ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : ฮาเร็ม เกิดใหม่ รักต้องห้าม ผิดศีลธรรม กามตัณหา yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2563 22:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

  บทนำ 

เดือนมกราคม 

วันที่สองของปีใหม่ปฏิทินจีนปีที่ 2402 

แสงแดดอ่อนจางสาดส่องกระทบใบไม้สีเขียวคล้ายรูปหอก ส่วนปลายแหลมดุจคมมีด ขอบใบหยักถี่ราวฟันเลื่อย ดอกพลัมสีชมพูผลิบานบนกิ่งก้าน สายลมหนาวพัดโชยมาแผ่วเบาส่งผลให้กิ่งไม้เอนไหวไปตามกระแสลม 

ในช่วงต้นปีเช่นนี้ผู้คนต่างพากันประดับตกแต่งบ้านเรือนต้อนรับปีใหม่ การเฉลิมฉลองงานเลี้ยงสังสรรค์สามารถพบเห็นได้ทั่วไป กลิ่นอายแห่งความสุขชวนให้ใจรู้สึกอบอุ่น 

ร่างเล็กบางยืนนิ่งกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมราวกับรูปปั้นหินแกรนนิตเนื้อดี สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกสีใส เงาของเขาทอดยาวไปบนพื้น ให้ความรู้สึกเงียบสงบและโดดเดี่ยว สายตาของเขาราวกับกำลังมองผ่านโลกอันแสนกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีสิ่งใดแน่นอนและคาดเดาไม่ได้ 

ใกล้ค่ำแล้วสินะ! 

เด็กชายคิดกับตัวเองในใจ ขณะเฝ้ามองภาพวิวทิวทัศน์ด้านนอก 

ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลงเรื่อย ๆ แสงสีส้มเหลือบแดงแต่งแต้มขอบฟ้าสร้างฉากที่สวยงามน่าหลงใหล 

สวยงามแต่กลับจับต้องไม่ได้ อยากเอื้อมมือไปสัมผัส แต่กลับกลัวเหลือเกินว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝันอันห่างไกล จิตใจของเขาเป็นดั่งเช่นคนจมน้ำที่หายใจไม่ออก 

ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ความฝัน! 

จิตใจของเขาเริ่มดิ้นรนปฏิเสธความคิดนั้นอย่างบ้าคลั่ง แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ละลอกคลื่น เขายังคงยืนอยู่ที่นี่ อยู่ที่เดิม ภายในห้องหนังสือของบ้าน เขายังคงเป็นเด็กชายร่างเล็ก ทุกอย่างคือความจริง เขาเฝ้าตอกย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ร่างนั้นมีเรือนผมสีดำดุจม่านรัตติกาลอันมืดมน ดวงตาเรียวคม จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสีระเรื่อ ใบหน้าเล็กนั้นมีเคล้าโครงหล่อเหลาตั้งแต่ยังเด็ก โดยเฉพาะนัยน์ตาสีดำสนิทแสนเฉยชาและไม่แยแส ดั่งราชันจักรพรรดิที่มองลงและดูหมิ่นทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า 

2 ปีแล้วที่หยางซุนได้มาเกิดใหม่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ 

ไม่สิ! ตอนนี้เขาคือ เป่ยหยางเฉิง คุณชายน้อยแห่งตระกูลเป่ย ไม่ใช่หยางซุน ราชันจักรพรรดิในชีวิตก่อนอีกแล้ว 

"ข้าคนเดิมได้ตายไปแล้วจริงๆงั้นหรือ?" 

มันเป็นคำถามที่ไม่มีคนตอบ แต่เขายังคงเฝ้าถามตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แม้จะย้อนคิดกลับไปในช่วงเวลาสุดท้าย เขากลับไม่อาจจับต้นชนปลายได้ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวมันคืออะไรกันแน่ 

เขาพยายามหวนคิดไปในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะมาเกิดใหม่ ภายในดินแดนซากปรักหักพังอันรกร้างโบราณ ภาพการต่อสู้เอาชีวิตรอด ผ่านชีวิตและความตายนับครั้งไม่ถ้วน สัตว์อสูรนับพันนับหมื่นที่ถาโถมเข้ามามุ่งหมายเอาชีวิต ระยะเวลา 3 ปีกลับดูเหมือนยาวนานไร้ที่สิ้นสุด เขาต้องเฝ้าระแวดระวังภัยอันตรายทุกวินาที หากเป็นผู้ฝึกตนคนอื่นคงถอดใจสิ้นหวังไปนานแล้ว การต่อสู้ที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่นั้นช่างทรมานจิตใจอย่างหนักหนาสาหัส 

คมดาบที่เปื้อนเลือดแดงฉาน ซากศพสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร เขาเหยียบย้ำไปบนเส้นทางนองเลือด เขาในตอนนั้นไม่ต่างจากปิศาจกระหายเลือดที่ผุดขึ้นมาจากหลุมนรก ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า ห้ามถอดใจและหันหลังกลับ นั้นคือสิ่งที่เขาเฝ้าบอกกับตัวเอง ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่ 

"ข้าเดินทางเข้าไปในมิติซากปักหักพังโบรานต้องห้ามที่อันตรายที่สุด แม้แต่คนที่อยู่ในระดับราชันแห่งสวรรค์ยังไม่กล้าผลีผลามเข้าไปด้วยความประมาท ไม่ต้องเอ่ยถึงข้าที่อยู่ในระดับราชันจักรพรรดิ แต่ว่า....." 

จนกระทั่งสัตว์อสูรตัวสุดท้ายถูกสังหาร เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต จริงสิ! ตอนนั้นร่างกายของเขาถูกแรงดึงฉุดกระชากเข้าไปในวิหารซากปรักหักพัง ภายในห้องโถงคล้ายวิหาร เขาได้ยินเสียงเก่าแก่โบราณของชายคนหนึ่งดังขึ้นในห้วงแห่งจิตใจ ก่อนที่จะมีร่างของชายชราคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้น 

"ชายคนนั้นดูไม่เหมือนวิญญาณผู้พิทักษ์สถานที่ แม้แต่ข้าเองก็ไม่สามารถสรวจสอบระดับพลังการฝึกตนของชายคนนั้นได้" 

ชายคนนั้นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่เข้าใจ ภาพเงาของชายคนนั้นคล้ายชัดเจนคล้ายเลือนลาง สายตาที่แสดงถึงความสงสารเห็นใจปนสังเวช ไม่เคยมีใครเคยมองเขาด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน 

"ข้าคงเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆนั้นแหละ"  

เขาหัวเราะเยาะเย้ยหยันตัวเอง ในชีวิตที่มีแต่คนให้ความเคารพ เทิดทูนและอิจฉา แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงชายที่น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น 

"ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านอาจารย์จะเป็นยังไงบ้าง เขาจะรู้หรือไม่ว่าข้าได้เสียชีวิตไปแล้ว ข้าคงทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังอย่างมาก" 

เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ เขาไม่แม้แต่จะมีโอกาสกล่าวลาคนที่ห่วงใยใส่ใจเขาไม่ต่างจากลูกชายแท้ๆของตนเอง 

'มีผู้คนมากมายดั้นด้นเข้ามาที่นี่ คนเหล่านั้นต่างก็พยายามต่อสู้ตะเกียกตะกายเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนหมายมาดปรารถนา ให้ข้าถามเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร เจ้าเข้ามาที่นี่เพราะอะไรกันเด็กน้อย' 

น้ำเสียงเก่าแก่โบราณเอ่ยถามเขา แต่หยางซุนในตอนนั้นไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เพราะเขาเองไม่รู้จักชายคนนั้น ไม่รู้ด้วยว่าเขามาที่นี่เพราะอะไร เสียงถอดถอนหายใจพลางเอ่ยพึมพำบางอย่างที่หยางซุนได้ยินไม่ชัด 

'ช่างเถอะ ไม่จำเป็นต้องตอบ.....ทอดทิ้งร่างนี้.....นี่คือรางวัลจากข้า' 

นั้นคือคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยิน แต่ก็จับใจความได้เพียงบางคำ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป เขาตกอยู่ในโลกอันดำมืดที่ไร้ทางออก เขาไม่ได้คาดคิดว่าตนจะเดินผ่านเส้นทางของการเกิดใหม่ 

"หรือว่าชายคนนั้นเป็นคนอยู่เบื้องหลังที่ทำให้ข้ามาเกิดใหม่ในโลกนี้ แต่ว่าทำไมกันล่ะ" 

เขาได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง ทุกอย่างดูเป็นปริศนาที่คลุมเครือและไม่ชัดเจน แม้เขาจะพยายามครุ่นคิดเท่าไหร่ก็ตาม 

ในตอนแรกนับตั้งแต่เขาลืมตาดูโลก เขาเข้าใจผิดคิดว่าตนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝันหรือภาพมายาลวงตา ทว่าวันเวลาที่ผ่านไปทำให้เขาเปิดใจยอมรับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือความจริง 

"ข้าได้มาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำในชีวิตก่อนสินะ" 

เขาสรุป หลังจากครุ่นคิดความเป็นไปได้ในทุกแง่มุม 

ในชีวิตก่อนเขาคือราชันจักรพรรดิหยางซุน ลูกศิษย์สืบทอดของเจ้าสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อันสะเทือนฟ้าสะท้านแผ่นดิน นับตั้งแต่เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นลูกศิษย์สืบทอดของเจ้าสำนักแห่งนิกายเก้ามังกรตอนอายุ 10 ขวบ ภายหลังเขาได้รับยกย่องว่าเป็นราชันจักรพรรดิที่มีอายุน้อยที่สุดในรอบหมื่นปี 

มีสิ่งใดได้มา ย่อมต้องมีบางสิ่งที่ต้องสูญเสียไป ทุกสิ่งย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เขาเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ได้ดียิ่งกว่าใครๆ 

แต่มันก็เท่านั้น ทุกอย่างล้วนเป็นอดีตที่ผันผ่าน เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้เขาได้เกิดใหม่โลกอีกใบที่แตกต่างจากโลกใบเดิม 

"ในเมื่อข้าได้มาเกิดใหม่แล้ว ข้าก็ไม่ควรจมอยู่กับชีวิตเดิมที่ผ่านพ้นไปแล้ว ข้าควรใช้ชีวิตใหม่อยู่ต่อไปนับจากนี้" 

เขาพูดกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือเหตุผลกลใดก็ตามแต่ เมื่อเขามีโอกาสได้เกิดใหม่ เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างที่ใจต้องการ ทุกสิ่งที่เขาพลาดพลั้งไม่มีอิสระที่จะได้ทำตามใจปรารถนา ในชีวิตนี้ไม่มีสิ่งใดผูกมัดเขาได้อีกต่อไป 

ละทิ้งชาติก่อนไป แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง  

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นฉุดดึงสติของเขากลับมาจากห้วงแห่งความคิดอันสับสนวุ่นวาย 

"เข้ามา" 

เสียงอนุญาตดังออกมาจากริมฝีปากบางหยักได้รูป โดยที่เขาไม่แม้แต่จะหันไปมอง ออร่ารอบกายของเขาแพร่อำนาจครอบงำและแฝงไว้ด้วยความสง่างาม ความสง่างามนั้นราวกับฝังลึกลงไปในกระดูก 

ประตูถูกเปิดออก พร้อมกับร่างบางของหญิงสาวอายุราว 28 ปีที่เดินเข้ามา เธอมีชื่อว่าซู่หลัว เป็นสาวใช้ในบ้านหลังนี้ 

"คุณชายน้อย คุณผู้หญิงให้มาตามลงไปทานอาหารเย็นค่ะ" 

ซู่หลัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม เมื่ออยู่ต่อนางเด็กชายตัวน้อยคนนี้ เธอกลับรู้สึกราวกับว่าตนนั้นต่ำต้อยไม่ต่างจากมดปลวกไร้ค่าตัวหนึ่ง 

"ผมรู้แล้ว" 

ดวงตาเรียวคมละจากภาพวิวทิวทัศน์ด้านนอก แววตาของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำไร้ละลอกคลื่น ราบเรียบและยากจะคาดเดา 

....................................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว