Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 26 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 26 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2563 01:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 26 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 26 

  

 

เมื่อยามเช้าวันใหม่มาถึง เขมินท์ที่ตื่นแต่เช้าเพราะนอนหลับไม่ค่อยสนิททั้งคืนเพราะมัวแต่กังวลแต่เรื่องของโมเดลกลัวว่าลูกชายจะมีไข้ขึ้นมายามดึก แต่เมื่อเช้าลองเช็กอุณภูมิดูก็พบว่าไม่มีไข้เขมินท์เลยค่อนข้างโล่งใจขึ้นมาหน่อยๆ 

 

“ทำไมตื่นเช้าจังครับเขม” เตชิตรู้สึกตัวขึ้นมาและพอเห็นว่าภรรยาตื่นแล้วและพอดูนาฬิกาจึงอดถามไม่ได้ 

 

“นอนไม่ค่อยหลับครับ พี่เตนอนกับลูกก่อนนะครับเดี๋ยวโมเดลตื่นมาแล้วจะตกใจ เขมจะไปอาบน้ำก่อน” 

 

“ได้ครับ เขมอย่าล็อกประตูห้องน้ำนะครับ พื้นห้องน้ำค่อนข้างลื่นด้วย” 

 

“ครับๆคุณพ่อ” 

 

หลังจากที่เขมินท์เข้าไปอาบน้ำแล้ว เตชิตก็ก้มมองดูเจ้าลูกหมูน้อยที่นอนซุกอกของตนเองอย่างเอ็นดู ไม่รู้ว่าดื้อว่าซนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ทำเอาป่วนไปทั้งงาน คนเป็นแม่แบบเขมินท์ก็แทบจะเป็นลมด้วยความตกใจ วันนี้กลับบ้านแล้วเจ้าเด็กดื้อคนนี้คงต้องคงโดนดุเป็นแน่ 

 

“อื้อออออ คุณพ่อปล่อยโมเดลนะ” เมื่อเจ้าลูกหมูตื่นขึ้นมาเตชิตก็แกล้งกอดแน่นๆเพราะอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ หน้าตาเหวี่ยงแต่เช้าเลยเจ้าดื้อเอ้ย! 

 

“ตัวแสบ เมื่อคืนก่อเรื่องอะไรไว้จำได้มั้ยครับ” 

 

“จำไม่ได้ครับ จำได้แค่เล่นซ่อนแอบเอง” 

 

“วันนี้เราโดนคุณแม่ดุแน่ๆ” 

 

“งื้อออ คุณแม่จะตีโมเดลเหรอครับ” 

 

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

 

พอได้ยินคุณพ่อบอกแบบนั้นโมเดลก็เริ่มคิดหนักเลย ถ้าคุณแม่ไม่ตีแล้วลดขนมหรือของเล่นแทนล่ะ แค่คิดโมเดลก็รู้สึกเศร้าใจแล้ว 

 

ทำไมโลกมันโหดร้ายแบบนี้นะ เฮ้อออออออออ 

 

เตชิตที่เห็นลูกชายทำหน้าเศร้าแบบนั้นก็ยิ่งอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้จนต้องจับเจ้าตัวดื้อฟัดแรงๆอีกครั้ง โมเดลเองที่โดนจับฟัดก็ร้องเสียงดังพร้อมกับหัวเราะเบาๆเพราะคุณพ่อกำลังจะกินพุงน้อยๆของโมเดลแล้ว! 

 

เสียงหยอกล้อของพ่อและลูกดังเข้าไปจนถึงในห้องน้ำ เขมินท์ที่แต่งตัวเสร็จก็เดินออกมา พอเห็นทั้งคู่ยังเล่นกันไม่เลิกสักทีก็เลยเอ่ยปากไล่ให้ไปอาบน้ำพร้อมๆกัน เพราะสายแล้วจะได้ลงไปกินอาหารเช้าและกลับบ้านกันสักที 

 

“โมเดลไม่เอาสลัดครับ” เมื่อลงมาที่ห้องอาหารเช้าของชั้นวีไอพี เขมินท์ก็จัดการสั่งสลัดถ้วยเล็กรองท้องก่อนให้โมเดลกินก่อนอย่างอื่นทันที ซึ่งพอโมเดลเห็นสลัดเป็นอย่างแรกก็ร้องบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆว่าไม่อยากกิน 

 

คุณแม่โหดร้ายต่อพุงน้อยๆของโมเดลแต่เช้าเลย! 

 

“ไม่ได้ครับ อย่างน้อยต้องกินให้หมดสักครึ่งถ้วยก่อนก็ยังดี กินรอระหว่างรอมื้อหลักนะครับโมเดล ท้องจะได้ไม่อืด เมื่อคืนเรากินขนมเยอะมาก” 

 

“ต้องกินจริงๆเหรอครับ คุณพ่อครับ ช่วยโมเดลกินหน่อยได้มั้ยครับ” เมื่ออ้อนแม่ไม่สำเร็จก็หันไปอ้อนผู้เป็นพ่อต่อ ซึ่งเตชิตก็ได้แต่สายหัวและเลื่อนถ้วยสลัดเข้าไปใกล้ๆลูกชายเป็นคำตอบแทน 

 

“คุณพ่อช่วยไม่ได้หรอกครับ ยอมกินเถอะครับโมเดล เพราะถ้ากินผักน้อยแบบนี้จะต้องท้องผูกอีกแน่ๆ และถ้าคราวนี้ท้องผูกอีกคุณแม่จะพาไปให้คุณหมอสวนก้นให้แทนนะครับ” 

 

“โมเดลกินแล้วครับ คุณแม่ไม่พาโมเดลไปหาคุณหมอนะครับ” 

 

เขมินท์ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกชายยอมกินสลัดเข้าไปทันทีหลังจบคำขู่ ก่อนสักพักพนักงานจะนำอาหารเช้าเข้ามาเสิร์ฟ อาหารเช้าของสองพ่อลูกในวันนี้ เขมินท์สั่งแบบสไตล์อเมริกันส่วนของตนเองเป็นข้าวต้มกุ้งธรรมดา เพราะรู้สึกเช้านี้อยากกินอะไรที่ร้อนๆให้สบายท้องมากกว่า 

 

“กินเลอะแล้วครับคนเก่ง” เตชิตเช็ดคราบซอสมะเขือเทศที่เลอะขอบปากของลูกชายออกเบาๆ อย่างเอ็นดูกับความเป็นลูกหมูขึ้นกินจุขึ้นทุกวัน เมื่อกี้กินสลัดยังทำหน้าเบื่อๆอยู่เลย พอได้กินอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผักก็ยิ้มร่าอย่างมีความสุข 

 

เด็กอ้วนนี่เด็กอ้วนจริงๆเลยนะ 

 

 

 

 

หลังจากที่จัดการอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เขมินท์ก็ถูกคุณสามีพากลับบ้านมานอนพักผ่อน และเมื่อยังไม่ง่วงเขมินท์เลยอ่านหนังสือสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเป็นคุณแม่ลูกอ่อนแก้เบื่ออีกครั้ง แม้ช่วงของโมเดลตนเองจะเคยอ่านผ่านตามาแล้วบ้างก็ตามแต่นั่นมันก็หลายปีมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีบางอย่างที่ต้องเรียนรู้ใหม่และเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่ดี ความเป็นแม่คนก็ต้องอัพเดตให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอไม่งั้นคงไม่คงตามเด็กๆสมัยนี้ไม่ทัน 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลออกไปหน้าหมู่บ้านกับคุณพ่อได้มั้ยครับ” หลังจากนั่งอ่านหนังสือบนเตียงผ่านมาสักพักใหญ่ๆ โมเดลก็วิ่งเข้ามาอ้อนในห้องนอนของเขมินท์พร้อมส่งสายตาร้องขอออกไปหน้าหมู่บ้านกับคุณพ่อ 

 

“ออกไปทำอะไรครับ” 

 

“ออกไปร้านขนมเค้กครับ โมเดลอยากกินช็อกโกแล็ตปั่นเย็นๆ” 

 

“กินอีกแล้วนะครับโมเดล” 

 

“คุณพ่อเป็นคนชวนโมเดลเองนะครับ โมเดลไม่ได้อยากไปเลยสักนิดดดดดด” เจ้าตัวดื้อร้องบอกเสียงสูง จนทำให้เขมินท์ส่ายหน้าเบาๆกับนิสัยแสบๆที่เพิ่มขึ้นทุกวัน 

 

“งั้นคุณแม่อนุญาตครับ แล้วบอกคุณพ่อด้วยนะครับว่าคุณแม่อยากกินนมสดปั่น ให้ซื้อกลับมาให้ด้วย แล้วเอาแก้วเก็บความเย็นของคุณแม่ไปใส่นะครับจะได้ไม่ละลายก่อนกลับบ้าน” 

 

“ครับผม!” โมเดลรับคำเสร็จก็รีบวิ่งลงไปบอกคุณพ่อ ส่วนตัวเขมินท์นั้นเมื่อลูกออกไปจากห้องแล้วตนเองจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงเพราะเริ่มเพลียๆจากงานแต่งเมื่อวานและอาการนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืนนี้ และหลังจากหลับตาลงไปได้ไม่นานก็หลับสนิททันที 

 

ส่วนสองพ่อลูกที่พากันออกมาร้านขนมหน้าหมู่บ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัวที่ยืนเยงกันมานานเพราะโมเดลอยากขับรถบังคับออกมาให้คุณพ่อเดินแต่คุณพ่อไม่ยอมเพราะวันนี้ร้อนมาก และถึงแม้จะออกมาเพียงแค่หน้าหมู่บ้านคุณพ่อก็บังคับให้โมเดลใส่หมวกเพิ่มเพื่อบังแดดแต่เพราะโมเดลไม่ค่อยมีหมวกสวมแบบมาดแมนสักเท่าไรอย่างที่คุณพ่อต้องการ เลยทำให้โมเดลได้แต่สวมใส่หมวกที่ดูน่ารักที่ส่งให้โมเดลน่ารักยิ่งกว่าเดิม จนคุณพ่อจับโมเดลฟัดแก้มจนเจ็บไปหมดเลย 

 

เฮ้อ… โมเดลเบื่อความน่ารักของตัวเองจริงๆ 

 

“คุณพ่อ โมเดลอยากกินช็อกโกแล็ตปั่นครับ” 

 

“ได้สิครับ แต่ว่าแค่แก้วเดียวนะ เดี๋ยวคุณแม่ดุ” 

 

“ก็ได้ครับ วันนี้โมเดลเป็นเด็กดีกินแก้วเดียวก็อิ่มแล้ว” 

 

“ดีมากครับ แล้วก็อย่าลืมเตือนคุณพ่อสำหรับนมปั่นของคุณแม่ด้วยนะครับ” 

 

“ครับ น้องในท้องอยากกินนมปั่น โมเดลจำได้ โมเดลจะซื้อให้น้องเอง” 

 

“งั้นเราเข้าไปในร้านกันได้แล้วครับ” 

 

เตชิตจูงมือลูกชายเข้าไปในร้าน ก่อนจะพาไปในนั่งในโซนที่เป็นส่วนตัวแล้วถึงจะสั่งกาแฟของตนเองและช็อกโกแล็ตปั่นของลูกชายพร้อมเค้กช็อกโกแล็ตอีกหนึ่งชิ้นกับพนักงานที่มารับออเดอร์ 

 

ที่จริงเตชิตก็ไม่อยากพาลูกชายมานั่งร้านเล็กๆแบบนี้ที่หน้าหมู่บ้านเท่าไร เพราะมีเมนูให้เลือกไม่เยอะ แต่เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวและโมเดลก็อยากกินอะไรเย็นๆเร็วๆถึงพามาและก็ขี้เกียจออกไปห้างด้วยเดี๋ยวคุณภรรยาจะบ่นว่าออกไปไกลเกินไป   

 

“เดี๋ยวต้องไปเรียนแล้ว พร้อมรึยังครับโมเดล” 

 

“ไม่ครับ โมเดลไม่อยากไปเลย” 

 

“ทำไมครับ มีปัญหาอะไรรึเปล่า” 

 

“โรงเรียนน่าเบื่อ เพื่อนๆก็น่าเบื่อ ทุกคนนิสัยเด็กทั้งนั้นเลย” 

 

“เจ้าตัวแสบ เราก็ยังเด็กครับ พูดจาแก่แดดจังเลย ถ้าคุณแม่ได้ยินต้องถูกดุอีกแน่ๆ” 

 

“ก็จริงนี่ครับ โมเดลโตแล้วไม่ต้องเรียนก็ได้” 

 

“ไว้ถ้าโมเดลขอคุณแม่เรื่องนี้ได้ คุณพ่อจะสนับสนุนแล้วกันนะครับ” พอพูดคุยเรื่องปัญหาชีวิตเด็กๆจบ เตชิตก็ลูบหัวลูกชายเบาๆอย่างเอ็นดูกับความแก่แดดแก่ลมเกินตัว ส่วนโมเดลก็นั่งทำหน้าเครียดไม่หยุดจนคิ้วขมวดไปหมดเพราะเริ่มไม่อยากไปโรงเรียนเมื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้ 

 

เหอะ! โรงเรียนไม่เห็นสนุกเลย มีแต่เด็กๆ ผู้ใหญ่อย่างโมเดลรู้สึกเซ็งสุดๆเลย เมื่อไรจะโตจนไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้นะ เฮ้ออออออออ 

 

 

.......................................................50%............................................... 

 

 

และในที่สุดก็ถึงวันที่โมเดลจะได้ไปเรียนแบบที่ไม่ใช่การทดลองเรียนสักที วันนี้ก็เลยเป็นวันจันทร์ที่ไม่ค่อยสดใสกับโมเดลสักเท่าไร เพราะเจ้าตัวไม่อยากไปเรียนเลยสักนิด แต่เพราะคุณแม่มายืนทำหน้าดุตั้งแต่เช้าในห้องนอน โมเดลเลยต้องยอมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนชุดใหม่ที่ถูกเตรียมไว้ให้ก่อนจะลงมากินข้าวและเตรียมตัวไปเรียนโดยที่คุณแม่กับคุณพ่อจะขับไปส่ง

“ทำหน้าให้ดีๆหน่อยครับโมเดล ไปเรียนสนุกนะครับ มีเพื่อนเยอะด้วย” เขมินท์บอกลูกชายที่ทำหน้าตาเหมือนวันนี้เป็นวันที่โชคร้ายสุดๆ ด้วยเสียงที่แอบขบขันเล็กน้อยกับอาการของลูกชาย

“ก็โมเดลไม่อยากมาเรียนนี่ครับ ยิ้มไม่ออกหรอก” น้ำเสียงเศร้าๆที่ฟังดูแล้วน่าสงสารของโมเดลเอ่ยออกมายิ่งทำให้คนเป็นพ่อเกิดอาการใจอ่อนขึ้นและแทบจะพากลับบ้านทันที แต่ก็โดนคุณแม่ลูกสองสกัดไว้ก่อน

“ใช้ไม้นี้กับคุณแม่ไม่ได้ผลหรอกนะครับโมเดล ใกล้จะถึงโรงเรียนแล้วเตรียมตัวได้แล้วครับ” เขมินท์บอกก่อนที่เตชิตจะขับรถเข้าไปจอดที่จอดรถในโรงเรียนและลงไปปลดคาร์ซีทของโมเดลและอุ้มลูกชายลงจากรถ โดยไม่ลืมหยิบกระเป๋านักเรียนให้ด้วย

“ตั้งใจเรียนนะครับโมเดล ถ้าหากโดนแกล้งอีกอย่ายอม ต่อยคนมาแกล้งให้หน้าหงายไปเลย” เตชิตบอกลูกชายพร้อมลูกหัวโมเดลเบาๆอย่างเอ็นดูและไม่ลืมที่จะสอนเรื่องอย่าไปยอมแพ้ใครหากถูกแกล้ง และเขมินท์ที่พอได้ยินตนเองสอนแบบนั้นก็ไม่ลืมตีเข้าที่แขนของตนเองแรงๆหนึ่งที

“สอนอะไรลูกแบบนั้นครับพี่เต นิสัยเสียจริงๆเลย โมเดลครับอย่าทำแบบนั้นนะครับ ถ้าคุณแม่รู้คุณแม่จะลงโทษนะครับ”

“ครับ โมเดลไม่ทำครับ”

“งั้นเดี๋ยวคุณแม่จะเดินไปส่งที่ห้องนะครับ เปิดเทอมวันแรกเพื่อนๆอาจจะมีเปลี่ยนแปลง ยังไงคุณแม่ก็อยากให้โมเดลลองเปิดใจให้เพื่อนๆดูบ้าง”

“ไม่เอาครับ เด็กๆน่ารำคาญจะตาย”

“ลูกก็เด็กอยู่ครับ ลืมไปแล้วหรือยังไงกัน”

เขมินท์เริ่มปลงกับนิสัยสี่มิติของลูกชายที่เพิ่มขึ้นเข้าไปทุกวันๆ ดูคำพูดคำจาสิ คิดว่าตนเองอายุยี่สิบแล้วหรือยังไงกัน ไม่น่าให้อยู่กับพี่เตมากเกินไปจริงๆ เฮ้อออออออ

หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่มาส่งที่ห้องเรียนและกลับไปแล้ว โมเดลก็เดินไปนั่งตรงที่ไม่มีคนก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างชั้นเรียน เพื่อนๆร่วมชั้นเองก็มีคนใหม่เพิ่มขึ้นมาและก็ยังมีเพื่อนร่วมห้องที่เคยอยู่ในช่วงทดลองเรียนด้วยเหมือนกัน แต่โมเดลไม่คิดจะใส่ใจ เพราะเด็กๆมักน่ารำคาญ ชอบร้องไห้งอแง น่าหนวกหูเป็นที่สุด

“น้องแก้มนิ่งงงงงงงง พี่กันยามาหาแล้วครับ” แต่นั่งคนเดียวได้ไม่นานก็มีเสียงน่ารำคาญดังขึ้นหน้าห้องก่อนจะมีใครบ้างคนรีบวิ่งเข้ามาหาทั้งๆที่ตนเองไม่ได้อยู่ห้องนี้สักหน่อย

“มาทำไม เราไม่ได้เรียกสักหน่อย”

“ก็พี่เป็นห่วงน้องแก้มนิ่ม กลัวน้องแก้มนิ่มเหงาพี่เลยมาหา น้องแก้มนิ่มกินอมยิ้มมั้ยครับ คุณพ่อคุณแม่พาพี่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาพี่ซื้ออมยิ้มมาฝากน้องแก้มนิ่มเยอะแยะเลย”

“อมยิ้มเหรอ…. ระ เราไม่อยากกินสักหน่อย” โมเดลกลั้นใจพูดไปแม้ในใจจะอยากกิน ก็ช่วงนี้โมเดลโดนคุณแม่ลดขนมนี่นา พุงน้อยๆของโมเดลต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆ น่าสงสารเป็นที่สุด

“ไม่อยากกินจริงเหรอ แต่มันอร่อยมากเลยนะ มีนาตัวน้อยของพี่กินหมดไปสิบๆแท่งเลย”

“ก็ได้ เราจะลองชิมดูก็ได้”

“แต่พี่มีข้อแม้ว่าถ้าน้องแก้มนิ่มอยากกินก็ต้องพี่หอมแก้มก่อน”

“ทำไมเราต้องให้หอมแก้มก่อนล่ะ”

“ก็พี่อยากหอมนี่ครับ น้องแก้มนิ่มน่ารักพี่อยากฟัด”

“ให้หอมก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนเห็นแก่กินนะ”

“ครับๆ ไม่เห็นแก่กิน พี่เต็มใจให้เอง”

ลูกอดีตเพลย์บอยตัวพ่อก็คงเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจตั้งแต่เด็กๆที่ถูกถ่ายถอดมาจากพันธุ์กรรม นี่กันยาไปปรึกษาคุณพ่อทั้งคืนเลยว่าจะให้น้องแก้มนิ่งกินอมยิ้มยังไงให้ตัวเองได้กำไร คุณพ่อก็ให้คำแนะนำแต่กันยาไม่คิดว่าคำแนะนำของคุณพ่อจะได้ผลแบบนี้ แก้มน้องแก้มนิ่มนี่ก็นิ่มสมชื่อแถมยังหอมสุดๆ ฮื่อออออ กันยาอยากลักพาตัวน้องกลับไปที่บ้านด้วย!

ส่วนโมเดลแม้ตนเองจะแก่แดดยังไงก็ยังเป็นแค่เด็กซื่อๆคนหนึ่งที่โดนของกินน่าอร่อยเข้ามาล่อก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเด็กที่อายุมากกว่าไม่กี่ปีเข้าเสียแล้ว เพราะพอโมเดลได้กินอมยิ้มก็ไม่หวงเนื้อหวงตัวเท่าไรปล่อยให้กันยาหอมแก้มเล่นตนเองไปเรื่อยๆ  

ก็อมยิ้มมันอร่อยนี่นา…… โมเดลจะไม่ถือและยอมให้เล่นเกมส์จนพอใจก็ได้

หลังจากเหตุการณ์ในตอนเช้าจบลงจนถึงช่วงเที่ยง โมเดลก็ยังไม่เข้าหาเพื่อนสักคนแต่ก็ยังมีกันยาคอยมาวนเวียนอยู่ตลอดเมื่อได้พัก จนถึงช่วงเวลาเย็นกันยาก็พาฝาแฝดของตนเองมายืนรอส่งน้องแก้มนิ่มกลับบ้าน โดยเอาค่าขนมของตนเองที่เหลือไปซื้อไอศกรีมมาให้น้องแก้มนิ่มกับตนเองคนละแท่งส่วนฝาแฝดอีกสองคนก็ไปซื้อกินเองสิ เงินของกันยามีไว้เลี้ยงขนมน้องแก้มนิ่มเท่านั้น และที่ทำแบบนี้ก็เป็นคุณพ่อสอนมาเช่นเดี๋ยวกัน คุณพ่อสอนว่าให้กันยาทำตัวป๋าๆเข้าไว้ น้องแก้มนิ่มจะได้ชอบกันยาไม่ไปชอบใคร แต่กันยาคงไม่รู้น้องแก้มนิ่มที่ดูใสซื่อก็แค่ชอบกินของฟรีเท่านั้น ส่วนกันยาก็ตายใจคิดว่าโมเดลชอบตนเองถึงกินขนมทุกอย่างที่พี่กันยาคนนี้ซื้อให้!

เตชิตที่มารับลูกชายกลับบ้านด้วยตนเองเพียงคนเดียวในช่วงเย็นของวันนี้ พอเดินเข้ามาหาลูกชายก็เห็นเจ้าเด็กหัสบดินทร์กำลังเช็ดปากให้ลูกชายสุดที่รัก เตชิตก็รู้สึกหัวร้อนๆขึ้นมา เหมือนมีไฟบนหัวกำลังลุกโชนพร้อมจะแผดเผาร่างเจ้าเด็กคนนี้ให้ไหม้เกียมจนเหลือเพียงแค่เศษผง

ลูกชายตัวน้อยๆของเตชิตโดนเจ้าเด็กหัสบดินทร์เต๊าะอีกแล้ว!

“โมเดลครับ พ่อมารับกลับบ้านครับ” เตชิตส่งเสียงเรียกร้องความสนใจจากลูกชายและก็ได้ผลเพราะโมเดลหันมาและยิ้มหวานให้ก่อนจะรีบลงจากเก้าอี้และวิ่งเข้ามาหาเตชิตทันที โดยมีเจ้าเด็กหัสบดินทร์ทำหน้าตาบูดบึ้งไม่พอใจให้ตนเองตามหลังลูกชายมา

“กลับบ้านกันครับคุณแม่รออยู่ วันนี้เราจะไปรับคุณแม่กับคุณย่าและก็น้าตาจะไปทานข้าวนอกบ้านกัน”

“ไปครับๆ โมเดลอยากลับบ้านแล้ว”

“น้องแก้มนิ่มๆ ลืมให้พี่หอมแก้มที่พี่ซื้อไอศกรีมให้รึเปล่า” กันยาวิ่งตามหลังมาก่อนจะทวงสัญญาของตนเองเมื่อเห็นว่าพ่อตาของตนเองมารับว่าที่แฟนเด็กกลับบ้านแล้ว

“ก็ได้ แค่หอมเอง วันหลังซื้อให้เราอีกด้วยแล้วกัน” โมเดลหันหน้าเข้าไปหากันยาก่อนจะให้อีกฝ่ายหอมแก้มตนเองไปหนึ่งครั้ง พอเสร็จแล้วก็รีบดึงมือคุณพ่อให้ไปขึ้นรถเพื่อที่จะกลับบ้านเร็วๆสักที โรงเรียนมันช่างน่าเบื่อ โมเดลอยากกลับบ้านแสนสุขแล้ว!

เตชิตที่เห็นฉากบาดตาก็จ้องมองกันยาตาเขม็งพร้อมชี้หน้าอย่างคาดโทษเจ้าเด็กกระล่อนทันที

ครั้งนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้เจ้าตัวเล็กในท้องออกมาลืมตาดูโลกเมื่อไร เตชิตจะส่งมาขัดขวางไม่ให้ได้แตะต้องโมเดลของตนเองได้แม้แต่ปลายเล็บ เจ้าเด็กหัสบดินทร์!

...............................................100%.................................................... 

ศึกพ่อตากับลูกเขยต้องมาแล้วววววววววว  

ช่วงนี้ปวดหลังมากค่ะ สารภาพเลยว่าปวดหนักมากจนไม่อยากนั่งทำงานในคอมเลย นั่งทีร้าวไปทั้งตัว อาจจะช้าหน่อยต้องขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ T T  

ความคิดเห็น