tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมวดครับ...ต้องปลอดภัยนะ

ชื่อตอน : หมวดครับ...ต้องปลอดภัยนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2563 16:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมวดครับ...ต้องปลอดภัยนะ
แบบอักษร

24 หมวดครับ...ต้องปลอดภัยนะ

 

ในช่วงเช้ามืดผมตื่นก่อนหมอชินที่ยังหลับอยู่เพราะต้องรีบไปเตรียมตัวพวกเราให้หมอรอที่โรงแรมไม่ได้ให้ตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพราะว่าการจับกุมนายป่องครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็นการจับคนร้ายในคดีฆาตกรรมทั่วไป หากแต่เป็นการล้อมจับคนร้ายในคดีค้ายาเสพติดร่วมด้วยตั้งนั้นมันจึงไม่ปล่อยภัยนักสำหรับหมอชิน แม้หมอจะมียศราชการตำรวจแต่ก็ยังเป็นเพียงนายแพทย์ธรรมดาที่ไม่ได้รับการฝึกด้านการป้องกันตัวหรื่อการจับกุมมา ผมที่เป็นคนใกล้ชิดสุดของหมอชินจึงขอให้หมอรออยู่ที่โรงแรมแทน

“จะไปแล้วหรอ” คงเพราะการเคลื่อนไหวของผมและแสงไฟจากห้องน้ำทำให้อีกคนตื่น

“ครับ. หมอนอนต่อเถอะ”

“มานี่ก่อน” หมอชินที่ยังไม่ได้ลุกจากท่าที่นอนยื่นมือออกมากวักเรียกผมที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งข้างประตูห้องน้ำ

“ครับ” ผมผละจากกระจกเดินไปจับมือหมอและนั่งลงบนเตียงข้างตัวคนที่ยังนอนอยู่ หมอชินจับมือผมแน่นไม่ได้ดึงออก ท่าทางเหมือนจะงอแงทำให้ผมนึกเอ็นดู ระยะหลังๆหมอชินขยันทำตัวน่ารักจนผมอยากจะบ้า

“ระวังตัวด้วย อย่าเป็นอะไรเหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก แผลเดิมยังไม่หายดีเลย” ประโยคหลังหมอพึมพำเบาๆขณะที่มือแตะไปบนแผลที่โดยนายทรงยศแทง

“ผมจะระวังตัว. งานนี้ไม่ใช่งานของเราโดยตรงแค่บังเอิญมาร่วมกับเขาเท่านั้น อย่าห่วงเลยพวกผมไม่ได้ออกหน้าสำหรับครั้งนี้หรอก”

“อย่าพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงนะ”

“รับทาบครับเมีย” ผมพยายามพูดติดตลกเพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกเป็นห่วงมาก

“ถ้าเรียกผมว่าเมีย ก็ควรรู้นะว่าผมยังอยากมีผัวไว้คอยดูแล ไม่ว่างหาผัวใหม่ตอนนี้” หมอแม่ง. มากดอัลติผมแต่เช้าขนาดนี้ ฆ่าผมเถอะ. ถ้าไม่เพราะมีเรื่องใหญ่รออยู่ในอีกชั่วโมงข้างหน้าพ่อจะฟัดให้จมเขี้ยวเลยค่อยดู

“ผมรักหมอนะ “

“อืม ผมยังรอไปเที่ยวอยู่นะ” หึ ผมรู้ดีเลยล่ะ อย่าว่ามีแค่หมอที่รอวันไปเที่ยว ผมเองก็นับวันค่อยเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าวันที่เราไปเที่ยว ระหว่างเราจะชัดเจนในทุกๆความหมาย ซึ่งผมรอมานาน เอาเถอะรอไปอีกนิดคงไม่เป็นไร ถึงอย่างไรหมอก็แสดงออกมาตลอดแล้วนี้ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นผม

“ผมก็รอ” ผมบอกอีกคนยิ้มๆ

“จูบได้มั้ย” ผมถามขึ้นเบาๆข้างหูคนที่นอนอยู่ ตอนนี้ผมอยู่ในท่าที่ใช้แขนคล่อมตัวอยู่เหนือหมอที่นอนอยู่

“ทุกที่ไม่เห็นขอ”

“วันนี้อย่างรู้ว่าหมอจะเต็มใจให้ผมจูบมั้ย”

“ยังไม่แปรงฟัน” หมอชินว่าเสียงเบา แต่ผมเห็นนะว่าหมอหน้าสีจัดขึ้น อายทำไมขนาดนี้แล้ว

“ว่าไงครับ เดี๋ยวจะสายนะ” ผมแกล้งเร่ง

“อืม” คนนอนอยู่พยักหน้าเบาๆ ซึ่งมันทำให้ผมยิ้มอย่างพอใจ

พอได้รับอนุญาตผมก็ใช้มืออีกข้างดันปลายคางอีกคนให้เงยขึ้น แล้วก้มลงแนบปากตัวเองลงบนปากนุ่มของอีกคน ขบเม้มเบาๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก่อนจะไล้ปลายลิ้นแตะแถวรอยแยกของกลีบปากคล้ายกำลังขอเข้าไปหาความหวานภายในที่ผมหลงใหลและคิดถึงอยู่ตลอดเวลา หมอชินเผยริมฝีปากนุ่มออกจากกันเป็นการอนุญาตให้ผมส่งลิ้นอุ่นของตัวเองเข้าไปในโพร่งปากของตน ผมค่อยๆไล้เรียวปลายลิ้นชื้นแฉะทักทายอวัยวะเดี๋ยวกันอย่างใจเย็น จูบนี้เป็นจูบที่ละเลียดละมุนที่สุดแล้วระหว่าง ไม่นับไอ้การแตะปากค้างไว้เฉยๆของหมอคราวนั้น จังหวะการดูดเม้มแลกเปลี่ยนรสหวานจากปากของกันและกันของเราเป็นไปอย่างแนบนาบหากแต่อุ่นจนเริ่มร้อน

มือผมที่จากเดิมเพียงวางเอาไว้เฉยๆก็เริ่มซนเลื้อยเข้าหาเอวบางที่อยู่ใต้เสื้อ จนหมอชินต้องตระคลุบไว้ทั้งยังใช้มืออีกข้างดันหน้าอกผมให้ขยับห่างออก

“เดี๋ยวเลยเถิดก็สายกันพอดี” รู้ทันตลอด แต่มันก็จริงของหมอผมจะสาย

“งั้นแปะไว้แล้วกัน เสร็จงานผมจะมาตามทบต้นทบดอก”

“เดี๋ยววววว” หมอยกนิ้วชี้หน้าผม

“เมื่อกี้ขอแค่จูบ. จะมาทบต้นทบดอกอะไร”

“กล่องแรกของเรายังไม่หมดเลยน๊า”

“พอเลย ยอมหน่อยแล้วทำเป็นเหลิง”

“พอที่ไหน ถ้าเป็นหมอเท่าไหร่ก็ไม่พอ”

“อย่าโลภ”

“ไม่โลภ แค่ทุกอย่างที่เป็นนายแพทย์ชินฤทธิ์หมดจะเอามาให้หมด”

“เตธวัช! พอเลยปล่อยได้แล้ว จะสายเอา”

“ผมไปก่อนนะ แล้วจะรีบกลับ” หมอชินไม่ตอบแต่พนักหน้ารับ แล้วขยับลุกนั่งพิงหัวเตียง

“แป๊ป” หมอพูดกับผมแล้วก้มลงถอดสร้อยคอสีเงินแบบโซ่ที่มีจี้เป็นลูกศร

“พ่อผมเป็นทหาร ท่านให้ผมไว้ก่อนท่านจะเสีย สร้อยเส้นนี้เป็นเหมือนเครื่องรางสำหรับผม คุณใส่ไว้นะขอให้คุณปลอดภัย” ผมรับสร้อยนั้นมาจากเขาแล้วเอามาสวมไว้

จุ๊บ

ผมก้มลงจุ๊บที่หน้าผากนั้นอีกทีก่อนจะลุกออกจากเตียง หยิบของต่างๆที่เตรียมไว้แล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้หมอชินนอนต่อ

 

ผมกับคนอื่นๆในทีมเดินทางไปสมทบกับทีมปปส.จังหวัดตามที่นัดหมายเพื่อเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยที่พวกเราผมแบ่งออกเป็นสามชุด ไอ้วัตกับผมแยกไปกับทีมจู่โจม ในส่วนของไอ้เจอยู่ในชุดประสานงานที่จุดรวมพล เมื่อได้เวลาพวกเราก็เข้าประจำจุดที่รับผิดชอบและรอคำสั่ง ชุดแรกที่เข้าพื้นที่เป็นชุดของไอ้วัตกับทีมเพราะมันโดยฝึกมาโดยหน่วยปปส.และเขาจับกุมแก๊งค้ายาบ่อยๆ แถมมันยังเป็นศิษย์รักของอัยย์ศลาอีกเรื่องฝีมือจึงเชื่อได้ว่าเข้าขั้นดีมาก. ส่วนชุดของพวกผมหน้าที่หลักคือหาตัวนายป่องเพื่อกันออกมา. และทำการจับกุมตามเป้าหมาย ระหว่างเกิดการปะทะ. นายป่องมันก็ดันขับรถหนีทำให้ผมกับจ่าสนต้องรีบติดตามไป แล้วจากที่มีการปะทะที่นอกเมืองก็ดันต้องตามกันเข้าเมืองอย่างช่วยไม่ได้

“เอายังไงดีครับหมวด หมอนั้นมันนีเข้าเมืองแบบนี้เกิดมันพกอาวุธมาด้วยผมว่าเป็นเรื่องแน่” จ่าสนหันมถามผมขนาดที่เรากำลังขับรถตามนายป่องอยู่

“จ่าทศ เอาไง” ผมหันไปตามอีกคน มีกันสามคนไม่ถามกันเองจะถามใครอ่ะ

“ผมว่าตามไปก่อนดีกว่าครับ เผื่อกันหนีออกนอกเมืองไปอีกทางจะได้ห่างไกลคนหน่อย”

“เหวอออ เบาเบ๊า พี่ทศพี่ สิบล้อๆๆๆๆ ไอ้พี่ทศมึงงงงง” เสียงจ่าสนที่โวยวายผากการขับของจ่าทศ ทำให้ผมที่กำลังเครียดๆเกือบหลุดขำ ไม่ขำไงไหว จ่าทศมันขับรถได้แบบ.... ตูไม่น่าให้มันขับตั้งแต่แรก!!!

“เช่ียแล้ว ทำไมมันหนีมาทางนี้” ทางนี้ที่ว่าคือเข้าเมืองแบบเต็มตัว แถมเป็นทางไปโรงแรมที่เราพักอีกต่างหาก

เวรกรรม

“แจ้งศูนย์ๆ ขณะนี้คนร้ายนายสำราญ กำลังหลบหนีเข้าไปมาทาง....ขณะนี้เราทั้งไม่ทราบว่าคนร้ายมีอาวุธหรือไม่ คนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์โตโยต้าสีเขียวป้ายทะเบียน .... ข้อความร่วมมือในการสะกัดจับด้วยครับ” ผมเห็นท่าไม่ได้จึงรีบรายงานเพื่อให้กำลังเสริมหาทางสะกัดก่อนที่การหนีของนายป่องจะนำพามาซึ่งความวุ่ยวาย แล้วพาลเป็นอันตรายกับชาวบ้าน

“มันหนีเหมือนมันรู้ทางดียังไงยังงั้น” จ้าทศที่เป็นคนขับตามบ่นพึมพำ ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมารถของคนร้าย

พวกเราไล่ตามคนร้ายมาจนเกือบถึงแถวโรงแรมที่พัก ซึ่งมันมียูเทิร์นอยู่รถคันที่นายขับป่องอยู่ๆก็อาศัยจังหวะที่รถเลนขวาไม่มีหักเปลี่ยนเลนเพื่อยูเทิร์นกระทันหัน พอดีกับที่มีรถจากเรนฝั่งตรงข้ามเขาจะยูเทิร์นเช่นกัน ทำให้รถคันนั้นหันหลบมันจนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ขณะที่รถของนายป่องเองก็เสียหลักพลิกคว่ำไม่รู้ตายห่าไปยัง พร้อมข้ามฝั่งได้พวกเราก็รีบวิ่งไปที่รถของคนร้าย แต่จ่าทศก็กำลังวอประสางานเพื่อตามรถพยายามมาที่เกิดเหตุ เท่าที่ส่องเข้าไปรถอยู่เหมือนนายป่องจะยังไม่ตาย ซึ่งผมอยากให้มันตายมากกว่าน่าจะสาสมกับสิ่งที่มันทำ แต่ผมยังอยากสอบปากคำมันอยู่ยังไม่ตายก็ดีเหมือนกัน

“หมวดครับ”

“ว่าไง” จ่าสนสะกิดเรียกขณะที่ผมยังพยายามมองสำรวจเข้าไปในรถอยู่

“รถอีกคันมันคุ้นๆนะครับ”

“หืม” ผมละสายตาเพื่อมองไปที่รถอีกคันอย่างจ่าว่า หือ? บีเอ็มทะเบียนกรุงเทพ คุ้นจริงๆด้วย พอมองดีๆแล้ว...

ชิบหายนั่นมันรถกูนี่

แล้วถ้าเป็นรถผม แสดงว่าคนที่ขับ...หมอชิน!!!

“เอ้าเฮ้ยๆ หมวดระวังรถครับ” เสียงเรียกที่ดังตามมาด้านหลังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ผมไม่ได้สนใจเพราะคนที่ผมสนอยู่ในคันผมที่อัดอยู่กับเสาไฟมากกว่า แม้สภาพรถจะไม่ได้เป็นไรมากแต่หน้าด้านคนขับเป็นส่วนที่ชนเข้ากับเสาไฟ ผมพยายามมองเข้าไปในรถแต่ก็มองได้ไม่ชัดเพราะฟิลม์ที่ติดค่อนข้างหนา. เท่าที่เห็นคือคนขับที่นิ่งสนิทไม่ขยับโชคดีที่ถุงลมทำงาน ผมพยายามทุบกระจกรถเพื่อเสียงคนขับให้ตื่น. แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ

รออยู่ราวสิบนาทีรถกู้ภัยก็มาถึง เพราะรถมันล็อคทำให้เปิดประตูไม่ได้ ผมจึงให้คุบกระจกด้านหลังเพื่อเปิดประตูได้เลย ยังไงเสียรถคันนี้มันก็ของผมจะพังเรื่องของมันขอแค่คนในรถปลอดภัย. เพราะตอนนี้ผมร้อนใจตายอยู่แล้ว ยิ่งคนในรถไม่มีการตอบสนองผมยิ่งอยากจะบ้าไม่สนใจแม้แต่คนร้ายที่ถูกพาตัวออกมาจากรถแล้ว. ทิ้งให้สองจ่าจัดการขณะที่ตัวเองแทบจะเดินวนรอบรถไม่ไปไหน.

ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองสั่นไปด้วยความกลัว แม้ว่าจากสภาพภายนอกด้วยโครงสร้างของรถแล้วคนด้านในอาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่จะรับรองได้หรือว่าขณะที่เกิดกระแทกศรีษะคนขับจะไม่ไปกระแทกอะไรรุนแรงเข้า อีกทั้งถ้าไม่ได้เป็นอะไรมากทำไมหมอนิ่งไปขนาดนี้

 

ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรจึงสามารถพาร่างของหมอชินที่หมดสติออกมาจากรถได้ โดยทั่วไปตามร่างกายหมอไม่มีบาดแผลอะไร นอกจากหัวด้านขวาที่เลือดไหลเป็นทางสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะกระแทกตอนที่รถสะบัด ผมขึ้นไปกับรถพยาบาลพร้อมกับหมอชินโดยให้หมวดทศขับรถอีกคันตามมา เพราะจ่าสนตามรถพยาบาลที่พานายป่องไปส่งโรงพยาบาลอีกคันแล้ว

ร่างของหมอชินถูกพาเข้าห้องฉุกเฉินส่วนผมได้แต่รออยู่ด้านนอก ซึ่งจ่าสนรออยู่ก่อนแล้วเพราะก็ต้องรอฟังข่าวนายป่องจากหมอเช่นเดียวกัน

“หมวดครับ”. จ่าสนเดินเข้ามาหาผลที่ยังยืนมองประตูห้องฉุกเฉิน ทำไมต้องเป็นหมอชิน ทำไม ผมนึกว่าหมออยู่ในโรงแรมแล้วจะปลอดภัย ไม่คิดว่าหมอจะออกมาไม่คิดว่ามันจะประจวบเหมาะกับนายป่องขับรถผ่านมา ทำไม

“จ่า”

“ครับ”

“หมอจะปลอดภัยใช่มั้ย” ผมรู้ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยอออกไปมันสั่น ผมกลัว...กลัวเหลือเกินว่าหมอจะ

“ไอ้เต” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เราสองคนหันไปมองต้นเสียง

“ไอ้เจ” ผมขานรับมันเสียงอ่อนอย่างคนหมดแรง ขอบตาผมร้อนผ่าว รู้สึกเลยว่าอีกนิดทำนบน้ำตาผมคงพัง

“มึงต้องตั้งสติ หมอชินไม่เป็นไรหรอก”

“แต่หมอไม่ยอมฟื้นเลยนะมึง”

“อย่าคิดไปในทางไม่ดีนะเว้ยไอ้เต มึงต้องคิดว่าหมอต้องปลอดภัย เข้าใจกูมั้ย” ไอ้วัตเดินเข้ามาบีบที่บ่าผมอย่างให้สติ

“กูกลัว หมอไม่เกินเจ็บเลยตั้งแต่รู้จักกับกู น้อยมากที่กูจะให้หมอขับรถ วันนี้...ถ้าวันนี้กูเอารถตัวเองออกมากับพวกมึง หมอก็ไม่ต้องขับรถก็ไม่ต้องเจ็บ ฮึกๆ”

“ไอ้เต” ไม่ไหวๆผมไม่ไหวแล้ว ความห่วงและความกลัวทำให้ผมกลั้นมันไม่ไหวอีกแล้ว เป็นเพราะผมใช่มั้ยเพราะผมให้หมอขับ เพราะผมทิ้งรถไว้ให้ใช้ทั้งๆที่ปกติหมอจะมีผมคอยขับให้นั่งเสมอ หรือถ้าเขาขับก็ต้องมีผมนั่งไปด้วย ถ้าผมพาหมอไปด้วยหมอก็ไม่ต้องขับรถ ให้หมออยู่กับไอ้เจก็ได้ ยังไงก็ปลอดภัย. แต่ผม...

“ไอ้เต มึงอย่าเเพิ่งฟุ้งซ่าน กูเชื่อหมอชินไม่เป็นอะไรแน่นอน หมอที่นี้เก่งๆทั้งนั้นช่วยหมอชินได้แน่นอน”

“จริงหรอวะ”

“จริง” ทั้งไอ้วัตไอ้เจ ต่างพร้อมใจกันตอบผมราวกับว่าต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผม แม้จะรู้ว่าไม่ควรคิดในทางร้าย แต่ใจมันอดไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกคนที่หลับตาแน่นิ่งตอนที่เขาพาร่างออกมาจากรถ ผมยิ่งใจเสีย ได้แต่ภาวนาของให้อีกคนปลอดภัย เสียอะไรผมก็ยอม ถ้าหมอปลอดภัยจะไม่ยอมให้ขับรถเองอีกตลอดชีวิตเลยคอยดู!!

 

 

ไรท์ // อืมมมม ดูจากรูปการณ์ไม่น่าจะได้จบง่ายๆ มาเป็นกำลังใจให้หมอชินปลอดภัยกันเถอะ

 

ดีใจที่มีคนชอบลูกๆของเขา แม้ทีมอีเตจะเยอะกว่าก็ตาม ขอบคุณทุกกำลังใจที่ไหนมานะคะ ทั้งสองบ้านเลย อ่านทุกคอมเมนท์น๊า. รักทุกคนจ้า

 

ปล.ตอนหน้าเกียมผ้าเช็ดหน้า หรือ ถุงเลือดดี โหวตตตตต

ความคิดเห็น