email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6.เหลือไว้เพียงความรู้สึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 6.เหลือไว้เพียงความรู้สึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 183

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2564 02:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6.เหลือไว้เพียงความรู้สึก
แบบอักษร

ซ่าาา~!!

“แย่จริง!”

ระหว่างที่ยืนรอ ฝนกลับตกลงมาเสียดื้อๆ ผู้คนต่างวิ่งหาที่หลบฝนกันวุ่นวาย ในใจยังคงหวั่นๆ ว่าถ้าเขาไม่มา ข้าจะทำอย่างไร นึกแล้วก็ส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป พรางกวาดสายตามองออกไปมองสายฝนที่เทลงมา

“อ่าา เปียกไปหมด”

ผู้ชายในชุดฮันบกสีแดงเลือดนกวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหลบใต้ชายคาเดียวกับอียูอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่ม

ฮีวอนหันไปเห็นอียูยืนถือห่ออะไรบางอย่าง ใบหน้าขาวใสมองเหม่อออกไปด้านนอก เขาจึงเบาเสียงลงแล้วยืนรอฝนด้วยความหนาวเย็น

“ท่านใช้นี่ได้”

“...!”

อียูยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวให้กับคนตัวสูงข้างๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ฮีวอนรับผ้ามาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะใช้เช็ดน้ำฝนที่บริเวณใบหน้าออก

“ขอบคุณเอ่ออ....”

“อ่อ ข้าชื่อ คังอียู”

“ขอบคุณมาก ข้า ฮีวอน ไว้มีโอกาสข้าจะทำความสะอาดแล้วคืนให้เจ้า”

เขายกผ้าเช็ดหน้าขึ้นยิ่มๆ อียูเห็นดังนั้นจึงได้ก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ

ต่างคนต่างรอเวลาให้ฝนหยุดตกและไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น แสงของดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า และเป็นรอบที่เท่าไรแล้วนะ ที่ร่างเล็กก้มมองห่อผ้าในมือสลับกับถอนหายใจ ฮีวอนแอบสังเกตพฤติกรรมหญิงสาวอยู่เงียบๆ

“คนที่เจ้ารออยู่ อาจจะกำลังติดฝนอยู่ที่ไหนสักแห่ง”

ฮีวอนพูดในขณะสายตากวาดมองไปทางอื่น อียูได้ยินอย่างนั้นจึงหันมองรอบกาย มีเพียงแค่เขาและเธอที่อยู่ใต้ชายคานี้ หญิงสาวมองห่อผ้าในมืออีกครั้งก่อนจะหันไปหาคนตัวสูงข้างๆ

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่รอฝนหยุดตก”

“หืมม ถ้าเช่นนั้นกว่าที่ฝนจะหยุดตก ท่านคงมองไม่เห็นทางเดินกลับบ้านเป็นแน่ ข้าให้เจ้ายืมร่มดีหรือไม่”

พรึบ!

“...!!”

ฮีวอนยื่นร่มให้แก่อียู นางมองเขาด้วยใบหน้าของคนไม่เข้าใจ ในเมื่อเขามีร่มเหตุใดจึงยืนหลบฝนอยู่ตรงนี้เสียนาน

“เหตุใดท่านไม่ใช้เอง?”

“อ่าาาาา...ข้าเห็นเจ้ายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่หัววัน จนกระทั่งฝนตก และตอนนี้พระอาทิตย์ก็กำลังจะลับฟ้าแล้ว”

“นี่ท่าน...!”

“อย่าเข้าใจผิดว่าข้าแอบตามเจ้า!”

เมื่อเห็นว่าอียูมีท่าทีตกใจ ตนจึงยกมือขึ้นห้ามความคิดของนางเอาไว้

“ข้ามักจะมาหาความรื่นเริงที่หอนางโลมบ่อยๆ และบังเอิญเห็นก็เท่านั้น”

ฮีวอนชี้มือไปที่หอนางโลมที่อยู่อีกฝั่งของถนน ซึ่งก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากตรงนี้ ชายผู้นี้หน้าตาดีแถมมีชาติตระกูล ไม่นึกเลยว่าจะมีงานอดิเรกชอบเที่ยวหอนางโลม นึกแล้วก็แอบเสียดาย

“ข้าถึงได้ถามเจ้า ว่าเจ้ามีคนสำคัญที่ต้องรอหรือไม่?”

“.....!”

ได้ยินคำถามนั้นอียูถึงกับหลบสายตา ทำไมกัน ทำไมจู่ๆก็อยากร้องไห้ขึ้นมา นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่ อียูหันหน้าไปอีกฝั่งเพราะเริ่มรู่สึกร้อนๆ ขึ้นมาที่ขอบตา

‘แต่ก็เอาเถอะ ข้าไม่อาจปฏิเสธความตั้งใจของเจ้า วันพรุ่งนี้ ข้าจะกลับมาตามที่เจ้าขอก็แล้วกัน’

ภาพเมื่อวานตอนที่เขาพูดฉายย้อนขึ้นมาอีกครั้ง อียูถอนหายใจก่อนจะยื่นมือออกไปนอกหลังคาเพื่อสัมผัสกับสายฝนที่ไหลลงมา

“ข้าไม่ได้คิดไว้ว่าเขาจะมาจริงๆ เพียงเพราะคำพูดของคนแปลกหน้า”

“....”

“ข้าไม่รู้แม้แต่ชื่อของเขา ข้าแค่อยากจะขอบคุณเขาด้วยใจจริง”

“.....”

“ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมข้าถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ แล้วท่านหละ ท่านเคยรอใครทั้งที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อของเขาหรือเปล่า?”

“ถ้าถามข้า ก็คงตอบว่าไม่ และก็ไม่คิดจะรอ แล้วเจ้าคิดหรือว่า คนที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อที่เจ้าว่า จะมาจริงๆ”

“.....”

“ทุกคนล้วนแต่พยายามจะเข้าใจความรู้สึกที่ตนเองไม่เข้าใจ อย่าพยายามจนมากเกินไป เหลือไว้เพียงความรู้สึก ท่านจะรู้ได้เอง”

“......”

ฮีวอนยิ้มอย่างเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะวางร่มไว้ใกล้ๆ ตรงที่อียูยืนอยู่ เขาก้มหัวเล็กน้อยเป็นการล่ำลาแล้วเดินฝ่าสายฝนออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

“ดะ เดี๋ยว!! ท่านจะเปียกฝน.....เอานะ”

อียูเห็นดังนั้นจึงตกใจ แต่ไม่ทันเสียแล้วเพียงไม่นานร่างสูงของฮีวอนก็หยุดอยู่ที่หน้าหอนางโลมโดยมีนางโลมมากหน้าหลายตานำผ้ามาห่มให้แก่เขาและหายเข้าไปด้านใน เป็นชายที่รักความสุขเสียจริง อียูหันกลับไปและเห็นว่าเขาทิ้งร่มไว้ให้

“เฮ้อออ ท่านพ่อคงโกรธข้ามากแน่”

มือเล็กเอื้อมไปหยิบร่มไม้ลวดลายสวยงามกางออกก่อนจะเดินออกจากชายคา ถึงวันนี้ข้าจะผิดหวัง แต่ข้าก็จะไม่เสียใจหรอก เพราะข้าเลือกที่จะรอด้วยตัวเอง ถึงจะไม่มีหวังก็ตาม

ฉึบ!

“......!!”

“......”

เหมือนกับว่า มีพระเจ้าองค์ใดสักองค์กำลังเล่นตลกกับความรู้สึกของข้าอยู่ แม้ข้าจะถอดใจไปแล้ว แต่ทำไมกัน ทำไมท่านถึงกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้?

อียูหยุดชะงักท่ามกลางสายฝนเมื่อมองเห็นชายที่ตนรอมาทั้งวันกำลังเดินมาพร้อมกับร่มไม้ในมือ แล้วแบบนี้ข้าต้องทำหน้าอย่างไรหละ ข้าควรจะยิ้มสู้ หรือต้องเดินผ่านไปเงียบๆ เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าข้ารอมาทั้งวัน ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้

เพียงแค่อึดใจที่ความรู้สึกสั่นไหวอยู่ภายในกลบเสียงรอบข้างไปเสียสนิท เขาเดินผ่านไปอย่างไม่แม้แต่จะหันมอง ทำไมกัน? หรือเขาจำข้าไม่ มือเล็กกำห่อกล่องสมุนไพรไว้แน่นและพยายามข่มใจตัวเอง นั่นสิ มันถูกต้องแล้ว เราไม่รู้แม้แต่ชื่อของกันและกัน ไม่มีเหตผลอะไรที่ข้าจะต้องใส่ใจ ช่างมันเถอะ ร่างเล็กส่ายหัวไล่ความคิดแล้วเลือกที่จะเดินหน้าต่อโดยไม่หันกลับไปมอง

“จะไม่ทักทายกันหน่อยหรือ?”

“....!”

“เจ้าหมูป่า”

ตวงตาที่เบิกกว้างอย่างประหลาดใจ เสียงจากด้านหลังดึงให้อียูต้องหันกลับไปมองเจ้าของเสียงขุ่นๆ และพบว่าเขากำลังยืนมองข้าอยู่ก่อนแล้ว

“ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ เจ้าหมูป่า”

“.....!!”

อียูนิ่งอึ้งเพราะไม่รู้ต้องตอบเขาว่าอะไร เพราะกำลังประหลาดใจ จะให้บอกว่าไม่เป็นไรอย่างนั้นหรือ นั่นเท่ากับว่าข้ากำลังบอกเขาเป็นนัยๆ ว่าข้ามารอเพื่อพบเขาทั้งวันหนะสิ ว่าแล้วหอียูจึงทำท่ากระแอมในลำคอเล็กน้อย ฝ่ายชายเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ

“ขออภัยที่ข้ามาช้า”

“ขะ ข้าไม่ได้รอท่านหรอกนะ!! ข้าเพิ่งจะซื้อของเสร็จและกำลังจะกลับแล้ว”

“หืมม....”

สายตาคมๆ หลี่ลงอย่างจับผิด อียูพูดทั้งที่สายตาไม่ได้มองหน้าของเขาเลย รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคม อียูที่มัวแต่หลบสายตาจึงไม่ทันสังเกตเห็น

“แล้วท่าน ใยจึงมาที่นี่ดึกดื่นเช่นนี้ หรือว่า จิ๊ๆๆๆๆ”

“อะไรหละนั่น?”

อียูทำเสียงจิ๊จ๊ะพรางมองไปยังชายหนุ่มหัวจรดเท้า ไม่นึกเลยว่าคนอย่างเขาจะชอบเที่ยวหอนางโลมเหมือนกัน ไม่น่าหละถึงได้มาเอาจนป่านนี้

“ท่านก็เป็นพวกบัณฑิตที่รักในความสำราญใจสินะ”

“..ฮะ?!”

“ข้าไม่บอกใครหรอกน่า ในเมื่อมันเป็นความสุขของเจ้า”

“นะ นี่เจ้า อยากตายหรือยังไงกัน?!!”

หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้ยกมือขึ้นป้องปากและกระซิบบอกชายหนุ่มอย่างรู้ทัน นั่นทำให้เขาเผลอทำหน้านิ่วคิดขมวดเพราะกำลังโดนดูถูกอย่างร้ายแรง

“โอ๊ะ!! ฝนหยุดแล้ว”

“...”

ฝนที่ทำท่าตกลงมาเหมือนจะไม่หยุดง่ายๆ กลับหยุดลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้น อียูม้วนล่มกลับก่อนจะสูดอากาศเข้าเต็มปอด

“ดึกมากแล้ว ทำไมเจ้าชอบไปไหนๆ คนเดียวยามราตรีเช่นนี้?”

แล้วใครกันที่ปล่อยให้ข้ายืนรอจนดึกดื่นป่านี้ นึกแล้วก็ตีอกชกหัวอยู่ในใจเป็นสิบรอบ สายตาตำหนินั่นทำให้ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก

“ข้าเพิ่งซื้อของเสร็จ และก็จะกลับแล้ว”

พรึบ!

ไหนๆก็เตรียมมาแล้ว หากไม่ได้ให้อย่างที่หวังไว้ ข้าคงจะเสียดายไปอีกนาน มือเล็กยื่นห่อผ้าไปทางชายหนุ่ม เขามองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมรับไปแต่โดยดี

“ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้ ถึงจะไม่ได้มากมายนัก แต่ข้าอยากตอบแทน”

เขายกห่อผ้าขึ้นสูงเพื่อสำรวจดูรอบนอกก่อนจะใช้จมูกดมสิ่งที่อยู่ด้านใน (มันเป็กล่องนะ เจ้าโง่ หวังว่าจะได้กลิ่นอะไรกันคะ?)

“มันคือสมุนไพรบำรุงร่างกาย รวมถึงโสมจากแผ่นดินจีน”

ได้ยินแบบนั้นเขาก็ต้องหันกลับมามองอียูและเลิกสนใจสิ่งที่อยู่ในห่อ

“นี่ไม่ใช่ของที่เจ้าออกมาซื้อจนกลับบ้านดึกดื่นอย่างนั้นหรือ?”

“ฮะ! เอ่ออ ข้าออกมาซื้อร่มหนะ ฮ่าๆๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้ในวันนี้”

พูดพรางยกร่มไม้รวดรายดอกไม้สวยงามให้เขาได้ดู เพื่อกลบเกลื่อนความอับอายของตน ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นจึงยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน แต่เพียงไม่แสดงให้สาวเจ้าอับอายไปมากกว่านี้

“ข้าต้องไปแล้ว แต่.....ข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่?”

“.....!”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูง พรางจ้องมองใบหน้าขาวเนียนจนอียูต้องหลบสายตาเฉไฉไปทางอื่น เพราะไม่กล้ามองเขาโดยตรง

“ซอลมิน”

“......!”

“อี ซอลมิน”

เมื่อได้ยินชื่อของอีกฝ่าย ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตากล้มโต ความรู้สึกดีใจแบบนี้คืออะไรกัน ข้าเบื่อที่จะต้องเฝ้าตั้งคำถามในใจเช่นนี้เหลือเกิน

“เจ้าจะเสียมารยาทกับข้าไปถึงไหนกัน?”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งเงียบ ซอนมินจึงก้มหน้าลงไปใกล้จนอียูต้องขยับถอยหนี

“อ่ะ!!!! ข้า อียู คังอียู”

“อืมม คัง อียู”

“....! อะ อืม งั้นข้าขอตัว”

“.....”

อียูก้มหัวให้แก่ซอนมินก่อนจะค่อยๆหมุนตัวเดินออกมาด้วยใจที่เต้นระรัว ไม่นึกเลยว่าการที่ข้ายืนรอมาทั้งวัน จะได้ผลรับที่ทำให้รู้สึกดีขนาดนี้ แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนมีคนกำลังเดินตามอยู่เลยหละ!?

“ทำไมท่านถึง...?”

“...?”

ตลอดทางที่ข้าก้าวเดิน เขาคอยเดินตามข้าในระยะห่างเพียงสองเมตร เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงถามเขาออกไปด้วยความสงสัย แต่ซอลมินกลับทำท่าทางล้อเรียนโดยการหันกลับไปมองด้านหลังของตนอีกทีนึง

“ข้าหมายถึงท่านอยู่นะ”

“อ่าาา ไม่ต้องสนใจ ข้าก็กำลังเดินกลับบ้านเช่นกัน เจ้าไปเถอะ”

“อย่างนั้นหรอหรือ?”

เมื่อได้คำตอบอียูจึงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อเช่นเดิม บ้านของซอลมินอยู่แถวบ้านข้าอย่างนั้นหรือ ทำไมไม่ยักรู้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ปรากฏอยู่เต็มใบหน้าขาวใส โดยมีซอลมินเดิมตามช้าๆอยู่ด้านหลัง ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้สีหน้าเขาเป็นอย่างไร หรือกำลังมองสิ่งใด ข้าไม่อยากรู้อะไรทั้งสิ้น ข้าอยากจะเดินไปแบบนี้ตลอดทั้งคืนเสียด้วยซ้ำ

“คุณหนู กลับมาแล้วหรือ?”

“ข้ากลับมาแล้ว!”

จียงที่ยืนพิงกำแพงอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าข้ามาถึง สองขาก้าวเข้าสู่ประตูรั้วแต่ต้องหยุดชะงักเพราะความอยากรู้อยาหเห็นตะหงิดอยู่ในใจ อียูยกมือขึ้นและพยกหน้าให้จียงเปิดประตูออกเพียงเล็กน้อยเพื่อที่ข้าจะได้แอบมองซอลมินว่าเขาเดินไปถึงไหนแล้ว

“โหหห เจ้านี่ เนื้อหอมเสียจริงนะ”

“เจ้าบ้าจียง!!!”

ปึง!! ข้าปิดประตูลงเสียเองพร้อมกับรีบเดินดุ่ยๆ ไม่ฟังเสียงใดๆ จากจียงอีก

ปึง!!

ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบจนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวยากจะรวบคุมดังราวกับว่ามีใครบางคนกำลังนั่งตีกลองอยู่ภายในใจของข้า.

“ทำไมกัน ทำไมๆๆๆๆ”

เสียงพึมพำท่ามกลางความเงียบ แก้มใสถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเดืองเลือดฝาดสองมือกำแน่นทบไว้หน้าอกฝั่งซ้าย ภาพที่ได้เห็นตอนที่อยู่หน้าประตูรั้วคือแผ่นหลังกว้างกำลังเดินชมนกชมไม้ในยอมค่ำคืน ข้าจะไม่รู้สึกใจเต้นแบบนี้เลย ถ้าภาพที่เห็นคือเขากำลังเดินย้อนกลับไปทางเดิม.

“ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

ความคิดเห็น