email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5.สิ่งที่ปกปิด

ชื่อตอน : ตอนที่ 5.สิ่งที่ปกปิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 175

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2563 02:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5.สิ่งที่ปกปิด
แบบอักษร

สวนลับ.

ท่ามกลางสวนดอกไม้แลงามตา องค์หญิงโซรองทรงพระทับอยู่บนศาลากลางสวนด้วยความเหม่อลอยองค์หญิงไม่รู้เลยว่าบัดนี้มีใครบางคนกำลังยืนมองอยู่ทางด้านหลัง

“ฮัชชิ้ว!!!”

“โอ๊ะ!!! เสด็จพี่!!”

เมื่อทรงยืนอยู่ได้ไม่นานพระอาการแพ้เกสรดอกไม้กำเริบ ทำให้องค์ชายควบคุมไม่อยู่จามออกไปเสียงดังเสียจนองค์หญิงตกใจ

“อะฮึ่ม! ขออภัยที่ข้าทำให้เจ้าตกใจ”

“ทรงเสด็จกลับมาตั้งแต่เมื่อไรเพคะ ไม่สิเราออกจากที่นี่ก่อนเถอะเพคะ!!!”

“....”

ยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด องค์ชายก็ถูกองค์หญิงลากแขนออกมาจากสวนลับ เพราะเกรงว่าอาการแพ้เกสรดอกไม้ของพี่ชายจะรุนแรงไปมากกว่านี้ ร่างสูงทำได้เพียงเดินตามน้องสาวพรางใช้มืออีกข้างเกาจมูกของตนไปมา

“อะ องค์ชาย!!”

ขันทีและขบวนนางในตามเสด็จเมื่อเห็นว่าทั้งสองพระองค์เดินออกมาจากสวนลับพร้อมกันจึงตกใจรีบเดินตามเสด็จองค์ชายในทันที แต่ต้องหยุดชะงักเพราะองค์ชายหันมาทำสายตาตำหนิเป็นสัญญาณไม่ให้ตามเขาไป

“ไม่พบกันเสียนาน ดูเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหรือเปล่านะ?”

“ไม่เลยเพคะ”

เมื่อเดินออกมาจากสวนลับได้ไม่ไกลนักองค์ชายก็เริ่มบทสนทนา องค์หญิงได้ยินอย่างนั้นจึงหันไปยกมือบอกให้เหล่านางในติดตามคอยอยู่ห่างๆ

“หม่อมฉันกลับยิ่งรู้สึกว่าต้องโตขึ้นและเข้มแข็งให้มากกว่านี้อีกเพคะ”

องค์ชายทรงมององค์หญิงด้วยสายตาเอ็นดู

“เจ้าเป็นน้องสาวขององค์รัชทายาท ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องฝืนตัวเอง ไม่ว่าเรื่องใด”

“เสด็จพี่...”

ผู้เป็นพี่เอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆขององค์หญิงโซรองมากุมไว้อย่างอ่อนโยนแล้วเผยรอยยิ้มอบอุ่นเพื่อปลอบประโลมในส่วนที่คนเป็นพี่จะทำให้แก่น้องสาวได้

“อย่ากังวลไป เรื่องพิธีอภิเษกของเจ้า หากเจ้าไม่ได้ต้องการข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”

“...!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นองค์หญิงโซรองจึงมีรอยยิ้มที่สดใสขึ้นอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้เป็นพี่อดที่จะใจชื้นเพราะไม่อยากให้องค์หญิงจมอยู่กับความทุกข์เพียงเพราะรับสั่งจากเสด็จพ่อ

“ฮัชชิ่ว!!”

“ขะ ขออภัยเพคะ!!”

พระอาการจามของเสด็จพี่กลับมาอีกครั้ง คราวนี้องค์หญิงเป็นฝ่ายที่ต้องเดินถอยพระองค์ออกห่างจากองค์รัชทายาท องค์ชายเมื่อเห็นว่าองค์หญิงเริ่มวิตกกังวลจึงได้แต่ยิ้มๆเอามือทั้งสองข้างไขว้หลัง

“นั่นเจ้ากลัวว่าข้าจะแพ้กลิ่นของเกสร หรือเจ้ากำลังรังเกียจข้ากันแน่”

“หะ หามิได้เพคะ ตัวของหม่อมฉันเต็มไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ หากอยู่ใกล้ๆ เสด็จพี่ก็จะทรงจามไม่หยุดนะเพคะ”

หมับ!

“ไม่เป็นไร”

“.....”

มือหนาเอื้อมขึ้นลูบเบาๆที่ศรีษะขององค์หญิง แม้ในตอนนี้จมูกโด่งๆ ขององค์ชายจะแดงเป็นมะเขือเทศ สุกเขาก็ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ทำให้ทั้งองค์หญิงและองค์ชายต่างก็หลุดขำออกมาทั้งคู่

ปึง!

เสียงฝ่ามือหนาขององค์ราชาตบลงบนโต๊ะทรงอักษรภายในพระตำหนักส่วนพระองค์

“ข้าไม่คิดเลย ร้อยวันพันปี องค์รัชทายาทจะมาหาข้าด้วยสาเหตุนี้”

“ข้าทนมองหน้าที่ไร้ความสุขของโซรองไม่ได้ ด้วยความเป็นพ่อ ท่านก็ควรละอายใจ”

“องค์หญิงไม่คัดค้านสิ่งใด แต่กลับฟ้องเจ้าอย่างนั้นหรือ?”

“ไม่เกี่ยวว่าองค์หญิงจะฟ้องข้าหรือไม่ หากท่านไตร่ตรองดู นี่ไม่ต่างอะไรจากทำร้ายจิตรใจของนาง”

“องค์ชาย!!!”

องค์ราชาขบกรามแน่นกระแทกเสียงใส่อย่างเหลืออด จะมีสักครั้งไหมที่องค์รัชทายาทจะยอมอ่อนข้อให้แก่ผู้เป็นพ่อบ้าง

“หากท่านยังดึงดัน ข้าไม่อาจรับรองว่าพิธิอภิเษกที่ข้า.....”

องค์ชายชะงักไปเล็กน้อยเพราะนึกขึ้นได้ว่าหากเผลอหลุดปากบอกออกไปว่าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เสด็จแม่อาจต้องถูกลงโทษ

“ตัวข้าคนเดียว ท่านยังไม่พอพระทัยอีกหรือ?”

“.....”

“ข้าจะเข้าพิธีอภิเษกด้วยดี หากท่านคิดทบทวนเรื่องในวันนี้”

“....”

ความไม่พูดอะไร นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะดับไฟในใจ องค์ราชารู้พระองค์ดีว่าโอรสไม่ได้ล้อเล่นในคำพูด หากเขาคิดจะล้มพิธีจริงๆ ถึงจะเป็นกษัตริย์ก็ไม่สามารถบังคับอะไรองค์ชายได้

“ทรงถอนรับสั่งพิธีอภิเษกขององค์หญิงด้วยเถิดพระยะค่ะ”

“....!”

องค์ชายถึงกับก้มลงคุกเข่าเพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้แก่น้องสาว ผู้เป็นพ่อเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงฉุกคิด หากไม่หมดหนทางจริงๆ ไม่ง่ายเลยที่องค์ชายจะคุกเข่าด้วยตนเองเช่นนี้

พรึบ!

ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากพระตำหนักไป โดยมีองค์ราชามองตามจนเขาหายออกไปจากสายพระเนตร

“ข้าจะทำอย่างไรดี”

ใบหน้าขององค์ราชาเต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก ก่อนจะก้มมองผ้าเช็ดหน้าสีขาวในมือที่ก่อนหน้านี้พระองค์ทรงกำไว้แน่นเพราะกลัวว่าองค์ชายจะสังเกตเห็น เลือดสีแดงฉานที่เปรอะเปื้อนอยู่นั่น ยิ่งทำให้พระองค์กังวลว่าอาจจะเหลือเวลาอีกไม่นาน

“ทำไมจะต้องจัดเตรียมของพวกนี้ให้กับเขา ทั้งที่แค่ขอบคุณเขาไปก็เพียงพอ”

“เจ้าจะไปรู้อะไร! เขาช่วยชีวิตข้าเอาไว้เชียวนะ”

พูดไปหลบสายตาของจียงไป สองมือวุ่นวายอยู่กับการมัดห่อผ้าให้เป็นปมสวยงาม ข้างในคือกล่องโสมและสมุนไพรราคาแพงที่เดินทางมาจากแผ่นดินจีน

“หืม....เชื่อเค้าเลย ดูก็รู้ว่าเจ้าชอ..อ๊า!!!!”

ปากเจื้อยแจ้วของจียงต้องหยุดพูดลงแล้วร้องจ๊ากในทันทีเมื่ออียูยืนมือออกไปคว้าใบหูคนตัวสูงที่พูดอะไรไม่คิด ใบหน้าหล่อเหลายับยู่ยี่ด้วยความเจ็บปวด

“ข้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเสียหน่อย หากท่านพ่อได้ยินเข้า เจ้าจะต้องรับผิดชอบ”

“เรื่องอะไร มันเจ็บนะ”

“ชิ!”

อียูมองจียงด้วยความหมั่นไส้พรางทำท่าจะลงมืออีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเจ้าตัวรีบลุกออกห่างสาวเจ้าจนพ้นจากเขตอันตรายเสียแล้ว

“แน่ใจนะ ว่าเจ้าจะไปคนเดียว?”

จียงถามอียูอีกครั้งเพื่อย้ำถึงความมั่นใจ เพราะหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น นายท่านคังคงไม่ปล่อยจียงรอดไปได้แน่นอน

“อ่ะ”

“???”

คุณหนูยื่นห่อผ้าอีกห่อส่งให้จียง เขาทำท่างงๆ มองหน้าหญิงสาว

“อะไรหรือ?”

“รับไปก่อนสิ”

จียงยอมรับห่อผ้ามาไว้กับตัวอย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวยิ้มร่าอารมดีพรางจัดแจงความเรียบร้อยของตนเองก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับหยิบห่อผ้าอีกห่อที่ตนจะนำติดตัวไปด้วย

“ที่เจ้าตามข้าไปไม่ได้ ก็เพราะว่า เจ้ามีหน้าที่ที่ใหญ่กว่าต้องไปทำหนะสิ”

“หน้าที่?”

“ข้าได้ข่าวว่าช่วงนี้ท่านป้า อึนฮเย ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง นี่เป็นสมุนไพรชั้นดี มันอาจจะช่วยได้ไม่มาก แต่ข้าอยากให้เจ้าได้นำไปให้นาง”

“...!!!”

“อ๊ะ ไม่ต้องขอบคุณข้าหละ เพราะว่าข้ายินดี”

พรับๆ

“ข้าไปหละ ไว้เจอกันก่อนพระอาทิตย์ตก”

อียูยกมือขึ้นตบไหล่จียงอย่างสนิทสนมด้วยรอยยิ้มที่สดใสก่อนจะถือห่อผ้าอีกห่อเดินจากไป ทิ้งให้เขาปราบปลื้มยืนอมยิ้มอยู่เพียงลำพัง

มือใหญ่ของจียงบังคับบังเหียนของม้าให้หยุดวิ่งเมื่อเขาเดินทางมาถึงทางเข้าของบ้านหลังใหญ่ที่่อยู่ไม่ห่างจากในเมืองมากนัก เขาก้าวขาลงจากม้าไม่นานนักข้ารับใช้จากผายในบ้านสังเกตมองเห็นคุณหนูของตนที่ไม่ได้เจอกันมานานก็รีบทิ้งไม้กวาดวิ่งมาทำหน้าที่ดึงบังเหียนม้าแล้วพาไปเก็บยังโรงม้าแทน

“ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับนายท่านจียง”

“อาการของนางเป็นอย่างไรบ้าง?”

“แค่ท่านมาเยี่ยมเยียนนายหญิงบ้าง อาการก็คงดีขึ้นนะขอรับ”

“.....”

จียงยืนคิดคำนวลบางอย่างอยู่ในใจเพียงชั่วครู่ เขาก็คว้าบังเหี้ยนม้าจากมือของข้ารับใช้มาถือเอาไว้เอง ก่อนจะยื่นห่อสมุนไพรที่คุณหนูอียูให้มา ให้กับข้ารับใช้

“ข้าฝากเจ้าดูแลท่านแม่แทนข้าด้วย ไว้ข้าจะกลับมาใหม่”

“ตะ แต่นายท่าน!!”

“....!”

เมื่อถูกข้ารับใช้หยุดเอาไว้ จียงจึงหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก

“ได้โปรดเถอะ อย่างน้อยก็ให้นายหญิงได้เห็นหน้าท่านเสียหน่อย”

“.....”

เขายืนนิ่งอึ้งในคำพูดนั้น เรื่องราวในอดีตที่กัดกินใจเขาหวนกลับมาให้ได้นึกถึงอีกครั้ง

‘ซอจียง!’

‘.....!!’

เสียงผู้เป็นแม่ตะโกนไล่หลังขณะที่ชายหนุ่มคุณหนูของตระกูซอ กำลังตัดสินใจที่จะออกจากบ้านเพราะการทะเลาะกันระหว่างพ่อกับลูก

‘อย่าไปเลย ฮือๆๆ’

‘ท่านแม่’

‘อึนฮเย กลับเข้าไปในห้องของเจ้าเดี๋ยวนี้’

‘ท่านพี่’

ชายวัยกลางคนที่ออกมาจากชายคาคือพ่อของเขาเอง สายตาผู้เป็นพ่อดูโกรธเกรี้ยว ท่านแม่เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกเสียจากเดินคอตกกลับเข้าห้องของตนไปพรางร้องไห้ฟูมฟายเพราะห่วงลูก

‘ส่วนเจ้า อย่าได้กลับมาที่นี่อีก’

ภาพสะท้อนในหัวไหลย้อนเข้ามาไม่ขาดสายเขาจึงต้องส่ายหัวเพื่อไล่ภาพพวกนั้นออกไป ถึงแม้ท่านพ่อจะเสียไปหลังจากที่เขาออกจากบ้านแล้วใช้ชีวิตอย่างปุถุชนได้เพียงหนึ่งปีให้หลังท่านแม่ต้องการตามให้เขากลับไปรับตำแหน่งผู้นำตระกูลแทนท่านพ่อที่จากไป แต่เขาก็ไม่อาจจะก้าวผ่านความผิดลึกๆ ของตนที่มีต่อคนในตระกูลในอดีต จึงต่อต้านมาโดยตลอด

“ข้าจะกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง ตอนนี้ข้าฝากดูแลนางแทนข้าด้วย”

“ขอรับ นายท่านซอ”

จิตรใจที่อ่อนโยนเกินไป ทำให้จียงยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับท่านแม่ได้ในตอนนี้ ด้วยความผิดในวัยเยาว์ที่ตนดื้นรั้นและเอาแต่ใจ ต้องทำให้ท่านแม่อยู่อย่างเจ็บปวดและทรมาน

ชายหนุ่มไม่รอช้ากระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไปในทันที แสงจากดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับจากขอบฟ้า นั่นหมายถึงอียูคงจะกลับมาถึงบ้านแล้ว หากเป็นอย่างนั้น นางอาจจะโกรธเขาได้ที่กลับมาช้า.

ความคิดเห็น