ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่8มันคือใคร

ชื่อตอน : บทที่8มันคือใคร

คำค้น : ฮาเร็ม เกิดใหม่ รักต้องห้าม ผิดศีลธรรม กามตัณหา yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2563 09:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่8มันคือใคร
แบบอักษร

บทที่8มันคือใคร 

เมื่อหยางเฉิงเดินอออกมาถึงหน้าประตูรั้วของโรงเรียนสอนพิเศษ เขาพบว่าแม่ของเขาได้มารออยู่แถวหน้าโรงเรียนนานแล้ว 

ตราบใดที่เขายังอยู่ภายในอาณาเขตโรงเรียนสอนพิเศษไม่มีสิ่งใดต้องกลัว เพราะที่นี่มีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมและเข้มงวดมาก 

"ขอโทษที่มาช้าครับ" 

"ไม่เป็นไรจ๊ะ ต้าเหมาบอกแม่แล้วว่าลูกมีนัดกับอาจารย์และอาจจะออกมาช้า" 

เธอไม่คิดจะถามเซ้าซี้ หากเขาต้องการพูดเขาย่อมบอกกับเธอด้วยตัวเอง ทว่าเรื่องใดที่เขาไม่อยากพูด ไม่มีใครสามารถบีบบังคับเขาได้ 

"ไปกันเถอะ แม่จะพาลูกแวะซื้อโทรศัพท์มือถือ เอาไว้โทรติดต่อหาแม่หากมีเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้" 

ในความเป็นจริงมีแม่จำนวนน้อยมากที่ซื้อโทรศัพท์ให้ลูกตั้งแต่ยังเด็กเช่นนี้ แต่หลี่ลู่หลานไม่รู้สึกกังวล เพราะเธอรู้ดีว่าลูกของเธอเป็นคนแบบไหน 

"ขอบคุณครับ" 

ทั้งสองขึ้นไปนั่งบนรถ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะทันได้สตาร์ดเครื่องยนตร์ เมื่อโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ลู่หลานกดรับสายหลังจากรู้ว่าใครโทรมา 

"ฮัลโหลค่ะ" 

(วันนี้ผมคงกลับบ้านช้า คุณกับลูกทานข้าวไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอผม ผมอาจจะทานมาจากข้างนอกเลย) 

เสียงจากปลายสายฟังดูผิดปกติเล็กน้อย หลี่ลู่หลานกำมือโทรศัพท์แน่น 

"ค่ะ ทราบแล้วค่ะ" 

เธอฝืนยิ้มเอ่ยรับคำ 

(งั้นแค่นี้นะ ไว้เจอกันที่บ้าน) 

"ค่ะ" 

เธอกดตัดสายก่อนเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าตามเดิม 

"คุณพ่อบอกว่าคงไม่กลับมาท่านอาหารเย็นที่บ้าน บอกให้พวกเราไม่ต้องรอเขา" 

เธอบอกกับลูก ด้วยคิดว่าเขายังเด็กและคงไม่ได้คิดมากอะไร แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะไม่กลับมาทานอาหารเย็นที่บ้าน 

"เข้าใจแล้วครับ" 

หยางเฉิงเผยสีหน้ารับรู้ 

รถเฟอร์รารี่สีขาวถูกสตาร์ดและขับออกไปสู่ถนนใหญ่ ขับจากโรงเรียนไปถึงห้างสรรพสินค้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที 

หลี่ลู่หลานนำรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของห้าง และเดินจูงมือลูกชายเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าของห้าง 

ร่างเล็กชะงักร่างและเหลียวมองรถคันหนึ่งในลานจอดรถที่แสนคุ้นตา 

"นั้นรถของพ่อไม่ใช่เหรอครับ" 

คำพูดของลูกชายทำให้หลี่ลู่หลานหันไปมองยังทิศทางเดียวกับลูกชาย สายตามองเธอมุ่งโฟกัสเข้าไปมองในรถที่สั่นไหวไปมา ขอบตาของเธอแดง ริมผีปากเม้มเข้าหากันแน่น 

"ไม่ใช่หรอก ลูกคงมองผิดไป" 

เธอขยับร่างบดบังสายตาของลูกชายไม่ให้มองเห็นสิ่งที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง 

"เราไปกันถอะ" 

ดูเหมือว่าโชคของเธอนั้นแย่มาก เพราะเธอและลูกชายต้องเดินผ่านรถคันนั้นก่อนจะถึงประตูห้าง หากเธอเดินอ้อมก็เกรงว่าจะยิ่งทำให้ลูกชายรู้สึกสงสัย 

ระยะทางที่เหมือนใกล้แต่สำหรับเธอนั้นดูยาวไกลมาก ทุกย่างก้าวเหมือนเดินอยู่บนขวากหนามแหลมคม ในท้ายที่สุดเธอก็เดินผ่านมันไปจนได้ 

หลี่ลู่หลานพาลูกชายเดินมุ่งตรงไปยังร้านขายโทรศัพท์ 

"เอารุ่นนี้ดีไหม มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายแบบ" 

เห็นได้ชัดว่าเธอให้ความสำคัญและใส่ใจกับความคิดเห็นของเขา 

"ครับ" 

หยางเฉิงไม่ได้มีความรู้ในการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย แต่เขาเชื่อว่าผู้เป็นแม่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา 

"เลือกสีไหนดีค่ะ" 

พลักงานขายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ โทรศัพท์รุ่นนี้มีสีขาว สีชมพู สีดำ สีน้ำเงิน สีเงินและสีทอง 

"เอาสีดำครับ" 

ไม่มีอะไรพิเศษในการเลือกสี เขาเลือกสีที่ไม่สะดุดตาจนเกินไป 

หลี่ลู่หลานมอบบัตรเครดิตให้พนักงานขายเอาไปรูดจ่ายบิล เมื่อเสร็จเรียบร้อยเธอจึงเอ่ยชวนลูกชายทานอาหารที่ห้างก่อนจะกลับบ้าน 

....... 

อีกด้านหนึ่ง 

เสี่ยวซินเอ่อร์ขับรถออกจากโรงเรียนสอนพิเศษ เป้าหมายของเธอไม่ใช่เดินทางกลับบ้าน แต่อยู่ที่ร้านอัดกรอบรูปที่นักจิตกรให้ความเชื่อถือในสินค้ามีคุณภาพซึ่งช่วยเก็บรักษาภาพวาดไม่ให้เกิดความเสียหาย 

"สวัสดีครับ ต้องการร่างรูปหรืออัดกรอบรูปครับ" 

พนักงานชายอายุราวๆ 30 ปีเอ่ยถาม 

"อัดกรอบรูปค่ะ" 

"เอาขนาดที่เหมาะกับภาพวาดแผ่นนี้ค่ะ" 

เธอมอบภาพวาดให้พนักงานชายนำไปวัดขนาด 

"นี่ สวยมาก ผมไม่เคยเห็นภาพที่สวยงามขนาดนี้มาก่อนเลย" 

พนักงานอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น ท้ายที่สุดด้วยหน้าที่การงานบวกกับมีความสามารถในการชื่นชมภาพศิลปะ ทำให้เขามีปฏิกิริยามากกว่าตอนที่เสี่ยวซินเอ่อร์ได้ชมภาพนี้เป็นครั้งแรก 

"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ" 

เธอเข้าใจปฏิกิริยาของเขา หลังจากอัดกรอบรูปเสร็จพนักงานชายอดไม่ได้ที่จะเรียกเจ้าของร้านมาชื่นชมภาพที่งดงามหาดูได้ยากเช่นนี้ 

คนที่อยู่ในแวดวงนี้ล้วนเข้าใจถึงคุณค่าของมันได้ดียิ่งขึ้น 

"หนูสามารถขายภาพวาดนี้ให้ลุงได้ไหม หนูสามารถเสนอราคามาได้เลย" 

เจ้าของร้านต้องการที่จะซื้อภาพวาด เขาชื่นชอบภาพวาดนี้ไม่ต่างจากที่เธอทำ 

"ต้องขอโทษด้วยค่ะ ภาพวาดนี้ฉันได้รับมันมาจากคนวาด" 

"ลุงเข้าใจ" 

แม้เขาจะรู้เสียดายอย่างมากก็ตาม 

"งั้นหนูบอกลุงได้ไหมว่าปรมาจารย์ท่านใดเป็นผู้รังสรรค์ภาพวาดที่ทรงคุณค่าเช่นนี้" 

เสี่ยวซินเอ่อร์มีสีหน้าแปลกๆ เมื่อลุงเจ้าของร้านให้เกียรติหยางเฉิงสูงส่งเทียมฟ้า 

"นี่ คนที่วาดภาพนี้อายุไม่มาก และตัวตนของเขาไม่อาจบอกใครได้ นอกซะจากว่าเขาต้องการเป็นผู้เปิดเผยตัวเอง" 

เธอให้คำตอบที่คลุมเครือ ความจริงอายุของเขานั้นน้อยมาก อีกทั้งเธอยังไม่ต้องการทำให้ชีวิตของเขาวุ่ยวาย 

"แต่หนูเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องปรากฏตัวให้ทุกคนได้รู้จัก ในฐานะจิตกรที่มีชื่อเสียง" 

เธอเชื่อมั่นว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น วันที่เขาจะยืนอยู่ภายใต้แสงสปอร์ตไลท์ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับล้านที่จ้องมองเขา 

เจ้าของร้านขอถ่ายรูปสำเนาภาพวาดของเธอเพื่อให้เพื่อนสนิทของเขาได้ชม เสี่ยวซินเอ่อร์ไม่ขัดข้องตราบใดที่ภาพจริงยังอยู่กับเธอ 

หญิงสาวไม่ได้ตระหนักเลยว่าเพียงหนึ่งภาพวาดนั้นจะทำจะเหวี่ยงโลกของนักจิตกรมืออาชิพลงไปในความสั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้น แม้พวกเขาจะสืบหาเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ว่าอาจารย์ท่านใดเป็นผู้วาดภาพแผ่นนี้ 

หลังจากนั้นเสี่ยวซินเอ่อร์ขับรถกลับมาถึงบ้าน เธอถือกรอบรูปในหีบห่อกระดาบสีทรายอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่า 

"นั้นอะไร" 

เสี่ยวจิงฟาน พี่ชายคนรองของเธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขามีอายุ 24 ปีและนับว่าเป็นจิตกรที่มีความสามารถ มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาที่เขาจะพัฒนาความสามารถเพื่อก้าวขึ้นไปในระดับนักจิตกรมืออาชีพ 

พอเขาได้เห็นภาพวาดทำให้เขารู้สึกตกตะลึงจนแทบช็อค 

"นี่มัน มันยอดเยี่ยมมากเกินไป" 

ไม่มีการเปรียบเทียบไม่มีการบาดเจ็บอย่างแท้จริง เขารู้สึกว่าภาพที่เขาภาคภูมิในหนักหนาไม่ต่างจากเด็กน้อยวัยหัดเดิน ความแตกต่างก็ชัดเจนเกินไป 

"ใคร มันคือใครที่วาดภาพนี้ให้เธอ บอกพี่มา" 

หลังจากคำอ่านบทความในภาพทำให้โลกหวงน้องสาวของเขากำเริบ ข้อความนี้สื่อถึงการสารภาพรักชัดๆ 

ไม่ใช่เพียงเสี่ยวจิงฟานที่ต้องการรู้ว่าใครเป็นคนวาดภาพนี้ให้เธอ แต่ทุกคนในครอบครัวที่ได้เห็นภาพต่างก็อยากรู้เช่นกัน น่าเสียดายที่เธอไม่ยอมบอกใครเลย 

....................................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว