tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...ไอ้นี่มันไม่น่าไว้ใจ

ชื่อตอน : หมอครับ...ไอ้นี่มันไม่น่าไว้ใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...ไอ้นี่มันไม่น่าไว้ใจ
แบบอักษร

27 หมอครับ...ไอ้นี่มันไม่น่าไว้ใจ

 

ผมตื่นมาตอนตีสี่กว่าๆความเย็นของแอร์ทำให้รับรู้ถึงความอุ่นจากอ้อมแขนของอีกคนที่นอนกอดซ้อนหลังผมอยู่ ไอ้แมวยักษ์ หลับเป็นตาย

ผมค่อยๆแงะตัวเองออกจากอ้อมแขนของไอ้หมวดเพื่อกลับไปนอนที่เตียงคนไข้ตามเดิม เผื่อตอนเช้าพยาาบาลเข้ามาตรวจแล้วเจอว่าคนเจ็บปีนมานอนอยู่ที่เตียงนอนญาติเดี๋ยวได้ทำหน้ากันไม่ถูกซะเปล่าๆ ผมหยิบเอามือถือตัวเองที่วางอยู่โต๊ะข้างเตียงติดมือมาด้วยเพราะรู้สึกไม่ง่วงให้นอนต่อคงไม่หลับ แล้วมือถือผมย้ายมาอยู่ตรงนี้คงเป็นฝีมือไอ้คนที่หลับไม่รู้เรื่องบนเตียงนั้นแหละ

ผมกลับขึ้นไปนอนบนเตียงคนไข้แล้วเปิดมือถือดูเงียบๆไม่อยากเปิดทีวีเพราะรบกวนอีกคน รายการแจ้งเตือนที่หน้าจอทำผมขมวดคิ้วมุ่น เพราะมันเป็นข้อความจาก มิ่งกัลยา

นุ้งมิ่ง : หมอออออชินนนนนน

: ไม่เบานะเราอ่ะ

: โรงบาลนะหมอ ใครใช้ให้เสียงดังขนาคนั้น

: ดีนะเป็นโซนวีไอพี

: มิ่งบับานำบไภานั่้บไำาเ

: ไม่ไหวแล้วค่าาาาา

: แล้วอีกอย่างนะหมอชิน

: มิ่งสอนให้อ่อย...ไม่ได้สอนให้ยั่ววววว

: อันนี้ถือว่าของเขาแรงอยู่น๊าาาาาา

ก็มิ่งบอกเองว่า. ให้ทำยังไงก็ได้ให้เตหลง : เป็นหมอนิติ

หมอทำอะไรผิดงั้นหรอ :

อีโมจิ หน้าไม่เข้าใจ :

ผมพิมพ์ตอบกลับไป เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเวลานี้มิ่งกัลยาก็ยังไม่เปิดอ่าน. ไม่ได้แปลกใจที่เจ้าตัวพิมพ์ส่งมาแบบนั้น เพราะรู้ดีว่ามิ่งกัลยาอยู่ที่นครสรรค์อยู่แล้ว อันที่จริงเจ้าตัวโทรหาเมื่อเช้าแล้วบังเอิญว่ารู้ว่าอยู่ที่นครสวรรค์เหมือนกัน. เลยนัดกันออกไปหาอะไรกินตามรีวิวที่ผมเจอ หลังจากแยกย้ายกันผมก็มาเจอรถของนายป่องที่ยูเทิร์นตัดหน้าจนต้องหักหลบเป็นเหตุให้ไปเสยเอาเสาไฟฟ้าอย่างที่เห็น พอช่วงเย็นเจ้าตัวแซบโทรหาอีกทีแล้วเจอเป็นหมวดเจรับสายถึงรู้ว่าผมประสบอุบัติเหตุเลยเข้ามาที่โรงพยาบาลพร้อมพวกหมวดเจกับหมวดวัต และกลับไปพร้อมทั้งสองคน ไม่คิดว่ามิ่งกัลยาจะเข้ามาอีกที่ในช่วงดึก

ก่อนหน้านี้ผมค่อยข้างคิดมากเรื่องของไอ้หมวด ถึงผมจะพอรู้ตัวอยู่บ้างว่ารู้สึกกับมันแบบไหนแต่ก็ไม่เคยแสดงออกเลยสักครั้งนอกจากความห่วงใยความใส่ใจในโอกาสต่างๆ หากแต่มองภายนอกก็เหมือนคนเป็นเพื่อนกันที่ทำให้กันเท่านั้น ไม่นับไอ้การนอนกอดกัน หรือการยอมให้เตมันกอดมันหอมอยู่เรื่อยๆ จนเมื่อคราวที่มิ่งเจ็บแล้วตัวแซบมันบอกให้ไอ้หมวดมันจีบผมนั้นแหละ ผมถึงเริ่มแสดงอะไรออกมาให้มากกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นเจ้ามิ่งอีกนั้นแหละที่มองออกว่าคิดยังไง ผมเลยนัดมิ่งออกมาเจอในวันว่างวันนึง และเล่าทุกอย่างให้มิ่งฟัง ใช่ มิ่งบอกให้ผมยั่วให้เตธวัชมันหลงจริง แต่ที่เกินๆมากทั้งหมดนั้นผมแค่ใส่อินเนอร์เข้าไปอีกนิดหน่อย

เหตุผลน่ะหรอ ก็รักมันไง ไม่รักมันจะยอมมันทำไม ผมไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมากก่อน ไอ้หมวดถือเป็นคนแรกในชีวิต แล้วถ้าถามว่าทำไมไม่บอกมันว่ารัก ผมแค่อยากบอกมันต่อหน้าใครบ้างคนเท่านั้นเอง ผมอยากให้การบอกรักมันของผม มีใครคนนั้นเป็นพยาน

ติ้ง

เสียงเกือบไลน์ดังขึ้นมาเบาๆ ใครไลน์มาตอนนี้

นุ้งมิ่ง : เด็ดไม่เด็ด อยากรู้แค่เนี่ย

: แต่ฟังจากเสียงของหมอแล้ว...

: สติ๊กเกอร์เลือดกำเดาไหล

ไอ้เด็กนี่

มิ่งกัลยาเป็นผู้หญิงที่หน้าปวดหัวเบอร์ต้นๆที่ผมรู้จัก ไม่นับรวมอัยย์ศลา และแก้วกัลยา สองสาวเพื่อนซี้ต่างวัยที่เป็นตัวแม่ของกรมตำรวจและทัพเรือ นานๆจะได้เจอแก้วกัลยา แต่ทุกครั้งที่เจอบอกเลยต้องมีรายการล้มหายตายจากกันบ้างล่ะ ส่วนมิ่งนี้จัดเป็นพวกซนมากกว่าน่ากลัว

ติ้งๆๆๆ

มาอีกล่ะ

นุ้งมิ่ง : หมอๆ มิ่งลืมบอก

: นอกจากมิ่งที่ได้ยินก็มีหมวดวัตเป็นพยานอีกคนนะหมอ

: อะคริๆ

เวนนนนนนนน แล้วพรุ่งนี้จะมองหน้าหมวดวัตยังไงวะกุ ชิบหายแล้ว!!!

ผมนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเกือบเช้า ก่อนจะเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด. และเจ้าหน้าที่โภชนาการเอาอาหารเช้ามาส่ง ในขณะที่คนเฝ้าผมยังไม่ตื่น

“เดี๋ยววันนี้รอคุณหมอมาตรวจอีกทีก็หน้าจะออกจากโรงบาลได้แล้วนะคะ โดยรวมไม่มีอะไรผิดปกติ” พยาบาลคนสวยบอกหลังจากตรวจอาการเบื้องต้นของผมเสร็จ จริงของเธอ ไอ้อาการจากเหตุรถชนเมื่อวานไม่มีอะไรผิดปกติหรอก จะมีก็แต่...ไอ้อาการระบมเล็กที่บั้นท้ายผมนี่แหละ จะโทษคนทำก็ไม่ได้...ยั่วมันเอง รู้ทั้งรู้ว่าไอ้เตมันพร้อมจะกลายร่างจากแมวเป็นเสือแล้วขย้ำตัวเองตลอดเวลา ก็ยังอุตสาห์ยอมมัน ทำไงได้. ก็รักไปแล้ว พอเห็นมันทำหน้าหงอยผมก็ใจอ่อนวูบแล้ว

“ขอบคุณครับ” ผมบอกกับคุณเธอเบาๆ

“จะให้ดิฉันเช็ดตัวให้เลยมั้ยคะ” เธอถามผมขึ้นมาอีกเรื่องตามหน้าที่ แต่...

“ไม่เป็นไรครับ” ไอ้คนที่นอนเพิ่งตื่นเป็นคนตอบขึ้นมาแทน

“เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้ แฟน ผมเอง” ไอ้หมวดมันเดินหน้ายุ่งเข้ามาบอก

“อ่า...ค่ะ” เธอมองหน้าผมกับไอ้หมวดสลับไปมา ก่อนจะรับคำด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“งั้นดิฉันของตัวนะคะ”

“ครับ” แล้วพยาบาลสาวคนนั้นก็เก็บของเดินออกไป ผมไม่ได้สนใจเธออีกเพราะมัวแต่สนใจงานในไอแพดตัวเองที่ถืออยู่เพราะดูเหมือนพี่เจิงจะส่งอะไรสักอย่างมาให้

“อ่ะ” ไอแพดในมือถูกใครอีกคนในห้องแย่งไป

“ป่วยอยู่งดทำงานครับ”

“เผื่อพี่เจิงมีเรื่องอะไรด่วน”

“ด่วนจริงพี่เจิงโทรมาแล้วครับไม่แค่ไลน์มาหรอก อีกอย่าง...”

“หือ...อะไร”

“หมอควรสนใจผมมากกว่าพี่เยิงสิ” ไอ้แมวยักษ์มันทำหน้าอ้อนยื่นมาใกล้ๆ ไอ้นี่ยิ่งเล่นด้วยยิ่งเหลิง

แป๊ะ

ผมตีเบาๆที่หน้าผากอีกคน

“เกินไป” ตีเสร็จก็ดุอีกคนทางสายตาแล้วแย่งไอแพดของตัวเองกลับมา เพื่อเปิดไฟล์งานที่พี่เจิงส่งมาออกดู ขณะที่ไอ้เด็กโข่งของผมมันย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟาใกล้ๆเตียง

“พี่เจิงส่งไรมาอ่ะหมอ ผมว่าผมบอกพี่แกไปแล้วนะว่าหมอรถชนจะขอหยุดงาน ผู้กองก็บอกจะช่วยเซ็นต์รับรองให้ว่าเป็นเหตุที่เกิดจากการช่วยงานราชการ

“ผมไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้น”

“มากน้อยก็เจ็บเหมือนกัน”

“นิดเดียว ถ้าเป็นอะไรมากขนาดนั้น. ผมทำอะไรกับคุณไม่ได้หรอกเมื่อคืน” หลังผมพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้นในห้อง จนผมต้องเงยหน้าจากจอหันไปดูอีกคนที่จู่ๆก็เงียบไป

“เป็นไร”

“หมอ อย่าเพิ่งแอดแทคผมตอนนี้ จะตายเอา” มันว่ามาแบบนั้นแถมยังยกมือลูบๆที่หน้าอกตัวเองไปพร้อมกัน

“ประสาท” ผมว่าให้อย่างที่ชอบทำ

“ถึงบ้าก็บ้ารักหมออ่ะ หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย” มันก็ว่ามาของมันแบบนั้น

“แล้วสรุปเรื่องนายป่องเอาไง”

“ไอ้เจว่าวันนี้มันจะสอบปากคำนายป่องดู. เมื่อวานหมอมาตรวจอาการแล้วไม่มีอะไรผิดปกติน่าจะสอบปากคำได้”

“ผมอยากไปฟังด้วย”

“พอเถอะ. แค่ไอ้มิ่งคนเดียวไอ้เจมันก็ปวดหัวแล้ว”

“มิ่งเกี่ยวไรด้วย”

“ก็ไอ้ตัวดีที่ตอนแรกมาเพราะนัดกับไออาร์มาดูเรื่องพ่อค้ายาที่ไอ้วัตไปตามจับกับปปส.ท้องที่เมื่อวานนี้. พอรู้ว่าเราได้ตัวฆาตกรคดีฆ่าหั่นศพแล้วถึงกับเทไออาร์จะมาคุยกับฆาตกรแทน”

“ก็เป็นเรื่องที่เจ้าตัวสนใจอ่ะเราะ”

“ผมว่าถ้าเกิดไอ้มิ่งมันวางแผนเชือดใครสักคนคงตามจับลำบาก เล่นเรียนรู้มาจากฆาตกรเป็นสิบๆขนาดนี้”

“งั้นเมื่อวานที่มิ่งอยู่นครสรรค์ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญน่ะสิ”

“โน...แต่ที่ยัยตัวดีวางพอจะไปหาที่กินกับหมอได้เพราะโดนไออาร์ทิ้งเอาไว้”

“อ๋ออออ”

“วันนี้มาได้ยินว่จะสอบปากคำคนร้าย ตาเป็นประกายดิ้นจะมาฟังด้วยอยู่โน้น”

“แล้วมิ่งรู้ได้ไง”

“ไอ้วัตนั้นแหละมันเล่าให้ฟัง”

“แล้วหมวดวัตจะเล่าให้มิ่งวัตได้ไง แต่จริงๆก็ไม่แปลกหรอกมิ่งเข้าฟังการสอบปากคำบ่อยๆ แต่ดูหมวดวัตตามใจมิ่งมากเลยนะ”

“ไม่ตามใจได้ไง...ไอ้มิ่งมันมีสิ่งที่ไอ้วัตมันอยากได้”

“หือ อะไรหรอ”

“ไว้แล้วเดี๋ยวหรอก็รู้เอง”

ก๊อกๆๆๆ

ระหว่างที่คุยกันเพลินๆก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆก่อนจะถูกเปิดเข้ามาโดยคนที่เพิ่งโดนพูดถึงไปเมื่อกี้

“ฮาโหลลลลลลล” เสียงเจ้าตัวนำมาก่อนร่างเสียอีก

“ไงหมอออออ ดีขึ้นยางงงง แต่คงดีขึ้นแล้วอ่ะเนอะได้ยาดีขนาดใหญ่” ไม่พูดเปล่ายังชายตาไปหาไอ้เตที่นั่งอยู่โซฟา

“มาแต่เช้าเลยนะ” ไอ้เตทักทายคนมาใหม่

“แหงงงงงงงดิ มิ่งอ่ะจะมาฟังการสอบปากคำฆาตกร”

“รอไปฟังที่กรุงเทพก็ได้” ไอ้เตว่า

“ไม่ได้” อีกคนเถียง

“ก็ตอนนี้มิ่งอยู่นครสวรรค์มิ่งจะต้องรอตอนกลับไปกรุงเทพทำไม หมวดนี้เข้าใจอะไรยากจัง”

“จ่ะ โอเคจ่ะ” ไอ้เตยกมือทำท่ายอมแพ้

“แล้วคราวนี้ติดสินบนอะไรไอ้วัตล่ะ มันถึงยอมให้มาง่าย”

“สินบนไรหมวดพูดจาน่าเกลียด”

“ไม่มี??”

“เขาเรียกพึ่งพาอาศัยกัน”

“อะไร”

“ตารางว่าความของพี่พี”

“นั้นไง”

“เอาน่า...การช่วยส่งเสริมให้คนรักกันมันเป็นเรื่องที่ดีนะหมวด คนจิตใจหยาบกระด่างแบบหมวดเข้าไม่ถึงหรอก” ไอ้หมวดมันพูดคำเดียวมิ่งกัลยาไหลมาเป็นกิโล

“อีกอย่างนะหมวด”

“อะไร”

“คนอย่างพีรกานต์ ฉลาดทุกเรื่องแต่โง่เรื่องความรัก ขืนปล่อยให้แฟนเองชาติหน้าก็ยังโสด” มิ่งกัลยาลอยหน้าลอยตาพูดถึงอีกคน

“พีรกานต์ ชื่อคุ้นนะ” ผมถามขึ้นหลังนั่งฟังทั้งสองคนคุยกันอยู่พักใหญ่

“อ้าว หมอชินจำไม่ได้หรอ ก็ทนายที่ช่วยว่าความให้นายจำรัญจนตัวเองถูกตามเก็บไง”

“ใช่คนที่ผู้กองคามินส่งหมวดวัตไปดูแลป่ะ”

“ช่ายยยยย ตอนนั้นแหละที่หมวดวัตตกหลุมรักพี่พีโครมเบอะเลิ่ม”

“เราเลยทำหน้าที่แม่ซื่อ”

“ตอนแรกก็ไม่อ่ะ”

“ทำไม”

“ก็หมวดปากแข็ง หมั่นไส้”

“แล้วทำไมตอนนี้ยอมช่วย”

“มีผลประโยชน์ร่วมกันไง” ผมส่ายหน้าไปมาให้กับท่าทางการพูดจาของคนน้องนึกอยากหยิกให้เนื้อเขียวค่าที่ซนจนบรรยายไม่ถูก

แต่ถึงปากจะว่ามาแบบนั้น. ถ้ามิ่งกัลยาไม่ได้ไปรู้เห็นอะไรมา ก็ไม่มีทางลงไปช่วยเป็นแม่สื่อแบบนี้หรอก นิสัยมิ่งกัลยาก็เหมือนไออาร์นั้นแหละ ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นจะไม่ยื่นมาเข้าไปยุ่งเด็ดขาด

 

ช่วงสายหลังจากที่หมอเข้ามาตรวจร่างกายและเซ็นต์ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ผมก็ได้ฤกษ์เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาและทำเรื่องออกจากโรงบาลเรียบร้อย พวกเราก็เข้าไปที่ห้องพักของนายป่องเพื่อสอบสวนคนร้าย โดยมีผม ไอ้เต หมวดเจและมิ่งกัลยา ส่วนจ่ายอดจ่าสนเฝ้าอยู่ด้านนอก หมวดวัตกับทีมไปประชุมที่ปปส.จังหวัด

“เอาล่ะ นายป่องเรารู้ประวัตินายหมดแล้ว หวังว่านายน่าจะรู้ตัวนะว่าโดนจับด้วยสาเหตุอะไร” นายป่องไม่ตอบแต่มองหน้าหมวดเจนิ่ง

“นายรู้จักผู้หญิงสองคนนี้มั้ย” นายป่องเหลือบมองรูปของศิริลักษณ์และนาริสา แววตานิ่งเฉยแต่ยังเงียบ

“เรามีหลักฐานทุกอย่างที่มัดตัวนายนะนายป่อง ถึงนายเงียบไม่ยอมพูดยังไงหลักฐานที่เรามีก็มัดตัวนายอยู่ดี อย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากดีกว่า”

“...” นายป่องยังเงียบไม่พูดอะไร

“เล่ามาดีกว่าน่า นายป่องทำไมต้องฆ่าผู้หญิงสองคนนี้ นายมีเรื่องบาดหมางอะไรกับพวกเธอ”

“...”

“เป็นใบ้หรือไง” เสียงมิ่งกัลยาที่ดังแทรกมาบ่งบอกว่าเจ้าตัวเริ่มหงุดหงิด

“...” นายป่องไม่ได้พูดอะไร แต่เหลือบไปมองมิ่งแต่แววตาที่มองเปลี่ยนไปจากเดิม แววตาที่นายป่องมองยัยตัวดีมันเหมือนกับนักล่ามองเหยื่อ

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเริ่มเข้าใจบางอย่าง มิ่งเองจากประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกันมาก็เหมือนจะรับรู้อะไรสักอย่างจากตัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนร้าย มิ่งหันไปนายป่องอีกทีแล้วหันมาสบตากับพวกผมแล้วพยักหน้าให้ พวกเราสามคนจึงเดินออกจากห้องนั้น ทิ้งให้มิ่งอยู่กับคนร้ายตามลำพัง

“ติดต่อสถาบันจิตเวชเลย” เมื่อออกมาหน้าห้องกันหมดแล้วหมวดเจก็หันมาพูดกับไอ้หมวด. ซึ่งคนฟังก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

คนร้ายรายนี้คงต้องพึ่งจิตแพทย์ช่วยอีกแรง เรานั่งรอกันที่หน้าห้องกว่าชั่วโมงประตูห้องก็เปิดออกมา

“เป็นไงบ้าง”

“หืมมมมม” มิ่งทำเสียงครางในคอสีหน้าเซ็งสุดจิต

“หมอนี่ วิปริตสุดเท่าที่มิ่งเคยเจอเลย”

“ยังไง” พวกเราทั้งห้าถามขึ้นพร้อมกัน จนมิ่งกัลยาต้องมองหน้าทีละคน

หลังจากนั้นเรื่องราวของนายป่องก็ถูกถ่ายทอดจากคำบอกเล่าของมิ่งกัลยา โดยหลังจากหนีหมายจับมาจากประจวบนายป่องก็มาเช่าอยู่ที่หอพักนายถวิลโดยเข้าทำงานกับโรงงานใกล้แถวนั้น อาศัยรับรู้รับฟังจากที่คนในหอพูดกันจึงรู้สถานะการณ์คนในหอ. จนกระทั่งไปรู้เห็นเรื่องราวการทะเลาะกันระหว่างนายถวิลนายทรงยศ และนายนพพล จนกระทั่งวันก่อนที่จะลงมือกับศิริลักษณ์นายป่องไปได้ยินว่านายถวิลกับนายทรงยศจัดการสังหารนายนพพลแล้ว และวันถัดมาผู้ตายรายที่หนึ่งก็ไปหาคนรักที่ห้อง วันนั้นศิริลักษณ์ไม่ได้ล็อกประตูตนจึงเปิดเข้าไปและทำการข่มขืน ก่อนจะสังหารและจัดการแยกชิ้นส่วนศพ หลังจากนั้นก็ย้ายออกจากหอพอดี ในจุดนี้เราเข้าใจกันว่าที่นายถวิลไม่ได้แจ้งเรื่องที่มีคนย้ายออกหลังมีคนตาย. อาจจะเพราะเราไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่จุดนั้นหรืออีกที่นายถวิลเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายป่องออกจากหอ. เพราะตัวเองก็มีเรื่องคดีนายนพพลพัวพันอยู่ ในกรณีของนาริสาแตกต่างจากรายแรกโดยสิ้นเชิง เพราะตอนที่นายป่องลงมือกับศิริลักษณ์เป็นเพราะตัวเองมีอารมณ์ความต้องการเองประกอบกับเคยแอบมองผู้ตายอย่างหลงไหลในรูปร่างมาก่อน แต่กับนาริสามันเป็นความบังเอิญที่ได้เจอ เดิมทีตนไม่ได้คิดจะทำอะไรเหยื่อตั้งแต่แรก หากแต่พอเอาเรื่องนาริสาไปเล่าให้นายเจาสามีเก่าของผู้ตายฟัง ฝั่งนั้นก็ว่าจ้างให้นาป่องลงมือทำร้ายผู้ตายด้วยความแค้นที่โดนฝ่ายหญิงทิ้ง ซึ่งรายละเอียดตรงจุดนนี้นายป่องไม่ได้เล่า ซึ่งก็เข้าลูปเดิมนายป่องลงมือทำร้ายนาริสาแต่เดิมไม่ได้คิดที่จะให้ถึงความตาย แต่เพราะหญิงสาวขัดขืนรุนแรงนายป่องจึงพลั้งมือฆ่า และเพื่อกำจัดศพนายป่องจึงทำการแยกชิ้นส่วนศพแล้วนำไปทิ้ง ก่อนจะหลบหนีไปอาศัยอยู่กับนายเจาจนกระทั่งตำรวจตามตัวเจอนี้แหละ

“หมอนี่ก็แปลก ตอนพวกเราพูดด้วยไม่พูด พอให้ผู้หญิงพูดด้วยดันเล่ามาทั้งหมดง่ายๆเลยนี้นะ”

“มันชอบผู้หญิง”

“ที่เราบอกว่ามันวิปริตหมายความว่าไง” ผมถามมิ่งกัลยาถึงคำพูดก่อนหน้าของเจ้าตัว ยัยตัวยุ่งทำหน้าพะอืดพะอมก่อนจะพูด

“ตอนหมอได้ศพไปชันสูตรอ่ะ อวัยวะบางส่วนหายไปใช่มั้ย”

“ใช่”

“นั้นแหละ ไม่ได้หายไปไหนหรอก อยู่ในกระเพาะไอ้หมอนั้นแหละ”

“ห่ะ!!!” พวกเราอุทานขึ้นมาพร้อมๆกัน

“อืม มันบอกว่าเพราะกันชอบใครนะ เหยื่อคนแรก”

“โบว์”

“เอ้อ โบว์ มันเลยกินเขาเพราะมันรู้สึกว่าจะทำให้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนตาย ฟังแล้วจะอ้วก. ส่วนรายที่สองมันว่า ตอนมันกินหัวใจของโบว์มันรู้สึกว่าหัวใจคนอร่อยมันเลยกินหัวใจของส้มไปด้วยเลย”

“กิน?”

“อื้อฮึ”

“ขยายความหน่อยซิ”

“มันหั่นศพเขาไปมันก็แดกหัวใจเขาไปด้วย จะให้ขยายขนาดไหนถามจริง”

“พอเถอะจะอ้วก” ผมพูดขึ้นมาขัด หลังจากฟังอยู่นาน

“เอาไงต่อ”

“ก็ต้องคุมตัวมันไว้ เมื่อกี้ตอนคุยกับหมอนั้นเราได้บันทึกเสียงไว้มั้ย” เจธนินหันไปถามผู้หญิงคนเดียวที่ร่วมวงคุยกัน

“ส่งให้ในไลน์แล้วจ้า”

“ดีเลย แล้วนี้มิ่งจะไปไหนต่อ”

“หาข้าวกิน หิว”

“หลังจากฟังเรื่องเมื่อกี้นี่นะ”

“ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย อย่าเหมาๆสิ”

“ได้เหรอวะ”

“ความหิวเคยปราณีใครด้วยเหรอ”

“จ่ะ” เชื่อเขาเลย

“ส่วนกูจะพาหมอชินกลับกรุงเทพพร้อมไอ้วัต แล้วเดี๋ยวจะไปเตรียมสำนวนคดีรอยื่นฟ้อง” หมวดเตหันไปบอกเพื่อนรัก

“แล้วเรื่องรถมึง”

“เดี๋ยวให้ประกันเคลียร์”

“งั้นตกลงตามนี้ แยกย้าย” หมวดเจสรุปก่อนที่เราจะแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ตัวเอง

ผมกับไอ้หมวดให้มิ่งกัลยามาส่งที่สน.เพื่อสบทบกับหมวดวัตก่อนจะกลับกรุงเทพกัน. เพราะวิษุวัตมีสำนวนคดีที่ต้องสรุปเหมือนกัน พวกเราเลยเลือกที่จะเดินทางพร้อมกันเพราะรถของไอ้หมวดที่เราขับมาไม่สามารถใช้งานได้

 

กว่าจะถึงกรุงเทพก็มืดแล้วทำให้พวกเราแยกย้ายกลับบ้านเลยไม่ได้เข้าไปรายงานตัวกับที่ทำงาน ผมที่เจ้านายต่อสายตรงมาหาหลังจากที่ได้รับการแจ้งข่าวจากผู้กองคามินที่เป็นธุระให้ก็ได้รับสิทธิ์ให้หยุดพักรักษาตัวอยู่บ้านหนึ่งอาทิตย์ ในขณะที่เตธวัชผู้กองสั่งให้มันกับทีมส่งรายงานให้กับฝ่ายสอบสวนเพื่อทำสำนวนคดียื่นฟ้องในคดีนายป่องให้เสร็จภายในสองวันโดยที่ผู้กองส่งทีมสอบสวนขึ้นไปเปลี่ยนให้ชุดสืบกลับลงมากรุงเทพ พูดง่ายๆคือ สั่งให้ส่งงานต่อให้อีกทีมทำแล้วให้พักงานได้ เพราะยังไม่มีรายการสืบที่ต้องทำต่อ งั้นก็แสดงว่าหลังจากนี้ผมกับไอ้เตจะว่างตรงกัน...อ่าาาา ไปเที่ยวไหนดีนะ

ผมต่อสายหาคุณนายที่บ้านเพราะมีเรื่องบางเรื่องที่ต้องทำแต่ยังไม่ได้จัดการเลย. คงต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน

“ฮัลโล่ ว่างายคะลูกชายยยยย หายหัวไปเลยฉันนึกว่าต้องยกมรดกให้การกุศลแล้วนะเนี่ย” แม่ผมว่ามาตามสายทันทีที่กดรับ

“โธ่แม่ครับ ผมงานยุ่ง”

“ยุ่งตลอดแหละย่ะ”

“เอ่อ...แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก”

“ว่าไง” ผมเงียบเพื่อทำใจที่จะสารภาพกับคนปลายสาย

“ไอ้ชิน” โห..ไอ้เลยเนอะ

“แม่”

“นึกว่าสายหลุด”

“คือผม...”

“อ่ะถ้าแกคิดว่าจะพูดอะไร ค่อยโทรมาใหม่นะ เสียเวลาฉันดูซีรีย์” แม่ผม...

“ผมมีแฟน” ใช่ป่ะวะ. แต่จริงๆต้องบอกว่า กำลังจะมี หรือเปล่า?

“กรี๊ดดดดดดดดด” เสียงแม่ผมกรีดร้องมาตามสาย

“ลูกชายฉันจะมีแฟนนนนนนน” จากน้ำเสียงคุณนาย...

“แม่”

“ใคร” เอาล่ะนี่แหละปัญหา

“คือ...”

“ใช่หมวดเตมั้ยลูก”

“ครับ” ผมตอบออกไปแบบไม่ทันตั้งตัว

“อร้ายยยยยยย ลูกเขยหล่อฉันจะเอาไปบอกต่อ กรี๊ดดดด” เดี๋ยวนะแม่คืออะไร

“เดี๋ยวแม่ เดี๋ยวคืออะไร” กลายเป็นผมที่เป็นฝ่ายงงเองตั้งใจว่าจะมาสารภาพไหงกลายเป็นแม่ที่ดูรู้อยู่แล้ว

“ฉันลุ้นอยู่นานมากกกกกก ในที่สุด”

“แม่เดี๋ยวสิ”

“อะไร้”

“แม่ไม่ตกใจเหรอ. ไม่โกรธหรือไงที่ผมจะมีแฟนเป็นผู้ชาย”

“โอ้ย ชินฤทธิ์” แม่เรียกผมน้ำเสียงโหยหวน

“ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะ หมวดเตเขามาสารภาพกับฉันตั้งนานแล้วย่ะ ว่าชอบแก ขออนุญาตจีบ จริงๆไอ้เราก็นึกว่าทั้งสองคนคบกันแล้วเสียอีก เวลาแม่ไปหาที่กรุงเทพ พวกแกก็ตัวติดกันตลอด แถมบางที่หมวดก็ไปนอนคอนโดแกอีก แรกฉันก็ตกใจนะ แต่มาคิดอีกที เออ ดีเหมือนกันหมอชินจะได้มีคนดูแล เพราะน้ำหน้าอย่างแกดูแลไรไม่ได้หรอกชินฤทธิ์”

“แม่นี่ผมลูกแม่นะ” ถึงจะงุนงง ถึงจะตกใจ. แต่เวลานี้คือขอความกระจ่างก่อนได้มั้ย ไอ้เตมันไปคุยกับแม่ตอนไหน ไอ้ผัวเฮงซวย. นี่กะมัดมือชกผมตั้งแต่แรกหรือเปล่า

“แล้วไง ฉันยกให้หมวดเตไปแล้ว ใส่พานถวายด้วย”

“ไอ้เตมันซื้อแม่เท่าไหร่เนี่ย”

“กุซชี่”

“แม่เอาผมไปแรกกับกระเป๋าใบเดียวเนี่ยนะ”

“ใครบอก ทั้งคอลเล็คชั่นต่างหาก” น้ำเสียงสาสมใจของคุณนายทำผมนึกอยากกุมขมับ ไอ้เตมึงแน่ใจว่ามึงเป็นแค่ตำรวจกินเงินเดือนข้าราชการ โอเค. คนเรามีบีเอ็มขับคงไม่ใช่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่ามันจะถึงขั้นมีปัญญาซื้อกุชชี่ให้แม่ผมทั้งคอลเล็คชั่น

“แค่นี่ก่อนนะแม่”

“ไปไหน”

“ไปจัดการคนซื้อกุชชี่”

“อย่าทำลูกเขยฉันมีรอยขีดข่วนนะยะ”

“...” คุณนายว่ามาเท่านั้นก็กดวางสายไม่มีอาลัยอาวรใดๆส่งท้ายมา นอกจากความห่วงใยที่มีต่อไปตัวต้นเรื่อง ผมน่ะหรอจะทำมันมีรอยขีดข่วนได้. มีแต่มันนั้นแหละที่ทำผมหลักฐานยังไม่จางไปจากตัวผมเลย

กุชชี่งั้นหรอ. ดีมากกกก เตธวัช!!!!

 

ไรท์ // จะปิดคดีแล้ว. ขออนุญาตจองตั๋วแป๊ปนะ ทริปนี้ไปไหนดีหนอออออ

งานนี้ดูคุณแม่จะเอ็นจอยกับลูกเขยสุด ไม่ชอบดราม่าไม่อยากหาเรื่องเครียดมาใส่สมอง. งั้นถือว่าแม่อนุญาตให้คบได้แล้วกันเนอะ. ขันหมากพร้อมมั้ยจ๊ะ

 

เจอกันตอนหน้า / ขอบคุณทุกคอมเมนท์ที่ให้มา อ่านทุกอันเลย รักกกกก

ความคิดเห็น