ปลายอักษรา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แฟนเด็ก - วันไนซ์ก็ได้นะ (อิฐ x ฟิล์ม)

ชื่อตอน : แฟนเด็ก - วันไนซ์ก็ได้นะ (อิฐ x ฟิล์ม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2563 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แฟนเด็ก - วันไนซ์ก็ได้นะ (อิฐ x ฟิล์ม)
แบบอักษร

 

“กลับไง”

อิฐจอดรถเลียบริมฟุตบาทที่มีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มกำลังยืนทำท่าทางรีๆรอๆอยู่

“เดี๋ยวฟิล์มเรียกแกร๊บค่ะ”

คนตัวเล็กตอบกลับเสียงใส

“พี่ไปส่งป่ะ”

เขาอาสาเพราะฟิล์มเป็นสายรหัสของไอ้ตู้เพื่อนสนิทสุดซี้ซึ่งเรียนอยู่คณะเดียวกัน

“แต่ว่าบ้านพี่อิฐ..”

ฟิล์มอึกอัก

เนื่องจากคนตัวเล็กแอบชอบอิฐตั้งแต่วันแรกที่มารับน้อง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสืบประวัติจนรู้ว่าบ้านเขาอยู่ห่างจากทางไปหอพักเธอหลายสิบกิโล

“ขึ้นมาเหอะ”

อิฐกดปลดล็อกและเดินลงมาเปิดประตูให้

“ขอบคุณนะคะ”

ฟิล์มอมยิ้มจนแก้มแทบแตก คงไม่ใช่ว่าเขาก็แอบสนใจเธออยู่เหมือนกันหรอกนะ

“แต่งตัวแบบนี้ก็เป็นด้วยเหรอเราอะ”

อิฐชวนคุยขณะหักพวงมาลัยเข้าไปยังลานจอดรถหน้าหอ

“เป็นสิคะ”

ฟิล์มขยิบตาตามประสาคนขี้เล่นให้เขาทีหนึ่ง

“จริงๆฟิล์มเป็นคนแซ่บนะ”

เด็กตัวแสบว่าพลางหัวเราะคิกคัก

“แซ่บ?”

อิฐเลิกคิ้วถามหยั่งเชิง

“ลองได้ป่ะ”

พอเห็นคนตัวเล็กนิ่งไปก็โน้มตัวเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชิดกัน

ความมืดและบรรยากาศในรถทำให้ฟิล์มเผลอปล่อยใจไปกับสัมผัสวาบหวาม

“พะ พี่อิฐ อื้อ”

จุ๊บ จ๊วบ

มือใหญ่เชยคางมนขึ้นก่อนจะทาบทับริมฝีปากและกดจูบดูดดื่มจนคนตัวเล็กหายใจไม่ทัน

“ไม่แซ่บ”

เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์หลังถอนจูบออก

“แต่หวาน”

หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวไปหมด

นี่มันอย่างกับฉากในซีรี่ส์ตอนพระเอกจูบนางเอกแล้วบอกชอบกันในรถ

“มะ เมื่อกี้..”

นิ้วเรียวแตะริมฝีปากตัวเองอย่างกับฝันไป

“พี่จูบเรา”

อิฐระบายยิ้มตอบเสียงอบอุ่น

“ทำไมคะ”

ฟิล์มถามเสียงแผ่ว

“อย่าบอกนะว่าพี่อิฐ..”

เด็กสาวช่างฝันนึกว่าเขาจะรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ

“วันไนซ์ก็ได้นะ พี่ไม่ติด”

แต่ผิดคาด ประโยคที่อิฐพูดออกมากลับทำให้ฟิล์มชะงักไปชั่วขณะ

เจ้าของร่างบางปัดมือที่กำลังเลิกกระโปรงทรงเอขึ้นไปจนถึงต้นขาอวบทิ้งและผลักอกเขาออก

“ขอโทษนะคะที่ฟิล์มไม่ง่าย”

ปัง

จากนั้นก็หอบข้าวของและเดินลงไปจากรถก่อนจะปิดประตูดังปังจนอิฐสะดุ้ง

อะไรวะ เมื่อกี้เธอไม่ได้ยั่วเขาเหรอ

คนตัวสูงส่ายหน้าให้กับท่าทีที่แสนจะขัดกันของเด็กสาวก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไปอย่างงๆ

1 สัปดาห์ผ่านไป

“ทำไมพักนี้น้องกูหายหน้าหายตาไปนานจังวะ”

ตู้เอ่ยถามขณะนั่งเช็ดเลนส์กล้อง

“เออ หลายวันแล้วนะ”

โจเซฟก็นึกสงสัยเหมือนกัน เพราะปกติเธอจะแวะเวียนมาหาตู้เพื่อให้สอนแต่งรูปหลังถ่ายเสร็จเสมอ

“ไอ้อิฐ”

ตู้เรียกเพื่อนเสียงเข้ม

“ไรมึง”

ตัวต้นเหตุทำเป็นขานรับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“มึงไปทำไรน้องป่ะ”

ตู้ถามพลางหรี่ตาจับผิด

“ทำไมต้องเจาะจงมาที่กูด้วย”

เด็กนั่นอาจจะป่วยหรือติดธุระก็ได้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อย

“เอ้า ใครๆก็รู้มั้ยว่าน้องชอบมึง”

ตู้พูดออกไปตรงๆ

เพราะที่ฟิล์มแวะมาหาเขาบ่อยๆไม่ได้จะเรียนปรับแสงภาพอะไรหรอก เด็กบ๊องนั่นแค่อยากมานั่งจ้องหน้าอิฐต่างหาก

“ไปด่าจนเค้าร้องไห้เสียใจไม่อยากกลับมาละม้างงง”

โจเซฟเดามั่วๆ

“ไม่ได้ด่า”

อิฐตอบกลับทันควัน

“แปลว่ามึงไปทำอย่างอื่น!”

ตู้ตบเข่าดังฉาด

“ไอ้อิฐ ไอ้เด็กนรก”

พอตู้ไม่เห็นเพื่อนปฏิเสธก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขาต้องเดาอะไรบางอย่างถูกแน่นอน

“กูไม่รู้ว่าน้องชอบกู”

อิฐตอบเสียงคล้ายคนสำนึกผิด

“ควายแท้ๆไม่มีวัวผสมเลยค่ะ”

ตู้อยากจะตบกะโกลกไอ้เพื่อนเฮงซวยนัก

“กูไปชวนเค้าวันไนซ์”

อิฐตัดสินใจสารภาพออกไปตรงๆ

“อีอิฐ อีเหี้ย”

โจเซฟอุทานลั่น

“อารมณ์มันพาไปไอ้สัด”

มืดสลัวๆแถมยังอยู่ในรถกันสองต่อสองด้วย ไหนยัยนั่นยังจะบอกเขาอีกว่าเธอแซ่บ

“มึงไปขอโทษน้องยัง”

ตู้รีบชี้แนะแนวทาง

“ยัง”

อิฐตอบเสียงห้วน

“รอพ่อมาตัดริบบิ้นเหรอ”

โจเซฟรีบด่าสมทบอีกคน

“แล้วกูผิดไร”

คนตัวสูงขมวดคิ้วถามกลับ

“มึงไม่ให้เกียรติความรู้สึกเค้าไง”

ตู้บอกเสียงเครียด

“เออ อยู่ดีๆไปชวนนอนด้วยกันเฉย เป็นใครก็รู้สึกแย่ป่ะวะ”

โจเซฟพยักหน้าเห็นด้วย

“ช่างแม่ง”

อิฐบอกปัดเพราะขี้เกียจคิดให้ปวดประสาท

ถึงเขาจะรู้สึกชอบเธอเพราะความน่ารักแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโดนใจจนอยากจะเข้าไปจีบ

ที่สำคัญตอนนี้เธอคงเกลียดขี้หน้าเขาไปแล้วด้วย

“กูจะรอดูนะว่าจะช่างได้กี่น้ำ”

ตู้เบะปากใส่เพราะรู้ดีว่าอิฐก็ชอบพอกับฟิล์มแต่แค่ยังไม่รู้ใจตัวเองก็เท่านั้น

รับน้องวันสุดท้าย

“ไอ้ตู้”

อิฐเรียกเพื่อนเสียงอ่อย

“จ๋อยเลยสิมึง”

นับจากวันนั้นฟิล์มก็ไม่โผล่หน้ามาให้เขาเห็นอีกเลย

อย่าว่าแต่ขอโทษ แค่ไลน์ไปเธอยังไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน

“แกะให้หน่อย”

อิฐส่งกล่องของขวัญที่เพิ่งเปิดเจอในล็อกเกอร์ตัวเองให้ตู้

มันเป็นของที่ฟิล์มแอบเอามาใส่ไว้ให้เขาเมื่อเดือนก่อน

และที่เพิ่งมาเจอตอนนี้ก็เพราะอิฐไม่ได้เปิดล็อกเกอร์ตัวเองมานานจนลืมวันลืมคืนไปแล้ว

“ของมึงก็แกะเองดิวะ”

แปะป้ายชื่ออยู่ชัดๆว่าจากฟิล์ม ตู้โยนกล่องนั้นคืนเพื่อน

สุดท้ายอิฐก็จำใจต้องแกะเพราะอยากรู้ใจจะขาดว่าข้างในคืออะไร

“แม่งเอ๊ย”

คนตัวสูงสบถเบาๆเมื่อเห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน

มันเป็นภาพโพลารอยด์ตอนเขาเผลอหลายสิบแผ่นที่เด็กสาวแอบถ่ายไว้พร้อมกระดาษสีขาวแผ่นจิ๋ว

ซึ่งมีข้อความสั้นๆเขียนกำกับไว้แค่สามคำแต่ทำเอาใจคนอ่านเต้นรัวราวกับมีกลองยาวมาระดมตีใส่

‘ฟิล์มชอบพี่อิฐ’

ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้าใส่คนปากเสียอย่างไม่ทันตั้งตัวและที่สำคัญมันไม่ใช่แค่รูปธรรมดา

แต่ดันเป็นรูปที่ทำให้เขารู้ใจตัวเอง

หอพักฟิล์ม

“แล้วตรงนี้มันต้องปรับยังไงนะ”

คนตัวเล็กนั่งบ่นงุ้งงิ้งขณะมองกล้องตัวโปรดสลับกับภาพจากจอมือถือ

“โง่”

มือใหญ่คว้ากล้องไปจากเธอก่อนจะกดสองสามทีและส่งคืนให้

“พี่อิฐ”

ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนเจ้าตัวจะรีบปรับสีหน้าให้กลับเป็นปกติ

“ทำไมไม่เอามาให้เอง”

เขาชูกล่องของขวัญในมือให้เธอดู

“ก็ไม่อยากเจอหน้าไงคะ”

พอแอบกลับไปที่ล็อกเกอร์มันก็ดันเปิดไม่ออกแล้ว ฟิล์มเลยไม่มีโอกาสได้ไปเอาของที่ใส่ไว้คืนมา

“ไม่อยากเจอหน้าคนที่ชอบ?”

เขาเลิกคิ้วถามสีแสนกวน

“ไม่ได้ชอบแล้วค่ะ”

เด็กน้อยปฏิเสธเสียงโกรธ

“ปากแข็งว่ะ”

อิฐไม่ยอมเชื่อง่ายๆ

“ไม่ได้ปากแข็งค่ะ ฟิล์มพูดจริงๆ”

เธอบอกตัวเองสามเวลาหลังอาหารว่าจะไม่ชอบเขาอีกต่อไป

“ตัดใจแล้วเหรอ”

อิฐถามย้ำอีกหน

“เกลียดแล้วต่างหากค่ะ”

ฟิล์มเชิดหน้าและโกหกคำโตออกไป

“ขอโทษ”

อิฐเอ่ยเสียงจริงจัง

“ถ้าจะพูดแค่นี้ฟิล์มขอตัวนะคะ”

คนตัวเล็กเตรียมจะเดินหนีกลับเข้าไปด้านใน

“ขอโทษที่ดูถูกความรู้สึกเธอ”

อิฐสบตาคนฟังเพื่อต้องการจะสื่อว่ามันออกมาจากใจเขาจริงๆ

“ช่างมันเถอะค่ะ”

พอเห็นท่าทีที่ดูเหมือนจะไม่มีวันให้อภัยและกำลังจะเลิกชอบเขาอย่างที่เธอว่า อิฐก็ร้อนรนจนต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

“กี่โมงแล้ว”

เขาเล่นมุขเสี่ยวที่ตู้เพิ่งสอนมาหมาดๆ

“ถามทำไมคะ”

ฟิล์มเอ่ยเสียงงุ่นงง

“ถามก็ตอบดิ”

คนตัวเล็กตัดรำคาญด้วยการก้มมองนาฬิกาในมือถือและบอกเขาไปจะได้จบบทสนทนาให้ไวที่สุด

“บ่ายสองสี่สิบค่ะ”

อิฐแสร้งทำหน้าเศร้าและเอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์

“สายไปแล้วใช่ป่ะ”

ฟิล์มสับสนอยู่สักพัก ก่อนคนตัวสูงจะเฉลยประโยคที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง

“ถ้าพี่จะขอจีบเราตอนนี้”

“ยังทันอยู่มั้ย”

.

.

.

.

.

To be continued

 

 

ความคิดเห็น