tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...เรื่องมันแล้วไปแล้ว

ชื่อตอน : หมอครับ...เรื่องมันแล้วไปแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...เรื่องมันแล้วไปแล้ว
แบบอักษร

หมอครับ...เรื่องมันแล้วไปแล้ว

 

ผมวางสายจากแม่แล้วจึงนั่งรอไอ้ตัวต้นเรื่องที่ออกไปซื้อกับข้าว เพราะตอนขามามารถของหมวดวัตเลยไม่ได้แวะซื้ออะไรมากินด้วย. พอมาถึงไอ้ตัวดีมันเลยเอารถผมออกไปหาอะไรกินเข้าห้อง โดยให้ผมรออยู่บ้านไม่ให้ไปด้วย หลังจากนั้นราวๆครึ่งชั่วโมงไอ้หมวดมันก็มาพร้อมกับข้าวในมือแถมด้วยของหวานและขนม

“กลับมาแล้วคร้าบ หมอหิวยัง” เสียงที่ดังมาจากประตูทำให้ผมหันไปมอง มันซื้อมาเลี้ยงคนทั้งชั้นหรือไง

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

“เผื่อพรุ่งนี้เช้าด้วย หมอจะได้ไม่ต้องออกไปไหนให้ลำบาก”

“ผมสั่งแกรบก้ได้มั้ย”

“มีติดห้องไว้ก็ไม่เสียหายนี้ครับ” สุดจะหาคำมาเถียง เอ่ออออ ไอ้รวย

“วางกับข้าวไว้ที่ครัวแล้วดินมาหาผมหน่อย”

“เป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนมั้ย” มันรีบเอาของไปวางแล้วพุ่งมาที่ผมหน้าตาตื่น คงกลัวว่าผมจะมีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่า ไอ้ชอบก็ชอบนะที่มันเป็นห่วง. แต่...ไม่รวมกับเรื่องที่มันทำลับหลังผมแน่นอน

“เปล่า แค่มีเรื่องอยากถาม”

“ครับ” มันยังคงทำหน้าใสซื่อ

“มีอะไรที่ไม่ได้บอกผมหรือเปล่า”

“เปล่านี่”

“แน่ใจนะ” ผมถามเสียงเย็น. จนมันเองก็ทำหน้าเหมือนพยายาม

“จริงๆ”

“กุชชี่”

“...”

“มีอะไรจะสารภาพมั้ย”

“อ่าาาาา”

“นี่คุณแอบติดต่อแม่ผมโดยไม่บอกผมอย่างนั้นเหรอ เตธวัช”

“อื้อหือ เต็มยศ”

“ยังจะเล่น” ผมว่าแล้วฟาดที่ต้นแขนอีกฝ่ายแรงอย่างอย่างนึกหมั่นไส้

“ผม...ขอโทดดดด แค่อยากทำให้มันถูกต้อง” มันทำเสียงหงอย ที่ปกติมักได้ผลเพราะมันทำให้ผมใจอ่อน แต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้

“แล้วทำไมไม่บอกผมสักคำ”

“ก็กะจะบอกตอนเราเป็นแฟนกันแล้วอะ”

“แล้วที่ซื้อกระเป๋าให้แม่ผมทั้งคอลเล็คชั่นนั้นล่ะ” ผมที่ยิ่งพูดยิ่งโมโหเริ่มเดือดหน่อย

“ก็ของไหว้”

“ของไหว้บ้านคุณหรอตั้งหลายแสน”

“ไม่กี่ใบเอง”

“รวยมากเหรอเตธวัช” ผมกัดฟันถามอย่างพยายามสงบสติอารมณ์

“ก็พอมีพอใช้” พอมีพอใช้บ้านมึงสิ มีปัญญาซื้อของราคาแบบนั้นโดยไม่เสียดายเงิน บ้านมึงผลิตแบงค์หรือไงวะ

“หมอชินอย่าโกรธ...ไม่โกรธนะ. ผมขอโทษ ผมแค่อยากขอบคุณคุณแม่ที่อนุญาตให้ผมจีบหมอได้เฉยๆ” ก็ควรอนุญาตแหละดูจากของติดสินบนสิ คุณนายนะคุณนาย จะบอกกันสักคำก็ไม่มี. ตกลงผมหรือไอ้หมอนี้เป็นลูกกันแน่

“ปล่อย” ผมบอกอีกคนที่โน้มตัวมากอดเอวผมไว้ เพราะตอนนี้มันนั่งอยู่โซฟาเดียวกับผม

“ไม่ปล่อยยยย...หมออย่าโกรธ อย่าโกรธนะ ผมขอโทษ ผมจะไม่...อึก ไม่ทำอีก” เสียงสะอื้นเบาๆจากคนที่ซุกหน้าอยู่อกผม ทำให้ผมขมวดคิ้วแน่น

“เต...” ผมเรียกไอ้หมวดอีกที. แต่น้ำเสียงยังเจือความโกรธ เลยทำให้วงแขนนั้นแน่นเข้าไปอีกและไม่มีทีท่าว่าจะคลาย

“เตปล่อย”

“มะ...อึก ไม่” เดี๋ยวๆ จะร้องไห้ทำไมอยู่ไม่ได้ด่าเลย

“ปล่อยก่อน...จะร้องไห้ทำไม”

“หมอ...โกรธผม”

“แล้วมันสมควรมั้ย” ผมถามกลับ แม้จะยังงงอยู่ว่าไอ้แมวยักษ์มันจะร้องไห้ทำไม

“ผมรักหมอ” ไอ้นี่มันบ้า

“หมออย่าโกรธผมนะ ไม่โกรธนะ ผมขอโทษ” โอเค ตกลงผมมีผัวหรือมีลูกนะ

“เตปล่อยก่อน” ผมบอกเสียงอ่อนลง

“ไม่เอา หมอโกรธอยู่ไม่ปล่อย เดี๋ยวหมอทิ้งผม” จะให้ทิ้งไปไหนได้วะ ก็อยู่อยู่ในห้องเนี่ย

“ไม่ทิ้ง ผมหิวจะไปกินข้าว”

“แต่หมอโกรธ”

“เออๆ. ไม่โกรธแล้ว ปล่อยได้ยัง” ผมถาม

“จริงนะ” มันเงยหน้าขึ้นมาถามน้ำเสียงเหมือนเด็กที่ไม่แน่ใจตอนผู้ใหญ่บอกว่าจะไม่ตี พอเห็นตาแดงๆของอีกคน

“ไม่โกรธแล้ว” แพ้อีกแล้วชินฤทธิ์

“ผมรักหมอน้า” มันบอกเสียงอ้อน แววตาช้ำน้ำ

“อืออออ ปล่อยได้ยังหิวแล้วเนี่ย” มันทำหน้าเหมือนใจนิดนึงก่อนจะคลายวงแขนออก ผมถึงได้ฤกษ์ลุกออกจากโซฟา แต่ก็มีลูกลิงตามติดอยู่ดี เมื่อไอ้หมวดมันไม่เกาะผมไม่ปล่อย

กระทั่งเวลาจะเข้านอนไอ้แมวยักษ์มันก็คลอเคลียไม่ห่าง เมื่อมันปีนขึ้นมาบนเตียงแล้วเข้ามากอดซุกอกผม ทำเหมือนตัวมันเล็กมากมั้ง

“หมอกอดหน่อย” มันเรียกร้องมากแง้วๆเมื่อผมไม่ยอมกอดตอบมัน

“ได้คืบจะเอาศอก” ผมว่า

“ได้ตัวแล้วจะเอาหัวใจด้วย” นั่นไงมันต่อปากต่อคำ

“ผมรักหมอนะ ทุกอย่างที่ผมทำก็เผื่อหมอทั้งนั้น” เสียงมันอุ้อี้บอกอยู่กับอกผม

“นี่ยังมีอะไรที่ไม่ได้บอกผมอีกหรือเปล่า”

“ไม่มี” มันแทบจะร้องบอกส่ายหน้าไปมา

“ดี อย่าให้รู้นะ”

“สาบาน” มันว่า ผมเลยก้มลงจูบที่หน้าผากมันเบาๆ

“ฝันดีหมวด”

“ฝันดีครับ...ที่รักของผม” ไอ้เตมันเงยหน้าที่จุ๊บที่ปลายคางผมก่อนจะซบลงที่เดิมแล้วหลับไปพร้อมๆกัน

 

ผมตื่นมาอีกครั้งเพราะคนที่นอนกอดผมทั้งคืนขยับตัว คงตื่นแล้วเพราะได้เวลา อีกอย่างวันนี้เตมันต้องเข้าไปสน.เพื่อส่งรายงานคดีให้ฝ่ายสอบสวน ได้ข่าวว่าวันนี้อีกทีมที่จะเป็นคนรับช่วงในการควบคุมตัวนายป่องจะเดินทางไปสับเปลี่ยนให้พวกหมวดเจกลับกรุงเทพ ด้วยเพราะพวกทีมนี่เขามีหน้าที่ในภาคสนามเท่านั้น เรื่องการสอบสวนและดำเนินคดีจะเป็นอีกทีมที่อยู่ฝ่ายรับผิดชอบในเรื่องนี้

“หมอนอนต่อเถอะ” เสียงเตมันบอกขึ้นมาเบาๆเมื่อเห็นผมทำท่าจะตื่นเพราะการขยับตัวของมัน

“ไม่เป็นไร...” ผมพูดได้เท่านั้นก็ต้องเงียบลง เมื่คนที่ตื่นก่อนก้มลงมาประทับจูบหนักๆที่ปากผม

“มอนิ่งคิส”

“ตลอด” ผมว่าให้ยิ้มได้

“หมอย้ายไปอยู่กับผมมั้ย” ไอ้หมวดมันถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ไปทำไม” ผมถามกลับทั้งที่ยังขยี้ตาไปมา

“อย่าขยี้เดี๋ยวตาเจ็บ” หมวดเตบอแเสียงนุ่มพลางจับมือผมให้หยุดการกระทำที่ทำอยู่

“ก็เรา...ก็หมอเป็นเมียผมแล้วนี่ หมอก็ต้องย้ายไปอยู่กับผมสิ”

“ตรรกะอะไรของคุณ”

“นะ...ผมอยากตื่นมาเจอหมอทุกๆเช้าแบบนี้”

โป๊ก

“โอ้ย” ผมเขกหัวคนพูดไปที

“สติ ทุกวันนี้เหมือนคุณมากกว่ามั้งเตที่แทบจะเรียกได้ว่าย้ายมาอยู่กับผม”

“ก็อยากให้หมอไปอยู่บ้านผม”

“คอนโดคุณมันไกลจากที่ทำงานเราทั้งคู่ ใหญ่กว่าก็จริงแต่ที่นี่สะดวกกว่า” ผมว่า ไม่ได้ปฏิเสธที่จะอยู่ด้วยกัน ไอ้หมวดมันอยากตื่นนอนมาเจอผมทุกเช้า ผมว่าผมก็อาการเดียวกับมันนั้นแหละ

“งั้นแสดงว่าถ้าคอนโดผมใกล้กว่าหมอจะยอมย้ายไปอยู่กับผมใช่ม่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้นที่มันใช้ทำผมนึกขำ

“งั้นเดี๋ยวผมหาคอนโดใหม่ก่อน. เอาที่มันสะดวกสบายปลอดภัยและใกล้ที่ทำงานหมอและที่ทำงานผม” ไม่ใช่ละ ไอ้ที่ผมจะสื่อไม่ใช่แบบนี้ล่ะ

“เดี๋ยวๆ”ผมเรียกมันไว้

“จะซื้อใหม่ทำไม. เราอยู่ที่นี่ก็ได้”

“ที่นี่มันเล็กไป” ไอ้เตว่า มันเล็กไป? ผมพยายามนึกถึงความเล็กของคอนโดตัวเอง ถ้าที่นี่เรียกว่าเล็กนะเตนะ คอนโดทั่วไปเรียกรูหนูแน่ คอนโดผมเป็นแบบ สองห้องนอน สองห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นและครัวแยกออกเป็นสัดส่วน พื้นที่โดยรวมคือเจ็ดสิบห้าตารางเมตร มันเล็กตรงไหน

“งั้นเอางี้” ระหว่างที่ผมกำลังใช้ความคิด พ่อตัวดีก็พุดไอเดียขึ้นมาได้

“วันนี้เราไปดูคอนโดใหม่กันดีมั้ย”

“หยุด” ผมรีบห้าม เรื่องกุชชี่ยังไม่เคลียร์ยังจะหาเรื่องคอนโดมาอีกหรือไง จะเอามาทำไมเยอะแยะ

“ผมไม่ย้าย”

“ได้ไงอ่ะหมอไม่ได้ดิ เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะเราควรต้องอยู่ด้วยกันดิ. ถ้าเกิดแม่หมอรู้ว่าผมดูแลหมอไม่ดี แล้วท่านไม่ยกหมอให้ผม ผมจะทำไงผมขาดใจตายได้เลยนะหมอ” มึงเอาออสก้ามั้ยเต

“หยุดเพ้อเจ้อ”

“หมอออออ”

“ฟัง” ผมบอกเสียงแข็ง

“ครับ”

“คุณจะซื้อใหม่ทำไมให้เปลืองเงินเต เราอยู่ที่นี่ก็ได้ ที่นี่ก็มีทุกอย่างไม่ได้เล็กเลยอยู่กันแค่สองคนคุณจะอยากได้ห้องใหญ่ไปทำไมกัน”

“ผมอยากให้หมออยู่สบายๆ”

“ที่นี่ก็สบาย อีกอย่าง...” ผมนึกอยากถอนใจ ผมกำลังจะมีแฟนเป็นคนอายุเกือบสามสิบจริงใช่มั้ย หรือว่าเด็กสามขวบ

“ความรักเขาเราเกิดที่นี่ เราอยู่ที่นี่มันจะไม่ดีกว่าหรอ” เอาล่ะเริ่มเลี่ยนตัวเองนิดๆ

“หมอว่างั้นหรอ”

“อือ ไหนจะคอนโดคุณ. เราเก็บไว้ก่อนก็ได้เผื่อวันไหนนึกอยากเปลี่ยนที่นอน เราก็ไปนอนกันที่โน้นก็ได้ เพราะคอนโดโน้นก็มีเรื่องราวดีๆระหว่างเราเยอะแยะเลยนะ”

“ก็จริง” ไอ้หมวดมันทำท่านึกตามที่ผมพูด

“หมอจูบผมครั้งแรกที่นั้น อ่าาาา ผมลืมคิดไปเลย ก็ดีงั้นเก็บไว้ดีกว่า” มันเริ่มเออออไปกับผม

“แหมะ เมียใครเนี่ยฉลาดจริง...อ๋ออออ เมียผมเอง”

ฟอดดดด

พูดจบมันก็ก้มลงมาหอมแก้มผมแรงๆทีนึง

“งั้นตกลงตามนี้” เสร็จมันก็เดินผิวปากเข้าห้องน้ำไปอย่างอารมณ์ดี เดี๋ยวต้องไปแอบถามหมวดเจสักหน่อยแล้ว. ที่บ้านไอ้แมวยักษ์ทำอาชีพอะไรกันแน่. ไหนว่ามีแค่สวนทำไมดูมันใช้เงินเป็นเบี้ยขนาดนี้วะเนี่ย

 

ตกบ่ายผมที่นอนอยู่ห้องจนเบื่อก็เลือกที่จะออกมาเจอผู้คนโดยการเข้าไปที่นิติเวช ทันทีที่ก้าวเข้าเขตโรงพยาบาลก็เจอหมอปีย์ที่อยู่ในช่วงพักพอดีพุ่งเข้ามาชาร์ทก่อนเลย

“พี่ชิน มาทำอะไรพี่. ไหนว่าพี่รถชน”

“ชนไม่หนักหนาอะไร อีกอย่างรถหมวดเตก็เซฟตี้ดี เลยไม่เป็นไรมาก”

“แล้วพี่มาทำไรที่นี่”

“ได้พักอาทิตย์หนึ่ง เลยว่าจะเข้ามาดูว่ามีงานอะไรที่ค้างมั้ยกับพี่เจิง. จะได้เคลียร์ให้แกก่อนหนีไปพักน่ะ” เราเดินคุยกันไปเรื่อยจนถึงห้องชันสูตรอันเป็นที่ทำงานของผม

“หมอออออ...มาทำอะไรที่นี่. ทำไมไม่พักเพิ่งออกจากโรงบาลเมื่อวานไม่ใช่เหรอ” ทันทีที่พี่เจิงเจอหน้าแกก็พุ่งมาหาผมทันที ทำไมเวอร์กันขนาดนี่แต่ละคน

“ผมโอเคพี่. มีงานอะไรของผมค้างอยู่มั้ยจะได้เคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนทิ้งพี่ลุยคนเดียว”

“ก็มีแค่ผลชันสูตรที่เราต้องส่งให้ทางผู้กองเท่านั้นแหละครับผมเรียบเรียงจะเสร็จแล้ว เหลือแค่ให้หมอเซ็นต์รับรองก็ส่งผลได้เลย ทางโน้นเขาจะเอาไปประกอบสำนวนคดี”

“งั้นเดี๋ยวผมรอ”

“ไอ้ชินนนนนน” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตู

“ไอ้ดล” คงเป็นหมอปีย์สินะที่เรียกมันมา

“ไหนๆ มึงมาให้กูสำรวจเดี๋ยวนี้เลยว่ามีรอยขีดข่วนตรงไหนบ้าง”

“มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลย” ผมยกมือชี้อีกคนให้หยุดเดินเข้ามาหา ขืนปล่อยให้ไอ้ดลมันถึงตัวมีหวังเดียวมันจะเจอรอยที่ไอ้หมวดตัวดีมันทำเอาไว้ ไม่พ้นมันเอามาล้อเรียนอีกแน่

“กูไม่ได้เป็นอะไร พวกมึงอย่าเวอร์” ผมชี้หน้าทั้งเพื่อนทั้งรุ่นน้องที่ยืนอยู๋ในห้องด้วย

“ก็กูเป็นห่วง”

“กูมาให้เจอแล้วนี้ไง เผื่อพวกมึงจะสบายใจขึ้นว่ากูไม่ได้เป็นอะไร”

“พี่แน่ใจนะ ให้ผมตรวจดูอีกสักรอบมั้ยพี่” ปีย์วราถามขึ้นมา

“มึงไปตรวจหมวดเจนู้นไป”

“โธ่พี่ชิน”. ปากมันตัดพ้อผมนะแต่หน้ามันแดงเถือกไปทั้งลำคอแล้ว

“หึ” ผมไม่พูดอะไรแต่หันหลังเดินเข้าไปในห้องทำงานตัวเอง เพื่อรอเอกสารจากพี่เจิงที่จะส่งให้ทางตำรวจภายในวันนี้

“แล้วนี่มึงไปทำอีท่าไหนถึงขับรถชนเสาไฟฟ้าได้วะ” ไอ้ดลถามขึ้นหลังจากเดินตามผมมาที่โต๊ะทำงาน. มันไม่มีงานทำหรือไงวะ

“ไม่รู้ว่ะ รู้ตัวอีกทีคือกูก็อยู่โรงบาลแล้ว” กริบ จบคำตอบของผมก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อแล้ว

ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทั้งสองคนฟังเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอพี่เจิงทำให้อย่างน้ยก็ไม่ต้องมานั่งเซ็งอยู่เหงาๆ จนเกือบเย็นเอกสารก็เสร็จทันเวลานัดพอดีพอผมเซ็นต์เสร็จปุ๊บ. ประตูห้องชันสูตรก็เปิดปั๊บเจ้าหน้าที่สน.นี้เขาตรงเวลากันจริงๆ แต่เจ้าหน้าที่ที่มานี่สิ หน้าคุ้นๆ

“หมอ ผมบอกให้นอนพักอยู่บ้านมาทำอะไรแถวนี้” เตธวัชเป็นคนมาเอาเอกสารที่ว่า ซึ่งมันก็ไม่แปลกอ่ะนะ เพราะมันเป็นคนรับผิชอบคดีนี้เอง

“ก็มาเซ็นต์งานให้พี่เจิงเฉยๆไม่ได้ทำไรเลย” ผมบอก

"ให้มันแน่...แล้วมายังไง"

"อ่าาาาา"

"หมอ"

"มารถไฟฟ้า"

"หมอชิน" เตธวัชร้องใส่ผมเมื่อได้ฟังคำตอบจากผม

"หมอยังไม่หายดีนะทำไมชอบทำให้เป็นห่วง กลับบ้ากับผมเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"ใจเย็น"

"กลับบ้าน"

"คุณต้องเอกสารไปส่งที่สน.ก่อนไม่ใช่เหรอ"

"ก็ออกไปพร้อมกันนี้แหละ" สีหน้าของไอ้หมวดตอนนี้ทำผมไม่กล้าเถึยงสักคำ รู้แแหละว่ามันเป็นห่วง แต่แบบนี้โอเวอร์เกินไปมั้ย

ไม่รู้ว่าเตมันหงุดหงิดอะไรเพราะตอนที่มันเดินมาถึงตัวผมมันก็คว้าเอาซองเอกสารทั้งคว้าเอามือผมลากติดไปด้วย เป็นอันว่ามันเดินจูงมือผมมาจนถึงลานจอดรถ ช่วงนี้ผมให้มันเอารถผมมาใช้ชดใช้ที่ผมเอารถมันไปชน แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้ขึ้นรถก็มีเสียงขึ้นทักขึ้นมาจากใครสักคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

"หมวดเต" พอเราหันไปก็เจอว่าเป็น หมอฟ้า แพทย์หญิงฟ้ารดาแพทย์อายุรกรรมของที่นี่อีกคนที่ก่อนหน้านี้ไปเทคคอร์ดที่ญี่ปุ่นเลยไม่ได้เจอกันสักที ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่ากลับมาแล้วผมเองก็เพิ่งเจอ ผมเหลือบไปมองหน้าคนตัวสูงข้างๆนิดนึง สีหน้าไอ้หมวดไม่พร้อมรับแขกเบอร์สุด แล้วหมอฟ้านั้นก็...

"หมวดมาทำอะไรแถวนี้หรือคะ แล้วนี่กำลังจะไปไหนกัน" เธอเดินเข้ามาหาพวกผมทั้งสองคนทันทีทั้งๆที่ยังพูดไม่จบ

อ้อ ผมยังไม่ได้เล่าใช่มีด ว่าหมอฟ้าอ่ะปลื้มไอ้เตสุดๆไปเลย เทียวไล้เทียวขื่อมานานขนาดว่าทั้งโรงบาลลือกันไปทั่วว่าผมกับไอ้หมวดเป็นแฟนกัน (หมายถึงเมื่อก่อนอ่ะนะ) คุณเธอยังไม่สนใจข่าวลือที่ว่าเลยสักนิด เห็นว่าหมายมั่นปั้นมือแล้วด้วยว่าจะเอาคนนี้เป็นพ่อของลูก

"อ้าว หมอชินก็อยู่หรือคะ ฟ้าเพิ่งเห็น" สาบานซิ

"กำลังจะไปไหนหรอคะ เนี่ยฟ้าออกเวรแล้วแต่ยังหารถกลับไม่ได้ขอฟ้าติดรถกลับด้วยคนได้มั้ยคะ"

"เอ่อออออ" ผมหันไปหน้าคนที่ถือกุญแจ

"ผมต้องกลับไปสน.ก่อนนะครับหมอ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้ารอได้หรือถ้านาน เราไปหาอะไรทานก่อนกลับดีมั้ยคะ" ถามใครยังเออออเองขนาดนี้

"อย่าดีกว่าครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะเสร็จตอนไหน"

"หมวดไม่ต้องเกรงใจฟ้าค่ะ ฟ้ารอได้" ใครเกรงใจเธอ

"นะคะ ฟ้าไม่มีรถกลับจริงๆ"

"เดี๋ยวผมเรียกแกร๊บให้แล้วกันครับผมไม่ว่าง ต้องขอโทษด้วยนะครับหมอ" จากน้ำเสียงและสีหน้าเป็นผมจะไม่ตอแยนะ แต่ก็...นี่ใคร ฟ้ารดาไง แคร์ที่ไหนล่ะ

"โธ่ หมวดเตฟ้าไม่อยู่ตั้งนาน ไม่คิดถึงฟ้ามั้งหรอคะ เนี่ยฟ้ามีของมาฝากหมวดเตเยอะแยะเลย" เอาละชินฤทธิ์กลายเป็นอากาศธาตุแล้วล่าสุด

"นะคะ วันนี้เราไปดินเนอร์กัน" น้ำเสียงเธออ้อน แววตาอ่อนเชื่อม มือเรียวเธอขยับมาเกาะที่แขนไอ้หมวดอย่างเชิญชวนแม้กระทั่งสีหน้า จริงๆหมอฟ้าเธอก็มีปฏิกิริยาแบบนี้กับไอ้เตมาตลอดนะ แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกไม่ชอบใจมาก แต่ก็อีกแหละ ในตอนนี้ผมมีความผิดติดตัวอย่างว่าแต่แสดงอาการไม่พอใจเลย แค่จะขยับผมยังไม่กล้า

"ต้องขอโทษจริงๆครับ วันนี้ผมมีนัดแล้ว"

"มีธุระกับหมอชินหรอคะ ฟ้ารอได้ค่ะ" ต้องรู้สึกไงที่คุณเธอเห็นหัวผมแล้ว

"ไม่ได้หรอกครับ" ผมเริ่มรู้สึกว่าไอ้หมวดมันหงุดหงิดมากว่าเดิมเสียแล้วสิ ทำไมน่ะหรอ ก็มือมันที่กำแขนผมนี่สิมันแน่นมากขึ้นบ่งบอกว่าไอ้หมวดกำลังระงับอารมณ์อยู่

"ทำไมล่ะคะ ถ้าวันนี้ไม่ได้วันหลังก็ได้ค่ะ แต่วันนี้หมวดไปส่งฟ้าหน่อยนะคะ น้าาาา"

"จะวันนี้วันไหนก็ไม่ได้หรอกครับ ผมเกรงใจเมีย"

"คะ?"

"ก็เนี่ยเมียผมยืนทนโท่อยู่เนี่ยช่วยเกรงใจเมียผมทีนะครับ ผมไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด แล้ววันนี้ผมคงไปส่งหมอไม่ได้ นี่รถเมียผม ผมไม่อนุญาตให้ผู้หญิงที่ไหนขึ้นทั้งนั้นแหละครับ อีกอย่างผมรีบ วันนี้ต้องลงโทษเมียหนัก ช่วยปล่อยแขนทีครับผมอึดอัด" เอาล่ะ ถึงผมจะเจอไอ้เตมาหลายโมทแต่วันนี้ดูหงิดแรงน่าดู

หมอฟ้ารีบปล่อยแขนไอ้เตอย่างเร็วราวกับถูกของร้อน ทั้งยังมองหน้าผมสองคนสลับไปมา

"หมอชิน กับ หมวด"

"ครับ เราเป็นผัวเมียกัน จบนะหมอ" แล้วไอ้เตมันก็ยัดผมเข้ามาในรถก่อนจะอ้อมไปฝั่งคนขับ สีหน้าตึงยิ่งกว่ารอยไหม แววตาหงุดหงิดจนไม่น่าเข้าใกล้

ขอถามโง่ๆอีกที แค่ผมออกมาจากบ้านแค่สามชั่วโมง มันจำเป็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยหรอวะ

 

ไรท์ // เอ่อ ไอ้เตมันเป็นไร เรื่องแค่นี้เองโกรธไรนักหนา ว่าแต่ว่า คุณเชื่อจริงๆหรอว่าอีเตมันร้องไห้เพราะกลัวหมอโกรธ

ตอนหน้าไปเที่ยวกันนนนนนน จองตั๋วกันยังจะเดินทางแล้วนะ

ความคิดเห็น