จรสจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

น้ำหยดลงหิน - 100% -

ชื่อตอน : น้ำหยดลงหิน - 100% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 318

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2563 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น้ำหยดลงหิน - 100% -
แบบอักษร

เป็นอีกวันที่พิมพิกาเดินออกมาจากห้องแล้วได้กลิ่นอาหารลอยมาจากห้องครัว หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นร่างสูงของไตรภัทรกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าตู้เย็น บนโต๊ะมีชามเปล่าวางไว้สองใบ และบนเตากำลังต้มอะไรสักอย่างซึ่งเธอรับรู้ได้จากกลิ่นทันทีว่าอาหารในหม้อนั้นคืออะไร 

“ทำข้าวต้มหรือคะ” ถามพลางชะโงกหน้าไปมองในหม้อ ไตรภัทรหันมายักคิ้วให้ข้างเดียวพร้อมกับวางน้ำส้มคั้นและนมสดบนโต๊ะ 

“ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะทำอาหารได้ด้วย” หญิงสาวพูดยิ้ม ๆ ก่อนหันไปหยิบทัพพีมาคนในหม้อ สองวันติดกันแล้วที่เขาทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้เธอ 

“เฉพาะคนพิเศษเท่านั้นแหละถึงจะได้กินอาหารฝีมือพี่ หิวรึยังล่ะ ถ้าหิวก็ดื่มนมรองท้องก่อนนะ” ชายหนุ่มเดินไปหยิบแก้วเปล่ามาสองใบวางไว้ข้างชาม 

“ไม่เท่าไรค่ะ รอกินข้าวต้มดีกว่า” พิมพิกาหยิบช้อนมาตักน้ำซุปในหม้อมาลองชิมรสมือของเขา เธอเป่าเพื่อคลายร้อนครู่หนึ่งก่อนส่งเข้าปาก จากนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าแววตาบ่งบอกว่ารสชาติเกินความคาดหมาย 

“อร่อยใช่ไหมละ เวลาพี่กลับบ้านทีไร พี่มักจะเข้าไปป่วนคุณแม่ในครัวบ่อย ๆ ก็เลยเรียนลักพักจำเอามาทำกินเองเรื่อยน่ะ แต่ก็ทำได้แค่อาหารง่าย ๆ ยากกว่านี้พี่ก็ทำไม่เป็นแล้ว” 

พิมพิกาเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามระหว่างรอข้าวต้มทรงเครื่องในหม้อ มองหน้าเขาแล้วก็เบนสายตาไปมองทางอื่น เมื่อคืนเธอนอนคิดเรื่องของเขามากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ที่เขาพยายามทำตัวสนิทสนมด้วยโดยให้เหตุผลว่าการถ่ายทำในฐานะคู่รักกำมะลอจะได้ไหลลื่น จนกระทั่งถึงเมื่อวานที่เขาชวนไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งการไปครั้งนี้เป็นการโดดงานไปเพราะเขาเห็นว่าเธอชอบเที่ยวเหมือนกับเขา 

ยอมรับว่าหลายครั้งที่แปลเจตนาของเขาไม่ออกว่าทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น เพราะบางครั้งเขาทำเหมือนหมาหยอกไก่ ทั้งหยอดทั้งหว่านหวังให้เธอขัดเขินหรือหลงใหลได้ปลื้มไปกับเขา แต่บางครั้งเขาก็พูดออกมาเองว่าเขาแค่ถูกคอกับเธอเท่านั้น อยากคบหาเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งหากเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ เธอก็จะสบายใจมากกว่า 

“คิดอะไรอยู่” ไตรภัทรยกมือโบกไปมาตรงหน้าหญิงสาวที่นั่งเหม่อ เจ้าตัวถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอปล่อยใจคิดเรื่องของเขาอีกเข้าจนได้ 

“วันนี้เทปแรกออกอากาศแล้วนะ คืนนี้เราค่อยมานั่งดูด้วยกัน แต่ที่แน่ ๆ วันนี้พิมต้องสอนพี่วาดรูป” 

ตามสคริปต์ที่ทีมงานวางเอาไว้ให้ นอกจากเขาต้องทำมื้อเช้าให้เธอรับประทานแล้ว พิมพิกายังต้องสอนเขาวาดรูปสีน้ำ ตอนเย็นก็เข้าครัวช่วยกันทำอาหาร และตอนกลางคืนก็นั่งดูการออกอากาศเทปแรกด้วยกันเหมือนคู่รักทั่ว ๆ ไปที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมกันในแต่ละวัน 

“พี่ไตรเคยหัดวาดมาก่อนรึเปล่าคะ” พิมพิกาเงยหน้าถามเขา เธอบอกทีมงานไปแล้วว่าเธอสอนใครไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แต่ทีมงานก็บอกว่าจะอาศัยความเป็นธรรมชาติตรงนี้เพิ่มความฟิน และความสมจริงมากยิ่งขึ้น 

“เอาตามตรงเลยนะ ครั้งสุดท้ายที่จับพู่กันก็ประมาณม. 3 นอกจากนั้นก็อาศัยเพื่อนตลอด จำได้ว่าอาจารย์เคยให้วาดแจกันดอกไม้ แต่พี่สามารถวาดให้ออกมาเป็นถังขยะได้ ไม่ติสท์จริงนี่ทำไม่ได้นะขอบอก” 

พิมพิกานึกภาพตามแล้วก็หลุดขำคิกคักออกมาจนเผลอเปิดรอยยิ้มกว้าง ไตรภัทรมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ฉาบรอยยิ้มไว้ทั้งปากและตาด้วยสายตาตะลึงงัน เขาชอบเวลาที่เธอยิ้มกว้างเต็มวงหน้าอย่างนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองและได้ใกล้เธอเข้าไปอีกนิด หากอารมณ์ขันของเขาทำให้เธอหัวเราะได้ เขายอมเป็นตัวตลกให้เธอหัวเราะเยาะเล่นทุกวัน 

หญิงสาวหยุดหัวเราะทันทีเมื่อเห็นสายตาหวานเชื่อมจากคนตรงหน้า จู่ ๆ ก็เอาแต่จ้องหน้าเธอนิ่ง ไม่พูดไม่จา จนเริ่มวางตัวไม่ถูก จึงแกล้งกระแอมเบา ๆ เพื่อเรียกสติของเขาให้กลับมา 

ไตรภัทรเห็นท่าทางขัดเขินของหญิงสาวแล้วก็คลี่ยิ้มเต็มวงหน้าจนตาหยี ยิ่งเห็นเธอเอาแต่มองไปทางอื่นไม่ยอมมองหน้าเขาแล้วก็ยิ่งอยากแกล้งให้เธอหาทางไปไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม 

“พิมรู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาพิมยิ้มกว้าง ๆ หรือหัวเราะแบบเมื่อกี้น่ะ พิมดูน่ารักมาก... พี่ขออะไรอย่างได้ไหม” เขาพูดพลางเอื้อมมือมาแตะปลายคางของหญิงสาวแล้วรั้งให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา 

“ยิ้มให้พี่แบบเมื่อกี้ทุกวันได้หรือเปล่า” เขาสังเกตเห็นแก้มเนียนของเธอเริ่มซับสีชมพูจาง ๆ แววตาประหม่าลนลานกับอาการเสมองไปทางอื่นพร้อมกับรีบผละใบหน้าของตัวเองออกไปให้พ้นมือเขานั้น เป็นสิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้แต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาไม่คิดว่าจะน่ารักน่าใคร่ได้ขนาดนี้ 

แม่ภูเขาน้ำแข็ง กำแพงหัวใจเริ่มละลายบ้างหรือยังหนอ... 

“ข้าวต้มกินได้แล้วมั้งคะ” พิมพิกาลุกพรวดแล้วเดินไปหน้าเตาทันที ครั้นพอหันหลังให้เขาแล้วเธอก็ได้แต่เม้มปากแน่น ไม่อยากยอมรับตัวเองเลยสักนิดว่าเริ่มหวั่นไหวไปกับเขาแล้ว 

อย่าเชียวนะหัวใจ อย่าเปิดประตูให้เขาเข้ามาเดินเล่นได้เด็ดขาด... เธอเตือนตัวเองอย่างหนักแน่น เพราะรู้ดีว่าวันใดที่เปิดรับเขาเข้ามาเมื่อไร หัวใจของเธอก็ถูกผูกติดกับเขาทันที และหากเขาไม่คิดจริงจัง เมื่อถึงวันนั้นเธอจะยอมรับความผิดหวังที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้หรือไม่ 

  

“พี่ไตรนั่งนิ่ง ๆ สิ ขยับยุกยิกอยู่นั่นแหละ” 

เสียงเอ็ดของพิมพิกาดังขึ้นพร้อมกับสายตาตำหนิกลาย ๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นจากกระดาษวาดเขียน ขณะที่คนถูกเอ็ดได้แต่คร่ำครวญในใจ ไม่น่าตกปากรับคำเธอเลยว่าเปลี่ยนจากสอนวาดรูปมาเป็นให้เขานั่งเป็นแบบให้เธอวาด เพราะนอกจากจะไม่ได้ใกล้ชิดแอบหยอดแอบหวานใส่เธอแล้ว เขายังต้องนั่งนิ่งห้ามขยับเขยื้อนอยู่ที่เดิมมาร่วมชั่วโมงจนขาแทบเป็นเหน็บชา 

“ขออิ๊บก่อนได้ไหม มันเมื่อยนะพิม นะ ๆ ขอเวลานอกก่อน” ชายหนุ่มทำมือตั้งฉากกัน อันเป็นสัญลักษณ์ของการขอเวลานอก ก่อนจะลุกขึ้นบิดตัวไปมาโดยไม่รอให้เธออนุญาต ครั้นพอจะเดินเข้าไปดูว่าหญิงสาววาดถึงไหนแล้ว พิมพิกาก็ลุกขึ้นโบกมือห้ามไม่ให้เขาเข้าไปใกล้เฟรมวาดรูป 

“หยุด! ห้ามดู เสร็จแล้วค่อยดูนะ เอ่อ... มันเป็นกฎของพิมน่ะ ไม่ชอบให้ใครเห็นรูปจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อย” หญิงสาวยิ้มแหยก่อนโบกมือไล่ให้เขาไปนั่งที่เดิม ครั้นพอสบสายตารู้ทันของเขา เธอก็ปั้นหน้าไม่ถูก 

“ไม่ดูก็ได้ แต่พิมต้องรับปากอะไรพี่อย่างหนึ่งก่อน” เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมุมปาก คิ้วเรียวของหญิงสาวก็ขมวดเล็กน้อย รู้สึกไม่น่าไว้ใจอย่างบอกไม่ถูก กระทั่งเห็นเขายื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าเธอก็เลิกคิ้วขึ้นสูง 

“รับปากอะไรคะ” เขาไม่ตอบ แต่กลับคว้ามือของเธอไปพร้อมกับบังคับเกี่ยวนิ้วก้อยเข้าไว้ด้วยกันก่อนพูด 

“วาดเสร็จแล้วต้องนวดให้พี่ด้วย เนี่ย ๆ ตรงนี้น่ะ เมื่อยไปหมดเลย” เขาทุบเบา ๆ ที่ไหล่และท้ายทอยของตัวเองพลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ 

“ไม่เอา ไม่นวด” พิมพิกาพยายามสลัดนิ้วออกแต่เขาเกี่ยวไว้เสียแน่น หนำซ้ำยังเอามืออีกข้างมากุมทับไว้ 

“ได้ไง เราเกี่ยวก้อยสัญญากันแล้วนะ นี่ ๆ กล้องทุกตัวเป็นพยาน ทีมงานทุกคนก็เห็น” พูดจบเขาก็ยกมือข้างนั้นของหญิงสาวขึ้นจุมพิตหนัก ๆ ที่หลังมือ ทำเอาพิมพิกาชักมือกลับทันทีราวกับถูกของร้อน 

ริมฝีปากของเขาคงร้อนจริง ๆ นั่นแหละ เพราะความร้อนจากหลังมือแผ่ซ่านขึ้นมาถึงผิวแก้มของเธอจนรู้สึกได้ 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเพราะหญิงสาวพยายามเลี่ยงที่จะสบตากับเขา อีกทั้งท่าทางตั้งอกตั้งใจวาดของเธอนั้นทำให้ไตรภัทรไม่กล้ากระเซ้าเย้าแหย่มากนัก ทำได้เพียงนั่งมองหน้าสวย ๆ ของพิมพิกาไปอย่างเพลิดเพลินพร้อมกับวางแผนหยอดเธอไปทีละนิดทีละน้อย 

“อ้าว! เสร็จแล้วหรือ แหม...พี่กำลังมองเพลินเลย” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ แววตาวิบวับจนคนมองต้องเบือนหน้าหลบ 

“มองอะไรคะ” พิมพิกาทำทีเป็นเก็บอุปกรณ์วาดรูปลงกล่อง จากนั้นก็รีบเดินไปที่อ่างล่างจานในครัวเพื่อล้างพู่กัน 

“มองคนน่ารัก” เขามองตามหลังหญิงสาวไปก่อนจะเดินไปที่ภาพวาดที่อยู่บนขาตั้ง 

“มีแฟนสวยก็ต้องอยากนั่งมองนาน ๆ เป็นธรรมดา... ไหนดูรูปหนะ... หืมมม” พูดยังไม่จบประโยคดี เขาก็ต้องเบิกตากว้าง ก่อนสายตาจะมองเลยไปยังร่างระหงที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในห้องครัวอย่างคาดโทษ 

“เป็นไงคะ พิมวาดเหมือนไหม” หญิงสาวเม้มปากกลั้นหัวเราะเต็มที่ ช่วยไม่ได้ อยากมาทำกะล่อนใส่เธอก่อนทำไม สคริปต์เขาก็มีไว้ให้ แต่คนนิสัยบางคนกลับหาเรื่องนอกบทได้ตลอดเวลา 

ไตรภัทรมองภาพวาดนั้นอย่างกึ่งขำกึ่งฉุน แน่ละว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในรูปนั้นเป็นเสื้อผ้าของเขา แต่ส่วนหัวกับแขนนั้นดันเป็นสุนัขจิ้งจอกที่มีแววตาแสนเจ้าเล่ห์ เท่านั้นยังไม่พอ ลิ้นยังห้อยยาวลงมาจนน้ำลายหยดแหมะลงพื้นอีกต่างหาก! 

เอาวะ! ถ้าให้เขาเป็นสุนัขจิ้งจอก ฉะนั้นก็ขอเป็นจิ้งจอกที่ชอบกินแมวแสนสวยอย่างเธอก็แล้วกัน... 

“เหมือนไม่เหมือนไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้จิ้งจอกขอฟัดแมวก่อนละ” พูดจบเขาก็ปรี่เข้ามารวบเอวหญิงสาวไว้ท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่ยืนอ้าปากค้าง กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ร่างของเธอก็ถูกเขาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาราวกับเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ 

“ว้าย! พี่ไตรปล่อยเดี๋ยวนี้นะ พอแล้ว ๆ หยุดหมุน พิมเวียนหัว” 

พิมพิกาถูกเขาจับเหวี่ยงหมุนไปมาจนตาลาย ครั้นพอเขาหยุดและปล่อยให้เธอยืนบนพื้น หญิงสาวกลับไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง ร่างซวนเซจนล้มไปกระแทกแผงอกของไตรภัทร ซึ่งชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะตั้งรับเอาไว้อยู่แล้ว วงแขนแกร่งจึงยกขึ้นโอบรับร่างของเธอแล้วพากันล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวอย่างพอเหมาะพอดี 

ตามแผนเป๊ะ! ไตรภัทรคิดอย่างกระหยิ่มใจ ครั้นพอมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวแล้วก็อดหัวใจเต้นโครมครามไม่ได้ เพราะตอนนี้ร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นของเธอซุกซบอยู่ในอ้อมอกของเขาเต็ม ๆ ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับก็อยู่ห่างจากเขาแค่คืบ สมองผุดภาพวาบหวามที่เขาคิดอยากทำกับร่างระหงนี้ภาพแล้วภาพเล่าจนเลือดลมร้อนรุ่มวิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างอดไม่ได้ 

อดทนเข้าไว้... ขืนทำอะไรไปตอนนี้ ทุกอย่างที่วางแผนเป็นอย่างดีได้จบเห่แน่นอน! 

ไตรภัทรได้แต่ปลุกปลอบตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะแกล้งร้องโอดโอยราวกับคนเจ็บหนัก 

“โอ๊ย... เล่นทับมาทั้งตัวอย่างนี้กระดูกจะหักไหมเนี่ย ถ้าพี่เป็นอะไรไป พิมต้องรับผิดชอบพี่ตลอดชีวิตนะ” ฟังเสียงโอดครวญของเขาแล้วหญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้นทันทีทั้งที่ยังคงมึนศีรษะไม่หาย 

“เรื่องอะไร ทำตัวเองแท้ ๆ เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้นะพี่ไตรเนี่ย” เธอบ่นให้เขาด้วยใบหน้าแดงเรื่อ สัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่ใช่ว่าเธอจะไม่รับรู้ กล้ามเนื้อหนั่นแน่นและอ้อมแขนแข็งแรงของเขาทำให้เธอใจสั่นหวิวได้อย่างน่าโมโห 

“ไม่รู้ล่ะ ก็ตัวเองมาว่าเขาเป็นหมาจิ้งจอกก่อนทำไมล่ะ ถ้าเขาเป็นหมาจิ้งจอกก็ต้องเป็นจิ้งจอกที่ชอบกินแมวสาว ๆ ด้วยนะจะบอกให้” เขายิ้มร่านัยน์ตาพราว เอนกายลงนอนเหยียดยาวไปบนโซฟาก่อนพลิกตัวคว่ำลง 

“มานวดให้พี่ตามสัญญาซะดี ๆ แม่แมวแสนสวย” 

“นวดเองสิ” พิมพิกาทำท่าจะเดินหนีกลับเข้าห้องตัวเอง แต่ข้อมือถูกคว้าไว้ได้ทัน 

“อยากเล่นไวกิ้งอีกรอบหรือไง ด๊าย... เดี๋ยวป๋าจัดให้” เขาลุกขึ้นทำท่าจะจับเธอเหวี่ยงอีกรอบ แต่หญิงสาวรีบเอ่ยห้ามไว้ทันที เพราะขืนถูกเขาจับหมุนไปมาอีกครั้งเธอได้อาเจียนออกมาแน่นอน 

“นวดก็ได้!” สุดท้ายหญิงสาวจำต้องยอมนวดให้เขาแต่โดยดี โดยมีชายหนุ่มนอนยิ้มหน้าบานรอรับการปรนนิบัติจากเธอด้วยอาการลิงโลด 

“อ๊ะ ๆ นวดดี ๆ นะจ๊ะ อย่าคิดแกล้งพี่เชียว ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือนนะน้อง” 

พิมพิกาตวัดสายตาส่งค้อนให้เขาอย่างลืมตัว... เกลียดที่สุด คนรู้ทัน! 

 

**************************** 

 

อิพี่ไตรรุกแบบถึงเนื้อถึงตัวตลอด ส่วนพิมก็เริ่มชินกับความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของหมอนี่แล้ว บอกแล้วว่ารายนี้มาแผนสูงตลอด หาวิธีเข้าใกล้ ให้สาวเจ้าไว้ใจแบบเนียน ๆ หุหุ 

 

ความคิดเห็น