ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่7ภาพวาดมีชีวิต

ชื่อตอน : บทที่7ภาพวาดมีชีวิต

คำค้น : ฮาเร็ม เกิดใหม่ รักต้องห้าม ผิดศีลธรรม กามตัณหา yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2563 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7ภาพวาดมีชีวิต
แบบอักษร

บทที่7ภาพวาดมีชีวิต 

เสี่ยวซินเอ่อร์รู้สึกประหลาดใจ ในความเป็นจริงเธอเพิ่งเรียนจบมหาลัยสาขาเอกเปียโน และวางแผนจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท แต่เพราะเธอเรียนเก็บหน่วยกิจจนครบในเวลาเพียง 3 ปีครึ่ง ทำให้เหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเวลาเปิดรับสมัครเรียน 

พ่อของเธอเลยขอให้เธอมาช่วยสอนเด็กๆในช่วงที่อาจารย์สอนเปียโนลาคลอด ซึ่งโรงเรียนสอนพิเศษแห่งนี้เป็นกิจการของครอบครัวของเธอ 

"หลังเลิกเรียนครูว่าง ไม่ได้มีธุระอะไร หยางเฉิงมีอะไรจะขอร้องครูงั้นหรือ?" 

เขาเป็นเพียงเด็ก แต่กับฉลาดรู้ความพอที่จะเรียนรู้ถึงการขอร้องผู้อื่น ซึ่งเธอไม่เคยพบเห็นเด็กเช่นนี้มาก่อน 

"ผมอยากขอร้องให้อาจารย์เสี่ยวช่วยมาเป็นแบบวาดภาพให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" 

หยางเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สำหรับจิตกรคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่อง่ายที่จะมีแรงบันดาลใจเปี่ยมล้นจนอดรนทนไม่ไหวจนอยากหยิบพู่กันออกมาวาดภาพ และหยางเฉิงก็เป็นเช่นนั้น 

"วาดภาพ!" 

หญิงสาวนิ่งอึ้ง เพราะคาดไม่ถึงว่าคำขอร้องของเขาจะเป็นเช่นนี้ 

"ครับ ผมเห็นภาพที่อาจารย์เสี่ยวยืนอยู่หน้าแกรนด์เปี่ยโน มันช่างสวยงามจนทำให้ผมอยากวาดภาพนั้นออกมา" 

ไม่บ่อยนักที่หยางเฉิยจะเอ่ยปากพูดประโยคยาวๆเช่นนี้ออกมา 

"คิกๆได้สิจ๊ะ" 

เป็นครั้งแรกที่เธอถูกเด็กชายพูดชมต่อหน้า ทั้งยังพูดด้วยสีหน้าจริงใจ เธออดที่จะรู้สึกแปลกๆและแอบเขินอยู่บ้าง แน่นอนเธอก็ไม่ได้รู้สึกคาดหวังในฝีมือการวาดภาพของเด็กคนหนึ่งมากนัก 

"ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวไปทานอาหารก่อนนะครับ" 

เขารู้สึกโล่งใจหลังจากได้ที่เธอตอบตกลงเป็นแบบวาดให้เขา 

หลังทานอาหารเสร็จ หยางเฉิงใช้เงินที่มีในการซื้อสมุดวาดวาพขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร ยาว 80 เซนติเมตร พร้อมทั้งพู่กัน จานรองและสีแบบครบชุด 

"นายจะซื้อสมุดวาดภาพไปทำไม เราไม่มีคาบเรียนศิลปะสักหน่อย" 

วังต้าเหมาบ่นอุบพลางเผยสีหน้าไม่เข้าใจ คาบเรียนสิลปะนั้นพวกเขาเรียนจบไปตั้งแต่ครอสเรียนที่แล้ว นั้นเป็นสาเหตุที่เขาไม่ได้นำสมุดวาดภาพและสีมาด้วย 

"จำเป็นต้องใช้น่ะ" 

เขาตอบเพียงเท่านั้นและไม่ได้พูดอะไรอีก 

คาบเรียนช่วงบ่ายคือการเรียนมารยาทในสังคม อาจารย์สอนเป็นหญิงวัยกลางคนร่างผอมที่ดูสง่างามและดูดีในทุกอิริยาบทการเคลื่อนไหว 

"บทเรียนแรกครูจะสอนมารยาทในการเดิน....." 

ในห้องเรียนมีการจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 20 คน แต่มีส่วนน้อยที่ตั้งใจเรียนรู้โดยไม่มีการบังคับ 

การสอนในวันนี้เป็นเพียงพื้นฐานมารยาทในการเดิน การนั่ง การพูดและการฟัง แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ฟังครูสอน แต่ให้นักเรียนทุกคนได้ฝึกปฏิบัติจริง 

"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้เจอกันใหม่ในสัปดาห์หน้า" 

ทุกคนถูกพูดนำให้กล่าวคำขอบคุณ อาจารย์คนนั้นขานรับและอนุญาตให้ครูพี่เลี้ยงพาเด็กเดินออกไป 

เพราะมีนัดกับอาจารย์เสี่ยวทำให้เขาเลื่อนนัดเลี้ยงไอติมเป็นวันพรุ่งนี้ หลังจากกล่าวลาวังต้าเหมาและหลิวอิงเขาก็เดินกลับไปที่ห้องสอนเปียโน 

เมื่อหยางเฉิงเดินเข้ามาในห้องเขาพบว่าอาจารย์เสี่ยวมาถึงก่อนแล้ว 

"สวัสดีครับอาจารย์" 

"เตรียมอุปกรณ์มาพร้อมแล้วสินะ" 

เธอดูอึ้งไปเล็กน้อยที่เห็นเขาถือสมุดวาดภาพและอุปกรณ์แบบครบเซ็ต 

"ครับ" 

"งั้นเริ่มเลยแล้วกัน อยากให้ครูจัดท่าแบบไหน" 

การเป็นแบบวาดนั้นอยู่ที่คนวาดว่าต้องการจัดท่าวาดให้เป็นแบบใด 

หยางเฉิงวางอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนโต๊ะเรียนที่มีอยู่ภายใน จากนั้นก็ช่วยให้คำแนะนำอาจารย์เสี่ยวในการจัดท่า ทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นบุคคล แสงและเงาคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญทั้งหมด 

"เอียงมาด้านขวาอีกนิดครับ" 

ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากจนหยางเฉิงได้กลิ่นหอมละมุนมาจากร่างกายของเธอ 

"เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่ต้องเกร็งนะครับ" 

เสี่ยวซินเอ่อร์รู้สึกวูบหวิวในจุดที่นิ้วเล็กสัมผัสโดนผิวเนียนนุ่มละเอียดอ่อนของเธอ 

"ดีครับ แบบนั้นแหละครับ" 

หยางเฉิงหรี่ตาลงมองว่าองค์ประกอบทุกอย่างถูกดึงและขับเน้นความสวยงามออกมาทั้งหมดแล้วหรือยัง 

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการเขาไม่รอช้าและเริ่มลงมือวาด 

ใบหน้าเล็กดูผ่อนคลาย มือเล็กตวัดพู่กันอย่างพลิ้วไหวน่ามอง ทุกการเคลื่อนไหวไม่มีการเสียเปล่า เสี่ยวซินเอ่อร์รู้สึกเหมือนถูกภาพการเคลื่อนไหวของเขานั้นสะกดให้จิตใจของเธอจมดิ่งหลงใหลไม่อาจละสายตา 

หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าในตอนนี้แววตาของเธอนั้นฉายแววเปร่งประกายงดงามแวววาวลึกซึ้งดึงดูดตา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งมือเล็กๆของเด็กชายหยุดการเคลื่อนไหว 

"เสร็จแล้วครับ" 

หยางเฉิงเอ่ยขึ้น เขาเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนัน เวลาได้ผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมงแล้ว เสี่ยวซินเอ่อร์กระพริบตาปริบๆสองสามครั้งกว่าจะเรียกสติของตนกลับมาได้ 

"เสร็จแล้ว?" 

เธอทวนคำกับตัวเอง ถึงตอนนี้เธอพึ่งรู้ว่าตัวเองรู้สึกปวดขาเล็กน้อย การก้าวเท้าของเธอไม่มั่นคงและสั่นคลอน แต่เธอต้องการดูภาพที่เขาวาด 

หยางเฉิงวางพู่กันลง เขาขมวดคิ้วเพราะรู้สึกปวดข้อมือ ท้ายที่สุดเขายังอยู่ในร่างเด็ก 

"นี่ นี่....." 

เสี่ยวซินเอ่อนร์รู้สึกตกตระลึกจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แม้เธอจะไม่ได้มีความสามารถในการชื่นชมงานศิลปะ แต่ภาพที่เธอเห็นมันสวยงามมากจนดูราวกับภาพวาดนั้นมีชีวิตเป็นของตัวเอง 

แกรนด์เปียโน แม้คล้ายกับถูกวางเป็นพื้นหลัง แต่กลับให้ความรู้สึกสง่างามเรียบง่ายที่ไม่อาจมองข้าม หญิงสาวในภาพนั้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาคู่สวยเปร่งประกายงดงามดึงดูดตา เส้นผม สายริบบิ้นและชายกระโปรงเหมือนกับจะพลิ้วไหวไปตามกระแสลม ทำให้ภาพนั้นดูสมจริงในทุกมิติ มองดูภาพรวมแม้จะไม่สามารถมองเห็นสายลม แต่กลับทำให้รับรู้ว่ามันมีกระแสลมอยู่จริงๆ 

ด้านซ้ายมือในแนวตั้งถูกเขียนด้วยบทความตัวอักษรจีนอย่างงดงามอ่อนช้อยคำว่า 

'อวดโฉมเปร่งประกายงดงามบริสุทธิ์ไร้มลทิน ยอดบุปผางามตามคำลือ ดอกบัวหิมะมิอาจเทียบเทียมเจ้า ประทับภาพตราตรึงชั่วนิรันดร์' 

อักษรบนภาพทำให้เธอหน้าแดงก่ำ เพราะมันไม่ต่างจากคำสารภาพรัก น่าเสียดายที่คนที่เขียนมันคือเด็กอายุ 2 ขวบกว่า หาใช่ชายหนุ่ม 

การวาดรูปครั้งนี้หยางเฉิงได้ถ่ายทอดฝีมือการวาดภาพออกมาทั้งหมด เขาต้องการให้ภาพนี้ออกมาสวยงามมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้  

ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือการเขียนอักษรล้วนบอกได้ว่าคนคนนั้นมีฝีมือทั้งการวาดภาพและการเขียนอักษรอยู่ในระดับของยอดพีระมิด อาจไม่มีใครในโลกนี้ที่มีความสามารถอยู่ในระดับดังกล่าว 

"สิ่งนี้....." 

สายตาของเสียวซินเอ่อร์สะดุดเข้ากับลายเส้นแปลกตาที่มุมล่างด้านขวา มันดูคล้ายตัวอักษรที่เธออ่านไม่ออก 

"นั้นคืออักษรจีนโบรานในยุคถือกำเนิดเปิดฟ้าชะตาลิขิต ชื่อนี้มีเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวอักษรจีนโบรานอ่านเป็นชื่อของผม หยางเฉิง" 

หยางเฉิงให้คำอธิบาย เขาพบหนังสือเกี่ยวกับภาษาจีนโบรานยุดถือกำเนิดโดยบังเอิญกล่องไม้ในบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นของเจ้าของบ้านคนก่อนที่ลืมเก็บไปด้วย 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จิตกรเกือบทุกคนมักจะสลักชื่อของตนเองไว้บนผลงาน อันเป็นดังตราสัญลักษณ์ว่าภาพนี้เป็นผลงานของใคร 

"เอ่อ ครู ครูขอซื้อภาพนี้จากเธอได้ไหม ครูชอบภาพวาดแผ่นนี้มาก" 

เสี่ยวซินเอ่อร์พูดออกมาจากใจ เธอชอบภาพวาดนี้ และต้องการจัดใส่กรอบแล้วแขวนไว้ในห้องนอนของเธอ 

"ผมไม่ขาย แต่ถ้าอาจารย์ชอบผมสามารถมอบให้ได้ แต่ผมมีเงื่อนไขว่าอาจารย์ต้องเป็นแบบวาดให้ผมวาดภาพอีกแผ่นหนึ่งเป็นการทดแทน" 

"ได้แน่นอน" 

เสี่ยวซินเอ่อร์รู้สึกตื่นเต้นและยินดี หยางเฉิงนัดหมายการวาดในสัปดาห์หน้า ส่วนอุปกรณ์วาดภาพนั้นเขาฝากอาจารย์เสี่ยวเก็บมันไว้ที่โรงเรียน 

หญิงสาวไม่รู้เลยว่า ยิ่งเธอได้ชื่นชมภาพนั้นทุกวัน ในใจของเธอจะหวนนึกถึงเด็กชายที่วาดภาพแผ่นนี้ เมื่อนานวันเข้าจิตใจของเธอได้ประทับตราภาพของเขาไว้ในใจจนกลายเป็นความหลงใหลอันลึกซึ้ง 

....................................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว