอกแล้วกดวางสายรีบเรียกวินแถวๆนั้นให้ไปส่งที่อพาร์ทเม้น 

 

 

ความน่าจะเป็นของความเป็นบิดา = 99.99999[1] 

ผลการตรวจดีเอ็นเอที่น่านฟ้าแวะมาเอาวันนี้ปรากฎเลขตัวหนาอยู่ที่ช่องผลการตรวจความตรงกันของดีเอ็นเอ[2]คือ 99.99999 ดังนั้นคงไม่มีอะไรเป็นข้อกังขาแล้วว่าสกายไม่ใช่ลูกของเขากับแสงเหนือ แม้ว่าจัมั่นใจอยู่ก่อนแล้วแต่นี่ก็เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ว่าแสงเหนือไม่ได้โกหก สกายเป็นของลูกชายของเขา

"สกายครับ"

"ครับ" เด็กชายเงยหน้าจากกล่องนมช๊อกโกแลตที่ดื่มมองคุณพ่อ

"เรารีบไปซื้ออาหารเย็นแล้วกลับไปหาหมาม้ากันดีกว่า" 

Talk; ผลดีเอ็นเอ ออกแล้ว TT ดีใจค่ะพระเอกเลิกโง่สักทีต่อจากนี้คือเดินหน้าจีบน้องแสงค๊าาาาาา ตอนนี้จะเห็นว่าน่านฟ้าก็สับสนอยู่เหมือนกันนะ เป็นใครก็สับสนอะอยู่ๆก็มีลูกเฉย แถมอายุ 5 ขวบแล้ว 555555 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเม้นเป็นกลจ.ให้นะคะ แงงง TT อ่านแล้วหัวใจฟูมักๆ ยังไงก็ฝากเม้นตอนนี้ด้วยนะคะ

ยังไม่ได้แก้คำผิดเลยค่ะ 5555555555555  

 

 

 

 

 

 

อันนี้มีคนถามว่าทำไมผล DNA ไม่เป็น 100%  

เชิงอรรถ 

 

^ การตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดานั้น เราจะเทียบผล DNA ของบุตรและบิดา เราสามารถบอกได้ว่าเป็นพ่อลูกกันหรือไม่ด้วยความแม่นยำถึง 99.99+ เปอร์เซ็นต์ DNA ระหว่างบุคคลสองคนนั้นจะมีเปอร์เซ็นต์ความเหมือนกัน 99.9% (และมนุษย์มี DNA เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ เช่น ลิง ประมาณ 95%) ฉะนั้นเราต้องรู้อีก 0.1% เพื่อเปรียบเทียบ DNA และใน 0.1% นี้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาทิเช่น สีผม สีตา สีผิว และอื่น ๆ อีกมากมาย ใน 0.1% นี้บางส่วนของ DNA จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และส่วนอื่น ๆ จะมีความแตกต่างกันมาก เราต้องระมัดระวังว่าเราเปรียบเทียบส่วนไหนของ DNA 

^ ในกรณีที่ชายคนนั้นเป็นบิดา โดยปกติจะเป็นไปไม่ได้ที่จะจับคู่ไม่ได้เลยทั้ง 16 locus (ดูข้อยกเว้นที่หาได้ยากในภายหลัง) เมื่อคำนวณออกมาแล้วความน่าจะเป็นบิดาโดยปกติจะมากกว่า 99% 

ความคิดเห็น