email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2.หมูป่าตัวนั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 2.หมูป่าตัวนั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 302

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2563 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2.หมูป่าตัวนั้น
แบบอักษร

ฟี้วว ฟึบ!

อู๊ดดดดดด!!!

ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่สูงเพียงหัวเข่า เสียงฝีเท้าของใครบางคนวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้า ร่างบางในชุดรัดกุมช่างคล่องแคล่วหยุดวิ่งหันมายกคันธนูขึ้นยิง ลูกศรที่เดินทางผ่านสายลมพุ่งไปด้านหน้าก่อนจะปักเข้าที่ขาหลังของสัตว์ขนาดกลางอย่างหมูป่าทำให้มันวิ่งได้ช้าลงในทันที

“ฮ่า! จียง เมื่อกี้เจ้าเห็นรึเปล่า?”

ใบหน้าสวยหวานราวกับภาพวาดหันมาส่งยิ้มให้แก่เพื่อนผู้เป็นองค์รักษ์ส่วนตัวด้วยท่าทางดีใจจนล้น

“อาจจะแค่ลมเป็นใจ”

ถึงจะรู้สึกชมเชยในความเก่งของคุณหนูสักเพียงใด จียงก็เลือกที่จะวางท่านิ่งเฉย แล้วพูดหยอกล้อออกไป

“ชิ ฝีมือของข้าชัดๆ”

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งสองรีบออกวิ่งตามหมูป่าตัวใหญ่อีกครั้ง รอยเลือดสีแดงหยดลงบนพื้นไปตามทางยิ่งทำให้ง่ายต่อการตามตัว ถึงเป็นหญิง แต่ฝีไม้รายมือการใช้ธนูไม่เป็นสองรองใคร คัง อียู หญิงสาวตระกูลขุนนางชนชั้นสูง ผู้รักในการยิงธนู นางมักจะฝึกความคล่องตัวโดยการเข้าป่าล่าสัตว์บ้างนานๆ ครั้งกับจียง ซึ่งเขาเองที่เป็นคนสั่งสอนวิธียิงธนูให้แก่นาง

“วันนี้พอเท่านี้เถอะคุณหนู ตะวันใกล้จะตกดินแล้ว”

“มันหายไปได้ยังไงกัน?”

ทั้งสองตามรอยหมูป่าอยู่พักใหญ่ จึงได้รู้ว่าพลาดเสียจนได้ รอยเลือดหายไปจาดจุดนี้ ถ้าจะดึงดันที่จะตามรอยต่อจียงคงไม่ยอมแน่ แต่มันน่าเสียดายนะ อุตส่าตามมาตั้งไกล หญิงสาวได้แต่เดินคอตกตามหลังองค์รักษ์ของตนไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ฟรึบ!

“จียง!”

“หืม?”

“เจ้าได้ยินหรือไม่?”

“....”

เสียงบางสิ่งวิ่งผ่านพุ่มหญ้าอีกฝั่งข้าหยุดเดินในทันทีมั่นใจว่าจะต้องเป็นเจ้าหมูป่าบาดเจ็บตัวนั้นแน่นอน

“เจ้ากลับไปเอาม้ามาให้ข้าที่นี่ ก่อนที่เจ้าจะกลับมา เจ้าหมูตอนจะต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน”

“แต่มันใกล้มืด......!!”

สิ้นคำสั่งร่างบางก็ยกธนูขึ้นคล้องไว้ที่ไหล่แล้วออกวิ่งไปอีกทางเพื่อตามเจ้าหมูป่าอีกรอบอย่างไม่สนใจเสียงคัดค้างจากจียงแม้แต่น้อย

ฟรึบ!

“เจอแล้วววว”

หลังไวๆวิ่งเป็นเส้นตรงผ่านต้นไม้ใหญ่ข้างหน้า เมื่อมองเห็นเป้าหมายชัดเจน อียูไม่รอช้ารีบยกธนูขึ้นยิงออกไปในทันที

ฟิ้ววว ฟึบ!!

“ให้ตายสิ!”

เจ้าหมูแสนรู้ถึงจะบาดเจ็บที่ขาหลังแต่กลับหลบลูกธนูของข้าไปได้เสียอย่างนั้น เป็นอีกครั้งที่ข้าออกวิ่งอย่างไม่ยอมลดระ แม้บรรยากาศยามเย็นแสงแดดที่กำลังจะเลือนหายบดบังการมองเห็นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจอันแน่วแน่ลดลงเลย

ฟึบ!!

“เห๋ๆๆๆ ข้ารู้เจ้าเหนื่อยมากใช่ไหม มาให้ข้าจับเสียดีๆ”

จู่ๆเจ้าหมูตัวใหญ่ก็หยุดวิ่งลง แล้วหันมาประจันหน้ากับข้าแทน

“ดะ เดี๋ยวนะ! เจ้าคงไม่..”

เจ้าหมูตะกุยขาหลังราวกับกำลังเตรียมท่าวิ่งใส่อย่างไงอย่างงั้น เห็นท่าไม่ดีและไม่มีเวลามากพอที่จะเล็งธนู เจ้าหมูป่าเจ้าปัญหาเขี้ยวยาวสีขาวก็พุ่งเข้าหาในทันที

“มะ ม่ายยยยยย ไม่ใช่แบบนี้เส้~!!!”

หญิงสาวที่ตอนแรกเป็นผู้ล่ากลับต้องตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีสุดชีวิตเพราะดันกลายเป็นผู้ถูกล่าไปเสีย ด้วยผืนป่าที่ปกคลุมไปด้วยความมืดไร้ซึ่งแสงตะวัน อียูลืมสิ้นถึงความสนุกสนานก่อนหน้านี้เหลือไว้เพียงความกลัวกับสองขาที่ยังคงวิ่งหนีไม่ยอมลดละ

“ชะ ช่วยข้าด้วยยยย”

ขณะที่อียูวิ่งหนีพร้อมกับร้องโวยวาย ยังมีอีกหนึ่งคนที่เพิ่งจะทำภารกิจสำเร็จรุร่วงกำลังเดินทางกลับด้วยม้าคู่ใจ

“เสียงใครกัน?”

ปากบางหยักได้รูปพึมพัมขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ถูกท่ามกลางแสงจันทร์อาจดูริบหรี่แต่กลับเจิดจ้าอย่างบอกไม่ถูก ร่างสูงหยุดฝีเท้าของม้าแล้วหันมองทางเสียงแว่วผ่านทางสายลมด้วยความสงสัย ดึกดื่นเช่นนี้ จะมีผู้หญิงอยู่แถวนี้ได้อย่างไร

ฟึบ!!!!

“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วยยยยย!”

“...!”

จู่ๆ ร่างบางของหญิงสาวก็วิ่งออกมาจากเหล่าพุ่มไม้หน้าตั้งผ่านหน้าข้าไปราวกับม้าตัวเมียกำลังวิ่งหนีหมูป่า ทำเอาทั้งม้าและเขาตกใจแทบตกจากหลังม้า

เมื่อตั้งสติได้ชายหนุ่นไม่รีรอกำบังเหียนแน่นเตะขาควบม้าตามบุคคลลึกลับที่กำลังจะโดนหมูป่าขวิดตายกลางป่าไปในทันที เมื่อตามทันจึงลดความเร็วฝีเท้าม้าลงให้สามารถได้มองเห็นและสื่อสารกับคนที่กำลังวิ่งอยู่ด้านล่างได้

“ส่งมือเจ้ามา”

“จะ เจ้าเป็นใครรรรรรรกันนนนนน?!!!”

ข้ายื่นมือออกไปเพื่อจะดึงให้นางได้ขึ้นม้า แต่กลับถูกถามกลับด้วยความไม่ไว้วางใจทั้งๆที่หืดขึ้นคอจนแทบจะวิ่งต่อไปไม่ไหว ช่างเป็นหญิงที่เสียมารยาทเสียจริง

หมับ! ฟึบ!!

“ว้ายยยย!!!!”

เมื่อไม่ได้รับความไว้วางใจ ชายหนุ่มจึงต้องลงมือด้วยตนเองโดยการถือวิสาสะก้มลงซ้อนเอวบางฉุดขึ้นมานั่งด้านหน้าพร้อมกับควบม้าออกไปจนสลัดหมูป่าตัวใหญ่ได้แบบไม่เห็นฝุ่น

ด้วยความกลัวและเหนื่อยอียูไม่แม้แต่จะขยับตัวแต่กลับกอดชายผู้ซึ่งไม่เคยพบกันมาก่อนไว้แน่นโดยที่ไม่รู้ตัว แรงสั่นเทานั่นส่งไปยังร่างหนาจนทำให้รู้ได้ถึงความตกใจและเสียขวัญ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกลับปล่อยให้นางทำตามใจ

“อะ ฮึ้ม!”

“!!....”

เสียงกะแอมกระไอของฝ่ายชายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบหลังจากที่พ้นระยะเขตป่าทึบ ออกสู่เส้นทางที่โล่งกว้าง เขาลดความเร็วของม้าจากวิ่งเป็นเดินอย่างช้าๆ ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาได้เต็มที่เมื่อผ่านพ้นร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่ อียูสะดุ้งสุดตัวรีบคลายแขนทั้งสองข้างที่โอบชายหนุ่มออกอย่างอับอาย

“เหตุใดหญิงสาวตัวคนเดียวถึงวิ่งเล่นกับหมูป่าดึกดื่นเช่นนี้?”

“ฮะ!? ขะ.....ข้าไม่ได้วิ่งเล่นเสียหน่อย”

“ข้าถาม เจ้าควรจะตอบ ถ้าตอบอย่างไร้ประโยชน์ เจ้าก็ควรสงบคำเสียดีกว่า”

เมื่อฝ่ายชายเริ่มต้นบทสนทนา น้ำเสียงสงสัยปนจับผิด อียูผู้แก่นแก้วจึงเงยหน้าหันขวับไปทางเจ้าของน้ำเสียงด้วยใบหน้ายับยู่ยี่ แต่ต้องกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก เพราะภาพที่เห็นชายรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวยามเมื่อถูกสาดด้วยแสงจันทร์ยิ่งเหมือนกับเทพนิยายที่อียูเคยได้แอบซื้อจากตลาดมาอ่าน ทำให้หัวใจของอียูเต้นผิดจังหวะไปเสี้ยววินาที เพียงแค่นั้นก็ทำให้คำพูดมากมายก่อนหน้านี้ หลุดหายไปในอากาศ

“แม้ท่านจะเป็นชาย แล้วใยจึงผ่านป่านี้ยามราตรี ข้าถามท่านได้หรือไม่”

“ไม่”

“เช่นกัน เราทุกคนบนแผ่นดิน ล้วนแล้วแต่มีคำถาม หากข้าจะตอบ ก็อยู่ที่ว่าผู้ใดเป็นคนถาม”

“ข้า ช่วย ชีวิตเจ้า”

เขาขบกรามเน้นคำพูดก้มลงไปหาใบหน้าคนตัวเล็กที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นขะมุกขะมอม แววตาไร้เดียงสารีบมุดหลบอย่างตกใจเพราะไม่ได้ตั้งตัว ทำเอาคนตัวสูงกลับมานั่งหลังตรงทำสีหน้าราบเรียบตามเดิม

“เจ้าลงไปได้”

“หา?!”

“มัวรออะไร ไปสิ”

ใบหน้าหล่อพยักพเยิดอย่างน่าหมั่นไส้เพื่อให้อียูลงจากหลังม้า นางหันมองซ้ายขวาอย่างงงใจ เพราะไม่ว่าจะทางไหนก็มีแต่ความมืดทุ่งหญ้าและป่ารก

“55555 ไหนๆ ท่านก็ช่วยข้าเอาไว้ ท่านก็ควรจะช่วยข้าให้ถึงที่สุดสิ จริงไหม? บ้านของข้าร่ำรวย ข้าจะตอบแทนให้ท่านอย่างงามเมื่อท่านพาข้าไป..”

“นั่นไม่ใช่ธุระของข้า”

“ในตอนนี้ข้าอาจจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่จริงๆแล้วข้าเป็นลูกของเส....!”

“ข้าบอกให้ลงไป”

น้ำเสียงเย็นชาทำเอาใจแป้วขึ้นไปอีก อียูได้แต่ทำหน้าเศร้าสร้อย คุณหนูสูงศักดิ์อย่างข้า ทำไมต้องมารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเพราะอยากได้ความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกันด้วย

ผับ!!

“นี่เจ้า!! กล้าดียังไง?! ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร?!”

ด้วยความไม่พอใจ อียูใช้มือปัดมือหนาที่ก่อนหน้านี้กำบังเหียนขวางทางตนไว้ออกอย่างแรง นั่นทำให้คนตัวสูงขึ้นเสียงใส่ควัญออกหูเลยทีเดียว

“ข้าไม่สน ว่าท่านจะเป็นใคร ถึงข้ารู้ไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดอยู่แล้ว”

“!.....”

พรึบ!!

ร่างเล็กตะเกียกตะกายลงจากหลังม้าอย่าทุลักทุเลโดยไม่สนใจสายตาอำมหิตจากคนตัวสูง เมื่อเห็นว่านางลงถึงพื้นเขาก็หันกลับมาจับบังเหี้ยให้กระชับก่อนจะหันมองไปรอบๆ อีกครั้ง

“ถึงอย่างไร ก็ ขอบคุณ”

“......”

อียูพูดทั้งที่ตนเองหันหลังให้คนฟัง เมื่อเห็นว่าชายแปลกหน้าไม่ควบหม้าของตนไปเสียที ตนจึงหันหน้ากลับขึ้นไปมองด้วยความสงสัย และพบว่าทั้งคู่ต่างก็เผลอจ้องตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อยามแสงของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเต็มดวง ทำให้สามารถมองเห็นใบหน้าของทั้งสองฝ่ายชัดเจนเสียกว่าตอนที่อยู่บนหลังม้าเป็นไหนๆ

“คุณหนูอียู!!”

“!...”

เสียงตะโกนลั่นมากจากอีกฝากของทุ่งหญ้าทำให้ทั้งคู่ต่างก็หลุดออกจากแรงดึงดูดแปลกๆ ของกันและกันฝ่ายชายเองก็กะแอมในลำคอเล็กน้อยเพื่อแก้สถานการณ์น่าอับอายที่ไม่เข้าใจของตนออกไป

“จียงหรอ?”

ข้าพรึมพรำกับตนเองเบาๆ เสียงที่ได้ยินถ้าข้าไม่หูแว่วนั่นเป็นเสียงจียงที่ดังมาจากอีกฝากหนึ่งของทุ่งหญ้า

ไม่ถึงอึดใจจียงก็ควบม้าตรงมาทางข้า ใช่ เขาจูงม้าอีกตัวของข้าวิ่งตามมาด้วย สาวเจ้าดีใจจนลืมไปเสียสนิทว่ายังมีอีกคนที่นั่งนิ่งอยู่บนหลังม้า เขาไม่พูดสิ่งใดแค่มองดูอยู่เงียบๆ ในใจมีความกังวลเล็กน้อยว่าบุคคลที่เพิ่งเข้ามาใช่คนรู้จักของผู้หญิงคนนี้หรือไม่ หากเป็นพวกโจรคงแย่แน่

“จียง ข้าอยู่นี่!”

ด้วยความดีใจ ร่างเล็กกระโดดโหยงเหยงโบกไม้โบกมือ เพื่อให้ผู้ติดตามได้มองเห็น

“เป็นอย่างไรบ้าง คุณหนูบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?!”

“ย่าาา!!”

“....!!”

ยังไม่ทันที่อียูจะได้ตอบคำถามของจียงหลังจากที่เขาโดดลงจากหลังม้าวิ่งตรงเข้ามาหา ชายแปลกหน้าเมื่อครู่ก็สะบัดบังเหียนเสียงดังเปรียะแล้ววิ่งหายไป

“นั่นใครกัน...”

“เรากลับกันเถอะ”

“อืม”

อียูเริ่มรู้สึกเหมือนคนกำลังจะหมดแรงไปอีกรอบ เพราะเพิ่งออกแรงวิ่งแบบเอาเป็นเอาตายไปเมื่อสักครู่พอได้ออกแรงเดินยิ่งรู้สึกได้ชั้นเจน สองเท้าและสองแขนพยายามหยัดตัวขึ้นหลังม้าโดยมีจียงคอยประคอง

ในใจยังคงครุ่นคิดถึงชายแปลกหน้า ที่โผล่มา แล้วก็หายไป หากเป็นไปได้ข้าก็อยากจะพบกับเขาอีกสักครั้ง และหวังว่าครั้งหน้า ข้าคงตอบแทนบุญคุณได้ดีกว่าในสถานการณ์เช่นนี้.

ความคิดเห็น